Beranda / ระบบ / ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80 / ตอนที่ 5 ทำของว่างให้ทุกคนชิม

Share

ตอนที่ 5 ทำของว่างให้ทุกคนชิม

Penulis: ลัยลา
last update Tanggal publikasi: 2025-11-22 11:14:01

มู่เฉินขับรถพาสองสาวเดินทางไปเซินเจิ้น มีชิงเหยียนนั่งด้านหน้าข้างคนขับคู่กันไปกับเขา ส่วนเมิ่งเหยานั่งด้านหลัง โดยก่อนหน้านี้มู่เฉินให้ทั้งสองสาวไปนั่งด้านหลังด้วยกันทั้งคู่ ตัวเองทำหน้าที่เป็นคนขับ แต่ชิงเหยียนไม่ยอมรีบเสนอตัวมานั่งด้านหน้าบอกว่าอยากทำตัวให้เป็นประโยชน์ชวนมู่เฉินพูดคุยจะได้ไม่ง่วง

เมิ่งเหยาไม่ได้แสดงท่าทีเสนอตัวหรือคัดค้านอะไร มู่เฉินเองก็ตอบรับความหวังดีของชิงเหยียนให้เธอมานั่งหน้ารถด้วยกัน ผ่านไปได้ครึ่งทางถึงจุดแวะพัก มู่เฉินก็ให้เวลาเด็กสาวไปยืดเส้นยืดสายทำธุระส่วนตัว เช่นเดียวกันกับเขาที่เข้าห้องน้ำเสร็จก็ไปซื้อน้ำและขนมมาให้ทั้งคู่

“นี่ขนมเปี๊ยะไส้เนื้อของที่นี่อร่อยมากเลยนะเอาไปชิมสิ” มู่เฉินกล่าวพร้อมยื่นขนมไปให้ชิงเหยียนที่ยืนอยู่ข้างตัวรถด้วยกันกับเมิ่งเหยา

“ขอบคุณมากค่ะพี่มู่เฉิน พี่ใจดีมากเลย” ชิงเหยียนเอ่ยขอบคุณพร้อมรับขนมไปด้วยรอยยิ้มจนแก้มแทบปริ ส่วนเมิ่งเหยาไม่ได้ใส่ใจอะไรเดินกลับไปขึ้นรถประจำที่นั่งของตนเองทางด้านหลังเงียบๆ มู่เฉินตั้งใจจะบอกให้ชิงเหยียนแบ่งขนมกับเมิ่งเหยาด้วย แต่เขาเห็นท่าทีเฉยเมยเช่นนั้นของเธอจึงไม่ได้เอ่ยปากอะไรออกไป

“เมิ่งเหยาขนมเปี๊ยะไส้เนื้อที่พี่มู่เฉินซื้อให้ฉัน เอ่อ..ซื้อมาให้ อร่อยมากเลยล่ะ อยากลองชิมดูสักหน่อยไหม” ชิงเหยียนทำเป็นใจดีหันไปชวนเมิ่งเหยา

“ไม่ล่ะ เธอกินตามสบายเถอะ ฉันง่วงนอนขอหลับก่อนล่ะ” เมิ่งเหยาเอ่ยจบก็หลับตาลงไปทั้งอย่างงั้น

“เมิ่งเหยานี่แย่จริง..นั่งรถมาด้วยกันแท้ๆ ไม่คิดจะช่วยชวนพี่มู่เฉินคุยบ้างเลย ดูสินอนหลับสบายไปแล้ว ทำอย่างกับว่าพี่มู่เฉินเป็นคนขับรถงั้นแหละ” ชิงเหยียนไม่วายหาเรื่องว่ากล่าวเมิ่งเหยาอีก เมิ่งเหยาเพียงแค่หลับตาลงไม่ได้นอนหลับจริงๆได้แต่กร่นด่าอยู่ในใจ

