Share

ตอนที่ 9 ค้าขายคึกคัก

Penulis: Bosskerr
last update Tanggal publikasi: 2025-10-24 01:14:58

ช่วงสาย ชุดแรกขายหมดในเวลาที่เร็วเกินคาด อาเซียงยืนถือพัดมือพลางโบกพัดให้คุณหนูของนาง

“คุณหนูเจ้าคะกล่องรับคำชมเต็มอีกแล้วเจ้าค่ะ! ส่วนกล่อง รับเงิน เอ่อ...ข้ายังไม่กล้าดูแต่ลองยกดูหนักจนมือจนสั่นแน่ะเจ้าค่ะ”

            หลินเย่วเอ๋อร์หัวเราะ “อย่ากังวลไป เงินน่ะเราต้องเก็บทีละช่วง ไม่ให้คนเห็นมากเกินไปจะปลอดภัยกว่า”

นางส่งสัญญาณ บ่าวชายสองคนรับกล่องไปเก็บหลังร้านอย่างรู้ใจ ฮูหยินหลี่เลื่อนพัดโปร่งในมือช้า ๆ

“ข้ามีอีกเรื่อง บุตรสาวของข้าปากแตกง่ายยามลมแรง อยากสั่งทำเพิ่มอีกเล็กน้อย เอาที่เหมาะกับคนแพ้ง่าย เจ้าทำได้หรือไม่”

            หลินเย่วเอ๋อร์ยิ้ม “ทำได้เจ้าค่ะ เพียงขอเวลาสามวันเพื่อปรับสูตรและกลิ่นให้อ่อนลงกว่าชุดปกติครึ่งหนึ่ง ข้าจะทำเป็นรุ่นพิเศษออกขายด้วย รุ่นนี้ชื่อว่าชุนเฉินโฉม รุ่นเด็กสาว”

            นางเอียงหน้าคิดแผ่ว “และจะเขียนคำเตือนเล็ก ๆ หลังกล่องด้วยว่าให้ทาหลังใบหูก่อนทาปากหนึ่งคืน หากไม่ระคายเคืองก็สามารถใช้ต่อได้”

ฮูหยินหลี่พยักหน้ายิ้มช้า ๆ “เจ้าคิดรอบคอบดี”

บ่าวสาวแทรกขึ้นเบา ๆ “ฮูหยินเจ้าคะ ร้านนี้เขียนคำเตือนได้ดี เวลาใช้จะได้ระวังด้วยเจ้าค่ะ”

ฮูหยินหัวเราะ “จริงดังเจ้าว่า”

ไกลออกไป เจี่ยนฮวาแอบยืนหลบหลังเสา พอเห็นภาพร้านของหลินเย่วเอ๋อร์ขายดิบขายดี ผู้คนแห่กันไปลงชื่อสั่งสินค้า นางก็กำพัดแน่นจนโครงไม้แทบจะหัก

ไป๋จิ้งเซียวเห็นเช่นนั้น สายตานิ่งลงครึ่งส่วน ไม่ใช่หวั่นเกรง หากแต่เขียนบันทึกเงียบ ๆ ในใจว่า

“จะมีพิษแบบอื่นตามมา แต่ดูม่าสตรีนางนี้ก็เตรียมหัวใจไว้แล้วล่ะ”

ก่อนเที่ยง หลินเย่วเอ๋อร์ตัดสินใจปิดร้านเป็นเวลาครึ่งชั่วยามเพื่อพักและเพื่อไม่ให้คนงานเหนื่อยเกินไป นางแจกขนมงาและน้ำชากลิ่นเบา ๆ ให้คนงาน อาเซียงกินขนมงาไปหัวเราะไป

“คุณหนู ข้ารู้สึกเหมือนข้าอยู่ในงานแต่งงานเลยเจ้าค่ะ ราวกับว่าแขกมาเต็มเรือน ของก็เต็มโต๊ะ!”

“เจ้านี่นะอาเซียง ช่างพูดเสียจริง ปากเจ้าน่ะพูดเก่งยิ่งกว่านกกระจิบนกกระจาบร้องเสียอีก” หลินเย่วเอ๋อร์เอ่ยหยอก ทำเอาทุกคนหัวเราะร่า

ในยามนั้นเอง เด็กวิ่งสื่อสารของตลาดก็หนีบกระดาษผืนเล็กวิ่งมาหยุดหน้าร้านหยกมรกต หอบจนไหล่กระเพื่อม

“ข่าวด่วนจากหอการค้าขอรับ!”

