Share

บทที่ 9

last update publish date: 2026-03-05 07:38:27

บทที่ 9 ข้อเสนอขององค์หญิงผู้เดียวดาย

ยามจื่อ (23.00 – 00.59 น.) แสงจันทร์เหลืองทองทอดเงาลงบนพื้นศาลาที่เคยไร้ผู้คน ไฟตะเกียงมุมเสาริบหรี่เพราะแรงลม ท่ามกลางความเงียบสงัดในยามค่ำคืน มีเพียงเสียงแมลงดังแว่วแทรกบรรยากาศตึงเครียด

ซือหนิงนั่งสงบอยู่บนเก้าอี้ไม้ เนื้อผ้าไหมสีอ่อนพริ้วไหวตามลม นางเอนกายพิงพำนักเก้าอี้ ใช้ปลายนิ้วไล้ถ้วยน้ำชาพลางทอดสายตาออกไปยังความมืด

"องค์หญิงแน่พระทัยหรือพะยะค่ะ ว่าองค์รัชทายาทจะเสด็จมาตามที่ทรงนัด?"

เสียงทุ้มของหลี่เจ๋อหานทำลายความเงียบ เขายืนกอดอกอยู่ด้านข้าง น้ำเสียงของเขาไม่ได้แสดงความกังวล เพียงแค่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดซือหนิงจึงมั่นใจนัก ถึงขนาดรออยู่ที่ศาลาร้างนี้มีนานเกือบครึ่งชั่วยามเห็นจะได้

ซือหนิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนเอ่ยตอบ "ถ้าถามว่าข้ามั่นใจเต็มสิบหรือไม่…คำตอบก็คงไม่..."

หลี่เจ๋อหานขมวดคิ้ว "เช่นนั้น---"

"แต่ข้ามั่นใจมากกว่าครึ่งว่าเขาจะมา..." นางกล่าวพลางไล้นิ้วบนถ้วยน้ำชาเบา ๆ "ข้าไม่คิดว่าองค์รัชทายาทจะเมินเฉยต่อเรื่องที่เกี่ยวกับตำแหน่งขององค์รัชทายาทหรอก..."

หลี่เจ๋อหานยังคงเงียบ แต่ดวงตาของเขาสะท้อนแววเข้าใจเพิ่มขึ้น

ซือหนิงยิ้มมุมปาก “หากข้าเป็นเขา ข้าก็คงนั่งคิดหัวแทบแตกว่าสิ่งที่ข้าเขียนไว้นั้นหมายถึงสิ่งใดกันแน่ สุดท้ายเพื่อไม่ต้องสงสัยอีกต่อไปสู้มาพบข้าให้จบ ๆ ไปมิดีกว่าหรือ"

หลี่เจ๋อหานถอนหายใจอย่างโล่งใจ องคืหญิงที่เขาเคยเป็นสหายร่วมเล่นมาด้วยกันเปลี่ยนไปอย่างมิอาจคาดเดาแล้วจริง ๆ

"กระหม่อมเข้าใจแล้วพะยะค่ะ"

ซือหนิงหัวเราะเบาๆ นางเริ่มนับถอยหลังในใจเพราะแม้นางจะเป็นฝ่ายนัดเขาออกมาแต่นางก็ไม่ใช่ว่าจะอยู่ในสถานะผู้เป็นรอง หากเขามาช้าเกินกว่าความอดทนของนางซือหนิงก็พร้อมเปลี่ยนเป้าหมายเป็นผู้มีอำนาจคนอื่นได้เช่นกัน

และแล้ว…

เสียงฝีเท้าเงียบๆ ก็ดังขึ้นจากด้านนอก

ซือหนิงเหลือบมองผ่านม่านศาลา เห็นเงาร่างของบุรุษสองคนเดินตรงมา หนึ่งในนั้นคือหลัวกงกง ส่วนอีกคน แม้จะอยู่ภายใต้แสงจันทร์เลือนรางแต่ก็เห็นได้ชัดเจนว่าเป็น…

