ทะลุมิติมาเป็นพระชายาที่ถูกเกลียดชัง

ทะลุมิติมาเป็นพระชายาที่ถูกเกลียดชัง

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-28
Oleh:  อ้ายเฟยOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
Belum ada penilaian
53Bab
5.2KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

พยายามรวบรวมสติ ตั้งจิตอธิษฐาน มูเตลูขอพรกับกลุ่มเพื่อนอยู่ดี ๆ ไหงลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีถึงได้มาโผล่ในยุคจีนโบราณอันมีอิอ๋องหน้าเหม็นคนนี้คอยเป็นเจ้ากรรมนายเวรอยู่ได้!! คำก็เจ้ามันเป็นสตรีน่ารังเกียจ สองคำก็ว่าเจ้ามันเป็นสตรีน่าชิงชัง โธ่เอ๋ย!! ใครจะอยากไปใกล้ชิดกันกับท่านอ๋องผู้นี้กันด้วยล่ะ ยิ่งเกลียดกันไปเลยก็ยิ่งดี สถานะสามีภรรยากันแต่ในนามวันนี้ นางจะหาทางตัดขาดให้ได้เลยคอยดู เรามันก็นักมวยหญิงอันดับหนึ่งของค่ายมวยพยัคฆ์สีทองเลยนะเว่ย เรื่องการต่อยตีใช้กำลังอะไรกันนั่น มีหรือที่เราจะยอมพ่ายแพ้!!

Lihat lebih banyak

Bab 1

หลี่เจียนเจียน

หลี่เจียนเจียน  สาวน้อยผมบ๊อบหน้าม้ายาวประบ่า  นัยน์ตากลมโตสุกใสดุจดั่งดวงดาวที่สุกสกาวพร่างพราวอยู่บนท้องฟ้า กำลังตวัดปลายพู่กันแต่งแต้มลวดลายภาพวาดลงบนผืนผ้าใบอยู่ด้วยสีหน้าผ่อนคลายน่าชื่นชม 

สายลมเย็นจากท้องทะเลพัดพาความเย็นอันชุ่มฉ่ำมาปะทะร่างงามอยู่เป็นระยะ  ทำเอาสาวน้อยต้องพลันระบายรอยยิ้มน้อย ๆ ออกมาแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าด้วยท่าทีมีความสุข 

ภาพที่เธอกำลังวาดอยู่นี้เป็นภาพคฤหาสน์สีขาวสไตล์โมเดิร์น-โคโลเนียลที่เธอชื่นชอบ  ตั้งอยู่ท่ามกลางสนามหญ้าที่เขียวขจี และแปลงดอกไม้อันงดงามนา ๆ ชนิด 

ในขณะที่เธอกำลังลงสีก้อนเมฆสีขาวดุจปุยฝ้าย

อยู่นั้น  เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์สุดหรูราคาแพงระยับก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน 

หลี่เจียนเจียนเหล่สายตาเหลือบมองดูหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง เธอคิดเอาไว้ในใจว่าหากเป็นเบอร์แปลกโทรเข้ามาแล้วล่ะก็ เธอจะตัดสายทิ้งและปิดเครื่องไปในทันที  จะไม่ยอมเสวนากับใครในเวลานี้เป็นอันขาด 

แต่ทว่าชื่อที่ขึ้นโชว์หราอยู่บนหน้าจอนั้นกลับขึ้นแสดงคำว่า  ปะป๋าสุดที่รัก  จึงทำให้สาวน้อยต้องละมือจากการวางพู่กันลงอย่างแสนเสียดาย  และสัมผัสหน้าจอรับสายผู้เป็นบิดาด้วยท่าทีไม่สบายใจอย่างไรก็บอกไม่ถูก  ลางสังหรณ์แปลก ๆ ได้เกิดขึ้นมาในทันทีอย่างช่วยไม่ได้  ราวกับว่าอนาคตข้างหน้านี้ เธอจะได้รับฟังเรื่องที่ไม่ดี  ไม่ถูกใจเธออย่างไรก็อย่างนั้น

“สวัสดีค่ะปะป๋า”  หลี่เจียนเจียนพยายามพูดขึ้นน้ำเสียงสดใสหลังจากกดรับสายผู้เป็นบิดาแล้ว

“โอ้ว! นางฟ้าของพ่อยอมรับสายแล้วหรือนี่นึกว่านางฟ้าตัวน้อยคนดีจะยอมรับสายพ่อพรุ่งนี้เสียอีก” 

หลี่เฉียนอดที่จะกล่าวเย้าแหย่ จิกกัดบุตรสาว

คนสวยน้องเล็กคนสุดท้องอย่างอารมณ์ดีขึ้นมาไม่ได้

“โถ่  ปะป๋าก็กล่าวหนักมากเกินไปแล้ว  หลี่เจียนเจียนคนนี้มีหรือที่จะกล้าไม่รับสายปะป๋ากันได้ล่ะคะ” 