‘เชอะ..นังชาเขียว ขนมในมิติพิเศษของฉันอร่อยกว่านั้นเยอะ แล้วตัวเองอาสาชวนอีตาหน้านิ่งนั่นพูดคุยเองนี่ จะมาลากฉันเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยทำไมกัน อีตาคุณหมอนั่นก็ไม่ได้อยากพูดคุยอะไรกับฉันสักหน่อย’ เมิ่งเหยาคิดก่อนจะหลับต่อไม่สนใจอะไรอีก

ผ่านไปราวแปดชั่วโมง พวกเขาก็เดินทางมาถึงบ้านสกุลซุนที่เซินเจิ้นซึ่งเป็นเวลาเย็นแล้ว เมื่อมาถึงมู่เฉินก็พาเมิ่งเหยาและชิงเหยียนเข้าไปพบทุกคนในครอบครัว ซึ่งนายท่านและคุณนายซุนพ่อแม่ของเขานั่งรอพูดคุยกันอยู่ที่ห้องรับแขกอยู่ก่อนแล้ว ส่วนน้องชายซุนลี่จิ่นนั้นยังไม่กลับจากที่ทำงาน

“สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้าซุน” เมิ่งเหยาและชิงเหยียนกล่าวทักทายสองผู้อาวุโสอย่างนอบน้อม

“นี่เหยาเอ๋อ กับเหยียนเอ๋อสินะ โตกันหมดแล้วหน้าตาสะสวยจริงๆ” คุณนายซุนเอ่ยทักทายสองสาวซึ่งยิ้มรับกลับไป

“คุณลุงคุณป้าคะ พ่อกับแม่หนูให้นำชาดีจากไร่ชาลู่ซางเฉินมาฝากค่ะ” บุตรสาวลูกจ้างไร่ชาอย่างชิงเหยียนกล่าว จากนั้นก็นำชาจากไร่ของครอบครัวสกุลลู่ไปมอบให้กับสองผู้อาวุโส ส่วนบุตรสาวเจ้าของไร่ชานิ่งไปชั่วครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นบ้าง

“หนูรู้อยู่แล้วว่าชิงเหยียนต้องมีน้ำใจนำชาจากไร่สกุลลู่มาให้คุณลุงคุณป้าแน่ ดังนั้นหนูจึงเปลี่ยนของฝากเป็นพืชผักผลไม้สดๆจากสวนหลังบ้านที่หนูกับพ่อแม่ช่วยกันปลูกขึ้นมาเองนะคะ แล้วขอทำของว่างให้คุณลุงคุณป้าได้ทานกันเพื่อเป็นสิ่งตอบแทนเล็กๆน้อยๆ ที่เมตตาให้หนูมาพึ่งพาอาศัยบ้านสกุลซุนด้วยค่ะ” เมิ่งเหยากล่าว พร้อมนำพืชผักผลไม้ที่เตรียมมาด้วย ยื่นให้กับแม่บ้านหลี่ หลี่ถิงหยวน แม่บ้านซึ่งทำงานประจำอยู่ที่บ้านสกุลซุน

“เมิ่งเหยา เธอทำอาหารเป็นด้วยงั้นเหรอ” ชิงเหยียนเอ่ยออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ เพราะเธอไม่เคยเห็นเมิ่งเหยาทำอาหาร ไม่เคยกินหรือรู้มาก่อนว่าเมิ่งเหยาทำอาหารได้ เพราะปกติเธอเห็นเพียงพ่อแม่ของเมิ่งเหยาเป็นคนเข้าครัวทำอาหาร เอาอกเอาใจดูแลเมิ่งเหยาราวกับไข่ในหิน ไม่ค่อยให้หยิบจับทำอะไรมากนัก

