로그인พยายามรวบรวมสติ ตั้งจิตอธิษฐาน มูเตลูขอพรกับกลุ่มเพื่อนอยู่ดี ๆ ไหงลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีถึงได้มาโผล่ในยุคจีนโบราณอันมีอิอ๋องหน้าเหม็นคนนี้คอยเป็นเจ้ากรรมนายเวรอยู่ได้!! คำก็เจ้ามันเป็นสตรีน่ารังเกียจ สองคำก็ว่าเจ้ามันเป็นสตรีน่าชิงชัง โธ่เอ๋ย!! ใครจะอยากไปใกล้ชิดกันกับท่านอ๋องผู้นี้กันด้วยล่ะ ยิ่งเกลียดกันไปเลยก็ยิ่งดี สถานะสามีภรรยากันแต่ในนามวันนี้ นางจะหาทางตัดขาดให้ได้เลยคอยดู เรามันก็นักมวยหญิงอันดับหนึ่งของค่ายมวยพยัคฆ์สีทองเลยนะเว่ย เรื่องการต่อยตีใช้กำลังอะไรกันนั่น มีหรือที่เราจะยอมพ่ายแพ้!!
더 보기หลี่เจียนเจียนถูกชินอ๋องเหยียนเค่อสิงพาเดินทางกลับเข้าจวนอ๋องไปด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนล้าเป็นอย่างยิ่ง นี่ขนาดว่านางเคยอึด ถึก ทน เป็นถึงนักมวยมาก่อนนะ แต่ทว่าก็เกือบที่จะรองรับพละกำลังอันมหาศาลในการร่วมรักกันกับชินอ๋องผู้เป็นสามีในแต่ละครั้งจนแทบไม่ไหว ทั้งคู่อาบน้ำอุ่นด้วยกัน พร้อมออกมากินข้าวเย็นร่วมกันอย่างมีความสุข ด้านลูก ๆ ของหลี่เจียนเจียนนั้นเฉาปูและซูม่อต่างพากันเล่นด้วย พร้อมดูแลพาเข้านอนไปเรียบร้อยเป็นเวลาอยู่ทุกวันแล้ว หลี่เจียนเจียนจึงมีเวลาหายใจหายคอมากยิ่งขึ้น ในค่ำคืนนี้ทั้งคู่จึงกอดกันนอนหลับไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นอยู่ดีๆ ภาพฝันอันคุ้นตาก็ได้ปรากฏขึ้นมาในมโนสำนึก ย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคราวก่อนที่หลี่เจียนเจียนได้เดินทางขึ้นเขาไปขอพรกับกลุ่มเพื่อนรักทั้งสี่คนของเธอหลี่เจียนเจียนพบเจอว่าฟ่านจื่อหลานนั้นได้หมดสติสิ้นใจไปในแผ่นหลังของเธอก่อนที่ร่างของเธอจะกระทบเข้ากับพื้นเบื้องล่าง ส่วนเซียงลู่เหยาเองที่กำลังนั่งสวดมนต์อยู่ก็ได้เกิดอาการแพ้อากาศขึ้นมาเหมือนฟ่านจื่อหลานไม่มีผิด แต่ในตอนนั้นเองเซียงลู่เหยาได้นั่งสวดมนต์อยู่เพียงลำพังผู้เดียว เพื่อน ๆ แต่ละคน
“ขอบใจเจ้ามากนะหนิงเซ่อสำหรับของขวัญชิ้นนี้ เอาไว้แล้วข้าจะจัดส่งของขวัญวันแต่งงานไปให้กับเจ้าด้วยเช่นเดียวกัน” หลี่เจียนเจียนพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มจี้หนิงเซ่อได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยออกมาว่า“เช่นนั้นข้าขอตัวเดินทางไปแคว้นเหยียนก่อนนะ แล้วค่อยพบเจอกันใหม่ หม่อมฉันขอทูลลาเพคะ”จี้หนิงเซ่อพูดพร้อมหมุนตัวเดินจากไปยังขบวนรถม้าที่หยุดรอนางอยู่ใต้ร่มไม้ในทันใด