Accueil / ระบบ / ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80 / ตอนที่ 4 บรรพบุรุษชาเขียว

Share

ตอนที่ 4 บรรพบุรุษชาเขียว

last update Dernière mise à jour: 2025-11-21 17:00:36

เมิ่งเหยาที่เห็นมู่เฉินรีบเดินออกมาปกป้องชิงเหยียน ซึ่งเสแสร้งแกล้งทำเป็นผู้หญิงอ่อนแอถูกเธอรังแก หลี่ตามองดูเขานิดหนึ่งพร้อมอดคิดดูถูกไม่ได้

‘ที่แท้ก็คนโง่อีกคนที่หลงเชื่อการแสดงเสแสร้งแกล้งทำของชิงเหยียนได้อย่างง่ายดาย’ เมิ่งเหยาคิดพร้อมถอนหายใจแรงไปทีหนึ่ง

“คุณหมอซุน หากฉันบอกว่าฉันไม่สนใจเลยสักนิดว่าสกุลซุนจะรับใครเข้าไปอยู่ในบ้าน หรือคุณกับเสิ่นชิงเหยียนจะมีอะไรกัน มันก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับฉันเลยแม้นแต่น้อย คุณก็คงจะไม่เชื่ออยู่ดีสินะคะ ดังนั้นแล้วคุณจะคิดยังไงก็ตามสบายเถอะ ฉันขอตัวก่อนล่ะ” เมิ่งเหยาเอ่ยอย่างไม่คิดจะใส่ใจกับชายหนุ่มหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าอีก ก่อนจะเดินจากไปยังไร่ชาเพื่อมองสำรวจสถานที่โดยรอบต่อ

ทางด้านมู่เฉินที่ได้ยินและเห็นท่าทีเฉยชาไม่สนใจอะไรของเมิ่งเหยาก็ถึงกับตกตะลึงไปอีกรอบ เช่นเดียวกับชิงเหยียน เพราะหากเป็นก่อนหน้านี้เมิ่งเหยาคงร้องไห้ฟูมฟายจนใครๆมาเห็นและได้ยิน จากนั้นก็กล่าวโทษว่าเขากลั่นแกล้งเธอ ทำให้เขาโดนพ่อแม่ดุเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

“พี่มู่เฉิน อย่าไปถือสาเมิ่งเหยาเลยนะคะ เธอคงอารมณ์ไม่ดีเพราะรู้ว่าฉันจะเดินทางไปเซินเจิ้นด้วยนะค่ะ” ชิงเหยียนแสร้งทำมาเป็นพูดจาดีเข้าข้างเมิ่งเหยา แต่แท้จริงแล้วกลับตั้งใจกล่าวหาเมิ่งเหยานั่นเอง

“ฉันไม่คิดใส่ใจเด็กร้ายกาจแบบนั้นหรอก ว่าแต่แขนของเธอเป็นแบบนี้เพราะเมิ่งเหยางั้นเหรอ” มู่เฉินกล่าวพร้อมเอ่ยถามถึงอาการบาดเจ็บที่แขนของชิงเหยียน เด็กสาวที่เขาคิดเห็นว่าเป็นคนสุภาพเรียบร้อย ลูกสาวชาวไร่ชาที่มีบ้านอยู่ไม่ห่างออกไปจากสกุลลู่กับสกุลซุนมากนัก และเขาก็รู้จักคุ้นเคยกับเธอดีตอนอาศัยอยู่ที่เมืองหวงซานนี้ ทั้งยังนึกสงสารเห็นใจ นับว่าเธอเป็นดั่งเช่นน้องสาวคนหนึ่ง

“เมิ่งเหยาชนฉันล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรงนะค่ะ แต่เธอคงไม่ได้ตั้งใจหรอกนะคะ แค่ฉันบอกว่าจะเดินทางไปเซินเจิ้นและพักอยู่กับสกุลซุนเหมือนกันกับเธอด้วยความดีใจ แต่เมิ่งเหยากลับตกใจจนซุ่มซ่ามชนฉันเข้าอย่างแรง เหมือนที่ซุ่มซ่ามทำตัวเองกลิ้งตกลงไปจากเนินเขานั่นแหละค่ะ” ชิงเหยียนเหมือนจะพูดดีแต่แฝงเอาไว้ด้วยการให้ร้ายใส่ความ กล่าวโทษเมิ่งเหยา มู่เฉินได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้าให้กับความร้ายกาจของเมิ่งเหยา พร้อมถอนหายใจออกมาอย่างเอือมระอาเมื่อคิดถึงนิสัยแย่ๆของเธอ

