로그인ร่างผอมบางที่นอนอยู่บนกองฟางได้ยินเสียงพูดคุยด้านนอกเงียบไปก็ตื่นลืมตา กู้จื่อเหยาวิ่งเข้ามาก่อนใครเด็กน้อยขึ้นไปนั่งบนกองฟางที่ใช้ปูนอนในบ้านดินทรุดโทรมแห่งนี้ก่อนจะเอ่ยอย่างดีใจ
" ท่านแม่....พี่ใหญ่เก่งยิ่งนักนางไปทวงสินเดิมท่านกลับมาได้ด้วยเจ้าค่ะ"
สายตาฝ้าฟางเพราะขาดสารอาหารมองไปยังเด็กสาววัยสิบสี่ที่ขนของเข้ามาด้วยความตื้นตัน บุตรสาวที่อยู่ในวัยสมควรพูดคุยเรื่องแต่งงานกลับผอมแห้งราวกับเด็กสิบสองขวบ นางช่างเป็นมารดาที่ไร้ค่ายิ่งนัก
" เว่ยเว่ยลำบากลูกแล้ว ไม่ได้ถูกทำร้ายอีกใช่หรือไม่"
กู้จื่อเว่ยเดินมานั่งลง จับมือนางมาแนบแก้ม
"ท่านแม่...ต่อไปนี้ข้าจะไม่นั่งเฉยๆ ให้พวกเขารังแกเราอีกแล้ว ท่านอนเถอะท่านปู่ใหญ่ให้เขาคืนข้าวสารมาแม้จะได้คืนเพียงแค่3ชั่งกับเงิน800อีแปะแต่ก็พอให้เราอยู่ได้สักพัก ข้าจะไปหุงข้าวก่อน น้องรอง.......เจ้าไปหากิ่งไม้แห้งมาหน่อยพี่จะก่อไฟเพื่อเตรียมหุงข้าว"
กู้จื่อเว่ยสังกู้จื่อหยาง เด็กน้อยรีบไปทำตามที่พี่สาวบอกทันที ก่อนที่เสียงพี่สาวจะดังมาอีกครั้ง
"บางทีคืนนี้อาจมีฝนตกอีก บ้านหลังนี้กันฝนไม่ได้ ท่านแม่ไม่ค่อยสบายหากถูกลมและฝนจะยิ่งอาการแย่ลง พอท่านแม่กินอิ่มแล้วเราจะช่วยกันซ่อมแซมบ้าน น้องรองเจ้ารีบหน่อยนะ"
"ขอรับพี่ใหญ่ ข้าเข้าใจแล้ว......น้องเล็กดูแลท่านแม่ดีๆล่ะ"
"เจ้าค่ะ พี่ใหญ่กับพี่รองวางใจ เหยาเหยาจะดูแลท่านแม่ให้ดีแน่นอนเจ้าค่ะ"
กู้จื่อเว่ยยิ้มให้นาง ชาติก่อนพ่อแม่ไม่มีถูกเลี้ยงดูโดยสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าพอถึงวัยเรียนมีคุณย่าคนหนึ่งรับอุปการะเธอและส่งเสียให้เรียนจนจบ คุณย่าจากไปหลังจากเธอเริ่มทำงานไม่นาน
ชาตินี้มีแม่อยู่ถึงไม่มีพ่อก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ได้สัมผัสคำว่าครอบครัว กู้จื่อหยางเดินไปเก็บเศษไม้เพื่อเอามาก่อไฟ นี่ยามอู่แล้วท่านแม่คงจะหิว ทางด้านกู้หงที่ช่วยหลานสาวเข็นรถมาไม่ได้กลับไปในทันที เขาเดินมาหาเฉินซื่อที่นอนอยู่ก่อนจะเอ่ย
“ข้ารู้ว่าท่านพ่อลำเอียง แต่ข้าเองก็ไม่อาจจะว่ากล่าวอันใดได้ เอาเป็นว่าช่วงนี้เข้าหน้าฝนข้าไม่มีงานรับจ้าง อีกสองวันข้าจะมาตัดไม้ทำเตียงให้เจ้าก็แล้วกันนะน้องสะใภ้สาม”
“ขอบคุณพี่รองเจ้าค่ะ รบกวนท่านกับพี่สะใภ้รองแล้ว”
