Masukจากวันที่รับของหมั้นหมาย ผ่านไปสามปีนางไม่เคยเห็นหัวคู่หมั้นโผล่มาแม้แต่น้อย มีเพียงองค์ไทเฮาเท่านั้นที่ยังสร้างสัมพันธ์อันดี ให้นางฝึกทำอาหาร เย็บปักถักร้อย และยังส่งเสริมกิจการการค้าของตระกูลหลิวจนไปได้ดีอีกด้วย
“หลี่จ้านยังเสเพลเหมือนเดิม ข้าร้อนใจจนไม่อยากรอเขาปรับปรุงตัว ซ่งหร่านหากการส่งเกี้ยวมารับเจ้าเข้าวังโดยไม่ต้องรอสามีเปิดหน้า ใช้วิธีถวายตัวในห้องหอไปเลยเจ้าติดขัดสิ่งใดหรือไม่” ไทเฮาที่ร้อนใจเพราะหลานชายยังคงดื้อดึงจึงรีบมาหานางที่จวน “หม่อมฉัน…ไม่มีสิ่งใดติดขัดเพคะ“ การตัดสินใจของนางทำฮูหยินสกุลหลิวตบอกตัวเองปุปุ ”ยัยหนู เจ้าไม่จำเป็นต้องอดทนให้แม่สบายใจ“ นางและสามีรักลูกปานดวงใจ หลังสามีเสียนางก็ยังบากบั่นต่อสู้เลี้ยงบุตรทั้งสี่ตามลำพัง แต่บัดนี้บุตรสาวคนรองต้องออกเรือนกับชายที่ไม่ให้เกียรติ ต่อให้เป็นองค์ชายนางก็อยากขัดขวาง ”ท่านแม่ ไทเฮามีสัมพันธ์อันดีกับสกุลหลิวมาตลอด ตั้งแต่ท่านพ่อเสีย พระองค์เป็นท่อน้ำเลี้ยงให้พวกเราหายใจมาได้จนถึงทุกวันนี้ย่อมเป็นพระคุณ หากการแต่งงานนี้ทุกคนยินยอมพร้อมใจ ยกเว้นเขา ข้าก็จะไม่สน เพียงขอกราบทูลสิ่งหนึ่งได้หรือไม่เพคะไทเฮา“ นางหันไปหาสตรีที่แม้อายุมากแต่ยังคงน่าเกรงขามไม่น้อย ”ว่ามาได้เลย องค์ฮ่องเต้เองก็ร้อนใจ รอฟังข่าวอยู่ในวัง“ สายตาเอื้ออาทรของคนสูงอายุทำหลิวซ่งหร่านอบอุ่นหัวใจ และมั่นใจว่านางจะมีคนคุ้มกะลาหัวอย่างดี ”นับจากวันที่ข้านั้งบนเกี้ยวและถูกยกเข้าไปในตำหนักซิ่นเฟย ข้ามีสิทธิ์จัดการพระสวามีของข้าตามความถนัดของข้าได้หรือไม่เพคะ“ จบคำพูดนางเรียกเสียงหัวเราะของเหล่าผู้เฒ่าที่มาเป็นสักขีพยานจนท้วนทั่ว ”เจ้าได้สิทธิ์นั้นทันที พระชายา“ เสียงผู้มาใหม่ทำผู้คนต่างก้มหัวด้วยความเคารพ “ฝ่าบาทเสด็จ” เสียงกั๋วกงยิ่งทำให้คนอื่นๆตื่นตระหนก เพราะไม่คิดว่าจะมาด้วยพระองค์เอง “ถวายบังคมฝ่าบาท ขอพระองค์อายุยืนหมื่นปี หมื่นๆปี“ “ไม่ต้องมากพิธีๆ คิดเสียว่าข้ามาเยี่ยมญาติก็แล้วกัน หลิวซ่งหร่านใช่หรือไม่” นางที่หมอบอยู่จึงเงยหน้าขึ้น “เรื่องที่เจ้าขอเมื่อกี้ ข้ายินดีอนุญาติ ช่วยสั่งสอนให้องค์ชายสิบเอ็ดเข้ามาอยู่ในรูปในลอยเสียที ข้าเองก็ปวดหัวไม่น้อย” ไม่รอช้าทันทีที่มาถึงองค์ฮ่องเต้ที่ร้อนใจอยู่แล้วเอ่ยเข้าเรื่องทันที “ก็ไม่ใช่พระองค์หรือที่ตามใจหลี่จ้านจนเอาแต่ใจเช่นนี้” ฮองเฮาที่เสด็จมาพร้อมกันเอ่ยเหน็บแนม “ข้าสงสารน้องสาวข้าที่บุญน้อย พยายามเลี้ยงดูหลี่จ้านอย่างดี มีตามใจบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ใครเลยจะคิดว่าเมื่อยามโตมาแล้วจะหัวแข็ง ไม่ยอมแต่งงาน และจะไม่สืบทอดกิจการการค้าฝ่ายตระกูลเสิ่นอีก มันน่าจับขังคุกหลวงเสียจริงๆ” ท่าทางกลัดกลุ้มพลอยจะทำนางกลุ้มไปด้วย บุรุษผู้นี้รับมือยากเพียงใดกันนะ “ตอนนี้เหล่าลูกเมียรองสกุลเสิ่น แทบจะฮุบกิจการค้าเกลือไว้อยู่แล้ว เจ้าหลี่จ้านยังนิ่งดูดายแถมถวายฏีกาลาออกจากการเป็นองค์ชายไปเปิดหอนางโลม โอ้ยยยแม่จะเป็นลม” องค์ไทเฮาที่เทียวไปเทียวมาตระกูลหลิวและตระกูลเสิ่นเอ่ยอย่างเหลืออด “เห็นทีว่าเราคงรอช้าไม่ได้ การทหารไม่เอา เป็นขุนนางก็ไม่เป็น ช่างกล้าจะไปเปิดหอนางโลมให้แปดเปื้อนราชวงศ์ มันน่าตีให้ตายนักเชียว” ฮองเฮาที่ไม่ค่อยจะถูกใจหลานชายสามีคนนี้นักบ่นออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “ซ่งหร่าน ข้าเชื่อมือเจ้า หากทำให้หลี่จ้านเป็นผู้เป็นคนได้ ข้าจะปูนบำเหน็จให้อย่างงาม!! กั๋วกง ถ่ายทอดคำสั่งออกไป จะจัดพิธีมงคลสมรสให้องค์ชายสิบเอ็ดในวันพรุ่งนี้ ส่งเกี้ยวมารับตัวพระชายาเข้าตำหนักซิ่นเฟยลากคอคุณชายสิบเอ็ดมาเข้าพิธียกน้ำชาคำนับฟ้าดินเดี๋ยวนี้!!”“ท่าน!!” นางยกมือขึ่นปิดปาก ก่อนจะเห็นรอยยิ้มเอ็นดูปรากฏบนใบหน้าคมเข้ม“ข้ายืนยันที่จะไม่รับ แต่ฝ่าบาทกลับบอกข้าว่า ใบค้าเกลือนี้ สลักหลังให้ข้าเพียงผู้เดียว ที่เมืองเหนือเป็นเมืองท่าที่รับของจากต่างแดนมากมายก็จริง แต่…คนต่างแดนก็ยังต้องการเกลืออยู่ดี และเราจะเรียกราคาเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ก็ได้ พวกเขายินดีจ่ายเพราะไม่ต้องเดินทางไกลมาติดต่อขอซื้อเองในเมืองหลวง” นางคล้องมือเข้าไปเกาะแขนแกร่ง “หากย้อนเวลากลับไปได้ ท่านจะทำตัวเสเพลหรือไม่” นางอยากรู้ว่าหากไม่มีใครคอยทำร้ายเขา จะทำตัวเช่นไร“ฮูหยิน ยามก่อนที่ข้าอยู่หัวเมืองใต้กับท่านพ่อท่านแม่ ข้าคิดเสมอว่าอยากเป็นพ่อค้า เปิดหอสุรา โรงน้ำชา หรือแม้แต่ร้านขายอาหาร เพราะชีวิตท่านพ่อมีแต่ความห่ำหั่นมาทั้งชีวิต” เขาคิดย้อนไปในวันที่ผู้ให้กำเนิดทั้งสองเล่าถึงความเป็นมากว่าจะครองความรักที่เสียสละเช่นนี้“ยามรักใคร่กับท่านแม่ มีแต่คนขวางกั้นเพราะฐานันดรต่างกันมาก แต่ท่านพ่อก็ไม่ย่อท้อ สอบขุนนางได้ตั้งแต่อายุเพียง15หนาว ท่านไม่ได้ใช้ยศของท่านแม่มาใต่เต้าแต่ผลักดันตนเองจนมีผลงานเป็นที่น่าพอใจ เป็นคนซื่อสัตและซื่อตรง จนวันนึงชนะใจท่านยาย” นางซบหัวลงบนอ