ซึ่งนั่นเป็นเพียงภาพภายนอกที่ชิงเหยียนเห็นรวมทั้งต้องการให้คนอื่นเข้าใจในแบบเดียวกันกับเธอ จึงเที่ยวสร้างข่าวลือไปทั่วหมู่บ้านฉางจงไห่ก่อนหน้านี้ว่าเมิ่งเหยาเกียจคร้านไม่เอาการเอางาน ไม่ช่วยเหลือทางบ้านทำอะไรเลย ซึ่งเมิ่งเหยาเจ้าของร่างเดิมคนก่อนหน้านี้ไม่ได้ใส่ใจจะโต้เถียงหรือแก้ข้อกล่าวหาใดๆ รวมไปถึงไม่สนใจเรื่องอื่นๆอีกมากมายที่มีชิงเหยียนอยู่เบื้องหลังคอยปล่อยข่าวลือเสียหายเกี่ยวกับตัวเธอด้วย

“แน่นอนสิ ปกติฉันอยู่บ้านก็เข้าครัวทำอาหารให้พ่อกับแม่ทานบ่อยๆอยู่แล้ว”

“ทำไมฉันไม่เห็นรู้เลยล่ะ”

“เธออยู่บ้านหลังเดียวกันกับฉันงั้นเหรอ? ชิงเหยียน..ยังมีอีกหลายอย่างที่ฉันทำได้แต่ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศให้ใครรู้ จนทำให้คนในหมู่บ้านเข้าใจผิดเพราะข่าวลือจากผู้ไม่หวังดีว่าฉันเกียจคร้าน ไม่ช่วยพ่อแม่ทำอะไรเลยนั่นไงล่ะ” เมิ่งเหยาถามย้อนกลับไป พร้อมเอ่ยตอกหน้าชิงเหยียน ทำเอาเธอถึงกับพูดไม่ออก ส่วนนายท่าน คุณนายซุนและมู่เฉินที่นั่งอยู่ด้วยกันก็อึ้งไปเล็กน้อย เนื่องจากพวกเขาเองก็เคยได้ยินข่าวลือเช่นนี้มานานแล้วเหมือนกัน

“เอาล่ะ ถ้างั้นเหยาเอ๋อ อยากทำของว่างอะไรก็จัดการได้ตามสบายเลยนะ คิดซะว่าบ้านนี้เป็นบ้านของตัวเองก็แล้วกัน” นายท่านซุนเอ่ยอย่างใจดี

“ขอบคุณค่ะคุณลุง” เมิ่งเหยาตอบกลับก่อนจะเข้าไปในครัวซึ่งแม่บ้านหลี่กำลังเตรียมมื้อเย็นอยู่ด้วย

“คุณหนูลู่ใช่ไหมคะ เชิญใช้ห้องครัวได้ตามสบายเลยค่ะ” แม่บ้านหลี่เอ่ยอย่างสุภาพเป็นกันเอง

“อย่าเรียกว่าคุณหนูเลยค่ะป้าหลี่ เรียกหนูว่าเมิ่งเหยาหรือเหยาเอ๋อเถอะค่ะ” เมิ่งเหยาเอ่ยอย่างสุภาพ แม่บ้านหลี่ยิ้มพอใจ จากนั้นเมิ่งเหยาก็ลงมือทำของว่างซึ่งเธอนำวัตถุดิบมาจากมิติพิเศษ

‘ซูเปอร์มาร์เก็ตของฉันมีวัตถุดิบทุกชนิด ตั้งแต่ระดับกลางไปถึงพรีเมียม อีกอย่างในโลกก่อนหน้านี้ฉันกับย่าเปิดร้านอาหารช่วยกันทำช่วยกันชิมมานานหลายปี ฝีมือการทำอาหารของฉันมันไม่ธรรมดาอยู่แล้ว คอยดูเถอะชิงเหยียนว่าฉันจะตอกหน้าเธอกลับไปยังไง’ เมิ่งเหยาคิดก่อนจะลงมือทำแพนเค้กทานกับเบคอนและน้ำเชื่อมไซรัป รวมทั้งมีผลซิ่งหรือแอปปริคอทเชื่อมเอาไว้ทานคู่กันกับแพนเค้กอีกอย่างหนึ่งด้วย

