LOGINจากนั้นก็เดินกลับบ้าน ทางด้านเด็กน้อยกู้จื่อหยางก็ตั้งหน้าตั้งตาเก็บเศษไม้เอามาทำฟืนไว้ได้เยอะพอสมควร เขาหันขวับมามองหาพี่สาว พอดีกับที่นางเดินยิ้มกว้างมาให้น้องชาย ก่อนที่จะชูเป็ดป่าในมือให้ดู กู้จื่อหยางรีบวิ่งมาหาพี่สาวทันที เด้กน้อยตื่นเต้นนั่นมันเนื้อเชียวนะ พวกเขาจะได้กินเนื้อกันแล้ว
"พี่ใหญ่ท่านเก่งจังเลยขอรับ"
"พี่โชคดีต่างหากเล่า เจ้าเป็ดตัวนี้มัวแต่ห่วงกินจนไม่ระวังตัว เอ.... หรือว่าหยางหยางกับเหยาเหยาของพี่จะเป็นดาวนำโชคกันนะ พอแยกตัวออกจากบ้านใหญ่ปุ๊บ พวกเราก็มีเนื้อกินทันทีเลย"
กู้จื่อเว่ยเอ่ยเย้าน้องชายด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะชวนชักชวน
"ไปกันเถอะ มื้อนี้ต้มข้าวต้มรองท้องก่อน พี่เก็บไข่ป่ามาด้วยเราจะต้มมันกินกับข้าวต้ม มีเนื้อแห้งที่พี่สะใภ้ใหญ่ให้มาอีก จะได้มีแรงช่วยกันซ่อมแซมหลังคา เมื่อคืนลมแรงหอบเอาหลังคาปลิวหายไปหมด หากวันนี้ฝนเทลงมา พวกเราได้นอนแช่น้ำกันแน่ๆ"
"ขอรับพี่ใหญ่ ข้าจะช่วยท่านทำงาน"
กลับมาถึงบ้าน กู้จื่อเว่ยเริ่มลงมือก่อไฟเพื่อต้มข้าวต้ม นางจัดการซาวข้าวสารอย่างลวกๆ แล้วกรอกใส่กระบอกไม้ไผ่ จากนั้นก็เอาดินเหนียวมาพอกปิดรอบๆ ตรงก้นกระบอกเอาไว้ เพื่อไม่ให้เนื้อไม้ไผ่ไหม้ไฟเร็วจนเกินไป อีกทั้งดินเหนียวยังนำและกักเก็บความร้อนได้ดี ช่วยให้ข้าวต้มด้านในสุกไวระอุทั่วกัน
นางจัดการต้มข้าวไปทั้งหมดสามกระบอก... เหลือทิ้งไว้ก็ไม่เป็นไร ย่อมดีกว่าทำแล้วไม่พอกิน ก่อนจะนำกระบอกไม้ไผ่ที่มีความยาวเกือบสามฉื่อมาพอกดินเหนียวเพื่อใช้ต้มน้ำดื่ม หม้อเหล็กใบเล็กก็เตรียมตั้งไฟไว้สำหรับต้มน้ำร้อนลวกเป็ดป่าเพื่อถอนขน
มารดาของเด็กทั้งสามมองดูลูกๆ ที่ช่วยกันทำงานคนละไม้คนละมือก็พลันน้ำตารื้นออกมาโดยไม่รู้ตัว กู้จื่อเว่ยหันมาเห็นเข้าพอดีจึงละมือจากงานแล้วเอ่ยปลอบใจนาง
"ท่านแม่... ข้าเชื่อว่าท่านพ่อยังไม่ตายหรอกเจ้าค่ะ กลการศึกในสนามรบไม่อาจคาดเดาได้ บางทีข่าวเรื่องกองทัพถูกซุ่มโจมตีอาจเป็นเพียงแผนลวงของกองทัพก็ได้"
"แต่ว่า... แม่กังวลใจเหลือกเกิน" เฉินซื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ท่านแม่ ลองคิดดูสิเจ้าคะ ข้าศึกที่ไหนจะสามารถแทรกซึมเข้ามาซุ่มโจมตีถึงในแคว้นของเราได้ หากบอกว่าดักซุ่มโจมตีตอนกองทัพของเรายกไปบุกตีแคว้นอื่น ยามนั้นยังฟังดูสมเหตุสมผลเสียกว่า เอาเป็นว่าข้าปักใจเชื่อว่าท่านพ่อยังมีชีวิตอยู่... หรือหากท้ายที่สุดพวกเราโชคร้ายต้องกำพร้าบิดาจริงๆ ข้าคนนี้ก็จะเลี้ยงดูท่านกับน้องๆ ให้ดีที่สุด ให้ท่านพ่อที่อยู่บนสวรรค์ได้มองลงมาด้วยความภาคภูมิใจในตัวข้า ท่านแม่ว่าดีหรือไม่เจ้าคะ"
เฉินซื่อรู้ดีว่าบุตรสาวคนโตกำลังพยายามปลอบใจนาง... แล้วตัวนางเล่า ควรจะทำตัวอ่อนแอให้เด็กๆ ต้องเป็นห่วงเช่นนั้นหรือ? นางเพียงแค่ป่วยใจเพราะเรื่องสามี ทว่าไม่ได้ป่วยกายจนไร้เรี่ยวแรงเสียหน่อย หากยามนี้นางยังไม่ลุกขึ้นสู้ แล้วปล่อยให้ลูกๆ ต้องสู้กันเองตามลำพัง เช่นนั้นนางยังสมควรเป็นแม่คนอยู่อีกหรือ
"เว่ยเว่ย... มีอะไรให้แม่ช่วยหรือไม่ แม่ไม่อยากเป็นภาระของพวกเจ้า"
กู้จื่อเว่ยรู้ดีว่ามารดากำลังฝืนร่างกาย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดีกว่าปล่อยให้นางจมปลักอยู่กับความทุกข์เรื่องสามี หาอะไรให้นางหยิบจับทำเสียหน่อยจะได้ลืมเลือนเรื่องเศร้าไปได้บ้าง คิดได้ดังนั้นกู้จื่อเว่ยจึงลุกเดินไปหามารดา ยามนี้ข้าวต้มในกระบอกไม้ไผ่ได้ที่แล้ว นางจึงเทมันใส่ชามดินเผาก่อนจะเอาไข่เป็ดป่าลงไปต้มต่อ
"ท่านแม่ นี่เนื้อแห้งที่พี่สะใภ้เอามาให้ ข้าเหลาไม้แหลมเตรียมไว้แล้ว ท่านช่วยเอาเนื้อเสียบไม้แล้วย่างไฟสักหน่อยจะได้นำมากินกับข้าวต้มร้อนๆ ส่วนข้าจะไปบ้านปู่ใหญ่เพื่อขอซื้อเกลือกับน้ำตาลสักนิด พวกท่านขาดเกลือแร่มาหลายวัน ร่างกายจะรับไม่ไหวเอา ข้าจะเอาเกลือมาต้มผสมน้ำตาลให้ดื่มเพื่อฟื้นฟูกำลังเจ้าค่ะ"
"อะไรคือเกลือแร่หรือขอรับพี่ใหญ่"
กู้จื่อหยางเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"มันคือสิ่งที่ช่วยให้คนที่กำลังอ่อนเพลียกลับมามีเรี่ยวแรงน่ะ เจ้าอยู่บ้านดูแลท่านแม่และน้องเล็กให้ดีนะ ยามนี้พวกบ้านใหญ่น่าจะยังไม่กล้ามาก่อเรื่องเพราะมีชาวบ้านคอยจับตาดูอยู่ พี่จะรีบไปรีบมา"
"ขอรับ พี่ใหญ่วางใจได้เลย! หากวันนี้พวกเขากล้ามารังแกเราอีก ข้าจะใช้กระบวนท่าไม้ตีสุนัขที่ท่านลุงสือเคยสอน ตีพวกเขาให้กระเจิงไปเลย!"
