LOGINหนิงเหมยจูไม่คิดว่าคนนี้จะจ่ายยอมจ่ายค่ารถเข็นในราคาถึงห้าร้อยหยวน มันแพงไปหรือเปล่า แต่ก็ช่างเถอะในเมื่อเสนอมาเธอก็ยินดีน้อมรับ
“ได้ค่ะป้า แต่ต้องพรุ่งนี้นะคะ ป้ามารับได้ไหมวันนี้ฉันไม่สะดวกต้องพาสามีมาหาหมอ” เธออยากได้เงินนะใช่ แต่ยังไม่อยากเผยความลับตัวเองออกไปให้สามีได้สงสัย ต่อให้เงินสำคัญแต่ตอนนี้สามีสำคัญกว่า
“ได้สิ ป้าชื่ออ้ายเจิน หนูเห็นร้านผ้าร้านนั้นไหม นั่นร้านป้าเองหนูไปหาป้าร้านนั้นได้เลย” อ้ายเจินพยักหน้าตกลง เธอชี้ให้ดูร้านขายเสื้อผ้าขนาดใหญ่ให้หนิงเหมยจูดูว่าร้านเธออยู่ตรงนี้
“ค่ะป้าเจิน พรุ่งนี้ฉันเอามาส่งให้นะคะ ฉันชื่อหนิงเหมยจูส่วนนี่สามีฉันตงซีเฉิน วันนี้เราสองคนขอตัวก่อนนะคะ” หนิงเหมยจูแนะนำตัวเองและสามีจากนั้นเธอแจ้งว่าพรุ่งนี้เธอจะเอามาส่งให้ก่อนจะขอตัวพาสามีไปโรงพยาบาล
“วันนี้พี่ซีเฉินเก่งมากช่วยฉันหาเงินได้ด้วย” ขณะเข็นสามีมาที่โรงพยาบาลเธอจึงเลือกที่จะชมเขาอย่างให้กำลังใจ
“พี่ดีใจที่มีส่วนช่วย แต่ว่าน้องซื้อมาแพงขนาดนี้เลยเหรอ ความจริงเอารถเข็นคันนี้ไปขายต่อก็ได้นะ” ตงซีเฉินคิดว่าราคาคงจะแพงแน่ๆ และไม่อยากให้ภรรยาเสียเงินเพื่อเขามากขนาดนี้ เลยคิดจะให้เอารถเข็นคันนี้ของเขาไปขายแทน
“พี่ซีเฉินคิดมาก จะขายคันนี้ทำไมฉันไม่ได้ซื้อมาแพงอย่างที่คิดหรอก ฉันซื้อมาแค่ร้อยห้าสิบหยวน ถูกกว่าจักรยานอีก” หนิงเหมยจูกระซิบบอกประโยคสุดท้าย ทำให้ตงซีเฉินตาเป็นประกาย หากเขาช่วยภรรยาขายรถเข็นสามคัน เหมยจูของเขาก็จะมีกำไรพันกว่าหยวน
“เหมยจูน้องไม่โกหกใช่ไหม ขายรถคันหนึ่งได้กำไรขนาดนี้เลยเหรอ”
“จริงค่ะ ฉันไม่โกหก ว่าแต่ดูพี่จะตื่นเต้นนะ พี่รอฉันตรงนี้ก่อนนะ ฉันไปลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ให้พี่ก่อน”
หนิงเหมยจูหยิบเอกสารส่วนตัวของสามีเดินไปหาเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ตงซีเฉินนั่งรอตรงรถเข็น เขาเห็นว่ามีคนหลายคนมองรถเขา เขาจึงเลือกที่จะเข็นรถไปมาอยู่แถวนั้น เผื่อว่ามีใครสนใจติดต่อขอซื้ออีก เพราะรถเข็นที่มีของโรงพยาบาลไม่สะดวกแบบที่เขาใช้
พอหนิงเหมยจูทำทะเบียนประวัติเสร็จเธอจึงเดินกลับมาที่สามี แต่ต้องขมวดคิ้วเพราะสามีไม่ได้อยู่คนเดียว มีคนประมาณห้าหกคนยืนอยู่ข้างๆ
