LOGINตอนที่อ่านนิยายผมรู้สึกว่าพระเอกเรื่องนี้มันเฮงซวยที่ได้นางฟ้าอย่างคีย์ไปครอบครอง พอทะลุมิติมาที่นี่ผมก็เลยแปะฟิลเตอร์คนนิสัยไม่ดีไว้กลางหน้าผากอีกฝ่าย แต่พอได้มาฟังเหตุผลของพี่กันต์ ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองช่างตื้นเขิน มองอะไรเพียงแค่ด้านเดียวจนเข้าใจคนอื่นผิดไป
ที่แท้ ไอ้หมอนี่มันก็เป็นคนปกตินี่หว่า
“งั้นทำไมพี่ต้องเรียกเขาไปชงกาแฟด้วยล่ะ แม่บ้านก็มี เลขาพี่ก็น่าจะทำได้”
“พี่ก็แค่หมั่นไส้”
“...?” คำตอบแต่ละอย่างของเขาทำให้ผมอึ้งแล้วอึ้งอีกจริง ๆ “หมั่นไส้เรื่องอะไร”
“นายดูท่าทางเขาสิ ไม่รู้จะหงอจะหงิมไปไหน เป็นนักแสดงมันต้องเชิดหน้ายืดอก ไม่ใช่ยืนคางชิดอก พี่ก็เลยอยากแกล้ง แค่นั้นแหละ”
“...” ขอถอนคำพูด ไอ้หมอนี่มันเฮงซวยเหมือนเดิมนั่นแหละ
...
เมื่อคืนผมไม่ได้กลับบ้าน แถมยังไม่ได้โทรบอกพ่อกับแม่ เดิมทีคิดว่าพอกลับมาจะต้องเจอกับนรกอย่างการคัดหนังสือธรรมะแน่ ๆ แต่ไม่คิดเลยว่าทันทีที่ทั้งสองเห็นหน้าไอ้พี่กันต์ สีหน้าของพวกเขาจะเปลี่ยนเร็วยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสีซะอีก
“สวัสดีครับคุณน้า ผมขอโทษที่พาน้องมาส่งช้านะครับ”
“สวัสดีจ้ะ” สีหน้าของแม่ดูปลื้มปริ่มสุด ๆ “ไม่เป็นหรอกจ้ะ ไม่ต้องขอโทษหรอก พวกลูกก็โต ๆ กันแล้ว จะไปเที่ยวค้างคืนบ้างก็ไม่เห็นเป็นไร หรือไปหลาย ๆ คืนแม่ก็ไม่ว่าหรอก”
แม่! นี่ลูกชายเพียงคนเดียวเลยนะ หวงบ้างก็ได้
ไอ้ท่าทางอยากได้ลูกเขยจนตัวสั่นที่มันอะไรกันเนี่ย
เชื่อเถอะ ถ้าวันนี้พี่กันต์ไม่ได้มาส่ง ผมคงได้โดนด่าจนเอ๋อแน่นอน สองมาตรฐานจริง ๆ
“กันต์มีธุระต่อไหม นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว ยังไงก็อยู่ทานข้าวกลางวันด้วยกันก่อนสิ” พ่อพูดขึ้นมาบ้าง
ก่อนหน้านี้ตอนที่พ่อรู้ว่าพี่กันต์สนใจคีย์ ท่านก็มีสีหน้าเย็นชามาตลอด แม้กระทั่งเมื่อวานตอนเช้าก่อนที่ผมจะออกไปทำงาน ท่านก็ยังพูดถึงพี่กันต์ด้วยท่าทางไม่ค่อยพอใจอยู่เลย แต่เพียงแค่ข้ามวัน สีหน้าของพ่อกลับดูอิ่มเอิบอารมณ์ดีเหมือนคนถูกรางวัลซะงั้น
ผมขมวดคิ้วมองพ่อแม่ด้วยความงุนงง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถามออกไป
“ถ้างั้นมื้อนี้ผมขอรบกวนด้วยนะครับ” พี่กันต์โค้งศีรษะอย่างสุภาพ
“โอ๊ย รบกวนอะไรกันเล่า เดี๋ยวน้าไปบอกให้แม่บ้านจัดโต๊ะอาหารก่อนนะจ๊ะ พวกลูกก็คุยเล่นกันไปก่อน” แม่ว่าแล้วก็พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
“ลูกพาพี่เขาขึ้นไปนั่งเล่นที่ห้องนอนก่อนสิ” พ่อหันมาพูดกับผม
“ทำไมต้องไปนั่งที่ห้องนอนล่ะครับ ห้องรับแขกก็มี”
“พอดีก่อนหน้านี้ป้านวลเขาทำน้ำหกน่ะ ใช่ น้ำหกเปียกไปหมดเลย พวกแม่บ้านกำลังทำความสะอาดอยู่ ลูกก็พาพี่เขาไปนั่งที่ห้องก่อนเถอะ”
จากประสบการณ์การแสดงละครไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ทำให้ผมมองออกว่าพ่อกำลังโกหกอยู่ ถึงจะไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ผมก็ไม่คิดที่จะต้อนท่านไปมากกว่านี้
เอาเหอะ ก็แค่นั่งเล่นแป๊บเดียว ในห้องก็ไม่ได้มีอะไรที่ต้องปิดบังสักหน่อย
ผมเดินนำคนตัวสูงเข้ามาในห้องนอนที่ตกแต่งเป็นโทนสีเขียวอ่อนทั้งห้องอย่างไม่ได้คิดอะไร ทว่าแขกที่เดินตามหลังกลับชะงักขาอยู่หน้าประตู พลางกวาดตามองด้านในอย่างไม่เชื่อสายตา
“สีเขียว?”
“ทำไมครับ พี่รังเกียจเหรอ” สีนี้ก็ออกจะสวยนี่นา
จากที่ผมสังเกต เจ้าของร่างเดิมชอบสีเขียวมาก ซึ่งผมก็ไม่ใช่คนเรื่องมาก เลยไม่ได้รู้สึกติดขัดอะไร สีนี้มันก็สบายตาดีนะ
“เปล่า แค่คาดไม่ถึง”
“แล้วใครบอกว่าผู้ชายจะต้องชอบเฉพาะสีขาวดำล่ะครับ”
“พี่ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย”
พี่กันต์เดินเข้ามาในห้องนอน เขาเดินสำรวจไปรอบห้องอย่างสนใจ จากนั้นก็ไปหยุดอยู่ที่ตู้หนังสือข้างโต๊ะเขียนหนังสือ ไม่นานก็คว้าหนังสือธรรมะที่ผมยัดเอาไว้ออกมาชูตรงหน้า
ให้ตายสิ ผมอุตส่าห์ยัดเข้าไปแล้ว ยังจะไปล้วงออกมาอีก!
“เมลอ่านหนังสือธรรมะด้วย?”
ตอนแรกผมจะบอกตามความจริงว่าโดนพ่อแม่ลงโทษ แต่คิดไปคิดมา ถ้าพูดแบบนั้นก็คงดูตลกเกินไปหน่อย
“ผมอ่านไม่ได้หรือไง”
“เปล่า” สีหน้าของพี่กันต์ราวกับได้ค้นพบสิ่งมหัศจรรย์อย่างไรอย่างนั้น
นี่ก็อย่าเว่อร์เกินไปได้ปะ แค่อ่านหนังสือธรรมะเอง
“พี่ก็อ่านบ้างสิครับ เผื่อจิตใจจะได้ดีขึ้น” ผมอดไม่ไหวต้องจิกกัดสักหน่อย
“ไม่ล่ะ”