เฉิงอวิ๋นเขียนเพียงบรรทัดเดียวด้วยลายมือบรรจง

“ตลาดตงเหมินเช้าวันนี้คึกคักกว่าทุกวัน ร้านหยกมรกตจัดการลูกค้าได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย น่าชื่นชม”

ใต้บรรทัดมีตราพัดไม้ขีดสัญลักษณ์เฉพาะของเขา อาเซียงกีดร้อง

“คุณหนู! หอการค้าส่งคำชมเชยมาเจ้าค่ะ!”

ผู้คนที่ยังวนเวียนเข้ามาที่ร้านเพื่อลงชื่อจองสินค้าล็อตถัดไปโห่ จากร้านเล็ก ๆ ที่เพิ่งเปิดขายของหลินเยว่เอ๋อร์กลายเป็นร้านที่ผู้คนแวะเวียนเข้ามามากที่สุดภายในครึ่งวัน

หลินเย่วเอ๋อร์เก็บกระดาษอย่างทะนุถนอม ดวงตาสว่างวาบเพียงเสี้ยว แล้วกลับสู่สีหน้านิ่ง ราวกับคนปรุงอาหารที่รู้ว่าหม้อหน้าถัดไปยังรออยู่

ลมจากแม่น้ำเว่ยพัดเอื่อย กลิ่นน้ำผึ้งผสมเมล็ดชาอบอวลอยู่เหนือแผง ขณะที่เงาเมฆเล็ก ๆ เคลื่อนทาบลงเหนือร้านฮวาเหมยจวงไกลออกไป ราวม้ามืดที่กำลังซ้อมฝีเท้า ทว่าในใจของใครบางคน เงานั้นกลับกลายเป็นความอึดอัด

ลมเปลี่ยนทิศแล้วหรือ...

และยังมีจดหมายหนึ่งฉบับในมือคนส่งข่าวอีกคน ที่ยังวิ่งไม่ทันถึงตลาด เป็นจดหมายจากเมืองหลวงที่จะเปลี่ยนวงโคจรของร้านหยกมรกตในไม่ช้า

แดดยามบ่ายคล้อยเหนือหลังคากระเบื้อง ตลาดตงเหมินยังแน่นขนัดแม้ร้านอื่นจะเริ่มเก็บของแล้ว หลินเย่วเอ๋อร์และอาเซียงพักเพียงครู่ก่อนจะเริ่มจัดแถวใหม่สำหรับรอบบ่าย

“อาเซียง” หลินเย่วเอ๋อร์พูดเสียงนุ่ม “ตอนบ่ายอย่าลืมวัดคิวตามโพยนะ ข้ากลัวจะมีคนสอดแทรกอีก”

สาวใช้พยักหน้าหนักแน่น “เจ้าค่ะ คราวนี้ข้าจะยืนเฝ้าเหมือนสุนัขเฝ้าประตูเรือนเลย!”

“ได้ เจ้าอย่าเห่าเสียงดังนักก็พอ” หลินเย่วเอ๋อร์แซวพร้อมหัวเราะจาง ๆ

“แค่จ้องตาแรง ๆ ให้พวกเขาเกรงก็พอแล้ว”

ขณะที่นางกำลังเช็ดโต๊ะ เสียงฝีเท้าดัง ตึก ตึก ตึก ตามด้วยเสียงพูดเสียงแหบแห้งของชายวัยกลางคนก็ดังขึ้น

“นี่หรือร้านหยกมรกตที่เขาว่ากันว่าเป็นร้านใหม่สินค้าใหม่จากสกุลหลิน?”

หลินเย่วเอ๋อร์เงยหน้า เห็นชายผู้นั้นแต่งกายเหมือนพ่อค้าต่างเมือง ใส่ผ้าโพกหัวเก่าแต่สะอาด มองไปรอบร้านด้วยสายตาคมเฉียบราวกับนักเจรจามืออาชีพ

“ใช่เจ้าค่ะ ข้าคือหลินเย่วเอ๋อร์” นางยิ้มตามมารยาท “ท่านมีธุระใดหรือไม่”

ชายผู้นั้นวางห่อผ้าเล็ก ๆ ลงตรงหน้า “ข้าเป็นคนของร้านหยกหยุนซุนจากเมืองหลวง”

คนในตลาดที่ยืนใกล้ถึงกับอ้าปาก ร้านหยกหยุนซุนเป็นร้านค้าหรูที่แม้ในเมืองเว่ยเจินยังต้องต่อคิวส่งของไปขาย

ชายคนนั้นคลี่ห่อผ้า เผยให้เห็นตราประทับสีน้ำเงินเข้ม

“จดหมายจากคุณชายหยาง เจ้าของร้านหยกหยุนซุน เขาได้ข่าวว่าร้านหยกมรกตมีของใหม่ จึงอยากเห็นด้วยตาตนเอง”

อาเซียงตาโต “จากเมืองหลวงเลยรึเจ้าคะ!”

