Share

17.1

last update publish date: 2026-03-13 08:06:46

บทที่ 17 นางถูกหลอกหรือ?!

หลายวันถัดมา...

ซือหนิงตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมตัวเดินทาง นางแต่งกายอย่างทะมัดทะแมง สวมอาภรณ์เรียบง่ายที่เหมาะกับการผจญภัยในป่า ผมถูกรวบขึ้นอย่างเรียบร้อยและปักด้วยปิ่นไม้ธรรมดา ไม่มีเครื่องประดับใดให้เกะกะ ด้านหลังสะพายถุงสัมภาระที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์จำเป็น มีดพก เชือก น้ำดื่ม และสิ่งของที่อาจต้องใช้

นางตรวจสอบทุกอย่างอีกครั้งก่อนก้าวขึ้นรถม้ารับจ้างเพื่อมุ่งหน้าไปยังเขาชิงหลาน ภูเขาแห่งนี้ตั้งอยู่นอกเขตเมืองหลวง ด้านทิศที่เยื้องไปทางพระราชวัง เป็นพื้นที่ห่างไกลที่ไม่ค่อยมีใครเข้าไปนัก ความเงียบสงัดทำให้มันดูลึกลับและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนยามที่นางย่างก้าวเท้าลงมา...

หลังลงจากรถม้า ซือหนิงก้าวเข้าสู่เส้นทางเดินเขา กลิ่นอายของป่าชื้นลอยอบอวลรอบตัว นางเดินขึ้นไปอย่างไม่เกรงกลัว ทักษะการเดินป่าที่เคยฝึกมาเมื่อชาติก่อนทำให้นางไม่ลำบากนัก

ระหว่างทางเดินขึ้นเขาไกลจากจุดเริ่มต้นราวหนึ่งชั่วยามด้วยการเดินเท้า ซือหนิงพบหมู่บ้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่บริเวณหนึ่ง บ้านไม้ไม่กี่หลังปลูกอยู่เรียงกัน รอบบริเวณมีซากกองไฟและเครื่องมือดักสัตว์ แขวนไว้ตามต้นไม้ บ่งบอกว่าผู้ที่อาศัยอยู่ที่นี่น้าจะเป็นนายพราน นางก้าวเข้าไปทักทายชายวัยกลางคนที่กำลังจัดการซากสัตว์ที่ล่าได้อยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง

"ท่านลุง ข้ามาตามหาสมุนไพร พอดีข้าได้ยินมาว่าที่เขาแห่งนี้มีดอกไป๋อวิ๋นเถิง?"

ซือหนิงถามตรงไปตรงมาด้วยน้ำเสียงนอบน้อมไม่เป็นพิษเป็นภัย

ชายชราผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมามองนางก่อนจะแค่นหัวเราะทันใด "เจ้าฟังมาจากไหนกัน? เขาลูกนี้หรือไม่มีเสียหรอก!"

ซือหนิงขมวดคิ้วอย่างสงสัย "หือ แต่ว่าเถ้าแก่ร้านยาในเมืองหลวงบอกมาว่ามันมีอยู่ที่นี่..."

"เจ้าถูกหลอกแล้ว!" นายพรานกล่าวด้วยเสียงหนักแน่น "ไป๋อวิ๋นเถิงเป็นพืชหายาก มันเติบโตได้เฉพาะที่ หากมีอยู่ที่เขาลูกนี้ ข้าที่เป็นพรานป่าจะไม่รู้ได้อย่างไร?" นางนิ่งฟังเขาอธิบายพลางพยักหน้าอย่างคล้อยตาม

"แคว้นฉีของเราอากาศไม่เหมาะกับการเติบโตของมัน ไป๋อวิ๋นเถิงจะขึ้นเฉพาะพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปีและมีความชื้นพอให้กับการเติบโตของมัน หากจะหาได้จริง ๆ ก็ต้องไปที่ชายแดนระหว่างแคว้นฉีกับแคว้นเย่นู่นล่ะ"

เขาหยุดไปชั่วครู่ก่อนจะกล่าวต่อ "แต่ไม่มีใครเจอมันมาหลายปีแล้ว อาจหายไปตลอดกาลแล้วก็เป็นได้"

