เข้าสู่ระบบกู้จื่อเว่ยลุกขึ้นช้าๆโดยมีลุงรองของนางประคองเอาไว้ไม่ให้ทรุดลงไป นางกวาดสายตาไปยังลุงใหญ่และป้าสะใภ้ของตนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
"ที่สำคัญ..ตอนท่านพ่อยังอยู่เป็นท่านพ่อข้ากับลุงรองที่หาเลี้ยงบ้านใหญ่ทั้งบ้าน ลุงใหญ่ที่ควรเป็นหัวหน้าครอบครัวกลับเอาแต่อยู่โรงบ่อน ย่ารองเรื่องนี้ท่านก็รู้มิใช่หรือ เช่นนั้นท่านตอบข้าสักหน่อยใครควรกตัญญูใครกันแน่ หากพวกท่านไม่กินแต่รากไม้จนในหัวมีแต่รากฝอยมากกว่าสติปัญญาก็น่าจะรู้ว่าใครที่ต้องเป็นฝ่ายตอบแทนบุญคุณ"
กู้หวายอันถอนหายใจ กู้จื่อบิดาเด็กสามคนนี้ขยันขันแข็ง ตอนที่พวกเขาทั้งหมู่บ้านพากันอพยพมาใหม่ๆ บิดาเด็กในหมู่บ้านๆยังคงรุ่นๆยังไม่มีครอบครัวกู้จื่อคนเดียวถางที่ดินได้เกือบสามสิบหมู่ กู้หงได้สิบหมู่ พี่น้องคนอื่นทำได้เพียงคนละห้าหมู่
แต่สุดท้ายเมื่อถึงเวลาที่ทางการออกโฉนด กู้เหว่ยกลับไม่ยอมให้เขาได้ไป กู้จื่อจึงได้เพียงที่ติดเชิงเขาที่มีแต่ก้อนหินก้อนกรวดเพียงสามหมู่ บ้านที่มีก็ทรุดโทรมจนตอนนี้อยู่แทบไม่ได้ อีกทั้งไกลออกไปจากหมู่บ้านถึงสองลี้ ชายชราเอ่ยกับเด็กสาวที่ยืนหลังตั้งตรงอย่างตรงไปตรงมา
"เว่ยเว่ย...บอกปู่ใหญ่มาเจ้าต้องการให้เรื่องนี้จบอย่างไร"
กู้จื่อเว่ยมองไปที่ชาวบ้านเอ่ยเสียงเข้ม
"หากข้าต้องการเบี้ยหวัดของท่านพ่อก็จะมีคนอื่นเดือดร้อนสินะ เช่นนั้นคืนสินเดิมท่านแม่ข้ามา มีรถเข็นไม้คันนั้น และผ้านวมที่นำมาสามผืนตอนแต่งงาน ป้าสะใภ้ใหญ่ยึดไปแล้วก็คืนมาเป็นเงินตามราคาตลาดตอนนี้ผืนละ100อีแปะเท่ากับ300อีแปะ เพราะของที่คนใช้แล้วข้าไม่เอาคืน จานชามตอนที่นางเอามาไม่มีรอยบิ่น หากจะคืนต้องคืนกลับมาในสภาพเดิม ของอื่นๆที่ไม่มีมาคืนก็ตีเป็นเงินคืนมา เลื่อยกับขวานและมีดที่ท่านพ่อข้าใช้รับจ้างสร้างบ้านขึ้นเขาล่าสัตว์หาเลี้ยงคนทั้งบ้านก็คืนข้ามาด้วย"
"เหตุใดเราต้องคืน เจ้าอย่ามาสร้างเรื่องที่นี่"
หวังซื่อไม่ยอมแพ้ กู้จื่อเย่วยิ้มมุมปากเอ่ยกลับไป
"หรือจะให้ข้าทวงเบี้ยหวัดที่ลุงใหญ่แอบอ้างว่าเป็นน้องชายคนตายไปรับเงินมาแล้วทั้งหมด20ตำลึง ท่านพ่อไปกองทัพได้10เดือนแล้วเบี้ยหวัดเดือนละ2ตำลึง อ้อที่สำคัญข้าจะบอกว่า ข้า รู้ หนัง สือ ลุงใหญ่สัญญากู้ยืมที่ท่านเขียนให้ท่านพ่อของข้า เพื่อเอาไปเป็นสินสอดแต่งภรรยาให้พี่ใหญ่บุตรชายท่านข้ายังเก็บเอาไว้ ท่านบอกท่านพ่อข้าว่าเมื่อพี่ใหญ่เรียนจบมีเงินเดือนท่านจะคืนข้า เราไปอำเภอตอนนี้เลลยก็ย่อมได้"