หลี่เจียนเจียนพูดพร้อมกำหมัดแน่นแล้วคลาย  แน่นแล้วคลายอยู่อย่างนั้น  เพราะเริ่มที่จะออกอาการหมั่นไส้บิดาขึ้นมาไม่ได้เสียแล้ว

“ยอมรับสายป๊าแล้วก็ดี  เย็นนี้กลับมากินข้าวด้วยกันกับป๊านะลูก  แม่ของลูกบ่นคิดถึงลูกจนป๊าหูชาไปหมดแล้ว” 

หลี่เฉียนแสร้งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความเศร้าห้าส่วนด้วยกัน  ส่วนอีกห้าส่วนนั้นเป็นความพยายามตบตาลูกสาวนิดหน่อยอย่างเต็มที่

หลี่เจียนเจียนทำได้เพียงกรอกตาขึ้นมองบนด้วยความเบื่อหน่าย  ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าบิดาตัวดีนั้นชอบ

นัดบอดจับคู่เธอกับหนุ่ม ๆ ลูกชายบรรดาเพื่อน ๆ ในก๊วนนักธุรกิจหมื่นล้านของเขามากมายขนาดไหน  แม้ว่าเธอจะเคยบอกกับบิดาออกไปตั้งหลายครั้งแล้วว่า  เธอไม่ชอบวิธีการคลุมถุงชนแบบนี้แต่บิดาก็ล้วนไม่ใส่ใจเพราะบรรดาพี่ชายของเธอทั้งสี่คนนั้น ก็ล้วนแล้วแต่มีคนรักเป็นผู้หญิง

ที่บิดาจัดหามาให้ด้วยเช่นกัน  แต่นั่นย่อมใช้ไม่ได้ผลกับ

หลี่เจียนเจียนสาวน้อยหัวขบถ  ยอดนักปฏิวัติคนนี้เพราะเธอไม่ใช่แม่หมูในอวย วัวในคอกเสียหน่อย ที่จะยอมให้ใครมาจูงจมูกหรือสนตะพายเธอไปเรื่อยโดยไม่ใส่ใจถามไถ่ห่วงใยในสุขภาพจิตและความคิดของเธอเลยแม้แต่เพียงครึ่งคำ

         “พอดีหนูมีนัดประชุมแผนงานการออกแบบและแผนงานธุรกิจทางการทางตลาดกับทีมงานที่บริษัทน่ะค่ะป๊า  แล้วหนูก็พึ่งจะกลับไปเยี่ยมบ้านมาได้ราวสองสัปดาห์เองนะคะ  หม่าม๊าจะคิดถึงหนูจนทนไม่ไหวขนาดนั้นเลยหรือคะ  มันชักจะดูแปลก ๆ ไปนิดนึงนะ”

หลี่เจียนเจียนแสร้งทำน้ำเสียงเคร่งขรึมส่งไปตามสายเพื่อปรามบิดาตัวดีของเธอเสียหน่อย

“คนสวยก็จิตใจเข้มแข็งเกิ๊น  ไม่เห็นใจเห็นคอคนที่

เขาเอาแต่เฝ้าคิดถึงหนูเลยนะ”

หลี่เฉียนแสร้งทำเสียงน้อยอกน้อยใจส่งมาตามสาย 

พร้อมถามต่อไปว่า  “แล้วนี่  ตอนนี้หนูอยู่ที่ไหน?”

“หนูอยู่ชายทะเลไท่เหอค่ะ  หนูออกมาวาดรูปเล่นชมวิวผ่อนคลายเสียหน่อย  เดี๋ยวก็กลับแล้ว  ฝากความคิดถึงไปให้พี่ ๆ และหม่าม๊าด้วยนะคะ  แล้วหนูจะกลับไปเยี่ยมทุกคนค่ะ”

หลังกล่าวจบหลี่เจียนเจียนก็วางสายโทรศัพท์ไปในทันที

“หยางฟ่ง”  เสียงร้องเรียกหาบอดี้การ์ดข้างกายร่างสูงส่งเสียงขึ้นดังลั่น  เนื่องด้วยเธอรู้สึกอารมณ์ไม่ดีเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นไม่นานนักชายหนุ่มร่างสูง รูปร่างแข็งแรงก็วิ่งออกมาจาก ณ ที่มุมหนึ่งก่อนหลี่เจียนเจียนจะโยนโทรศัพท์มือถือของเธอออกไปข้างหน้าอย่างไม่ไยดี  เดชะบุญที่บอดี้การ์ดของเธอหูตาว่องไวจึงสามารถรับโทรศัพท์สุดหรูเอาไว้ได้ทันก่อนที่มันจะร่วงตกลงไปสู่พื้น