ซือหนิงพยักหน้ารับคำและกล่าวขอบคุณ

หากวัดจากสีหน้าและท่าทางยามพูดถึงดอกไป๋อวิ๋นเถิงของนายพรานเมื่อครู่กับเถ้าแก่ร้านยาผู้นั้นแล้ว ก็ไม่แน่ว่าใครจะหรอกกันแน่ ทว่าซือหนิงคล้อยตามนายพรานผู้นี้มากกว่า เพราะจากข้อมูลที่เขาบอกมาก็สมเหตุสมผลยิ่ง ตอนนางได้ยินจากเถ้าแก่ร้านยาก็มีเอะใจอยู่บ้างแต่เพราะนั่นเป็นเพียงโอกาสเดียวจึงหาโอกาสมาพิสูจน์ความจริงเอง ซึ่งก็เป็นอย่างที่เดาไว้จริง ๆ

แม้ว่านางจะเดินทางมาเสียเปล่า แต่ที่นายพรานบอกก็ยังเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์นัก อีกอย่างได้มาเปลี่ยนบรรยากาศเช่นนี้ก็ดียิ่ง...

อยู่แต่เมืองหลวงน่าเบื่อจะตาย

ขณะที่ซือหนิงเดินลงจากเขาชิงหลาน นางเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ร่างกายของนางขณะนี้รู้สึกหนักขึ้นในทุกย่างก้าว ทั้งที่สัมภาระที่แบกอยู่ยังมีเท่าเดิมตอนขามา...

นางพยายามฝืนเดินต่อ แต่ยิ่งเดินไปเท่าไร ความหนักอึ้งก็เพิ่มขึ้นจนทำให้รู้สึกเหมือนกำลังก้าวย่างอยู่ในโคลนลึก

หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย สายตาเริ่มพร่ามัว

"ข้าเป็น..."

ร่างของสตรีในชุดสีทึมเซเล็กน้อยก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง เสียงกระแทกพื้นดินดังขึ้น ซือหนิงล้มลงกับพื้นกลางป่า พร้อมจิตสำนึกที่ค่อย ๆ จางหายไป...

ขณะที่สติเลือนราง เสียงหนึ่งดังแว่วขึ้นในห้วงมืดมิด

"เจ้าคือผู้ครอบครอง..."

ซือหนิงลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่เห็นเบื้องหน้าไม่ใช่ป่ารกชัฏของเขาชิงหลานอีกต่อไป แต่กลับเป็นห้องขนาดมหึมา ทุกอย่างล้อมรอบด้วยผนังสูงทอดยาวสุดสายตา ดูราวกับเป็นโกดังขนาดใหญ่ที่ไม่มีฝ้าปิดข้างบน

นางหันมองรอบตัวอย่างระแวดระวัง ความรู้สึกคุ้นเคยแปลก ๆ ก่อตัวขึ้นในใจ โครงสร้างห้องนี้คล้ายกับ คลังเก็บของขององค์กรสายลับในอดีตชาติของนาง เพียงแต่ไม่มีโต๊ะทำงาน คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ไฮเทคใด ๆ

ตรงหน้ามีตู้เก็บของต่าง ๆ เรียงรายเป็นแถว

ซือหนิงเดินเข้าไปใกล้ตู้พวกนั้นพลางกวาดตามอง ตู้แทบทั้งหมดว่างเปล่าไร้ของใดใด ทว่ามีตู้กระจกใสสะอาดตู้ไกลสุดเท่านั้นที่บรรจุพืชสมุนไพรที่คุ้นตา มันคือ สมุนไพรที่นางพบระหว่างทางขึ้นเขาชิงหลาน

ดวงตานางหรี่ลง รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง สมุนไพรเหล่านี้... เหตุใดมันถึงมาอยู่ที่นี่?

ซือหนิงเดินเข้าไปแตะสมุนไพรในตู้กระจกอย่างสำรวจเหล่าต้นไม้และสมุนไพรตรงหน้า

...นางเก็บสมุนไพรเหล่านี้ไว้โดยไม่รู้ตัว?

