LOGINลู่จื้อ อาศัยอยู่ในไต้หวัน เธอเป็นเจ้าของคาสิโนขนาดใหญ่ ที่ส่งต่อมาจากพ่อบุญธรรมที่รับเธอมาเลี้ยงจากบ้านเด็กกำพร้า เธอวางมือคืนอำนาจให้ญาติพี่น้องของพ่อบุญธรรม แต่พวกเขากลับตามฆ่าเธอ
View More화약이 세 걸음 빨리 터졌다.
쾅― 하는 폭음과 함께 붉은 불꽃이 말의 오른쪽에서 솟구쳤고, 놀란 말이 날카롭게 울며 앞발을 치켜드는 순간 강채원은 고삐를 짧게 당기면서 반사적으로 앞을 확인했다.
안전 매트까지 세 걸음.
정확히는 말이 세 걸음을 더 달린 뒤, 낙마 지점에 진입하는 순간 터져야 할 화약이었다.
‘젠장.’
몇 분 전 채원은 안장과 복대, 말이 달릴 동선과 낙마 지점에 깔린 매트까지 직접 확인했고, 화약이 터지는 순서와 타이밍도 스태프에게 재차 물었다.
“선배, 저 화약 타이밍 진짜 괜찮겠죠? 말 놀라면 위험할 것 같은데.”
후배가 불안한 얼굴로 물었을 때도 제작진은 몇 번이나 점검했다며 문제없다고 장담했지만, 채원은 그 말을 믿는 대신 현장을 자기 눈으로 다시 확인했다.
스턴트 대역으로 십 년을 버티면서 배운 게 있다면, 촬영장에서 누군가 ‘괜찮다’고 말하는 것과 정말 괜찮은 것은 전혀 다른 문제라는 사실이었다.
그래서 확인했다.
안장도, 복대도, 매트도 이상이 없었다.
화약만 제시간에 터졌다면.
쾅―!
두 번째 폭발이 터지자 말이 머리를 거칠게 흔들며 옆으로 몸을 틀었고, 채원의 머릿속에서 조금 전까지 있던 생각들이 한꺼번에 사라졌다.
말을 진정시키기엔 늦었다.
왼쪽.
고삐를 놓는다.
턱을 당기고, 어깨부터.
수백 번 반복한 동작을 몸이 생각보다 먼저 실행했다.
채원은 말이 다시 앞발을 드는 순간 고삐를 놓으며 안장에서 몸을 빼냈고, 허공으로 떠오른 몸을 왼쪽으로 틀었다.
된다.
낙법만 제대로 들어가면 된다.
그 순간 놀란 말이 반대쪽으로 몸을 거칠게 비틀었고, 발끝에 걸려 있던 등자가 빠지면서 채원의 몸이 예상과 전혀 다른 방향으로 튕겨 나갔다.
머리가 아래로 향했다.
눈앞으로 검은 흙바닥과 군데군데 튀어나온 돌멩이가 빠르게 가까워졌고, 그 너머에는 조금 전 자기 눈으로 확인했던 파란색 안전 매트가 보였다.
세 걸음.
고작 세 걸음이었지만 지금은 닿을 수 없는 거리였다.
‘안 돼.’
채원은 본능적으로 어깨를 안쪽으로 말며 몸을 한 번 더 틀었다.
쾅!
머리 뒤쪽을 둔탁한 충격이 때렸다.
소리가 끊겼다.
눈앞이 새하얗게 번졌다가 천천히 색을 되찾았을 때는 새벽빛이 희미하게 번지는 하늘과 그 아래로 다급하게 달려오는 사람들의 모습이 보였다.
누군가 채원의 이름을 부르는 것 같았지만 목소리는 물속에서 듣는 것처럼 뭉개졌고, 몸을 일으키려는 순간 손가락과 발끝 어디에서도 감각이 따라오지 않았다.
채원은 움직이려던 힘을 즉시 풀었다.
‘목.’
움직이면 안 된다.
낙상 사고를 수도 없이 재현해 온 몸이 공포보다 먼저 위험을 알아챘다.
사람들이 몰려들었다.
누군가 채원의 목 양옆을 잡아 고정했고, 다른 사람이 맥을 확인하는 사이 조금 전 함께 촬영했던 후배가 새파랗게 질린 얼굴로 계속 무언가를 외쳤다.
소리가 점점 멀어졌다.
채원은 눈동자만 움직여 자신이 달려온 길을 바라봤다.
파란 안전 매트는 세 걸음 앞에 그대로 있었다.
조금도 흐트러지지 않은 채.