“ช่วยเอาโทรศัพท์บ้า ๆ นี่ ออกไปให้ห่างจากตัวฉันที แล้วใครโทรมาก็ไม่ต้องเสนอหน้ากดรับสายหรือเอา

โทรศัพท์มาให้ฉันนะ  รบกวนเวลาการวาดรูปชะมัดเลย”

หลี่เจียนเจียนพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์  หลังจากนั้นเธอจึงเดินกระแทกส้นเท้าไปนั่งลงบนเก้าอี้บุนวมอย่างดีที่เธอพกมาด้วย  พร้อมวาดรูปต่อไปด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ หลังจากนั้นจึงได้ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมากอดอกเอาไว้หลวม ๆ แล้วก้มหน้าลงหลับตาสูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ อย่างพยายามรวบรวมสติกลับคืนมาหาตนเองดังเก่า

เนิ่นนานกว่าหญิงสาวจะหยิบพู่กันขึ้นมาแต่งแต้มภาพวาดลงบนผืนผ้าใบนั้นได้สำเร็จเสร็จสิ้นไปอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์ก็กินเวลาไปได้ราวสี่สิบห้านาทีเลยทีเดียว  หลี่เจียนเจียนทอดสายตามองภาพวาดนั้นด้วย

สีหน้ามีความสุข  ไม่รอช้าเธอได้ตวัดปลายพู่กันขีดเขียนบทกลอนลงในผืนผ้าใบนั้นว่า 

รักแท้มิเสื่อมคลาย  แม้ห่างไกลเพียงไร  ย่อมได้พบเจอ  ด้ายแดงแห่งรัก  ผูกสมัครสัมพันธ์  ฉันและเธอ

หลังทุกอย่างเสร็จสิ้นลง  หลี่เจียนเจียนก็เก็บอุปกรณ์วาดรูปของเธอใส่ลงในกระเป๋าทรงคลาสสิคอย่างช้า ๆ  ทันใดนั้นเองหยางฟ่งก็ออกมาช่วยเธอเก็บของพร้อมทั้งสะพายกระเป๋านั้นเอาไว้บนบ่า  ผายมือค้อมตัวลงให้หลี่เจียนเจียนก้าวเดินนำไปข้างหน้าพาคุณหนูแสนงามกลับเข้าไปยังบ้านพักสุดหรูใกล้กันกับบริษัทที่หลี่เจียนเจียนทำงานอยู่อย่างไม่รอช้า

หลี่เจียนเจียนก้มหน้าลงมองดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือสุดหรูของเธอแล้วก็พลันต้องถอนหายใจออกมาแผ่วเบา  เห็นทีว่าวันหยุดสุดสัปดาห์นี้เธอคงต้องได้เดินทางกลับบ้านไปหาจูถิงหยงผู้เป็นมารดาและเหล่าบรรดาพี่ชายผู้เป็นดั่งองครักษ์พิทักษ์องค์หญิงของเธอเสียแล้วกระมัง  เพราะถึงอย่างไรเธอก็คงต้องหาพรรคพวกเอาไว้ต่อรองกับหลี่เฉียนผู้เป็นบิดาเสียหน่อย  หาไม่แล้วเธออาจจะถูกเขาจับคุลมถุงชนในภายหลังก็เป็นได้ 

เรื่องอะไรกันล่ะที่เธอจะยอมแต่งงานใช้ชีวิตกับชายหนุ่มที่เธอไม่เคยรู้จักมักคุ้น  ไม่ได้รักใคร่ชอบพอกันมาก่อน  นี่มันยุคสมัยไหนแล้ว  เป็นตายร้ายดี หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็ช่าง  เธอจะไม่มีวันยอมแต่งงานกับคนที่บิดาจับคู่มาให้ด้วยเป็นอันขาด

“ตอนนี้ก็เป็นเวลาสี่โมงเย็นแล้ว  นายมีธุระไปไหน

หรือเปล่า?” หลี่เจียนเจียนแกล้งถามออกไปอย่างไม่ได้สนใจคำตอบเท่าใดนัก

“ผมว่างตลอดครับคุณหนู  ไม่ได้มีธุระอะไร”

หยางฟ่งตอบกลับมาน้ำเสียงนอบน้อม

“อืม” หลี่เจียนเจียนขานรับเป็นเชิงรับรู้ เมื่อหยางฟ่งขับรถมาถึงยังบ้านพักหลังงามแล้วเธอจึงได้แย่งชิงกระเป๋าเก็บอุปกรณ์วาดรูปของเธอมาถือเอาไว้  เดินเข้าไปพักผ่อนข้างในบ้านทันที  ส่วนหยางฟ่งบอดี้การ์ดคนดีเองก็เดินไปยังบ้านหลังเล็กชั้นเดียวที่อยู่ห่างออกไปจากบ้านพักของหลี่เจียนเจียนราวสิบเมตรด้วยเช่นเดียวกัน