“เธอจะให้ฉันดูอาการบาดเจ็บที่แขนให้ไหม” มู่เฉินอาสาอย่างใจดี

“มะ ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันไปหาหมอรักษามาเรียบร้อยแล้ว” ชิงเหยียนรีบปฏิเสธเพราะความจริงแล้วเธอไม่ได้เป็นอะไรเลยตั้งแต่แรกต่างหากล่ะ เพียงแค่ต้องการใส่ร้ายเมิ่งเหยาและอู้งานเท่านั้น

“ก็ได้ งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวก่อนนะ” มู่เฉินกล่าวขอตัวกลับออกไป ชิงเหยียนเอ่ยร่ำลาและมองตามแผ่นหลังของเขาไปจนลับสายตา

“พี่มู่เฉินต้องเป็นของฉันเท่านั้น” ชิงเหยียนเอ่ยขึ้นมาอย่างหมายมาด

‘เธอแอบชอบมู่เฉินมานานหลายปีแล้ว แต่ดูเหมือนว่าพ่อของมู่เฉินกับพ่อของเมิ่งเหยาที่เป็นสหายสนิทกันอยากจะให้ลูกชายลูกสาวลงเอยกันมากกว่าเธอที่เป็นเพียงลูกสาวของครอบครัวจนๆ มีพ่อแม่เป็นแค่ลูกจ้างในไร่ชาของสกุลลู่เท่านั้น ต่างจากเมิ่งเหยาที่แม้นจะไม่ได้ร่ำรวยอะไรแต่ก็เป็นถึงลูกสาวเจ้าของไร่ชามีพื้นที่กว้างขวางและที่ดินอีกไม่น้อยในบริเวณนี้’ ชิงเหยียนคิดก่อนจะกำมือแน่นด้วยความคิดแค้นเคืองในใจ อิจฉาริษยาเมิ่งเหยาที่เกิดมาโชคดีกว่าเธอ

มู่เฉินเดินทางมาพูดคุยกับสกุลลู่เรื่องมารับตัวเมิ่งเหยาไปพักที่บ้านของเขาในเซินเจิ้น ซึ่งพ่อแม่เขาเตรียมที่ทางห้องหับเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งสำหรับชิงเหยียนด้วย

“ขอบใจมากนะเสี่ยวเฉินที่อุตส่าห์มารับเหยาเอ๋อด้วยตัวเองแบบนี้” เจียงเฉินเอ่ยขอบใจมู่เฉิน

“เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเองครับคุณลุงลู่ อีกอย่างผมอยู่ในช่วงทำเรื่องย้ายกลับไปประจำที่เซินเจิ้นเลยมีเวลาว่างมากกว่าคนอื่น คุณพ่อจึงใช้ให้มารับเมิ่งเหยากับชิงเหยียนพร้อมกันทีเดียว” มู่เฉินตอบกลับไป

“ถ้ายังไงป้าฝากลูกสาวด้วยนะเสี่ยวเฉิน” ซินเจียงเอ่ยสำทับด้วยอีกคน

“ได้ครับคุณป้าลู่”

“เหยาเอ๋อ ไปอยู่สกุลซุนก็ทำตัวดีๆล่ะ อย่าให้ทางนั้นต้องลำบากใจหรือไม่สบายใจเพราะเราเป็นอันขาดเลยนะ” เจียงเฉินสั่งสอนบุตรสาว

“ค่ะพ่อ ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะตั้งใจสอบเข้ามหาลัยให้ได้ แล้วรีบเรียนจบกลับมาช่วยพ่อแม่ทำงานหาเงินให้ครอบครัวเราค่ะ” เมิ่งเหยารับคำพร้อมบอกความตั้งใจของเธอให้พ่อแม่ฟัง