กู้จื่อเว่ยเน้นคำว่า ข้ารู้หนังสือทีละคำ นางรู้หนังสือแปลว่าสัญญาเงินกู้ที่กู้หลานทำกับน้องชายนางก็อ่านออกสินะ หากไปอำเภอเรื่องที่เขาให้น้องชายไปเป็นทหารแทนก็ปิดไม่อยู่ อีกทั้งยังต้องคืนเงินห้าตำลึงให้นางด้วย ไปทางไหนก็ไม่รอดใบหน้าซีดแล้วซีดอีกก่อนจะยอมทำตามข้อตกลง
กู้จื่อเว่ยไปยังบ้านกู้เพื่อขนของมารดานางกลับมา ลุงรองของเขาช่วยหลานสาวขนมา บ้านไร้มารดาท่านแม่ของเขาไม่อยู่แล้ว ม่านม่านกับลูกๆอยู่ที่นี่มีแต่คนรัแงก เขาให้เมียกลับไปบ้านเดิมได้เกือบเดือนแล้วหลังจากท่านพ่อบังคับครอบครัวน้องชายแยกบ้าน
เขาส่งเงินให้เมียกับแม่ยาย ส่วนภรรยาใหม่ท่านพ่อก็คือภรรยาคนแรกมารดาของพี่ชายที่กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง อีกทั้งยังมีลูกชายด้วยกันอายุสิบเจ็ดแล้ว อ่อนกว่ากู้หลินแค่สองปีท่านพ่อนอกใจท่านแม่มาตลอดเวลา แล้วเหตุใดเขาต้องกตัญญูกับนาง ในเมื่อนางลงมือทุบตีลูกเมียเขา กู้หงแยกบ้านไปแล้วเช่นกัน วันนี้ที่มาเพราะมีคนไปตามบอกว่าหลานสาวถูกคนตีจนสลบ
เมื่อมาถึงก็จัดการเอาสินเดิมมารดาและเครื่องมือหากินบิดากลับคืนมา สกุลกู้บ้านใหญ่นำเครื่องมือเกษตรและเครื่องมือก่อสร้างมาคืน ผ้านวมผืนใหม่ที่ฟางอี้เฉียวซื้อมาเพื่อจะเอาไปเป็นสินสอดให้บุตรชายคนเล็กของกู้เหว่ยถูกนำมาคืนกู้จื่อเว่ย และจานชามกับหม้อและกะทะถูกขนใส่รถเข็นไม้ กู้เหว่ยที่เดินมาจากในบ้านเอ่ยเสียงเข้ม
"แยกบ้านไปแล้วก็ไปใช้แซ่เฉินมารดาเจ้าเสีย"
กู้เหว่ยเอ่ยกับหลานสาว เขาเกลียดนางเด็กอวดดีคนนี้จริงๆ แต่ทว่ากู้จื่อเว่ยเอ่ยกลับไปอย่างไม่แยแส
"ข้าเองไม่ได้อยากใช้แซ่กู้อยู่แล้ว แต่ต้องรอทางการยืนยันก่อนว่าท่านพ่อของข้าจากไปแล้วจริงๆ หากถึงเวลานั้นข้าจะไม่ลังเลที่จะถอนแซ่กู้ออกจากเราสามพี่น้อง อีกอย่างข้ารอจริงๆว่าท่านปู่จะขับไล่ลุงรองอีกคน บ้านท่านนอกจากท่านพ่อข้ากับลุงรองที่เหลือล้วนมีแต่คนเกียจคร้าน หากไม่มีลุงรองจะมีข้าวสารกรอกหม้อหรือไม่ พี่ใหญ่แต่งภรรยามาเพื่อเอาเงินบ้านนางมาเติมท้องตัวเอง ยังบอกว่าตนเองเป็นบัณฑิต น่าขายหน้ายิ่งนัก"
ชายชราตาลูกวาวด้วยความโกรธ กู้หวายอันเดินมาก่อนจะเอ่ยกับน้องชายที่เขาไม่อยากยอมรับว่ามีคนเช่นนี้ใยตระกูลเสียจริงๆ