หลี่เจียนเจียนทิ้งตัวลงนอนบนเตียงแสนหนานุ่ม  ก่อนจะหยิบโทรศัพท์สุดหรูขึ้นมาเปิดดูความเคลื่อนไหวในไลน์กลุ่มเพื่อนรักของเธอเงียบ ๆ หรือเห็นทีว่าความกลุ้มอกกลุ้มใจของเธอในครานี้จะต้องพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเสียแล้ว

“เจินหลีหลี่

เจียงอีอี

เซียงลู่เหยา

ฟ่านจื่อหลาน

แล้วพวกเธอล่ะ ในตอนนี้มีเรื่องราวกังวลใจอะไรที่อยากจะไปมูเตลูขอพร อย่างฉันกันบ้างรึเปล่านะ?”

หลี่เจียนเจียนอดที่จะรำพึงถึงเหล่าบรรดาเพื่อนรักแก๊งค์สาวสุดสวยของตนไม่ได้  ก่อนจะตัดสินใจออกไปซ้อมมวยไทยต่อไปเพื่อระบายความกลัดกลุ้มที่สุมแน่นอยู่ภายในอกของเธอตอนนี้ 

โดยไม่ลืมส่งข้อความไปหาหยางฟ่งผู้ที่พ่วงตำแหน่งคนขับรถส่วนตัวและบอดี้การ์ดสุดแข็งแกร่งที่บิดายัดเยียดมาให้กับเธอด้วยอย่างเสียไม่ได้ 

เอาล่ะถึงอย่างไรหยางฟ่งเองก็ไม่เคยขัดใจเธอเลย

สักครั้ง ไม่ว่าเธอจะสั่งให้เขาทำอะไรให้ก็ตาม เพราะฉะนั้นช่วงเย็นวันนี้  เธอจะมีคู่ซ้อมฝีมือดีมาอีกหนึ่งคนแล้ว...

