Share

เข้าเมืองขายสมุนไพร

Penulis: l3oonm@
last update Terakhir Diperbarui: 2025-06-17 03:40:55

“จื้อเออร์ เจ้าพูดว่าอย่างไรก่อนที่โสมจะหายไป” จางหมินถามบุตรี

“ข้ากำลังเก็บโสมใส่ตะกร้าแล้วพูดว่า ข้านำไปเก็บก่อนนะเจ้าคะ”

ลู่จื้อกำลังแสดงท่าทางตอนเก็บโสมให้ทุกคนดู โดยใช้แก้วน้ำที่วางบนโต๊ะของท่านพ่อถือไว้ด้วย

แก้วน้ำในมือก็หายไปพอนางพูดว่าเก็บ

ตอนนี้เป็นนางเองที่กระโดดตัวลอย ลู่เพ่ยก็หงายหลังล้มจากเก้าอี้ นางจินหรูก็กระโดดไปจับตัวจางหมินไว้ พอสงบสติอารมณ์กันได้แล้วจึงได้รู้ว่า ลูกสาวของตนมีบางสิ่งผิดปกติ

“มันเกิดขึ้นได้อย่างไร” จินหรูพึมพำกับตัวเอง สติของนางล่องลอยไม่อยู่กับตัวแล้ว

“จื้อเออร์ แขนของเจ้าไปโดนอะไรมา” จางหมินเห็นข้อมือลู่จื้อมีรอยเลือดที่แห้งแล้วอยู่

“เอ่อ... ข้าโดนกิ่งไม้เกี่ยวตอนเข้าไปเก็บไก่ป่าเจ้าค่ะ” ลู่จื้อเพิ่งจะสังเกตเห็นข้อมือของตนมีรอยบาด ทั้งยังมีเลือดที่แห้งกรังแล้วอยู่ด้วย

“เอ๊ะ” ตอนนี้นางรู้แล้วว่าของหายไปได้อย่างไร

ที่ข้อมือปรากฏกำไลวงที่พ่อบ้านให้นางก่อนจะไปอยู่หมู่บ้านชนบท แต่ทำไมไม่มีใครเห็น หรือนางจะเห็นเพียงแค่คนเดียว

ลู่จื้อลองกำหนดจิต แล้วคิดว่าให้โสมออกมา บนโต๊ะตรงหน้าก็ปรากฏตะกร้าโสมขึ้น

“ปะ เป็น ไป ได้ อย่าง ไร” ลู่เพ่ย พูดตะกุกตะกักออกมา

“ข้าคิดว่า ข้าได้สิ่งนี้มาตอนที่ข้าหลับไปสามวันเจ้าค่ะ ตอนนั้นข้านึกว่าตนเองตายแล้ว วิญญาณลอยออกไปในที่ไกลแสนไกล ที่นั่นแตกต่างจากที่นี่ยิ่งนัก มีบ้านเรือนหลังใหญ่โต สูงเทียมฟ้า มีสิ่งที่เรียกว่ารถ วิ่งได้เร็วกว่ารถม้า บนฟ้ายังมีนกยักษ์คนที่นั่นเรียกว่าเครื่องบน ใช้เดินทางไปต่างแคว้นได้เร็วยิ่งนัก” นางหยุดพูดแล้วยกน้ำขึ้นดื่ม

ลู่จื้อยอมเล่าเรื่องชีวิตในโลกก่อนของนางให้ฟังเล็กน้อย ด้วยคิดว่าตอนนี้พวกเขาคือคนในครอบครัวของนาง อย่างไรสักวันก็ต้องรู้อยู่ดี

ทุกคนต่างรอให้นางพูดต่อ นางจินหรูน้ำตาไหลหลังจากที่บุตรีพูดถึงวิญญาณนางออกจากร่าง จางหมินก็กัดฟันแน่นข่มความโมโหที่บุตรีโดนบ้านใหญ่รังแก ลู่เพ่ยลูบหัวน้องสาว เขาคิดว่าตัวเขาช่างไม่ได้เรื่องปล่อยให้น้องของตนเกือบตาย

“ข้าเรียนรู้เรื่องราวมากมายของคนที่นั่น สิ่งของแปลกใหม่ที่ข้าไม่เคยได้เห็น ข้าบังเอิญได้รับกำไลว่าหนึ่งวงเป็นหยกสีดำเนื้อดี”

