Partager

บทที่ 5

last update Date de publication: 2026-03-01 09:16:09

บทที่ 5 เจตนาของบุรุษผู้นี้ช่าง...

ซือหนิงเดินตามฉีหนานหวังไปอย่างเงียบ ๆ แต่ภายในใจของนางพยายามคิดหาหนทางปลีกตัวออกจากสถานการณ์นี้อยู่ตลอดเวลา บุรุษผู้นี้ก็เดินนำไปอย่างเชื่องช้าเสียจริง เขาไม่เร่งรีบใด ๆ ทำให้นางต้องคอยชะลอฝีเท้าตามโดยไม่ให้ดูเร่งร้อนเกินไปเช่นกัน

นางเหลือบตามองไปทางสตรีที่เดินเคียงข้างฉีหนานหวัง ซูลี่ชายารองของเขา สีหน้าของนางแม้จะเรียบนิ่งแต่ก็ไม่อาจซ่อนความขัดใจไว้ได้ กระนั้นกลับไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกจากริมฝีปากของนาง ทั้งสี่เดินต่อไปโดยไม่มีใครพูดอะไร

แต่ดูเหมือนสวรรค์จะเล่นตลกกับซือหนิงเสียแล้ว!

เส้นทางที่ฉีหนานหวังพานางไปนั้น ดันผ่านสวนในเขตตำหนักขององค์รัชทายาท ตำหนักตะวันออก และก็เป็นอย่างที่นางไม่อยากให้เกิดขึ้น กลุ่มของพวกนางต้องเดินผ่านศาลาที่มีบุรุษผู้หนึ่งกำลังนั่งดื่มชาอยู่กับคุณหนูหวง!

ซือหนิงพยายามเดินให้ชิดร่มไม้ หวังจะไม่เป็นจุดสนใจ ทว่าแผนการของนางกลับล้มเหลว เพราะฉีหนานหวังจงใจเดินเข้าไปทักสองคนนั้นโดยตรง

"ดื่มชาอันใดหรือ กลิ่นหอมโชยมาแต่ไกล"

เสียงของฉีหนานหวังเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ทว่ากลับทำให้บรรยากาศโดยรอบตึงเครียดขึ้นทันที

องค์รัชทายาทแคว้นฉี ฉีหยางเฉินที่นั่งอยู่ในศาลาหันมอง ก่อนจะลุกขึ้นยืนและคำนับให้ผู้ที่มีศักดิ์เป็นอาของตน คำพูดดีแต่มีแววขัดเคืองซ่อนอยู่ลึก ๆ ในดวงตาที่ไม่ต้องสังเกตก็เห็นได้

"ถวายบังคมเสด็จอาพะยะค่ะ" น้ำเสียงขององค์รัชทายาทราบเรียบเป็นไปตามมารยาท

ถัดมาเป็นคุณหนูหวงที่คำนับตามด้วยท่าทีอ่อนช้อย ทว่าดวงตากลับส่องประกายความพึงพอใจ เมื่อเห็นซือหนิงที่เดินตามอยู่ข้างหลังฉีหนานหวัง นางแย้มยิ้มก่อนจะเอ่ยทักเสียงหวานแต่แฝงความเย้ยหยัน

"อ้าว นั่นมิใช่องค์หญิงซือหนิงหรอกหรือเพคะ?" คำพูดของนางดึงดูดสายตาขององค์รัชทายาทให้หันมามองตาม

นี่เป็นครั้งแรกที่ฉีหยางเฉินได้พบหน้าค่าตาของว่าที่พระชายารองของตน เย่ซือหนิง

สายตาขององค์รัชทายาททอดมองซือหนิงด้วยแววตาประเมิน สตรีตรงหน้างดงามหมดจด ดวงหน้ารูปไข่ได้สัดส่วน คิ้วเรียวงาม จมูกโด่งรั้น และดวงตาสีฟ้าที่หาได้ยากยิ่งในดินแดนนี้ แม้จะไม่ถึงกับหลงใหลทันทีที่พบเจอ

ความรู้สึกยามถูกจ้องมองจากฉีหยางเฉินนั้นทำให้ซือหนิงรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ สายตาของเขาทำราวกับค้นหาบางอย่าง สายตาปนสงสัยใคร่รู้

ซือหนิงที่พยายามจะลดตัวตนให้กลมกลืนกับฉากหลัง จำเป็นต้องก้าวออกมาด้านหน้าเพื่อถวายบังคมองค์รัชทายาทตามมารยาท

