Share

บทที่ 7

last update publish date: 2026-03-04 13:29:37

บทที่ 7 รายการอาหารใหม่เพื่อซูกูกูโดยเฉพาะ

หลังจากแยกจากองครักษ์หลี่แล้ว ซือหนิงก็พบซูกูกูกำลังยืนรออยู่ที่บริเวณหน้าห้องบรรทมของนาง ใบหน้าของซูกูกูฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน ไม่มีคนของแคว้นฉีอยู่แถวนี้ เช่นนั้นซูกูกูจึงไม่จำเป็นต้องเสแสร้งทำเป็นเคารพองค์หญิงของตน

"พระองค์เสด็จไปที่ใดมาเพคะ?" ซูกูกูเอ่ยถาม น้ำเสียงกดต่ำ "เหตุใดจึงไม่พานางกำนัลเซียวไปด้วย?"

ซือหนิงลอบหัวเราะเยาะในใจ ‘หากข้าพานางไปด้วย ข้าก็ถูกจับตามองหมดสิ’

"ที่นี่ข้าคือเจ้านาย ซูกูกูต้องการให้ข้าย้ำเรื่องนี้กี่ครั้งกัน? อีกอย่าง ข้าเพียงเดินออกไปไม่นาน ไยต้องมีผู้ติดตามด้วย?"

กล่าวจบซือหนิงก็เดินเข้าห้องไปโดยไม่รอฟังคำตอบอื่นใดอีก ขณะที่ซูกูกูยืนนิ่งอยู่ที่เดิมสีหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความสงสัย นางรับรู้ได้ชัดว่าองค์หญิงซือหนิงเปลี่ยนไปอย่างมาก จากที่เคยเป็นเพียงองค์หญิงที่เชื่อฟังและไม่เคยต่อต้าน กลับกลายเป็นผู้ที่กล้าพูดสวนตนโดยตรง

ซูกูกูขมวดคิ้วแน่น ความไม่ไว้วางใจทวีขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งไปกว่านั้น นางมั่นใจว่าเมื่อครู่องค์หญิงซือหนิงไม่ได้อยู่ภายในเขตตำหนักรับรอง เพราะก่อนหน้านี้นางได้เดินสำรวจทั่วแล้ว ไม่พบองค์หญิงแม้แต่น้อย

องค์หญิงซือหนิงผู้นี้ชักจะทำอะไรที่นอกเหนือจากที่นางคาดไว้เกินไปเสียแล้ว นางจำเป็นต้องรายงานท่านผู้นั้น!

เมื่อซูกูกูตัดสินใจได้ก็รีบหมุนตัวเดินกลับห้องของตนทันใด

เมื่อปิดประตูห้องลง นางก็ลงมือจุดตะเกียงให้แสงไฟส่องเพียงเล็กน้อย จากนั้นจึงหยิบพู่กัน แต้มหมึก แล้วเริ่มเขียนจดหมายด้วยลายมือที่ราบเรียบมั่นคง บรรยากาศในห้องเงียบสนิทราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ ภายห้องมีเพียงเสียงน้ำหมึกที่หยดซึมลงกระดาษตรงหน้าอย่างอัดแน่นด้วยเนื้อหามากมายเท่านั้น

...ตกดึกคืนนั้นเอง ซูกูกูสวมชุดคลุมมิดชิด ลอบเดินออกจากตำหนักรับรองอย่างระมัดระวัง นางมุ่งหน้าไปยังโรงม้าอันเงียบสงัดของวังหลวง ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องเป็นประกาย เมื่อไปถึงมุมหนึ่งของคอกม้า นางเป่าปากแผ่วเบาเพียงครู่เดียว ไม่นานนัก นกตัวหนึ่งก็บินลงมาเกาะกิ่งไม้ใกล้ ๆ

ซูกูกูหยิบม้วนกระดาษขนาดเล็กขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะมัดติดไว้ที่ขาของนก จากนั้นจึงปล่อยให้มันบินขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรีเพื่อให้มันได้ทำหน้าที่ส่งสารอย่างที่ฝึกไว้ ก่อนเจ้าของสารนั้นก็หมุนตัวกลับไปอย่างเร่งรีบ...