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
53 Bab
หลี่เจียนเจียน
หลี่เจียนเจียน สาวน้อยผมบ๊อบหน้าม้ายาวประบ่า นัยน์ตากลมโตสุกใสดุจดั่งดวงดาวที่สุกสกาวพร่างพราวอยู่บนท้องฟ้า กำลังตวัดปลายพู่กันแต่งแต้มลวดลายภาพวาดลงบนผืนผ้าใบอยู่ด้วยสีหน้าผ่อนคลายน่าชื่นชม สายลมเย็นจากท้องทะเลพัดพาความเย็นอันชุ่มฉ่ำมาปะทะร่างงามอยู่เป็นระยะ ทำเอาสาวน้อยต้องพลันระบายรอยยิ้มน้อย ๆ ออกมาแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าด้วยท่าทีมีความสุข ภาพที่เธอกำลังวาดอยู่นี้เป็นภาพคฤหาสน์สีขาวสไตล์โมเดิร์น-โคโลเนียลที่เธอชื่นชอบ ตั้งอยู่ท่ามกลางสนามหญ้าที่เขียวขจี และแปลงดอกไม้อันงดงามนา ๆ ชนิด ในขณะที่เธอกำลังลงสีก้อนเมฆสีขาวดุจปุยฝ้ายอยู่นั้น เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์สุดหรูราคาแพงระยับก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน หลี่เจียนเจียนเหล่สายตาเหลือบมองดูหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง เธอคิดเอาไว้ในใจว่าหากเป็นเบอร์แปลกโทรเข้ามาแล้วล่ะก็ เธอจะตัดสายทิ้งและปิดเครื่องไปในทันที จะไม่ยอมเสวนากับใครในเวลานี้เป็นอันขาด แต่ทว่าชื่อที่ขึ้นโชว์หราอยู่บนหน้าจอนั้นกลับขึ้นแสดงคำว่า ปะป๋าสุดที่รัก จึงทำให้สาวน้อยต้องละมือจากการวางพู่กันลงอย่างแสนเสียดาย และสัมผัสหน้าจอรับสายผู้เป็นบิดาด้วยท่าทีไม่สบายใจอย
Baca selengkapnya
คุณตาผู้เป็นไอดอล
“นายนี่นะ จะเป็นคู่ซ้อมมวยให้กับฉันดี ๆ ไม่ได้เลยหรือยังไงกัน เอาหน่อย สู้หน่อย เหวี่ยงหมัดให้แรงกว่านี้ ให้ไวกว่านี้เร็วเข้า” หลี่เจียนเจียนออกคำสั่งคนขับรถของเธอด้วยความหัวเสีย เขาแรงน้อยเช่นนี้แลดูเหมือนกับว่าจะไม่ได้กินอะไรตกถึงท้องมาตลอดทั้งวันเลยสิหน่า “หยางฟ่ง นายอย่าเอาแต่ปัดป้องอยู่อย่างนี้ มาสู้กันกับฉันเร็วเข้า นายไม่ต้องออมมือให้กับฉันหรอกนะ” ในขณะพูดหลี่เจียนเจียนก็ยังคงวาดลวดลายแม่ไม้มวยไทยใส่คู่ซ้อมอย่างหยางฟ่งออกมาอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งหยางฟ่งเองก็เอาแต่เพียงปัดป้อง ป้องกันตัวและหลบหลีกจากคุณหนูของตนเพียงเท่านั้น ไม่กล้าประเคน หมัด เท้า เข่าศอก ใส่คุณหนูแสนงามเลยแต่อย่างใดสร้างความขุ่นข้องหมองใจให้เกิดขึ้นกับหลี่เจียนเจียนเป็นอย่างมาก จนเธอถึงกับเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ที่ปลายหางคิ้วของเขาเข้าอย่างจังทำเอาหยางฟ่งถึงกับล้มทั้งยืนไปเลยทีเดียวหยาดเลือดไหลซึมออกมาตรงปลายหางคิ้วของเขาราวกับสายน้ำหลาก หลี่เจียนเจียนเห็นดังนั้นจึงหยุดซ้อมมวยในทันใด ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาทางปาก “นายรีบไปทำแผลที่คลินิกเถอะ และต้องขอโทษด้วยที่ฉันอารมณ์ร้อน
Baca selengkapnya
ความฝันของหลี่เจียนเจียน
บรรยากาศการทำงานที่บริษัทจัดจำหน่ายอาหารชื่อดัง ในฝ่ายการตลาดและการออกแบบการผลิตบรรจุภัณฑ์ วันนี้ดูคึกคักตั้งแต่เช้า ทุกคนต่างกำลังพูดคุยกันเรื่องการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใส่อาหารตัวใหม่กันอย่างออกรสชาติ บ้างก็กำลังกางแผนงานธุรกิจพร้อมการออกแบบของตนออกมาให้คนในทีมได้รับรู้กันไปทั่วด้วยหลี่เจียนเจียนเดินอมยิ้มน้อย ๆ ไปนั่งลงตรงโต๊ะทำงานของเธอ พร้อมนำแผนการออกแบบและแผนงานธุรกิจของเธอในลิ้นชักโต๊ะ ออกมาอ่านทบทวนอีกครั้งก่อนที่จะเข้าร่วมประชุมทีมกันในวันนี้เวลาบ่ายโมงครึ่งแม้ว่าหลี่เจียนเจียนจะเป็นลูกสาวของนักธุรกิจที่ร่ำรวยระดับหมื่นล้าน แต่เธอเองกลับตัดสินใจเลือกที่จะสมัครเข้าทำงานในบริษัทใหม่ที่ไม่ได้อยู่ใกล้กันกับบ้านเกิด เพื่อที่เธอจะได้เรียนรู้การทำงานได้จากประสบการณ์ตรง ไม่ใช่มีแต่คนมาประจบสอพลอเพราะเห็นว่าเธอเป็นลูกสาวท่านประธานบริษัทเพียงเท่านั้น หากจะพูดถึงธุรกิจหมื่นล้านของบิดาแล้วล่ะก็หลี่เจียนเจียนก็สามารถบอกได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า บิดาของเธอนั้นทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พ่วงด้วยร้านอาหารสุดหรูในเครือโรงแรมประจำตระกูลหลี่อยู่มากมายกระจายไปทั่วทุกแห่งหน นอกจ
Baca selengkapnya
พรรคพวกของหลี่เจียนเจียน
หลี่เจียนเจียนนั่งนิ่งมาตลอดเส้นทางกลับบ้านเกิดที่เมืองหนานโจว บางคราเธอก็ส่งสายตาออกไปมองข้างนอกรถด้วยใบหน้านิ่งสงบ ไม่ทราบว่าในวัยทำงานนี้แต่ยังไม่มีแฟนเป็นความผิดปกติที่ตรงใดหรือไม่ บิดาถึงได้ดิ้นรนอยากจะจับคู่คลุมถุงชนเธอกับบรรดาลูกชายเศรษฐีพวกนั้นนักการเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาทั้งสิ้นราวสี่ชั่วโมงด้วยกัน เมื่อหลี่เจียนเจียนเดินทางไปถึงก็พบว่าครอบครัวของเธอต่างอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างครบครัน แต่ทว่าเหล่าบรรดาพี่สะใภ้และคนรักของพี่ชายนั้นกลับไม่ได้มาด้วย พวกเขาต่างให้เหตุผลว่า ฝากให้ภรรยาช่วยดูแลงานที่บริษัทบ้าง และพวกเธอมีธุระบ้างจึงไม่ได้ให้ติดตามมาด้วย พร้อมบอกว่าอยากให้การเจอกันครั้งนี้มีเพียงคนในครอบครัวมากกว่า หลี่เจียนเจียนจึงไม่ได้ว่าอะไรและพยักหน้าลงน้อย ๆ เป็นเชิงรับรู้ หลังจากที่กล่าวถ้อยคำทักทายกันพอให้หายคิดถึง ก็เป็นเวลากินอาหารเที่ยงร่วมกันพอดี ทุกคนจึงได้พากันไปรวมตัวกันในห้องอาหารขนาดใหญ่ต้องบอกก่อนว่าคฤหาสน์ที่หลี่เจียนเจียนอาศัยอยู่ตั้งแต่เกิดนั้นมีขนาดที่ใหญ่โตกว้างขวางเป็นอย่างมาก กินพื้นที่ไปมากมายหลายไร่เลยทีเดียว รายการอาหารวันนี้ก็มีมากมา
Baca selengkapnya
มูเตลูขอพรกับกลุ่มเพื่อน1
กว่าหลี่เจียนเจียนจะขอตัวออกเดินทางกลับมายังบ้านพักสุดหรูของเธอได้ ก็แทบจะลากเลือดในการกล่าวปฏิเสธต่อถ้อยคำชวนของผู้เป็นบิดาและมารดาในการขอให้เธอพักค้างคืนอยู่กับพวกเขาต่อไปอีกสักคืนเลยทีเดียวร่างเล็กนั่งยกมือขึ้นมากุมขมับพร้อมนวดคลึงไปมาเบา ๆ หยางฟ่งเองก็เอาแต่ลอบสังเกตดูคุณหนูของเขาอยู่บ่อยครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใยว่า“คุณหนูจะให้ผมแวะซื้ออะไรอุ่น ๆ หรือขนมหวาน มากินรองท้องก่อนกลับถึงที่พักหรือเปล่าครับ”“อืม ได้จิบนมอุ่น ๆ สักแก้วก็ดีเหมือนกัน นายช่วยแวะปั๊มข้างหน้าด้วยนะหยางฟ่ง” หลี่เจียนเจียนพูดพลางเป่าลมหายใจออกมาทางปาก“ครับคุณหนู” หยางฟ่งกล่าวรับคำพร้อมรีบแวะปั๊มน้ำมันลงไปหาซื้อนมอุ่น ๆ มามอบให้กับคุณหนูของเขา“ต้องลำบากนายแล้วจริง ๆ นะ หยางฟ่ง นายเองก็ดูแลฉันมาตั้งหลายปีแล้ว ไม่คิดจะลาออกจากตำแหน่งนี้ แล้วไปแต่งงานมีครอบครัวหรือยังไงกัน?”หลี่เจียนเจียนเอ่ยถามพร้อมจิบนมอุ่นไปด้วย สีหน้าที่ผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น“ไม่ละครับคุณหนู เพราะผมเอ่อ ผมยังไม่มีแฟนครับ” หยางฟ่งตอบพร้อมกับก้มหน้าลงเล็กน้อย“ถามแค่นี้ก็ถึงกับก้มหน้าก้มตาลงเลยหรือ ตั้งใจขับรถหน่อยสิหยางฟ่ง