องค์รัชทายาทฉีหยางเฉิน

"หึ…" ซือหนิงยิ้มบางๆ

...ในที่สุดก็มาจนได้ แปลว่าในใจองค์รัชทายาทผู้นี้มีความกระหายในอำนาจที่มากว่าตอนนี้อยู่

ไม่นานนัก ร่างสูงสง่าของฉีหยางเฉินก็เดินเข้ามาภายในศาลา ดวงตาของเขาสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย แต่ภายในกลับซ่อนความระแวดระวังต่อนางอย่างสังเกตเห็นได้

"องค์หญิงซือหนิง"

เสียงของเขาไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ แต่ก็ไม่ปิดบังความไม่ไว้ใจ

ซือหนิงลุกขึ้นช้า ๆ คารวะเขาอย่างเคารพ ยิ้มเบาบางก่อนเอ่ยเสียงอ่อนโยนติดหยอกเย้าเล็ก ๆ

"โอ้ ช่างเป็นเรื่องบังเอิญจริง ๆ นะเพคะ ที่องค์รัชทายาทเสด็จยามดึกมาที่นี่เช่นเดียวกับหม่อมฉัน"

หลัวกงกงที่ยืนข้างฉีหยางเฉินกระแอมเบา ๆ อย่างกลั้นความขบขัน ขณะที่องค์รัชทายาทเพียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากกระตุกน้อย ๆ อย่างรับมือไม่ถูก

"สถานที่แห่งนี้ช่างเหมาะสมดีเสียจริงที่เหมาะจะเดินยืดเหยียดร่างกายก่อนนอน" ฉีหยางเฉินเลือกเปลี่ยนเรื่องแทนที่จะเล่นตามงิ้วที่นางเล่นส่งมา

"เป็นศาลาที่โล่งรอบด้าน มีทางเข้ามายังในศาลาเพียงทางเดียว เจ้าไม่กลัวจะมีใครอื่นอยากมาเดินเล่นเลยสินะ"

ซือหนิงเข้าใจดีว่าคำพูดของฉีหยางเฉินมิได้ตำหนิที่นางเลือกสถานที่โล่งเกินกว่าจะคุยเรื่องสำคัญหรอก แต่เขากำลังลองเชิงนางอยู่ต่างหาก และนางก็พร้อมจะเล่นตามหมากกระดานของเขาอย่างเต็มใจ

"โล่งแบบนี้จะมีผู้ใดกล้าแอบมาฟังล่ะเพคะ หรือหากมีใครลอบเข้ามาคนของพระองค์ก็คงจัดการอยู่แล้ว มิใช่หรือเพคะ?"

ดวงตาของฉีหยางเฉินหรี่ลงเล็กน้อย ราวกับกำลังพิจารณานางใหม่อีกครั้ง เขามั่นใจว่ามิใช่เรื่องบังเอิญที่นางนัดเขาที่สถานนี้เช่นนี้

"...รู้ดีเสียจริง"

"ขอบพระทัยสำหรับคำชมเพคะ"

นางว่ายักไหล่อย่างไม่ยี่หระก่อนผายมือเชิญให้แขกนั่งลงยังตรงข้ามของนาง

"องค์หญิงเรียกข้ามาคงไม่ใช่เพียงเพราะอยากพูดคุยเรื่องไร้สาระหรอกกระมัง?"

ฉีหยางเฉินเอ่ยเสียงเรียบ ขณะก้าวไปนั่งลงบนเก้าอี้ในศาลาอย่างไม่รีบร้อน ท่าทีของเขาแสดงออกว่าพร้อมที่จะฟังเนื้อหาอันเป็นต้นเหตุให้เขามาอยู่ที่นี่ตอนนี้แล้ว

ซือหนิงหัวเราะเบาๆ ก่อนเอ่ยเสียงนุ่มแต่แฝงความหนักแน่นมั่นใจ

"แน่นอนว่าไม่เพคะ หากเรื่องที่หม่อมฉันจะพูดวันนี้ไร้สาระ คงไม่กล้ารบกวนพระองค์ยามดึกเช่นนี้หรอก..."