กู้จื่อเว่ยยิ้มให้เด็กน้อย... สือเหยียนเป็นนายพรานที่มีน้ำใจโอบอ้อมอารี ยามปกติเขามักจะล่าเนื้อมาฝากครอบครัวท่านพ่อเสมอ ทว่าพอท่านพ่อต้องไปร่วมทัพ เขาก็แวะเวียนมาน้อยลงเพราะเกรงว่ามารดานางจะถูกชาวบ้านเอาไปนินทาให้เสียหาย ร่างบางเอื้อมมือไปลูบหัวน้อยๆ ของน้องชายด้วยความเอ็นดู จากนั้นจึงมุ่งหน้าเดินเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อซื้อของที่ต้องการ
ทั้งสามคนเดินมาไม่นานก็เจอกับลำธารสายเล็กๆไม่ใหญ่มากนัก กว้างหนึ่งจั้งความลึกแค่พอประมาณ มีร่องรอยของสัตว์มาดื่มน้ำบริเวณริมตลิ่ง เพราะมีรอยเท้าเล็กๆ กู้จื่อเว่ยนำต้นหญ้ามาสานเป็นโพรงเพื่อล่อกระต่าย จะเอาไปฝากกู้จื่อเหยา แม่หนูน้อยอยากเลี้ยงนางก็จะให้เลี้ยง จะได้ฝึกความรับผิดชอบด้วย เจียงโม่เหวินทุลักทุเลถอนขนไก่ป่า เพราะอยากกินไก่ย่างสือเหยี่ยนจึงตามใจ เสียงมีจริตจะกร้านดังมา"แม่คนงาม สหายเจ้าจะไม่ไหวแล้วมาช่วยข้าหน่อยเถอะ""เจ้านี่นะ อยากกินก็รอกลับไปกินที่บ้านมิได้หรือ""เว่ยเว่ย กินไก่ย่างกลางป่าบรรยากาศมันชวนให้น้ำลายไหลนะ""ได้ๆๆ ส่งมาข้าจัดการเอง"ร่างบางนำไก่ไปลนไฟแล้วใช้มีดเล็กเก็บขนจนเกลี้ยง จากนั้นก็ผ่าท้องควักเอาเครื่องในออก สือเหยียนเห็นมีดที่นางใช้อยู่จึงอดถามไม่ได้"เว่ยเว่ย..มีดนี้ซื้อที่ใดหรือ ช่างคมยิ่งนักหากเจ้าเจอช่วยซื้อมาฝากท่านอาสักเล่มได้หรือไม่"กู้จื่อเว่ยนิ่งไปสักพัก ถ้าเอามีดออกมาแล้ววันต่อมาจะมีมีดเพิ่มไหมนะ ปกติเอาออกมาแต่เสบียงก่อนจะอ้างชื่อหลงเฮ่เทียนเอ่ยกลับไป"มีดนี้พี่หลงให้มาเจ้าค่ะท่านอาสือ หากเขาเขียนจดหมายมาข้าจะถามให้
หลังจากจัดการกู้หลินที่ใส่ร้ายท่านย่าของนางกู้จื่อเว่ยก็เดินหน้าค้าขายเต็มกำลัง บ่อน้ำร้อนเดิมคิดจะปลูกผักขาย แต่ว่าเอาไว้ให้เป็นที่สำหรับแช่เพื่อรักษาสุขภาพคนในครอบครัวดีกว่า เรื่องนี้ให้คนนอกรู้ไม่ได้โดยเฉพาะทางการ หยกดิบที่ฝากหลงเฮ่าเทียนไปประมูลนั้นไม่รู้ว่าได้เท่าไหร่ หากได้เยอะนางก็จะเก็บเอาไว้ไปซื้อบ้านในเมืองหลายๆหลังเอาไว้ปล่อยเช่า ไม่ต้องเหนื่อยมานั่งตากแดดตากลมวันนี้นางจะขึ้นเขาเพื่อไปเก็บดอกไม้ป่ามาทำเครื่องสำอางและเครื่องหอม เจียงโม่เหวินมาตั้งแต่ปลายยามเฉินเพื่อไปด้วยกัน สือเหยียนอาสาไปด้วยเขาเป็นห่วงหากให้ไปกันเอง ก่อนนายกองหลงกลับไปเขาแวะมาฝากฝังครอบครัวนางเอาไว้ หากนางอยากไปไหนก็ให้เขาช่วยคุ้มครอง แม้ว่าเขาจะเป็นพรานป่าแต่ก็พอมีฝีมือ สมัยยังหนุ่มเคยเป็นคนคุ้มกันสินค้ามาก่อน ชายหนุ่มอรชรในชุดสีฟ้าทะมัดทะแมงแต่ก็ดูอ้อนแอ้นราวกับสตรีเดินมาคล้องแขนสหายรักก่อนจะเอ่ย"แม่คนงาม วันนี้เราจะไปเก็บดอกไม้กัน ถ้าเจ้าชอบต้นไหนบอกมาข้าจะถอนรากถอนโคนมาให้""ได้ๆ เสี่ยวเหวินของข้าดีที่สุด""ข้าดีกว่าไอ้ผีดิบเจียงซือนั่นหรือเปล่า"เมื่อสหายรักเอ่ยจบในหัวกู้จื
กู้หลินชี้หน้ากู้จื่อเว่ยเมื่อถูกนางตอกกลับ นางหลี่ตรงเข้ามาหมายจะตบนางแต่ยังไม่ทันลงมือก็มีเสียงเรียกมาจากนอกรั้ว"ที่นี่ใช่บ้านของแม่นางกู้หรือไม่ ข้ามาหากู้หลินมีคนบอกว่าเขาอยู่ที่นี่"เมื่อหันไปตามเสียงก็เห็นเป็นเจ้าหน้าที่ กู้หลินรีบเข้าไปประจบก่อนจะเอ่ย"ใต้เท้าข้าคือกู้หลินขอรับ ไม่ทราบว่าท่านมาหาข้ามีเรื่องอันใดหรือขอรับ หรือว่ามาจัดการกับนางเด็กนี่ที่อกตัญญู""ใช่ พวกข้ามาเรื่องคนอกตัญญูแต่ไม่ใช่แม่นางน้อยคนนั้น กู้หลินใช่ไหม มีคนฟ้องร้องเจ้าว่าให้ร้ายผู้มีพระคุณและอกตัญญู ตามข้าไปให้การกับใต้เท้าเสีย"ฟ้องร้องหรือ...ใครกันทำเรื่องนี้ ข้าบริสุทธิ์นะไม่เคยทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนั้น""คนที่ฟ้องร้องคือกู้หงคนที่เขียนคำร้องคืออาจารย์ใหญ่เจ้าของสำนักศึกษาของเจ้าเอง อย่าพูดมาก เด็กๆเอาตัวไป""ไอ้หยา กลั่นแกล้งกันแล้ว กู้หงกลั่นแกล้งหลานชาย ร่วมมือกับอาจารย์ฟ้องร้องหลินเอ๋อร์ของข้า นี่มันจะให้คนเขาอยู่ได้อย่างไร ทางการตัดสินไม่เป็นธรรม""ท่านยาย พูดจาอะไรให้ระวังสักหน่อย พวกเราทำตามหน้าที่ หากคนบ้านท่านไม่ผิดใต้เท้าเราย่อมให้ความเป็นธรรม แทนที่จะมาร้องไห้โว
วันรุ่งขึ้นยามเฉินกู้จื่อเว่ยทำอาหารเช้าหลายอย่างรวมถึงทำอาหารห่อให้ทั้งหมดไปกินระหว่างทาง เนื่องจากมีเสบียงหลายคันรถจินอี้จึงเกณฑ์เอาทหารประจำการที่แข็งแรงไปเป็นทหารชายแดนอีกหนึ่งร้อยคนและจ่ายค่าตอบแทนให้ครอบครัวละยี่สิบตำลึง ชายหนุ่มที่เดินทางไปจะไม่มีการส่งเบี้ยหวัดกลับมาอีกเพราะจ่ายให้แล้วทั้งปี หลงเฮ่าเฉินที่กำลังกินมื้อเช้าเงยหน้าแล้วเอ่ยกับกู้จื่อเว่ย"พี่จะไปแล้ว อย่าลืมเขียนจดหมายหาพี่ด้วยนะ""เจ้าค่ะ ท่านเองก็อย่าลืมให้ท่านพ่อเขียนจดหมายมาบ้าง ข้าให้เวลาเขาอีกครึ่งปี