ปั้กกก!

ร่างของนกน้อยร่วงตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง ห่างออกไปเล็กน้อยบนต้นไม้ใหญ่ เงาร่างบางในชุดสีมืดกำลังนั่งเอนกายซ่อนตัวอยู่ ดวงตาสีฟ้าสะท้อนประกายเฉียบคม

ซือหนิงโน้มตัวลงจากกิ่งไม้ กระโดดลงมาอย่างแผ่วเบา นางก้าวไปหยิบนกน้อยขึ้นมา ก่อนจะคลายเชือกที่มัดสารลับออก นางรู้อยู่แล้วว่าซูกูกูต้องทำเช่นนี้ เพราะนางหย่อนเหยื่อไว้หลายคราในที่สุดซูกูกูก็ทนไม่ไหวงับเข้าเสียที

เป้าหมายของซือหนิงคือ นางต้องการยืนยันสิ่งที่ตนคิดว่าผู้ใดคือเจ้านายของซูกูกูที่สั่งให้กลั่นแกล้งและจับตาดูนาง

เมื่อเปิดจดหมาย นางก็เห็นข้อความสั้น ๆบนกระดาษชนิดพิเศษชัดเจน และปลายทางของสารนี้คือ… แคว้นเย่ ไม่ผิดจากที่คิดไว้

เช้าวันรุ่งขึ้น ในช่วงที่ซือหนิงกำลังดื่มด่ำกับมื้อเช้าที่ศาลากลางสระที่ประจำนั้นเอง นางกำนัลลี่หมิงก็นำถาดเข้ามา ในถาดนั้นมีชามตุ๋นนกตัวหนึ่ง ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอบอวลไปทั่วศาลา ซือหนิงเหลือบตามองก่อนจะยิ้มบาง ๆ

ใช่แล้ว นี่คือนกที่นางยิงเมื่อคืน นางตั้งใจให้นำมาปรุงเป็นอาหารเช้าในวันนี้

ซูกูกูที่ยืนอยู่ด้านข้างเหลือบมองชามตุ๋นนกด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความอยากรู้

"องค์หญิงโปรดอาหารเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกันเพคะ? หม่อมฉันไม่รู้ว่าพระองค์เคยเสวยมาก่อน"

ซือหนิงหยักยกมุมปากก่อนเอ่ยน้ำเสียงปรกติ

"เวลาเปลี่ยนผันความชอบของข้าก็เปลี่ยนได้เช่นกัน แกงนกนี้ช่วยบำรุงร่างกายและจิตใจได้ดีทีเดียว"

ซูกูกูพยักหน้าเข้าใจแต่ไม่ได้รู้สึกแปลกและเอะใจอันใด นางไม่รู้ว่าสารที่นางส่งไปเมื่อคืนไม่เคยถึงปลายทาง ทว่าหลังจากผ่านไปหลายวัน ซูกูกูเริ่มรู้สึกแปลกประหลาดใจมากขึ้นเมื่อหลายวันมาแล้วที่มักจะมีรายการอาหารที่มีนกเป็นส่วนประกอบหลักเสมอ

จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่ซือหนิงเสร็จจากมื้อเช้าแล้ว องครักษ์หลี่เดินเข้ามาได้เวลาพอดี

"องค์หญิง นกที่กระหม่อมจับได้เมื่อคืน จะให้ทำเป็นอาหารใดดีพะยะค่ะ?"

ซือหนิงยกยิ้มจาง ๆ พลางแสร้งบ่น "ช่วงนี้นกในวังหลวงเยอะเหลือเกิน ข้าเริ่มเบื่อแล้ว"

จากนั้นนางก็ปรายตามองไปที่ซูกูกูที่กำลังขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ "ซูกูกู เจ้าชอบนกตุ๋นหรือไม่? ข้าขอมอบเป็นของกำนัลแก่เจ้าก็เเล้วกันนะ"

ใบหน้าของซูกูกูซีดเผือดทันทีเมื่อเห็นนกในมือของหลี่เจ๋อหาน ไม่ว่าจะเป็นสีขนหรือขนาดตัวช่างดูคุ้นตาเสียยิ่งกว่าสิ่งใด

ไม่ผิดแน่ นี่มันนกส่งสารที่นางใช้งานเมื่อคืน!