เขารีบวางหนังสือธรรมะกลับที่เดิม ก่อนจะหันมาทางผม สองขาย่างเข้ามาใกล้ ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ดวงตาคู่คมมองมาด้วยสายตาอ่านไม่ออก
“ทะ...ทำไมครับ” ผมถามเสียงสั่น หัวใจดวงน้อยที่แกร่งกล้าเมื่อกี้หดเหลือเท่าเมล็ดถั่ว
“พี่รู้สึกว่าพักหลังมานี้เมลจะปากร้ายขึ้นนะ” พี่กันต์ยกมือขึ้นมาล็อกคางผม ดวงตาคู่คมจ้องมานิ่ง ๆ เหมือนอยากมองให้ทะลุ “ถึงเมื่อก่อนเมลจะมีท่าทางไม่ชอบพี่แต่ก็ไม่เคยพูดจาแบบนี้ พี่แก่กว่าเมลแค่สองปีก็จริง แต่เมลก็ไม่ควรพูดจาแบบนี้กับคนอื่น มันไม่น่ารักเลย”
ผมอยากจะสวนกลับไปว่าก็ไม่ได้อยากน่ารักสักหน่อย แต่คำพูดของอีกฝ่ายก็ทำเอาจุกในอกอยู่เหมือนกัน
ไม่มีใครชอบคนที่พูดจาไม่ดีหรอก แม้แต่ผมเองเวลาได้ยินเด็ก ๆ พูดคำหยาบยังรู้สึกไม่ชอบเลย
“ขอโทษครับ” ผมรู้สึกผิดขึ้นมาบ้างแล้ว
พี่กันต์กวาดตามองใบหน้าของผมจนทั่ว สีหน้าอ่อนลง “เข้าใจแล้วก็ดี ถ้าหลังจากนี้พี่ได้ยินนายพูดจาแบบนี้อีก พี่จะลงโทษ”
“ลงโทษอะไร”
นี่ชีวิตนี้ผมจะไม่มีทางหนีพ้นการลงโทษเลยหรือไง นอกจากพ่อแม่แล้ว ไอ้คุณคู่หมั้นก็ยังอยากจะลงโทษผมอีกด้วย!
“แบบนี้” พูดจบเขาก็เอื้อมมืออ้อมไปด้านหลัง แล้วคว้าหมับไปที่ก้นของผม
แปล๊บ
จุดที่ถูกใช้งานมาอย่างหนักหน่วงพลันปวดขึ้นมา ผมสะดุ้ง รีบกระโดดถอยห่างไอ้คนหน้าไม่อาย
“พี่เป็นบ้าเหรอ!” คนดี ๆ ที่ไหนเขามาจับก้นคนอื่นแบบนี้วะ
“เมื่อคืนพี่จับตัวนายมาหมดทุกส่วนแล้ว ยังจะมาทำหวงตัวอีก”
“นั่นมันไม่เหมือนกันสักหน่อย” ผมหน้าเห่อร้อน รู้สึกอับอายจนแทบพูดไม่ออก
“ไม่เหมือนกันยังไง” เขาถามเหมือนสงสัย ทว่าริมฝีปากกลับเผยรอยยิ้มที่ดูร้ายกาจออกมา
ไอ้หมอนี่มันตั้งใจแกล้งผมนี่หว่า!
ไหนล่ะไอ้นิสัยเย็นชาเข้าถึงยาก แค่กวาดตาก็ทำให้คนอื่นแข้งขาอ่อนแรง ตรงหน้าผมมีแต่คนเฮงซวยกวนประสาทชัด ๆ
“เมื่อคืนพี่เมา” ผมกลั้นใจพูด
“ส่วนนายก็โดนยา”
คราวนี้ผมเบิกตากว้าง “พี่รู้เหรอ”
“พี่ไม่ได้โง่”
“งั้นทำไมพี่ถึงทำท่าจะกินมันล่ะ” ผมมองเขาอย่างไม่เข้าใจ
ในต้นฉบับไม่มีเหตุการณ์ที่ผมเข้าไปแย่งไวน์จากอีกฝ่าย เพราะงั้นคนที่กินย่อมเป็นพี่กันต์ ทั้งที่รู้ แต่ทำไมถึงยอมตกหลุมพรางง่าย ๆ