“เหยาเอ๋อ เป็นเด็กดีจริงๆลูกแม่ แต่ลูกไม่ต้องรีบร้อนกลับมาก็ได้นะ อยู่ที่บ้านสกุลซุนคอยช่วยเหลือดูแลตอบแทนพวกเขาก่อนก็ได้” ซินเจียงเอ่ยเป็นนัยให้ลูกสาวอยู่ที่บ้านสกุลซุนต่อ หวังให้แต่งกับมู่เฉินไปเลยได้ยิ่งดี ซึ่งมู่เฉินเห็นท่าทีและได้ยินเช่นนั้นก็ดูออกและเข้าใจได้ไม่ยาก แต่ก็พยายามข่มอารมณ์ตนเองไม่ให้แสดงสีหน้าท่าทางอะไรออกไป ก่อนจะขอตัวกลับหลังพูดคุยกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

“แม่คะ แม่ไปพูดแบบนั้นต่อหน้าพี่มู่เฉินทำไมกัน เดี๋ยวเขาก็คิดว่าหนูอยากเข้าไปในอยู่บ้านสกุลซุนเพื่อหวังจะจับเขาหรอกค่ะ”

“ก็มันจริงนี่ เหยาเอ๋อ..แก่ชอบมู่เฉินมานานแล้วไม่ใช่เหรอ”

“หนูเปล่าซะหน่อย”

“ไม่ต้องมาแก้ตัว ถ้าแกได้แต่งกับมู่เฉินที่ครอบครัวฐานะดีขนาดนั้นก็จะสบายไปทั้งชาติ ไม่ต้องมาทำงานหลังคดหลังแข็งในไร่ชาเหมือนพ่อกับแม่ นั่งเป็นคุณนายรอรับเงินเดือนสามีสบายๆที่บ้านนะ”

“แม่คะ หนูโตแล้วหาเงินเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นหรอกค่ะ”

“ฮึ ทำเป็นพูดไป แกเรียนจบชั้นมัธยมปลายมาได้ก็ดีแค่ไหนแล้ว จะสอบเข้ามหาลัยได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ดังนั้นแกพยายามจับมู่เฉินให้ได้โดยเร็วจะดีกว่า” ซินเจียงกล่าว คิดเห็นว่าบุตรสาวไม่ได้เรียนหนังสือเก่งอะไรจึงไม่ได้ตั้งความหวังว่าเมิ่งเหยาจะสอบเข้ามหาลัยได้ สิ่งที่หวังในการไปเซินเจิ้นครั้งนี้คือให้เมิ่งเหยาเข้าไปเป็นสะใภ้สกุลซุนมากกว่า

“แม่คะ”

“พอ หยุดพูดเลย เดี๋ยวไปเตรียมตัวเก็บข้าวของกันเถอะ วันเดินทางจะได้ไม่หลงลืมอะไร” ซินเจียงไม่อยู่รอฟังลูกสาวอีก หันหลังเดินจากไป โดยเมิ่งเหยาทำสีหน้าหนักใจที่มารดาไม่ยอมรับฟังความเห็นของเธอบ้างเลย

ขณะเดียวกันพวกเธอก็ไม่รู้ว่ามู่เฉินที่กลับเข้ามาตั้งใจจะบอกย้ำเวลาเดินทางกับพวกเธอ บังเอิญมาได้ยินเรื่องทั้งหมดที่สองแม่ลูกพูดคุยกัน ทำให้เข้าใจผิดในตัวเมิ่งเหยามากขึ้นไปอีก คิดว่าเธอวางแผนจับผู้ชายฐานะร่ำรวย โดยมีเขาเป็นเป้าหมายเพื่อใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ไม่คิดเรียนต่อมหาลัยจริงจัง คิดแต่จะพึ่งพาสามีเป็นหลัก หมายจะจับเขาหลังเข้าไปอยู่ในบ้านสกุลซุนให้ได้

มู่เฉินรู้สึกไม่พอใจ มีอคติและไม่ชอบในตัวเมิ่งเหยามากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม จากที่ไม่พอใจในนิสัยใจคอที่เมิ่งเหยาชอบกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่น โดยเฉพาะชิงเหยียนอยู่ก่อนแล้ว

‘ฝันไปเถอะเมิ่งเหยา อย่าคิดเลยว่าตัวเองจะทำสำเร็จ ฉันไม่ให้โอกาสนั้นกับเธอหรอกนะ’ มู่เฉินคิดอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันหลังเดินกลับออกไปทันที

วันเดินทาง เมิ่งเหยากับชิงเหยียนที่ปกติอยู่ที่หวงซานมักจะแต่งตัวธรรมดาด้วยชุดเสื้อกางเกงคล่องตัวเหมาะกับการทำงาน สวมเสื้อตัวหนาเพื่อความอบอุ่นคล้ายกับเด็กสาวชนบททั่วไป มายามนี้จะต้องเดินทางไปเซินเจิ้นเมืองเศรษฐกิจพิเศษที่ก้าวหน้าทันสมัยกว่า ถึงกับตั้งใจแต่งตัวอย่างประณีตด้วยชุดกระโปรงดูสวยงามราวกับคุณหนูในเมืองใหญ่ แม้นหน้าตาจะมีฝ้ากระ กระดำกระด่างจากการทำงานบ้าน งานในไร่ชาบ้างแต่ก็ดูสดใสน่ารักสมวัยไม่น้อยเลย

“วันนี้เหยาเอ๋อลูกแม่สวยมากเลย” ซินเจียงเอ่ยชมบุตรสาวที่วันนี้เธอเตรียมชุดใหม่มาให้โดยเฉพาะ ถึงกับเก็บเงินซื้อมาจากร้านในเมืองที่ราคาแพงถึงชุดละ 30 หยวนเลยทีเดียว ทั้งยังซื้อเพิ่มมาสำรองให้อีกสามชุดด้วยกัน นับว่าลงทุนไม่น้อย

“แม่ค่ะ อย่าชมมากเลย ถึงชุดจะสวยแต่หน้าไม่ให้ก็ไม่เหมาะอยู่ดีนั่นแหละ” เมิ่งเหยาเอ่ยเพราะหลังจากสำรวจตัวเอง เธอก็รู้สึกว่าหน้าตาสภาพของเธอตอนนี้ไม่ได้รับการบำรุงรักษาที่ดีนัก มีฝ้ากระ กระดำกระด่าง ผิวพรรณไม่ผ่องใส แตกต่างจากเธอในโลกก่อนหน้านี้ลิบลับ

“อะไรกัน แม่ว่าออกจะสวย ใช่ไหมเสี่ยวเฉิน” ซินเจียงไม่พูดเปล่าหันกลับไปถามมู่เฉินซะงั้น ทำเอาเมิ่งเหยาทำหน้าไม่ถูก ส่วนมู่เฉินก็ได้แต่ยิ้มรับเป็นมารยาทเท่านั้น

“พี่มู่เฉิน เหยาเอ๋อสวยน่ารักดีนะคะ ไม่เหมือนฉัน นี่ก็เป็นชุดที่แม่กับพ่อสะสมเงินซื้อมาให้ ตั้งหลายเดือนแน่ะกว่าจะได้มา” ชิงเหยียนทำเป็นเอ่ยปากชมเมิ่งเหยาพร้อมทำตัวน่าเวทนาสงสารไปด้วย

“นี่ก็สวยน่ารักดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นหรอก” มู่เฉินตอบกลับไปพร้อมให้กำลังใจชิงเหยียนที่ยิ้มหน้าบานทันที ก่อนจะหันไปมองสบตาเมิ่งเหยายิ้มเยาะเธอด้วยความพอใจ

‘เหอะ ยัยคนนี้นี่มันชาเขียวของแท้และดั้งเดิมจริงๆ เป็นบรรพบุรุษชาเขียวของยุคห้าจีสินะ’ เมิ่งเหยาคิดในใจ จากนั้นก็หันไปพูดคุยร่ำลาพ่อแม่ของเธอ โดยไม่คิดใส่ใจอะไรกับมู่เฉินและชิงเหยียนที่ออดอ้อนออเซาะ ทำตัวน่าสงสารอย่างต่อเนื่อง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนพิเศษ 3 : สองครอบครัวรวมตัวกันอีกครั้ง