"ถวายพระพรองค์รัชทายาทเพคะ หม่อมฉันองค์หญิงสามเเคว้นเย่เพคะ"

องค์รัชทายาทพยักหน้าเล็กน้อย สายตาของเขายังคงจับจ้องนางด้วยความสนใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีหวั่นไหวหรือพึงพอใจมากนัก บุคลิกของเขาแสดงให้เห็นถึงความสุขุมเยือกเย็น ทว่าแฝงไปด้วยเสน่ห์อันอันตราย ดวงตาของเขาแม้จะดูนิ่งสงบ แต่ก็ซ่อนความเอาแต่ใจที่ควบคุมไว้ภายใน

"พวกท่านมาพอดี ดื่มชาด้วยกันสักหน่อยดีหรือไม่?"

ซือหนิงกำลังคิดหาทางหลบออกไปจากสถานการณ์ที่อึดอัดนี้ นางไม่อยากขัดอารมณ์สุนทรีย์ใคร และนางก็ไม่อยากอยู่ในสงครามฝีปากกับหวงเจียถิงที่ทำหน้าบึ้งอยู่ข้างหลังอีกแล้ว

ทว่าไม่ทันที่ซือหนิงจะเอ่ยปฏิเสธ ฉีหนานหวังก็กล่าวขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ก่อน

"ดีสิ ข้าเองก็กำลังอยากดื่มชาพอดี..."

คำกล่าวนี้ทำให้ทุกคนประหลาดใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่รู้กันว่าฉีหนานหวังและองค์รัชทายาทไม่ค่อยลงรอยกันนัก แต่กลับยอมมานั่งดื่มชาร่วมกันอย่างเป็นประวัติการณ์ 

"หม่อมฉันมีธุระต้องกลับไปจัดการที่ตำหนัก คงต้องขอตัว ไม่รบกวนพวกท่านเพคะ" ซือหนิงฉวยโอกาสกล่าวขึ้นก่อนที่เรื่องราวจะบานปลาย

นางก้าวถอยหลังเตรียมเดินออกไป ทว่าเสียงของฉีหนานหวังกลับดังขึ้น "อ้าว? แล้วเจ้ารู้ทางกลับตำหนักหรือ?"

ซือหนิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบหันมายิ้มจืดเจื่อน "หม่อมฉันขอให้นางกำนัลสักคนนำทางกลับก็คงไม่เป็นปัญหามากนักเพคะ"

ฉีหนานหวังหัวเราะเบา ๆ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย "หาได้ง่ายเช่นนั้นไม่ นางกำนัลต่างมีหน้าที่ต้องปรนนิบัติรินชา คงไม่มีใครว่างไปส่งเจ้า นั่งลิ้มรสชาสักหน่อยก่อนเถอะ"

ซูลี่ ชายารองของฉีหนานหวังก็เสริมขึ้นด้วยรอยยิ้ม "ใช่เพคะ นี่ก็ว่าที่พระสวามีขององค์หญิงมิใช่หรือ การได้ใช้เวลาทำความรู้จักกันนับว่าเป็นเรื่องดีที่หาได้ยากยิ่ง"

ซือหนิงแม้จะยิ้มอยู่ แต่ในใจกลับรู้สึกปั่นป่วน เขาอยากนั่งดื่มชานักก็นั่งไปคนเดียวสิ เหตุใดต้องทำนางลำบากไปด้วยกันเล่า!

ซือหนิงที่กำลังจะเดินไปนั่งยังเก้าอี้ที่เว้นว่างอยู่ก็ชะงักไปกะทันหัน นางกุมท้องแล้วร้องเสียงไม่ดังเเต่ก็ไม่เบานัก "โอ๊ย...!"

ทุกสายตาหันมามองด้วยความตกใจ ซือหนิงแสร้งกล่าวอย่างอ่อนแรง "หม่อมฉันรู้สึกแน่นท้องเล็กน้อย สงสัยว่าอาหารมื้อเช้าจะย่อยไม่ดี หากดื่มชาอีกอาจจะยิ่งไม่ดีต่อร่างกาย เช่นนั้นหม่อมฉันขอกลับไปพักผ่อนก่อนดีกว่าเพคะ"

เรื่องสุขภาพของแขกต่างเมืองสำคัญกว่าการดื่มชาแน่ ๆ หากรู้มารยาทดีคำกล่าวของนางก็หมายถึงว่านางปวดท้องอยากเข้าสุขานั่นล่ะ เรื่องเช่นนี้ก็ไม่มีใครสามารถขัดขวางได้แล้ว นางได้รับอนุญาตให้ออกไปพร้อมกับนางกำนัลนำทางหนึ่งคน

สิ่งหนึ่งที่นางได้จากการพบเจอเหล่าเชื้อพระวงศ์ในวันนี้ คือ...