นางเริ่มตระหนักว่าอาหารทุกมื้อที่ผ่านมาล้วนมีเนื้อนกเป็นส่วนประกอบหลัก นางเพิ่งเข้าใจในวินาทีนั้นเองว่านกเหล่านั้นคือนกส่งสารของตน!

เลือดในกายเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็ง มือของนางสั่นระริก ริมฝีปากซีดเผือด นางรู้แล้วว่าตนตกหลุมพรางขององค์หญิง

ซือหนิงเข้าเต็ม ๆ ความหวาดกลัวแล่นเข้าสู่ร่างจนแทบทรงตัวไม่อยู่

ความคิดที่จะอธิบายหรือแก้ตัวพังทลายลงทันทีที่ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นปรายมองมาอย่างเจือรอยยิ้มเย็น ซูกูกูอ้าปากพะงาบ ๆ ราวกับจะกล่าวบางอย่าง แต่แล้วกลับกลืนทุกคำลงคอ ภาพนกและสารที่นางเขียนส่งไปให้ฮองเฮาแคว้นเย่ปรากฎวนเวียนจนลายตา ความวิตกกังวลทั้งหมดพุ่งขึ้นจุกขอจนเปลี่ยนเป็นความรู้สึกผะอืดผะอมจนทนไม่ไหว

อาหารที่กินไปเมื่อเช้ากำลังจุกคอและพร้อมออกสู่อิสระเเล้ว แต่หากนางสำรอกออกมาตรงนี้มีหวังถูกสั่งลงโทษอย่างไม่มีเงื่อนไขแน่!

ซูกูกูไม่สามารถเอ่ยอันใดได้อีก นางหมุนตัวพรวดพราดวิ่งออกจากศาลาไปทันที ราวกับต้องการหนีจากฝันร้ายที่ตนไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น

ซือหนิงมองตามแผ่นหลังของซูกูกู พลางยิ้มสมใจ นางกำนัลรอบข้างที่มองเหตุการณ์ต่างรับรู้ถึงแปลกไปของซูกูกูแต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยอันใดทำลายความเงียบ

ซือหนิงเบ้หน้าเล็กน้อยแล้วจึงหันไปมองบรรดานางกำนัลของตน ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงความหมายลึกซึ้งชัดเจน

"ซูกูกูผู้นี้ทำให้ข้าทานไม่ลงอีกต่อไปแล้ว ต่อไปนางไม่ต้องมาปรนนิบัติใกล้ชิดข้าอีก ให้ไปทำความสะอาดตำหนักแทนก็แล้วกัน..."

บรรยากาศในศาลาเงียบกริบอย่างเเสดงออกว่ายอมรับตามรับสั่ง แม้นางกำนัลจากแคว้นเย่อย่างกำนัลเซียวดูเหมือนจะกล่าวค้าน แต่พอเห็นสายตาเย็นชาของซือหนิงก็ต้องรีบกลืนคำพูดลงไปทันใด

ซือหนิงหันไปหานางกำนัลซินเยว่ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าเดิม "จากนี้ไป เจ้ามาคอยติดตามข้าแทนซูกูกูเถอะ"

ซินเยว่โค้งคำนับรับคำสั่งอย่างไม่ลังเล ขณะที่ซือหนิงปรายตามองไปทางองครักษ์หลี่ ก่อนจะหยักยิ้มบาง ๆ ให้กับเขาอย่างรู้กัน

...เนื้อความในสารที่ซูกูกูตั้งใจส่งออกไปนั้นทำให้ซือหนิงมั่นใจกว่าค่อนแล้วว่ากลุ่มคนผู้อยู่เบื้องหลังการตายขององค์หญิง