หลินเย่วเอ๋อร์รับจดหมายมาด้วยสองมือ พลันเห็นตราประทับสีฟ้าเรียบหรูแกะลายคลื่นน้ำ คลี่ออกอ่านแผ่วเบา  

“ข้าหยางอวิ๋นเฟิง แห่งร้านหยกหยุนซุน ได้ยินกิตติศัพท์สินค้าความงามใหม่จากเมืองเว่ยเจินหากของจริงดีดั่งคำเล่าลือ ข้าก็ยินดีจะขอรับซื้อแบบร่วมการค้า โปรดส่งตัวอย่างหนึ่งชุด และใบรายชื่อส่วนผสมเพื่อทดสอบในเมืองหลวง หากผ่านเกณฑ์ ร้านหยกหยุนซุนจะจัดพื้นที่พิเศษให้ร้านหยกมรกตในตลาดใต้เขาอู่เหอ”

หลินเย่วเอ๋อร์อ่านจบก็เงียบไปชั่วครู่ ก่อนรอยยิ้มบางจะปรากฏบนใบหน้า

“จวนแม่ทัพยังไม่ทันส่งของ กลับมีข่าวไปถึงเมืองหลวงเสียแล้ว นี่สินะที่เรียกว่ากลิ่นข่าวเร็วกว่ากลิ่นแป้งที่ร้านฮวาเหมยจวง”

อาเซียงหัวเราะคิกคัก “แป้งของนางกลิ่นแรงจนข่าวหนีไม่ทันเจ้าค่ะ!”

ชายจากเมืองหลวงขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เห็นสองสาวหัวเราะจึงคลายลง

“ข้าจะพักที่โรงเตี๊ยมเจิงเหอสามวัน หากท่านตัดสินใจจะส่งตัวอย่าง ก็ให้แจ้งคนของข้าที่ประตูตะวันตก”

หลินเย่วเอ๋อร์ค้อมคำนับน้อย ๆ “ขอบพระคุณท่านมาก ข้าจะเตรียมส่งให้ภายในสองวันเจ้าค่ะ”

ในตรอกตะวันตก ร้านฮวาเหมยจวงเงียบผิดปกติ เจี่ยนฮวาเอนพิงพนักเก้าอี้ มือถือพัดผ้าไหมเคาะโต๊ะเบา ๆ

“ยอดขายเช้านี้ตกอีกสิบสองส่วนเลยรึ” เสียงของนางเย็นเฉียบ

สาวใช้สองคนคุกเข่าพร้อมกัน “เจ้าค่ะคุณหนู คนในตลาดไปต่อคิวที่ร้านหยกมรกตกันหมด ว่ากันว่ากลิ่นหอมอ่อน ๆ ติดทนนาน ไม่ระคายผิว”

“พอ!” เจี่ยนฮวาโยนพัดลงพื้น

“ไม่ต้องสาธยายคำชมของนางให้ข้าฟัง”

นางลุกขึ้น เดินไปหน้ากระจกทองเหลือง ใบหน้าในเงาแต่งสวย แต่แววตากลับแข็งราวหิน

“หญิงนางนั้นไม่รู้กฎของการค้า กล้ามาเปิดร้านท้าทายข้าคิดจะแข่งกับข้ารึ รู้จักคนอย่างช้าน้อยไปเสียแล้ว”

นางหันขวับไปทางสาวใช้ “ไปหาชายที่ชื่อหลิวซานที่ตลาดเหนือ บอกให้เตรียมลูกค้าทดลองพิเศษไว้ให้พร้อม”

สาวใช้ตัวสั่น “ลูกค้าทดลองพิเศษหรือเจ้าคะ”