“โอ้โห นี่อะไรน่ะ ดูหน้าตาน่ากินดีนะจ้ะ” คุณนายซุนเอ่ยเมื่อเห็นเมิ่งเหยาจัดแพนเค้กคู่กับเบคอนทอดวางเอาไว้ด้านบนจานหนึ่ง ก่อนจะหันไปจัดอีกจานเป็นผลซิ่งเชื่อมกับแพนเค้ก 

“แพนเค้กค่ะ เป็นขนมของว่างหรืออาหารแบบตะวันตก หนูทำเป็นสองอย่าง มีเบคอนทอดราดตามด้วยน้ำเชื่อมกินกับแพนเค้ก ส่วนอีกจานเป็นแพนเค้กทานคู่กับผลซิ่งเชื่อม ส่วนนี่เป็นชาหมักที่หนูใช้ใบชาจากไร่มาลองทำให้ทุกคนได้ชิมดู รสออกเปรี้ยวอมหวานเล็กน้อยสดชื่นทีเดียวค่ะ” เมิ่งเหยานำเสนอของว่างแบบตะวันตกและชาที่เธอหมักขึ้นมาด้วยตัวเองโดยใช้ใบชาจากไร่สกุลลู่ทำเป็นเครื่องดื่มสมัยใหม่เรียกว่าคอมบูชา(Kombucha)ดังเช่นในโลกก่อนหน้านี้ที่เธอกับย่าชอบดื่มมาให้ทุกคนได้ลิ้มลองกัน

“อืมน่ากินทีเดียว งั้นลุงขอลงมือชิมก่อนล่ะ” นายท่านซุนเอ่ยด้วยความสนใจก่อนจะลงมือชิมของว่างฝีมือเมิ่งเหยาซึ่งเธอแบ่งให้แม่บ้านหลี่ทานด้วยและเธอก็ชอบมาก

“อร่อย รสชาติดีมาก ด้านบนนี่ทำจากเนื้อหมูสินะ” นายท่านซุนเอ่ยถาม สงสัยในรูปร่างหน้าตาของเบคอนทอด อาหารที่เขาไม่คุ้นเคยหรือได้ชิมที่ไหนมาก่อน

“ใช่ค่ะ..นี่เรียกว่าเบคอน คล้ายกับหมูหมักเกลือตากลมของบ้านเรา แต่นี่หนูทำในรูปแบบของทางตะวันตกพร้อมอบรมควันด้วยไม้แอปเปิล ออกมามีรสและกลิ่นหอมละมุนกว่าที่เราทานกันทั่วไป ถ้าคุณลุงชอบเอาไว้หนูจะทำเพิ่มเก็บเอาไว้ให้ทานกันที่บ้านนะคะ” เมิ่งเหยากล่าวพร้อมนำเสนอ

‘เธอทำเบคอนเป็นก็จริง แต่วัตถุดิบที่นำมาใช้นี้เธอเอามาจากมิติพิเศษซึ่งมีไม่จำกัดอยู่แล้ว แป้งแพนเค้กรวมทั้งผลซิ่งเชื่อมและน้ำเชื่อมไซรัปก็เหมือนกัน ล้วนเป็นวัตถุดิบชั้นดีจากซูเปอร์มาร์เก็ตในห้วงมิติพิเศษทั้งนั้น หากสกุลซุนต้องการเธอนำออกมาให้ได้ตลอด’ เมิ่งเหยาคิด เธอช่างโชคดีนักที่มีมิติพิเศษจากแหวนของคุณย่าติดตัวมาด้วย

“น่าทึ่งจริงๆ อายุยังน้อยแต่ดูเหมือนว่าเธอจะทำอะไรได้หลายอย่างเลยนะ” คุณนายซุนเอ่ยชม มู่เฉินเองก็อดทึ่งไม่ได้เช่นกัน คิดไม่ถึงว่าเมิ่งเหยาจะมีความสามารถและฝีมือในการทำอาหารด้วย ส่วนชิงเหยียนกำหมัดแน่นไม่พอใจที่เมิ่งเหยาดึงความสนใจและได้รับคำชื่นชมมากมายจากครอบครัวสกุลซุนตั้งแต่วันแรกที่มาถึง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนพิเศษ 3 : สองครอบครัวรวมตัวกันอีกครั้ง

