Share

บทที่ 8

last update publish date: 2026-03-04 13:29:49

บทที่ 8 เรื่องบังเอิญที่จงใจ

หลังจากที่ซือหนิงลดขั้นซูกูกูให้ออกไปทำงานเป็นนางกำนัลชั้นนอกผู้มีหน้าที่ทำความสะอาดตำหนักและให้คนของนางจับตาดูพฤติกรรมของซูกูกูและข้ารับใช้ที่มาจากแคว้นเย่ต่อ นางก็ใช้ชีวิตในตำหนักรับรองได้ง่ายขึ้นมาก หลังจากวันนี้ซูกูกูก็คงไม่กล้าส่งสารสำคัญอันใดกลับไปยังคนแคว้นเย่อีกแล้ว

ซือหนิงสามารถเรียกตัวหลี่เจ๋อหานมาพูดคุยได้โดยไม่ต้องระแวงว่าจะมีใครคอยจับตามองมากเท่าก่อนหน้านี้อีกด้วย

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ซือหนิงได้รับรู้เรื่องราวขององค์หญิง

ซือหนิงร่างเดิมมากมาย นางก็ได้รู้ความจริงหลายเรื่องที่ไม่สามารถอ่านได้จากหนังสือที่มีเป็นความจริงเกี่ยวกับอดีตของร่างนี้

องค์หญิงซือหนิงในวัยสิบแปดปีถูกส่งมาแคว้นฉีเพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง หน้าที่หนึ่งเดียวของนางคือทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้อภิเษกกับองค์รัชทายาทแคว้นฉี ซึ่งเป็นคำสั่งที่ได้รับจากฮองเฮาแคว้นเย่ ผู้ที่เลี้ยงดูนางมาเพื่อเป้าหมายนี้ตั้งแต่เยาว์วัย

น่าแปลกตรงที่เหตุใดฮองเฮาแคว้นเย่ถึงได้คาดหวังตำแหน่งว่าที่ฮองเฮาในอนาคตได้กัน แคว้นเย่ไม่หาเรื่องให้แคว้นตนเองโดยการแต่งสตรีจากแคว้นอื่นเป็นฮองเฮาหรอก หากไม่โลกสวยเช่นองค์หญิงซือหนิงร่างเดิม...

อีกทั้งหากเป็นเช่นนี้จริงซูกูกูที่ติดตามมาด้วยควรส่งสารรายงานถึงการเปลี่ยนไปขององค์หญิงซือหนิงมิใช่หรือ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการไม่เชื่อฟังของนาง หรือความคืบหน้าขององค์หญิงกับตำแหน่งพระชายาขององค์รัชทายาท อะไรทำนองนั้น

ทว่าในสารของซูกูกูกลับบอกเอาแต่ย้ำเรื่องว่าองค์หญิง

ซือหนิงมีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่ต้องเป็นกังวล ย้ำเรื่องนี้อยู่นั่นแหละไม่ว่าจะส่งสารไปกี่รอบก็ตาม ไหนจะอาการแปลกไปของซูกูกูหลังรู้ตัวว่านางรู้ทันว่าส่งสารออกไปนอกวังอีกเล่า

หากนำเรื่องพวกนี้มารวมกับเบาะแสที่นางพบว่ามีใครบางคนจากนอกวังหลวงแอบเข้ามาวางยาพิษ และจดหมายตัดพ้อต่อชีวิตขององค์หญิงซือหนิงที่เขียนระบายไว้ก่อนตายที่นางจะมาเข้าร่างแทนนั้น ก็ทำให้สามารถสรุปเรื่องราวได้แล้ว!

คราวนี้ซือหนิงจะไม่รอความตายอีกต่อไป แต่นางจะเป็นผู้มอบความตายให้ผู้ที่คู่ควรเอง!