ซือหนิงเจ้าของร่างคือคนจากแคว้นเย่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย    บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย ตอนนี้เจี่ยงเฟยมีอายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่ห้าแล้ว นางท้องโตจนต้องเปลี่ยนชุดยกแผง เดินเหินก็แสนลำบาก จะออกจากห้องไปสูดอากาศทีต้องให้บ่าวไพร่ยกโขยงทีเกือบสิบคน ทำเอาเจี่ยงเฟยแทบไม่อยากเคลื่อนย้ายตัวไปไหนเลย นับจากวันที่เกิดเรื่องที่ตำหนักบูรพา นางก็ไม่ได้เจอพระชายารองถิงถิงมาเยี่ยมเยียนที่จวนตระกูลไป๋อีกเลย นางได้รู้ความคืบหน้าจากปากของเฉิงไห่เพียงแต่ว่าองค์รัชทายาทถูกปลดและคนทั้งตำหนักถูกย้ายให้ไปประจำการที่เมืองหน้าด่านอันแสนไกลโพ้นที่หนึ่ง ห้ามออกนอกเมืองหน้าด่านแห่งนั้นโดยเด็ดขาด โดยกระบวนการที่ทำให้เกิดผลลัพธ์เยี่ยงนั้นล้วนไม่ทราบเลย จนกระทั่งท่านพ่อ ท่านแม่และพี่ชายขนกันมาเยี่ยมเยียนนางถึงได้รู้ว่ากว่าที่คนพวกนั้นจะได้รับบทลงโทษ ไป๋เฉิงไห่ต้องลงแรงและกำลังไปมากเพียงใด เขาจัดการแม้กระทั้งให้คนในราชวงศ์ทำสัญญาว่าจะปกปิดความลับเรื่องความสามารถในการแปลงร่างของตระกูลเจี่ยงไปทุกราชวงศ์นับจากนี้ พร้อมตกลงข้อแลกเปลี่ยนกับท่านพ่อของนางว่าจะยอมให้ยืมความสามารถเหล่านี้รับใช้แคว้นบ้างตามความเหมาะสม ทำให้ตอนนี้ตระกูลเจี่ยงมีรากฐานที่มั่นคงเพิ่มขึ้นมาก และเจี่ยงเฟยก็ตั้งปณิฐานว่าจะต

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   ยี่สิบหนึ่ง ถังหูลู่แสนวิเศษ

    ยี่สิบหนึ่ง ถังหูลู่แสนวิเศษ🔥 “เฟยเฟยมีอันใดหรือ?” “คนตระกูลเจี่ยงที่มีสายเลือดดั้งเดิมล้วนมีความสามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ได้เจ้าค่ะ ส่วนข้านั้นสามารถแปลงกายเป็นแมวได้” เจี่ยงเฟยกลั้นใจพูดออกไปคราเดียวหมด และเกร็งตัวจ้องมองสีหน้าของผู้เป็นสามี นางกลัวว่าเขาจะรับไม่ได้กับความแปลกประหลาดนี้ของนาง ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นจริงเจี่ยงเฟยก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว แต่นางก็ไม่สามารถปิดบังความลับนี้ต่อคนรักได้อีกนั่นแหละ แต่เฉิงไห่กลับไม่ได้มีสีหน้ารังเกียจอย่างที่คิด ติดจะงุนงงเหมือนไม่เข้าใจที่นางบอกด้วยซ้ำ อย่างนั้นนางจึงตัดสินใจพิสูจน์ให้เขาดูไปเลย จากสตรีงดงามค่อย ๆ กลายร่างเป็นแมวน้อยขนดำต่อหน้าต่อตาแม่ทัพหนุ่ม จากนั้นไม่นานก็กลับมาอยู่ในร่างสตรีอีกครา ภาพการเปลี่ยนแปลงนี้ล้วนทำให้เฉิงไห่นิ่งค้าง ตะลึงจนจับสติกลับมามิได้ เขามองตาแข็งจนเจี่ยงเฟยต้องช่วยเขย่าตัวเรียกสติ “ท่านพี่รังเกียจข้าที่ไม่ปรกติรึไม่เจ้าคะ?” น้ำเสียงสั่นเทาของสตรีคนรักทำให้เฉิงไห่รีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “มีใครรู้เรื่องนี้บ้าง??” เป็นแม่ทัพมาตั้งกี่ปีล้วนคลุกคลีการเมืองมาไม่น้อย เขาเข้าใจว่าความสามารถพิเศษนี้หากใครร