“เพียงแต่ไม่มีใครมองเห็น แล้วข้าก็ลืมเรื่องนี้ไปแล้วไม่คิดว่ามันจะติดตัวข้ากลับมาด้วยเจ้าค่ะ” ลู่จื้อยกข้อมือของตนให้ทุกคนดู แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นคือรอยแผลที่นางได้รับตอนจับไก่

“เรื่องนี้ห้ามพูดให้ใครฟังเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นลู่จื้อจะได้รับอันตราย” จางหมินสั่งทุกคน ทั้งสามพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน

จากนั้นทั้งสี่คนจึงหันมาสนใจตะกร้าโสมที่อยู่ด้านหน้า จางหมินที่เคยเข้าอำเภอไปขายสัตว์ป่ามาบ้างก็แนะนำให้บุตรของตนนำโสมไปขายให้ร้านยาฮุ่ยชิว (เมตตา) เป็นร้านที่ให้ราคายุติธรรมที่สุดในเมืองแล้ว

ลู่จื้อคิดว่าจะนำโสมร้อยปีสองหัว กับสามร้อยปีหนึ่งหัว ไปขายก่อนเงินที่ได้คงพอให้รักษาบิดากับสร้างบ้าน นางเป็นกังวลเรื่องบ้านยิ่งนัก หากวันใดมีพายุเข้าทั้งสี่ชีวิตคงไม่มีที่ซุกหัวนอนแน่

สองพี่น้องตื่นนอนยามเหมา (05.00-06.59) เมื่อกินข้าวเรียบร้อยก็รีบไปรอขึ้นเกวียนหน้าหมู่บ้าน เกวียนจะวิ่งเข้าเมืองสองรอบต่อวัน ใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อก็ถึง

ค่าเกวียนคนละหนึ่งอิแปะ ชาวบ้านส่วนมากจะเดินเท้าไปเพราะใช้เวลาครึ่งชั่วยามก็ถึง หากมีกำลังเงินก็นั่งเกวียน ลู่จื้อเริ่มมีเงินแล้วนางย่อมต้องนั่งเกวียน

ลู่เพ่ยจ่ายเงินค่าเกวียนเสร็จก็พาน้องสาวขึ้นไปนั่ง

“โอวโยว นึกว่าใคร เจ้าสองคนพี่น้องมีเหรียญทองแดงจ่ายค่าเกวียนหรือ” คิดว่าใครป้าสะใภ้ใหญ่ที่รักนี้เอง

“ท่านแม่ข้าไม่อยากนั่งใกล้มันเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวชุดใหม่ของข้าสกปรกหมด” ลู่จื้อเดินเข้าไปนั่งติดจางเยว่ จนนางต้องเขยิบตัวออกห่าง

“เจ้า” จางเยว่ที่กำลังจะอ้าปากด่าทอก็โดนนางเกาหงมารดาของตนห้ามไว้

“เยว่เออร์เจ้าอย่าได้โมโหไปเลย วันนี้เป็นวันดีของเจ้า” สองแม่ลูกสบตากันอย่างมีความหมาย จางเยว่หันมามองลู่จื้อแล้วยิ้มเยาะ

ลู่จื้อไม่สนใจสองแม่ลูกนั่นอยู่แล้ว ไม่นานเกวียนก็จอดลงที่หน้าประตูเมือง สองพี่น้องไม่สนใจแม่ลูกคู่นั้นอีก ทั้งสองรีบเดินไปร้านยาฮุ่ยชิวทันที

ร้านยาฮุ่ยชิวเป็นร้านยาขนาดกลาง ด้านหน้าขายยา ด้านหลังมีหมอตรวจรักษา มีชาวบ้านเข้ามาซื้อยาขายสมุนไพรตลอดเวลา จึงทำให้มั่นใจได้ว่า ที่นี่ให้ราคายุติธรรมจริง

“ไม่ทราบว่ามาซื้อยาหรือมาขายสมุนไพรขอรับ” เสี่ยวเอ้อหน้าร้านต้อนรับสองพี่น้องอย่างดี ไม่แสดงท่าทางรังเกียจให้เห็น