    เมื่อถึงช่วงเวลาปลายปี บ้านสกุลซุนก็เดินทางกลับมาเมืองหวงซานบ้านเกิดเพื่อเลี้ยงฉลองสิ้นปีพร้อมต้อนรับวันปีใหม่ด้วยกันกับสกุลลู่ซึ่งยามนี้เกี่ยวดองเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว และปีนี้ก็เป็นปีแรกที่พวกเขามาร่วมฉลองรวมกันที่นี่“เหยาเหยาฉันคิดถึงเธอจังเลย”เหม่ยลี่ซึ่งคบหากับลี่จิ่นน้องชายของมู่เฉินตั้งแต่ครั้งที่มางานแต่งงานของเมิ่งเหยาเมื่อช่วงต้นปีก็เดินทางมากับครอบครัวสกุลซุนด้วย ทันทีที่ลงจากรถเห็นหน้าเมิ่งเหยาเธอก็ตรงเข้ามากอดเพื่อนรักเอาไว้แน่นด้วยความคิดถึง“ลี่เอ๋อ ฉันก็คิดถึงเธอเหมือนกัน” เมิ่งเหยาเอ่ยตอบพร้อมโอบกอดเพื่อนรักกลับไป“ว่าแต่ เธอมาฉลองสิ้นปีที่นี่กับครอบครัวเรา คุณน้าฉินแม่เธอไม่ว่าอะไรงั้นเหรอ”“ไม่เลย แม่บอกว่าฉลองกับครอบครัวตัวเองมายี่สิบกว่าปีแล้ว ให้ตามครอบครัวว่าที่สามีไปฉลองบ้างเถอะ แล้วก็อยากฝากความคิดถึงมาให้เธอด้วย ที่สำคัญแม่ฉันให้เอาของมาฝากเธอเยอะแยะเลยล่ะ” เหม่ยลี่กล่าวก่อนจะหันกลับไปทางลี่จิ่นที่กำลังช่วยยกข้าวของสัมภาระของเธอกับครอบครัวลงจากรถ โดยมีมู่เฉินช่วยอยู่ด

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนพิเศษ 2 : มาแสดงตัวที่โรงพยาบาล

    วันนี้ตอนเช้าเมิ่งเหยาไม่ได้ทำข้าวกล่องมื้อกลางวันให้มู่เฉินโดยเธอแจ้งว่าจะนำไปส่งให้เขาด้วยตัวเองมู่เฉินได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร ออกจะยินดีด้วยซ้ำไปที่ภรรยาจะมาหาเขาที่โรงพยาบาล เขาจะได้ถือโอกาสแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักภรรยาคนสวยของเขาอีกครั้งเนื่องจากเมิ่งเหยาไม่ค่อยได้มาหาเขาที่โรงพยาบาลบ่อยนัก ทำให้กลุ่มนางพยาบาลหน้าใหม่ๆยังไม่เคยพบเจอเธอ ทั้งยังเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเขา ชวนเขาพูดคุยเรื่องไร้สาระ แม้นว่าเขาจะตีสีหน้าเคร่งขรึมหลีกเลี่ยงไม่พูดด้วยก็ยังพากันเข้ามาหาเขาตลอด จนตัวเขาเองก็เริ่มจะเบื่อแล้วเหมือนกันส่วนทางเมิ่งเหยาที่เธอตัดสินใจไปหามู่เฉินที่โรงพยาบาลในวันนี้ก็เพราะจื่อหรันเพื่อนของเธอมาเล่าให้ฟังว่า เธอไปเยี่ยมญาติที่เพิ่งจะคลอดลูกที่โรงพยาบาลกลางแล้วเห็นนางพยาบาลสาวๆเข้าไปชวนมู่เฉินพูดคุยนอกเรื่องหลายคนเลยทีเดียวเมิ่งเหยาจึงคิดว่าถึงเวลาอันสมควรแล้วที่จะไปแสดงตัวให้นางพยาบาลเข้าใหม่ที่ใจกล้าเข้ามายุ่งวุ่นวายกับสามีเธอได้รู้จักเสียหน่อยวันนี้เมิ่งเหยาเข้าไปดูแลร้านซินเฉินในช่วงเช้า ก่อนจะกลับเข้ามาเตรียมมื้อกลางวันที่บ้านใ

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนพิเศษ 1 : ไร่ชาลู่ชางเฉินและร้านอาหาร