"เจ้าสี่ โฉนดที่ดินแปลงนั้นของอาซานเจ้าจงคืนให้เว่ยเว่ยไปเสีย ข้าจำต้องรักษาชีวิตคนทั้งหมู่บ้าน หากเจ้าบีบคั้นเกินไปจนนางไร้หนทางและโต้กลับไม่เลือกวิธีการ ข้าจะขับไล่พวกเจ้าออกจากหมู่บ้านแทนเสีย"
"ใช่/ใช่/ใช่"
ชาวบ้านเอ่ยเป็นเสียงเดียวกัน ทุกคนเดิมทีไม่พอใจที่เด็กคนนี้จะไปฟ้องร้องทางการ แต่เรื่องทั้งหมดเกิดจากที่กู้หลานเดิมควรเป็นคนที่ต้องไปชายแดน แต่กลับให้กู้จื่อน้องชายของตนไปแทนและยังขับไล่ลูกเมียเขาออกจากบ้าน เรื่องนี้กู้จื่อเว่ยจึงไม่ผิด
ทั้งสามคนเดินมาไม่นานก็เจอกับลำธารสายเล็กๆไม่ใหญ่มากนัก กว้างหนึ่งจั้งความลึกแค่พอประมาณ มีร่องรอยของสัตว์มาดื่มน้ำบริเวณริมตลิ่ง เพราะมีรอยเท้าเล็กๆ กู้จื่อเว่ยนำต้นหญ้ามาสานเป็นโพรงเพื่อล่อกระต่าย จะเอาไปฝากกู้จื่อเหยา แม่หนูน้อยอยากเลี้ยงนางก็จะให้เลี้ยง จะได้ฝึกความรับผิดชอบด้วย เจียงโม่เหวินทุลักทุเลถอนขนไก่ป่า เพราะอยากกินไก่ย่างสือเหยี่ยนจึงตามใจ เสียงมีจริตจะกร้านดังมา"แม่คนงาม สหายเจ้าจะไม่ไหวแล้วมาช่วยข้าหน่อยเถอะ""เจ้านี่นะ อยากกินก็รอกลับไปกินที่บ้านมิได้หรือ""เว่ยเว่ย กินไก่ย่างกลางป่าบรรยากาศมันชวนให้น้ำลายไหลนะ""ได้ๆๆ ส่งมาข้าจัดการเอง"ร่างบางนำไก่ไปลนไฟแล้วใช้มีดเล็กเก็บขนจนเกลี้ยง จากนั้นก็ผ่าท้องควักเอาเครื่องในออก สือเหยียนเห็นมีดที่นางใช้อยู่จึงอดถามไม่ได้"เว่ยเว่ย..มีดนี้ซื้อที่ใดหรือ ช่างคมยิ่งนักหากเจ้าเจอช่วยซื้อมาฝากท่านอาสักเล่มได้หรือไม่"กู้จื่อเว่ยนิ่งไปสักพัก ถ้าเอามีดออกมาแล้ววันต่อมาจะมีมีดเพิ่มไหมนะ ปกติเอาออกมาแต่เสบียงก่อนจะอ้างชื่อหลงเฮ่เทียนเอ่ยกลับไป"มีดนี้พี่หลงให้มาเจ้าค่ะท่านอาสือ หากเขาเขียนจดหมายมาข้าจะถามให้
หลังจากจัดการกู้หลินที่ใส่ร้ายท่านย่าของนางกู้จื่อเว่ยก็เดินหน้าค้าขายเต็มกำลัง บ่อน้ำร้อนเดิมคิดจะปลูกผักขาย แต่ว่าเอาไว้ให้เป็นที่สำหรับแช่เพื่อรักษาสุขภาพคนในครอบครัวดีกว่า เรื่องนี้ให้คนนอกรู้ไม่ได้โดยเฉพาะทางการ หยกดิบที่ฝากหลงเฮ่าเทียนไปประมูลนั้นไม่รู้ว่าได้เท่าไหร่ หากได้เยอะนางก็จะเก็บเอาไว้ไปซื้อบ้านในเมืองหลายๆหลังเอาไว้ปล่อยเช่า ไม่ต้องเหนื่อยมานั่งตากแดดตากลมวันนี้นางจะขึ้นเขาเพื่อไปเก็บดอกไม้ป่ามาทำเครื่องสำอางและเครื่องหอม