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   ยี่สิบ ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่เฉิงเจ้าค่ะ

    ยี่สิบข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่เฉิงเจ้าค่ะ“พี่เฉิงเจ้าคะ รอก่อนฟังถิงถิงพูดก่อนเจ้าค่ะ!”เฉิงไห่หยุดเท้าและหันมองสตรีที่วิ่งตามหลังมาทันใด ดวงตาคมมิใช่ใช้มองคนในครอบครัวอีกต่อไป จากเหตุการณ์นี้ทำให้เขาไม่แม้แต่มีเยื่อใยมองนางแบบน้องสาวได้อีกต่อไปแล้ว“ข้าให้เวลาครึ่งเค่อ ว่ามาเถิด!”ถิงถิงเข้าใจสายตานั่นดี นางรีบพ่นสิ่งที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตนางได้ในทันที“ข้าถูกองค์รัชทายารุ่ยเต๋อบังคับให้ทำเรื่องทั้งหมดเจ้าค่ะ หลังจากที่ข้าแต่งเข้ามาล้วนถูกทรมานร่างกายและจิตใจแต่จำยอมต้องทนอยู่เรื่อยมาเพราะด้วยอำนาจขององค์รัชทายาท คราก่อนนั้นที่ข้าตัดสินใจแต่งเข้ามามิใช่เพราะหมดรักพี่เฉิงนะเจ้าคะ แต่เป็นเพราะล้วนถูกคำพูดหวานที่ดูงดงามขององค์รัชทายาทบิดบัง จนข้าเลือกทางผิดในที่สุด แต่พอได้แต่งเข้ามาแล้วในใจข้าเฝ้าคิดถึงแต่วันเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันกับพี่เฉิง และในเหตุการณ์นี้หากข้าไม่ทำจะถูกทรมานอีกจึงจำยอมทั้งสิ้นเจ้าค่ะ ฮือ”“เอ่ยหมดแล้วหรือไม่!”ถิงถิงที่เล่าไปก็บีบน้ำตาจนไหลนองเต็มสองข้างแก้มเงยหน้ามองเฉิงไห่ทั้งน้ำตา คนมองมาล้วนสะเทือนใจทั้งสิ้น แต่สำหรับเฉิงไห่แล้วเขามองด้วยสายตาไร้อารมณ์ ดวงตานั่น

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบเก้า  ละเล่นกับเหมียวน้อย (2)

    สิบเก้า ละเล่นกับเหมียวน้อย (2)“มะ เมี๊ยว ฮือ...”“ร้องอีกสิ ร้องอีก ฮ่า ๆ”รุ่ยเต๋อที่ได้ฟังเสียงร้องเหมียวคราแรกก็ยิ่งได้ใจ เขาใส่แรงเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้ยินเสียงที่หวังอีกหลายรอบ พอเห็นว่าเจี่ยงเฟยเริ่มร้องจนเสียงขาดห้วงจึงค่อยหยุดมือดวงตาหรี่มองสตรีบนเตียงราวมองสิ่งของล้ำค่า ใบหน้าของเจี่ยงเฟยงดงามเย้ายวนยิ่ง แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับรุ่ยเต๋อนั้นคงไม่พ้นความสามารถของการกลายเป็นแมวได้ตามที่พระชายารองของเขาบอกมา เขาก็ไม่เชื่อหรอกถึงได้จับมาพิสูจน์อย่างไรเล่า ยิ่งได้ใกล้ชิดยิ่งรู้สึกตนกำลังเล่นกับแมวน้อยอย่างไรอย่างนั้น มันทำให้จิตใจชุ่มชื่น ร่างกายกระชุ่มกระช่วยราวเพิ่งสู่วัยแรกรุ่น อีกทั้งแกนกายส่วนนั้นก็ค่อย ๆ เริ่มเติบโตตามความปรารถนาในใจเสียแล้ว...สตรีงามหรือเขามีแล้วในวังหลังแห่งนี้ แต่ยังขาดสตรีที่คล้ายแมวน้อยเช่นเจี่ยงเฟยอยู่หากทำให้เจี่ยงเฟยตกอยู่ในการครอบครองของตนได้แล้ว ส่งข่าวและทำการตกลงกับแม่ทัพไป๋ทีหลัง เรื่องทุกเรื่องย่อมง่ายดายกว่า เขาต้องได้รับผลตอบแทนให้สมกับที่ออกทุนลงแรงจัดงานเลี้ยงอันแสนสิ้นเปลืองนี่เป็นสตรีแสนเย้ายวนตรงหน้า...รุ่ยเต๋อนำกุญแจข้อเท้ามาล็

