Share

บทที่ 14

Author: จี้เวยเวย
ไต้ซือเทียนสุ่ยมองซ่งรั่วเจินนิ่งๆ “แม่นางซ่ง หลายวันก่อนอาตมาไปดูฮวงจุ้ยที่จวนตระกูลซ่ง หมู่นี้จวนตระกูลซ่งเกิดเรื่องติดต่อกัน ใช่ว่าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าเลยเสียทีเดียว”

“อ้อ? ไหนท่านลองพูดให้ฟังที ว่าเกี่ยวข้องกับข้าอย่างไรบ้าง?”

ซ่งรั่วเจินยิ้มหยัน มองคนตรงหน้าด้วยความสงบเยือกเย็น นางอยากรู้นักว่าคนผู้นี้จะแต่งเรื่องอย่างไรออกมา!

“ข้าเคยดูเวลาตกฟากของเจ้ามาก่อน เจ้าชะตาอาภัพมีดวงพิฆาต หลินโหวเป็นดาวนำโชคในชีวิตเจ้า มีเพียงต้องออกเรือนให้เขาจึงจะสามารถคลี่คลายได้”

“เดิมทีหลินโหวไม่มีทางแต่งเจ้า หากไม่ใช่เพราะข้าใช้วิธีการบางอย่าง แม้แต่ภรรยาหลวงเจ้าก็คงไม่ได้เป็น วันนี้เจ้าอยากอยู่อย่างสงบก็มีแต่ต้องเดินทางนี้เท่านั้น มิเช่นนั้น ดวงพิฆาตของเจ้ายังจะทำให้คนอื่นเคราะห์ร้ายไปด้วย”

ได้ยินเช่นนั้น คนที่เดินตามไต้ซือเทียนสุ่ยออกมาล้วนเผยสีหน้าตื่นตกใจ

ดวงพิฆาต นี่เป็นชะตาชีวิตที่ทุกคนหวาดกลัวที่สุด เดิมนึกว่าหลินโหวทอดทิ้งซ่งรั่วเจินเป็นการปฏิบัติต่อนางอย่างไม่เป็นธรรม แต่ดูจากตอนนี้ หลินโหวเป็นดาวช่วยชีวิตนาง นางกลับไม่รู้ดีชั่ว!

“มิน่าเล่า หมู่นี้ตระกูลซ่งถึงได้เกิดเรื่องไม่หยุดหย่อน ที่แท้ก็เคราะห์ร้ายเพราะซ่งรั่วเจินหรือนี่?”

“ไต้ซือเทียนสุ่ยเคยทำนายดวงชะตาให้นาง นางรู้ดีว่าจะเดือดร้อนถึงคนในครอบครัวแต่ก็ยังถอนหมั้นต่อหน้าธารกำนัล นี่ไม่ใช่แค่ไม่รู้ความแล้ว แต่เรียกว่าจิตใจชั่วช้าอำมหิตมากกว่า!”

“นั่นน่ะสิ ข้าได้ยินมาว่าคืนวาน ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลหลินกับหลินโหวไปขอโทษแล้ว แต่กลับถูกไล่ออกมา ไม่รู้จริงๆ ว่านางยังไม่พอใจอะไรอีก?

“ผู้ชายมีสามภรรยาสี่อนุเป็นเรื่องปกติ ดีชั่วอย่างไรก็เป็นคุณหนูผู้ดี ความใจกว้างแค่นี้ก็ยังไม่มี ข้ากลับคิดว่าแม่นางฉินที่หลินโหวแต่งเป็นภรรยาวันนั้นดีกว่ามาก”

“ซ่งรั่วเจินน่ะหรือ ไม่คู่ควรเป็นฮูหยินของจวนโหวเลยสักนิด!”

