Share

บทที่ 6

last update publish date: 2026-03-04 13:29:29

บทที่ 6 สหายวัยเยาว์ขององค์หญิง

หลายวันต่อมา ในที่สุดความพยายามของซือหนิงก็เป็นผล วันนี้นางไปอยู่ในตำแหน่งที่เป็นจุดประจำขององครักษ์หลี่และก็ได้พบกับเขาแล้ว

หลี่เจ๋อหานที่ยืนเฝ้ายามอยู่ คำนับให้นางอย่างนอบน้อมและก็ก้มหน้าหลบเลี่ยง ไม่ยอมสบตา เป็นกิริยาที่ข้ารับใช้จากแคว้นเย่ที่ติดตามมาไม่มีใครทำ ซือหนิงมองท่าทางนั้นแล้วก็รู้สึกขบขันเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยทักเขาด้วยน้ำเสียงสนิทสนมอย่างจงใจ

"เจ๋อหาน" นามนี้โผล่ขึ้นมาในความทรงจำขององค์หญิงร่างเดิมนี้...

เมื่อได้ยินเสียงเรียกนามอันแสดงออกถึงความสนิทสนมนี้ เจ๋อหานก็ดูเหมือนชะงักเล็กน้อย ดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาหมวกเกราะสั่นไหวเพียงครู่เดียวก่อนจะกลับมานิ่งเฉยเช่นเดิม

"องค์หญิงมีรับสั่งอันใดพะยะค่ะ?"

ซือหนิงยิ้มบาง ๆ ส่ายหน้าไม่ตอบอะไร นางเดินผ่านหน้าเขาไปเหมือนจะจากไปแล้ว ทว่าเดินไปเพียงไม่กี่ก้าว ร่างของนางก็โซเซก่อนจะล้มลงไปด้านหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว

"โอ๊ะ!"

นางร้องออกมาเสียงดังแสร้งทำเป็นสะดุดก้อนหิน ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวราวกับเจ็บปวด ดวงตาสีฟ้าใสเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นแต่ก็ฝืนกลั้นไว้อยู่

องครักษ์หลี่ที่ยืนอยู่ใกล้ รีบเข้าประคองนางให้ลุกขึ้นทันที

"องค์หญิงทรงเป็นอันใดพะยะค่ะ? ทรงเจ็บมากหรือไม่?"

ขณะที่เขาช่วยพยุงขึ้นนั้น สายตาเฉียบคมของเขาก็เหลือบไปเห็นรอยแดงชัดเจนบนท่อนแขนของซือหนิง แขนเสื้อบางของนางร่นขึ้นเผยให้เห็นร่องรอยรุนแรงประทับอยู่บนผิวขาวละเอียดของนาง

แววตาของหลี่เจ๋อหานพลันเปลี่ยนไป ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่เสียงของเขาจะดังขึ้นด้วยความหนักแน่น

"องค์หญิง… ผู้ใดเป็นคนทำ?"

ซือหนิงรีบดึงแขนเสื้อของตนลงอย่างลุกลี้ลุกลน สีหน้าดูร้อนรนราวกับไม่ต้องการให้เขารู้

"ไม่มีผู้ใดทำ ข้าซุ่มซ่ามเองต่างหาก เผลอเดินไปชนมุมโต๊ะน่ะ"

หลี่เจ๋อหานขมวดคิ้วแน่น เขาไม่เชื่อนางแม้เพียงน้อย

"องค์หญิง… หากผู้ใดกล้าลงมือกับพระองค์ หม่อมฉันย่อมต้องจัดการมันแทนพระองค์ ขอเพียงบอกมา!"