“เหมยจูน้องมาแล้ว ลุงกับป้ากลุ่มนี้สนใจเก้าอี้รถเข็นที่พี่ใช้อยู่ พี่บอกแล้วว่าน้องซื้อมาคันละสี่ร้อยห้าสิบหยวน แต่ถ้าอยากได้พี่ขายให้ห้าร้อยหยวนขอกำไรกับค่าขนส่งที่ต้องเอามา น้องว่ายังไง พี่บอกแล้วว่าร้านขายเสื้อร้านใหญ่ๆ ก่อนถึงโรงพยาบาลร้านนั้นสั่งซื้อเหมือนกันหนึ่งคันพรุ่งนี้น้องจะเอามาส่งให้ ทุกคนเลยรอคุยกับน้องว่าน้องพอจะหาให้อีกได้หรือเปล่า” ตงซีเฉินบอกภรรยาน้ำเสียงที่ติดจะตื่นเต้นนิดหน่อย
“ได้ค่ะ หากใครต้องการก็แจ้งมาได้เลยพรุ่งนี้เที่ยงให้มารับที่หน้าโรงพยาบาลหรือว่าจะให้ส่งตามบ้านก็ได้แต่มีค่าขนส่งตามระยะทางนะคะ ฉันต้องเหมาเกวียนไปส่งให้” หนิงเหมยจูยิ้มให้สามี ไม่น่าเชื่อว่าพี่ซีเฉินขายของเก่งเหมือนกัน
เมื่อเจรจาซื้อขายเรียบร้อยสรุปแล้วตงซีเฉินขายรถเข็นให้ภรรยาได้อีกห้าคัน ทำให้ระหว่างรอหมอเรียกตรวจ ชายนั่งหนุ่มยิ้มไม่หยุดเขารู้สึกภูมิใจที่ช่วยภรรยาหาเงินได้ เขาเลือกที่จะไม่ถามว่าภรรยาหาของพวกนี้มาได้ยังไง เขาเชื่อเพียงอย่างหนึ่งว่าหนิงเหมยจูภรรยาเขาคนนี้ไม่มีทางทำอะไรผิดกฎหมายและเสี่ยงอันตรายแน่นอน
“วันนี้พี่ซีเฉินน่ารักมาก ช่วยฉันหาเงินได้ตั้งหลายพันหยวน” หนิงเหมยจูเอ่ยชมอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม เธอไม่รู้หรอกว่าผลตรวจวันนี้จะเป็นยังไงแต่เธอไม่อยากให้พี่ซีเฉินมองว่าตัวเองเป็นภาระ แต่ใครจะคิดว่าสามีของเธอจะตอบกลับมาจนเธอไปไม่เป็นแบบนี้ ทำเอาหนิงเหมยจูแก้มแดงด้วยความอาย
“น่ารักแล้วรักไหม” ตงซีเฉินถามกลับ
“คุณตงซีเฉินเชิญพบคุณหมอค่ะ” ดีที่มีเสียงของพยาบาลเรียก ไม่อยากนั้นเธอไม่รู้จะตอบสามียังไงเหมือนกัน
เมื่อเข้ามาในห้อง หมอตรวจบาดแผลที่ตอนนี้กลายเป็นแผลเป็นไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะตรวจขาทั้งสองข้าง หมอขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมาก่อนจะส่งตัวไปอีกที่เพื่อถ่ายภาพตรวจดูกระดูกขา
ทั้งสองข้างหนิงเหมยจูให้กำลังใจสามี ไม่ว่าจะเป็นยังไงเธอก็ขออยู่ข้างๆ ไม่ไปไหน หมอใช้เวลาพักใหญ่จึงพาตงซีเฉินกลับมาที่ห้องเดิมที่มีหนิงเหมยจูรออยู่
