Share

มูเตลูขอพรกับกลุ่มเพื่อน

last update Last Updated: 2026-02-25 00:52:08

กว่าหลี่เจียนเจียนจะขอตัวออกเดินทางกลับมายังบ้านพักสุดหรูของเธอได้  ก็แทบจะลากเลือดในการกล่าวปฏิเสธต่อถ้อยคำชวนของผู้เป็นบิดาและมารดาในการขอให้เธอพักค้างคืนอยู่กับพวกเขาต่อไปอีกสักคืนเลยทีเดียว

ร่างเล็กนั่งยกมือขึ้นมากุมขมับพร้อมนวดคลึงไปมาเบา ๆ  หยางฟ่งเองก็เอาแต่ลอบสังเกตดูคุณหนูของเขาอยู่บ่อยครั้ง  ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใยว่า

“คุณหนูจะให้ผมแวะซื้ออะไรอุ่น ๆ หรือขนมหวาน มากินรองท้องก่อนกลับถึงที่พักหรือเปล่าครับ”

“อืม ได้จิบนมอุ่น ๆ สักแก้วก็ดีเหมือนกัน นายช่วยแวะปั๊มข้างหน้าด้วยนะหยางฟ่ง” หลี่เจียนเจียนพูดพลางเป่าลมหายใจออกมาทางปาก

“ครับคุณหนู” หยางฟ่งกล่าวรับคำพร้อมรีบแวะปั๊มน้ำมันลงไปหาซื้อนมอุ่น ๆ มามอบให้กับคุณหนูของเขา

“ต้องลำบากนายแล้วจริง ๆ นะ หยางฟ่ง  นายเองก็ดูแลฉันมาตั้งหลายปีแล้ว ไม่คิดจะลาออกจากตำแหน่งนี้ แล้วไปแต่งงานมีครอบครัวหรือยังไงกัน?”

หลี่เจียนเจียนเอ่ยถามพร้อมจิบนมอุ่นไปด้วย

สีหน้าที่ผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

“ไม่ละครับคุณหนู  เพราะผมเอ่อ  ผมยังไม่มีแฟนครับ”  หยางฟ่งตอบพร้อมกับก้มหน้าลงเล็กน้อย

“ถามแค่นี้ก็ถึงกับก้มหน้าก้มตาลงเลยหรือ  ตั้งใจขับรถหน่อยสิหยางฟ่ง  ฉันยังไม่อยากจะอายุสั้นหรอกนะ”  หลี่เจียนเจียนกล่าวกลั้วด้วยรอยยิ้ม  การได้พูดจาหยอกล้อคนข้างกายสักนิดนึง  ก็ทำให้เธอพลอยลดความตึงเครียดลงไปได้บ้างอยู่บางส่วนแล้ว

“แล้วตอนนี้นายอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ  ถึงได้บอกว่า

ยังไม่มีแฟนน่ะ  แล้วในตอนนี้เองไม่มีคนที่ชอบพอใจอยู่หรือยังไงกัน?”

หลี่เจียนเจียนถามชวนคุย เพื่อฆ่าเวลาและฆ่าความเงียบยามค่ำคืนวันนี้ไปด้วย

“ผมอายุ 28 ปีแล้วครับคุณหนู  ก็พอมีคนที่ชอบพออยู่บ้าง  แต่ว่ายังไม่มีแฟนครับ”

หยางฟ่งตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ติดจะไปทางเขินอายอยู่บ้างสักเล็กน้อย

“แหม น่าอิจฉาคนที่หยางฟ่งชอบจังเลยนะ นายดูแลฉันดีขนาดนี้  แน่นอนว่าสำหรับคนที่นายชอบแล้ว  นายจะต้องดูแลเขามากกว่านี้อีกหลายเท่าเป็นแน่  แล้วนี่ทำไมไม่ซื้ออะไรให้ตัวเองมากินรองท้องบ้างล่ะ  นายต้องหัดดูแลสุขภาพตัวเองด้วยเข้าใจมั้ย”