그제야 실감이 났다.
잘못된 것은 단 하나였다.
화약이 예정된 순간보다 세 걸음 빨리 터졌다.
그 세 걸음이 사람 하나의 목숨을 가를 줄은 몰랐다.
“산소마스크!”
“들것 가져와요! 빨리!”
목을 고정한 채 몸이 들것 위로 옮겨졌고, 산소마스크가 얼굴을 덮었지만 숨은 갈수록 얕아졌다.
눈꺼풀도 무거워졌다.
정신을 붙잡아야 한다는 건 알았다.
그런데 그 순간, 사고와는 아무 상관도 없는 생각 하나가 불쑥 떠올랐다.
엄마한테 전화해야 하는데.
어제도 촬영이 늦게 끝나서 못 했고, 오늘은 꼭 전화하겠다고 했는데.
채원은 손가락이라도 움직여 보려 했지만 아무 감각이 없었다.
사람들의 손이 다급하게 움직이는 사이 누군가 촬영용 가체와 장신구를 풀어냈고, 흐려지는 시야 끝으로 자기 몸을 덮은 붉은 비단옷이 스쳤다.
세자빈의 옷이었다.
오늘도 카메라 앞에서 남의 얼굴 대신 위험한 장면을 맡았고, 늘 그랬듯 무사히 끝날 줄 알았다.
하지만 오늘은 아니었다.
“맥박 떨어집니다!”
산소마스크 너머로 숨을 들이마시려 했지만 가슴이 움직이지 않았다.
새벽 하늘도, 자신을 내려다보는 사람들의 얼굴도 빠르게 흐려졌다.
“맥박 없습니다!”
누군가 급하게 자리를 비키라고 외쳤고, 곧이어 의료진의 목소리가 날카롭게 울렸다.
“선생님, 심정지입니다!”
เมื่อทั้งสองพนันกันว่าหวังเหอรุ่ยจะตามมาหรือไม่ ลู่จื้อนางบอกว่าจะต้องตามมาในวันต่อไปเลย ส่วนโจวหรงเฉิงไม่คิดว่าจะตามมาด้วยคิดว่าคงกลัวคำขู่จองเขาอยู่บ้าง“เหอะ เจ้ามาจ่ายให้ข้าด้วย” โจวหรงเฉิงหันไปถลึงตามองหวังเหอรุ่ยที่รีบตามมาเร็วเกินไปจนเขาต้องเสียเงินให้เมียรักถึงหนึ่งพันตำลึงทอง“ดะ ได้ขอรับ ว่าแต่อาเยว่เล่านางอยู่ที่ใด”“หึ ข้าให้โอกาสเจ้าครั้งสุดท้าย หากอาเยว่เลิกสนใจในตัวเจ้า เจ้าต้องห้ามยุ่งกับนางอีก แล้วถ้าเจ้าทำให้อาเยว่นางเสียใจอีกครั้ง...” โจวหรงเฉิงมิได้บอกว่าจะจัดการหวังเหอรุ่ยเช่นไร แต่เขาปล่อยพลังปราณใส่ตัวของหวังเหอรุ่ยแม้จะอยู่ในขั้นจักรพรรดิ หวังเหอรุ่ยยังเจ็บจนต้องกลืนเลือดที่เกือบจะกระอักออกมาคืนกลับลงไป โจวหรงเฉิงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนตัวของหวังเหอรุ่ยจะเข้าไปอยู่ภายในมิติ“ท่านเก่งมากท่านพี่ คืนนี้ข้าจะมอบรางวัลให้ท่านดีหรือไม่” ลู่จื้อช้อนสายตามองเขาอย่างยั่วยวน“ตอนนี้เลยมิได้รึ” โจวหรงเฉิงอุ้มเมียรักกลับขึ้นห้องพักทันทีโดยไม่สนใจสายตาตกตะลึงของตนในโรงเตี๊ยมที่มองพวกเขาอย่างตกตะลึง ชาวบ้านเพียงแค่ได้ยินเรื่องผู้ฝึกตน แต่ไม่เคยพบเห็นกับตาเช่นนี้“เย่เยว่”
นางอุตส่าห์ได้ปิ่นที่หวังเหอรุ่ยทำขึ้นด้วยตนเองมาจากมารดาที่เอ่ยขอมาตั้งนาน ทั้งยังปักมาเพื่อให้เขาได้เห็น แต่ไม่คิดว่าจะมาเห็นภาพบาดตาเข้า“อาเยว่เจ้าเอาของมาให้ข้ารึ วางไว้เถิด ประเดี๋ยวจะให้บ่าวยกไปเก็บ” เขาไม่ได้มองใบหน้าที่ตกตะลึงของนางเลย“หลานสาวท่านพี่เคยเอ่ยเล่าใช่หรือไม่เจ้าคะ” สตรีใบหน้างามไม่น้อยหันมาส่งยิ้มหวานให้ฟานเยว่“ใช่ อาเยว่ นี่แม่นางฝูหลิน...”