เจียงโม่เหวินมาตั้งแต่ปลายยามเฉินเพื่อไปด้วยกัน สือเหยียนอาสาไปด้วยเขาเป็นห่วงหากให้ไปกันเอง ก่อนนายกองหลงกลับไปเขาแวะมาฝากฝังครอบครัวนางเอาไว้ หากนางอยากไปไหนก็ให้เขาช่วยคุ้มครอง แม้ว่าเขาจะเป็นพรานป่าแต่ก็พอมีฝีมือ สมัยยังหนุ่มเคยเป็นคนคุ้มกันสินค้ามาก่อน ชายหนุ่มอรชรในชุดสีฟ้าทะมัดทะแมงแต่ก็ดูอ้อนแอ้นราวกับสตรีเดินมาคล้องแขนสหายรักก่อนจะเอ่ย"แม่คนงาม วันนี้เราจะไปเก็บดอกไม้กัน ถ้าเจ้าชอบต้นไหนบอกมาข้าจะถอนรากถอนโคนมาให้""ได้ๆ เสี่ยวเหวินของข้าดีที่สุด""ข้าดีกว่าไอ้ผีดิบเจียงซือนั่นหรือเปล่า"เมื่อสหายรักเอ่ยจบในหัวกู้จื
กู้หลินชี้หน้ากู้จื่อเว่ยเมื่อถูกนางตอกกลับ นางหลี่ตรงเข้ามาหมายจะตบนางแต่ยังไม่ทันลงมือก็มีเสียงเรียกมาจากนอกรั้ว"ที่นี่ใช่บ้านของแม่นางกู้หรือไม่ ข้ามาหากู้หลินมีคนบอกว่าเขาอยู่ที่นี่"เมื่อหันไปตามเสียงก็เห็นเป็นเจ้าหน้าที่ กู้หลินรีบเข้าไปประจบก่อนจะเอ่ย"ใต้เท้าข้าคือกู้หลินขอรับ ไม่ทราบว่าท่านมาหาข้ามีเรื่องอันใดหรือขอรับ หรือว่ามาจัดการกับนางเด็กนี่ที่อกตัญญู""ใช่ พวกข้ามาเรื่องคนอกตัญญูแต่ไม่ใช่แม่นางน้อยคนนั้น กู้หลินใช่ไหม มีคนฟ้องร้องเจ้าว่าให้ร้ายผู้มีพระคุณและอกตัญญู ตามข้าไปให้การกับใต้เท้าเสีย"ฟ้องร้องหรือ...ใครกันทำเรื่องนี้ ข้าบริสุทธิ์นะไม่เคยทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนั้น""คนที่ฟ้องร้องคือกู้หงคนที่เขียนคำร้องคืออาจารย์ใหญ่เจ้าของสำนักศึกษาของเจ้าเอง อย่าพูดมาก เด็กๆเอาตัวไป""ไอ้หยา กลั่นแกล้งกันแล้ว กู้หงกลั่นแกล้งหลานชาย ร่วมมือกับอาจารย์ฟ้องร้องหลินเอ๋อร์ของข้า นี่มันจะให้คนเขาอยู่ได้อย่างไร ทางการตัดสินไม่เป็นธรรม""ท่านยาย พูดจาอะไรให้ระวังสักหน่อย พวกเราทำตามหน้าที่ หากคนบ้านท่านไม่ผิดใต้เท้าเราย่อมให้ความเป็นธรรม แทนที่จะมาร้องไห้โว
วันรุ่งขึ้นยามเฉินกู้จื่อเว่ยทำอาหารเช้าหลายอย่างรวมถึงทำอาหารห่อให้ทั้งหมดไปกินระหว่างทาง เนื่องจากมีเสบียงหลายคันรถจินอี้จึงเกณฑ์เอาทหารประจำการที่แข็งแรงไปเป็นทหารชายแดนอีกหนึ่งร้อยคนและจ่ายค่าตอบแทนให้ครอบครัวละยี่สิบตำลึง ชายหนุ่มที่เดินทางไปจะไม่มีการส่งเบี้ยหวัดกลับมาอีกเพราะจ่ายให้แล้วทั้งปี หลงเฮ่าเฉินที่กำลังกินมื้อเช้าเงยหน้าแล้วเอ่ยกับกู้จื่อเว่ย"พี่จะไปแล้ว อย่าลืมเขียนจดหมายหาพี่ด้วยนะ""เจ้าค่ะ ท่านเองก็อย่าลืมให้ท่านพ่อเขียนจดหมายมาบ้าง ข้าให้เวลาเขาอีกครึ่งปี หากเขาไม่เขียบนมาหาข้าก็ไม่ติดที่จะหาบิดาคนใหม่ ท่านแม่ยังสาวยังสวยหนุ่มๆต่อแถวไม่ไหวด้วยซ้ำ"ทุกคนหัวเราะกับวาจาโผงผางของนาง กู้หวายอันเอ่ยติดตลก"ไอ้หยา เว่ยเว่ยของปู่จะทำเช่นนั้นไม่ได้นะ ไม่กลัวท่านย่าเจ้าลุกจากหลุมมาตีก้นหรือ""ไม่กลัวเจ้าค่ะ ถ้าท่านย่าลุกมาจริงคนแรกที่จะถูกท่านย่าเอาไม้ฟาดหัวน่าจะเป็นท่านปู่ของข้านะฮ่าๆๆๆ"ฮ่าๆๆๆๆ เสียงหัวเราดังลั่น เมื่อมื้อเช้าเรียบร้อยทุกคนก็เตรียมตัวไปรับเอาเกวียนเสบียงที่จอดไว้ที่ในตำบล หลงเฮ่าเทียนยิ้มก่อนจะเดินมาหา มือแข็งแกร่งจับปอยผมนางท
ในตำบลร่างสูงใหญ่หัวไหล่กว้างจากการทำงานหนักมาตลอดเวลาบัดนี้นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ที่ร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง เขาร้องไห้สะอึกสะอื้นจนไหล่สั่น ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยผ้าฝ้ายเนื้อดีเดินเข้ามาทักทาย"เจ้าหนุ่มคนนี้เหตุใดถึงมานั่งร้องไห้อยู่เล่า น้ำตาลูกผู้ชายมีค่าดั่งทองเจ้าจะอ่อนแอนเช่นนี้ได้อย่างไรกัน"กู้หงเงยหน้ามองดูชายที่เอ่ยกับเขาจากนั้นจึงพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ"ท่านลุงท่านนี้ ชีวิตข้าไม่เคยเสียน้ำตาให้กับสิ่งใด แต่กับมารดาที่จากไปแล้วกลับถูกคนที่นางเลี้ยงมากับมือใส่ร้าย ข้าที่เป็นบุตรชายของนางนั้นเสียใจแทนนางจนไม่อาจห้ามน้ำตาได้จริงๆ"("เว่ยเว่ย..ไอ้ที่เจ้าให้มาทาตานี้มันได้ผลเกินไปไหม เล่นละครจบแล้วข้าจะหยุดร้องไห้ได้หรือไม่กันเล่า") กู้จื่อเว่ยหยิบเอาบาล์มแก้ปวดใส่กระปุกมาให้เขาป้ายตาหากร้องไห้ไม่ออก ส่วนกู้หงเมื่อเอ่ยออกมาจนหมดชายชราก็ถอนหายใจเอ่ยถามเขาเช่นกัน"เจ้าหนุ่ม หากเจ้าไม่รังเกียจจะเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ เผื่อข้าจะช่วยอะไรเจ้าได้"กู้หงหยิบกระดาษออกมาก่อนจะมองอย่างเหม่อลอยเอ่ยเบาๆ "นี่คือหนังสือสมรสที่ทางการรับรอง และยังมีหนังสือผ่านทางที่เก็บเ