Baca selengkapnya
เหยียนอ๋องคนสารเลว!
กลิ่นกำยานที่ไหลวนตลบอบอวลไปทั่วห้องบวกกับเสียงร้องไห้ปริ่มจะขาดใจตายนั้น ส่งผลให้หลี่เจียนเจียนต้องขยับเปลือกตายุกยิกค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้า ๆเมื่อพบเจอเข้ากับหญิงสาวนางหนึ่งที่แต่งกายแปลกตาด้วยชุดจีนโบราณกำลังนั่งร้องไห้ครวญครางพร้อมมีหยาดน้ำตาร่วงพรูหยดลงมาต้องใบหน้างามของเธออยู่เป็นระยะ ก็ทำเอาหลี่เจียนเจียนถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย“ธะ เธอเป็นใครกันน่ะ?”หลี่เจียนเจียนเปล่งเสียงถามน้ำเสียงเบาหวิว“พระชายาทรงฟื้นแล้ว หม่อมฉันดีใจเหลือเกิน เพคะที่พระชายาทรงฟื้น”หญิงสาวผู้นั้นเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีดีใจเป็นอย่างมาก“พระชายาทรงรอสักนิดนะเพคะ หม่อมฉันได้ให้เฉาปูไปตามท่านอ๋องให้เสด็จมาที่นี่แล้วเพคะ”“พระชายา ท่านอ๋อง นี่มันเรื่องอะไรกัน!?”หลี่เจียนเจียนอุทานออกมาด้วยความไม่เชื่อหูตนเองนัก จำได้ดีว่าก่อนที่เธอจะฟื้นขึ้นมาที่นี่ เธอกำลังแบกฟ่านจื่อหลานขึ้นขี่หลัง เดินทางไปหาหมอตอนเพื่อนของเธอเกิดอาการไม่ดี ในขณะที่กำลังพากันนั่งขอพรอยู่บนเขาไม่ใช่หรือยังไงกัน นั่งมูเตลูขอพรอยู่อย่างดิบดี ทำไมตกเขาแล้วลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีเธอถึงได้มาอยู่ในสภาพนี้กันได้นะในขณะที่หลี่
Baca selengkapnya
จำได้แค่บางคน 1
ในช่วงที่หลี่เจียนเจียนเป็นลมไม่ได้สติไปนี้ ภาพความทรงจำเดิมได้ปรากฏขึ้นให้เห็นว่า ดรุณีน้อยรูปงามผู้หนึ่งที่มีรูปร่างหน้าตาพิมพ์เดียวกับเธอโดยไม่ผิดเพี้ยนกำลังทรุดตัวนั่งร้องห่มร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจเหลือประมาณ หลังจากนั้นนางจึงได้เกิดความคิดชั่ววูบตัดสินใจผูกคอตนเองเข้ากับขื่อคาน จนจบชีวิตลงในที่สุด ซึ่งตัวเธอเองในยุคปัจจุบันที่กำลังไปไหว้เจ้าขอพรมูเตลูกับกลุ่มเพื่อนอยู่ดี ๆ ก็ประจวบเหมาะเคราะห์ร้ายผลัดตกเขาเข้า จึงทำให้วิญญาณของเธอต้องได้มาเกิดใหม่ในร่างนี้อย่างน่าอัศจรรย์หลี่เจียนเจียนรู้แต่เพียงว่าร่างนี้มีสาวใช้คนสนิทอยู่ด้วยกันสองคนคือ เฉาปู กับซูม่อ มีบิดานามหลี่หวางโจวที่เป็นขุนนางรับใช้ใกล้ชิดองค์ฮ่องเต้ตำแหน่งอัครมหาเสนาบดี มีมารดานามไห่ถังถังที่มีกิจการการค้าอันร่ำรวยหลายอย่าง เนื่องด้วยบิดาของไห่ถังถังเองมีตำแหน่งเป็นถึงเจ้ากรมการคลังของแค้วนเหลียวเลยทีเดียวนอกจากนี้เจ้าของร่างนี้ยังมีน้องสาวหนึ่งคนที่รู้สึกไม่ชอบหน้าเอาเสียเลยนามหลี่หลินหลิน ในภาพจำนั้นหลี่เจียนเจียนสามารถจดจำรายละเอียดและรูปร่างหน้าตาคนรอบกายของร่างเดิมได้เป็นอย่างดี แต่ทว่าต่อให
Baca selengkapnya
จำได้แค่บางคน 2
เอาล่ะวะ เธอจะหาทางใช้ข้ออ้างเรื่องที่เธอเป็นลมล้มหัวกระแทกพื้นนี้แสร้งทำเป็นคนความจำเสื่อมขึ้นมาท่าจะดี เพราะเธอจะได้ลองสอบถามหาข้อมูลกับสาวใช้ทั้งสองคนนี้ได้“เอาล่ะ ๆ รีบลุกขึ้นมาเร็วเข้า ถ้วยยาตกแตกแค่นี้เอง พวกเจ้าก็ไปต้มยามาใหม่ พร้อมเก็บเศษกระเบื้องนี้ออกไปก็เป็นอันสิ้นเรื่อง ทำไมต้องพากันคุกเข่าโวยวายทำเป็นเรื่องราวใหญ่โตกันด้วยล่ะ?”