“ม่านม่านนางไม่ว่าอะไรหรอก ยามนี้คู่แฝดไปอยู่บ้านแม่ของนาง ขืนอยู่ที่นี่แม้แต่น้ำข้าวลูกๆข้าก็คงไม่ได้กิน”
เฉินซื่อเห็นใจพี่ชายสามียิ่งนัก นางรู้มาว่ามารดาพวกเขาเป็นภรรยาใหม่พ่อสามี ท่านแม่สามีจากไปได้สามปีแล้วเพราะอาการป่วย ส่วนกู้หลานนั้นเป็นลูกติดภรรยาคนแรกของพ่อสามี ยามนี้ภรรยาเก่าคนนั้นกลับมาอีกทั้งยังมีลูกชายด้วยกันกับพ่อสามีอีกคน รวมถึงบุตรสาวด้วย ท่านแม่สามีถูกพวกเขาหักหลังมาตลอดเวาลา ชายชรามักลำเอียงตลอดเพราะว่าเมียเก่าของเขาที่ยามนี้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง และเอาเปรียบสองพี่น้องกู้หงกับกู้จื่อเพื่อบุตรตนเองเสมอ กู้หงมองไปยังสามพี่น้องที่ตอบโต้กันเขาก็รู้สึกดีใจแทนน้องชาย พร้อมคิดในใจ
"น้องสาม เจ้าช่างมีบุตรชายบุตรสาวที่ดีจริงๆ"
ด้านนอกรั้วที่โย้เย้สภาพไม่น่าจะกันอะไรได้กลับมีสตรีสวมชุดผ้าฝ้ายมาด้อมๆ มองๆ กู้จื่อเว่ยจำได้ว่านี่คือภรรยากู้หลินบุตรชายคนโตของลุงใหญ่ เป็นอีกคนที่น่าสงสารเช่นกันนางจึงเอ่ยถามกลับไป
"พี่สะใภ้ใหญ่ท่านมาทำไมบ้านข้ากัน"
"ข้า..ข้ากลับบ้านไปเอาเสบียงมาให้ท่านพี่ จึงแอบเอาเนื้อแห้งมาให้พวกเจ้า แม้ไม่มากแต่พอแก้ขัดไปก่อน พวกเจ้าถูกไล่มาสองวันแล้วคงไม่มีอะไรกิน ไข่ใบนั้นแม่สามีข้าก็ทุบจนแตกพร้อมกับศีรษะของเจ้าไปเมื่อเช้ามิใช่หรือ รีบรับไปก่อนที่แม่สามีข้าจะมาเห็นเถอะ"
ฟางอี้เฉียวหน้าตาไม่งามแต่ที่กู้หลินแต่งกับนางเพราะบ้านสกุลฟางนั้นค้าขายเล็กน้อย ที่แท้ไอ้บัณฑิตจอมปลอมนั่นหวังเงินทองของบ้านนางนี่เอง นางเป็นบุตรสาวคนเดียวไม่มีพี่น้อง ร่างเดิมเคยเห็นพี่ใหญ่คนนั้นเข้าออกหอนางโลมบ่อยๆ บัณฑิตเข้าออกสถานที่แห่งนั้น หากสำนักศึกษารู้เข้า หึๆๆ ก่อนจะเอ่ยกลับไป
" พี่สะใภ้ ท่านจะทนคนเช่นนี้จริงๆ หรือ"
"อย่าเอ่ยอีกเลย ข้าเกิดมาอัปลักษณ์ได้แต่งงานก็นับว่าดีแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่เคยร่วมหอกับข้าก็ตาม"
"ท่านรู้ไหมการที่เขาไม่แตะต้องท่านนั้นนับว่าเป็นเรื่องดี จิตใจท่านงามนักหากคนเลวนั่นแตะต้องท่านจนแปดเปื้อนแปลว่าสวรรค์ไม่น่าเชื่อถือ"
“คิกๆๆ เอาล่ะข้าไปก่อนนะได้ยินว่าเจ้ามีเรื่องกับที่บ้าน เดี๋ยวจะลุกลามเอาได้”