“ถ้าพี่บอกว่ากำลังอยากหาคู่นอนอยู่พอดี นายจะเชื่อไหม”
“เชื่อ”
“...” พี่กันต์มองค้อนใส่ผมตาเขียวปั้ด “พี่ไม่ชอบคนไม่ซื่อสัตย์ ตอนแรกเลยว่าจะกินนิดหน่อยแล้วรีบหลบออกไป จากนั้นก็ใช้โอกาสนี้มาจัดการหมอนั่นเอาให้จมดินแบบไม่มีทางได้หวนกลับมาในวงการอีก แต่ใครจะไปคิดว่าดันมีเด็กโง่มากินแทน”
ผมเมินประโยคที่อีกฝ่ายด่า ก่อนจะถามอย่างตกใจ “งั้นพี่ก็รู้อยู่แล้วว่าผมโดนยา แต่พี่ก็ยัง...ทำ” ถึงแม้ว่าตอนหลังอีกฝ่ายจะถามความเห็นจากผมแล้วก็เถอะ
“เมลจะบอกว่าพี่ฉวยโอกาสหรือไง ตอนแรกนายเป็นคนยั่วพี่เองนะ”
“ผมเนี่ยนะยั่ว?” พี่ชายเอาฝ่าเท้ามองหรือไงครับ
“คนที่เห็นสภาพนั้นของเมลแล้วทนไหวก็มีแต่พวกนกเขาไม่ขันเท่านั้นแหละ” พี่กันต์เดินเข้ามาหาผมอีกครั้ง ก่อนจะยกมือขึ้นลูบปากผมเบา ๆ “เมลในสภาพเปลือย เงยหน้ามองพี่ด้วยสายตาเว้าวอน แถมเรียกชื่อเสียงหวานเหมือนจะบอกว่าช่วยรังแกผมหน่อยแบบนั้น ถ้าพี่ทนไหวก็คงต้องออกบวชแล้ว อีกอย่างเมลก็ชอบพี่ไม่ใช่หรือไง”
“ผมไปชอบพี่ตอนไหน!”
“แล้วก่อนหน้านี้ใครบอกว่าน้อยใจที่พี่สนใจแต่คนอื่น คนที่ไม่ได้ชอบ เขาไม่มาน้อยใจอะไรแบบนี้หรอกนะ”
“...” ให้ตายเหอะ ทุ่มหินใส่เท้าตัวเองชัด ๆ
“ไม่รู้แหละ พี่นี่มันเฮงซวยจริง ๆ” ผมหลับหูหลับตาด่า ทั้งที่เมื่อกี้เพิ่งขอโทษที่พูดจาไม่ดีไปหยก ๆ
“พี่บอกแล้วไงว่าพูดจาแบบนี้มันไม่น่ารัก” พี่กันต์ยกมือขึ้นบีบปากผมจนหน้ายู่ “หรือเมลจะพูดก็ได้นะ พี่จะได้ลงโทษบ่อย ๆ”
“...” ผมมองเขาตาค้าง ก่อนจะแหวเสียงดัง “พี่เกลียดผมไม่ใช่หรือไง จะมาทำแบบนี้เพื่อ!”
นี่คุณพระเอกเป็นบ้าไปแล้วเหรอวะ
“พี่เคยพูดว่าเกลียดเมลเหรอ เมื่อก่อนพี่ยอมรับว่าไม่ได้ชอบ พี่ไม่ชอบสายตาเย่อหยิ่งจองหองและท้าทายของนาย ส่วนนายในตอนนี้ แม้จะปากเสียไปบ้าง แต่พี่รู้สึกว่าเมลน่ารักกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย” พี่กันต์กระตุกมุมปาก ก้มลงมากระซิบข้างหู ทำให้สภาพตอนนี้เหมือนผมกำลังถูกอีกฝ่ายกอดอยู่ มิหนำซ้ำก้นก็ยังถูกไอหื่นขยำอีกด้วย
“มันก็ช่วยไม่ล่ะนะ พี่มันเป็นคนใจง่ายแบบนี้แหละ ในเมื่อเมลชอบพี่ แถมเรายังเป็นคู่หมั้นกัน ก็ไม่เห็นจะผิดอะไรนี่นา”
“...”