หลี่เจียนเจียนพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง  เมื่อเธอไม่เห็นว่าหยางฟ่งจะกินหรือดื่มอะไรเลยแม้แต่น้อย  ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาในการดูแลเธอ  หยางฟ่งต้องอดข้าวอดน้ำไปกี่ครั้งแล้วกันแน่

“เอ่อ  หยางฟ่ง  พอดีเช้าวันพรุ่งนี้  เพื่อนรักสมัย

มัธยมปลายของฉันเขาจะมารวมตัวกันขอพรน่ะ  หากนายมีธุระอะไรก็ไปทำเถอะนะ  เดี๋ยวฉันขับรถไปรวมตัวกับกลุ่มเพื่อนเองก็ได้” 

หลี่เจียนเจียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเกรงใจเป็นอย่างยิ่ง  คนอื่นเขาส่วนมากมักจะมีสาวใช้ประจำตัวในการคอยดูแลรับใช้ต่าง ๆ  แต่เธอกลับมีเพียงหยางฟ่งคนเดียวเท่านั้นที่ทำหน้าที่ดูแลเธอทุกอย่างโดยไม่มีถ้อยคำปริปากบ่นเลยแต่อย่างใด  ชายหนุ่มร่างสูงราวหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร  ผิวคล้ำดำแดดแต่แลดูสุขภาพดี  ใบหน้าหล่อเหลาคมคายทว่านิ่งเฉยราวกับหุ่นยนต์ไม่แสดงอารมณ์กับคนทั่วไปมีเพียงยิ้มน้อย ๆ ให้กับหลี่เจียนเจียนบางครั้งบางคราเพียงเท่านั้น เขาแต่งกายสะอาดสะอ้านด้วยชุดลำลองที่เธอจัดหามาให้  เพราะเธอเคยบอกกับเขาไปว่าไม่ชอบเขาในลุคใส่สูทผูกไทด์เพราะมันดูเคร่งขรึมและเป็นการเป็นงานมากเกินไป  เธออยากให้เขาเป็นคนปกติธรรมดาเวลาที่อยู่กับเธอมากกว่า

“ผมไม่มีธุระอะไรเลยครับคุณหนู  ผมว่างตลอดครับ”  หยางฟ่งตอบกลับมาน้ำเสียงสุภาพเรียบร้อย

“ฉันเองก็ได้ใบขับขี่มานานหลายปีแล้ว  แต่นายก็ยังไม่ยอมให้ฉันได้ทำอะไรด้วยตนเองบ้างเลย  จนตอนนี้ฉันแทบจะกลายเป็นคนพิการอยู่รอมร่อแล้วนะ  รู้บ้างหรือเปล่า”  หลี่เจียนเจียนพูดพร้อมยกมือขึ้นมากอดอกเอาไว้หลวม ๆ และทำแก้มป่องออกมาเล็กน้อยอย่างนึกขัดใจ

“ก็มันเป็นหน้าที่ของผมนี่ครับคุณหนู”

หยางฟ่งตอบกลับมาน้ำเสียงอ่อนใจ

“เอาล่ะ ๆ ฉันไม่อยากเถียงกันกับนายแล้ว  ยังไงก็ช่วยแวะที่ภัตตาคารลอยฟ้าห่าวซือหน่อยก็แล้วกัน  ฉันจะพานายไปหาอะไรกินสักหน่อย  ถือว่าฉันเลี้ยงก็แล้วกัน  ห้ามปฏิเสธละรู้มั้ย”

หลังกล่าวจบหลี่เจียนเจียนก็ยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาไขว่ห้างเอาไว้  พร้อมเอนหลังพิงเบาะนั่งรถยนต์หลับตาพริ้มไปในที่สุด

เกลียดเสียจริงกับการที่ถูกบิดาจับคู่ให้กับคนนั้น

คนนี้  เห็นทีว่าเมื่อเช้าวันพรุ่งนี้มาเยือน  เธอคงต้องมู

ขอพรเรื่องความรักดูบ้างสักหน่อยแล้ว

หลี่เจียนไม่รู้ว่าตนเองนอนหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่  รู้ตัวอีกทีเธอก็ตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่แล้ว

“เฮ้ย! นี่หยางฟ่งอุ้มเราขึ้นมานอนบนเตียงในห้องเลยอย่างนั้นหรือ?”