“มาขายสมุนไพรเจ้าค่ะ แต่ข้าขอบอกไว้ก่อนว่าท่านคงไม่อยากให้ข้านำออกมาตอนนี้แน่นอน”

เสี่ยวเอ้อที่ทำงานมานานเมื่อได้ฟังลู่จื้อพูดเขาก็เข้าใจได้ในทันที พี่น้องคู่นี้ต้องนำสมุนไพรหายากมาขายแน่นอน

“เชิญท่านทั้งสองด้านในก่อนขอรับ ข้าน้อยจะเรียกผู้ประเมินมาตรวจดู” เสี่ยวเอ้อเดินหายไปในห้องด้านหลังแล้วออกมาพร้อมกับชายชรา

“เจ้าสองคนนำสิ่งใดมาขาย เอาออกมาให้ข้าตรวจดูได้เลย ข้าหมอฉีเจ้าของโรงหมอและร้านยาฮุ่ยชิว” ลู่จื้อสะกิดลู่เพ่ยให้หยิบโสมทั้งสามหัวออกมา

“ข้าน้อยคารวะท่านหมอฉี ข้าจางลู่เพ่ย และน้องสาวจางลู่จื้อขอรับ”

ลู่เพ่ยวางห่อผ้าที่เก่าจนแทบจะเหมือนผ้าเช็ดพื้นลงบนโต๊ะ เขาค่อยๆ เปิดออกเพราะกลัวจะทำให้รากโสมหลุดออกมา

“นะ นี่ พวกเจ้าช่างโชคดีจริงๆ นานมากแล้วที่เมืองเฉียงไห่ไม่มีชาวบ้านนำโสมมาขาย” หมอฉีใช้สองมือค่อยๆ หยิบโสมหัวใหญ่ที่สุดขึ้นมาดู

“โสมสามร้อยปี สมบูรณ์มาก พวกเจ้าขุดมาได้ดีจริงๆ ไม่เสียหายเลย” หมอฉีลูบเคราอย่างพอใจ เขามองพิจารณาสองพี่น้องจาง ทั้งคู่ต้องมีคนใดแน่นอนที่มีความรู้เรื่องสมุนไพร เพราะสามารถเก็บได้อย่างถูกวิธี

“โสมร้อยปี สองหัวข้าให้หัวละสามร้อยตำลึงทอง โสมสามร้อยปี หนึ่งหัวมีทั้งดอกครบข้าให้ หนึ่งพันตำลึงทอง พวกเจ้าพอใจหรือไม่”

“พอใจเจ้าค่ะ” หมอฉีสั่งให้หลงจู๊นำตั๋วเงินและเงินตำลึงมาให้สองพี่น้อง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยในหมู่บ้านหนานชุน   ตอนพิเศษ3

    เมื่อทั้งสองพนันกันว่าหวังเหอรุ่ยจะตามมาหรือไม่ ลู่จื้อนางบอกว่าจะต้องตามมาในวันต่อไปเลย ส่วนโจวหรงเฉิงไม่คิดว่าจะตามมาด้วยคิดว่าคงกลัวคำขู่จองเขาอยู่บ้าง“เหอะ เจ้ามาจ่ายให้ข้าด้วย” โจวหรงเฉิงหันไปถลึงตามองหวังเหอรุ่ยที่รีบตามมาเร็วเกินไปจนเขาต้องเสียเงินให้เมียรักถึงหนึ่งพันตำลึงทอง“ดะ ได้ขอรับ ว่าแต่อาเยว่เล่านางอยู่ที่ใด”“หึ ข้าให้โอกาสเจ้าครั้งสุดท้าย หากอาเยว่เลิกสนใจในตัวเจ้า เจ้าต้องห้ามยุ่งกับนางอีก แล้วถ้าเจ้าทำให้อาเยว่นางเสียใจอีกครั้ง...” โจวหรงเฉิงมิได้บอกว่าจะจัดการหวังเหอรุ่ยเช่นไร แต่เขาปล่อยพลังปราณใส่ตัวของหวังเหอรุ่ยแม้จะอยู่ในขั้นจักรพรรดิ หวังเหอรุ่ยยังเจ็บจนต้องกลืนเลือดที่เกือบจะกระอักออกมาคืนกลับลงไป โจวหรงเฉิงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนตัวของหวังเหอรุ่ยจะเข้าไปอยู่ภายในมิติ“ท่านเก่งมากท่านพี่ คืนนี้ข้าจะมอบรางวัลให้ท่านดีหรือไม่” ลู่จื้อช้อนสายตามองเขาอย่างยั่วยวน“ตอนนี้เลยมิได้รึ” โจวหรงเฉิงอุ้มเมียรักกลับขึ้นห้องพักทันทีโดยไม่สนใจสายตาตกตะลึงของตนในโรงเตี๊ยมที่มองพวกเขาอย่างตกตะลึง ชาวบ้านเพียงแค่ได้ยินเรื่องผู้ฝึกตน แต่ไม่เคยพบเห็นกับตาเช่นนี้“เย่เยว่”

  • ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยในหมู่บ้านหนานชุน   ตอนพิเศษ2

    นางอุตส่าห์ได้ปิ่นที่หวังเหอรุ่ยทำขึ้นด้วยตนเองมาจากมารดาที่เอ่ยขอมาตั้งนาน ทั้งยังปักมาเพื่อให้เขาได้เห็น แต่ไม่คิดว่าจะมาเห็นภาพบาดตาเข้า“อาเยว่เจ้าเอาของมาให้ข้ารึ วางไว้เถิด ประเดี๋ยวจะให้บ่าวยกไปเก็บ” เขาไม่ได้มองใบหน้าที่ตกตะลึงของนางเลย“หลานสาวท่านพี่เคยเอ่ยเล่าใช่หรือไม่เจ้าคะ” สตรีใบหน้างามไม่น้อยหันมาส่งยิ้มหวานให้ฟานเยว่“ใช่ อาเยว่ นี่แม่นางฝูหลิน...”“ท่านจะแต่งนางเป็นภรรยาใช่หรือไม่เจ้าคะ” ฟานเยว่เอ่ยถามหวังเหอรุ่ยเสียงแข็ง“...” เขามิได้เอ่ยตอบนาง“ใช่แล้ว ต่อไปเจ้าก็ต้องเรียกข้าว่าท่านป้าสะใภ้” ฝูหลินยังคงยิ้มแย้มอย่างใจดีให้ฟานเยว่“เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าไม่รบกวนเวลาสำราญของท่านแล้ว ท่านลุง” ฟานเยว่ยิ้มอย่างเจ็บปวดให้เขา ก่อนจะหันหลังกลับออกจากจวนตระกูลหวังไป โดยไม่หันมามองหวังเหอรุ่ยอีกเลย“ท่านต้องทำเช่นนี้ด้วยรึใต้เท้าหวัง บุรุษทั่วเมืองหลวงล้วนแต่อยากจะพิชิตนางให้ได้ มีเพียงท่านที่นางปักใจ แต่กลับใจร้ายกับนางเช่นนี้” ฝูหลินเอ่ยตำหนิเขาออกมานางเป็นหญิงขับร้องในหอนางโลม มิใช่หญิงคณิกา รู้จักกับหวังเหอรุ่ยมาหลายปีแล้ว ที่นางไม่ยอมขายคืนแรกให้ผู้ใดก็รอเพียงแค่เขาเท่าน

  • ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยในหมู่บ้านหนานชุน   ตอนพิเศษ1