ภายในเรือนรับรองขององค์หญิงซือหนิง แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านหน้าต่างไม้แกะสลัก กระทบกับจานฝนหมึกและพู่กันบนโต๊ะไม้หอม ซือหนิงนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ ดวงตาคมกริบมองหลี่เจ๋อหานที่ยืนค้อมหัวรายงานอยู่ตรงหน้า

"องค์หญิง กระหม่อมแจ้งเรื่องไปยังวังองค์รัชทายาทแล้วพ่ะย่ะค่ะ ทว่า---"

"ให้ข้าทายก่อน" ซือหนิงม้วนปลายผมของตนเล่น ก่อนเอ่ยต่อ "เขางานยุ่งจนไม่มีเวลาให้ข้าเข้าพบ ถูกต้องหรือไม่?"

หลี่เจ๋อหานเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย "พ่ะย่ะค่ะ..."

"เฮ้อ..." ซือหนิงทอดถอนใจอย่างไม่จริงจังนัก "องค์รัชทายาทฉีหยางเฉินผู้นี้ช่างเป็นคนที่รักงานเสียจริง สงสัยอีกไม่นานคงได้ถูกขนานนามว่า ‘องค์รัชทายาทดีเด่นแห่งแผ่นดิน’ กระมัง!"

ไม่ใช่ว่านางจะเดาไม่ออกว่าตนจะต้องได้คำตอบรับนี้ แต่ก็แอบหวังว่าจะได้เข้าพบง่ายๆเสียหน่อยเท่านั้น จะได้ไม่ต้องเปลืองหัวสมองคิดเยอะ...

"เอาเถอะ..." ซือหนิงเอนตัวไปพิงพนักเก้าอี้ กวาดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเป็นธรรมชาติ

"ดูจากการกระทำที่ผ่านมา เขาจะยอมพบใครทีก็ต้องมีผลประโยชน์บางอย่างนั่นล่ะ น่าเสียดายที่ข้าเป็นองค์หญิงต่างแคว้นที่โดนเฉดมาต่างเมือง ไม่ได้มีอำนาจหนุนหลังเขาอย่างที่ต้องการ จะให้มาพบข้าโต้ง ๆ เช่นนี้ก็อาจทำให้ตระกูลหวงที่อยู่ข้างเขาไม่พอใจเสียเปล่า"

"เช่นนั้นแล้วองค์หญิงจะให้ทำอย่างไรต่อไปดีพะยะค่ะ" หลี่เจ๋อหานมีสีหน้าเคร่งเครียดต่างจากเจ้านายของเขานัก

"ไม่ยาก ๆ เพียงแต่ข้าต้องออกแรงมากหน่อยเท่านั้น..."

ซือหนิงเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังขึ้น ก่อนหันไปสั่งองครักษ์คู่ใจ "เจ้าไปสืบดูว่าเขามีสถานที่ที่ไปเป็นประจำหรือไม่ ไปตอนไหน วันไหน และทำอะไร ขอเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้"

"พ่ะย่ะค่ะองค์หญิง" หลี่เจ๋อหานตอบรับอย่างไร้ความลังเล

ในเมื่อนางขอเข้าพบตรง ๆ แล้วไม่ได้ก็แค่ให้เกิดสถานการณ์ ‘บังเอิญพบ’ แทนก็เท่านั้น

ยามบ่าย สายลมพัดโชยเบาๆ นำกลิ่นหอมของดอกเหมยลอยฟุ้งไปทั่วสวนในวังหลวง องค์รัชทายาทฉีหยางเฉินประทับในสวนท่าทางสบายๆ กำลังประลองหมากรุกอยู่กับหลัวกงกง ผู้ติดตามคนสนิทของเขาเองอย่างที่ทำเป็นประจำแทบทุกวันที่งานราชการไม่ยุ่ง

"หมากตัวนี้ ถ้าเดินพลาดก็หมดกระดานเลยนะพ่ะย่ะค่ะ" หลัวกงกงกล่าวอย่างนอบน้อมพลางยิ้มบางๆ

ฉีหยางเฉินเหยียดยิ้ม มองกระดานหมากนิ่งๆ ราวกับไตร่ตรองเล็กน้อยทั้งที่เพียงแค่เขาวางหมากในมือไปตัวเดียวก็เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะแล้ว ในขณะที่มือข้างถนัดกำลังคว้าตัวหมากสีดำเพื่อวางลงตำแหน่งสุดท้ายก็ถูกขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงเสนาะของสตรีที่ดังขึ้นจากด้านข้างไม่ไกลเสียก่อน

"ถวายพระพรองค์รัชทายาทเพคะ"

เสียงนั้นรื่นหู ทว่าแฝงด้วยความยินดีที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกชวนให้ไม่พอใจขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

ฉีหยางเฉินเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร

องค์หญิงจากแคว้นเย่ เย่ซือหนิง...