“ข้าทำร้ายผู้เฒ่าเซี่ยวไม่ได้เพราะเขาเป็นคนให้ข้าวให้น้ำ แต่กับฮองเฮา ข้า…จะกระชากคอนางมาถามว่าเหตุใดใจจึงอำมหิตนัก!!” เสิ่นหลี่จ้านเข้าใจดี เขาจึงถอยออกมา“ไปจัดการเรื่องของท่านเถิด ข้าจะแวะไปหาผู้เฒ่าเซี่ยวเสียหน่อย ความแค้นของท่านและข้า ขอให้สิ้นสุดกันตรงนี้!!” เซี่ยวซ่างก่วนประสานมือขึ้นคำนับเขา“ขอบใจเจ้ามาก ที่จัดการเรื่องแม่นมซางเป็นอย่างดี ” พูดจบเขาสั่งทหารไปอีกทาง ก่อนจะหายไปในความมืด หลิวซ่งหร่านเห็นเช่นนั้นจึงออกมาจากที่ซ่อน“ข้าเตรียมของมาครบแล้ว ไปกันเถิดเจ้าค่ะ” พรึบ ร่างหนากระโดดขึ้นม้าตัวเดียวกับนาง ก่อนจะมุ่งตรงไปยังจวนสกุลเซี่ยว“ตอนนี้พวกเจ้ากับข้าล้วนเป็นโจร ฆ่าให้หมด!!! อย่าทิ้งหลักฐานใดๆ ปล้นเสบียงไปด้วย เพราะนั่นคืออาหารที่จะช่วยหล่อเลี้ยงพวกเจ้า!!”กลุ่มชายชุดดำใช้ผ้าสีดำคลุมหน้า รวมทั้งเสิ่นหลี่จ้านและหลิวซ่งหร่านเองก็ด้วย ทั้งคู่ยืนมองคนของตัวเองจัดการทหารเฝ้าเวรอย่างเงียบเฉียบทุกคนล้วนตายตกด้วยคมดาบเดียว และไม่ทีสิทธิ์ได้ร้องออกมาสักนิด“ฮูหยิน เจ้าคิดว่าจะทำสิ่งใดกับเรือนไม้นี้ดี” เสิ่นหลี่จ้านกอดอกมองจวนสกุบเซี่ยวนิ่งๆ รอดูคนของตัวเองนำเสบียงออกมาจำนวนไม่น
”องค์ชายรองถูกลอบทำร้ายขอรับ!!“ ได้ยินเช่นนั้นเขากำลังจะออกตัววิ่งไปที่ม้า แต่ถูกนางดึงแขนเอาไว้ก่อน”อย่าบุ่มบ่ามเจ้าค่ะ นี่อาจเป็นกับดัก!!“ เขาสบตานางเพียงครู่ก่อนหันไปถามกับคนสนิท“องค์ชายรองถูกทำร้ายที่ใด”“ที่หน้าศาลเจ้าเตียะอู่ขอรับ” “เจ้าเห็นเหตุการณ์หรือไม่” คนสนิทเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะส่ายหัว มีเพียงคนเลี้ยงแพะเท่านั้นที่นำข่าวมาแจ้งแก่เขา“หากองค์ชายรองถูกทำร้ายจริง การที่คนเลี้ยงเแพะจะมาบอกเจ้า สู้บอกคนของทางการไม่ดีกว่าหรือ” หลิวซ่งหร่านบอกเช่นนั้น ทั้งสามีและคนสนิทจึงพยักหน้าเห็นด้วย“อี้เหวิน บอกให้ซีหลางและบ่าวคนอื่นๆ นำพาขบวนไปรอที่ชายป่า ไปให้เงียบที่สุด