    เมื่อถึงช่วงเวลาปลายปี บ้านสกุลซุนก็เดินทางกลับมาเมืองหวงซานบ้านเกิดเพื่อเลี้ยงฉลองสิ้นปีพร้อมต้อนรับวันปีใหม่ด้วยกันกับสกุลลู่ซึ่งยามนี้เกี่ยวดองเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว และปีนี้ก็เป็นปีแรกที่พวกเขามาร่วมฉลองรวมกันที่นี่“เหยาเหยาฉันคิดถึงเธอจังเลย”เหม่ยลี่ซึ่งคบหากับลี่จิ่นน้องชายของมู่เฉินตั้งแต่ครั้งที่มางานแต่งงานของเมิ่งเหยาเมื่อช่วงต้นปีก็เดินทางมากับครอบครัวสกุลซุนด้วย ทันทีที่ลงจากรถเห็นหน้าเมิ่งเหยาเธอก็ตรงเข้ามากอดเพื่อนรักเอาไว้แน่นด้วยความคิดถึง“ลี่เอ๋อ ฉันก็คิดถึงเธอเหมือนกัน” เมิ่งเหยาเอ่ยตอบพร้อมโอบกอดเพื่อนรักกลับไป“ว่าแต่ เธอมาฉลองสิ้นปีที่นี่กับครอบครัวเรา คุณน้าฉินแม่เธอไม่ว่าอะไรงั้นเหรอ”“ไม่เลย แม่บอกว่าฉลองกับครอบครัวตัวเองมายี่สิบกว่าปีแล้ว ให้ตามครอบครัวว่าที่สามีไปฉลองบ้างเถอะ แล้วก็อยากฝากความคิดถึงมาให้เธอด้วย ที่สำคัญแม่ฉันให้เอาของมาฝากเธอเยอะแยะเลยล่ะ” เหม่ยลี่กล่าวก่อนจะหันกลับไปทางลี่จิ่นที่กำลังช่วยยกข้าวของสัมภาระของเธอกับครอบครัวลงจากรถ โดยมีมู่เฉินช่วยอยู่ด

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนพิเศษ 2 : มาแสดงตัวที่โรงพยาบาล

    วันนี้ตอนเช้าเมิ่งเหยาไม่ได้ทำข้าวกล่องมื้อกลางวันให้มู่เฉินโดยเธอแจ้งว่าจะนำไปส่งให้เขาด้วยตัวเองมู่เฉินได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร ออกจะยินดีด้วยซ้ำไปที่ภรรยาจะมาหาเขาที่โรงพยาบาล เขาจะได้ถือโอกาสแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักภรรยาคนสวยของเขาอีกครั้งเนื่องจากเมิ่งเหยาไม่ค่อยได้มาหาเขาที่โรงพยาบาลบ่อยนัก ทำให้กลุ่มนางพยาบาลหน้าใหม่ๆยังไม่เคยพบเจอเธอ ทั้งยังเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเขา ชวนเขาพูดคุยเรื่องไร้สาระ แม้นว่าเขาจะตีสีหน้าเคร่งขรึมหลีกเลี่ยงไม่พูดด้วยก็ยังพากันเข้ามาหาเขาตลอด จนตัวเขาเองก็เริ่มจะเบื่อแล้วเหมือนกันส่วนทางเมิ่งเหยาที่เธอตัดสินใจไปหามู่เฉินที่โรงพยาบาลในวันนี้ก็เพราะจื่อหรันเพื่อนของเธอมาเล่าให้ฟังว่า เธอไปเยี่ยมญาติที่เพิ่งจะคลอดลูกที่โรงพยาบาลกลางแล้วเห็นนางพยาบาลสาวๆเข้าไปชวนมู่เฉินพูดคุยนอกเรื่องหลายคนเลยทีเดียวเมิ่งเหยาจึงคิดว่าถึงเวลาอันสมควรแล้วที่จะไปแสดงตัวให้นางพยาบาลเข้าใหม่ที่ใจกล้าเข้ามายุ่งวุ่นวายกับสามีเธอได้รู้จักเสียหน่อยวันนี้เมิ่งเหยาเข้าไปดูแลร้านซินเฉินในช่วงเช้า ก่อนจะกลับเข้ามาเตรียมมื้อกลางวันที่บ้านใ

