LOGINกู้จื่อเว่ยต้องมาอยู่ในร่างเด็กสาวชนบท ที่บิดาไปทหารแทนพี่ชายของเขา เมื่อมีข่าวว่าบิดาเสียชีวิตในสนามรบ บ้านใหญ่ไม่ลังเลที่จะขับไล่นางกับมารดาและน้องๆ จากนักการตลาดต้องมาจับจอบจับเสียมขึ้นเขาล่าสัตว์ กู้จื่อเว่ยนั่งมองต้นไม้ที่หักโค่นจากแรงลม ที่ดินนี้เป็นที่ดินของบิดาร่างเดิม อยู่ติดลำธารห่างไกลหมู่บ้าน ท่านพ่อช่วยถางที่ดินตอนที่อพยพมาใหม่ๆ แต่สุดท้ายกลับได้ที่ดินเลวมาแปลงหนึ่ง แต่ไม่เป็นไรหาเครื่องมือมาจัดการต้นไม้พวกนี้ออกจากพื้นที่ก็เรียบร้อยแล้ว ทำไร่ไถนาใช่ว่าไม่เคยทำ ก่อนจะเป็นพนักงานบริษัทที่ประสบความสำเร็จชาติก่อนก็เป็นแค่ลูกจ้างในฟาร์มมาก่อน ส่วนเด็กสองคนนั่นไม่ยากหรอก เคยรับจ้างเลี้ยงเด็กครึ่งหมู่บ้านมาแล้วเพื่อหาเงินส่งตัวเองและให้คุณย่าที่รับเลี้ยงเธอจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้สุขสบาย
View Moreกู้จื่อเว่ย มุ่งมั่นทำงานล่วงเวลาเพื่อคว้าตำแหน่งผู้จัดการภาคมาครองให้ได้ ช่วงนี้เธอต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำเพราะคู่แข่งในแผนกก็ฝีมือเก่งกาจไม่ใช่น้อย วันนี้ใน ออฟฟิศ เหลือเพียงเธอคนเดียวเนื่องจากเพื่อนร่วมงานกลับกันหมดแล้ว ร่างบางรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์อย่างเร่งรีบ พรุ่งนี้ก็จะเป็นงานเลี้ยงบริษัทฉลองยอดขายแล้ว... เธอได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่น ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เมื่อสะสางงานชิ้นสุดท้ายเสร็จ กู้จื่อเว่ยก็จัดการปิดไฟห้องทำงานก่อนจะเดินลงมาทางบันได เนื่องจากดึกมากจน ลิฟต์ ปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว ทว่าในขณะที่กำลังจะถึงชั้นล่าง สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นร่างของใครบางคนยืนขวางทางอยู่เธอเปิดไฟฉายจากมือถือส่องไปข้างหน้าก่อนจะเอ่ยเรียกด้วยความแปลกใจ
"คุณคะ... มายืนทำอะไรตรงนี้คะ อยู่แผนกไหนหรือเปล่า ทำโอทีเหมือนกันเหรอ"
".................."
ไม่มีสัญญาณตอบรับจากความมืด เมื่อเห็นความผิดปกติกู้จื่อเว่ยก็กระชับกระเป๋าสะพายในมือแน่น อีกมือ ล้วงสเปรย์พริกไทย ออกมาเตรียมพร้อมทันที เธอก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าทว่าระแวดระวัง แต่ร่างนั้นกลับนิ่งสนิทไม่ขยับเขยื้อน จนกระทั่งเธอทำใจดีสู้เสือและกำลังจะเดินผ่าน ร่างนั้นก็ค่อยๆ หันกลับมา...
ปรากฏเป็นหญิงสาววัยประมาณ 14-15 ปี สวมชุดโบราณ ทว่าศรีษะกลับชุ่มไปด้วยเลือดสีแดงฉานจนน่าสยดสยอง หล่อนขยับปากพะงาบก่อนจะส่งเสียงแหบพร่า
"ช่วยด้วย... ช่วยครอบครัวข้าด้วย"
"ผะ... ผี! ผีหลอก! ฮือ... ทำงานมาตั้งสิบปี ที่นี่มีผีตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย!"