หากเจอใครให้แสดงท่าเป็นเพียงผู้อพยพ ส่วนเจ้ารีบตามข้าไปที่คอกม้า” หากจะตัดไฟควรต้องตัดเสียตอนนี้“เจ้าจะทำอะไร” เสิ่นหลี่จ้านคว้าแขนนางไว้ก่อนเอ่ยถาม“หากวางกับดักให้เราตกไปในหลุม เราก็ลองเล่นด้วยดู ดีหรือไม่เจ้าคะ ในเมื่อ คนของเราก็มีฝีมืออยู่บ้าง” นางบอกแผนการแก่เขา ก่อนที่เขาและคนสนิทจะรีบวิ่งไปขึ้นม้าและไปที่ศาลเจ้า ที่ๆคนเลี้ยงแพะแจ้งว่าองค์ชายรองถูกทำร้าย“พลุเฉลิมฉลองวันไหว้พระจันทร์มีเยอะหรือไม่” สาวใช้พยักหน้าก
“อี้เหวินบอกข้าว่าเจ้ามารออยู่นาน” เมื่อรอผู้เป็นสามีกลับมาจนเกือบค่ำนางตัดสินใจงีบรอ บอกตรงๆว่าร่างกายยังอ่อนเพลียอยู่มาก รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ร่างสูงใหญ่ไร้จมูกมาดอมดมแก้มนางอย่างแสนคิดถึง”อืมม พอก่อนเจ้าค่ะ วันนี้ท่านไปไหนมาเจ้าคะ“ เพราะเขาหายไปนานจนผิดวิสัยจึงเอ่ยถาม“ไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท แจ้งแก่พระองค์ว่าข้าจะเดินทางไกลพร้อมสกุลหลิว” นางขยับตัวลุกขึ้นนั้งก่อนจับมือเขาแน่น“พระองค์มีรับสั่งสิ่งใดหรือไม่เจ้าคะ” นางรู้ดีว่าทางเลือกที่ว่ามามันดูยากเย็น แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่อาจข้องเกี่ยวกับราชวงศ์ได้อีกแล้ว“ทรงรับสั่งเพียงแต่ให้ข้าดูแลคนในจวนและสกุลหลิวให้ดีๆ ท่านพ่อของเจ้าทำคุณประโยชน์มากมาย แต่คนในสกุลกลับไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร มาถึงบัดนี้ก็ยังต้องออกไประหกระเหินอีก” มือหนาจับปรอยผมทัดข้างหูก่อนจะลูบไร้แก้มนวล“วันนี้ข้าให้บ่าวในจวนไปต่อแถวซื้อข้าวขาว ธัญพืช เนื้อสัตว์ และน้ำมันหมูมา แม้จะได้มาพอประมานแต่ก็ยังถือว่าน้อยอยู่ดี เพราะให้ซื้อได้เพียงคนละสองจินเท่านั้น” นางรีบเข้าเรื่องเพราะตอนนี้อาจเตรียมตัวไม่ทัน“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องห่วง ข้าไปจัดการเรื่องโรงน้ำชา เถ้าแก่ใหม่ยินดีข
กว่าค่ำคืนอันหอมหวานจะผ่านพ้นเล่นเอานางอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนลุกไม่ขึ้น ร่างหนายังขลุกอยู่บริเวณทรวงอกสล่างไม่ห่างเหิน “หากท่านยังไม่หยุด วันนี้ข้าคงขาดใจตาย” เพราะเขาพานางท่องวิมานฉิมพลีเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ หลับแล้วตื่น ตื่นแล้วหลับไปสองรอบคนแรงดียังตักตวงความสุขจากนางไม่หยุด“หึๆ นอนเถอะ ข้าเพียงแต่จะสวมอาภรณ์ให้เจ้าเท่านั้น” นางลืมตาแทบไม่ขึ้นจึงปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจ และเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็วหลังจากได้นอนเต็มอิ่มนางรู้สึกว่าด้านนอกวุ่นวายพอสมควร เมื่อบ่าวไพร่เริ่มวิ่งวุ่นจนต้องรีบลุกขึ้นมาดู” มีเหตุอันใดหรือเจ้าค่ะ“ นางเห็นพี่สาวยืนอยู่ด้านหน้าห้องครัวจึงเอ่ยถาม” น้องรองตอนนี้ในตลาดวุ่นวายมาก เกิดเหตุโจรปล้นสดมภ์ จนร้านค้าหลายร้านถูกปล้นสเบียงไปจนหมด“ สิ่งที่ได้รับรู้ทำนางตกใจไม่น้อย ก่อนจะหันไปหาสาวใช้ข้างกาย” เสบียงของเราเรามีเพียงพอหรือไม่“ อี้เหวิน ทำหน้าหนักใจก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นนึงมาให้นาง” นี่คือรายการข้าวของที่ฮูหยินสั่งให้สำรวจเมื่อวานเจ้าค่ะ อาจไม่เพียงพออยู่จนถึงผ่านพ้นเดือนนี้“ สายตาหวานกว่าตาดูตัวหนังสือบนแผ่นกระดาษ พบว่าข้าวขาวและธัญพืชมีไม่ถึง 20
”ฟอด หอมกว่าตอนกลางคืนที่ข้าแอบไปหอมเสียอีก“ ดวงตางามเบิกโพลงก่อนฟาดฝ่ามือลงบนแขนแกร่งที่โอบประครองนางเอาไว้อยู่”ท่าน!! เหตุใดจึงไม่คุยกับข้าก่อน“ นางรู้ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นในสักวัน และเตรียมใจมานานพอควร แต่มันเกิดเรื่องยุ่งๆขึ้นเสียก่อน ตอนนี้จึงยังค่อนข้างสับสน”เช่นนั้นรับปากข้าก่อน หากจบเหตุเรื่องที่เจ้าอยากรู้ ฮูหยินจะตอบแทนข้า…ทั้งคืน!!“นางชั่งใจเพียงครู่ก่อนยอมพยักหน้าเพราะทนสายตาเว้าวอนไม่ไหว คนอยู่ใกล้ชิดกันมาแรมปีมีหรือจะไม่หวั่นไหว หากเป็นนางจะทานทนได้อย่างไร“เช่นนั้นเจ้าถามสิ่งที่เจ้าอยากรู้มา” นางขยับลุกขึ้นนั้งดีๆ แต่ถูกเขาดึงเข้าไปนั้งพิงอก“เรื่องภายในวังหลวง ท่าน…จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือไม่”“ไม่ แม้ฝ่าบาทจะเป็นเสด็จลุงแท้ๆแต่ข้าเชื่อในตัวพระองค์ว่าจะสามารถจัดการทุกอย่างได้…อาจใช้เวลานานหน่อย แต่วันนี้องค์ชายรองแจ้งแก่ข้าว่า ทั้งเขาและองค์รัชทายาทไม่เข้าข้างคนผิด และเลือกจะช่วยฝ่าบาทแก้ปัญหา” ดีที่บุตรชายทุกคนถูกสั่งสอนโดยไทเฮา จึงรู้หน้าที่ตนเองดีว่าควรทำอย่างไร“แต่หากเกิดเรื่องข้าวของแพงขึ้น ข้าราชการชั้นสูงเก็บส่วยและโกงกินบ้านเมืองเช่นนี้ ชาวบ้านตาดำๆคงอดตา