สตรีที่เขาเพิ่งปฏิเสธไม่พบไปเมื่อไม่นานนี้ ปรากฏตัวตรงหน้าเขาราวเป็นเรื่องบังเอิญ แต่องค์รัชทายาทเช่นเขาน่ะหรือจะตามไม่ทันมารยาของสตรีผู้หนึ่ง

หยางเฉินยังคงนั่งนิ่ง ไม่แม้แต่จะลุกขึ้นรับคำทักทาย เพียงหันหน้ามองและเอ่ยเสียงเรียบตอบรับ

"องค์หญิงซือหนิง..."

ซือหนิงยิ้มจางๆ นางมากับนางกำนัลคนสนิทคนใหม่อย่างซินเยว่ พลางกวาดสายตามองกระดานหมากรุกตรงหน้าแล้วหยักยิ้มเล็ก ๆ มุมปาก

นางไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดขวางการวางหมากของใครเสียหน่อยเหตุใดเขาต้องมองนางเช่นนั้นด้วย

"หม่อมฉันมิคิดว่าจะมาพบองค์รัชทายาทที่นี่ช่างเป็นเรื่องบังเอิญเสียจริง ...พอดีนางกำนัลประจำตำหนักของหม่อมฉันกล่าวถึงความงดงามของดอกเหมยที่สวนแห่งนี้จึงถือโอกาสมาเยี่ยมชม ไม่คิดรบกวนพระองค์เลยแม้แต่น้อยเพคะ"

นางกล่าวพลางแสร้งทำเป็นไม่สนใจท่าทีเย็นชาของรัชทายาท จากนั้นก็ก้าวถอยหลังเตรียมจะจากไปตามมารยาท

แต่ในขณะที่เยื้องกายผ่านบริเวณที่หลัวกงกงนั่งอยู่นั้น ผ้าเช็ดหน้าผืนงามในมือของนางก็หล่นลงไปใกล้หลัวกงกงพอดิบพอดี

"โอ๊ะ! ดูเหมือนข้าจะซุ่มซ่ามไปหน่อย" ซือหนิงกล่าวอย่างอ่อนใจ

หลัวกงกงยิ้มรับก่อนก้มลงเก็บผ้าเช็ดหน้าและส่งให้ด้วยความเคารพ "นี่ขององค์หญิงพะยะค่ะ..."

ขณะที่หลัวกงกงยื่นคืนให้ ซือหนิงโน้มตัวรับกลับมาด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน ทว่ามือของนางกลับแนบกระดาษแผ่นหนึ่งพร้อมก้อนเงินลงไปในมือของหลัวกงกงต่อหน้าต่อตาองค์รัชทายาทแคว้นฉีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“ขอบคุณกงกงที่ช่วยเก็บให้”

ซือหนิงกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติ และผละเดินออกไปโดยไม่พูดอันใด นางเพียงแค่ยิ้มให้หลัวกงกงและฉีหยางเฉินแล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม...