หลี่เจียนเจียนพึมพำกับตนเองขึ้นมาหน้าตาตื่น  ปกติเธอมักจะรักษาระยะห่างของตนกับคนอื่นและเพศตรงข้ามเสมอ  แต่กับหยางฟ่งเองเธอกลับบอกตัวเองไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงได้รู้สึกอบอุ่นและไว้วางใจเขามากกว่าคนอื่นไปอีกหลายเท่าตัวนัก  อาจเป็นเพราะว่าเธอกับเขาอยู่ด้วยกันมานานนับสิบปีเลยกระมัง  แต่ทว่า

หยางฟ่งเองก็น่าจะเอ่ยปากส่งเสียงปลุกเธอเสียหน่อย

ไม่น่าจะอุ้มเธอขึ้นมานอนในห้องแบบนี้เลยนี่นา

‘แต่ว่าตายแล้ว ตาย ๆ ๆ นี่มันกี่โมงแล้ว  เธอมีนัดกับเหล่าแก๊งค์เพื่อนสาวเอาไว้ว่าจะไปขอพรด้วยกันนี่นา  ไม่ได้การแล้ว  เห็นทีต้องเร่งมือเข้าหน่อย  เพราะเธอไม่อยากจะไปสายนี่นา’

นึกได้ดังนั้นแล้วหลี่เจียนเจียนจึงได้รีบไปอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดทะมัดทะแมงรัดกุมเหมาะต่อการขึ้นเขา  และโทรบอกให้หยางฟ่งรีบเอารถออกพาเธอไปหาเพื่อน ๆ ในจุดนัดพบทันใด

ทันทีที่พบเห็นว่าเพื่อน ๆ ต่างพากันมาครบแล้ว  หลี่เจียนเจียนจึงได้วิ่งเข้าไปหาเพื่อนรักและโอบกอดแต่ละคนเอาไว้ด้วยความคิดถึง  ทั้งห้าคนต่างจูงมือกันเดินขึ้นเขาไป  พูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ  อัพเดตเรื่องราวกันไปตามทางขึ้นเขาโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย  เมื่อเดินมาถึงสถานที่ขอพรแล้ว  ทั้งห้าสาวจึงได้หยุดการพูดคุยกันลงเพียงเท่านั้น  พร้อมนั่งลงจุดธูปยกมือขึ้นกราบไหว้กล่าวถ้อยคำอธิษฐานขอพรนั้นอยู่ในใจ  หลี่เจียนเจียนไม่รู้

หรอกว่าเหล่าเพื่อนรักนั้นได้พากันกล่าวถ้อยคำขอพรออกไปว่าอะไรบ้าง  ส่วนเธอนั้นได้กล่าวถ้อยคำอวยพรออกไปว่า

“อนาคตข้างหน้านี้  ขอให้เธอได้พบเจอกับคนรัก

ที่ดีพร้อมในทุกด้าน  และรักเธอมากเสียจนยอมตายแทนเธอได้”

ในขณะที่ทุกคนกำลังตั้งใจอธิษฐานกล่าวคำอวยพรอยู่นี้  เธอก็ได้ยินเซียงลู่เหยากล่าวสวดมนต์อะไรบางอย่าง  จึงได้ลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ  ก็คำอธิษฐานของหลี่เจียนเจียนนั้นสั้นแค่นิดเดียวจะให้หลับตานั่งนิ่งอยู่เนิ่นนานได้อย่างไร