หลี่เจียนเจียนพูดขึ้นน้ำเสียงเบาสบาย พร้อมคลี่ยิ้มออกมาน้อย ๆ ด้วยท่าทางใจดีเป็นอย่างยิ่ง ทำเอาสองสาวใช้ถึงกับพากันอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึงปนสงสัย“เอาล่ะเฉาปูเจ้าไปต้มยาถ้วยใหม่มาให้กับข้า ส่วนซูม่อเจ้าอยู่เป็นเพื่อนข้าก่อน พอดีข้ามีเรื่องที่อยากจะสอบถามเจ้าหน่อยน่ะ”“เพคะ” สองสาวใช้ทั้งสองคนต่างขานรับคำสั่งขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกันหลี่เจียนเจียนเองก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อีกครั้ง หลังจากนั้นจึงถามออกไปว่า“ทำไมพวกเจ้าสองคนถึงได้ดูมีท่าทีหวาดกลัวข้านักเล่า?”“หม่อมฉันกลัวว่าจะถูกพระชายาตบตีเข้าเพคะ”ซูม่อเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเบาหวิว“ฉัน เอ้ย ข้านี้นะ จะตบตีคนอื่นด้วยเรื่องไร้สาระอย่างนี้?” หลี่เจียนเจียนขมวดคิ้วถาม เดิมทีที่ผ่านมา
Baca selengkapnya
บุกหาท่านอ๋อง
หลังกล่าวพึมพำอะไรกับตนเองเสร็จ หลี่เจียนเจียนก็เดินสำรวจดูไปรอบห้อง ก่อนจะพบเข้ากับมุมแต่งตัวของหลี่เจียนเจียนคนเดิมเข้า เธอจึงได้เดินเข้าไปดูอยางช้า ๆ เมื่อพบเข้ากับกระจกทองเหลืองบานหนึ่ง ด้วยความอยากรู้อยากเห็นหลี่เจียนเจียนจึงได้หยิบยกเอากระจกขึ้นมาส่องดูใบหน้าของเธอเข้า หลังจากนั้นหลี่เจียนเจียนจึงได้นิ่งอึ้งตะลึงงันไปชั่วขณะเมื่อพบว่าร่างนี้ในยุคจีนโบราณนี้ มีรูปร่างหน้าตาพิมพ์เดียวกันกับเธออย่างกับแกะ แตกต่างกันแค่เพียงทรงผมและการแต่งกายเพียงเท่านั้นหลี่เจียนเจียนเห็นอย่างนั้นแล้วก็เกิดอาการขาสองข้างอ่อนแรงไปชั่วขณะ จนเธอถึงกับเซถลาไปทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ พร้อมยกมือกุมขมับขึ้นมาทันทีด้วยความคาดไม่ถึงไอ้เรื่องเสียใจที่ตายจากโลกยุคปัจจุบันมานั้นมันก็น่าเสียใจมากอยู่หรอก เพราะเธอยังอยู่ในวัยเริ่มต้นทำงานเก็บเงินสร้างเนื้อสร้างตัวเท่านั้น ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย กลับต้องมาตกเขาตายไปเสียก่อน แต่หากจะให้เธอนั่งลงกรีดร้อง ร้องไห้โวยวายตีอกชกหัวตนเองนั่นล่ะก็ เธอย่อมไม่ทำแน่ เพราะความอ่อนแอนี้มันไม่ใช่นิสัยของหลี่เจียนเจียนเลยแม้แต่น้อยหลี่
Baca selengkapnya
ปะทะกันเล็กน้อย
ชินอ๋องเหยียนเค่อสิงเองเมื่อเห็นว่าบุรุษชายฉกรรจ์เอาแต่พากันจ้องมองพระชายาที่ตนเองแสนจะเกลียดชังจนตาค้างนิ่งอึ้งตะลึงงันกันไปเป็นแถวเช่นนั้นแล้วจึงแสร้งกระแอมไอขึ้นมาเสียงดังเพื่อดึงสติของพวกเขาให้กลับคืนมาเสียหน่อยได้ผลเพียงชินอ๋องเหยียนเค่อสิงส่งเสียงกระแอมไอไปได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เหล่าชายฉกรรจ์ทุกคนก็ดึงสติกลับมาหาตนเองได้ดั่งเก่าด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะพากันยกชาขึ้นมาจิบแก้เก้อ“ช่างเป็นสตรีที่ไร้มารยาทเป็นอย่างยิ่ง กล้าดีเช่นไร จึงได้บุกเข้ามาในเขตหวงห้ามของข้าเช่นนี้”ชินอ๋องเหยียนเค่อสิงตรัสขึ้นน้ำเสียงเย็นยะเยือก ทำเอาผู้คนที่อยู่ ณ ที่นั่นต้องเกิดอาการหวาดกลัวกันไปหมดจนขนหัวลุกอย่างบอกไม่ถูก ผิดกันกับหลี่เจียนเจียนที่เธอเองไม่ได้มีความหวาดกลัวต่อท่านอ๋องผู้นี้เลยแม้แต่น้อย ถึงกลับตอบเขากลับคืนไปอย่างไม่ยอมน้อยหน้าว่า“ฉัน”หลี่เจียนเจียนเอ่ยออกมาได้เพียงเท่านั้นเฉาปูและซูม่อต่างก็ช่วยกันดึงชายเสื้อของเธออยู่ยิก ๆ เป็นเชิงเตือนสติให้หลี่เจียนเจียนได้รับรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังพูดคุยกับใครอยู่ หลี่เจียนเจียนจึงได้สติกลับมาได้พร้อมเอ่ยออก ไปว่า “หม่อมฉันมีเรื่องสำคัญท
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status