หากเขาไม่เขียบนมาหาข้าก็ไม่ติดที่จะหาบิดาคนใหม่ ท่านแม่ยังสาวยังสวยหนุ่มๆต่อแถวไม่ไหวด้วยซ้ำ"ทุกคนหัวเราะกับวาจาโผงผางของนาง กู้หวายอันเอ่ยติดตลก"ไอ้หยา เว่ยเว่ยของปู่จะทำเช่นนั้นไม่ได้นะ ไม่กลัวท่านย่าเจ้าลุกจากหลุมมาตีก้นหรือ""ไม่กลัวเจ้าค่ะ ถ้าท่านย่าลุกมาจริงคนแรกที่จะถูกท่านย่าเอาไม้ฟาดหัวน่าจะเป็นท่านปู่ของข้านะฮ่าๆๆๆ"ฮ่าๆๆๆๆ เสียงหัวเราดังลั่น เมื่อมื้อเช้าเรียบร้อยทุกคนก็เตรียมตัวไปรับเอาเกวียนเสบียงที่จอดไว้ที่ในตำบล หลงเฮ่าเทียนยิ้มก่อนจะเดินมาหา มือแข็งแกร่งจับปอยผมนางท
ในตำบลร่างสูงใหญ่หัวไหล่กว้างจากการทำงานหนักมาตลอดเวลาบัดนี้นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ที่ร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง เขาร้องไห้สะอึกสะอื้นจนไหล่สั่น ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยผ้าฝ้ายเนื้อดีเดินเข้ามาทักทาย"เจ้าหนุ่มคนนี้เหตุใดถึงมานั่งร้องไห้อยู่เล่า น้ำตาลูกผู้ชายมีค่าดั่งทองเจ้าจะอ่อนแอนเช่นนี้ได้อย่างไรกัน"กู้หงเงยหน้ามองดูชายที่เอ่ยกับเขาจากนั้นจึงพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ"ท่านลุงท่านนี้ ชีวิตข้าไม่เคยเสียน้ำตาให้กับสิ่งใด แต่กับมารดาที่จากไปแล้วกลับถูกคนที่นางเลี้ยงมากับมือใส่ร้าย ข้าที่เป็นบุตรชายของนางนั้นเสียใจแทนนางจนไม่อาจห้ามน้ำตาได้จริงๆ"("เว่ยเว่ย..ไอ้ที่เจ้าให้มาทาตานี้มันได้ผลเกินไปไหม เล่นละครจบแล้วข้าจะหยุดร้องไห้ได้หรือไม่กันเล่า") กู้จื่อเว่ยหยิบเอาบาล์มแก้ปวดใส่กระปุกมาให้เขาป้ายตาหากร้องไห้ไม่ออก ส่วนกู้หงเมื่อเอ่ยออกมาจนหมดชายชราก็ถอนหายใจเอ่ยถามเขาเช่นกัน"เจ้าหนุ่ม หากเจ้าไม่รังเกียจจะเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ เผื่อข้าจะช่วยอะไรเจ้าได้"กู้หงหยิบกระดาษออกมาก่อนจะมองอย่างเหม่อลอยเอ่ยเบาๆ "นี่คือหนังสือสมรสที่ทางการรับรอง และยังมีหนังสือผ่านทางที่เก็บเ
กู้จื่อเว่ยหันมายิ้มให้หลงเฮ่าเทียน นางมีวิธีจัดการคนเหล่านั้นเพียงแต่ต่อหน้าคู่หมั้นและแม่ทัพจินนางย่อมต้องเรียบร้อย พวกเขาจะได้เชื่อใจและดูแลบิดานางให้ เรื่องนี้ต้องให้ลุงรองช่วยจึงเอ่ยกับหลงเฮ่าเทียน"พี่หลง พอดีข้ามีบางเรื่องต้องไปจัดการ ข้าจะไปหาลุงรองหากไปช้าจะมืดเสียก่อนเจ้าค่ะ""พี่ขี่ม้าไปกับเจ้าก็แล้วกัน เราสองคนหมั้นหมายกันแล้วไม่มีอะไรไม่สมควรหรอก""โอ่ว...