แต่ทว่าเมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วก็พบว่าฟ่านจื่อหลาน  กำลังมีอาการหายใจเข้าออกถี่ ๆ  ราวกับคนขาดอากาศกำลังจะหมดลมหายใจตาย  อีกทั้งยังเริ่มมีผื่นแดงขึ้นไปทั่วตามใบหน้าและร่างกายอีกด้วย  นอกจากนี้เพื่อนของเธอยังได้เอนตัวลงไปกับพื้นเริ่มชักดิ้นชักงอและมีน้ำลายฟูมปากออกมาแล้ว

“จื่นหลาน  นี่เธอเป็นอะไรไป!?”

หลี่เจียนเจียนพูดขึ้นด้วยความตกใจ  ทำให้เพื่อนอีกสองคนที่เหลือลืมตาขึ้นมาจากการสวดมนต์อธิษฐานขอพรในทันที

หลี่เจียนเจียนพบว่าเจียงอีอีไม่ได้นั่งอยู่ที่นี่กับกลุ่มเพื่อนแล้ว  เห็นทีว่าคำอธิษฐานขอพรของเจียงอีอีนั้น  น่าจะสั้นกว่าของเธอกระมัง  เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วเธอจึงไม่เห็นเพื่อนรักอยู่ครบแก๊งค์กันเช่นนี้

แลดูว่าเจินหลีหลี่จะมีสติดีกว่าเพื่อน  เธอรีบเอ่ย

ขึ้นมาว่า “พวกเรารีบพาจื่อหลานไปโรงพยาบาลกันเถอะ”

“เอาสิ”  หลี่เจียนเจียนกล่าวรับคำพร้อมรีบอุ้มเอาฟ่านจื่นหลานให้มาขี่หลังของเธอทันที ส่วนเซียงลู่เหยานั้นยังคงเชื่อมั่นในพลังสายมูของตัวเธอเองอย่างเต็มที่จึงตัดสินใจนั่งสวดมนต์ต่อไปโดยหวังว่าการสวดมนต์ในครั้งนี้ของเธอจะสามารถช่วยชีวิตฟ่านจื่อหลานเอาไว้ได้ 

หลี่เจียนเจียนรีบแบกฟ่านจื่อหลานขึ้นหลังด้วยหวังนำเพื่อนรักไปส่งยังหน่วยแพทย์ที่ใกล้ที่สุด  โดยมีเจินหลี

หลี่ที่รีบออกไปโทรศัพท์หาหน่วยกู้ภัยให้มาช่วยรับฟ่านจื่อหลานด้วยเช่นกัน  แต่แลดูเหมือนว่าบนภูเขาลูกนี้จะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถืออย่างไรหรือก็ไม่ทราบได้ หลี่เจียนเจียนเห็นเจินหลีหลี่ทำหน้ามุ่ยพร้อมสบถออกมาด้วยความหัวเสีย  เพื่อเป็นการช่วยชีวิตของเพื่อนรักแล้ว  หลี่เจียนเจียนจึงไม่อยากรั้งรออะไรอีก  โชคดีที่เธอเป็นนักมวย

อีกทั้งยังออกกำลังกายมาโดยตลอด  แม้ว่าเธอจะมีรูปร่างเล็กและส่วนสูงที่ไม่มากนัก  แต่ก็แข็งแรงพอที่จะให้

ฟ่านจื่อหลานขี่หลังได้  ไม่รอช้าหลี่เจียนเจียนได้รีบวิ่งออกไปด้านหน้าด้วยความรวดเร็ว  แต่ในขณะที่เธอกำลังจะวิ่งไปถึงบันไดลงเขาไป  หลี่เจียนเจียนกลับได้สะดุดก้อนหินตกเขาไปในทันที  เธอกรีดร้องเสียงดังขึ้นด้วยความตกใจกลัว  ภูเขาลูกนี้มีความสูงชันเป็นอย่างมาก  หลี่เจียนเจียนรู้ดีว่าหากเธอตกลงไปแล้วล่ะก็  ร่างกายของเธอจะต้องเละแหลกเหลวเป็นแน่ 