กู้จื่อเวยสติกระเจิง วิ่งหน้าตั้งลงบันไดหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต ทว่าไม่ว่าจะวิ่งลงไปกี่ชั้น ร่างโชกเลือดนั้นก็ยังคงปรากฏกายดักหน้าเธออยู่ตลอด จนกระทั่งใกล้จะถึง ชั้นสุดท้าย ส้นรองเท้าส้นสูงของเธอกลับเข้าไปขัดอยู่ในร่องกระเบื้องที่แตกพังกู้จื่อเว่ยเสียหลักล้มคะมำก่อนจะกลิ้งตกบันไดลงมาหลายขั้นอย่างรุนแรง ในความพร่ามัว สายตาของเธอมองเห็นร่างบางนั้นกำลังลอยตรงเข้ามาหาช้าๆ พร้อมกับเอ่ยคำเดิมซ้ำๆ
"ช่วยด้วย... ช่วยครอบครัวข้าด้วย"
"ได้โปรดช่วยครอบครัวข้าด้วย..."
กู้จื่อเว่ยรับรู้ถึงของเหลวอุ่นๆมีกลิ่นคาวที่ไหลทะลักออกมาจากศีรษะ นัยน์ตาเริ่มมืดดับลงเรื่อยๆ มือบางสั่นเทากำสร้อยหยกที่คอแน่น พึมพำอ้อนวอนในใจเป็นครั้งสุดท้าย
"คุณย่าช่วยด้วย... หนูยังไม่อยากตาย..."
สิ้นคำอธิษฐาน ร่างของเธอก็ตื่นตระหนกและแน่นิ่งไป พร้อมกับลมหายใจที่ดับสูญ
ณ หมู่บ้านซานเหอ
หน้าบ้านดินทรุดโทรแห่งหนึ่งที่อยู่ติดลำธารเชิงเขา สภาพแวดล้อมรกครึ้มราวกับไม่เคยมีคนอาศัยมาก่อน ร่างของเด็กสาววัยแรกรุ่นในชุดเสื้อผ้าเก่าโทรมที่มีแต่รอยปะชุนนอนแน่นิ่งอยู่บนเสื่อฟางผืนผุ ข้างกายมีเด็กชายวัยเจ็ดขวบและเด็กหญิงวัยห้าขวบนั่งกอดกันร้องไห้โฮจนตัวโยน ท่ามกลางวงล้อมของชาวบ้านที่พากันมาดูเหตุการณ์ด้วยความเวทนา ด้านในมีสตรีที่นอนป่วยอยู่นางนอนร้องไห้เงียบๆด้วยความอัดอั้นในใจ
ส่วนด้านนอกนั้นกลับมีหนึ่งในชาวบ้านทนไม่ไหว เอ่ยตำหนิหญิงวัยกลางคนที่ท่าทางร้ายกาจที่ยืนเท้าเอวอยู่ปากก็ด่าเด็กทั้งสามฉอดๆ นางก็คือหวังซื่อสะใภ้ใหญ่บ้านกู้ที่ผลักเด็กผู้หญิงคนนี้จนหัวสแตกสลบไป
“นี่นางหวัง เว่ยเว่ยนางเพิ่งจะอายุเท่านี้น้องๆ ก็ยังเล็กนักมารดาก็ล้มป่วย บิดาเพิ่งจะจากไป พวกเจ้าขับไล่พวกเขายังไม่พอ อีกทั้งยังตามไปทุบตีนางเพียงเพราะไข่แค่ใบเดียวอีกหรือ”
“นี่มันเรื่องของบ้านกู้ บ้านเฉียวของเจ้าเกี่ยวอะไรด้วยฮะ”
นางหวังตวาดแหว สวนกลับทันควันอย่างไม่ยอมลดละ ยายเจียงหญิงชราผู้มีน้ำใจดีในหมู่บ้านเดินเข้ามาคุกเข่าลงข้างเสื่อฟาง มือที่เหี่ยวย่นลูบใบหน้าผอมแห้งของเด็กสาวพลางเอ่ยเสียงเวทนา
“สะใภ้ใหญ่กู้... แค่ไข่ไก่ใบเดียวเจ้าถึงกับลงไม้ลงมือตีนางจนสลบไสลเช่นนี้ ไม่ทำเกินไปหน่อยหรือ”
นางหวังหันขวับมาถลึงตาใส่
"ยายเฒ่าเจียง นางเด็กนี่มันก็แค่ตัวขาดทุน พ่อมันไร้วาสนารีบชิงตายไปก่อนทิ้งภาระเอาไว้ จะให้บ้านข้าแบกหน้าเลี้ยงดูพวกมันไปตลอดหรืออย่างไร ลำพังครอบครัวข้าตอนนี้ยังอดอยากไม่พออีกหรือ!”