ซือหนิงเห็นท่าทางจริงจังของเขาก็รีบแสดงสีหน้าอัดอั้น ปล่อยให้น้ำตาหยดไหลอาบแก้ม สะอึกสะอื้นเสียงเบา

"เจ้าไม่สามารถทำอะไรซูกูกูได้หรอก ข้าทนได้…"

คำพูดนี้ทำให้สีหน้าของหลี่เจ๋อหานเปลี่ยนไปในทันที "เป็นนางอีกแล้วหรือ?" น้ำเสียงของเขาแฝงความกรุ่นโกรธและอดกลั้น

"เรื่องนี้ไม่ใช่เกิดครั้งแรกเสียหน่อย ใช่ว่าข้าจะยอมซูกูกูไปเสียหมด เจ้าเพียงเอาใจช่วยข้าก็พอ เจ๋อหาน"

หลี่เจ๋อหานกำหมือแน่น สีหน้าของเขาอมทุกข์เสียยิ่งกว่าคนที่ถูกกลั่นแกล้งอย่างซือหนิงเสียอีก

ท่าทีการตอบสนองเหล่านี้ทำให้ซือหนิงมั่นใจขึ้นอีกว่าซูกูกูไม่ได้เพิ่งกระทำกับตนเช่นนี้เมื่อมาถึงแคว้นฉี แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอดตั้งแต่ที่แคว้นเย่ เป็นไปได้ว่าเบื้องหลังซูกูกูคือใครบางคนจากแคว้นเย่ที่ส่งมาควบคุมนาง

อย่างไรองค์หญิงซือหนิงผู้นี้ก็ไร้มารดา ตลอดการเติบโตมานี้ล้วนอยู่ในการดูแลของฮองเฮาแคว้นเย่ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ผู้บงการส่งเหล่าข้าราชบริพารมาควบคุมนางก็เป็นฮองเฮาแคว้นเย่ด้วย

ซือหนิงนั้นเดินนำองครักษ์หลี่ไปจนถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง นางทรุดตัวลงนั่งบนก้อนหินก้อนใหญ่ พลางทอดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างครุ่นคิด นางรู้ว่าหากต้องการรู้สิ่งที่เกี่ยวกับอดีตของร่างนี้ นางต้องสืบจากผู้ที่รู้จักองค์หญิงซือหนิงตัวจริงมากที่สุด และองครักษ์หลี่คือหนึ่งในนั้น

นางทอดถอนใจเบา ๆ แล้วกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงคล้ายรำพึง

"ข้าเองก็จากแคว้นเย่มาได้ไม่นานนัก แต่เหมือนผ่านมาชั่วชีวิตแล้ว เจ๋อหาน… เจ้ายังจำได้หรือไม่ว่าก่อนข้าจะเดินทางมาแคว้นฉี ข้าเป็นเช่นไร?"

องครักษ์หลี่ดูแปลกใจที่นางเอ่ยถามเช่นนั้น แต่เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของนาง เขาก็พยักหน้าช้า ๆ แล้วกล่าว

"พระองค์ในอดีต... อ่อนโยนและเงียบขรึมพะยะค่ะ ทรงไม่ค่อยแสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมา และมักจะหลีกเลี่ยงการมีปากเสียงกับผู้อื่นเสมอ"

ซือหนิงรับฟังอย่างตั้งใจพร้อมคิดตาม "เพราะข้าหัวอ่อนเช่นนั้น ข้าจึงมักถูกผู้คนเอาเปรียบสินะ แม้กระทั่งข้ารับใช้ก็ไม่มีแม้แต่ความหวั่นเกรงข้าในฐานะองค์หญิงเลย... "

หลี่เจ๋อหานเม้มปากแน่นนิ่งเงียบชั่วครู่ก่อนเอ่ยตอบ

"พระองค์มิใช่หัวอ่อนหรอกพะยะค่ะ เพียงแต่...ทรงเลือกไม่ได้ต่างหาก" เจ๋อหานพูดเสียงเบา แล้วก็เพิ่มระดับเสียงพร้อมความรู้สึกยกย่องที่มากขึ้นในประโยคหลัง "พระองค์เป็นแบบอย่างของความพยายามให้แก่กระหม่อมยิ่งนักพะยะค่ะ ไม่ว่าด้านศาสตร์หรือศิลป์ไม่มีใครเก่งกาจเกินพระองค์แน่!"