‘โถ่เอ้ย!!  แม้แต่ชีวิตของเพื่อนรักก็ยังให้ความช่วยเหลือเอาไว้ไม่ได้  อีกทั้งยังพาเพื่อนมาตายอีก 

หลี่เจียนเจียน เอ้ย  หลี่เจียนเจียน  เกิดมาร่ำรวยเสียเปล่า  ทำไมเราถึงได้โง่ขนาดนี้นะ’ 

หลี่เจียนเจียนนึกตำหนิตนเองขึ้นในใจก่อนจะหมดสติไปด้วยความรู้สึกตกใจปนนึกโทษตัวเองไปในตัว...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาที่ถูกเกลียดชัง   มูเตลูขอพรกับกลุ่มเพื่อน

    กว่าหลี่เจียนเจียนจะขอตัวออกเดินทางกลับมายังบ้านพักสุดหรูของเธอได้ ก็แทบจะลากเลือดในการกล่าวปฏิเสธต่อถ้อยคำชวนของผู้เป็นบิดาและมารดาในการขอให้เธอพักค้างคืนอยู่กับพวกเขาต่อไปอีกสักคืนเลยทีเดียวร่างเล็กนั่งยกมือขึ้นมากุมขมับพร้อมนวดคลึงไปมาเบา ๆ หยางฟ่งเองก็เอาแต่ลอบสังเกตดูคุณหนูของเขาอยู่บ่อยครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใยว่า“คุณหนูจะให้ผมแวะซื้ออะไรอุ่น ๆ หรือขนมหวาน มากินรองท้องก่อนกลับถึงที่พักหรือเปล่าครับ”“อืม ได้จิบนมอุ่น ๆ สักแก้วก็ดีเหมือนกัน นายช่วยแวะปั๊มข้างหน้าด้วยนะหยางฟ่ง” หลี่เจียนเจียนพูดพลางเป่าลมหายใจออกมาทางปาก“ครับคุณหนู” หยางฟ่งกล่าวรับคำพร้อมรีบแวะปั๊มน้ำมันลงไปหาซื้อนมอุ่น ๆ มามอบให้กับคุณหนูของเขา“ต้องลำบากนายแล้วจริง ๆ นะ หยางฟ่ง นายเองก็ดูแลฉันมาตั้งหลายปีแล้ว ไม่คิดจะลาออกจากตำแหน่งนี้ แล้วไปแต่งงานมีครอบครัวหรือยังไงกัน?”หลี่เจียนเจียนเอ่ยถามพร้อมจิบนมอุ่นไปด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น“ไม่ละครับคุณหนู เพราะผมเอ่อ ผมยังไม่มีแฟนครับ” หยางฟ่งตอบพร้อมกับก้มหน้าลงเล็กน้อย“ถามแค่นี้ก็ถึงกับก้มหน้าก้มตาลงเลยหรือ ตั้งใจขับรถหน่อยสิหยางฟ่ง ฉ

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาที่ถูกเกลียดชัง   พรรคพวกของหลี่เจียนเจียน