กู้จื่อเว่ยพยักหน้า พอดีกับกู้หงออกมาจากด้านใน เขาจึงเดินกลับพร้อมหลานสะใภ้ จากนั้นก็ให้นางเข้าหมู่บ้านไปก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้บ้านใหญ่สงสัยว่านางมาหาครอบครัวเจ้าสาม
ฟางอี้เฉียวชอบเด็ก แต่สามีไม่ร่วมหอจะมีลูกได้อย่างไร ท้ายหมู่บ้านมีนายพรานหม้ายที่บุตรชายอยู่ในวัยสองขวบเขาไม่อาจขึ้นเขาได้นานๆ กู้จื่อเว่ยตาเป็นประกาย หากทำให้ฟางอี้เฉียวหย่ากับกู้หลินได้ และหาทางให้นางแต่งงานกับนายพรานสือรับรองบ้านใหญ่ดิ้นตายแน่ๆ
กู้หลินชี้หน้ากู้จื่อเว่ยเมื่อถูกนางตอกกลับ นางหลี่ตรงเข้ามาหมายจะตบนางแต่ยังไม่ทันลงมือก็มีเสียงเรียกมาจากนอกรั้ว"ที่นี่ใช่บ้านของแม่นางกู้หรือไม่ ข้ามาหากู้หลินมีคนบอกว่าเขาอยู่ที่นี่"เมื่อหันไปตามเสียงก็เห็นเป็นเจ้าหน้าที่ กู้หลินรีบเข้าไปประจบก่อนจะเอ่ย"ใต้เท้าข้าคือกู้หลินขอรับ ไม่ทราบว่าท่านมาหาข้ามีเรื่องอันใดหรือขอรับ หรือว่ามาจัดการกับนางเด็กนี่ที่อกตัญญู""ใช่ พวกข้ามาเรื่องคนอกตัญญูแต่ไม่ใช่แม่นางน้อยคนนั้น กู้หลินใช่ไหม มีคนฟ้องร้องเจ้าว่าให้ร้ายผู้มีพระคุณและอกตัญญู ตามข้าไปให้การกับใต้เท้าเสีย"ฟ้องร้องหรือ...ใครกันทำเรื่องนี้ ข้าบริสุทธิ์นะไม่เคยทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนั้น""คนที่ฟ้องร้องคือกู้หงคนที่เขียนคำร้องคืออาจารย์ใหญ่เจ้าของสำนักศึกษาของเจ้าเอง อย่าพูดมาก เด็กๆเอาตัวไป""ไอ้หยา กลั่นแกล้งกันแล้ว กู้หงกลั่นแกล้งหลานชาย ร่วมมือกับอาจารย์ฟ้องร้องหลินเอ๋อร์ของข้า นี่มันจะให้คนเขาอยู่ได้อย่างไร ทางการตัดสินไม่เป็นธรรม""ท่านยาย พูดจาอะไรให้ระวังสักหน่อย พวกเราทำตามหน้าที่ หากคนบ้านท่านไม่ผิดใต้เท้าเราย่อมให้ความเป็นธรรม แทนที่จะมาร้องไห้โว
วันรุ่งขึ้นยามเฉินกู้จื่อเว่ยทำอาหารเช้าหลายอย่างรวมถึงทำอาหารห่อให้ทั้งหมดไปกินระหว่างทาง เนื่องจากมีเสบียงหลายคันรถจินอี้จึงเกณฑ์เอาทหารประจำการที่แข็งแรงไปเป็นทหารชายแดนอีกหนึ่งร้อยคนและจ่ายค่าตอบแทนให้ครอบครัวละยี่สิบตำลึง ชายหนุ่มที่เดินทางไปจะไม่มีการส่งเบี้ยหวัดกลับมาอีกเพราะจ่ายให้แล้วทั้งปี หลงเฮ่าเฉินที่กำลังกินมื้อเช้าเงยหน้าแล้วเอ่ยกับกู้จื่อเว่ย"พี่จะไปแล้ว อย่าลืมเขียนจดหมายหาพี่ด้วยนะ""เจ้าค่ะ ท่านเองก็อย่าลืมให้ท่านพ่อเขียนจดหมายมาบ้าง ข้าให้เวลาเขาอีกครึ่งปี หากเขาไม่เขียบนมาหาข้าก็ไม่ติดที่จะหาบิดาคนใหม่ ท่านแม่ยังสาวยังสวยหนุ่มๆต่อแถวไม่ไหวด้วยซ้ำ"ทุกคนหัวเราะกับวาจาโผงผางของนาง กู้หวายอันเอ่ยติดตลก"ไอ้หยา เว่ยเว่ยของปู่จะทำเช่นนั้นไม่ได้นะ ไม่กลัวท่านย่าเจ้าลุกจากหลุมมาตีก้นหรือ""ไม่กลัวเจ้าค่ะ ถ้าท่านย่าลุกมาจริงคนแรกที่จะถูกท่านย่าเอาไม้ฟาดหัวน่าจะเป็นท่านปู่ของข้านะฮ่าๆๆๆ"ฮ่าๆๆๆๆ เสียงหัวเราดังลั่น เมื่อมื้อเช้าเรียบร้อยทุกคนก็เตรียมตัวไปรับเอาเกวียนเสบียงที่จอดไว้ที่ในตำบล หลงเฮ่าเทียนยิ้มก่อนจะเดินมาหา มือแข็งแกร่งจับปอยผมนางท
ในตำบลร่างสูงใหญ่หัวไหล่กว้างจากการทำงานหนักมาตลอดเวลาบัดนี้นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ที่ร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง เขาร้องไห้สะอึกสะอื้นจนไหล่สั่น ชายชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยผ้าฝ้ายเนื้อดีเดินเข้ามาทักทาย"เจ้าหนุ่มคนนี้เหตุใดถึงมานั่งร้องไห้อยู่เล่า น้ำตาลูกผู้ชายมีค่าดั่งทองเจ้าจะอ่อนแอนเช่นนี้ได้อย่างไรกัน"กู้หงเงยหน้ามองดูชายที่เอ่ยกับเขาจากนั้นจึงพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ"ท่านลุงท่านนี้ ชีวิตข้าไม่เคยเสียน้ำตาให้กับสิ่งใด แต่กับมารดาที่จากไปแล้วกลับถูกคนที่นางเลี้ยงมากับมือใส่ร้าย ข้าที่เป็นบุตรชายของนางนั้นเสียใจแทนนางจนไม่อาจห้ามน้ำตาได้จริงๆ"("เว่ยเว่ย..ไอ้ที่เจ้าให้มาทาตานี้มันได้ผลเกินไปไหม เล่นละครจบแล้วข้าจะหยุดร้องไห้ได้หรือไม่กันเล่า") กู้จื่อเว่ยหยิบเอาบาล์มแก้ปวดใส่กระปุกมาให้เขาป้ายตาหากร้องไห้ไม่ออก ส่วนกู้หงเมื่อเอ่ยออกมาจนหมดชายชราก็ถอนหายใจเอ่ยถามเขาเช่นกัน"เจ้าหนุ่ม หากเจ้าไม่รังเกียจจะเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ เผื่อข้าจะช่วยอะไรเจ้าได้"กู้หงหยิบกระดาษออกมาก่อนจะมองอย่างเหม่อลอยเอ่ยเบาๆ "นี่คือหนังสือสมรสที่ทางการรับรอง และยังมีหนังสือผ่านทางที่เก็บเ
กู้จื่อเว่ยหันมายิ้มให้หลงเฮ่าเทียน นางมีวิธีจัดการคนเหล่านั้นเพียงแต่ต่อหน้าคู่หมั้นและแม่ทัพจินนางย่อมต้องเรียบร้อย พวกเขาจะได้เชื่อใจและดูแลบิดานางให้ เรื่องนี้ต้องให้ลุงรองช่วยจึงเอ่ยกับหลงเฮ่าเทียน"พี่หลง พอดีข้ามีบางเรื่องต้องไปจัดการ ข้าจะไปหาลุงรองหากไปช้าจะมืดเสียก่อนเจ้าค่ะ""พี่ขี่ม้าไปกับเจ้าก็แล้วกัน เราสองคนหมั้นหมายกันแล้วไม่มีอะไรไม่สมควรหรอก""โอ่ว...