ดูท่าแล้วคำบอกของขันทีขี้เมาผู้หนึ่งที่ซือหนิงมอมและสืบข้อมูลมาได้ว่าองค์รัชทายาทหยางเฉินนั้นไม่ถูกกับฉีหนานหวังด้วยเรื่องตนถูกแย่งชิงความโปรดปราณจากฝ่าบาท อีกทั้งยังไม่ถูกฉีหนานหวังที่มากด้วยอำนาจทางทหารสนับสนุนชัดเจนนั้นคือเรื่องจริงอย่างที่เลี่ยงไม่ได้ คนที่ฝักใฝ่ในอำนาจก็ไม่น่าจะพอใจที่ถูกวางให้อภิเษกกับองค์หญิงแคว้นเล็ก ๆ เช่นนางสิ

เช่นนั้นแล้วไม่ว่าจะองค์รัชทายาทแคว้นฉีหรือคนตระกูลหวงที่เป็นคู่แข่งที่สำคัญในตำแหน่งพระชายานั้นก็ล้วนมีเหตุจูงใจให้ลงมือปลิดชีพองค์หญิงซือหนิงทั้งสิ้น

แต่ที่น่าประหลาดใจคือ เหตุใดฉีหนานหวังถึงดูเหมือนจงใจทำให้นางลำบากใจเช่นนั้นกัน?

...หวังว่าจะเป็นนางที่คิดมากไปเองนะ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย    บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย ตอนนี้เจี่ยงเฟยมีอายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่ห้าแล้ว นางท้องโตจนต้องเปลี่ยนชุดยกแผง เดินเหินก็แสนลำบาก จะออกจากห้องไปสูดอากาศทีต้องให้บ่าวไพร่ยกโขยงทีเกือบสิบคน ทำเอาเจี่ยงเฟยแทบไม่อยากเคลื่อนย้ายตัวไปไหนเลย นับจากวันที่เกิดเรื่องที่ตำหนักบูรพา นางก็ไม่ได้เจอพระชายารองถิงถิงมาเยี่ยมเยียนที่จวนตระกูลไป๋อีกเลย นางได้รู้ความคืบหน้าจากปากของเฉิงไห่เพียงแต่ว่าองค์รัชทายาทถูกปลดและคนทั้งตำหนักถูกย้ายให้ไปประจำการที่เมืองหน้าด่านอันแสนไกลโพ้นที่หนึ่ง ห้ามออกนอกเมืองหน้าด่านแห่งนั้นโดยเด็ดขาด โดยกระบวนการที่ทำให้เกิดผลลัพธ์เยี่ยงนั้นล้วนไม่ทราบเลย จนกระทั่งท่านพ่อ ท่านแม่และพี่ชายขนกันมาเยี่ยมเยียนนางถึงได้รู้ว่ากว่าที่คนพวกนั้นจะได้รับบทลงโทษ ไป๋เฉิงไห่ต้องลงแรงและกำลังไปมากเพียงใด เขาจัดการแม้กระทั้งให้คนในราชวงศ์ทำสัญญาว่าจะปกปิดความลับเรื่องความสามารถในการแปลงร่างของตระกูลเจี่ยงไปทุกราชวงศ์นับจากนี้ พร้อมตกลงข้อแลกเปลี่ยนกับท่านพ่อของนางว่าจะยอมให้ยืมความสามารถเหล่านี้รับใช้แคว้นบ้างตามความเหมาะสม ทำให้ตอนนี้ตระกูลเจี่ยงมีรากฐานที่มั่นคงเพิ่มขึ้นมาก และเจี่ยงเฟยก็ตั้งปณิฐานว่าจะต

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   ยี่สิบหนึ่ง ถังหูลู่แสนวิเศษ