“เพ้ย เจ้าบอกว่านี่เป็นเรื่องของบ้านกู้ไม่เกี่ยวกับคนนอก... งั้นเจ้าที่เป็นคนแซ่หวัง มีสิทธิ์อะไรมาตบตีหลานสาวของข้า ที่สำคัญน้องชายข้าตายแทนใครเจ้าไม่รู้แก่ใจเลยหรือ”
เสียงตวาดทรงพลังดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของกู้หง ลุงรองของเด็กๆ เขาตรงเข้ามาผลักอกพี่สะใภ้ใจยักษ์จนนางหวังเซไป ทันใดนั้นกู้หลานพี่ชายของเขาก็รีบถลำตัวเข้ามาขวางหน้าปกป้องภรรยา สองพี่น้องตระกูลกู้ประจันหน้ากันอย่างดุเดือด
ฟางอี้เฉียวเดินจูงมือเด็กน้อยตามกู้จื่อเว่ยไป ส่วนทางลานหน้าหมู่บ้านกู้หลินที่ตามอาสาวออกมาก็ให้รำคาญ กู้ไฉ่เหยียนไปลากเขามาจากในห้องนอน เดิมเขาไม่ได้อยากมา แต่กลิ่นอาหารในงานมันช่วงเรียกร้องให้ท้องของเขานั้นดังโครกครากเสียจริงๆ"นี่เจ้าใหญ่หากเจ้าเอจนางไม่ว่าอย่างไรก็ต้องให้นางกลับมาอยู่กับเจ้าให้ได้นะ นางฟางนั่นร่ำรวยพอจะเลี้ยงเราทั้งบ้าน แต่เจ้ามันโง่เอาเงินแปดร้อยตำลึงไปไถ่ตัวนางโลม""อาเล็กมันก็ผ่านไปแล้ว ท่านจะรื้อฟื้นทำไม อีกอย่างนางฟางนั่นอัปลักษณ์จะตาย ข้ารูปงามเพียงนี้หาสตรีที่ร่ำรวยไม่ได้ยากนักหรอก"กู้หลินไม่สนใจฟางอี้เฉียวเขาจดจ่ออยู่กับอาหารในงานเลี้ยงมากกว่า พอถึงยามโหย่วทุกคนในหมู่บ้านต่างก็มาร่วมงาน กู้หวายอันเปิดงานอย่างเป็นทางการ"เอาล่ะทุกคน อย่างที่พวกเรารับรู้ว่าบุรุษในหมู่บ้านของเราไปร่วมศึกชายแดนยังปลอดภัยดี วันนี้จึงถือโอกาสให้พวกเราชาวหมู่บ้านซานเหอจัดงานเลี้ยงร่วมฉลอง ต้องขอบใจเว่ยเดว่ยของพวกเราที่อยากจัดงานนี้ขึ้นมา ทำให้พวกเราได้กินอิ่มและยังรู้ว่าหมู่บ้านพวกเรายังสามารถผ่านหน้าหนาวไปได้ด้วยเสบียงที่หาเจอ เชิญท่านรองแม่ทัพเปิดงานก่อนเลยขอรับ"จินอี้มองหน้า
หลังจากกลับมาถึงบ้านกู้จื่อเว่ยเห็นบรรดาท่านป้าท่านย่าท่านยายในหมู่บ้านมาอยู่เต็มลานกลางหมู่บ้านแล้ว วันนี้งานเลี้ยงทุกคนมาช่วยกัน ใครมีเสบียงก็เอาออกมาเพื่อฉลองที่ผู้ชายในบ้านของทุกคนยังคงปลอดภัยดี มีเพียงบ้านเดียวที่นั่งรอกินแต่ไม่ลงมือ เจียงโม่เหวินถามเด็กน้อยที่นั่งกินขนมถั่วเขียวจนแก้มตุ่ยเรื่องของโปรด"เหยาเหยาคนงามของพี่โม่เหวินชอบกินอะไรหรือ""อืม...