ฉีหยางเฉินเหลือบตามองนาง แต่ไม่ได้พูดอะไร

"หม่อมฉันมีข้อเสนอมาให้องค์รัชทายาทพิจารณาเพคะ" ซือหนิงเอ่ยอย่างตรงประเด็น

"ข้อเสนอ?"

"เพคะ" นางกล่าวต่อทันที "องค์หญิงต่างแคว้นอย่างหม่อมฉันถูกส่งมาที่นี่เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแคว้นด้วยการแต่งงาน แต่กลับถูกแคว้นของพระองค์ผลัดผ่อนมาเกือบปี นี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกหรือเพคะ?"

ฉีหยางเฉินยังคงนิ่งไม่ตอบเพราะเขารู้สาเหตุดีและซือหนิงกล่าวก็ไม่ใช่เพื่อถามเขาด้วยเช่นกัน

"เหตุผลก็คงเพราะแคว้นฉีไม่ได้เห็นว่าการแต่งงานนี้คุ้มค่าพอ?" ซือหนิงยิ้มบางๆ "การแต่งงานครานี้ต้องแลกด้วยผลผลิตจำนวนมากที่แคว้นเย่ของหม่อมฉันร้องขอ แต่แคว้นฉีนั้นได้เพียงแค่องค์หญิงจากต่างแคว้นมาแต่งงานด้วย อันดูเป็นสัญญาเลื่อนลอยสำหรับการสนับสนุนทางการทหารที่มิใช่ช่วงเกิดสงครามด้วยซ้ำ…เช่นนั้นคงไม่คุ้มเท่าไรสินะเพคะ?"

ฉีหยางเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย ไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ

"แต่แคว้นฉีก็มิต้องการจะปฏิเสธการเชื่อมความสัมพันธ์นี้ด้วยเช่นกัน เพราะการเป็นพันธมิตรกับแคว้นเย่ที่มากด้วยกำลังทหารม้าและจำนวนคนก็ยังมีประโยชน์มากในภายหน้าเช่นกัน? ปัญหาก็คือ…สองแคว้นต่างฝ่ายต่างไม่ต้องการเป็นฝ่ายเสียเปรียบในข้อตกลง จึงยังหาข้อสรุปที่คุ้มค่ากันไม่ได้เสียที"

ฉีหยางเฉินมองนางอย่างพิจารณา เขาไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ แต่ลึกๆ ในใจ เขาอดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ที่นางสามารถมองภาพรวมของสถานการณ์นี้ได้ชัดเจนถึงเพียงนี้ ทั้งที่นางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานของพวกเขาเท่านั้น