ซือหนิงฟังแล้วก็ยิ่งรู้สึกเวทนาองค์หญิงเจ้าของร่างยิ่งนัก นางแย้มยิ้มพยักหน้าขอบใจในกำลังใจที่บุรุษตรงหน้าส่งมาให้

"เจ้าไม่เสียใจหรือที่ถูกส่งมาให้คุ้มกันข้าที่ต่างแคว้นเช่นนี้?"

องครักษ์หลี่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ไม่พะยะค่ะ เพราะกระหม่อมเป็นคนขอมาเอง..."

ซือหนิงเลิกคิ้วเล็กน้อย "ขอมา? เหตุใดจึงทำเช่นนั้น?"

ไม่ว่าใครก็ไม่ยินดีติดตามมาอยู่แล้ว เพราะการต้องมารับใช้องค์หญิงที่ไร้คนยำเกรงทั้งในแคว้นตนเองและแต่งเชื่อมสัมพันธ์มาก็เป็นได้เพียงชายาที่ไม่รู้จะได้แต่งเมื่อใด ไม่รู้ว่าจะมีอนาคตไกลเพียงใด

เจ๋อหานยิ้มบาง ๆ ก่อนจะตอบ "เพราะกระหม่อมรู้จักพระองค์ตั้งแต่วัยเยาว์ และไม่อาจปล่อยให้พระองค์เดินทางมาเพียงลำพังได้พะยะค่ะ"

ซือหนิงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ นางเริ่มเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างร่างนี้กับองครักษ์หลี่มากขึ้น หากพวกเขาเคยเป็นสหายวัยเยาว์จริง ความห่วงใยของเขาที่มีต่อนางก็สมเหตุสมผล...

เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม องครักษ์หลี่ก็เดินมาส่งซือหนิงที่ตำหนักรับรองแล้ว ก่อนเข้าตำหนักไปนั้นซือหนิงก็ไม่ลืมที่จะกล่าวย้ำกับเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"เจ๋อหาน อย่าได้ไปเอาเรื่องซูกูกูเลย นับจากนี้ข้าจะจัดการเองไม่ยอมซูกูกูอีกต่อไป ...หากเกินความสามารถแล้วข้าจะขอความช่วยเหลือเจ้าเอง"

เจ๋อหานจ้องหน้านางนิ่ง พยักหน้าเข้าใจ

"ไม่นานนัก... พระองค์ก็จะหลุดพ้นจากชีวิตเช่นนี้แล้ว อย่างที่พระองค์เคยย้ำกับกระหม่อมเมื่อก่อนมาแคว้นฉีแห่งนี้"

คำพูดของเขาทำให้ซือหนิงชะงัก นางย้อนคิดถึงเรื่องราวทั้งหมด หากองค์หญิงซือหนิงร่างเดิมรู้สึกยินดีที่ได้ออกจากแคว้นเย่เช่นนี้ แสดงว่านางคาดหวังกับการอภิเษกครานี้มาก ว่าจะเปลี่ยนชีวิตของนางให้ดีกว่าเดิม

...แล้วเหตุใดองค์หญิงซือหนิงร่างเดิมถึงเขียนจดหมายเนื้อหาเช่นนั้นไว้กัน นางทำราวกับว่าชีวิตต่อจากนี้ของนางจะไม่อาจดีได้อีกต่อไปแล้ว