    ลู่จื้อเดินทางมาถึงเมืองหลวง ครอบครัวของนางที่เขียนจดหมายส่งข่าวให้รู้ก่อนหน้า ก็พากันออกมารอต้อนรับอย่างคับคั่ง“นั่น หลานสาวข้าใช่หรือไม่” จินหรูชี้นิ้วที่สั่นเทาไปทางฟานเยว่ที่โบกมืออยู่บนหลังม้าตัวเดียวกับผู้เป็นบิดา"ท่านยาย ท่านตา ฟานเยว่เจ้าค่ะ” นางลงจากหลังม้าได้ก็วิ่งเข้าไปหาจางหมินและจินหรู“รู้จักตากับยายด้วยรึ” จางหมินมองหลานสาวอย่างเอ็นดู“เจ้าค่ะ ท่านแม่เล่าเรื่องท่านตาท่านยายให้ข้าฟังทุกวันเลย โอ๊ะ...ท่านพ่อก็เล่าเรื่องท่านปู่กับท่านย่าด้วยเจ้าค่ะ” ฟานเยว่กลัวเสนาบดีโจวและฮูหยินโจวจะเสียใจจึงได้เอ่ยขึ้นมา“ฉลาดนักหลานสาวข้า” เสนาบดีโจวหัวเราะอย่างชอบใจ“ท่านลุงเพ่ย ท่านลุงหยาง พวกท่านมีน้องให้ข้ารึยัง” ใบหน้าของทุกคนแข็งค้างไป เมื่อฟานเยว่หันไปเอ่ยถามลู่เพ่ยและหลินตงหยางที่ออกมารอรับอยู่ด้วย“ฮ่า ฮ่า อาเยว่ เจ้าช่างปากร้ายเหมือนบิดาไม่มีผิด” เซียวซีซวนที่อุ้มบุตรสาวตัวน้อยของเขามาด้วยก็หัวเราะเสียงดังอย่างชอบใจ“กลับจวนกันก่อนเถิดขอรับ” โจวหรงเฉิงอุ้มฟานเยว่กลับมา เขาปิดปากน้อยๆ ของบุตรสาวไว้ไม่ได้ส่วนลู่จื้อเส้นเลือดที่ข้างขมับของนางเต้นไม่หยุด เจ้าบุตรสาวตัวแสบไม่รู้

  • ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยในหมู่บ้านหนานชุน   ฟานเยว่

    โจวหรงเฉิงที่เห็นเช่นนั้นจึงได้ช้อนตัวนางลงมาอยู่ในสระน้ำ ความเจ็บเมื่อครู่ค่อยๆ จางหายไป เขาจึงกดลำทวนเข้าไปจนสุดลำ“ดีแล้วหรือยัง”“อืม...”“ให้ข้าขยับเลยหรือไม่” เขากระซิบถามที่ข้างหู“หากไม่ขยับก็เอาออกไปซะ” ลู่จื้อกัดฟันแน่น นางเริ่มจะหงุดหงิดบุรุษหน้าหนาเสียแล้ว“หึหึ” โจวหรงเฉิงหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ก่อนจะเริ่มขยับเอวเข้าออกอย่างช้าๆ แล้วเร็วขึ้นจนน้ำในสระกระเพื่อมออกไปนอกสระ“อ๊ะ...อ๊า” ลู่จื้อกัดปากแน่น เมื่อเขาเริ่มขยับเอวหนาเข้าออกอย่างไม่คิดจะผ่อนเลย“จื้อเออร์ ข้ามีความสุขยิ่งนัก” โจวหรงเฉิงเชิดหน้าขึ้นอย่างเสียวซ่าน ก่อนที่น้ำรักจะพุ่งเข้าสู่ช่องทางรักของลู่จื้ออย่างเต็มเปี่ยมแสงหลากหลายสีภายในสระบัวพุ่งวนอยู่รอบตัวของทั้งคู่ยามที่ทั้งคู่เสร็จสมจากการร่วมรักลู่จื้อและโจวหรงเฉิงมองไปรอบๆ อย่างไม่เข้าใจ เพียงครู่เดียวร่างกายของทั้งสองก็ราวกับจะปริแตก เมื่อพลังปราณในร่างกายต่างวิ่งวนอย่างสับสน“อื้อ...” ลู่จื้อร้องออกมาเสียงเบา โจวหรงเฉิงเม้มปากแน่น กอดลู่จื้อที่ร่างยังผสานกันอยู่แน่นขึ้นความเจ็บปวดเกิดไม่นาน สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือดวงตาของทั้งสองเปล่งประกายไปด้วยสีทองอร

  • ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยในหมู่บ้านหนานชุน   ข้าขอเข้าหอก่อน