"แล้วอย่างไร? องค์หญิงซือหนิงพูดมาคงมิใช่เพียงจะอวดฉลาดหรอกล่ะมั้ง" เขาเอ่ยถามเสียงเรียบ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย    บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย ตอนนี้เจี่ยงเฟยมีอายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่ห้าแล้ว นางท้องโตจนต้องเปลี่ยนชุดยกแผง เดินเหินก็แสนลำบาก จะออกจากห้องไปสูดอากาศทีต้องให้บ่าวไพร่ยกโขยงทีเกือบสิบคน ทำเอาเจี่ยงเฟยแทบไม่อยากเคลื่อนย้ายตัวไปไหนเลย นับจากวันที่เกิดเรื่องที่ตำหนักบูรพา นางก็ไม่ได้เจอพระชายารองถิงถิงมาเยี่ยมเยียนที่จวนตระกูลไป๋อีกเลย นางได้รู้ความคืบหน้าจากปากของเฉิงไห่เพียงแต่ว่าองค์รัชทายาทถูกปลดและคนทั้งตำหนักถูกย้ายให้ไปประจำการที่เมืองหน้าด่านอันแสนไกลโพ้นที่หนึ่ง ห้ามออกนอกเมืองหน้าด่านแห่งนั้นโดยเด็ดขาด โดยกระบวนการที่ทำให้เกิดผลลัพธ์เยี่ยงนั้นล้วนไม่ทราบเลย จนกระทั่งท่านพ่อ ท่านแม่และพี่ชายขนกันมาเยี่ยมเยียนนางถึงได้รู้ว่ากว่าที่คนพวกนั้นจะได้รับบทลงโทษ ไป๋เฉิงไห่ต้องลงแรงและกำลังไปมากเพียงใด เขาจัดการแม้กระทั้งให้คนในราชวงศ์ทำสัญญาว่าจะปกปิดความลับเรื่องความสามารถในการแปลงร่างของตระกูลเจี่ยงไปทุกราชวงศ์นับจากนี้ พร้อมตกลงข้อแลกเปลี่ยนกับท่านพ่อของนางว่าจะยอมให้ยืมความสามารถเหล่านี้รับใช้แคว้นบ้างตามความเหมาะสม ทำให้ตอนนี้ตระกูลเจี่ยงมีรากฐานที่มั่นคงเพิ่มขึ้นมาก และเจี่ยงเฟยก็ตั้งปณิฐานว่าจะต

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   ยี่สิบหนึ่ง ถังหูลู่แสนวิเศษ

    ยี่สิบหนึ่ง ถังหูลู่แสนวิเศษ🔥 “เฟยเฟยมีอันใดหรือ?” “คนตระกูลเจี่ยงที่มีสายเลือดดั้งเดิมล้วนมีความสามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ได้เจ้าค่ะ ส่วนข้านั้นสามารถแปลงกายเป็นแมวได้” เจี่ยงเฟยกลั้นใจพูดออกไปคราเดียวหมด และเกร็งตัวจ้องมองสีหน้าของผู้เป็นสามี นางกลัวว่าเขาจะรับไม่ได้กับความแปลกประหลาดนี้ของนาง ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นจริงเจี่ยงเฟยก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว แต่นางก็ไม่สามารถปิดบังความลับนี้ต่อคนรักได้อีกนั่นแหละ แต่เฉิงไห่กลับไม่ได้มีสีหน้ารังเกียจอย่างที่คิด ติดจะงุนงงเหมือนไม่เข้าใจที่นางบอกด้วยซ้ำ อย่างนั้นนางจึงตัดสินใจพิสูจน์ให้เขาดูไปเลย จากสตรีงดงามค่อย ๆ กลายร่างเป็นแมวน้อยขนดำต่อหน้าต่อตาแม่ทัพหนุ่ม จากนั้นไม่นานก็กลับมาอยู่ในร่างสตรีอีกครา ภาพการเปลี่ยนแปลงนี้ล้วนทำให้เฉิงไห่นิ่งค้าง ตะลึงจนจับสติกลับมามิได้ เขามองตาแข็งจนเจี่ยงเฟยต้องช่วยเขย่าตัวเรียกสติ “ท่านพี่รังเกียจข้าที่ไม่ปรกติรึไม่เจ้าคะ?” น้ำเสียงสั่นเทาของสตรีคนรักทำให้เฉิงไห่รีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “มีใครรู้เรื่องนี้บ้าง??” เป็นแม่ทัพมาตั้งกี่ปีล้วนคลุกคลีการเมืองมาไม่น้อย เขาเข้าใจว่าความสามารถพิเศษนี้หากใครร

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   ยี่สิบ ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่เฉิงเจ้าค่ะ