ทิ้งไว้เพียงหลี่เจียนเจียนและชินอ๋องเหยียนเค่อสิงที่กำลังยืนจ้องมองสบสายตากันและกันอยู่ตรงนั้นเอง“ในเมื่อตอนนี้เองก็ไม่มีอะไรแล้ว เช่นนั้นหม่อมฉันขอตัวกลับไปก่อนนะเพคะ ป่านนี้เหยียนฟาง (แฝดหญิง) และเหยียนหลี่ (แฝดชาย) คงจะกำลังร้องไห้หาหม่อมฉันแล้วเป็นแน่”หลี่เจียนเจียนพูดขึ้นพร้อมหมุนตัวจะเดินจากไป แต่ทว่านางกลับถูกชินอ๋องผู้นี้อุ้มตัวนางเข้าไปในห้องกระโจมอันมีชั้นวางหนังสือวางเรียงรายอยู่บนชั้นอย่างเป็นระเบียบ“ในเมื่อลูกกวางตัวน้อย ๆ ได้ผลัดหลงเข้ามาในถิ่นของพยัคฆ์แล้ว เช่นนั้นเจ้าก็จงอย่าได้หวังว่าจะกลับออกไปได้อย่างง่าย ๆ อีก”ชินอ๋องเหยียนเค่อสิงตรัสขึ้นน้ำเสียงพร่าพร้อมลงมือมอบจุมพิตให้กับพระชายาตัวน้อยที่กำลังออกแรงด
ยิ่งเมื่อทั้งสองมีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจแล้ว ชินอ๋องเหยียนเค่อสิงเองก็แทบจะรับตำแหน่งบิดาดีเด่นไปในตัว เมื่อคราที่ลูกแฝดของเขาส่งเสียงเจื้อยแจ้วออกมาเขาก็ฉีกยิ้มร่าดีใจไปเสียยกใหญ่ ว่าลูก ๆ นั้นได้เรียกคำว่าพ่อให้เขาได้รับฟังแล้วหลี่เจียนเจียนทอดสายตามองดูสามีร่างโตกับลูก ๆ วัยขวบปีกว่า ที่กำลังเล่นหยอกล้อเล่นกันด้วยความสนุกสนานที่สนามหญ้าโล่งกว้างหน้าจวนอ๋องด้วยสีหน้าและแววตามีความสุขจนกระทั่งมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญ มาขอเข้าเฝ้าชินอ๋องเหยียนเค่อสิงอย่างเร่งด่วน นั่นจึงทำให้หลี่เจียนเจียนเกิดความรู้สึกตงิดขึ้นมาในใจอย่างบอกไม่ถูกชินอ๋องเหยียนเค่อสิงได้แนะนำให้หลี่เจียนเจียนทราบว่าเขาผู้นั้นคือรองแม่ทัพที่อยู่ใต้สังกัดของชินอ๋องเหยียนเค่อสิงเองมีชื่อเสียงเรียงนามว่า ท่านรองแม่ทัพสุมาเวินได้เข้ามาพูดคุยปรึกษาเรื่องการเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างชนเผ่านอกด่านและแคว้นเหยียนหลี่เจียนเจียนได้ยินดังนั้นแล้วก็ยิ่งขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยมากยิ่งขึ้นไปอีก ตั้งแต่นางได้ทะลุมิติมาอยู่ที่ยุคจีนโบราณนี่ ก็พอทราบมาอยู่บ้างว่าชินอ๋องเหยียนเค่อสิงเคยถูกพวกชนเผ่านอกด่านแอบลอบโจมตีและแอบลอบทำร
เพราะการร่วมรักอันต่อเนื่องยาวนาน ด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า หลี่เจียนเจียนจึงนอนหลับสลบไสลไปข้ามวัน เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที นางก็พบว่านี่เป็นเวลาเที่ยงตรงแล้ว เฉาปูและซูม่อเองที่กำลังรอคอยที่จะปรนนิบัติพระชายาอยู่ เมื่อพบว่าหลี่เจียนเจียนตื่นนอนขึ้นมาแล้ว