เช่นนั้นก็ได้"กู้จื่อเว่ยไปขออนุญาตมารดาเพื่อไปหาลุงรองของนาง หลงเฮ่าเทียนพานางขึ้นม้าก่อนจะเหวี่ยงขาตามขึ้นมาคร่อมตัวนางที่อยู่ด้านหน้าจากนั้นก็พานางไปหมู่บ้านที่กู้หงอาศัยอยู่กับภรรยา ไม่นานก็มาถึงหมู่บ้าน ทันทีที่ชาวบ้านเห็นม้าสีดำตัวใหญ่ต่างก็พูดคุยกัน"นั่นม้าตัวใหญ่ยิ่งนัก ราคาตัวหนึ่งไม่ต่ำกว่าห้าพันตำลึงเชียวนะ""นั่นน่ะสิ.....บ้านใครกันร่ำรวยขนาดนี้"ชาวบ้านคนหนึ่งเดินมาถามหลงเฮ่าเทียนที่บังคับม้าเดินเข้ามา"เอ่อ...นายท่านมิทราบว่ามาหาผู้ใดหรือขอรับ"หลงเฮ่าเทียนเอ่ยกับกู้จื่อเว่ย"เว่ยเว่ยเจ้าไม่เคยมาหาลุงรองที่นี่หรือจึงไม่รู้จักบ้าน""ไม่เคยเจ้าค่ะ ตาแก่ยายแก่เอ๊ย ท่านปู่กับแม่เฒ่าหลี่วันๆ
วันรุ่งขึ้นหลงเฮ่าเทียนพาคนมาสร้างโรงเรือนให้กับนาง เป็นทหารของทางอำเภอทั้งหมด โรงเรือนกว้างสองจั้งยามสามจั้งจึงเสร็จภายในสองวัน กู้จื่อเว่ยจ่ายค่าแรงและยังมอบเสบียงให้อีกด้วย แม้ว่ามารดากับเจียงโม่เหวินจะงงที่นางสร้างโรงเรือนทับต้นหญ้า ทำไมนางไม่ถามหญ้าก่อนสร้าง หลงเฮ่าเทียนเดินมาหานางแล้วบอกว่าเข้าไปดูด้านในหรือไม่ว่าถูกใจหรือเปล่า"ไปดูข้างในกัน หากเจ้าจะถางหญ้าพวกพี่จะถางให้รับรองความลับไม่รั่วไหลแน่""อืม..ก็ดีเจ้าค่ะ"สองคนเข้ามาด้านใน ด้านในปักคบเพลิงแค่อันเดียวเท่านั้น แสงสว่างสลัวๆ กู้จื่อเว่ยเดินจูงมือชายหนุ่มสำรวจก่อนจะนั่งยองๆแล้วดึงหญ้าที่ปิดปากบ่อน้ำพุร้อนออก นางเอ่ยกับเขา"พี่หลงท่านดูสิ นี่คือน้ำพุร้อน หากข้าสามารถขุดขยายได้ตรงนี้ก็สามารถสร้างเรือนปลูกผักหน้าหนาวได้ หรือไม่ก็เอาไว้ให้ท่านแม่แช่เพื่อรักษาร่างกาย"หลงเฮ่าเทียนมองไปยังอีกสองจุดที่มีควันลอยกรุ่นขึ้นมาเช่นกันเมื่อนางเดินไปถอนหญ้าที่ปากบ่อออก ร่างเล็กจุ่มมือลงไปล้างก่อนจะวักน้ำสาดใส่เขาแล้วหัวเราะ หลงเฮ่าเทียนลุกขึ้นมาก่อนจะรวบเอวบางรั้งมาหา เขาโน้มใบหน้าลงมาสบตากับนางใบหน้าหวา
หลงเฮ่าเทียนมาหานางในตอนเย็นเพื่อพูดคุย เมื่อมาถึงก็เห็นเสบียงมากมายกองรวมกัน มีผ้าใบคลุมเอาไว้เขาจึงเอ่ยถาม"มากมายเพียงนี้น่าจะสามคันรถเชียวนะ""พี่หลงของท่านพ่อข้าหนึ่งคันรถ อีกสองคันรถให้พวกท่านกับทหารในค่าย""เว่ยเว่ย...