หลัวกงกงกระพริบตาปริบๆ มองสิ่งที่นางยัดใส่มือเขา ก่อนจะแอบเหลือบมององค์รัชทายาทอย่างลังเล

ฉีหยางเฉินมองตามร่างอรชรที่ค่อยๆ ห่างออกไป นัยน์ตาเรียบเฉยของเขาฉายแววครุ่นคิดกับการกระทำโจ่งแจ้งเช่นนี้

จากที่คิดว่าจะไม่อ่านข้อความในกระดาษนั่นก็คงไม่อาจไขข้อสงสัยและคลายความอยากรู้ได้ นางจะมีจุดประสงค์เดียวกับสตรีอื่นที่เข้าหาเขาหรือไม่นั้นเขาชักเริ่มไม่แน่ใจแล้ว...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย    บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย ตอนนี้เจี่ยงเฟยมีอายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่ห้าแล้ว นางท้องโตจนต้องเปลี่ยนชุดยกแผง เดินเหินก็แสนลำบาก จะออกจากห้องไปสูดอากาศทีต้องให้บ่าวไพร่ยกโขยงทีเกือบสิบคน ทำเอาเจี่ยงเฟยแทบไม่อยากเคลื่อนย้ายตัวไปไหนเลย นับจากวันที่เกิดเรื่องที่ตำหนักบูรพา นางก็ไม่ได้เจอพระชายารองถิงถิงมาเยี่ยมเยียนที่จวนตระกูลไป๋อีกเลย นางได้รู้ความคืบหน้าจากปากของเฉิงไห่เพียงแต่ว่าองค์รัชทายาทถูกปลดและคนทั้งตำหนักถูกย้ายให้ไปประจำการที่เมืองหน้าด่านอันแสนไกลโพ้นที่หนึ่ง ห้ามออกนอกเมืองหน้าด่านแห่งนั้นโดยเด็ดขาด โดยกระบวนการที่ทำให้เกิดผลลัพธ์เยี่ยงนั้นล้วนไม่ทราบเลย จนกระทั่งท่านพ่อ ท่านแม่และพี่ชายขนกันมาเยี่ยมเยียนนางถึงได้รู้ว่ากว่าที่คนพวกนั้นจะได้รับบทลงโทษ ไป๋เฉิงไห่ต้องลงแรงและกำลังไปมากเพียงใด เขาจัดการแม้กระทั้งให้คนในราชวงศ์ทำสัญญาว่าจะปกปิดความลับเรื่องความสามารถในการแปลงร่างของตระกูลเจี่ยงไปทุกราชวงศ์นับจากนี้ พร้อมตกลงข้อแลกเปลี่ยนกับท่านพ่อของนางว่าจะยอมให้ยืมความสามารถเหล่านี้รับใช้แคว้นบ้างตามความเหมาะสม ทำให้ตอนนี้ตระกูลเจี่ยงมีรากฐานที่มั่นคงเพิ่มขึ้นมาก และเจี่ยงเฟยก็ตั้งปณิฐานว่าจะต

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   ยี่สิบหนึ่ง ถังหูลู่แสนวิเศษ

    ยี่สิบหนึ่ง ถังหูลู่แสนวิเศษ🔥 “เฟยเฟยมีอันใดหรือ?” “คนตระกูลเจี่ยงที่มีสายเลือดดั้งเดิมล้วนมีความสามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ได้เจ้าค่ะ ส่วนข้านั้นสามารถแปลงกายเป็นแมวได้” เจี่ยงเฟยกลั้นใจพูดออกไปคราเดียวหมด และเกร็งตัวจ้องมองสีหน้าของผู้เป็นสามี นางกลัวว่าเขาจะรับไม่ได้กับความแปลกประหลาดนี้ของนาง ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นจริงเจี่ยงเฟยก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว แต่นางก็ไม่สามารถปิดบังความลับนี้ต่อคนรักได้อีกนั่นแหละ แต่เฉิงไห่กลับไม่ได้มีสีหน้ารังเกียจอย่างที่คิด ติดจะงุนงงเหมือนไม่เข้าใจที่นางบอกด้วยซ้ำ อย่างนั้นนางจึงตัดสินใจพิสูจน์ให้เขาดูไปเลย จากสตรีงดงามค่อย ๆ กลายร่างเป็นแมวน้อยขนดำต่อหน้าต่อตาแม่ทัพหนุ่ม จากนั้นไม่นานก็กลับมาอยู่ในร่างสตรีอีกครา ภาพการเปลี่ยนแปลงนี้ล้วนทำให้เฉิงไห่นิ่งค้าง ตะลึงจนจับสติกลับมามิได้ เขามองตาแข็งจนเจี่ยงเฟยต้องช่วยเขย่าตัวเรียกสติ “ท่านพี่รังเกียจข้าที่ไม่ปรกติรึไม่เจ้าคะ?” น้ำเสียงสั่นเทาของสตรีคนรักทำให้เฉิงไห่รีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “มีใครรู้เรื่องนี้บ้าง??” เป็นแม่ทัพมาตั้งกี่ปีล้วนคลุกคลีการเมืองมาไม่น้อย เขาเข้าใจว่าความสามารถพิเศษนี้หากใครร