“ท่านจะแต่งนางเป็นภรรยาใช่หรือไม่เจ้าคะ” ฟานเยว่เอ่ยถามหวังเหอรุ่ยเสียงแข็ง“...” เขามิได้เอ่ยตอบนาง“ใช่แล้ว ต่อไปเจ้าก็ต้องเรียกข้าว่าท่านป้าสะใภ้” ฝูหลินยังคงยิ้มแย้มอย่างใจดีให้ฟานเยว่“เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าไม่รบกวนเวลาสำราญของท่านแล้ว ท่านลุง” ฟานเยว่ยิ้มอย่างเจ็บปวดให้เขา ก่อนจะหันหลังกลับออกจากจวนตระกูลหวังไป โดยไม่หันมามองหวังเหอรุ่ยอีกเลย“ท่านต้องทำเช่นนี้ด้วยรึใต้เท้าหวัง บุรุษทั่วเมืองหลวงล้วนแต่อยากจะพิชิตนางให้ได้ มีเพียงท่านที่นางปักใจ แต่กลับใจร้ายกับนางเช่นนี้” ฝูหลินเอ่ยตำหนิเขาออกมานางเป็นหญิงขับร้องในหอนางโลม มิใช่หญิงคณิกา รู้จักกับหวังเหอรุ่ยมาหลายปีแล้ว ที่นางไม่ยอมขายคืนแรกให้ผู้ใดก็รอเพียงแค่เขาเท่าน
ลู่จื้อเดินทางมาถึงเมืองหลวง ครอบครัวของนางที่เขียนจดหมายส่งข่าวให้รู้ก่อนหน้า ก็พากันออกมารอต้อนรับอย่างคับคั่ง“นั่น หลานสาวข้าใช่หรือไม่” จินหรูชี้นิ้วที่สั่นเทาไปทางฟานเยว่ที่โบกมืออยู่บนหลังม้าตัวเดียวกับผู้เป็นบิดา"ท่านยาย ท่านตา ฟานเยว่เจ้าค่ะ” นางลงจากหลังม้าได้ก็วิ่งเข้าไปหาจางหมินและจินหรู“รู้จักตากับยายด้วยรึ” จางหมินมองหลานสาวอย่างเอ็นดู“เจ้าค่ะ ท่านแม่เล่าเรื่องท่านตาท่านยายให้ข้าฟังทุกวันเลย โอ๊ะ...ท่านพ่อก็เล่าเรื่องท่านปู่กับท่านย่าด้วยเจ้าค่ะ” ฟานเยว่กลัวเสนาบดีโจวและฮูหยินโจวจะเสียใจจึงได้เอ่ยขึ้นมา“ฉลาดนักหลานสาวข้า” เสนาบดีโจวหัวเราะอย่างชอบใจ“ท่านลุงเพ่ย ท่านลุงหยาง พวกท่านมีน้องให้ข้ารึยัง” ใบหน้าของทุกคนแข็งค้างไป เมื่อฟานเยว่หันไปเอ่ยถามลู่เพ่ยและหลินตงหยางที่ออกมารอรับอยู่ด้วย“ฮ่า ฮ่า อาเยว่ เจ้าช่างปากร้ายเหมือนบิดาไม่มีผิด” เซียวซีซวนที่อุ้มบุตรสาวตัวน้อยของเขามาด้วยก็หัวเราะเสียงดังอย่างชอบใจ“กลับจวนกันก่อนเถิดขอรับ” โจวหรงเฉิงอุ้มฟานเยว่กลับมา เขาปิดปากน้อยๆ ของบุตรสาวไว้ไม่ได้ส่วนลู่จื้อเส้นเลือดที่ข้างขมับของนางเต้นไม่หยุด เจ้าบุตรสาวตัวแสบไม่รู้
โจวหรงเฉิงที่เห็นเช่นนั้นจึงได้ช้อนตัวนางลงมาอยู่ในสระน้ำ ความเจ็บเมื่อครู่ค่อยๆ จางหายไป เขาจึงกดลำทวนเข้าไปจนสุดลำ“ดีแล้วหรือยัง”“อืม...”“ให้ข้าขยับเลยหรือไม่” เขากระซิบถามที่ข้างหู“หากไม่ขยับก็เอาออกไปซะ” ลู่จื้อกัดฟันแน่น นางเริ่มจะหงุดหงิดบุรุษหน้าหนาเสียแล้ว“หึหึ” โจวหรงเฉิงหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ก่อนจะเริ่มขยับเอวเข้าออกอย่างช้าๆ แล้วเร็วขึ้นจนน้ำในสระกระเพื่อมออกไปนอกสระ“อ๊ะ...