Share

บทที่ 7

last update publish date: 2026-07-30 20:19:55

หลี่น่าหันกลับมามองจดหมายพักงานกับใบหย่าบนโต๊ะ เอกสารทั้งสองยังอยู่ในตำแหน่งเดิม ราวกับกำลังเตือนว่าต่อให้เธอรอดจากความตาย ปัญหาทั้งหมดก็ยังคงรออยู่ตรงหน้า

เธอหยิบจดหมายพักงานขึ้นมาอ่านอีกครั้งอย่างละเอียด คราวนี้ไม่ใช่อ่านด้วยความรู้สึกของเจ้าของร่างเดิม แต่เป็นสายตาของแพทย์ที่เคยผ่านการตรวจสอบทางจริยธรรมและการสอบสวนภายในโรงพยาบาลมาหลายครั้ง

ข้อความในเอกสารระบุว่า ผู้ป่วยชายชื่อเฉินกั๋ว อายุหกสิบปี เข้ารักษาด้วยอาการไข้สูง หนาวสั่น และมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด แพทย์ผู้ดูแลได้สั่งยาปฏิชีวนะชนิดเพนิซิลลิน หลังได้รับยา ผู้ป่วยเกิดอาการหายใจติดขัด ความดันโลหิตลดลง และหมดสติอย่างรวดเร็ว ทีมแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นภาวะแพ้ยารุนแรง

ชื่อของหลี่น่าปรากฏอยู่ในช่องแพทย์ผู้สั่งยา

แต่ความทรงจำที่หลั่งไหลเข้ามาเมื่อคืนบอกอย่างชัดเจนว่าเธอไม่ใช่คนออกคำสั่งนั้น

เจ้าของร่างเดิมเคยตรวจผู้ป่วยและพบว่าครอบครัวแจ้งประวัติแพ้เพนิซิลลิน เธอเขียนคำเตือนด้วยหมึกแดงไว้ในแฟ้ม รวมถึงทักท้วงหวังหมิ่นซึ่งต้องการใช้ยาชนิดเดิมเพราะโรงพยาบาลมีอยู่ในคลังจำนวนมาก

หวังหมิ่นไม่พอใจอย่างมากในเวลานั้น

“เธอเป็นแพทย์ใหม่ อย่าคิดว่าตัวเองอ่านตำรามามากแล้วจะเข้าใจทุกอย่าง” หวังหมิ่นเคยกล่าวต่อหน้าพยาบาล “ญาติคนไข้บอกว่าแพ้ยา แต่คนไข้เองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเคยได้รับยาอะไร เรื่องที่ชาวบ้านพูดเชื่อทั้งหมดไม่ได้”

หลี่น่าพยายามอธิบายว่าอาการที่ครอบครัวเล่ามาตรงกับภาวะแพ้ยารุนแรง หากไม่มีวิธีตรวจสอบที่แน่นอนก็ควรหลีกเลี่ยงไว้ก่อน

แต่หวังหมิ่นกลับมองว่าเธอท้าทายอำนาจ

หลังจากนั้นคำสั่งยาถูกเขียนขึ้นในช่วงที่หลี่น่าออกไปตรวจคนไข้อีกห้อง เมื่อเธอกลับมา หวังหมิ่นบังคับให้เธอลงชื่อรับรองท้ายแผนการรักษาโดยอ้างว่าเป็นเพียงขั้นตอนส่งต่อเวร

หลี่น่าไม่ยินยอมในตอนแรก แต่หนิงเอ๋อกับฮุ่ยชิวช่วยกันกดดัน

“พี่หวังเป็นแพทย์อาวุโส เธอจะไม่เชื่อคำสั่งของพี่หวังหรือ”

“ถ้าไม่ลงชื่อก็เท่ากับปฏิเสธงานที่ได้รับมอบหมาย ระวังจะถูกมองว่าไม่มีความรับผิดชอบ”

หลี่น่าจึงยอมลงชื่อเพราะกลัวมีปัญหากับคนในแผนก

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ผู้ป่วยก็เกิดอาการช็อก

ทันทีที่เรื่องราวปะติดปะต่อกัน หลี่น่าก็รู้ว่าเอกสารพักงานฉบับนี้ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดธรรมดา มีคนจงใจใช้ลายเซ็นของเจ้าของร่างเดิมเป็นหลักฐานรับผิดชอบแทนหวังหมิ่น

เธอจำเป็นต้องหาหลักฐานว่าหลี่น่าเคยคัดค้านคำสั่งนั้นมาก่อน

ความทรงจำของร่างเดิมบอกว่าเจ้าของร่างเป็นคนจดบันทึกละเอียดมาก ทุกวันหลังเลิกงาน เธอจะเขียนสรุปอาการผู้ป่วย วิธีรักษา และสิ่งที่ได้เรียนรู้ลงในสมุดส่วนตัว

สมุดเหล่านั้นอาจเป็นสิ่งเดียวที่ยังไม่ถูกแก้ไข

หลี่น่าเริ่มค้นหาทั่วห้อง เธอเปิดลิ้นชักโต๊ะ พบเพียงปากกา ดินสอ ใบเสร็จ และเอกสารทั่วไป ใต้เตียงมีหีบไม้เก่าซึ่งเก็บเสื้อผ้าฤดูหนาวกับหนังสือเรียนแพทย์หลายเล่ม แต่ไม่มีสมุดบันทึกที่ต้องการ

เธอเปิดตู้เสื้อผ้า ตรวจทุกชั้นและทุกมุมอย่างระมัดระวัง เสื้อกาวน์สีขาวสองตัวแขวนอยู่ด้านใน ข้างกันมีเสื้อเชิ้ตสีเรียบและกางเกงผ้าหลายตัว เสื้อผ้าทั้งหมดเก่าแต่สะอาด แสดงว่าเจ้าของร่างเดิมใช้ชีวิตประหยัดมาก

ตรงมุมล่างของตู้มีรองเท้าหนังสีดำคู่หนึ่งวางอยู่ หลี่น่าก้มลงหยิบออกมาและพบกระเป๋าหนังสีน้ำตาลถูกซ่อนอยู่ด้านหลัง

กระเป๋าใบนี้คือกระเป๋าแพทย์ของเจ้าของร่างเดิม

หนังด้านนอกมีรอยถลอกหลายจุด หูจับเริ่มแตกแต่ยังใช้งานได้ หลี่น่ายกกระเป๋ามาวางบนโต๊ะแล้วเปิดตัวล็อก ภายในมีหูฟังแพทย์ เครื่องวัดความดันแบบพกพา ไฟฉายขนาดเล็ก ปากกา ด้ายเย็บแผล และกล่องโลหะสำหรับเก็บอุปกรณ์ฉุกเฉิน

เครื่องมือทั้งหมดได้รับการดูแลอย่างดี แม้จะล้าสมัยสำหรับผู่เยว่ แต่ก็ถือว่าเป็นของมีค่าในยุคนี้

หลี่น่าหยิบของออกมาทีละชิ้น จากนั้นพบว่าก้นกระเป๋าหนาเกินปกติ เธอลองใช้นิ้วกดดูและสัมผัสได้ว่ามีแผ่นแข็งซ่อนอยู่ใต้ผ้าบุ

เธอใช้ปลายกรรไกรเล็กแงะขอบผ้าอย่างระมัดระวัง แผ่นรองด้านล่างเปิดออก เผยให้เห็นสมุดปกน้ำเงินขนาดเล็กสามเล่มซ่อนอยู่ภายใน

หลี่น่าหยิบสมุดออกมาด้วยหัวใจที่เต้นเร็วขึ้น

หน้าปกเล่มแรกเขียนว่า บันทึกผู้ป่วย ปี 1981

เล่มที่สองเป็นของปี 1982

ส่วนเล่มสุดท้ายเขียนว่า ปี 1983

เธอเปิดเล่มล่าสุดและพบลายมือเรียบร้อยขนาดเล็กเต็มทุกหน้า เจ้าของร่างเดิมจดข้อมูลอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ชื่อย่อของผู้ป่วย อายุ อาการสำคัญ ผลตรวจ การวินิจฉัย ไปจนถึงการตอบสนองต่อการรักษา บางหน้ามีภาพวาดอวัยวะและตารางเปรียบเทียบผลเลือด

ผู่เยว่ในชีวิตก่อนเคยเห็นแพทย์รุ่นใหม่จำนวนมากที่พึ่งพาระบบคอมพิวเตอร์จนแทบไม่จดจำรายละเอียดคนไข้ แต่หลี่น่ากลับใช้สมุดธรรมดาสร้างฐานความรู้ของตนเองอย่างละเอียด

เจ้าของร่างนี้ไม่ใช่แพทย์ที่ไร้ความสามารถ

ตรงกันข้าม เธอมีพื้นฐานแน่นและมีนิสัยรอบคอบมาก เพียงแต่ขาดความมั่นใจและไม่กล้าต่อสู้กับคนที่มีอำนาจเหนือกว่า

หลี่น่าเปิดหาบันทึกของผู้ป่วยเฉินกั๋วตามวันที่ระบุในเอกสารสอบสวน ไม่นานก็พบชื่อของเขาอยู่ช่วงกลางเล่ม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติยุค 80 มาเป็นแพทย์หญิงแสนร้าย   บทที่ 84

    หัวใจของหลี่น่าเต้นแรง เธอพลิกหน้าต่อไป ด้านในมีรูปถ่ายขาวดำของหญิงสาววัยยี่สิบกว่า ใบหน้าสวยอ่อนโยน ดวงตากลมโต และรอยยิ้มอบอุ่น แม้เวลาจะผ่านมาหลายปีแต่หลี่น่ากลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด หวังเหว่ยมองรูปถ่ายแล้วพูดเบา ๆ“เธอคล้ายคุณมาก”หลี่น่าไม่ตอบ สายตาของเธอยังคงจับอยู่ที่รูปถ่ายนั้น เธอเปิดอ่านรายงานต่อ เนื้อหาระบุว่าหลินซูอิงถูกกล่าวหาว่าลักลอบนำยาออกจากคลังเพื่อขายให้ตลาดมืด หลังถูกสอบสวน เธอลาออกจากโรงพยาบาล จากนั้นก็หายตัวไปไม่มีใครพบเธออีกเลยแต่ยิ่งอ่านมากขึ้น หลี่น่ากลับยิ่งรู้สึกผิดปกติ เพราะหลักฐานในแฟ้มเต็มไปด้วยช่องโหว่ ไม่มีพยานที่เห็นเหตุการณ์โดยตรง ไม่มีของกลางที่พบในครอบครอง และไม่มีการดำเนินคดีทางอาญา เหมือนมีใครต้องการให้เรื่องจบลงอย่างรวดเร็ว เธอหันไปถามเจ้าหน้าที่หอจดหมายเหตุ“มีเอกสารการสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่”ชายสูงวัยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเดินไปหยิบกล่องอีกใบ“มีบันทึกการประชุมของคณะกรรมการครับ”หลี่น่ารีบเปิดอ่าน ทันทีที่เห็นรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม สีหน้าของเธอก็เปล

  • ทะลุมิติยุค 80 มาเป็นแพทย์หญิงแสนร้าย   บทที่ 83

    หลิวหยางค่อย ๆ ก้มศีรษะลง เขาไม่อาจโต้แย้งคำพูดเหล่านั้นได้ เพราะทุกอย่างได้รับการพิสูจน์ด้วยหลักฐานแล้ว ไม่นานหลังจากนั้น พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องหลิวหยางในหลายข้อหา ละเลยมาตรการความปลอดภัยจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐ ร่วมกันจัดซื้อสารเคมีที่ไม่ได้มาตรฐาน ปลอมแปลงเอกสารทางธุรกิจ พยายามทำลายหลักฐาน รวมถึงความผิดฐานทำให้ทรัพย์สินของรัฐเสียหาย จากการใช้เอกสารและระบบรับรองมาตรฐานของหน่วยงานราชการโดยมิชอบ จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อการควบคุมด้านอุตสาหกรรมและสาธารณสุขเมื่อเจ้าหน้าที่อ่านข้อกล่าวหาจบ หลิวหยางเพียงหลับตาลงราวกับยอมรับว่าหนทางข้างหน้าไม่มีโอกาสหวนกลับอีกแล้วหลายเดือนต่อมา คดีทั้งหมดสิ้นสุดลง เครือข่ายทุจริตที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีผิดมาตรฐานถูกเปิดโปงทั้งหมด เจ้าหน้าที่รัฐหลายคนถูกดำเนินคดี ครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้รับการชดเชย โรงงานหยางซิ่งถูกปรับโครงสร้างและเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ในเช้าวันหนึ่ง หลี่น่าเดินออกมาจากศาลประชาชน ในมือของเธอมีเอกสารเพียงชุดเดียว หนังสือรับรองการหย่าที่ผ่านกระบวนการทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์