กู้จื่อเว่ยหันมายิ้มให้หลงเฮ่าเทียน นางมีวิธีจัดการคนเหล่านั้นเพียงแต่ต่อหน้าคู่หมั้นและแม่ทัพจินนางย่อมต้องเรียบร้อย พวกเขาจะได้เชื่อใจและดูแลบิดานางให้ เรื่องนี้ต้องให้ลุงรองช่วยจึงเอ่ยกับหลงเฮ่าเทียน"พี่หลง พอดีข้ามีบางเรื่องต้องไปจัดการ ข้าจะไปหาลุงรองหากไปช้าจะมืดเสียก่อนเจ้าค่ะ""พี่ขี่ม้าไปกับเจ้าก็แล้วกัน เราสองคนหมั้นหมายกันแล้วไม่มีอะไรไม่สมควรหรอก""โอ่ว...เช่นนั้นก็ได้"กู้จื่อเว่ยไปขออนุญาตมารดาเพื่อไปหาลุงรองของนาง หลงเฮ่าเทียนพานางขึ้นม้าก่อนจะเหวี่ยงขาตามขึ้นมาคร่อมตัวนางที่อยู่ด้านหน้าจากนั้นก็พานางไปหมู่บ้านที่กู้หงอาศัยอยู่กับภรรยา ไม่นานก็มาถึงหมู่บ้าน ทันทีที่ชาวบ้านเห็นม้าสีดำตัวใหญ่ต่างก็พูดคุยกัน"นั่นม้าตัวใหญ่ยิ่งนัก ราคาตัวหนึ่งไม่ต่ำกว่าห้าพันตำลึงเชียวนะ""นั่นน่ะสิ.....บ้านใครกันร่ำรวยขนาดนี้"ชาวบ้านคนหนึ่งเดินมาถามหลงเฮ่าเทียนที่บังคับม้าเดินเข้ามา"เอ่อ...นายท่านมิทราบว่ามาหาผู้ใดหรือขอรับ"หลงเฮ่าเทียนเอ่ยกับกู้จื่อเว่ย"เว่ยเว่ยเจ้าไม่เคยมาหาลุงรองที่นี่หรือจึงไม่รู้จักบ้าน""ไม่เคยเจ้าค่ะ ตาแก่ยายแก่เอ๊ย ท่านปู่กับแม่เฒ่าหลี่วันๆ
จากนั้นก็เดินกลับบ้าน ทางด้านเด็กน้อยกู้จื่อหยางก็ตั้งหน้าตั้งตาเก็บเศษไม้เอามาทำฟืนไว้ได้เยอะพอสมควร เขาหันขวับมามองหาพี่สาว พอดีกับที่นางเดินยิ้มกว้างมาให้น้องชาย ก่อนที่จะชูเป็ดป่าในมือให้ดู กู้จื่อหยางรีบวิ่งมาหาพี่สาวทันที เด้กน้อยตื่นเต้นนั่นมันเนื้อเชียวนะ พวกเขาจะได้กินเนื้อกั
เงินที่มาจากการที่บังคับฟางอี้เฉียวให้กลับไปเอาเงินจากบ้านเดิมมาอุดหนุนก็จะหายไป แถมสตรีที่ตนเองมองว่าอัปลักษณ์กลับได้กินเนื้อทุกมื้อ ที่สำคัญสิวบนใบหน้าฟางอี้เฉียวนั้นกู้จื่อเว่ยคนนี้มีทางรักษาให้หายอีกด้วย สุดท้ายหากหญิงงามหลุดมือกู้หลินจะทำเช่นไร กล้าลงมือกับสือเหยียนหรือเปล่าขนาดหมีเขาย
ร่างผอมบางที่นอนอยู่บนกองฟางได้ยินเสียงพูดคุยด้านนอกเงียบไปก็ตื่นลืมตา กู้จื่อเหยาวิ่งเข้ามาก่อนใครเด็กน้อยขึ้นไปนั่งบนกองฟางที่ใช้ปูนอนในบ้านดินทรุดโทรมแห่งนี้ก่อนจะเอ่ยอย่างดีใจ" ท่านแม่....พี่ใหญ่เก่งยิ่งนักนางไปทวงสินเดิมท่านกลับมาได้ด้วยเจ้าค่ะ" สายตาฝ้าฟางเพราะขาดสารอาหารมองไปยังเด็กสาววั
เสียงด่าทอเซ็งแซ่รอบตัวทำเอาศีรษะของคนที่นอนอยู่แทบระเบิดที่แท้ กู้จื่อเว่ยฟื้นตั้งนานแล้ว เธอแสร้งหลับเพื่อประมวลผลความทรงจำอันสับสนกระจัดกระจาย วิญญาณเด็กสาวโชกเลือดที่เธอเห็นในออฟฟิศแท้จริงแล้วก็คือเจ้าของร่างนี้ที่ถูกป้าสะใภ้ผลักศีรษะกระแทกก้อนหินจนตายคาที่ ส่วนบุรุษที่ออกหน้าปกป้องเธออยู