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบเก้า ละเล่นกับเหมียวน้อย (1)

    สิบเก้าละเล่นกับเหมียวน้อยเจี่ยงเฟยถูกพามาวางไว้ที่ตำหนักแห่งหนึ่ง ร่างกายไร้เรี่ยวแรงพยายามขยับกายออกจากที่นี่ก็ทำเพียงไม่กี่เค่อก็หอบหนักแล้ว พวกคนที่ยกนางมาจากไปหมดแล้วในห้องแห่งนี้น่าจะมีนางอยู่คนเดียว ภาพมัวเบลอมองเห็นว่านางอยู่บนเตียงหลังหนึ่ง แต่ไกลออกไปนั้นสภาพเป็นอย่างไร เจี่ยงเฟยไม่สามารถมองได้แล้วอย่าบอกว่านะ ว่านางถูกคนในตำหนักขององค์รัชทายาทจับมาเพื่อการเสพสวาท!!!ขอให้ไม่ใช่เถอะ เทพเซียนช่วยดลบันดาลให้เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเพียงความฝันด้วยเถิด...เจี่ยงเฟยคนนี้ กำลังแม้จะกลายร่างเป็นแมวยังไม่มีเลย นางจะหนีอย่างไรดี ใครก็ได้ช่วยเจี่ยงเฟยด้วย...พลั่ก!แสงสว่างจากข้างนอกลอดเข้ามาเพียงครู่หนึ่งก็หายไปอีกรอบพร้อมประตูห้องที่ปิดลง เจี่ยงเฟยทำอันใดไม่ได้นอกจากนอนตัวเกร็งแสร้งว่าหลับไปในตอนนั้น เผื่อว่าจะไม่เป็นอันตรายฝีเท้าหนักเดินเข้ามาใกล้เตียงที่เจี่ยงเฟยนอนอยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ที่หน้าเตียง หัวใจของเจี่ยงเฟยเต้นระรัวจนแทบหลุดออกจากอก ในหัวตอนนี้นางคิดถึงแต่ว่าให้พี่เฉิงไห่รับรู้และมาช่วยนางออกไปเสียที!เจี่ยงเฟยรับรู้ถึงสัมผัสอันเยียบเย็นจากมือของผู้มาใหม่ที่บริ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบแปด นรกบนดิน