  • ทะลุมิติยุค 80 มาเป็นแพทย์หญิงแสนร้าย   บทที่ 82

    หลี่น่าลุกขึ้นยืน “ซูเจิน...ฉันจะไม่ให้อภัยเธอ”หญิงสาวยิ้มรับคำตอบนั้น“ฉันรู้” หลี่น่ากล่าวต่อ “เพราะคนที่เธอทำร้าย ไม่ใช่แค่ฉัน ยังมีคนไข้ เพื่อนร่วมงาน และผู้บริสุทธิ์อีกหลายคน”เธอหยุดเล็กน้อย“แต่สิ่งที่เธอทำวันนี้อาจช่วยชีวิตคนงานอีกจำนวนมาก และช่วยหยุดคนที่ยังคิดหาผลประโยชน์บนความทุกข์ของคนอื่น”ซูเจินหลับตาลง เหมือนยกภาระที่แบกไว้มานานออกจากหัวใจ ไม่นาน เจ้าหน้าที่ก็มารับตัวเธอ ก่อนเดินออกจากห้อง ซูเจินกลับหยุดฝีเท้า เธอหันมองหลี่น่าเป็นครั้งสุดท้าย“ระวังตัวด้วย”หลี่น่าชะงัก “หมายความว่าอย่างไร”ซูเจินมองไปทางหวังเหว่ย ก่อนพูดเสียงเบา“หลิวหยางรู้ว่าหลักฐานกำลังครบทุกอย่าง เมื่อคืน ฉันได้ยินเขาคุยกับคนของบริษัท เขากำลังเตรียมหลบหนีออกนอกเมือง”เจ้าหน้าที่ทุกคนหันมามองทันที หวังเหว่ยสีหน้าเคร่งเครียด“คุณแน่ใจหรือ”ซูเจินพยักหน้า “คืนนี้ ถ้าไม่รีบไป เขาอาจหายตัวไปตลอดกาล”สิ้นค

  • ทะลุมิติยุค 80 มาเป็นแพทย์หญิงแสนร้าย   บทที่ 81

    “ฉันไม่ได้มาขอความเห็นใจ” ซูเจินพูดเสียงเบา “แต่ฉันมีเรื่องที่ต้องบอก”หลี่น่ารับฟังอย่างเงียบ ๆ ซูเจินยื่นแฟ้มให้“เอกสารพวกนี้ ฉันแอบเก็บไว้ตั้งแต่ตอนทำงานกับหวังหมิ่น ตอนแรกคิดว่าจะใช้ต่อรอง แต่ตอนนี้... ฉันไม่อยากหนีอีกแล้ว”หลี่น่าเปิดแฟ้มอย่างระมัดระวัง ด้านในมีสัญญาจัดซื้อสารเคมี บันทึกการประชุม และจดหมายโต้ตอบหลายฉบับ เมื่อเธออ่านไปได้เพียงไม่กี่หน้า สีหน้าก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ซูเจินมองเธอแล้วกล่าวช้า ๆ“หลิวหยางมีส่วนรับผิดชอบจริง แต่เขาไม่ใช่คนเดียว”เธอชี้ไปยังเอกสารฉบับหนึ่ง“คนที่ผลักดันให้ใช้สารเคมีราคาถูกไม่ใช่แค่ฝ่ายบริหารของโรงงาน ยังมีเจ้าหน้าที่รัฐบางคนร่วมมือ แลกกับผลประโยชน์จากบริษัทผู้ขาย”หลี่น่าก้มมองลายเซ็นในเอกสาร มันไม่ใช่เพียงลายเซ็นของหลิวหยาง แต่ยังมีตราประทับของหน่วยงานราชการและลายเซ็นของเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคน ทันใดนั้น เธอก็รู้ว่าคดีนี้ใหญ่กว่าที่ทุกคนคาดคิดเพราะเบื้องหลังสารเคมีเพียงไม่กี่ถังอาจมีเครือข่ายผลประโยชน์ที่เชื่อมโย