พวกนางจึงพากันเข้ามาในห้องพร้อมพาหลี่เจียนเจียนไปแช่น้ำอุ่นอาบน้ำแต่งตัวใหม่ และให้คนมาทำความสะอาดห้องหอต่อ หลี่เจียนเจียนทราบความมาจากสาวใช้ทั้งสองคนว่าผ้ารองเตียงในวันเข้าหอนั้น ชินอ๋องเหยียนเค่อสิงได้นำไปเก็บเอาไว้ที่พระองค์แล้ว ส่วนในตอนนี้เองท่านอ๋องกำลังประชุมกับเหล่าขุนศึกอยู่ แล้วจะแวะมาเสวยข้าวเย็นกับพระชายาต่อเมื่อหลี่เจียนเจียนทราบมาดังนั้นแล้ว นางจึงได้เข้าครัวไปหยิบจับทำนั่นนิด ทำนี่หน่อย ช่วยเหล่าบรรดาพ่อครัว แม่ครัวในตำหนักเพื่อจัดเตรียมตั้งโต๊ะเสวยให้กับชินอ๋องเหยียนเค่อสิงนอกจากนี้ก่อนที่จะได้มากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันนั้น หลี่เจียนเจียนที่เข้าครัวมาจำต้องร่วมอาบน้ำแช่น้ำอุ่นขัดถูตัวปรนนิบัติชินอ๋องเหยียนเค่อสิงผู้เป็นสามีด้วย แต่ทว่ามิรู้นางปรนนิบัติเขาดีมากจนเกินไปหรือไม่ เขาจึงได้มอบสั
หลี่หลินหลินเดินกระทืบส้นเท้าจากมาด้วยความหัวเสีย ก่อนจะนั่งรถม้ากลับเข้าจวนไปด้วยอารมณ์เดือดจัดถึงขั้นขีดสุด“นังสารเลวหลี่เจียนเจียนนั่นมันไม่ยอมมอบเส้นเอ็นหัวใจมังกรให้กับข้าแล้ว กรี๊ด เหตุใดกันจึงเป็นเช่นนี้ไปได้”ไม่พูดเปล่าหลี่หลินหลินยังได้ขว้างปาข้าวของลงบนพื้นเสียจนแจกันราคาแพงระยับหลา
สุดท้ายทุกอย่างก็เป็นไปตามที่หลี่เจียนเจียนได้คาดเดาเอาไว้ เมื่อเวลาผ่านไปได้นานราวครึ่งชั่วยาม เฉาปูและซูม่อก็ได้เข้ามาแจ้งให้นางได้รับทราบว่าหลี่หลินหลินได้มาขอเข้าเฝ้านางแล้วหลี่เจียนเจียนกล่าวถ้อยคำอนุญาตออกมาในทันใดก่อนจะนั่งไขว่ห้างจิบชารอการมาเยือนของหลี่หลินหลินอยู่อย่างใจจดใจจ่อและเมื่
ด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากอาการป่วยเป็นไข้หวัดอีกทั้งยังสูญเสียเลือดจากการช่วยเหลือชินอ๋องเหยียนเค่อสิง พร้อมทุกเรื่องราวที่ได้พบเจอมามากมายที่ผ่านมานั้นทำให้หลี่เจียนเจียนนอนหลับไปอย่างไม่รู้สึกตัว อีกทั้งในค่ำคืนนี้เองหลี่เจียนเจียนรู้สึกมีความอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก นางถึงกลับนอนหลั
แม้ปากจะพูดออกไปดังนั้นแต่ความรู้สึกห่วงใยสายหนึ่งก็ได้พาดผ่านกลางหัวใจชินอ๋องเหยียนเค่อสิงขึ้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว เขาบอกกับทุกคนบนโต๊ะอาหารไปว่าหลี่เจียนเจียนไม่สบายจึงได้ให้นางพักรักษาตัวในตำหนัก เพื่อที่จะได้ไม่แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น ซึ่งทุกคนก็รับทราบในคำกล่าวนั้นเป็นอย่างดีองค์ไทเฮาได้ขอให้