“ใช่” เจี่ยนฮวากัดฟันกรอด “คนที่ซื้อของปลอมมาแกล้งแพ้ แล้วตะโกนลั่นกลางตลาดว่าของมีพิษ! ข้าอยากให้พรุ่งนี้คนทั้งตลาดพูดถึงร้านหยกมรกตในทางกลับกันเสียบ้าง อยากรู้นักว่านางจะยังหัวเราะร่าได้อยู่รึไม่!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉม   ตอนที่ 34 กลิ่นที่ไม่เคยเลือน

    องค์ชายรองรีบเข้าประคองนางที่เริ่มทรุดลงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ กลิ่นที่ออกมาจากเตาแก้วกลับค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นกลิ่นหอมอ่อนละมุน กลิ่นที่ทุกคนในลานจำได้ทันที“นั่นคือกลิ่นเดียวกันกับวันที่พิธีถวายครั้งก่อน!”ฮ่องเต้ลุกจากบัลลังก์ พระสุรเสียงสั่นเล็กน้อย“กลิ่นนี้คือกลิ่นแห่งสันติ!”กลิ่นทองอ่อนค่อย ๆ แผ่ไปทั่วตำหนัก คนที่หมดสติเริ่มฟื้น ขุนนางที่สิ้นแรงกลับมายืนได้อีกครั้ง อี้เฟยถอยหลังไปอย่างสิ้นหวัง“ไม่ เป็นไปไม่ได้ กลิ่นหัวใจไม่มีอยู่จริง! ไม่มีทาง!”องค์ชายรองจ้องเขา “มันมีจริง แค่เจ้าไม่เคยมีหัวใจที่หอมพอที่จะเข้าใจมัน”อี้เฟยกัดฟันแน่น ก่อนจะพุ่งตัวหนี แต่ถูกองครักษ์หลวงเข้าล้อมจับไว้หลังเหตุการณ์สงบ ฮ่องเต้เสด็จลงจากบัลลังก์ สายพระเนตรทอดมองหลินเย่วเอ๋อร์ที่ยังคุกเข่า มือทั้งสองยังคงสั่น“หลินเย่วเอ๋อร์ เจ้าได้พิสูจน์แล้วว่า กลิ่นหัวใจของเจ้าบริสุทธิ์กว่ากลิ่นใด ๆ”ฮ่องเต้ตรัสพร้อมยิ้มบาง “ข้าขอพระราชทานตำแหน่งให้เจ้าและให้เจาดูแลหอปรุงเครื่องหอมรวมถึงหอปรุงเครื่องประทินโฉมของราชสำนักทั้งหมด”เสียงขุนนางดังขึ้นพร้อมกัน “ฝ่าบาททรงพระปรีชา”องค์ชายรองหันมามองนาง แววตาเต็มไปด้วยความภ

  • ทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉม   ตอนที่ 33 อี้เฟย

    “กลิ่นนั้นเปลี่ยนเพราะหัวใจคนต่างหาก ไม่ใช่พิษและไม่ใช่เวทมนตร์ แต่เป็นผลจากความบริสุทธิ์ของผู้สร้าง”ขุนนางบางคนส่ายหน้า “ฝ่าบาท องค์ชายรองพูดเช่นนี้ก็เท่ากับยอมรับว่ามันมีอิทธิพลต่อจิตใจจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ! กระหม่อมเห็นควรให้แยกทั้งสองออกจากกัน เพื่อป้องกันภัยในอนาคต!”เสียงเห็นด้วยดังขึ้นระลอกใหญ่ ฮ่องเต้ทอดพระเนตรอย่างเงียบ ๆ อยู่เนิ่นนาน ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำ“เจ้าบอกว่าให้ข้าแยกพวกเขาออกจากกันเพราะกลัวกลิ่นเช่นนั้นหรือ?”ขุนนางทุกคนก้มศีรษะ “พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท เพื่อความมั่นคงของราชสำนักพ่ะย่ะค่ะ”“แล้วเจ้าจะทำเช่นไร หากกลิ่นนี้ไม่ใช่อาวุธ แต่คือชีวิตของผู้คน?”ฮ่องเต้ยกพระหัตถ์ขึ้น ความเงียบปกคลุมทั่วทั้งตำหนัก“เมื่อสามวันก่อน กลิ่นนี้ช่วยชีวิตคนทั้งร้านหยกมรกตจากพิษหอมที่แผ่ไปทั่ว เจ้าจะเรียกมันว่าอาวุธได้หรือ?”ขุนนางหลายคนก้มหน้าด้วยความอับอาย องค์ชายรองค้อมกาย“ขอบพระทัยเสด็จพ่อที่ทรงเมตตา”ฮ่องเต้ทอดพระเนตรมาที่หลินเย่วเอ๋อร์ “หลินเย่วเอ๋อร์ เจ้าเป็นเพียงสามัญชน แต่สร้างกลิ่นที่แม้แต่สวรรค์ยังมิอาจคาดถึง ข้าขอถามเจ้าตรง ๆ เจ้าคิดเช่นไรกับอำนาจของสิ่งที่เจ้าสร้าง?”หลินเย่วเอ๋อร์สูด

  • ทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉม   ตอนที่ 32 สีของหัวใจ

    เสียงนกร้องยามเช้าแว่วลอดหน้าต่างเข้ามาเบา ๆ แสงแดดอ่อนจากสวนเหมยลอดผ่านผ้าม่านบาง กระทบใบหน้าของหญิงสาวที่ยังหลับใหลบนเตียง อาเซียงนั่งเฝ้าข้างเตียงด้วยตาแดง ๆ“คุณหนู ตื่นเถิดเจ้าคะ ข้านั่งเฝ้าท่านมาสามวันแล้วนะ คุณหนู ฮืออ...”องค์ชายรองที่นั่งอยู่อีกฝั่งเงียบ ๆ เงยหน้าขึ้น เขายังอยู่ในชุดเรียบธรรมดา สีหน้าอ่อนล้าแต่ดวงตายังคงจ้องมองนางไม่ละสาย“นางยังไม่ฟื้นเลยหรือ” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว“ยังเพคะ แต่ชีพจรกลับมาปกติแล้ว เพียงแต่อาจเหนื่อยจากการใช้พลังกลิ่นมากเกินไป” อาเซียงตอบทั้งน้ำตาองค์ชายรองลอบถอนหายใจ เขายื่นมือไปแตะหลังมือของหลินเย่วเอ๋อร์เบา ๆ และในวินาทีนั้นเอง...กลิ่นชาอุ่นปนดอกเหมยที่เคยลอยอ่อน ๆ ในห้อง เปลี่ยนเป็นกลิ่นใหม่ กลิ่นนั้นอ่อนโยนกว่าเดิม แต่มีความหอมแปลก คล้ายกลิ่นหวานของกลีบเหมยผสมกลิ่นน้ำผึ้ง อาเซียงเบิกตา“องค์ชาย! กลิ่นเปลี่ยนแล้วเพคะ!”องค์ชายรองชะงักไป “กลิ่นเปลี่ยน?”เขามองรอบห้อง แสงจากหน้าต่างสาดกระทบขวดแก้วที่ตั้งอยู่ข้างเตียง ขวดนั้นเปล่งสีทองอ่อนราวกับเรืองแสงจากภายใน หลินเย่วเอ๋อร์ขยับนิ้วเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น“ที่นี่คือที่ใดกัน” เสียงของนางแผ่

  • ทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉม   ตอนที่ 31 กลิ่นสุดท้ายของความแค้น

    “เขาคนนั้นเคยเป็นพี่ศิษย์ร่วมสำนักเดียวกับข้า” องค์ชายรองเอ่ยช้า ๆ“เขาเคยเป็นคนที่ท่านอาจารย์เฟยหานโปรดปรานที่สุด แต่เพราะความทะเยอทะยาน เขาขโมยสูตรยาสร้างกลิ่นต้องห้าม แล้วถูกขับออกจากวัง”หลินเย่วเอ๋อร์นิ่งงัน “เขากลับมาเพื่อแก้แค้นท่าน...”“ไม่ใช่แค่ข้า” เขามองออกไปนอกหน้าต่าง “แต่เพื่อล้มล้างทุกสิ่งที่เกี่ยวกับกลิ่นบริสุทธิ์ที่อาจารย์สร้างไว้”ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะพูดคุยกันต่อ เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นนอกห้อง อาเซียงวิ่งหน้าตื่นเข้ามา“คุณหนู! มีชายชุดดำเข้ามาในร้านอีกแล้วเจ้าค่ะ!”องค์ชายรองหันขวับ “พาเย่วเอ๋อร์ไปหลบข้างใน!”แต่ไม่ทันแล้ว เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมลมแรงพัดกลิ่นชาเย็นจัดเข้ามาปะทะกลิ่นเหมยอบอุ่นในห้องทันที อี้เฟยก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นตา“ข้าเพียงมาขอชาแก้วเดียว แต่เห็นทีจะได้กลิ่นของความกลัวกลับไปด้วย”องค์ชายรองก้าวไปข้างหน้า “เจ้ากลับมาทำไม อี้เฟย”“เพื่อพิสูจน์ว่า กลิ่นของข้าเหนือกว่ากลิ่นของเจ้า และเพื่อให้คนที่เจ้ารักฃได้รู้ว่า กลิ่นเดียวกัน ฃบางครั้งก็ใช้ทำร้ายได้”อี้เฟยเปิดขวดแก้วในมือ กลิ่นชาเย็นจัดแผ่กระจายไปทั่วห้องในชั่วพริบตา หลินเย่วเอ๋อร์รู้สึกเหมือ

  • ทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉม   ตอนที่ 30 กลิ่นแรกแห่งหัวใจ

    สามวันหลังจากคืนฝนตกนั้น ร้านหยกมรกตกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง กลิ่นหอมของดอกชาหอมเอยและน้ำอบจากถังไม้ไผ่ลอยอบอวลไปทั่วร้าน อาเซียงวิ่งไปวิ่งมาด้วยสีหน้าระรื่น“คุณหนูกลับมาแล้ว! พวกพ่อค้าแม่ค้าหน้าร้านแทบตั้งโต๊ะบูชาท่านแล้ว!”หลินเย่วเอ๋อร์หัวเราะ “ตั้งโต๊ะบูชาอะไรกันเล่า ข้าเพียงไปวังหลวงไม่กี่วันเอง”“ก็เพราะไม่กี่วันนั่นแหละเจ้าค่ะ! แต่กลับมาพร้อมข่าวลือว่าองค์ชายรองถึงกับทรงชงชาให้ท่านด้วยพระองค์เอง!”นางรีบปิดปากสาวใช้ “อาเซียง! ระวังคำพูดหน่อย เจ้าอยากให้ร้านข้ากลายเป็นหัวข้อซุบซิบของเมืองเว่ยเจินหรืออย่างไร”อาเซียงยิ้มเจ้าเล่ห์ “ข้าเพียงพูดความจริงนะเจ้าคะ ว่าในที่สุดกลิ่นของคุณหนูก็หอมไปถึงหัวใจคนบางคนแล้ว~”หลินเย่วเอ๋อร์กลอกตา “หากเจ้ากล้าพูดอีก ข้าจะให้เจ้าไปกวนดอกไม้ในครกทั้งวันแน่!”“ไม่กล้าแล้วเจ้าค่ะ!” อาเซียงหัวเราะวิ่งหนีไปหลังร้านหลินเย่วเอ๋อร์เดินไปยังห้องปรุงกลิ่น โต๊ะไม้เรียงรายเต็มไปด้วยขวดแก้วหลากสี วัตถุดิบหายากวางอยู่ในถาดทองแดง มีกลีบดอกบัวแห้งจากบึงอวิ๋นเฟิง และไม้หอมจากหุบผาหลงหลิว“ครั้งนี้ ข้าจะสร้างกลิ่นใหม่ให้ท่าน” นางพึมพำเบา ๆมือเรียวเริ่มบดกลีบดอ

  • ทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉม   ตอนที่ 29 ลมหายใจในแสงจันทร์