    มู่เฉินกับเมิ่งเหยาแต่งงานที่หวงซานและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ราวครึ่งปีกว่าแล้วเมิ่งเหยายังคงมุ่งมั่นพัฒนาไร่ชาลู่ชางเฉินให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยนอกจากจะขยายพื้นที่เพาะปลูกชา โดยการนำชาพันธุ์อื่นๆที่เหมาะกับการทำชาแต่ละชนิดมาปลูกเพิ่มเติม เช่นการนำพันธุ์ชาดีจากมณฑลฝูเจี้ยนทางตอนใต้ของจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องชาขาวมาปลูกในไร่ หรือไม่ก็นำเข้าชาสายพันธุ์ดีจากประเทศอินเดียมาปลูกสำหรับทำชาแดงหรือชาดำโดยเฉพาะที่สำคัญยังมีการนำพันธุ์ชาหลงจิ่ง ใบชาที่เหมาะสมกับการทำชาเขียวและได้รับการขนานนามว่าเป็นชาที่มีค่าดั่งทองคำ มีแหล่งเพาะปลูกอยู่ในมณฑลเจ้อเจียงพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศมาเพาะปลูกในไร่ชาลู่ชางเฉินด้วยเมิ่งเหยายกระดับไร่ชาธรรมดาๆของครอบครัวสกุลลู่ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรโดดเด่น รายได้ต่อเดือนเพียงไม่กี่ร้อยหยวน ให้กลายมาเป็นไร่ชาอันดับหนึ่งในหวงซานสร้างรายได้เดือนล่ะหลายหมื่นหยวนโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้นตอนนี้เธอเปิดให้มีการเยี่ยมชมไร่ชา เก็บชาและสร้างสถานที่จัดกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ในการผลิตชาแต่ละชนิดให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาเยี่ยมชม รวมทั้งยังใ

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนที่ 41 คนที่หายหน้าไปกลับมาแล้ว

    เมื่อมาถึงไร่ชา ตรงตำแหน่งที่เธอฟื้นตื่นขึ้นมาเป็นเมิ่งเหยาในโลกใบนี้ครั้งแรก เธอก็เห็นแผ่นหลังอันคุ้นเคยยืนอยู่ตรงหน้า“มู่เฉิน!!” เมิ่งเหยาเอ่ยเรียกชื่อเขาออกไปด้วยความยินดี“เหยาเอ๋อ”มู่เฉินหันกลับมาและรีบสาวเท้ายาวๆมาหาเธอทันที ก่อนจะคว้าตัวเธอเข้าไปกอดเอาไว้แน่นด้วยความคิดถึงเมิ่งเหยาเองก็โอบกอดตอบรับเขากลับไปอย่างแนบแน่นไม่แพ้กัน“ไหนคุณบอกว่าติดภารกิจสำคัญ เดือนหน้าถึงจะมาหาฉันได้ยังไงล่ะคะ แล้วนี่คุณมายังไง ภารกิจเสร็จแล้วเหรอ อยู่ได้กี่วันกัน จะกลับไปเมื่อไหร่งั้นหรือคะ”เมิ่งเหยาเอ่ยปากถามคำถามเป็นชุด“ใจเย็นๆสิ ฉันไม่หนีเธอไปไหนหรอกนะ”มู่เฉินกล่าวพร้อมยื่นมือไปจับแก้มนวลของภรรยาตามกฎหมายที่ยังไม่ได้เข้าพิธีสมรส รวมทั้งเข้าหอให้เสร็จสิ้นเรียบร้อยดีก็จากเขามาเสียแล้ว“ค่ะ แล้ว..ตกลงว่าคุณมาอยู่ที่นี่ได้กี่วันกันคะ”“ตราบเท่าที่เธอต้องการเลยล่ะ”“หมายความว่ายังไงกัน” เมิ่งเหยาเอียงคอทำหน้างงไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจึงพูดออกมาแบบนั้น“ตั้งแต่นี้ไป ผมจะมาอยู่กับคุณที่หวงซานนี้ และจะไม่จากคุณไปไหนอีกแล้วล

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนที่ 40 กลับหวงซานพร้อมพ่อแม่