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   ยี่สิบ ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่เฉิงเจ้าค่ะ

    ยี่สิบข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่เฉิงเจ้าค่ะ“พี่เฉิงเจ้าคะ รอก่อนฟังถิงถิงพูดก่อนเจ้าค่ะ!”เฉิงไห่หยุดเท้าและหันมองสตรีที่วิ่งตามหลังมาทันใด ดวงตาคมมิใช่ใช้มองคนในครอบครัวอีกต่อไป จากเหตุการณ์นี้ทำให้เขาไม่แม้แต่มีเยื่อใยมองนางแบบน้องสาวได้อีกต่อไปแล้ว“ข้าให้เวลาครึ่งเค่อ ว่ามาเถิด!”ถิงถิงเข้าใจสายตานั่นดี นางรีบพ่นสิ่งที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตนางได้ในทันที“ข้าถูกองค์รัชทายารุ่ยเต๋อบังคับให้ทำเรื่องทั้งหมดเจ้าค่ะ หลังจากที่ข้าแต่งเข้ามาล้วนถูกทรมานร่างกายและจิตใจแต่จำยอมต้องทนอยู่เรื่อยมาเพราะด้วยอำนาจขององค์รัชทายาท คราก่อนนั้นที่ข้าตัดสินใจแต่งเข้ามามิใช่เพราะหมดรักพี่เฉิงนะเจ้าคะ แต่เป็นเพราะล้วนถูกคำพูดหวานที่ดูงดงามขององค์รัชทายาทบิดบัง จนข้าเลือกทางผิดในที่สุด แต่พอได้แต่งเข้ามาแล้วในใจข้าเฝ้าคิดถึงแต่วันเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันกับพี่เฉิง และในเหตุการณ์นี้หากข้าไม่ทำจะถูกทรมานอีกจึงจำยอมทั้งสิ้นเจ้าค่ะ ฮือ”“เอ่ยหมดแล้วหรือไม่!”ถิงถิงที่เล่าไปก็บีบน้ำตาจนไหลนองเต็มสองข้างแก้มเงยหน้ามองเฉิงไห่ทั้งน้ำตา คนมองมาล้วนสะเทือนใจทั้งสิ้น แต่สำหรับเฉิงไห่แล้วเขามองด้วยสายตาไร้อารมณ์ ดวงตานั่น

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบเก้า  ละเล่นกับเหมียวน้อย (2)

    สิบเก้า ละเล่นกับเหมียวน้อย (2)“มะ เมี๊ยว ฮือ...”“ร้องอีกสิ ร้องอีก ฮ่า ๆ”รุ่ยเต๋อที่ได้ฟังเสียงร้องเหมียวคราแรกก็ยิ่งได้ใจ เขาใส่แรงเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้ยินเสียงที่หวังอีกหลายรอบ พอเห็นว่าเจี่ยงเฟยเริ่มร้องจนเสียงขาดห้วงจึงค่อยหยุดมือดวงตาหรี่มองสตรีบนเตียงราวมองสิ่งของล้ำค่า ใบหน้าของเจี่ยงเฟยงดงามเย้ายวนยิ่ง แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับรุ่ยเต๋อนั้นคงไม่พ้นความสามารถของการกลายเป็นแมวได้ตามที่พระชายารองของเขาบอกมา เขาก็ไม่เชื่อหรอกถึงได้จับมาพิสูจน์อย่างไรเล่า ยิ่งได้ใกล้ชิดยิ่งรู้สึกตนกำลังเล่นกับแมวน้อยอย่างไรอย่างนั้น มันทำให้จิตใจชุ่มชื่น ร่างกายกระชุ่มกระช่วยราวเพิ่งสู่วัยแรกรุ่น อีกทั้งแกนกายส่วนนั้นก็ค่อย ๆ เริ่มเติบโตตามความปรารถนาในใจเสียแล้ว...สตรีงามหรือเขามีแล้วในวังหลังแห่งนี้ แต่ยังขาดสตรีที่คล้ายแมวน้อยเช่นเจี่ยงเฟยอยู่หากทำให้เจี่ยงเฟยตกอยู่ในการครอบครองของตนได้แล้ว ส่งข่าวและทำการตกลงกับแม่ทัพไป๋ทีหลัง เรื่องทุกเรื่องย่อมง่ายดายกว่า เขาต้องได้รับผลตอบแทนให้สมกับที่ออกทุนลงแรงจัดงานเลี้ยงอันแสนสิ้นเปลืองนี่เป็นสตรีแสนเย้ายวนตรงหน้า...รุ่ยเต๋อนำกุญแจข้อเท้ามาล็