หรือว่าองค์หญิงร่างเดิมไปรู้ความลับบางอย่างกันนะ ความลับที่ทำให้ความหวังที่จะมีชีวิตใหม่มลายหายไป...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย    บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย ตอนนี้เจี่ยงเฟยมีอายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่ห้าแล้ว นางท้องโตจนต้องเปลี่ยนชุดยกแผง เดินเหินก็แสนลำบาก จะออกจากห้องไปสูดอากาศทีต้องให้บ่าวไพร่ยกโขยงทีเกือบสิบคน ทำเอาเจี่ยงเฟยแทบไม่อยากเคลื่อนย้ายตัวไปไหนเลย นับจากวันที่เกิดเรื่องที่ตำหนักบูรพา นางก็ไม่ได้เจอพระชายารองถิงถิงมาเยี่ยมเยียนที่จวนตระกูลไป๋อีกเลย นางได้รู้ความคืบหน้าจากปากของเฉิงไห่เพียงแต่ว่าองค์รัชทายาทถูกปลดและคนทั้งตำหนักถูกย้ายให้ไปประจำการที่เมืองหน้าด่านอันแสนไกลโพ้นที่หนึ่ง ห้ามออกนอกเมืองหน้าด่านแห่งนั้นโดยเด็ดขาด โดยกระบวนการที่ทำให้เกิดผลลัพธ์เยี่ยงนั้นล้วนไม่ทราบเลย จนกระทั่งท่านพ่อ ท่านแม่และพี่ชายขนกันมาเยี่ยมเยียนนางถึงได้รู้ว่ากว่าที่คนพวกนั้นจะได้รับบทลงโทษ ไป๋เฉิงไห่ต้องลงแรงและกำลังไปมากเพียงใด เขาจัดการแม้กระทั้งให้คนในราชวงศ์ทำสัญญาว่าจะปกปิดความลับเรื่องความสามารถในการแปลงร่างของตระกูลเจี่ยงไปทุกราชวงศ์นับจากนี้ พร้อมตกลงข้อแลกเปลี่ยนกับท่านพ่อของนางว่าจะยอมให้ยืมความสามารถเหล่านี้รับใช้แคว้นบ้างตามความเหมาะสม ทำให้ตอนนี้ตระกูลเจี่ยงมีรากฐานที่มั่นคงเพิ่มขึ้นมาก และเจี่ยงเฟยก็ตั้งปณิฐานว่าจะต

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   ยี่สิบหนึ่ง ถังหูลู่แสนวิเศษ

    ยี่สิบหนึ่ง ถังหูลู่แสนวิเศษ🔥 “เฟยเฟยมีอันใดหรือ?” “คนตระกูลเจี่ยงที่มีสายเลือดดั้งเดิมล้วนมีความสามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ได้เจ้าค่ะ ส่วนข้านั้นสามารถแปลงกายเป็นแมวได้” เจี่ยงเฟยกลั้นใจพูดออกไปคราเดียวหมด และเกร็งตัวจ้องมองสีหน้าของผู้เป็นสามี นางกลัวว่าเขาจะรับไม่ได้กับความแปลกประหลาดนี้ของนาง ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นจริงเจี่ยงเฟยก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว แต่นางก็ไม่สามารถปิดบังความลับนี้ต่อคนรักได้อีกนั่นแหละ แต่เฉิงไห่กลับไม่ได้มีสีหน้ารังเกียจอย่างที่คิด ติดจะงุนงงเหมือนไม่เข้าใจที่นางบอกด้วยซ้ำ อย่างนั้นนางจึงตัดสินใจพิสูจน์ให้เขาดูไปเลย จากสตรีงดงามค่อย ๆ กลายร่างเป็นแมวน้อยขนดำต่อหน้าต่อตาแม่ทัพหนุ่ม จากนั้นไม่นานก็กลับมาอยู่ในร่างสตรีอีกครา ภาพการเปลี่ยนแปลงนี้ล้วนทำให้เฉิงไห่นิ่งค้าง ตะลึงจนจับสติกลับมามิได้ เขามองตาแข็งจนเจี่ยงเฟยต้องช่วยเขย่าตัวเรียกสติ “ท่านพี่รังเกียจข้าที่ไม่ปรกติรึไม่เจ้าคะ?” น้ำเสียงสั่นเทาของสตรีคนรักทำให้เฉิงไห่รีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “มีใครรู้เรื่องนี้บ้าง??” เป็นแม่ทัพมาตั้งกี่ปีล้วนคลุกคลีการเมืองมาไม่น้อย เขาเข้าใจว่าความสามารถพิเศษนี้หากใครร