    ยี่สิบหนึ่ง ถังหูลู่แสนวิเศษ🔥 “เฟยเฟยมีอันใดหรือ?” “คนตระกูลเจี่ยงที่มีสายเลือดดั้งเดิมล้วนมีความสามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ได้เจ้าค่ะ ส่วนข้านั้นสามารถแปลงกายเป็นแมวได้” เจี่ยงเฟยกลั้นใจพูดออกไปคราเดียวหมด และเกร็งตัวจ้องมองสีหน้าของผู้เป็นสามี นางกลัวว่าเขาจะรับไม่ได้กับความแปลกประหลาดนี้ของนาง ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นจริงเจี่ยงเฟยก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว แต่นางก็ไม่สามารถปิดบังความลับนี้ต่อคนรักได้อีกนั่นแหละ แต่เฉิงไห่กลับไม่ได้มีสีหน้ารังเกียจอย่างที่คิด ติดจะงุนงงเหมือนไม่เข้าใจที่นางบอกด้วยซ้ำ อย่างนั้นนางจึงตัดสินใจพิสูจน์ให้เขาดูไปเลย จากสตรีงดงามค่อย ๆ กลายร่างเป็นแมวน้อยขนดำต่อหน้าต่อตาแม่ทัพหนุ่ม จากนั้นไม่นานก็กลับมาอยู่ในร่างสตรีอีกครา ภาพการเปลี่ยนแปลงนี้ล้วนทำให้เฉิงไห่นิ่งค้าง ตะลึงจนจับสติกลับมามิได้ เขามองตาแข็งจนเจี่ยงเฟยต้องช่วยเขย่าตัวเรียกสติ “ท่านพี่รังเกียจข้าที่ไม่ปรกติรึไม่เจ้าคะ?” น้ำเสียงสั่นเทาของสตรีคนรักทำให้เฉิงไห่รีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “มีใครรู้เรื่องนี้บ้าง??” เป็นแม่ทัพมาตั้งกี่ปีล้วนคลุกคลีการเมืองมาไม่น้อย เขาเข้าใจว่าความสามารถพิเศษนี้หากใครร

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   ยี่สิบ ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่เฉิงเจ้าค่ะ

    ยี่สิบข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่เฉิงเจ้าค่ะ“พี่เฉิงเจ้าคะ รอก่อนฟังถิงถิงพูดก่อนเจ้าค่ะ!”เฉิงไห่หยุดเท้าและหันมองสตรีที่วิ่งตามหลังมาทันใด ดวงตาคมมิใช่ใช้มองคนในครอบครัวอีกต่อไป จากเหตุการณ์นี้ทำให้เขาไม่แม้แต่มีเยื่อใยมองนางแบบน้องสาวได้อีกต่อไปแล้ว“ข้าให้เวลาครึ่งเค่อ ว่ามาเถิด!”ถิงถิงเข้าใจสายตานั่นดี นางรีบพ่นสิ่งที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตนางได้ในทันที“ข้าถูกองค์รัชทายารุ่ยเต๋อบังคับให้ทำเรื่องทั้งหมดเจ้าค่ะ หลังจากที่ข้าแต่งเข้ามาล้วนถูกทรมานร่างกายและจิตใจแต่จำยอมต้องทนอยู่เรื่อยมาเพราะด้วยอำนาจขององค์รัชทายาท คราก่อนนั้นที่ข้าตัดสินใจแต่งเข้ามามิใช่เพราะหมดรักพี่เฉิงนะเจ้าคะ แต่เป็นเพราะล้วนถูกคำพูดหวานที่ดูงดงามขององค์รัชทายาทบิดบัง จนข้าเลือกทางผิดในที่สุด แต่พอได้แต่งเข้ามาแล้วในใจข้าเฝ้าคิดถึงแต่วันเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันกับพี่เฉิง และในเหตุการณ์นี้หากข้าไม่ทำจะถูกทรมานอีกจึงจำยอมทั้งสิ้นเจ้าค่ะ ฮือ”“เอ่ยหมดแล้วหรือไม่!”ถิงถิงที่เล่าไปก็บีบน้ำตาจนไหลนองเต็มสองข้างแก้มเงยหน้ามองเฉิงไห่ทั้งน้ำตา คนมองมาล้วนสะเทือนใจทั้งสิ้น แต่สำหรับเฉิงไห่แล้วเขามองด้วยสายตาไร้อารมณ์ ดวงตานั่น

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบเก้า  ละเล่นกับเหมียวน้อย (2)