    สิบแปด นรกบนดิน ในขณะที่สมองของเจี่ยงเฟยมึนเบลอคิดอันใดไม่ปะติดปะต่อ แต่เรื่องประสาทสัมผัสทางผิวกายกลับเด่นชัดเกินจนน่ากลัว หลังจากที่เจี่ยงเฟยรู้ว่าตนเองถูกพาออกมาที่ใดสักแห่งแล้ว จากนั้นนางก็ถูกพาไปนั่งบนเก้าอี้ มีสตรีหลายคนเข้ามาในห้องแห่งนี้ เจี่ยงเฟยรับรู้ได้ว่าตนเองถูกปลดเสื้อผ้าบนตัวออก นางอยากขัดขืนและอยากหนีออกไปแทบใจขาดดิ้นแต่ไม่สามารถทำได้เลย ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ตามใจสั่ง สมองก็ไม่ปะติดปะต่อเอาเสียเลย การขัดขืนของเจี่ยงเฟยจึงเป็นเพียงการทำไปให้คนที่มากระทำอันใดกับตามตัวของนางรำคาญเพียงเท่านั้น เหล่านางกำนัลของตำหนักบูรพาสามสี่นางช่วยกันขัดสีฉวีวันร่างกายขาวผ่องที่เดิมไม่ได้สกปรกอันใดให้สะอาดผ่องมากขึ้น พร้อมทั้งชโลมน้ำมันหอมระเหยบนกายอย่างคล่องแคล่วเพราะทำสิ่งนี้มาหลายคราแล้ว แม่นางผู้น่าเวทนาในอ่างอาบน้ำนี้ไม่ใช่คนแรกที่ต้องถูกทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมก่อนมอบกายให้องค์รัชทายาท แต่อาจเป็นสตรีคนแรกที่มาทั้งอาการมึนเมาไม่รู้สติเยี่ยงนี้ เรื่องการใช้ยานั้นองค์รัชทายาทรุ่ยเต๋อทำไม่บ่อยนัก พระองค์ชอบให้สตรีมอบกายมาแบบเต็มใจเสียมากกว่า ยกเว้นก็แต่จะทรงอยากได้มากจนยอมใช้วิธ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   64.2

    “หม่อมฉันขอกล่าวตามตรง หม่อมฉันสูญเสียความทรงจำในอดีตไป ไม่อาจนึกถึงเรื่องระหว่างเราได้เลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเรื่องราวในอดีต หรือความรู้สึก... บัดนี้หม่อมฉันล้วนลืมสิ้นแล้วเพคะ”หานเซียวชะงักไปชั่วครู่อย่างไม่คาดคิด สีหน้าพลันเปลี่ยนจากอ่อนโยนเป็นหม่นเศร้า ไหนเลยว่าการที่นางนัดเขาเช่นนี้จะเพื่อบอกข

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   44.1

    ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยคำสั่งเพิ่มเติม เสียงฝีเท้ารีบร้อนก็ดังขึ้นจากหน้าประตู ตามด้วยเสียงเรียกอันคุ้นเคยของบ่าวจากนอกเรือน“ท่านหญิงเจ้าคะ! รถม้าของจวนท่านหวังมาถึงแล้วเจ้าค่ะ!”ซือหนิงเหลือบตามองไปยังประตูด้านหน้า ก่อนจะลุกขึ้นโดยไม่ลืมกล่าวกับหลิวอวิ๋นอีกคำหนึ่ง“นำของออกไปส่งภายในวันนี้ แล้วก

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   17.2

    แต่ซือหนิงจำได้ว่า...ตอนเดินขึ้นเขา นางเจอและก้มลงแตะต้นพืชบางชนิดที่คิดว่ามีประโยชน์ ...หรือว่าตอนนั้นเองที่มิตินี้ดูดมันเข้ามา?หากเป็นเช่นนั้น แปลว่านางสามารถเก็บของเข้ามิติได้เพียงแค่สัมผัสและนึกถึงมัน!ซือหนิงตั้งใจพิสูจน์ นางยกมือขึ้นแตะปิ่นไม้ของตน เมื่อจินตนาการว่าต้องการให้มันหายไป ปิ่นหย

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   17.1

    บทที่ 17 นางถูกหลอกหรือ?!หลายวันถัดมา...ซือหนิงตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมตัวเดินทาง นางแต่งกายอย่างทะมัดทะแมง สวมอาภรณ์เรียบง่ายที่เหมาะกับการผจญภัยในป่า ผมถูกรวบขึ้นอย่างเรียบร้อยและปักด้วยปิ่นไม้ธรรมดา ไม่มีเครื่องประดับใดให้เกะกะ ด้านหลังสะพายถุงสัมภาระที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์จำเป็น มีดพก เชือก น้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status