    เวลาผ่านไปช้า ๆ เหมือนแม่น้ำที่ไหลในความเงียบ หลินเย่วเอ๋อร์เทน้ำชารอบสองให้องค์ชายรอง กลิ่นอ่อนหวานของใบชาผสมกลีบเหมยลอยขึ้นในอากาศ เขารับถ้วยไว้ แล้วพูดเสียงแผ่วแต่ชัดเจน“เจ้าเคยพูดว่ากลิ่นทุกกลิ่นมีความทรงจำซ่อนอยู่ เจ้าคิดว่ากลิ่นของข้าคืออะไร”หลินเย่วเอ๋อร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างช้า ๆ“เป็นกลิ่นของชาในคืนฝนตกเพคะ อุ่นแต่เศร้า ละมุนแต่หนักแน่น”องค์ชายรองหัวเราะเบา ๆ “ฟังดูเหมือนเจ้ามองข้าออกหมดทุกอย่าง”“เปล่าเพคะ ข้าเพียงรู้ว่าคนที่แบกความเจ็บไว้ในใจ มักจะพยายามทำให้กลิ่นรอบตัวสงบ เพื่อกลบเสียงของหัวใจตนเอง”“แล้วเจ้าจะช่วยข้าได้ไหม” เขาถามตรง ๆ “ได้เพคะ”“อย่างไร”หลินเย่วเอ๋อร์ยิ้มบาง “ด้วยกลิ่นของความสุขที่ข้าจะปรุงให้ท่านเองอย่างไรเล่าเพคะ”องค์ชายรองมองนางเนิ่นนาน แววตาที่เคยเย็นชาเริ่มอ่อนลงทีละน้อย“ในวังแห่งนี้ เจ้าคือคนเดียวที่กล้าพูดกับข้าเช่นนี้”“เพราะข้ามิได้อยู่ในวังเพคะ” หลินเย่วเอ๋อร์ตอบ “หัวใจข้าอยู่ที่ร้านหยกมรกต ที่ซึ่งกลิ่นทุกกลิ่นและทุกอย่างเกิดจากความจริง ไม่ใช่คำลวง”เขาพยักหน้าเบา ๆ “นั่นสินะ ความจริงของเจ้ามันหอมกว่าทุกสิ่ง”ทั้งสองนั่งนิ่งมองพระ

  • ทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉม   ตอนที่ 28 คืนแห่งแสงชา

    คืนนั้น ท้องฟ้าวังหลวงเต็มไปด้วยแสงดาว เสียงน้ำในสระบัวไหลเบา ๆ ประสานกับเสียงจิ้งหรีดในพุ่มไม้ราวกับบรรเลงเพลงกล่อมใจ หลินเย่วเอ๋อร์นั่งอ่านบันทึกกลิ่นอยู่ในเรือนของตน ขณะกำลังจดรายละเอียดเกี่ยวกับกลิ่นชาในพิธีถวาย นางข้าหลวงผู้หนึ่งก็มาถึงพร้อมขันทีถือโคมทอง“แม่นางหลินเย่วเอ๋อร์ มีรับสั่งจากองค์

  • ทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉม   ตอนที่ 26 เงาในสวนหลวง

    รุ่งเช้าในวังหลวง แสงอาทิตย์ส่องผ่านม่านแพรบางของตำหนักเหมยฮวา เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วอยู่ในสวน หลินเย่วเอ๋อร์ตื่นขึ้นพร้อมกลิ่นชาเมื่อคืนที่ยังอวลอยู่ในอากาศ กลิ่นนั้นไม่ได้จางไปเลยแม้แต่น้อย นางนั่งพิงหมอน พึมพำเบา ๆ“องค์ชายรองบอกว่ากลิ่นนี้จะอยู่กับเขาทั้งคืน แต่ดูเหมือนจะติดมาถึงข้าด้วยเสียแล้ว”

  • ทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉม   ตอนที่ 2 รอยยิ้มสุดท้ายของหลินเยว่หลาน

    ภาพนั้นอาจเป็นเพียงเงาดวงไฟสะท้อน แต่หัวใจคนที่สู้ชีวิตจนชนะมาได้นับครั้งไม่ถ้วนอย่างหลินเยว่หลาน นางรู้ดีว่าสัญชาตญาณไม่เคยโกหกลิฟต์สแตนเลสส่องเงาคนสองคนที่ยืนเคียงกัน หลินเยว่หลานซบผนังลิฟต์เพื่อหายใจ หูอื้อเหมือนกำลังดำน้ำ ซูเหม่ยหรงยืนข้าง ๆ กดชั้นล่าง มือข้างหนึ่งพยุงไหล่ แล้วอีกข้างถือโทรศัพ

  • ทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉม   ตอนที่ 1 ความงามสุดท้ายของหลินเยว่หลาน

    ค่ำวันศุกร์ปลายฤดูร้อน เมืองใหญ่สว่างวาบด้วยป้ายไฟและเสียงรถยนต์พ่นลมหายใจยาวไม่รู้เหนื่อย คอนโดหรูย่านธุรกิจที่ว่ากันว่าวิวดีระดับพรีเมียม มีเลาจน์บนชั้นดาดฟ้าสำหรับนั่งรับประทานอาหาร จิบเครื่องดื่ม ไปพร้อมกับบรรยาศที่ดีแบบสุด ๆเสียงรองเท้าส้นเสียงดังจิกพื้นเหมือนโน้ตดนตรี หลินเยว่หลานเข้ามาอย่าง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status