“คุณเป็นภรรยาของคนไข้นะครับ อาการของสามีคุณหมอไม่กล้ารับประกันว่าสามารถกลับมาเดินได้อีกครั้งหรือเปล่า กระดูกขาทั้งสองข้างไม่ได้แตกละเอียด เพียงแค่หักเท่านั้น แต่เพราะคนไข้ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ทำให้หมอไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะหายเมื่อไหร่ ครั้งนี้หมอจ่ายยาบำรุงกระดูกไปให้รวมถึงยารักษาอื่นๆ นะครับ เดือนหน้ามาหาหมออีกครั้ง แต่ถ้ากินยาแล้วรู้สึกไม่ดี รีบมาหาหมอนะครับ” หมอไม่อยากบอกตามตรงว่าโอกาสหายนั้นแทบจะไม่มี กลัวว่าคนไข้จะเสียกำลังใจ แต่ถ้าไปต่างประเทศก็ไม่แน่ว่าอาจจะรักษาได้
“หมอคะ ถ้าเกิดผ่าตัดเหมือนที่ต่างประเทศรักษากัน ค่าใช้จ่ายสูงมากไหม แล้วมีโอกาสกลับมาเดินได้อีกหรือเปล่า แล้วถ้าหากกินนมที่บำรุงกระดูกจะช่วยอะไรได้บ้างไหม แล้ว...”
“เหมยจู ไม่เป็นไร น้องอย่าทำให้ตัวเองลำบากเพื่อต้องหาเงินมารักษาพี่ รักษาแบบนี้ไปก่อน ไม่หายก็ไม่เป็นไร อย่าลืมสิต่อให้พี่จะเดินไม่ได้ไปตลอดแต่พี่ช่วยน้องทำงานได้นะ” ตงซีเฉินห้ามภรรยา แค่เธอเป็นห่วงและคิดจะรักษาเขา เขาก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจแล้ว เขาไม่อยากให้เธอเดือดร้อนหรือทุ่มเทเพื่อเขาจนเกินกำลังของตัวเอง แม้ว่าเขาเดินไม่ได้ แต่เขาช่วยภรรยาทำงานหาเงินได้เหมือนกัน
หนิงเหมยจูตาแดง เธอทำใจไว้แล้วต่อให้หมอไม่พูดตรงๆ เธอก็เข้าใจ ในเมื่อพี่ซีเฉินยังเข้มแข็งเธอก็ต้องเข้มแข็งต่อไป
“คุณทั้งสองมีกำลังใจดี ไม่แน่ว่าวันหนึ่งปาฏิหาริย์ต้องเกิดขึ้น ส่วนที่คุณถามเรื่องนม หากมีก็ดื่มได้ครับ นมช่วยเรื่องกระดูกอยู่แล้ว” หมอให้กำลังใจ ส่วนมากคนไข้ที่มารักษาพอรู้ว่าตัวเองจะต้องกลายเป็นคนพิการไม่มีใครที่ยิ้มได้แบบคนไข้คนนี้เลยสักคนเดียว
“ขอบคุณมากครับ/ขอบคุณมากค่ะ” หนิงเหมยจูและตงซีเฉินขอบคุณหมอก่อนจะออกมาจากห้องเพื่อไปจ่ายค่ารักษาและรอรับยา
เมื่อหนิงเหมยจูรับยาและจ่ายเงินแล้วเธอจึงเข็นรถให้กับสามีเพื่อเดินออกมาจากโรงพยาบาล ระหว่างทางที่จะไปหาหนิงฮุ่ยหมินเธอจึงแวะซื้อซาลาเปายี่สิบลูกไปฝากแม่และลูกสาวรวมทั้งให้สามีและน้องชายได้กินรองท้องก่อนจะกลับถึงบ้าน แต่พอมาถึงที่นัดหมายกลับเจอน้องชายยืนโต้เถียงบางอย่างกับกลุ่มเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่ง ไม่นานเด็กกลุ่มนั้นก็จากไป
“เกิดอะไรขึ้นฮุ่ยหมิน”
“ไม่มีอะไรพี่ใหญ่ พอดีเจอคนบ้ามาหาเรื่อง แต่ไม่มีอะไรแล้วครับ” หนิงฮุ่ยหมินตอบพี่สาวก่อนจะถือของทั้งหมดมาที่พี่สาวของเขายืนอยู่ วันนี้สงสัยจะเป็นวันที่ฟ้าปิดของเขาจึงมาเจอนักเรียนที่ไม่ค่อยถูกกันตรงนี้