ซือหนิงพยายามเรียบเรียงความคิด นางไม่ได้เก็บสมุนไพรพวกนี้แม้รู้คุณประโยชน์เพราะจุดประสงค์ของนางในวันนี้คือตามหาไป๋อวิ๋นเถิงเท่านั้น นางกลัวเก็บมาแล้วจะกลายเป็นภาระระหว่างเดินทางเสียมากกว่า

แต่ซือหนิงจำได้ว่า...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย    บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย ตอนนี้เจี่ยงเฟยมีอายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่ห้าแล้ว นางท้องโตจนต้องเปลี่ยนชุดยกแผง เดินเหินก็แสนลำบาก จะออกจากห้องไปสูดอากาศทีต้องให้บ่าวไพร่ยกโขยงทีเกือบสิบคน ทำเอาเจี่ยงเฟยแทบไม่อยากเคลื่อนย้ายตัวไปไหนเลย นับจากวันที่เกิดเรื่องที่ตำหนักบูรพา นางก็ไม่ได้เจอพระชายารองถิงถิงมาเยี่ยมเยียนที่จวนตระกูลไป๋อีกเลย นางได้รู้ความคืบหน้าจากปากของเฉิงไห่เพียงแต่ว่าองค์รัชทายาทถูกปลดและคนทั้งตำหนักถูกย้ายให้ไปประจำการที่เมืองหน้าด่านอันแสนไกลโพ้นที่หนึ่ง ห้ามออกนอกเมืองหน้าด่านแห่งนั้นโดยเด็ดขาด โดยกระบวนการที่ทำให้เกิดผลลัพธ์เยี่ยงนั้นล้วนไม่ทราบเลย จนกระทั่งท่านพ่อ ท่านแม่และพี่ชายขนกันมาเยี่ยมเยียนนางถึงได้รู้ว่ากว่าที่คนพวกนั้นจะได้รับบทลงโทษ ไป๋เฉิงไห่ต้องลงแรงและกำลังไปมากเพียงใด เขาจัดการแม้กระทั้งให้คนในราชวงศ์ทำสัญญาว่าจะปกปิดความลับเรื่องความสามารถในการแปลงร่างของตระกูลเจี่ยงไปทุกราชวงศ์นับจากนี้ พร้อมตกลงข้อแลกเปลี่ยนกับท่านพ่อของนางว่าจะยอมให้ยืมความสามารถเหล่านี้รับใช้แคว้นบ้างตามความเหมาะสม ทำให้ตอนนี้ตระกูลเจี่ยงมีรากฐานที่มั่นคงเพิ่มขึ้นมาก และเจี่ยงเฟยก็ตั้งปณิฐานว่าจะต

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   ยี่สิบหนึ่ง ถังหูลู่แสนวิเศษ

    ยี่สิบหนึ่ง ถังหูลู่แสนวิเศษ🔥 “เฟยเฟยมีอันใดหรือ?” “คนตระกูลเจี่ยงที่มีสายเลือดดั้งเดิมล้วนมีความสามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ได้เจ้าค่ะ ส่วนข้านั้นสามารถแปลงกายเป็นแมวได้” เจี่ยงเฟยกลั้นใจพูดออกไปคราเดียวหมด และเกร็งตัวจ้องมองสีหน้าของผู้เป็นสามี นางกลัวว่าเขาจะรับไม่ได้กับความแปลกประหลาดนี้ของนาง ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นจริงเจี่ยงเฟยก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว แต่นางก็ไม่สามารถปิดบังความลับนี้ต่อคนรักได้อีกนั่นแหละ แต่เฉิงไห่กลับไม่ได้มีสีหน้ารังเกียจอย่างที่คิด ติดจะงุนงงเหมือนไม่เข้าใจที่นางบอกด้วยซ้ำ อย่างนั้นนางจึงตัดสินใจพิสูจน์ให้เขาดูไปเลย จากสตรีงดงามค่อย ๆ กลายร่างเป็นแมวน้อยขนดำต่อหน้าต่อตาแม่ทัพหนุ่ม จากนั้นไม่นานก็กลับมาอยู่ในร่างสตรีอีกครา ภาพการเปลี่ยนแปลงนี้ล้วนทำให้เฉิงไห่นิ่งค้าง ตะลึงจนจับสติกลับมามิได้ เขามองตาแข็งจนเจี่ยงเฟยต้องช่วยเขย่าตัวเรียกสติ “ท่านพี่รังเกียจข้าที่ไม่ปรกติรึไม่เจ้าคะ?” น้ำเสียงสั่นเทาของสตรีคนรักทำให้เฉิงไห่รีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “มีใครรู้เรื่องนี้บ้าง??” เป็นแม่ทัพมาตั้งกี่ปีล้วนคลุกคลีการเมืองมาไม่น้อย เขาเข้าใจว่าความสามารถพิเศษนี้หากใครร