    หลี่เจียนเจียนนั่งนิ่งมาตลอดเส้นทางกลับบ้านเกิดที่เมืองหนานโจว บางคราเธอก็ส่งสายตาออกไปมองข้างนอกรถด้วยใบหน้านิ่งสงบ ไม่ทราบว่าในวัยทำงานนี้แต่ยังไม่มีแฟนเป็นความผิดปกติที่ตรงใดหรือไม่ บิดาถึงได้ดิ้นรนอยากจะจับคู่คลุมถุงชนเธอกับบรรดาลูกชายเศรษฐีพวกนั้นนักการเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาทั้งสิ้นราวสี่ชั่วโมงด้วยกัน เมื่อหลี่เจียนเจียนเดินทางไปถึงก็พบว่าครอบครัวของเธอต่างอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างครบครัน แต่ทว่าเหล่าบรรดาพี่สะใภ้และคนรักของพี่ชายนั้นกลับไม่ได้มาด้วย พวกเขาต่างให้เหตุผลว่า ฝากให้ภรรยาช่วยดูแลงานที่บริษัทบ้าง และพวกเธอมีธุระบ้างจึงไม่ได้ให้ติดตามมาด้วย พร้อมบอกว่าอยากให้การเจอกันครั้งนี้มีเพียงคนในครอบครัวมากกว่า หลี่เจียนเจียนจึงไม่ได้ว่าอะไรและพยักหน้าลงน้อย ๆ เป็นเชิงรับรู้ หลังจากที่กล่าวถ้อยคำทักทายกันพอให้หายคิดถึง ก็เป็นเวลากินอาหารเที่ยงร่วมกันพอดี ทุกคนจึงได้พากันไปรวมตัวกันในห้องอาหารขนาดใหญ่ต้องบอกก่อนว่าคฤหาสน์ที่หลี่เจียนเจียนอาศัยอยู่ตั้งแต่เกิดนั้นมีขนาดที่ใหญ่โตกว้างขวางเป็นอย่างมาก กินพื้นที่ไปมากมายหลายไร่เลยทีเดียว รายการอาหารวันนี้ก็มีมากมา

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาที่ถูกเกลียดชัง   ความฝันของหลี่เจียนเจียน

    บรรยากาศการทำงานที่บริษัทจัดจำหน่ายอาหารชื่อดัง ในฝ่ายการตลาดและการออกแบบการผลิตบรรจุภัณฑ์ วันนี้ดูคึกคักตั้งแต่เช้า ทุกคนต่างกำลังพูดคุยกันเรื่องการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใส่อาหารตัวใหม่กันอย่างออกรสชาติ บ้างก็กำลังกางแผนงานธุรกิจพร้อมการออกแบบของตนออกมาให้คนในทีมได้รับรู้กันไปทั่วด้วยหลี่เจียนเจียนเดินอมยิ้มน้อย ๆ ไปนั่งลงตรงโต๊ะทำงานของเธอ พร้อมนำแผนการออกแบบและแผนงานธุรกิจของเธอในลิ้นชักโต๊ะ ออกมาอ่านทบทวนอีกครั้งก่อนที่จะเข้าร่วมประชุมทีมกันในวันนี้เวลาบ่ายโมงครึ่งแม้ว่าหลี่เจียนเจียนจะเป็นลูกสาวของนักธุรกิจที่ร่ำรวยระดับหมื่นล้าน แต่เธอเองกลับตัดสินใจเลือกที่จะสมัครเข้าทำงานในบริษัทใหม่ที่ไม่ได้อยู่ใกล้กันกับบ้านเกิด เพื่อที่เธอจะได้เรียนรู้การทำงานได้จากประสบการณ์ตรง ไม่ใช่มีแต่คนมาประจบสอพลอเพราะเห็นว่าเธอเป็นลูกสาวท่านประธานบริษัทเพียงเท่านั้น หากจะพูดถึงธุรกิจหมื่นล้านของบิดาแล้วล่ะก็หลี่เจียนเจียนก็สามารถบอกได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า บิดาของเธอนั้นทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พ่วงด้วยร้านอาหารสุดหรูในเครือโรงแรมประจำตระกูลหลี่อยู่มากมายกระจายไปทั่วทุกแห่งหน นอกจ

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาที่ถูกเกลียดชัง   คุณตาผู้เป็นไอดอล