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบเก้า ละเล่นกับเหมียวน้อย (1)

    สิบเก้าละเล่นกับเหมียวน้อยเจี่ยงเฟยถูกพามาวางไว้ที่ตำหนักแห่งหนึ่ง ร่างกายไร้เรี่ยวแรงพยายามขยับกายออกจากที่นี่ก็ทำเพียงไม่กี่เค่อก็หอบหนักแล้ว พวกคนที่ยกนางมาจากไปหมดแล้วในห้องแห่งนี้น่าจะมีนางอยู่คนเดียว ภาพมัวเบลอมองเห็นว่านางอยู่บนเตียงหลังหนึ่ง แต่ไกลออกไปนั้นสภาพเป็นอย่างไร เจี่ยงเฟยไม่สามารถมองได้แล้วอย่าบอกว่านะ ว่านางถูกคนในตำหนักขององค์รัชทายาทจับมาเพื่อการเสพสวาท!!!ขอให้ไม่ใช่เถอะ เทพเซียนช่วยดลบันดาลให้เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเพียงความฝันด้วยเถิด...เจี่ยงเฟยคนนี้ กำลังแม้จะกลายร่างเป็นแมวยังไม่มีเลย นางจะหนีอย่างไรดี ใครก็ได้ช่วยเจี่ยงเฟยด้วย...พลั่ก!แสงสว่างจากข้างนอกลอดเข้ามาเพียงครู่หนึ่งก็หายไปอีกรอบพร้อมประตูห้องที่ปิดลง เจี่ยงเฟยทำอันใดไม่ได้นอกจากนอนตัวเกร็งแสร้งว่าหลับไปในตอนนั้น เผื่อว่าจะไม่เป็นอันตรายฝีเท้าหนักเดินเข้ามาใกล้เตียงที่เจี่ยงเฟยนอนอยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ที่หน้าเตียง หัวใจของเจี่ยงเฟยเต้นระรัวจนแทบหลุดออกจากอก ในหัวตอนนี้นางคิดถึงแต่ว่าให้พี่เฉิงไห่รับรู้และมาช่วยนางออกไปเสียที!เจี่ยงเฟยรับรู้ถึงสัมผัสอันเยียบเย็นจากมือของผู้มาใหม่ที่บริ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบแปด นรกบนดิน