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   ยี่สิบ ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่เฉิงเจ้าค่ะ

    ยี่สิบข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่เฉิงเจ้าค่ะ“พี่เฉิงเจ้าคะ รอก่อนฟังถิงถิงพูดก่อนเจ้าค่ะ!”เฉิงไห่หยุดเท้าและหันมองสตรีที่วิ่งตามหลังมาทันใด ดวงตาคมมิใช่ใช้มองคนในครอบครัวอีกต่อไป จากเหตุการณ์นี้ทำให้เขาไม่แม้แต่มีเยื่อใยมองนางแบบน้องสาวได้อีกต่อไปแล้ว“ข้าให้เวลาครึ่งเค่อ ว่ามาเถิด!”ถิงถิงเข้าใจสายตานั่นดี นางรีบพ่นสิ่งที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตนางได้ในทันที“ข้าถูกองค์รัชทายารุ่ยเต๋อบังคับให้ทำเรื่องทั้งหมดเจ้าค่ะ หลังจากที่ข้าแต่งเข้ามาล้วนถูกทรมานร่างกายและจิตใจแต่จำยอมต้องทนอยู่เรื่อยมาเพราะด้วยอำนาจขององค์รัชทายาท คราก่อนนั้นที่ข้าตัดสินใจแต่งเข้ามามิใช่เพราะหมดรักพี่เฉิงนะเจ้าคะ แต่เป็นเพราะล้วนถูกคำพูดหวานที่ดูงดงามขององค์รัชทายาทบิดบัง จนข้าเลือกทางผิดในที่สุด แต่พอได้แต่งเข้ามาแล้วในใจข้าเฝ้าคิดถึงแต่วันเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันกับพี่เฉิง และในเหตุการณ์นี้หากข้าไม่ทำจะถูกทรมานอีกจึงจำยอมทั้งสิ้นเจ้าค่ะ ฮือ”“เอ่ยหมดแล้วหรือไม่!”ถิงถิงที่เล่าไปก็บีบน้ำตาจนไหลนองเต็มสองข้างแก้มเงยหน้ามองเฉิงไห่ทั้งน้ำตา คนมองมาล้วนสะเทือนใจทั้งสิ้น แต่สำหรับเฉิงไห่แล้วเขามองด้วยสายตาไร้อารมณ์ ดวงตานั่น

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบเก้า  ละเล่นกับเหมียวน้อย (2)