    หากจะถามว่าเรื่องของลู่เพ่ยและหลินตงหยางเกิดขึ้นเมื่อใด ก็คงตั้งแต่ที่เขาเดินทางมาที่เมืองหลวง ตอนที่หลินตงหยางมักจะเข้ามาอยู่ในมิติเพื่อเดินลมปราณ ลู่เพ่ยที่ได้เข้าไปช่วยดูแล ทำให้ทั้งสองรู้ใจตนเอง หลังจากนั้นก็ลอบนัดพบกันโดยที่ไม่มีผู้ใดรู้เห็นแม้แต่ลอบเข้ามาในจวนยามค่ำคืนหลินตงหยางก็ทำมาแล้ว และดูเหมือนว่าจะบ่อยครั้งกว่าที่โจวหรงเฉิงได้พบลู่จื้อในมิติเสียอีก“เชื่อข้าพี่เพ่ย ท่านต้องรักตนเอง อย่าสนใจสายตาของผู้ใด หากท่านเลือกแล้วว่าเป็นแม่ทัพหลิน ท่านเป็นถึงผู้ฝึกตนจะมีใครกล้าว่าท่านใด”“อืม...เข้าใจแล้ว” เขายิ้มกว้างออกมา เหมือนว่าเรื่องหนักอกได้ถูกยกออกไปแล้วหลินตงหยางเป็นคนที่ไม่สนสายตาของผู้ใดอยู่แล้ว เขาต้องการจะบอกเรื่องนี้กับสหายหลายครั้ง แต่ก็ถูกลู่เพ่ยขอร้องเอาไว้ตลอดเกี้ยวแปดคนหามเคลื่อนตัวไปที่จวนตระกูลโจวหลังใหม่ ด้านหน้าเกี้ยวมีเสี่ยวเฮยที่คืนร่างเดิม เดินนำหน้าอยู่อย่างน่าเกรงขามเมื่อเกี้ยวหยุดลง โจวหรงเฉิงก็เดินเข้ามาอุ้มตัวเจ้าสาวลงไม่ยอมให้นางได้เดิน ชาวเมืองได้แต่ชะเง้อคอมองด้วยอยากรู้ว่าสตรีที่อยู่ในอ้อมแขนของโจวหรงเฉิงงามมากเพียงใด เขาถึงไม่กล้าให้เท้าของนาง

  • ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยในหมู่บ้านหนานชุน   งานมงคลของลู่จื้อ

    เสนาบดีโจวตัวเขามีสามภรรยา สี่อนุ เช่นบุรุษส่วนมากในเมืองหลวง ที่โจวหรงเฉิงเอ่ยถามก็เพียงสงสัยว่าเขาสามารถตัดใจจากเมียรักทั้งหมดได้รึ“เหอะ ข้าไม่เป็นแล้วก็ได้” เขาแค่นเสียงออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ภรรยาทุกคนของเขาล้วนแต่มีบุตร หากให้ทิ้งขว้างพวกนางก็ดูจะไร้คุณธรรมเกินไป“ท่านไม่ต้องห่วงว่าจะมีเมียเพิ่มไม่ได้นะเจ้าคะ ข้าจะมอบน้ำพุจิตวิญญาณไว้ให้ท่านสักสองโอ่ง” ลู่จื้อชูนิ้วขึ้นมาด้วยสองพ่อลูกหันมาถลึงตามองลู่จื้อกันใหญ่ พร้อมทั้งเสียงหัวเราะของฮูหยินโจวที่ลู่จื้อพูดได้ถูกใจนางเสียจริงทั้งหมดแยกย้ายกลับไปที่จวนเพื่อจัดการเก็บข้าวของที่นำมาด้วยไม่น้อยเลย ลู่จื้อบอกกล่าวบิดาเรื่องที่นางจะเดินทางเที่ยวไปทั่วแคว้นจางหมินจึงต้องหาซื้อที่ดินในเมืองหลวงเพื่อปลูกผัก โดยมีเซียวซีซวนให้การช่วยเหลือ มันคือผลประโยชน์ของเขาทั้งสิ้นลู่จื้อบอกเรื่องจะทิ้งน้ำพุจิตวิญญาณไว้ที่จวนให้มากเสียหน่อย เพื่อให้เขาผสมน้ำใช้รดผักที่ปลูก ส่วนผลไม้ ก็จะมีวางขายเพียงแค่ไม่กี่อย่างแทนแต่สิ่งที่ลู่จื้อนึกไม่ถึงคือ เสนาบดีโจวหลังจากที่กลับไปวันนั้น เขาก็เรียกภรรยาและบุตรทั้งหมดมาพบ ก่อนจะจัดการแบ่งทรัพย์สินที่มีให้ท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status