ข้าชอบไข่ตุ๋นใส่เห็ดสน น้ำแกงไข่ใส่สาหร่าย ปลาเปรี้ยวหวาน แล้วก็สามชั้นตุ๋นผักกาดดองเจ้าค่ะ""แล้วขนมล่ะ""ขนมถั่วเขียวนี่ไงเจ้าคะ ยังมีขนมชั้นที่ใช้แป้งมันแกวมาทำอีกด้วย สีของมันสวยเหมือนสายรุ้งเลยเจ้าค่ะ"เจียงโม่เหวินพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยอีกครั้ง""แล้วที่พี่สาวเจ้าทำ เจ้าชอบอะไรเป็นพิเศษหรือ""ข้าชอบทุกอย่างที่พี่ใหญ่ทำเลยเจ้าค่ะ""เฮ้อ....แปลว่าเวลาที่พี่สาวเจ้าเข้าครัวข้าต้องไปนั่งเฝ้าสินะ"กู้จื่อเหยาเคี้ยวขนมไปด้วยเอียงคอมองเด็กหนุ่มไปด้วยก่อนจะเอ่ยถามด้วยความไร้เดียงสา"ที่บ้านพี่โม่เหวินมีเงินทำไมพี่ไม่ไปซื้อเอาล่ะเจ้าคะ ท่านจะทำให้เหนื่อยทำไมกัน""เฮ้อ..ข้าแค่อยากทำให้เจ้ากินคนเดียว ไม่ได้อยากกินเองสักหน่อย เอาล่ะนั่งดีๆพี
หลังจากทักทายกันที่หน้าประตูท่านป้าต่างๆก้พูดคุยกับนาง"เว่ยเว่ยสนิทกับทหารยามมากหรือ""ไม่ได้ถึงขั้นสนิทเจ้าค่ะ แต่ว่าข้ารับฝากซื้อของพวกท่านย่าท่านยายก็ทราบ มาบ่อๆท่านอาเหล่านั้นจึงเอ็นดูเจ้าค่ะ"คนในหมู่บ้านพยักหน้า ใครๆก็เอ็นดูนางยังมีน้องๆนางอีก คงมีแต่ปู่ของนางที่ตาบอด หลังจากมาถึงจุดจอดเกวียนทุกคนก็ไปหาซื้อข้าวของ ทางด้านหลงเฮ่าเทียนรอนางอยู่ที่โรงเตี๊ยม เมื่อลูกน้องมารายงานว่านางมาแล้วเขาก็รีบลุกไปหานางทันที กู้จื่อเว่ยมีข้าวสารและเสบียงมากมายที่เป็นของบำเหน็จจากทางการ นางซื้อเพิ่มอีกด้วย ของในมิติเอาออกมาจำกัด แต่ของที่นางซื้อเอาเข้าไปเก็บไว้ได้ไม่จำกัดจะหยิบฉวยตอนไหนก็ได้ อีกสองเดือนหิมะก็จะตกแล้ว เหลือดีกว่าขาดแคลนทางด้านทหารเหล่านั้นบอกแล้วว่าจะช่วยขน เงินชดเชยที่บิดานางได้หลงเฮ่าเทียนบอกว่าจะเอามาเข้าบัญชีฝากเงินของนาง มิได้ให้ตั๋วเงินหรือเงินตำลึงแต่อย่างใดนางยังเด็กอันตรายยิ่งนัก กู้จื่อเว่ยมีเงินของมารดา80ตำลึงก็ยังไม่ได้ใช้เลย นางกับปู่ใหญ่และปู่รองเดินมาหากลุ่มของทหาร กู้จื่อเว่ยพาท่านปู่ทั้งสองมาเป็นพยานด้วย นางเชื่อใจพวกเขา หลงเฮ่าเทียนเดินมาหานางก่อนจะพยักหน้าให้
วันรุ่งขึ้นยามเหมากู้จื่อเว่ยลุกมานวดแป้งทำซาลาเปาแต่เช้าตรู่ วันนี้นางทำไส้หมูสับไข่เค็มและไส้เห็ดหอมสับ กู้จื่อเว่ยทำเอาไว้หลายลูกเผื่อให้ป้าๆในหมู่บ้านที่จะมาช่วยงานด้วย นางเขียนรายการบอกมารดาแล้วว่าหากพวกท่านป้าในหมู่บ้านมาถึงก่อนให้ทำอะไรบ้าง จากนั้นก็ถือตะกร้าที่มีซาลาเปาไปให้บ้านปู่ใหญ่ดรุณีน้อยเดินผ่านบ้านใหญ่เห็นกู้หลินกับกู้เฉิงที่นั่งอยู่หน้าบ้านมองมายังนาง