“อืม ถ้าอย่างนั้นนายไปตามเกวียนมารับพี่กับพี่ซีเฉินตรงนี้ก็แล้วกัน แต่ว่านายซื้อของครบแล้วใช่ไหม” หนิงเหมยจูบอกน้องชาย
“ครบหมดแล้วครับพี่ เอาเท่าที่จำเป็น เดี๋ยวพอสร้างบ้านเสร็จผมขี้เกียจขน ค่อยมาซื้อใหม่ทีหลัง” หนิงฮุ่ยหมินอกพี่สาวท่าทางทะเล้น ก่อนจะรีบวิ่งไปตามเกวียนรับจ้างที่อยู่ตรงทางเข้าซอยถัดไป
แต่กลายเป็นตงซีเฉินที่นั่งขมวดคิ้ว เพราะเมื่อครู่เขาเห็นน้องสาวที่เรียนอยู่ในอำเภอเดินควงแขนเด็กหนุ่มหน้าตาดีเดินเข้าร้านข้างหน้าด้วยท่าทางที่ดูก็รู้ว่าเป็นคนรักกัน
ปกติแล้วตงซีเฉินนั้นไม่สนิทกับใครในบรรดาพี่น้องทั้งห้าคน มีเพียงพี่รองเท่านั้นที่ยังคุยและดีกับเขา ส่วนคนอื่นๆ เขาไม่สนใจ เขาอยากรู้เหลือเกินว่าพ่อแม่รู้หรือเปล่าว่าน้องห้ามีคนรักแล้วแบบนี้ แต่พี่สามควรจะรู้ก่อนหรือเปล่า หรือว่าต่อให้อยู่บ้านเดียวกันก็ต่างคนต่างอยู่ ช่างเถอะในเมื่อไม่ใช่เรื่องของเขา อีกทั้งยังแยกบ้านกันแล้วเขาไม่อยากที่จะสนใจอีก หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องเสื่อมเสียขึ้นก็พอ
บทที่ 120 ผมรับเลี้ยงเองเมื่อป้านเซียงเหวินนำตัวเด็กน้อยไปส่งให้หน่วยแพทย์และพยาบาลตรวจดูแล้ว แพทย์บอกว่าเด็กน้อยไม่ได้เป็นอันตรายอะไร เพียงแค่หิวและร้องไห้จนหมดแรง นี่คือสิ่งที่บ่งบอกและการันตีได้ว่าแม่ของเด็กนั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกชายตัวน้อยๆ ของเธอ พอรู้ว่าเด็กปลอดภัยเขาจึงเดินกลับมาหาทุกคน “ปลอดภัยแล้วครับ” ทันทีที่ป้านเซียงเหวินพูดจบทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เอาร่างของนางฟางไปทำพิธีให้เรียบร้อย ค่าใช้จ่ายทุกอย่างฉันรับผิดชอบเอง ให้เธอได้ไปอยู่กับสามีที่รัก” ท่านนายพลเอ่ยสั่งหัวหน้าหมู่บ้าน “ครับท่าน” “จริงสิ หัวหน้าหมู่บ้านช่วยไปตามครอบครัวฝั่งพ่อของเด็กน้อยมาหน่อย ผมอยากรู้อะไรบางอย่าง” ป้านเซียงเหวินพูดขึ้น ตงซีเฉินมองหน้าพี่ชายบุญธรรม และคิดว่าเด็กน้อยคนนี้มีบุญแล้วที่พี่เซียงเหวินพูดออกหน้า ไม่เช่นนั้นเขาจะเป็นคนรับเลี้ยงเด็กน้อยนี่เอง ไม่นานบ้านซวนจึงยกโขยงกันมาตรงหน้ากลุ่มของท่านนายพลยืนอยู่ “ท่านเรียกพวกเราบ้านซวนมามีอะไรหรือเปล่าครับ” พ่อเฒ่าซวนเอ่ยอย่างนอบน้อมเพราะรู้ดีว่าชายสูงวัยตรงหน้านี้คือท่านนายพล“ผมจะแจ้งข่าวเรื่องแม่นางฟางกับลูกน้อย ตอนนี้แม่นา