  • ทะลุมิติยุค 80 มาเป็นแพทย์หญิงแสนร้าย   บทที่ 80

    “เหตุใดจึงอนุมัติ”“ฝ่ายจัดซื้อเสนอว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน แต่ราคาต่ำกว่าเกือบสามสิบเปอร์เซ็นต์”“คุณตรวจสอบมาตรฐานหรือไม่”หลิวหยางนิ่งไป ก่อนตอบเบา ๆ“ผม... เชื่อรายงานที่ได้รับ”คำตอบนั้นทำให้เจ้าหน้าที่หลายคนจดบันทึกทันที หัวหน้าคณะกรรมการถามต่อ“หลังพบคนงานเริ่มป่วย เหตุใดจึงไม่แจ้งหน่วยงานสาธารณสุข”หลิวหยางหลับตาลง “ผมคิดว่าเป็นไข้ตามฤดูกาล แล้วเมื่อจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น”เขาเงียบไปครู่หนึ่ง “ผมกลัวโรงงานถูกสั่งปิด”คำตอบนั้นทำให้ญาติผู้เสียชีวิตที่นั่งฟังอยู่ด้านหลังร้องไห้ออกมา หญิงชราคนหนึ่งลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ“ลูกสาวฉันตายเพราะความกลัวของคุณใช่ไหม”เจ้าหน้าที่รีบเข้าไปปลอบและเชิญเธอนั่งลง บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความหนักอึ้ง ไม่นาน หลี่น่าก็ได้รับเชิญเข้าให้ข้อมูลในฐานะหัวหน้าแผนกอายุรกรรมและผู้รับผิดชอบการตรวจรักษาผู้ป่วยทั้งหมด เธอนำแฟ้มเวชระเบียนมาวางบนโต๊ะ หัวหน้าคณะกรรมการกล่าวอย่า

  • ทะลุมิติยุค 80 มาเป็นแพทย์หญิงแสนร้าย   บทที่ 79

    “คุณทำงานแผนกไหน”“แผนก... ย้อมผ้าค่ะ”“เริ่มป่วยเมื่อไร”“ประมาณ... ห้าวันก่อน”หลี่น่าจดบันทึก ก่อนเดินไปถามผู้ป่วยรายถัดไป คำตอบที่ได้รับกลับคล้ายกันทั้งหมด ผู้ป่วยส่วนใหญ่ทำงานในแผนกย้อมผ้า และเริ่มมีอาการภายในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ในขณะนั้นเอง หลิวหยางเดินเข้ามาพร้อมผู้จัดการโรงงาน แม้สีหน้าจะเคร่งเครียด แต่เขายังคงแต่งกายเรียบร้อยในชุดสูทเหมือนทุกครั้ง“คุณหมอหลี่”หลี่น่าหันไปมอง“ตอนนี้เรายังสรุปสาเหตุไม่ได้”หลิวหยางลดเสียงลง “ผมขอร้อง อย่าเพิ่งประกาศว่าเป็นโรคระบาด ถ้าข่าวออกไป โรงงานจะถูกสั่งปิดทันที”หลี่น่าวางแฟ้มลงช้า ๆ “ตอนนี้มีคนป่วยกี่คน”“ประมาณ... ห้าสิบกว่าคน”ผู้จัดการโรงงานรีบแก้ “สี่สิบแปดคนครับ”หลี่น่าหันไปมองเจ้าหน้าที่พยาบาล“รายชื่อที่ลงทะเบียน”“หกสิบสามคนค่ะ”ผู้จัดการถึงกับหน้าซีด หลี่น่าจึงหันกลับมามองหลิวหย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status