    สิบเก้า ละเล่นกับเหมียวน้อย (2)“มะ เมี๊ยว ฮือ...”“ร้องอีกสิ ร้องอีก ฮ่า ๆ”รุ่ยเต๋อที่ได้ฟังเสียงร้องเหมียวคราแรกก็ยิ่งได้ใจ เขาใส่แรงเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้ยินเสียงที่หวังอีกหลายรอบ พอเห็นว่าเจี่ยงเฟยเริ่มร้องจนเสียงขาดห้วงจึงค่อยหยุดมือดวงตาหรี่มองสตรีบนเตียงราวมองสิ่งของล้ำค่า ใบหน้าของเจี่ยงเฟยงดงามเย้ายวนยิ่ง แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับรุ่ยเต๋อนั้นคงไม่พ้นความสามารถของการกลายเป็นแมวได้ตามที่พระชายารองของเขาบอกมา เขาก็ไม่เชื่อหรอกถึงได้จับมาพิสูจน์อย่างไรเล่า ยิ่งได้ใกล้ชิดยิ่งรู้สึกตนกำลังเล่นกับแมวน้อยอย่างไรอย่างนั้น มันทำให้จิตใจชุ่มชื่น ร่างกายกระชุ่มกระช่วยราวเพิ่งสู่วัยแรกรุ่น อีกทั้งแกนกายส่วนนั้นก็ค่อย ๆ เริ่มเติบโตตามความปรารถนาในใจเสียแล้ว...สตรีงามหรือเขามีแล้วในวังหลังแห่งนี้ แต่ยังขาดสตรีที่คล้ายแมวน้อยเช่นเจี่ยงเฟยอยู่หากทำให้เจี่ยงเฟยตกอยู่ในการครอบครองของตนได้แล้ว ส่งข่าวและทำการตกลงกับแม่ทัพไป๋ทีหลัง เรื่องทุกเรื่องย่อมง่ายดายกว่า เขาต้องได้รับผลตอบแทนให้สมกับที่ออกทุนลงแรงจัดงานเลี้ยงอันแสนสิ้นเปลืองนี่เป็นสตรีแสนเย้ายวนตรงหน้า...รุ่ยเต๋อนำกุญแจข้อเท้ามาล็

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบเก้า ละเล่นกับเหมียวน้อย (1)

    สิบเก้าละเล่นกับเหมียวน้อยเจี่ยงเฟยถูกพามาวางไว้ที่ตำหนักแห่งหนึ่ง ร่างกายไร้เรี่ยวแรงพยายามขยับกายออกจากที่นี่ก็ทำเพียงไม่กี่เค่อก็หอบหนักแล้ว พวกคนที่ยกนางมาจากไปหมดแล้วในห้องแห่งนี้น่าจะมีนางอยู่คนเดียว ภาพมัวเบลอมองเห็นว่านางอยู่บนเตียงหลังหนึ่ง แต่ไกลออกไปนั้นสภาพเป็นอย่างไร เจี่ยงเฟยไม่สามารถมองได้แล้วอย่าบอกว่านะ ว่านางถูกคนในตำหนักขององค์รัชทายาทจับมาเพื่อการเสพสวาท!!!ขอให้ไม่ใช่เถอะ เทพเซียนช่วยดลบันดาลให้เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเพียงความฝันด้วยเถิด...เจี่ยงเฟยคนนี้ กำลังแม้จะกลายร่างเป็นแมวยังไม่มีเลย นางจะหนีอย่างไรดี ใครก็ได้ช่วยเจี่ยงเฟยด้วย...พลั่ก!แสงสว่างจากข้างนอกลอดเข้ามาเพียงครู่หนึ่งก็หายไปอีกรอบพร้อมประตูห้องที่ปิดลง เจี่ยงเฟยทำอันใดไม่ได้นอกจากนอนตัวเกร็งแสร้งว่าหลับไปในตอนนั้น เผื่อว่าจะไม่เป็นอันตรายฝีเท้าหนักเดินเข้ามาใกล้เตียงที่เจี่ยงเฟยนอนอยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ที่หน้าเตียง หัวใจของเจี่ยงเฟยเต้นระรัวจนแทบหลุดออกจากอก ในหัวตอนนี้นางคิดถึงแต่ว่าให้พี่เฉิงไห่รับรู้และมาช่วยนางออกไปเสียที!เจี่ยงเฟยรับรู้ถึงสัมผัสอันเยียบเย็นจากมือของผู้มาใหม่ที่บริ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบแปด นรกบนดิน