    สิบเก้า ละเล่นกับเหมียวน้อย (2)“มะ เมี๊ยว ฮือ...”“ร้องอีกสิ ร้องอีก ฮ่า ๆ”รุ่ยเต๋อที่ได้ฟังเสียงร้องเหมียวคราแรกก็ยิ่งได้ใจ เขาใส่แรงเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้ยินเสียงที่หวังอีกหลายรอบ พอเห็นว่าเจี่ยงเฟยเริ่มร้องจนเสียงขาดห้วงจึงค่อยหยุดมือดวงตาหรี่มองสตรีบนเตียงราวมองสิ่งของล้ำค่า ใบหน้าของเจี่ยงเฟยงดงามเย้ายวนยิ่ง แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับรุ่ยเต๋อนั้นคงไม่พ้นความสามารถของการกลายเป็นแมวได้ตามที่พระชายารองของเขาบอกมา เขาก็ไม่เชื่อหรอกถึงได้จับมาพิสูจน์อย่างไรเล่า ยิ่งได้ใกล้ชิดยิ่งรู้สึกตนกำลังเล่นกับแมวน้อยอย่างไรอย่างนั้น มันทำให้จิตใจชุ่มชื่น ร่างกายกระชุ่มกระช่วยราวเพิ่งสู่วัยแรกรุ่น อีกทั้งแกนกายส่วนนั้นก็ค่อย ๆ เริ่มเติบโตตามความปรารถนาในใจเสียแล้ว...สตรีงามหรือเขามีแล้วในวังหลังแห่งนี้ แต่ยังขาดสตรีที่คล้ายแมวน้อยเช่นเจี่ยงเฟยอยู่หากทำให้เจี่ยงเฟยตกอยู่ในการครอบครองของตนได้แล้ว ส่งข่าวและทำการตกลงกับแม่ทัพไป๋ทีหลัง เรื่องทุกเรื่องย่อมง่ายดายกว่า เขาต้องได้รับผลตอบแทนให้สมกับที่ออกทุนลงแรงจัดงานเลี้ยงอันแสนสิ้นเปลืองนี่เป็นสตรีแสนเย้ายวนตรงหน้า...รุ่ยเต๋อนำกุญแจข้อเท้ามาล็

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบเก้า ละเล่นกับเหมียวน้อย (1)

    สิบเก้าละเล่นกับเหมียวน้อยเจี่ยงเฟยถูกพามาวางไว้ที่ตำหนักแห่งหนึ่ง ร่างกายไร้เรี่ยวแรงพยายามขยับกายออกจากที่นี่ก็ทำเพียงไม่กี่เค่อก็หอบหนักแล้ว พวกคนที่ยกนางมาจากไปหมดแล้วในห้องแห่งนี้น่าจะมีนางอยู่คนเดียว ภาพมัวเบลอมองเห็นว่านางอยู่บนเตียงหลังหนึ่ง แต่ไกลออกไปนั้นสภาพเป็นอย่างไร เจี่ยงเฟยไม่สามารถมองได้แล้วอย่าบอกว่านะ ว่านางถูกคนในตำหนักขององค์รัชทายาทจับมาเพื่อการเสพสวาท!!!ขอให้ไม่ใช่เถอะ เทพเซียนช่วยดลบันดาลให้เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเพียงความฝันด้วยเถิด...เจี่ยงเฟยคนนี้ กำลังแม้จะกลายร่างเป็นแมวยังไม่มีเลย นางจะหนีอย่างไรดี ใครก็ได้ช่วยเจี่ยงเฟยด้วย...พลั่ก!แสงสว่างจากข้างนอกลอดเข้ามาเพียงครู่หนึ่งก็หายไปอีกรอบพร้อมประตูห้องที่ปิดลง เจี่ยงเฟยทำอันใดไม่ได้นอกจากนอนตัวเกร็งแสร้งว่าหลับไปในตอนนั้น เผื่อว่าจะไม่เป็นอันตรายฝีเท้าหนักเดินเข้ามาใกล้เตียงที่เจี่ยงเฟยนอนอยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ที่หน้าเตียง หัวใจของเจี่ยงเฟยเต้นระรัวจนแทบหลุดออกจากอก ในหัวตอนนี้นางคิดถึงแต่ว่าให้พี่เฉิงไห่รับรู้และมาช่วยนางออกไปเสียที!เจี่ยงเฟยรับรู้ถึงสัมผัสอันเยียบเย็นจากมือของผู้มาใหม่ที่บริ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบแปด นรกบนดิน