    สามครอบครัวสกุลลู่ สกุลฉินและสกุลซุนมาร่วมทานอาหารด้วยกันที่ภัตตาคารเฉียนอัน สถานที่คุ้นเคยที่สกุลซุนชอบมาทานอาหารกันบ่อยๆ โดนมื้อนี้สกุลลู่ของเมิ่งเหยาเป็นฝ่ายออกหน้าขอเป็นเจ้ามือบ้างเพื่อฉลองความสำเร็จให้กับบุตรสาวทั้งเรื่องการเรียนและกิจการค้าขาย“ได้ข่าวว่าเหยาเอ๋อจะกลับเมืองหวงซานไปพร้อมกับอาลู่และซินเจียงเลยสินะ นายท่านฉินเป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้นเนื่องจากได้ยินเหม่ยลี่เล่าให้ฟังก่อนหน้านี้“ใช่แล้วล่ะ เหยาเอ๋อตั้งใจจะไปพัฒนาไร่ชาลู่ชางเฉินแล้วก็ต่อยอดทำธุรกิจเพิ่มเติมที่นั่นด้วย” นายท่านลู่ตอบกลับสหาย“แบบนี้แล้วเสี่ยวเฉินกับเหยาเอ๋อจะเอายังไงล่ะ จดทะเบียนกันแล้วไม่ใช่เหรอ แยกกันอยู่แบบนี้ได้ยังไงกัน” คุณนายฉินถามไถ่ขึ้นมาอีกคน ทั้งนี้ก็เพราะเหม่ยลี่ยุยงขอให้พ่อกับแม่ช่วยซักถามเผื่อว่าเธอจะรู้แจ้งคลายกังวลลงได้บ้าง เนื่องจากเวลาที่เธอสอบถามเพื่อนรักอย่างเมิ่งเหยาแล้วกลับได้คำตอบเพียงว่า‘รอดูกันต่อไปเถอะ’ เพียงเท่านั้น ซึ่งทำให้เหม่ยลี่หงุดหงิดขัดใจไม่น้อยเลยกับสองสามีภรรยาคู่นี้“เรื่องนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับพวกเขาทั้งสองคนนั่นแหละ” นายท่านซุนเป็นคน

  • ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินียุค 80   ตอนที่ 39 เราแต่งงานกันเถอะ

    หลังจากกำจัดคนเลวๆออกไปจากชีวิตได้ เมิ่งเหยากับสกุลซุนก็ดูจะมีความสุขสดใสมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเวลานี้เมิ่งเหยาเรียนอยู่มหาลัยชั้นปีที่สี่แล้ว เธอทำธุรกิจจนกลายมาเป็นเศรษฐนีตั้งแต่อายุยังน้อยร้านเจ่าชานขยับขยายใช้ห้องชุดสองชั้นทั้งสองห้องมาเปิดร้านอาหาร ซึ่งตอนนี้มีรายการอาหารขายเพิ่มมากขึ้นและขยับเวลาให้บริการไปจนถึงสามทุ่มตรงของทุกวัน โดยยังคงใช้ชื่อร้านเจ่าชานหรือแปลตรงตัวว่าร้านอาหารเช้าเหมือนเดิม เพื่อระลึกถึงที่มาและต้นกำเนิดของร้านต่อไป อีกทั้งยังเป็นความแปลกมีเรื่องราวชวนให้ผู้คนสงสัย นับเป็นการตลาดอีกอย่างหนึ่งของเมิ่งเหยานั่นเองเวลานี้เมิ่งเหยากับเหม่ยลี่จ้างพนักงานมาช่วยทำงานเพิ่มมากขึ้น โดยพวกเธอเป็นผู้บริหารจัดการจนทุกอย่างเหมาะสมลงตัวเมิ่งเหยาเริ่มโอนงานไปให้กับเหม่ยลี่รับผิดชอบทั้งหมด โดยมีเธอคอยช่วยดูแลตรวจสอบในระยะแรกเนื่องจากอีกเพียงไม่กี่เดือนพวกเธอก็จะเรียนจบแล้ว เมิ่งเหยาจะย้ายกลับไปอยู่ที่เมืองหวงซานตามที่ตั้งใจและบอกกล่าวกับทุกคนเอาไว้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้ตัวเธอเองก็ย้ายกลับไปบ้านสกุลซุนเหมือนเมื่อแรกที่มาอยู่เซินเจิ้นใหม่ๆ เพราะ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status