    ยี่สิบข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่เฉิงเจ้าค่ะ“พี่เฉิงเจ้าคะ รอก่อนฟังถิงถิงพูดก่อนเจ้าค่ะ!”เฉิงไห่หยุดเท้าและหันมองสตรีที่วิ่งตามหลังมาทันใด ดวงตาคมมิใช่ใช้มองคนในครอบครัวอีกต่อไป จากเหตุการณ์นี้ทำให้เขาไม่แม้แต่มีเยื่อใยมองนางแบบน้องสาวได้อีกต่อไปแล้ว“ข้าให้เวลาครึ่งเค่อ ว่ามาเถิด!”ถิงถิงเข้าใจสายตานั่นดี นางรีบพ่นสิ่งที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตนางได้ในทันที“ข้าถูกองค์รัชทายารุ่ยเต๋อบังคับให้ทำเรื่องทั้งหมดเจ้าค่ะ หลังจากที่ข้าแต่งเข้ามาล้วนถูกทรมานร่างกายและจิตใจแต่จำยอมต้องทนอยู่เรื่อยมาเพราะด้วยอำนาจขององค์รัชทายาท คราก่อนนั้นที่ข้าตัดสินใจแต่งเข้ามามิใช่เพราะหมดรักพี่เฉิงนะเจ้าคะ แต่เป็นเพราะล้วนถูกคำพูดหวานที่ดูงดงามขององค์รัชทายาทบิดบัง จนข้าเลือกทางผิดในที่สุด แต่พอได้แต่งเข้ามาแล้วในใจข้าเฝ้าคิดถึงแต่วันเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันกับพี่เฉิง และในเหตุการณ์นี้หากข้าไม่ทำจะถูกทรมานอีกจึงจำยอมทั้งสิ้นเจ้าค่ะ ฮือ”“เอ่ยหมดแล้วหรือไม่!”ถิงถิงที่เล่าไปก็บีบน้ำตาจนไหลนองเต็มสองข้างแก้มเงยหน้ามองเฉิงไห่ทั้งน้ำตา คนมองมาล้วนสะเทือนใจทั้งสิ้น แต่สำหรับเฉิงไห่แล้วเขามองด้วยสายตาไร้อารมณ์ ดวงตานั่น

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบเก้า  ละเล่นกับเหมียวน้อย (2)

    สิบเก้า ละเล่นกับเหมียวน้อย (2)“มะ เมี๊ยว ฮือ...”“ร้องอีกสิ ร้องอีก ฮ่า ๆ”รุ่ยเต๋อที่ได้ฟังเสียงร้องเหมียวคราแรกก็ยิ่งได้ใจ เขาใส่แรงเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้ยินเสียงที่หวังอีกหลายรอบ พอเห็นว่าเจี่ยงเฟยเริ่มร้องจนเสียงขาดห้วงจึงค่อยหยุดมือดวงตาหรี่มองสตรีบนเตียงราวมองสิ่งของล้ำค่า ใบหน้าของเจี่ยงเฟยงดงามเย้ายวนยิ่ง แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับรุ่ยเต๋อนั้นคงไม่พ้นความสามารถของการกลายเป็นแมวได้ตามที่พระชายารองของเขาบอกมา เขาก็ไม่เชื่อหรอกถึงได้จับมาพิสูจน์อย่างไรเล่า ยิ่งได้ใกล้ชิดยิ่งรู้สึกตนกำลังเล่นกับแมวน้อยอย่างไรอย่างนั้น มันทำให้จิตใจชุ่มชื่น ร่างกายกระชุ่มกระช่วยราวเพิ่งสู่วัยแรกรุ่น อีกทั้งแกนกายส่วนนั้นก็ค่อย ๆ เริ่มเติบโตตามความปรารถนาในใจเสียแล้ว...สตรีงามหรือเขามีแล้วในวังหลังแห่งนี้ แต่ยังขาดสตรีที่คล้ายแมวน้อยเช่นเจี่ยงเฟยอยู่หากทำให้เจี่ยงเฟยตกอยู่ในการครอบครองของตนได้แล้ว ส่งข่าวและทำการตกลงกับแม่ทัพไป๋ทีหลัง เรื่องทุกเรื่องย่อมง่ายดายกว่า เขาต้องได้รับผลตอบแทนให้สมกับที่ออกทุนลงแรงจัดงานเลี้ยงอันแสนสิ้นเปลืองนี่เป็นสตรีแสนเย้ายวนตรงหน้า...รุ่ยเต๋อนำกุญแจข้อเท้ามาล็