    สิบแปด นรกบนดิน ในขณะที่สมองของเจี่ยงเฟยมึนเบลอคิดอันใดไม่ปะติดปะต่อ แต่เรื่องประสาทสัมผัสทางผิวกายกลับเด่นชัดเกินจนน่ากลัว หลังจากที่เจี่ยงเฟยรู้ว่าตนเองถูกพาออกมาที่ใดสักแห่งแล้ว จากนั้นนางก็ถูกพาไปนั่งบนเก้าอี้ มีสตรีหลายคนเข้ามาในห้องแห่งนี้ เจี่ยงเฟยรับรู้ได้ว่าตนเองถูกปลดเสื้อผ้าบนตัวออก นางอยากขัดขืนและอยากหนีออกไปแทบใจขาดดิ้นแต่ไม่สามารถทำได้เลย ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ตามใจสั่ง สมองก็ไม่ปะติดปะต่อเอาเสียเลย การขัดขืนของเจี่ยงเฟยจึงเป็นเพียงการทำไปให้คนที่มากระทำอันใดกับตามตัวของนางรำคาญเพียงเท่านั้น เหล่านางกำนัลของตำหนักบูรพาสามสี่นางช่วยกันขัดสีฉวีวันร่างกายขาวผ่องที่เดิมไม่ได้สกปรกอันใดให้สะอาดผ่องมากขึ้น พร้อมทั้งชโลมน้ำมันหอมระเหยบนกายอย่างคล่องแคล่วเพราะทำสิ่งนี้มาหลายคราแล้ว แม่นางผู้น่าเวทนาในอ่างอาบน้ำนี้ไม่ใช่คนแรกที่ต้องถูกทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมก่อนมอบกายให้องค์รัชทายาท แต่อาจเป็นสตรีคนแรกที่มาทั้งอาการมึนเมาไม่รู้สติเยี่ยงนี้ เรื่องการใช้ยานั้นองค์รัชทายาทรุ่ยเต๋อทำไม่บ่อยนัก พระองค์ชอบให้สตรีมอบกายมาแบบเต็มใจเสียมากกว่า ยกเว้นก็แต่จะทรงอยากได้มากจนยอมใช้วิธ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   64.2

    “หม่อมฉันขอกล่าวตามตรง หม่อมฉันสูญเสียความทรงจำในอดีตไป ไม่อาจนึกถึงเรื่องระหว่างเราได้เลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเรื่องราวในอดีต หรือความรู้สึก... บัดนี้หม่อมฉันล้วนลืมสิ้นแล้วเพคะ”หานเซียวชะงักไปชั่วครู่อย่างไม่คาดคิด สีหน้าพลันเปลี่ยนจากอ่อนโยนเป็นหม่นเศร้า ไหนเลยว่าการที่นางนัดเขาเช่นนี้จะเพื่อบอกข

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   44.1

    ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยคำสั่งเพิ่มเติม เสียงฝีเท้ารีบร้อนก็ดังขึ้นจากหน้าประตู ตามด้วยเสียงเรียกอันคุ้นเคยของบ่าวจากนอกเรือน“ท่านหญิงเจ้าคะ! รถม้าของจวนท่านหวังมาถึงแล้วเจ้าค่ะ!”ซือหนิงเหลือบตามองไปยังประตูด้านหน้า ก่อนจะลุกขึ้นโดยไม่ลืมกล่าวกับหลิวอวิ๋นอีกคำหนึ่ง“นำของออกไปส่งภายในวันนี้ แล้วก

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   17.2

    แต่ซือหนิงจำได้ว่า...ตอนเดินขึ้นเขา นางเจอและก้มลงแตะต้นพืชบางชนิดที่คิดว่ามีประโยชน์ ...หรือว่าตอนนั้นเองที่มิตินี้ดูดมันเข้ามา?หากเป็นเช่นนั้น แปลว่านางสามารถเก็บของเข้ามิติได้เพียงแค่สัมผัสและนึกถึงมัน!ซือหนิงตั้งใจพิสูจน์ นางยกมือขึ้นแตะปิ่นไม้ของตน เมื่อจินตนาการว่าต้องการให้มันหายไป ปิ่นหย

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   17.1

    บทที่ 17 นางถูกหลอกหรือ?!หลายวันถัดมา...ซือหนิงตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมตัวเดินทาง นางแต่งกายอย่างทะมัดทะแมง สวมอาภรณ์เรียบง่ายที่เหมาะกับการผจญภัยในป่า ผมถูกรวบขึ้นอย่างเรียบร้อยและปักด้วยปิ่นไม้ธรรมดา ไม่มีเครื่องประดับใดให้เกะกะ ด้านหลังสะพายถุงสัมภาระที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์จำเป็น มีดพก เชือก น้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status