    สิบแปด นรกบนดิน ในขณะที่สมองของเจี่ยงเฟยมึนเบลอคิดอันใดไม่ปะติดปะต่อ แต่เรื่องประสาทสัมผัสทางผิวกายกลับเด่นชัดเกินจนน่ากลัว หลังจากที่เจี่ยงเฟยรู้ว่าตนเองถูกพาออกมาที่ใดสักแห่งแล้ว จากนั้นนางก็ถูกพาไปนั่งบนเก้าอี้ มีสตรีหลายคนเข้ามาในห้องแห่งนี้ เจี่ยงเฟยรับรู้ได้ว่าตนเองถูกปลดเสื้อผ้าบนตัวออก นางอยากขัดขืนและอยากหนีออกไปแทบใจขาดดิ้นแต่ไม่สามารถทำได้เลย ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ตามใจสั่ง สมองก็ไม่ปะติดปะต่อเอาเสียเลย การขัดขืนของเจี่ยงเฟยจึงเป็นเพียงการทำไปให้คนที่มากระทำอันใดกับตามตัวของนางรำคาญเพียงเท่านั้น เหล่านางกำนัลของตำหนักบูรพาสามสี่นางช่วยกันขัดสีฉวีวันร่างกายขาวผ่องที่เดิมไม่ได้สกปรกอันใดให้สะอาดผ่องมากขึ้น พร้อมทั้งชโลมน้ำมันหอมระเหยบนกายอย่างคล่องแคล่วเพราะทำสิ่งนี้มาหลายคราแล้ว แม่นางผู้น่าเวทนาในอ่างอาบน้ำนี้ไม่ใช่คนแรกที่ต้องถูกทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมก่อนมอบกายให้องค์รัชทายาท แต่อาจเป็นสตรีคนแรกที่มาทั้งอาการมึนเมาไม่รู้สติเยี่ยงนี้ เรื่องการใช้ยานั้นองค์รัชทายาทรุ่ยเต๋อทำไม่บ่อยนัก พระองค์ชอบให้สตรีมอบกายมาแบบเต็มใจเสียมากกว่า ยกเว้นก็แต่จะทรงอยากได้มากจนยอมใช้วิธ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   64.2

    “หม่อมฉันขอกล่าวตามตรง หม่อมฉันสูญเสียความทรงจำในอดีตไป ไม่อาจนึกถึงเรื่องระหว่างเราได้เลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเรื่องราวในอดีต หรือความรู้สึก... บัดนี้หม่อมฉันล้วนลืมสิ้นแล้วเพคะ”หานเซียวชะงักไปชั่วครู่อย่างไม่คาดคิด สีหน้าพลันเปลี่ยนจากอ่อนโยนเป็นหม่นเศร้า ไหนเลยว่าการที่นางนัดเขาเช่นนี้จะเพื่อบอกข

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   44.1

    ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยคำสั่งเพิ่มเติม เสียงฝีเท้ารีบร้อนก็ดังขึ้นจากหน้าประตู ตามด้วยเสียงเรียกอันคุ้นเคยของบ่าวจากนอกเรือน“ท่านหญิงเจ้าคะ! รถม้าของจวนท่านหวังมาถึงแล้วเจ้าค่ะ!”ซือหนิงเหลือบตามองไปยังประตูด้านหน้า ก่อนจะลุกขึ้นโดยไม่ลืมกล่าวกับหลิวอวิ๋นอีกคำหนึ่ง“นำของออกไปส่งภายในวันนี้ แล้วก

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   17.2

    แต่ซือหนิงจำได้ว่า...ตอนเดินขึ้นเขา นางเจอและก้มลงแตะต้นพืชบางชนิดที่คิดว่ามีประโยชน์ ...หรือว่าตอนนั้นเองที่มิตินี้ดูดมันเข้ามา?หากเป็นเช่นนั้น แปลว่านางสามารถเก็บของเข้ามิติได้เพียงแค่สัมผัสและนึกถึงมัน!ซือหนิงตั้งใจพิสูจน์ นางยกมือขึ้นแตะปิ่นไม้ของตน เมื่อจินตนาการว่าต้องการให้มันหายไป ปิ่นหย

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   17.1

    บทที่ 17 นางถูกหลอกหรือ?!หลายวันถัดมา...ซือหนิงตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมตัวเดินทาง นางแต่งกายอย่างทะมัดทะแมง สวมอาภรณ์เรียบง่ายที่เหมาะกับการผจญภัยในป่า ผมถูกรวบขึ้นอย่างเรียบร้อยและปักด้วยปิ่นไม้ธรรมดา ไม่มีเครื่องประดับใดให้เกะกะ ด้านหลังสะพายถุงสัมภาระที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์จำเป็น มีดพก เชือก น้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status