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบเก้า ละเล่นกับเหมียวน้อย (1)

    สิบเก้าละเล่นกับเหมียวน้อยเจี่ยงเฟยถูกพามาวางไว้ที่ตำหนักแห่งหนึ่ง ร่างกายไร้เรี่ยวแรงพยายามขยับกายออกจากที่นี่ก็ทำเพียงไม่กี่เค่อก็หอบหนักแล้ว พวกคนที่ยกนางมาจากไปหมดแล้วในห้องแห่งนี้น่าจะมีนางอยู่คนเดียว ภาพมัวเบลอมองเห็นว่านางอยู่บนเตียงหลังหนึ่ง แต่ไกลออกไปนั้นสภาพเป็นอย่างไร เจี่ยงเฟยไม่สามารถมองได้แล้วอย่าบอกว่านะ ว่านางถูกคนในตำหนักขององค์รัชทายาทจับมาเพื่อการเสพสวาท!!!ขอให้ไม่ใช่เถอะ เทพเซียนช่วยดลบันดาลให้เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเพียงความฝันด้วยเถิด...เจี่ยงเฟยคนนี้ กำลังแม้จะกลายร่างเป็นแมวยังไม่มีเลย นางจะหนีอย่างไรดี ใครก็ได้ช่วยเจี่ยงเฟยด้วย...พลั่ก!แสงสว่างจากข้างนอกลอดเข้ามาเพียงครู่หนึ่งก็หายไปอีกรอบพร้อมประตูห้องที่ปิดลง เจี่ยงเฟยทำอันใดไม่ได้นอกจากนอนตัวเกร็งแสร้งว่าหลับไปในตอนนั้น เผื่อว่าจะไม่เป็นอันตรายฝีเท้าหนักเดินเข้ามาใกล้เตียงที่เจี่ยงเฟยนอนอยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ที่หน้าเตียง หัวใจของเจี่ยงเฟยเต้นระรัวจนแทบหลุดออกจากอก ในหัวตอนนี้นางคิดถึงแต่ว่าให้พี่เฉิงไห่รับรู้และมาช่วยนางออกไปเสียที!เจี่ยงเฟยรับรู้ถึงสัมผัสอันเยียบเย็นจากมือของผู้มาใหม่ที่บริ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   สิบแปด นรกบนดิน