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนพิเศษ 1 : ไร่ชาลู่ชางเฉินและร้านอาหาร

    มู่เฉินกับเมิ่งเหยาแต่งงานที่หวงซานและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ราวครึ่งปีกว่าแล้วเมิ่งเหยายังคงมุ่งมั่นพัฒนาไร่ชาลู่ชางเฉินให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยนอกจากจะขยายพื้นที่เพาะปลูกชา โดยการนำชาพันธุ์อื่นๆที่เหมาะกับการทำชาแต่ละชนิดมาปลูกเพิ่มเติม เช่นการนำพันธุ์ชาดีจากมณฑลฝูเจี้ยนทางตอนใต้ของจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องชาขาวมาปลูกในไร่ หรือไม่ก็นำเข้าชาสายพันธุ์ดีจากประเทศอินเดียมาปลูกสำหรับทำชาแดงหรือชาดำโดยเฉพาะที่สำคัญยังมีการนำพันธุ์ชาหลงจิ่ง ใบชาที่เหมาะสมกับการทำชาเขียวและได้รับการขนานนามว่าเป็นชาที่มีค่าดั่งทองคำ มีแหล่งเพาะปลูกอยู่ในมณฑลเจ้อเจียงพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศมาเพาะปลูกในไร่ชาลู่ชางเฉินด้วยเมิ่งเหยายกระดับไร่ชาธรรมดาๆของครอบครัวสกุลลู่ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรโดดเด่น รายได้ต่อเดือนเพียงไม่กี่ร้อยหยวน ให้กลายมาเป็นไร่ชาอันดับหนึ่งในหวงซานสร้างรายได้เดือนล่ะหลายหมื่นหยวนโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้นตอนนี้เธอเปิดให้มีการเยี่ยมชมไร่ชา เก็บชาและสร้างสถานที่จัดกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ในการผลิตชาแต่ละชนิดให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาเยี่ยมชม รวมทั้งยังใ

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนที่ 41 คนที่หายหน้าไปกลับมาแล้ว

    เมื่อมาถึงไร่ชา ตรงตำแหน่งที่เธอฟื้นตื่นขึ้นมาเป็นเมิ่งเหยาในโลกใบนี้ครั้งแรก เธอก็เห็นแผ่นหลังอันคุ้นเคยยืนอยู่ตรงหน้า“มู่เฉิน!!” เมิ่งเหยาเอ่ยเรียกชื่อเขาออกไปด้วยความยินดี“เหยาเอ๋อ”มู่เฉินหันกลับมาและรีบสาวเท้ายาวๆมาหาเธอทันที ก่อนจะคว้าตัวเธอเข้าไปกอดเอาไว้แน่นด้วยความคิดถึงเมิ่งเหยาเองก็โอบกอดตอบรับเขากลับไปอย่างแนบแน่นไม่แพ้กัน“ไหนคุณบอกว่าติดภารกิจสำคัญ เดือนหน้าถึงจะมาหาฉันได้ยังไงล่ะคะ แล้วนี่คุณมายังไง ภารกิจเสร็จแล้วเหรอ อยู่ได้กี่วันกัน จะกลับไปเมื่อไหร่งั้นหรือคะ”เมิ่งเหยาเอ่ยปากถามคำถามเป็นชุด“ใจเย็นๆสิ ฉันไม่หนีเธอไปไหนหรอกนะ”มู่เฉินกล่าวพร้อมยื่นมือไปจับแก้มนวลของภรรยาตามกฎหมายที่ยังไม่ได้เข้าพิธีสมรส รวมทั้งเข้าหอให้เสร็จสิ้นเรียบร้อยดีก็จากเขามาเสียแล้ว“ค่ะ แล้ว..ตกลงว่าคุณมาอยู่ที่นี่ได้กี่วันกันคะ”“ตราบเท่าที่เธอต้องการเลยล่ะ”“หมายความว่ายังไงกัน” เมิ่งเหยาเอียงคอทำหน้างงไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจึงพูดออกมาแบบนั้น“ตั้งแต่นี้ไป ผมจะมาอยู่กับคุณที่หวงซานนี้ และจะไม่จากคุณไปไหนอีกแล้วล