เช่นนั้นก็ได้"กู้จื่อเว่ยไปขออนุญาตมารดาเพื่อไปหาลุงรองของนาง หลงเฮ่าเทียนพานางขึ้นม้าก่อนจะเหวี่ยงขาตามขึ้นมาคร่อมตัวนางที่อยู่ด้านหน้าจากนั้นก็พานางไปหมู่บ้านที่กู้หงอาศัยอยู่กับภรรยา ไม่นานก็มาถึงหมู่บ้าน ทันทีที่ชาวบ้านเห็นม้าสีดำตัวใหญ่ต่างก็พูดคุยกัน"นั่นม้าตัวใหญ่ยิ่งนัก ราคาตัวหนึ่งไม่ต่ำกว่าห้าพันตำลึงเชียวนะ""นั่นน่ะสิ.....บ้านใครกันร่ำรวยขนาดนี้"ชาวบ้านคนหนึ่งเดินมาถามหลงเฮ่าเทียนที่บังคับม้าเดินเข้ามา"เอ่อ...นายท่านมิทราบว่ามาหาผู้ใดหรือขอรับ"หลงเฮ่าเทียนเอ่ยกับกู้จื่อเว่ย"เว่ยเว่ยเจ้าไม่เคยมาหาลุงรองที่นี่หรือจึงไม่รู้จักบ้าน""ไม่เคยเจ้าค่ะ ตาแก่ยายแก่เอ๊ย ท่านปู่กับแม่เฒ่าหลี่วันๆ
เสียงด่าทอเซ็งแซ่รอบตัวทำเอาศีรษะของคนที่นอนอยู่แทบระเบิดที่แท้ กู้จื่อเว่ยฟื้นตั้งนานแล้ว เธอแสร้งหลับเพื่อประมวลผลความทรงจำอันสับสนกระจัดกระจาย วิญญาณเด็กสาวโชกเลือดที่เธอเห็นในออฟฟิศแท้จริงแล้วก็คือเจ้าของร่างนี้ที่ถูกป้าสะใภ้ผลักศีรษะกระแทกก้อนหินจนตายคาที่ ส่วนบุรุษที่ออกหน้าปกป้องเธออยู
เงินที่มาจากการที่บังคับฟางอี้เฉียวให้กลับไปเอาเงินจากบ้านเดิมมาอุดหนุนก็จะหายไป แถมสตรีที่ตนเองมองว่าอัปลักษณ์กลับได้กินเนื้อทุกมื้อ ที่สำคัญสิวบนใบหน้าฟางอี้เฉียวนั้นกู้จื่อเว่ยคนนี้มีทางรักษาให้หายอีกด้วย สุดท้ายหากหญิงงามหลุดมือกู้หลินจะทำเช่นไร กล้าลงมือกับสือเหยียนหรือเปล่าขนาดหมีเขาย
ร่างผอมบางที่นอนอยู่บนกองฟางได้ยินเสียงพูดคุยด้านนอกเงียบไปก็ตื่นลืมตา กู้จื่อเหยาวิ่งเข้ามาก่อนใครเด็กน้อยขึ้นไปนั่งบนกองฟางที่ใช้ปูนอนในบ้านดินทรุดโทรมแห่งนี้ก่อนจะเอ่ยอย่างดีใจ" ท่านแม่....พี่ใหญ่เก่งยิ่งนักนางไปทวงสินเดิมท่านกลับมาได้ด้วยเจ้าค่ะ" สายตาฝ้าฟางเพราะขาดสารอาหารมองไปยังเด็กสาววั
กู้จื่อเว่ยลุกขึ้นช้าๆโดยมีลุงรองของนางประคองเอาไว้ไม่ให้ทรุดลงไป นางกวาดสายตาไปยังลุงใหญ่และป้าสะใภ้ของตนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง"ที่สำคัญ..ตอนท่านพ่อยังอยู่เป็นท่านพ่อข้ากับลุงรองที่หาเลี้ยงบ้านใหญ่ทั้งบ้าน ลุงใหญ่ที่ควรเป็นหัวหน้าครอบครัวกลับเอาแต่อยู่โรงบ่อน ย่ารองเรื่องนี้ท่านก็รู้มิใช่หรือ เช่