อ๊า” ลู่จื้อกัดปากแน่น เมื่อเขาเริ่มขยับเอวหนาเข้าออกอย่างไม่คิดจะผ่อนเลย“จื้อเออร์ ข้ามีความสุขยิ่งนัก” โจวหรงเฉิงเชิดหน้าขึ้นอย่างเสียวซ่าน ก่อนที่น้ำรักจะพุ่งเข้าสู่ช่องทางรักของลู่จื้ออย่างเต็มเปี่ยมแสงหลากหลายสีภายในสระบัวพุ่งวนอยู่รอบตัวของทั้งคู่ยามที่ทั้งคู่เสร็จสมจากการร่วมรักลู่จื้อและโจวหรงเฉิงมองไปรอบๆ อย่างไม่เข้าใจ เพียงครู่เดียวร่างกายของทั้งสองก็ราวกับจะปริแตก เมื่อพลังปราณในร่างกายต่างวิ่งวนอย่างสับสน“อื้อ...” ลู่จื้อร้องออกมาเสียงเบา โจวหรงเฉิงเม้มปากแน่น กอดลู่จื้อที่ร่างยังผสานกันอยู่แน่นขึ้นความเจ็บปวดเกิดไม่นาน สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือดวงตาของทั้งสองเปล่งประกายไปด้วยสีทองอร
เวลาภายในมิติเพิ่งจะผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น ลู่จื้อนางยังคงนอนหลับสนิท ตอนที่โจวหรงเฉิงแอบย่องเข้ามานางยังไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดเขาถอดเสื้อตัวนอกออก แล้วขึ้นไปนอนกอดนางบนเตียง“อื้อ...” ลู่จื้อที่ถูกรบกวนก็ร้องประท้วงออกมา“จื้อเออร์ ข้ากลับมาแล้ว” เขาดึงนางให้พลิกหันกลับมาทางเขา“อืม...เมา
พอเซียวซีซวนเสร็จส่งฟางซินเข้าห้องหอแล้ว จึงได้ออกมาร่วมดื่มสุรามงคลกับแขกที่มาร่วมงาน พอมาเห็นใบหน้าที่แดงก่ำไปด้วยฤทธิ์สุรา และดวงตาที่หยาดเยิ้มของลู่จื้อ เขาก็ส่ายหัวออกมา“อาเพ่ย พาอาจื้อกลับไปก่อน” ด้วยมีคนอื่นอยู่ไม่น้อย เซียวซีซวนจึงเปลี่ยนคำเรียกขานนางเสียใหม่“ขอรับ” ลู่เพ่ยเองก็อยากจะพาน้
นางอยากจะหันไปทุบตีโจวหรงเฉิงสักยก เขาพานางมาโดยที่นางไม่ได้เตรียมตัวให้ดีเสียก่อน ตอนนี้นางจึงเสียอาการทำตัวไม่ถูกสักนิด“เอ่อ...ข้าน้อยจางลู่จื้อเจ้าค่ะ” นางยิ้มแห้งออกมา ด้วยไม่รู้จะทำตัวเช่นใด“นั่งก่อนเถิด” เสนาบดีโจวผายมือไปที่เก้าอี้“แล้วเจ้ามาที่จวนของข้าได้อย่างไร” ฮูหยินโจวที่เพิ่งจะหาเส
เสี่ยวจิ้นนำตั๋วเงินมาส่งลู่จื้อตรวจสอบว่าได้ครบตามจำนวนหรือไม่ เมื่อเห็นว่าเป็นตั๋วเงินหนึ่งหมื่นห้าพันตำลึงทอง นางจึงเก็บเข้าไปในมิติต่อหน้าพวกเขาโจวหรงเฉิงกับเซียวซีซวนที่เคยเห็นมาก่อนแล้ว ก็ไม่ได้ตกใจอันใด ผิดกับหลินตงหยางที่เขากระโดดจนตัวลอย เมื่อได้เห็นตั๋วเงินหายไปต่อนห้าต่อหน้า“ทำดีๆ เจ้า












reviewsMore