    “นายนี่นะ จะเป็นคู่ซ้อมมวยให้กับฉันดี ๆ ไม่ได้เลยหรือยังไงกัน เอาหน่อย สู้หน่อย เหวี่ยงหมัดให้แรงกว่านี้ ให้ไวกว่านี้เร็วเข้า” หลี่เจียนเจียนออกคำสั่งคนขับรถของเธอด้วยความหัวเสีย เขาแรงน้อยเช่นนี้แลดูเหมือนกับว่าจะไม่ได้กินอะไรตกถึงท้องมาตลอดทั้งวันเลยสิหน่า “หยางฟ่ง นายอย่าเอาแต่ปัดป้องอยู่อย่างนี้ มาสู้กันกับฉันเร็วเข้า นายไม่ต้องออมมือให้กับฉันหรอกนะ” ในขณะพูดหลี่เจียนเจียนก็ยังคงวาดลวดลายแม่ไม้มวยไทยใส่คู่ซ้อมอย่างหยางฟ่งออกมาอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งหยางฟ่งเองก็เอาแต่เพียงปัดป้อง ป้องกันตัวและหลบหลีกจากคุณหนูของตนเพียงเท่านั้น ไม่กล้าประเคน หมัด เท้า เข่าศอก ใส่คุณหนูแสนงามเลยแต่อย่างใดสร้างความขุ่นข้องหมองใจให้เกิดขึ้นกับหลี่เจียนเจียนเป็นอย่างมาก จนเธอถึงกับเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ที่ปลายหางคิ้วของเขาเข้าอย่างจังทำเอาหยางฟ่งถึงกับล้มทั้งยืนไปเลยทีเดียวหยาดเลือดไหลซึมออกมาตรงปลายหางคิ้วของเขาราวกับสายน้ำหลาก หลี่เจียนเจียนเห็นดังนั้นจึงหยุดซ้อมมวยในทันใด ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาทางปาก “นายรีบไปทำแผลที่คลินิกเถอะ และต้องขอโทษด้วยที่ฉันอารมณ์ร้อน

  • ทะลุมิติมาเป็นพระชายาที่ถูกเกลียดชัง   หลี่เจียนเจียน

    หลี่เจียนเจียน สาวน้อยผมบ๊อบหน้าม้ายาวประบ่า นัยน์ตากลมโตสุกใสดุจดั่งดวงดาวที่สุกสกาวพร่างพราวอยู่บนท้องฟ้า กำลังตวัดปลายพู่กันแต่งแต้มลวดลายภาพวาดลงบนผืนผ้าใบอยู่ด้วยสีหน้าผ่อนคลายน่าชื่นชม สายลมเย็นจากท้องทะเลพัดพาความเย็นอันชุ่มฉ่ำมาปะทะร่างงามอยู่เป็นระยะ ทำเอาสาวน้อยต้องพลันระบายรอยยิ้มน้อย ๆ ออกมาแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าด้วยท่าทีมีความสุข ภาพที่เธอกำลังวาดอยู่นี้เป็นภาพคฤหาสน์สีขาวสไตล์โมเดิร์น-โคโลเนียลที่เธอชื่นชอบ ตั้งอยู่ท่ามกลางสนามหญ้าที่เขียวขจี และแปลงดอกไม้อันงดงามนา ๆ ชนิด ในขณะที่เธอกำลังลงสีก้อนเมฆสีขาวดุจปุยฝ้ายอยู่นั้น เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์สุดหรูราคาแพงระยับก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน หลี่เจียนเจียนเหล่สายตาเหลือบมองดูหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง เธอคิดเอาไว้ในใจว่าหากเป็นเบอร์แปลกโทรเข้ามาแล้วล่ะก็ เธอจะตัดสายทิ้งและปิดเครื่องไปในทันที จะไม่ยอมเสวนากับใครในเวลานี้เป็นอันขาด แต่ทว่าชื่อที่ขึ้นโชว์หราอยู่บนหน้าจอนั้นกลับขึ้นแสดงคำว่า ปะป๋าสุดที่รัก จึงทำให้สาวน้อยต้องละมือจากการวางพู่กันลงอย่างแสนเสียดาย และสัมผัสหน้าจอรับสายผู้เป็นบิดาด้วยท่าทีไม่สบายใจอย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status