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนที่ 40 กลับหวงซานพร้อมพ่อแม่

    สามครอบครัวสกุลลู่ สกุลฉินและสกุลซุนมาร่วมทานอาหารด้วยกันที่ภัตตาคารเฉียนอัน สถานที่คุ้นเคยที่สกุลซุนชอบมาทานอาหารกันบ่อยๆ โดนมื้อนี้สกุลลู่ของเมิ่งเหยาเป็นฝ่ายออกหน้าขอเป็นเจ้ามือบ้างเพื่อฉลองความสำเร็จให้กับบุตรสาวทั้งเรื่องการเรียนและกิจการค้าขาย“ได้ข่าวว่าเหยาเอ๋อจะกลับเมืองหวงซานไปพร้อมกับอาลู่และซินเจียงเลยสินะ นายท่านฉินเป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้นเนื่องจากได้ยินเหม่ยลี่เล่าให้ฟังก่อนหน้านี้“ใช่แล้วล่ะ เหยาเอ๋อตั้งใจจะไปพัฒนาไร่ชาลู่ชางเฉินแล้วก็ต่อยอดทำธุรกิจเพิ่มเติมที่นั่นด้วย” นายท่านลู่ตอบกลับสหาย“แบบนี้แล้วเสี่ยวเฉินกับเหยาเอ๋อจะเอายังไงล่ะ จดทะเบียนกันแล้วไม่ใช่เหรอ แยกกันอยู่แบบนี้ได้ยังไงกัน” คุณนายฉินถามไถ่ขึ้นมาอีกคน ทั้งนี้ก็เพราะเหม่ยลี่ยุยงขอให้พ่อกับแม่ช่วยซักถามเผื่อว่าเธอจะรู้แจ้งคลายกังวลลงได้บ้าง เนื่องจากเวลาที่เธอสอบถามเพื่อนรักอย่างเมิ่งเหยาแล้วกลับได้คำตอบเพียงว่า‘รอดูกันต่อไปเถอะ’ เพียงเท่านั้น ซึ่งทำให้เหม่ยลี่หงุดหงิดขัดใจไม่น้อยเลยกับสองสามีภรรยาคู่นี้“เรื่องนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับพวกเขาทั้งสองคนนั่นแหละ” นายท่านซุนเป็นคน

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนที่ 39 เราแต่งงานกันเถอะ

    หลังจากกำจัดคนเลวๆออกไปจากชีวิตได้ เมิ่งเหยากับสกุลซุนก็ดูจะมีความสุขสดใสมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเวลานี้เมิ่งเหยาเรียนอยู่มหาลัยชั้นปีที่สี่แล้ว เธอทำธุรกิจจนกลายมาเป็นเศรษฐนีตั้งแต่อายุยังน้อยร้านเจ่าชานขยับขยายใช้ห้องชุดสองชั้นทั้งสองห้องมาเปิดร้านอาหาร ซึ่งตอนนี้มีรายการอาหารขายเพิ่มมากขึ้นและขยับเวลาให้บริการไปจนถึงสามทุ่มตรงของทุกวัน โดยยังคงใช้ชื่อร้านเจ่าชานหรือแปลตรงตัวว่าร้านอาหารเช้าเหมือนเดิม เพื่อระลึกถึงที่มาและต้นกำเนิดของร้านต่อไป อีกทั้งยังเป็นความแปลกมีเรื่องราวชวนให้ผู้คนสงสัย นับเป็นการตลาดอีกอย่างหนึ่งของเมิ่งเหยานั่นเองเวลานี้เมิ่งเหยากับเหม่ยลี่จ้างพนักงานมาช่วยทำงานเพิ่มมากขึ้น โดยพวกเธอเป็นผู้บริหารจัดการจนทุกอย่างเหมาะสมลงตัวเมิ่งเหยาเริ่มโอนงานไปให้กับเหม่ยลี่รับผิดชอบทั้งหมด โดยมีเธอคอยช่วยดูแลตรวจสอบในระยะแรกเนื่องจากอีกเพียงไม่กี่เดือนพวกเธอก็จะเรียนจบแล้ว เมิ่งเหยาจะย้ายกลับไปอยู่ที่เมืองหวงซานตามที่ตั้งใจและบอกกล่าวกับทุกคนเอาไว้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้ตัวเธอเองก็ย้ายกลับไปบ้านสกุลซุนเหมือนเมื่อแรกที่มาอยู่เซินเจิ้นใหม่ๆ เพราะ