เจ้ายอมจ่ายถึงสองร้อยตำลึงเพื่อจ้างคนมาเลื่อยต้นไม้เหล่านั้นไม่สิ้นเปลืองไปหน่อยหรือ หากเจ้าอยากได้แผ่นไม้ก็ไปหาซื่อเอาที่โรงเลื่อยก็ได้นี่นา"กู้จื่อเว่ยส่งขนมดอกท้อที่มารดาทำให้เขา ปกติหลงเฮ่าเทียนไม่ชอบขนมหวานแต่นี่เป็นขนมที่นางให้เขาจึงรับมากัดกินอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่ามันจะหมดเร็ว กู้จื่อเว่ยตอบคำถามของเรื่องต้นไม้"หลายปีก่อนมีพายุลูกใหญ่และฝนตกติดกันหลายวัน ต้นไม้หักโค่นไหลลงมาจากบนเขา บางต้นที่อยู่ริมฝั่งก็ถูกลมพายุพัดหักเช่นกัน ก้อนหินที่กระจายเต็มที่ดินของข้านั้นก็เพราะถูกน้ำซัดขึ้นมา ต้นไม้ต้นเล็กๆที่ชาวบ้านพอจะเลื่อยไหวก็มีคนตัดไปหมดแล้ว ส่วนต้นใหญ่ๆพวกเขาเอาไปไม่ไหว พี่ไม่สังเกตหรือว่าบ้านข้าเวลาที่ในตก น้ำในลำธารมันเอ่อล้นขึ้นมาจนเกือบถึงหน้าบ้าน เพราะต้นไม้เหล่านี้มันขวางทางน้ำอยู่ ทำให้ไหลไปแม่น้ำด้านล่างไม่ได้"หลงเฮ่าเทียนเพ
จากนั้นก็เดินกลับบ้าน ทางด้านเด็กน้อยกู้จื่อหยางก็ตั้งหน้าตั้งตาเก็บเศษไม้เอามาทำฟืนไว้ได้เยอะพอสมควร เขาหันขวับมามองหาพี่สาว พอดีกับที่นางเดินยิ้มกว้างมาให้น้องชาย ก่อนที่จะชูเป็ดป่าในมือให้ดู กู้จื่อหยางรีบวิ่งมาหาพี่สาวทันที เด้กน้อยตื่นเต้นนั่นมันเนื้อเชียวนะ พวกเขาจะได้กินเนื้อกั
เงินที่มาจากการที่บังคับฟางอี้เฉียวให้กลับไปเอาเงินจากบ้านเดิมมาอุดหนุนก็จะหายไป แถมสตรีที่ตนเองมองว่าอัปลักษณ์กลับได้กินเนื้อทุกมื้อ ที่สำคัญสิวบนใบหน้าฟางอี้เฉียวนั้นกู้จื่อเว่ยคนนี้มีทางรักษาให้หายอีกด้วย สุดท้ายหากหญิงงามหลุดมือกู้หลินจะทำเช่นไร กล้าลงมือกับสือเหยียนหรือเปล่าขนาดหมีเขาย
กู้จื่อเว่ยลุกขึ้นช้าๆโดยมีลุงรองของนางประคองเอาไว้ไม่ให้ทรุดลงไป นางกวาดสายตาไปยังลุงใหญ่และป้าสะใภ้ของตนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง"ที่สำคัญ..ตอนท่านพ่อยังอยู่เป็นท่านพ่อข้ากับลุงรองที่หาเลี้ยงบ้านใหญ่ทั้งบ้าน ลุงใหญ่ที่ควรเป็นหัวหน้าครอบครัวกลับเอาแต่อยู่โรงบ่อน ย่ารองเรื่องนี้ท่านก็รู้มิใช่หรือ เช่
เสียงด่าทอเซ็งแซ่รอบตัวทำเอาศีรษะของคนที่นอนอยู่แทบระเบิดที่แท้ กู้จื่อเว่ยฟื้นตั้งนานแล้ว เธอแสร้งหลับเพื่อประมวลผลความทรงจำอันสับสนกระจัดกระจาย วิญญาณเด็กสาวโชกเลือดที่เธอเห็นในออฟฟิศแท้จริงแล้วก็คือเจ้าของร่างนี้ที่ถูกป้าสะใภ้ผลักศีรษะกระแทกก้อนหินจนตายคาที่ ส่วนบุรุษที่ออกหน้าปกป้องเธออยู