บทที่ 119 รักต้องห้าม ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจวันเวลาผันผ่านจนถึงวันที่ยี่สิบห้าเดือนสุดท้ายของปี แม้ว่าจะมีหิมะตกปรอยๆ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการเดินทางของทุกคนที่จะไปทำงานหรือว่าเดินทางมาที่หมู่บ้านเหอซาน แม้ว่าอำเภอนี้หิมะตกไม่หนักอย่างที่คาดคะเนหรือหวั่นวิตก แต่อำเภอข้างๆ กลับมีหิมะตกไม่หยุด มีบ้านเรือนหลายหมู่บ้านที่หลังคาถล่มลงมา ทำให้นายพลป้านและผู้พันลั่วจื่อต้องออกไปช่วยชาวบ้านทุกวัน โดยมีถุงบริจาคของหนิงเหมยจูติดไปด้วย ทั้งทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างก็ออกพื้นที่เพื่อช่วยชาวบ้านที่ประสบภัย “เหมยจู พี่กับพี่รองและพี่เซียงเหวินจะตามพ่อและพี่ลั่วจื่อไปช่วยชาวบ้านนะ เย็นๆ พี่จะรีบกลับ” ตงซีเฉินบอกกับภรรยารัก “พี่อย่าลืมเอาเสบียงไปแจกจ่ายชาวบ้านด้วยนะ ตอนนี้สำคัญที่สุดคืออาหารและน้ำ ต่อให้มีเงินแต่ไม่มีอาหารก็ยากที่จะอยู่รอด” หนิงเหมยจูเป็นห่วงชาวบ้านไม่น้อย หวังว่าจะไม่มีใครเสียชีวิตกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ แม้ว่าสองอำเภอจะห่างกันไม่มากแต่ก็ไม่คิดว่าอำเภอนี้รอดแต่อีกอำเภอเจอกับภัยธรรมชาติแบบนี้ นี่สินะที่เขาเรียกฝนตกไม่ทั่วฟ้า “ครับ พี่ไปก่อนนะ” ตงซีเฉินเอ่ยลาภรรยาและออกเดินทางไปพร้อมก
บทที่ 118 สองพ่อจอมหวงหลังจากที่ชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อย ตงซีเฉินจึงเดินออกมาคุยกับฮ่าวเทียนด้วยสีหน้าที่จริงจัง เขารู้ว่าภรรยานั้นเป็นห่วงเขาจึงได้หาผู้ช่วยมาให้ แต่ชายหนุ่มไม่อยากฝืนใจใคร เพราะการทำงานของเขาและการเดินทางไปทำการค้าแต่ละครั้งกับพี่เซียงเหวินนั้นมีอันตรายรอบด้วย เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าก่อนหน้านี้พี่ชายบุญธรรมไปทำการค้าหรือว่าไปออกรบ เดินทางทีไรมีเรื่องแทบทุกรอบ “พี่ฮ่าวเทียนผมจะถามความสมัครใจอีกครั้ง ถ้าพี่ไม่ยินยอมพี่สามารถทำงานข้างกายเป็นผู้ช่วยของเหมยจูต่อไป การเดินทางไปดูการค้าและทำการค้าของผมและพี่ๆ นั้นมีอันตรายรอบด้าน มีหลายครั้งที่แทบเอาชีวิตไม่รอด และแทบทุกครั้งที่เจอกับปัญหาหรือถูกดักทำร้าย