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนที่ 4 บรรพบุรุษชาเขียว

    เมิ่งเหยาที่เห็นมู่เฉินรีบเดินออกมาปกป้องชิงเหยียน ซึ่งเสแสร้งแกล้งทำเป็นผู้หญิงอ่อนแอถูกเธอรังแก หลี่ตามองดูเขานิดหนึ่งพร้อมอดคิดดูถูกไม่ได้‘ที่แท้ก็คนโง่อีกคนที่หลงเชื่อการแสดงเสแสร้งแกล้งทำของชิงเหยียนได้อย่างง่ายดาย’ เมิ่งเหยาคิดพร้อมถอนหายใจแรงไปทีหนึ่ง“คุณหมอซุน หากฉันบอกว่าฉันไม่สนใจเลยสัก

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนที่ 3 ศัตรูในคราบมิตรสหาย

    หลังจากทุกคนออกไปแล้วเมิ่งเหยาก็ลุกขึ้นมานั่งและมองสำรวจรอบห้องตัวเองอีกครั้ง‘นี่มันยุค 80 จริงๆสินะ น่าสนใจจัง เอาเถอะ..ในเมื่อเธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้แล้ว ไม่ว่าจะด้วยเหตุอันใดก็ตาม ต่อ ไปนี้เธอจะใช้ชีวิตเป็นเมิ่งเหยาในโลกใบใหม่ให้ดีเลยล่ะ’ เมิ่งเหยาคิด เธอไม่มีอะไรผูกพันกับโลกก่อนหน้านี้แล้ว

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนที่ 2 ถามหาความรับผิดชอบ

    เมื่อมาถึงบ้านสกุลลู่ มู่เฉินอุ้มเมิ่งเหยาเข้ามาในห้องของเธอ พร้อมวางเธอนอนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา เมิ่งเหยาที่สะลึมสะลือพยายามตั้งสติมองไปโดยรอบตลอดระยะทางที่มู่เฉินอุ้มเธอเดินผ่านมา ทำให้สมองของเธอรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยไร่ชา ป่าเขา สายน้ำและทุ่งหญ้า‘นี่มันเหมือนภาพในควา

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนที่ 1 กู้ชีพอย่างเร่งด่วน

    ณ.เมืองหวงซานทางตอนใต้ของมณฑลอานฮุย เมืองแห่งขุนเขาและสายน้ำที่งดงาม ลู่เมิ่งเหยาหญิงสาวอายุ 17 ปี บุตรสาวเจ้าของไร่ชาลู่ชางเฉินได้รับบาดเจ็บพลัดตกลงมาจากเชิงเขาขณะเดินทางนำอาหารกลางวันมาส่งให้พ่อแม่ของเธอซึ่งทำงานอยู่ในไร่ชา“เหยาเอ๋อ เหยาเอ๋อ เป็นยังไงบ้างลูก เหยาเอ๋อ” อู๋ซินเจียงร้องเรียกบุตรสาว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status