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   ยี่สิบ ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่เฉิงเจ้าค่ะ

    ยี่สิบข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่เฉิงเจ้าค่ะ“พี่เฉิงเจ้าคะ รอก่อนฟังถิงถิงพูดก่อนเจ้าค่ะ!”เฉิงไห่หยุดเท้าและหันมองสตรีที่วิ่งตามหลังมาทันใด ดวงตาคมมิใช่ใช้มองคนในครอบครัวอีกต่อไป จากเหตุการณ์นี้ทำให้เขาไม่แม้แต่มีเยื่อใยมองนางแบบน้องสาวได้อีกต่อไปแล้ว“ข้าให้เวลาครึ่งเค่อ ว่ามาเถิด!”ถิงถิงเข้าใจสายตานั่นดี นางรีบพ่นสิ่งที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตนางได้ในทันที“ข้าถูกองค์รัชทายารุ่ยเต๋อบังคับให้ทำเรื่องทั้งหมดเจ้าค่ะ หลังจากที่ข้าแต่งเข้ามาล้วนถูกทรมานร่างกายและจิตใจแต่จำยอมต้องทนอยู่เรื่อยมาเพราะด้วยอำนาจขององค์รัชทายาท คราก่อนนั้นที่ข้าตัดสินใจแต่งเข้ามามิใช่เพราะหมดรักพี่เฉิงนะเจ้าคะ แต่เป็นเพราะล้วนถูกคำพูดหวานที่ดูงดงามขององค์รัชทายาทบิดบัง จนข้าเลือกทางผิดในที่สุด แต่พอได้แต่งเข้ามาแล้วในใจข้าเฝ้าคิดถึงแต่วันเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันกับพี่เฉิง และในเหตุการณ์นี้หากข้าไม่ทำจะถูกทรมานอีกจึงจำยอมทั้งสิ้นเจ้าค่ะ ฮือ”“เอ่ยหมดแล้วหรือไม่!”ถิงถิงที่เล่าไปก็บีบน้ำตาจนไหลนองเต็มสองข้างแก้มเงยหน้ามองเฉิงไห่ทั้งน้ำตา คนมองมาล้วนสะเทือนใจทั้งสิ้น แต่สำหรับเฉิงไห่แล้วเขามองด้วยสายตาไร้อารมณ์ ดวงตานั่น

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบเก้า  ละเล่นกับเหมียวน้อย (2)

    สิบเก้า ละเล่นกับเหมียวน้อย (2)“มะ เมี๊ยว ฮือ...”“ร้องอีกสิ ร้องอีก ฮ่า ๆ”รุ่ยเต๋อที่ได้ฟังเสียงร้องเหมียวคราแรกก็ยิ่งได้ใจ เขาใส่แรงเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้ยินเสียงที่หวังอีกหลายรอบ พอเห็นว่าเจี่ยงเฟยเริ่มร้องจนเสียงขาดห้วงจึงค่อยหยุดมือดวงตาหรี่มองสตรีบนเตียงราวมองสิ่งของล้ำค่า ใบหน้าของเจี่ยงเฟยงดงามเย้ายวนยิ่ง แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับรุ่ยเต๋อนั้นคงไม่พ้นความสามารถของการกลายเป็นแมวได้ตามที่พระชายารองของเขาบอกมา เขาก็ไม่เชื่อหรอกถึงได้จับมาพิสูจน์อย่างไรเล่า ยิ่งได้ใกล้ชิดยิ่งรู้สึกตนกำลังเล่นกับแมวน้อยอย่างไรอย่างนั้น มันทำให้จิตใจชุ่มชื่น ร่างกายกระชุ่มกระช่วยราวเพิ่งสู่วัยแรกรุ่น อีกทั้งแกนกายส่วนนั้นก็ค่อย ๆ เริ่มเติบโตตามความปรารถนาในใจเสียแล้ว...สตรีงามหรือเขามีแล้วในวังหลังแห่งนี้ แต่ยังขาดสตรีที่คล้ายแมวน้อยเช่นเจี่ยงเฟยอยู่หากทำให้เจี่ยงเฟยตกอยู่ในการครอบครองของตนได้แล้ว ส่งข่าวและทำการตกลงกับแม่ทัพไป๋ทีหลัง เรื่องทุกเรื่องย่อมง่ายดายกว่า เขาต้องได้รับผลตอบแทนให้สมกับที่ออกทุนลงแรงจัดงานเลี้ยงอันแสนสิ้นเปลืองนี่เป็นสตรีแสนเย้ายวนตรงหน้า...รุ่ยเต๋อนำกุญแจข้อเท้ามาล็