    สิบแปด นรกบนดิน ในขณะที่สมองของเจี่ยงเฟยมึนเบลอคิดอันใดไม่ปะติดปะต่อ แต่เรื่องประสาทสัมผัสทางผิวกายกลับเด่นชัดเกินจนน่ากลัว หลังจากที่เจี่ยงเฟยรู้ว่าตนเองถูกพาออกมาที่ใดสักแห่งแล้ว จากนั้นนางก็ถูกพาไปนั่งบนเก้าอี้ มีสตรีหลายคนเข้ามาในห้องแห่งนี้ เจี่ยงเฟยรับรู้ได้ว่าตนเองถูกปลดเสื้อผ้าบนตัวออก นางอยากขัดขืนและอยากหนีออกไปแทบใจขาดดิ้นแต่ไม่สามารถทำได้เลย ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ตามใจสั่ง สมองก็ไม่ปะติดปะต่อเอาเสียเลย การขัดขืนของเจี่ยงเฟยจึงเป็นเพียงการทำไปให้คนที่มากระทำอันใดกับตามตัวของนางรำคาญเพียงเท่านั้น เหล่านางกำนัลของตำหนักบูรพาสามสี่นางช่วยกันขัดสีฉวีวันร่างกายขาวผ่องที่เดิมไม่ได้สกปรกอันใดให้สะอาดผ่องมากขึ้น พร้อมทั้งชโลมน้ำมันหอมระเหยบนกายอย่างคล่องแคล่วเพราะทำสิ่งนี้มาหลายคราแล้ว แม่นางผู้น่าเวทนาในอ่างอาบน้ำนี้ไม่ใช่คนแรกที่ต้องถูกทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมก่อนมอบกายให้องค์รัชทายาท แต่อาจเป็นสตรีคนแรกที่มาทั้งอาการมึนเมาไม่รู้สติเยี่ยงนี้ เรื่องการใช้ยานั้นองค์รัชทายาทรุ่ยเต๋อทำไม่บ่อยนัก พระองค์ชอบให้สตรีมอบกายมาแบบเต็มใจเสียมากกว่า ยกเว้นก็แต่จะทรงอยากได้มากจนยอมใช้วิธ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   16.2

    ยามเซินใกล้เข้ามา ซือหนิงออกจากจวนท่านหญิงของตนและเรียกรถม้ารับจ้างเพื่อเดินทางไปยังโรงน้ำชาหลวนเยว่ตามนัดหมายเมื่อรถม้าหยุดลงตรงหน้าประตูโรงน้ำชา นางก้าวลงมายืนทอดสายตามองสิ่งปลูกสร้างตรงหน้าอย่างสนใจโรงน้ำชาหลวนเยว่ เป็นหนึ่งในโรงน้ำชาชื่อดังที่สุดของเมืองหลวงแคว้นฉี ตัวอาคารสร้างจากไม้เนื้อดี

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   16.1

    บทที่ 16 ชีวิตใหม่ง่ายดายเสียที่ไหนสายวันต่อมา...แสงอาทิตย์ยามสายส่องลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาภายใน จวนท่านหญิงซือหนิง นางก้าวออกมายืนที่ลานหน้าจวน มองดูบ่าวไพร่ที่กำลังจัดแจงสัมภาระให้เข้าที่การย้ายออกจาก ตำหนักรับรอง มายังจวนพระราชทานครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าบัดนี้ นางมิใช่องค์หญิงจากแคว้นเย่อีกต่อไป

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   15.2

    บทที่ 15 ทำสัญญาเลือด (2)คำกล่าวของฉีหนานหวังเป็นคำสั่งกลายๆ ที่มิอาจปฏิเสธได้ ซือหนิงพยักหน้าให้เจ๋อหานวางใจก่อนจะเดินตามเขาไปยังที่ไม่ไกลจากเดิมนัก“ท่านมีสถานะเป็นพลเมืองแคว้นฉีแล้ว จะทำอันใดต่อ?”คำถามของฉีหนานหวังตรงไปตรงมายิ่ง ทว่าสำหรับซือหนิงที่ไม่สามารถวางใจเขาได้ย่อมต้องใคร่ครวญว่าคำถามน

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   15.1

    ยามออกมาจากเรือนคุมขังอันแสนอบอ้าวแล้วความรู้สึกหนักอึ้งก็ผ่อนคลายลง อากาศยามค่ำคืนในวันนี้นางรับรู้ได้ว่ามันเบาบางกว่าคืนไหน ๆ ซือหนิงยืนนิ่งอยู่ใต้แสงจันทร์ เงยหน้าขึ้นทอดสายตามองท้องฟ้ากว้าง โดยที่ข้างกายของนางมีหลี่เจ๋อหาน คนแคว้นเย่หนึ่งเดียวที่ยืนเคียงข้างนับตั้งแต่นางทะลุมายุคโบราณและหายใจภ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status