โอ้โหตื่นแต่เช้าสงสัยพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกแล้วกระมังตื่นเช้าเช่นนี้ กู้หลินมองหน้านางก่อนจะเดินออกมาที่รั้วแล้วชี้หน้า"แกใช่ไหมที่ยุให้นางฟางหย่ากับข้านางตัวซวย""ใช่ คอยดูเถอะเรื่องนี้ไม่จบแน่ๆ"กู้จื่อเว่ยมองไปยังทั้งสองก่อนจะเห็นท่านปู่ของนางเดินออกมามีกู้ไฉ่เหยียนประคอง เด็กสาวยิ้มให้ทั้งหมดก่อนจะเอ่ย"พวกคนชั้นต่ำเช่นเจ้า บังอาจมาชี้หน้าคุณหนูเช่นข้าสงสัยเรื่องนี้คงต้องฝากจดหมายให้กับพี่หลงไปหาท่านพ่อสักหน่อยแล้วกระมังว่าบุตรสาวและฮูหยินของท่านถูกขับไล่และตัดสัมพันธ์ เงินรางวัลหรือตำแหน่งใดๆในอนาคตยกให้คนที่รู้คุณน่าจะดีกว่า หมาป่าตาขาวเลี้ยงอย่างไรก็ไม่เชื่อง"กู้ไฉ่เหยียนที่ได้ยินกู้จื่อเว่ยเอ่ยสนิทสนมกับน
ร่างผอมบางที่นอนอยู่บนกองฟางได้ยินเสียงพูดคุยด้านนอกเงียบไปก็ตื่นลืมตา กู้จื่อเหยาวิ่งเข้ามาก่อนใครเด็กน้อยขึ้นไปนั่งบนกองฟางที่ใช้ปูนอนในบ้านดินทรุดโทรมแห่งนี้ก่อนจะเอ่ยอย่างดีใจ" ท่านแม่....พี่ใหญ่เก่งยิ่งนักนางไปทวงสินเดิมท่านกลับมาได้ด้วยเจ้าค่ะ" สายตาฝ้าฟางเพราะขาดสารอาหารมองไปยังเด็กสาววั
กู้จื่อเว่ยลุกขึ้นช้าๆโดยมีลุงรองของนางประคองเอาไว้ไม่ให้ทรุดลงไป นางกวาดสายตาไปยังลุงใหญ่และป้าสะใภ้ของตนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง"ที่สำคัญ..ตอนท่านพ่อยังอยู่เป็นท่านพ่อข้ากับลุงรองที่หาเลี้ยงบ้านใหญ่ทั้งบ้าน ลุงใหญ่ที่ควรเป็นหัวหน้าครอบครัวกลับเอาแต่อยู่โรงบ่อน ย่ารองเรื่องนี้ท่านก็รู้มิใช่หรือ เช่
เสียงด่าทอเซ็งแซ่รอบตัวทำเอาศีรษะของคนที่นอนอยู่แทบระเบิดที่แท้ กู้จื่อเว่ยฟื้นตั้งนานแล้ว เธอแสร้งหลับเพื่อประมวลผลความทรงจำอันสับสนกระจัดกระจาย วิญญาณเด็กสาวโชกเลือดที่เธอเห็นในออฟฟิศแท้จริงแล้วก็คือเจ้าของร่างนี้ที่ถูกป้าสะใภ้ผลักศีรษะกระแทกก้อนหินจนตายคาที่ ส่วนบุรุษที่ออกหน้าปกป้องเธออยู
กู้จื่อเว่ย มุ่งมั่นทำงานล่วงเวลาเพื่อคว้าตำแหน่งผู้จัดการภาคมาครองให้ได้ ช่วงนี้เธอต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำเพราะคู่แข่งในแผนกก็ฝีมือเก่งกาจไม่ใช่น้อย วันนี้ใน ออฟฟิศ เหลือเพียงเธอคนเดียวเนื่องจากเพื่อนร่วมงานกลับกันหมดแล้ว ร่างบางรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์อย่างเร่งรีบ พรุ่งนี้ก็จะเป็นงานเลี้ยงบริษัทฉลองยอ