นี่ก็เปลี่ยนคาแรคเตอร์ไวเกินไปไหม แม้แต่ตัวร้ายอย่างผมก็ไม่เกลียดแล้วซะงั้น
“อุ๊ยตาย” เสียงของแม่ดังขึ้นที่หน้าประตู
ผมรีบหันไปมองอย่างตกใจ ก่อนจะผลักอีกคนออกด้วยความลนลาน
“แม่มาตอนไหนครับ”
“แม่เพิ่งมาจ้ะ มาเมื่อกี้เลย ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น” หญิงแม่กลั้นยิ้มจนรอยตีนกาขึ้นเต็มหน้า
“...” เห็นชัด ๆ เลยนี่หว่า
อยู่ ๆ ผมก็รู้สึกว่าการเป็นนักแสดงมันไม่ดีเลย เพราะมันทำให้ผมมองออกว่าใครกำลังแสดงอยู่ ตอนนี้ผมอยากจะหลอกตัวเองว่าแม่ไม่เห็นก็ยังทำไม่ได้!
ตอนพิเศษ 3 ผมใช้เขาเพื่อทำให้ลืม (ตินxคีย์)คีย์ Talkนับจากวันนั้น ผมก็ไม่มีตัวตนในสายตาของคุณกันต์อีก แม้แต่พี่เมลก็ยังเลิกพยายามมาคุยด้วยคิด ๆ ดูแล้วผมนี่ช่างมั่นหน้าและไม่ประมาณตนเอาซะเลย ถึงขั้นไปชอบคนที่ฐานะสูงกว่าตัวเองแถมมีเจ้าของอยู่แล้ว มิหนำซ้ำยังกล้าทำเมินรุ่นพี่ในบริษัทที่ฐานะและชาติตระกูลดีกว่าตัวเองหลายขุมทั้งบริษัท คงมีแต่ผมนี่แหละที่กล้าขนาดนี้ ทว่าผมไม่ได้รู้สึกภูมิใจเลยสักนิด ซ้ำในใจยังเต็มไปด้วยความหดหู่ รู้สึกผิด และเสียใจอีกนับไม่ถ้วนตอนนี้ผมกำลังอยู่ในงานเลี้ยงปิดกล้องของละคร เนื่องจากผมไม่ได้เป็นตัวเอกของละครเรื่องนี้ หลังจากทักทายผู้กำกับและรุ่นพี่นักแสดงเสร็จเรียบร้อย ก็ไม่มีใครมาให้ความสนใจผมอีก ผมจึงมานั่งจิบไวน์ที่โต๊ะซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคุณกันต์มากนักใช่แล้ว ถึงผมจะโดนปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย แต่ผมก็ยังไม่สามารถตัดใจได้ในทันที ทุกครั้งจึงมักจะ ‘เผลอ’ ม
คีย์ Talkเดิมทีผมเป็นแค่เด็กจน ๆ ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น แม้จะเรียนจบปริญญาตรีมาได้ แต่ก็จบแบบคาบเส้นเพราะต้องทำงานเพื่อส่งตัวเองเรียนไปด้วย ความรู้อะไรก็ไม่มี แน่นอนว่าจะไปทำงานออฟฟิศก็ไม่รอดผมทำได้เพียงไปเป็นนักแสดงเอ็กซ์ตร้าตามกองถ่าย แต่แล้วโชคก็เข้าข้างเมื่อผมดันบังเอิญได้รับบทตัวประกอบในละครเรื่องหนึ่ง แล้วละครเรื่องนั้นก็แมสไปทั่วบ้านทั่วเมือง จนทำให้แม้แต่ตัวประกอบก็ยังมีคนรู้จักจากนั้นผมก็ได้รับโอกาสเซ็นสัญญากับบริษัทบันเทิงอันดับหนึ่งของประเทศเนื่องจากเป็นเพียงนักแสดงหน้าใหม่ งานที่ทางบริษัทมอบให้จึงไม่ได้มีเยอะ ทั้งยังเป็นแค่งานเล็ก ๆ ที่ไม่สลักสำคัญอะไร ซึ่งผมเองก็ไม่ได้รู้สึกแย่ แต่กลับขอบคุณบริษัทที่ให้โอกาสด้วยซ้ำ เพราะไม่อย่างนั้นตอนนี้ผมก็ยังคงเป็นเพียงแค่นักแสดงเดินผ่านกล้องธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นผมพอใจกับชีวิตในตอนนี้มาก นอกจากมีงานและเงินใช้แล้ว ทั้งเพื่อนและรุ่นพี่นักแสดงในบริษัทก็ดีกับผมมาก โดยเฉพาะพี่เมล นักแสดงรุ่นพี่ผู้มีใบหน้างดงามคนนั้น อีกฝ่ายมักจะคอยมาถามไถ่และเอาขนมมาฝากผมเ
ใครจะไปคิดว่าพอลืมตาตื่นหลังวันแต่งงาน ผมจะไม่ได้อยู่ที่ห้องนอนในโรงแรม แต่ดันมาโผล่กลางทะเลซะงั้น!สถานที่ที่ผมอยู่คือบ้านพักที่ตั้งอยู่ในทะเล มองออกไปรอบด้านจะเห็นแต่ท้องทะเลสีฟ้าอมเขียวสดใส ผืนน้ำสะอาดจนสามารถมองเห็นทรายและปลาที่กำลังแหวกว่ายได้อย่างชัดเจนผมยืนเกาหัวมองสภาพแวดล้อมด้วยความงุนงง โอเค สถานที่นี้มันก็สวยแหละ...แต่ผมมาอยู่ที่นี่ได้ไงเนี่ย“ตื่นแล้วเหรอ”เสียงที่คุ้นจนไม่รู้จะคุ้นยังไงดังขึ้นด้านหลัง ผมรีบหันไปมอง จากนั้นก็ต้องอ้าปากค้างกับสภาพของคนตรงหน้านี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นพี่กันต์ใส่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงขาสั้นลายดอก!ความหล่อเหลาเย็นชาที่สั่งสมมานาน ถูกชุดนี้ละลายหายไปจนหมดสิ้นแล้วแต่เรื่องชุดน่ะช่างมันก่อนเถอะ“ที่นี่ที่ไหนครับ”“มัลดีฟส์” พี่กันต์เดินเข้ามาโอบบ่าผม พาไปเดินชมวิวทะเลอีกรอบ “สถานที่ฮันนีมูนแรกของเรา เป็นไงชอบไหม”“ชอบ” ใครไม่ชอบก็บ้าแล้ว “ว่าแต่พี่พาผมมายังไงเนี่ย”
“มาที่คำถามต่อไปนะครับ” พิธีกรยิ้มกว้าง แล้วถามต่อ “ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าคุณกันต์กับคุณคีย์กุ๊กกิ๊กกัน เรื่องนี้เป็นความจริงไหมครับ”คำถามนี้ก็ผ่านการบรีฟมาแล้วเช่นกัน พวกผมจึงไม่ได้ตกใจแต่อย่างใด ทว่าบรรดาแขกและนักข่าวกลับซู้ดปากจนสีหน้าออกกันเลยทีเดียว ผมได้แต่ยิ้มขำกับท่าทางของพวกเขาให้ตายสิ นี่มันงานแต่งนะ ใครจะยอมโดนตบหน้ากลางงานกัน คำถามพวกนี้เป็นแค่ตัวเรียกสีสันของงานก็เท่านั้นแหละ“ไม่จริงครับ” คีย์เป็นคนรับไมค์ไปตอบ “ในสายตาของคุณกันต์มีแต่พี่เมล ส่วนคนอื่นก็เป็นแค่อากาศเท่านั้น ไม่เชื่อทุกคนลองหันไปดูสิครับ”ผมหันไปมองพี่กันต์ตามคำพูดของคีย์ แล้วก็ได้เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องตัวเองอยู่เงียบ ๆ ผมเลยกระทุ้งแขนใส่ท้องเขา พลางกระซิบ“มองอะไร”“มองที่รัก” พี่กันต์พูดเสียงไม่เบาเลย ทำให้เสียงเข้าไปในไมค์จนคนได้ยินกันทั้งงาน หลังจากทุกคนอึ้งกันอยู่สักพักก็หัวเราะกันเสียงดังลั่น“...” นี่ไม่ได้บรีฟไว้สักหน่อย!“ผมชัก