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบเก้า ละเล่นกับเหมียวน้อย (1)

    สิบเก้าละเล่นกับเหมียวน้อยเจี่ยงเฟยถูกพามาวางไว้ที่ตำหนักแห่งหนึ่ง ร่างกายไร้เรี่ยวแรงพยายามขยับกายออกจากที่นี่ก็ทำเพียงไม่กี่เค่อก็หอบหนักแล้ว พวกคนที่ยกนางมาจากไปหมดแล้วในห้องแห่งนี้น่าจะมีนางอยู่คนเดียว ภาพมัวเบลอมองเห็นว่านางอยู่บนเตียงหลังหนึ่ง แต่ไกลออกไปนั้นสภาพเป็นอย่างไร เจี่ยงเฟยไม่สามารถมองได้แล้วอย่าบอกว่านะ ว่านางถูกคนในตำหนักขององค์รัชทายาทจับมาเพื่อการเสพสวาท!!!ขอให้ไม่ใช่เถอะ เทพเซียนช่วยดลบันดาลให้เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเพียงความฝันด้วยเถิด...เจี่ยงเฟยคนนี้ กำลังแม้จะกลายร่างเป็นแมวยังไม่มีเลย นางจะหนีอย่างไรดี ใครก็ได้ช่วยเจี่ยงเฟยด้วย...พลั่ก!แสงสว่างจากข้างนอกลอดเข้ามาเพียงครู่หนึ่งก็หายไปอีกรอบพร้อมประตูห้องที่ปิดลง เจี่ยงเฟยทำอันใดไม่ได้นอกจากนอนตัวเกร็งแสร้งว่าหลับไปในตอนนั้น เผื่อว่าจะไม่เป็นอันตรายฝีเท้าหนักเดินเข้ามาใกล้เตียงที่เจี่ยงเฟยนอนอยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ที่หน้าเตียง หัวใจของเจี่ยงเฟยเต้นระรัวจนแทบหลุดออกจากอก ในหัวตอนนี้นางคิดถึงแต่ว่าให้พี่เฉิงไห่รับรู้และมาช่วยนางออกไปเสียที!เจี่ยงเฟยรับรู้ถึงสัมผัสอันเยียบเย็นจากมือของผู้มาใหม่ที่บริ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบแปด นรกบนดิน