ผมให้พี่เลือกว่าจะเอายังไง อีกอย่างพี่ยังมีลูกเล็ก ผมไม่อยากให้พี่ต้องเสี่ยงหรือเพราะว่าเหมยจูช่วยพี่แล้วพี่จะต้องคล้อยตามทุกครั้ง” “ผมยินดีที่จะติดตามเถ้าแก่ครับ ไม่ใช่เพียงเพราะเถ้าแก่เนี้ยช่วยครอบครัวผมไว้ แต่เพราะเถ้าแก่คือคนสำคัญของเถ้าแก่เนี้ย ผมจึงอยากปกป้อง ที่ผมยอมติดตามเถ้าแก่ไม่ใช่เพราะความต้องการของเถ้าแก่เนี้ยอย่างเดียว แต่เพราะความต้องการของผมด้วย เถ้าแก
บทที่ 117 แพ้ภัยตัวเองเมื่อได้เห็นสีหน้าและท่าทางของสารวัตรหู่ชาง ทุกคนรู้ได้ทันทีว่านี่คงเป็นแผนการของสารวัตรจริงๆ“จริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นคุณบอกผมได้ไหมว่าชาวบ้านกลุ่มนั้นชื่ออะไร เพราะผมให้น้ามู่ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลไม่เห็นว่าจะมีคนไปรักษาตัวด้วยอาการอาหารเป็นพิษเลย หากได้ชื่อ-แซ่ ที่แน่ชัดมันอาจจะง่ายสำหรับการตรวจสอบก็ได้” ตงซีเฉินกระตุกยิ้มมุมปาก “ไม่มีโรงพยาบาลที่ไหนให้ตรวจสอบง่ายๆ หรอกมันเป็นกฎของโรงพยาบาล” แม้จะหน้าเสียที่คนพวกนี้กล้าไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลแต่หู่ชางยังคงตอบด้วยสีหน้าและท่าทางปกติ “แต่คงไม่ยากสำหรับครอบครัวลูกชายของนายพลป้านไม่ใช่เหรอครับ ผมลืมแนะนำตัวผมป้านเซียงเหวิน นี่คือน้องชายผมซีเฉิน และเหมยจูน้องสะใภ้ ได้ข่าวว่าคุณก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเหมยจูเป็นลูกสะใภ้นายพลป้าน หรือคิดว่าท่านนายพลจะไม่สนใจหากเกิดเรื่องกับลูกสะใภ้คนนี้ แต่ผมบอกเลยว่าคุณคิดผิดเพราะท่านนายพลป้านรักลูกสะใภ้ยิ่งกว่าลูกชายตัวเองอีกครับ”ป้านเซียงเหวินทนไม่ได้กับหน้าตาไม่รู้เรื่องรู้ราวของสารวัตรหน้ามึนนี่ เลยต้องสอดแทรกคำพูดของตัวเองไปอีกเล็กน้อย เผื่อว่าท่านสารวัตรผู้ยิ่งใหญ่คนนี้จะรู้ตัวเสียทีว
บทที่ 116 พอดีเท้าผมกระตุก ต้องขอโทษจริงๆหนิงเหมยจูเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูเรียกจึงหันไปมองก่อนจะยิ้มกว้างและวิ่งเข้าไปหาสามีสุดที่รัก แม้ว่าจะโถมตัวเข้ากอดไม่ได้เธอจึงทำได้เพียงจับมือสามีไว้ไม่ปล่อย “สามีกลับมาแล้ว” “ครับพี่กลับมาแล้ว คิดถึงพี่ไหม” ตงซีเฉินยิ้มไม่หุบที่ภรรยาสุดที่รักเรียกว่าสามี เขาใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ถูกภรรยารักจับไว้ลูบผมของเธออย่างแผ่วเบาด้วยความคิดถึง หากไม่ติดว่าอยู่ในสถานที่ราชการเขาคงคว้าตัวเธอมากอดแล้ว หนิงเหมยจูพยักหน้ารับ เธอจึงทำสีหน้าออดอ้อนสามี ก่อนจะฟ้องว่าเธอนั้นโดนรังแกอีกแล้ว แม้ว่าเธอจะเข้มแข็งแค่ไหน แต่เธอเป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งเท่านั้นยังคงต้องการการปกป้องของคนเป็นสามี“พี่ซีเฉิน ไอ้ศา-ลา-วัดนั่นแกล้งร้านเราอีกแล้ว”จากนั้นหญิงสาวผู้เข้มแข็งที่ล้มผู้ชายตัวโตได้เป็นสิบ ฟ้องสามีผู้เป็นที่รักอย่างละเอียด ทำเอามู่ซาและฮ่าวเทียนมองตาไม่กะพริบ ทำไมเถ้าแก่เนี้ยจึงได้กลายเป็นอีกคนเมื่อเจอกับเถ้าแก่แบบนี้ล่ะ หรือว่าพวกเขาตาฝาดกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นทั้งสองคนขยี้ตาแทบหลุดออกมา ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ยังเป็นเหมือนเดิม จนเว่ยอิ้นเฉิงมองมาแล้วหัวเราะ “ไม่ต้อ
บทที่ 115 คงไม่อยากจะอยู่ตำแหน่งเดิมอีกแล้วใช่ไหมวันเวลายังคงดำเนินผ่านไปวันแล้ววันเล่า ตอนนี้ใกล้จะปีใหม่เข้ามาทุกที ร้านแต่ละร้านของหนิงเหมยจูยังคงมีลูกค้าเข้าไม่ขาดสายทั้งๆ ที่หิมะเริ่มตกแล้ว แต่ไม่ได้ตกหนักจนถึงขนาดเดินทางไม่ได้ ชาวบ้านหลายครัวเรือนต่างก็อยู่แต่ในบ้าน อาหารที่ถูกแจกจ่ายในปีนี้ก็แจกเรียบร้อยแล้ว แต่ละบ้านมีสีหน้าดีขึ้น แม้ว่าผลผลิตมีน้อย แต่ยังดีที่หนิงเหมยจูและท่านนายพล แจกถุงบริจาคทำให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ร้านชาบูเมื่อไม่กี่วันก่อนมีการรับพนักงานเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน เธอให้หมานซวนหรือพี่อาหมานเป็นคนจัดการเพราะตัวเธอนั้นวุ่นวายกับงานที่ทำกับคุณตู้ โรงงานผุดขึ้นเพิ่มมาอีกคือโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าทั้งของเด็กและของผู้ใหญ่ รวมถึงสอนพี่สะใภ้อย่างเว่ยเย่หนานทำเครื่องสำอาง อย่างสบู่และแป้งฝุ่น ตอนนี้หนิงเหมยจูแทบจะไม่มีเวลาเลยทีเดียว ความสุขผ่านพ้นไปได้ไม่กี่วัน กลับมีลูกค้าที่สั่งชาบูไปกินที่บ้านเกิดปัญหาเข้าจนได้ มีลูกค้าอยู่สามครอบครัวกินเข้าไปแล้วท้องเสียจนต้องหามส่งโรงพยาบาล วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้ามาควบคุมตัวผู้ดูแลร้านอย่างอาหมานไปที่สำนักงานตำรวจ จนก