    สิบแปด นรกบนดิน ในขณะที่สมองของเจี่ยงเฟยมึนเบลอคิดอันใดไม่ปะติดปะต่อ แต่เรื่องประสาทสัมผัสทางผิวกายกลับเด่นชัดเกินจนน่ากลัว หลังจากที่เจี่ยงเฟยรู้ว่าตนเองถูกพาออกมาที่ใดสักแห่งแล้ว จากนั้นนางก็ถูกพาไปนั่งบนเก้าอี้ มีสตรีหลายคนเข้ามาในห้องแห่งนี้ เจี่ยงเฟยรับรู้ได้ว่าตนเองถูกปลดเสื้อผ้าบนตัวออก นางอยากขัดขืนและอยากหนีออกไปแทบใจขาดดิ้นแต่ไม่สามารถทำได้เลย ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ตามใจสั่ง สมองก็ไม่ปะติดปะต่อเอาเสียเลย การขัดขืนของเจี่ยงเฟยจึงเป็นเพียงการทำไปให้คนที่มากระทำอันใดกับตามตัวของนางรำคาญเพียงเท่านั้น เหล่านางกำนัลของตำหนักบูรพาสามสี่นางช่วยกันขัดสีฉวีวันร่างกายขาวผ่องที่เดิมไม่ได้สกปรกอันใดให้สะอาดผ่องมากขึ้น พร้อมทั้งชโลมน้ำมันหอมระเหยบนกายอย่างคล่องแคล่วเพราะทำสิ่งนี้มาหลายคราแล้ว แม่นางผู้น่าเวทนาในอ่างอาบน้ำนี้ไม่ใช่คนแรกที่ต้องถูกทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมก่อนมอบกายให้องค์รัชทายาท แต่อาจเป็นสตรีคนแรกที่มาทั้งอาการมึนเมาไม่รู้สติเยี่ยงนี้ เรื่องการใช้ยานั้นองค์รัชทายาทรุ่ยเต๋อทำไม่บ่อยนัก พระองค์ชอบให้สตรีมอบกายมาแบบเต็มใจเสียมากกว่า ยกเว้นก็แต่จะทรงอยากได้มากจนยอมใช้วิธ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   15.1

    ยามออกมาจากเรือนคุมขังอันแสนอบอ้าวแล้วความรู้สึกหนักอึ้งก็ผ่อนคลายลง อากาศยามค่ำคืนในวันนี้นางรับรู้ได้ว่ามันเบาบางกว่าคืนไหน ๆ ซือหนิงยืนนิ่งอยู่ใต้แสงจันทร์ เงยหน้าขึ้นทอดสายตามองท้องฟ้ากว้าง โดยที่ข้างกายของนางมีหลี่เจ๋อหาน คนแคว้นเย่หนึ่งเดียวที่ยืนเคียงข้างนับตั้งแต่นางทะลุมายุคโบราณและหายใจภ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   14.2

    "เช่นนั้นหรือ!?"เสียงของฉีหนานหวังดังขึ้นครานี้ ทำให้ลู่คงเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้าใส่อย่างยากจะต้านทาน หวังแห่งแคว้นฉีผู้นี้คืออดีตแม่ทัพไร้พ่ายจึงไม่แปลกที่รอบกายจะเต็มไปด้วยรังสีสังหาร"พวกท่านกล่าวหากระหม่อมแรงไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ อย่าได้ทรงเชื่อองค์หญิงซือหนิงที่เปลี่ยนข้างอย่างรวดเ

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   14.1

    บทที่ 14 ทูตสองแคว้นองค์หญิงซือหนิงยังมีชีวิตอยู่!ลู่คงเบิกตากว้างไปชั่วขณะ แต่ก็รีบควบคุมสีหน้าตนเองทันที"องค์หญิง..." เขากล่าวเสียงเรียบ "เหตุใดพระองค์---"ซือหนิงยิ้มบางๆ ทักทายคนจากแคว้นเย่ที่นางเพิ่งเห็นหน้าเป็นคราแรก ก่อนจะกล่าวเสียงเย็นกลับไป"ทำไมใต้เท้าลู่ถึงดูผิดหวังเล็กน้อยกันที่ข้ายั

  • ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย   13.2

    เช้ารุ่งขึ้นที่สำคัญมาถึงแล้ว ดวงอาทิตย์ฉายแสงสีทองทาบทับลงบนยอดหลังคาพระราชวังแคว้นฉี ภายในตำหนักวันนี้อากาศยามเช้าดูอึมครึมแม้พระอาทิตย์จะส่องแสงเจิดจ้าก็ตามขุนนางของแคว้นฉีทั้งหลายยืนเรียงกันตามลำดับตำแหน่ง สายตาต่างจับจ้องไปที่ คณะทูตแคว้นเย่ซึ่งเข้ามาถวายบังคมต่อหน้าฮ่องเต้ฉีจิ่นหลงอย่างแสดงค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status