    สิบแปด นรกบนดิน ในขณะที่สมองของเจี่ยงเฟยมึนเบลอคิดอันใดไม่ปะติดปะต่อ แต่เรื่องประสาทสัมผัสทางผิวกายกลับเด่นชัดเกินจนน่ากลัว หลังจากที่เจี่ยงเฟยรู้ว่าตนเองถูกพาออกมาที่ใดสักแห่งแล้ว จากนั้นนางก็ถูกพาไปนั่งบนเก้าอี้ มีสตรีหลายคนเข้ามาในห้องแห่งนี้ เจี่ยงเฟยรับรู้ได้ว่าตนเองถูกปลดเสื้อผ้าบนตัวออก นางอยากขัดขืนและอยากหนีออกไปแทบใจขาดดิ้นแต่ไม่สามารถทำได้เลย ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ตามใจสั่ง สมองก็ไม่ปะติดปะต่อเอาเสียเลย การขัดขืนของเจี่ยงเฟยจึงเป็นเพียงการทำไปให้คนที่มากระทำอันใดกับตามตัวของนางรำคาญเพียงเท่านั้น เหล่านางกำนัลของตำหนักบูรพาสามสี่นางช่วยกันขัดสีฉวีวันร่างกายขาวผ่องที่เดิมไม่ได้สกปรกอันใดให้สะอาดผ่องมากขึ้น พร้อมทั้งชโลมน้ำมันหอมระเหยบนกายอย่างคล่องแคล่วเพราะทำสิ่งนี้มาหลายคราแล้ว แม่นางผู้น่าเวทนาในอ่างอาบน้ำนี้ไม่ใช่คนแรกที่ต้องถูกทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมก่อนมอบกายให้องค์รัชทายาท แต่อาจเป็นสตรีคนแรกที่มาทั้งอาการมึนเมาไม่รู้สติเยี่ยงนี้ เรื่องการใช้ยานั้นองค์รัชทายาทรุ่ยเต๋อทำไม่บ่อยนัก พระองค์ชอบให้สตรีมอบกายมาแบบเต็มใจเสียมากกว่า ยกเว้นก็แต่จะทรงอยากได้มากจนยอมใช้วิธ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   16.3

    ภายในห้องส่วนตัว กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของชาอบอวลอยู่ทั่วบริเวณ ทุกสิ่งในห้องถูกจัดไว้อย่างหรูหรางดงาม เครื่องเรือนไม้แกะสลักบ่งบอกห้องนี้มีไว้สำหรับชั้นสูงเมื่อซือหนิงก้าวเข้ามาในห้อง นางได้รับการต้อนรับจาก หลัวกงกง ขันทีคนสนิทขององค์รัชทายาทอย่างดี"ท่านหญิงซือหนิง เชิญนั่งขอรับ" หลัวกงกงกล่าวพลางผายมื

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   16.2

    ยามเซินใกล้เข้ามา ซือหนิงออกจากจวนท่านหญิงของตนและเรียกรถม้ารับจ้างเพื่อเดินทางไปยังโรงน้ำชาหลวนเยว่ตามนัดหมายเมื่อรถม้าหยุดลงตรงหน้าประตูโรงน้ำชา นางก้าวลงมายืนทอดสายตามองสิ่งปลูกสร้างตรงหน้าอย่างสนใจโรงน้ำชาหลวนเยว่ เป็นหนึ่งในโรงน้ำชาชื่อดังที่สุดของเมืองหลวงแคว้นฉี ตัวอาคารสร้างจากไม้เนื้อดี

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   16.1

    บทที่ 16 ชีวิตใหม่ง่ายดายเสียที่ไหนสายวันต่อมา...แสงอาทิตย์ยามสายส่องลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาภายใน จวนท่านหญิงซือหนิง นางก้าวออกมายืนที่ลานหน้าจวน มองดูบ่าวไพร่ที่กำลังจัดแจงสัมภาระให้เข้าที่การย้ายออกจาก ตำหนักรับรอง มายังจวนพระราชทานครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าบัดนี้ นางมิใช่องค์หญิงจากแคว้นเย่อีกต่อไป

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   15.2

    บทที่ 15 ทำสัญญาเลือด (2)คำกล่าวของฉีหนานหวังเป็นคำสั่งกลายๆ ที่มิอาจปฏิเสธได้ ซือหนิงพยักหน้าให้เจ๋อหานวางใจก่อนจะเดินตามเขาไปยังที่ไม่ไกลจากเดิมนัก“ท่านมีสถานะเป็นพลเมืองแคว้นฉีแล้ว จะทำอันใดต่อ?”คำถามของฉีหนานหวังตรงไปตรงมายิ่ง ทว่าสำหรับซือหนิงที่ไม่สามารถวางใจเขาได้ย่อมต้องใคร่ครวญว่าคำถามน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status