หลังจากกิจกรรมเข้าจังหวะของเราสองคนสิ้นสุดลง พี่กันต์ก็อุ้มผมไปอาบน้ำอย่างว่าง่าย แถมยังรักษาสัญญาว่าจะทำแค่รอบเดียวได้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งตอนอาบน้ำก็ยังไม่ทำตัวรุ่มร่ามเกินเลยเหมือนเมื่อก่อน ผมเลยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกเขาทำจนลุกไม่ไหว“ถ้าเมื่อก่อนพี่พูดง่ายแบบวันนี้ก็ดีสิ” ผมพูดขณะที่นอนอยู่ในอ้อมกอดของคนรัก“แล้วเมื่อก่อนพี่พูดไม่ง่ายตรงไหนกัน”“ทุกตรงนั่นแหละ ผมบอกให้ทำแค่วันละรอบ พี่ก็ไม่เคยฟัง”“ก็เมลยั่วนี่นา”“อ๋อ นี่โทษผมเหรอ” ผมยกมือขึ้นหยิกหน้าอกเขาอย่างแรง“โอ๊ย ๆ พี่ไม่ได้โทษเมล พี่ผิดเอง พี่มันหื่น ปล่อยเร็วครับ เจ็บจะตายแล้ว”“หนังหนาขนาดนี้รู้จักเจ็บเป็นด้วยหรือไง” ผมออกแรงบิดมากขึ้นพี่กันต์ร้องโอดโอยอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือมาขยำบั้นท้ายผมเป็นการเอาคืน สุดท้ายกว่าเราสองคนจะได้นอนก็ปาเกือบเที่ยงคืน เพราะเอาแต่ทะเลาะตบตีกันอย่างไม่มีใครยอมใครเช้าวันต่อมา แม่ ๆ ก็มาขุดผมกับพี่กันต์ออกจากเตียงแต่เช้า จากนั้
พอเดินวนดูสถานที่จัดงานจนครบแล้ว เหล่าแม่ ๆ ก็จับพวกผมไปขังในโรงแรม และถูกบังคับให้เข้าคอร์สอาบน้ำใหญ่ต่อผมยืนเอามือปิดหน้าอกตัวเองพลางกระโดดไปทั่วห้อง นั่นก็เพราะตอนนี้ผมโดนกลุ่มหญิงวัยกลางคนจับถลกหนังจนเกือบล่อนจ้อนเหลือแต่กางเกงในแล้วนั่นเอง“ที่ตัวไม่ต้องก็ได้ครับ! ถึงยังไงก็ต้องใส่ชุดสูท นอกจากหน้ากับคอ ผิวส่วนอื่นก็อยู่ใต้ร่มผ้าหมด ไม่ต้องขัดหรอก!” ผมหลับหูหลับตาตะโกน“ไม่ได้ค่ะ คุณหญิงสั่งให้พวกเราดูแลคุณตั้งแต่หัวจรดเท้า ต่อให้เป็นจุดซ่อนเร้นก็ต้องได้รับการดูแลค่ะ” หญิงวัยกลางคนที่มีผมสีดอกเลาแซมครึ่งศีรษะพูดด้วยรอยยิ้มหวานหยด “มาเถอะค่ะ ไม่ต้องอายหรอก ฉันเห็นมาบ่อยแล้ว”จากนั้นพนักงานคนอื่นที่อายุพอ ๆ กัน ก็พุ่งเข้ามาล็อกแขนล็อกขาแล้วลากผมเข้าห้องน้ำไป“เฮ้ย! ปล่อยนะโว้ยยยย” ผมกรีดร้องประหนึ่งคนโดนเชือดก็ไม่ปานเกิดมายี่สิบกว่าปี อยู่มาสองโลก นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมรู้สึกอับอายขนาดนี้!สุดท้ายผมก็ถูกทารุณกรรม (ทางจิตใจ) จนใบหน้าและลำตัวแดงก่ำอย่างกับกุ้งต้ม

![ผมไม่ได้ยั่ว เสี่ยต่างหากที่ห้ามใจไม่ได้[Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