“สามภรรยาสี่อนุเป็นเรื่องปกติ ท่านเต็มใจแต่งก็ไปแต่งเองสิ พ่อแม่ข้ายังไม่คัดค้าน ท่านมีสิทธิ์อะไรมาวิพากษวิจารณ์อยู่ตรงนี้?”

ซ่งรั่วเจินปรายตามองฝ่ายตรงข้ามอย่างเย็นชา แววตาลึกล้ำดุจบ่อลึกฉายประกายเย็นเยียบ ไอสังหารที่กดดันผู้คนแผ่ซ่านออกมาอย่างโจ่งแจ้ง

หญิงผู้นั้นรู้ว่าซ่งรั่วเจินมีนิสัยหัวอ่อนถึงได้กล้าเอ่ยปากอย่างเหิมเกริม จู่ๆ ถูกสายตาคู่นั้นจับจ้องก็รู้สึกหนาววาบในใจ เงียบเสียงไปโดยไม่รู้ตัว

“ไต้ซือเทียนสุ่ย ท่านพูดว่าข้ามีดวงพิฆาต แต่ดวงชะตาที่ข้าดูมาตั้งเด็กล้วนดีเลิศมาโดยตลอด”

“นอกจากนี้ หลายวันก่อน แม่ข้าเชิญท่านมาดูฮวงจุ้ยที่จวน ท่านรับเงินหนึ่งแสนตำลึงไปแล้ว บอกว่าแค่ต้องถมสระบัว อีกทั้งในร้อยปีนี้ห้ามไปแตะต้อง เช่นนี้จึงจะสามารถแก้ไขชะตาของตระกูลซ่งได้”

“แต่ท่านพูดเช่นนั้นได้ไม่ทันไร พี่รองของข้าก็ตาบอดสองข้าง งานวิวาห์ของข้าก็เกิดเรื่อง วันนี้ท่านเห็นว่าเรื่องราวไม่อาจคลี่คลายได้ก็หันมาพูดว่าข้ามีดวงพิฆาต ช่างพูดจากลอกกลับดีเสียจริง คำพูดแบบใดล้วนถูกท่านพูดออกมาจนหมดแล้ว!”

ซ่งรั่วเจินมองไต้ซือเทียนสุ่ยอย่างเย็นชา สายตาไปหยุดลงบนเงาดำกลุ่มหนึ่งด้านหลังเขา

ชั่วขณะที่คนผู้นี้ปรากฏตัว นางก็สังเกตเห็นแล้ว ต้องยอมรับว่าคนผู้นี้มีความสามารถ ถึงกับเลี้ยงผีน้อยเอาไว้ด้วยตนหนึ่ง

จะว่าไปก็น่าขัน นักพรตหรือภิกษุทั่วไปล้วนบำเพ็ญตนเพื่อละวางกิเลส โปรดสรรพสัตว์ คนตรงหน้ากลับประเสริฐนัก เลี้ยงผีน้อยตนหนึ่งไว้ข้างกาย อาศัยผีน้อยตนนี้จนได้ชื่อว่าเป็นไต้ซือ

แต่พลังของผีน้อยมีจำกัด ต่อให้สามารถมองทะลุสิ่งของบางอย่างได้ แต่ไม่มีความสามารถส่งวิญญาณไปสู่สุคติ

“อาตมาจัดการทุกอย่างไว้ดีแล้ว ถ้าแม่นางซ่งยอมออกเรือนไปแต่โดยดี ทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปเอง แต่เจ้าไม่ยินยอม ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในวันนี้ จะมาโทษอาตมาได้อย่างไร?”

ไต้ซือเทียนสุ่ยแค่นเสียง สีหน้าเย็นชาถึงที่สุด “อาตมาเห็นแก่หน้าฮูหยินตระกูลซุนจึงได้คิดจะช่วยเหลือเจ้า แต่ตอนนี้เจ้าไม่รับน้ำใจ อาตมาก็จะไม่ช่วยอีกแล้ว!”

“เจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม? แม่ข้าทุ่มเทเพียงใดเพื่อช่วยเหลือเจ้า แต่เจ้านอกจากจะไม่รับน้ำใจแล้วยังมาล่วงเกินไต้ซือเทียนสุ่ยอีก เกรงว่าตระกูลซ่งคงต้องเคราะห์ร้ายหมดบ้านเพราะเจ้าคนเดียว!”

ซุนฮั่นเฟยสุดจะระงับความพลุ่งพล่าน มารดากับท่านป้าเป็นพี่น้องกันแท้ๆ แต่กลับไม่ได้ออกเรือนให้ตระกูลสูงศักดิ์เหมือนท่านป้า กอปรกับพี่น้องตระกูลซ่งล้วนมีชื่อเสียงอยู่ข้างนอก เหนือกว่าเขาไปเสียทุกอย่าง เวลาปกติถึงออกไปไหนด้วยกัน เขาก็เป็นได้แค่ตัวประกอบมาตลอด

ยามนี้ตระกูลซ่งเสื่อมถอย คนเหล่านั้นทยอยเกิดเรื่องไปทีละคน ไม่ต้องบอกเลยว่าในใจเขารู้สึกปลอดโปร่งมากแค่ไหน!

“อาศัยแค่คำโกหกพกลมของพวกสิบแปดมงกุฎอย่างท่าน ก็คิดจะมาตัดสินชะตาตระกูลซ่ง ท่านคู่ควรด้วยรึ?”

“ข้าจะทำนายให้ท่านก็แล้วกัน ท่านหว่างคิ้วหม่นหมอง ขนคิ้วบางเบา ใบหน้ามีสีแดงเรื่อ ผีน้อยข้างกายเลี้ยงไว้นานไปจะต้องแว้งกัดแน่นอน อย่างมากไม่เกินสามวัน จะต้องประสบกับเคราะห์ร้ายเลือดตกยางออก!”

ซ่งรั่วเจินแววตาเฉยเมย วิญญาณอาฆาตข้างหลังคนผู้นี้ขยายใหญ่ขึ้นทุกที เงาดำนั้นแทบจะกลืนกินเขาหมดแล้ว

เลี้ยงผีน้อย ตนเองก็ต้องมีความสามารถข่มมันได้ หากไม่มีความสามารถนั้น ไม่เพียงแต่จะต้องสูญเสียสิ่งที่ได้มาเพราะอาศัยผีน้อย เจ้าตัวยังต้องประสบกับการแว้งกัด คนผู้นี้เห็นได้ชัดว่ากำลังจะรับมือไม่ไหวแล้ว

สิ้นเสียงซ่งรั่วเจิน คนรอบข้างก็พูดถากถางขึ้นมา

“นางพูดเหลวไหลอะไร? ทำนายดวงชะตาให้ไต้ซือเทียนสุ่ยเนี่ยนะ?”

“เกรงว่าซ่งรั่วเจินคงสะเทือนใจเกินไปจนเริ่มพูดจาเหลวไหลเลื่อนเปื้อนแล้วกระมัง?”

ไต้ซือเทียนสุ่ยมีสีหน้าเย้ยหยัน “แม้แต่ฮวงจุ้ยง่ายๆ เจ้ายังดูไม่เป็น ถึงกับกล้าพูดว่าข้าจะมีเคราะห์โชกเลือด ช่างเหลวไหลไร้สาระสิ้นดี!”

“ญาติผู้น้อง ข้าว่าเจ้ายอมรับผิดแต่โดยดีเถอะ ไยต้องปากแข็ง? ก่อเรื่องต่อไปไม่เป็นผลดีต่อเจ้าหรอกนะ”

ซุนฮั่นเฟยแสร้งเกลี้ยกล่อมด้วยความปรารถนาดี ในใจกลับอดหัวเราะเยาะเย้ยไม่ได้ ญาติผู้น้องคงสมองเลอะเลือนไปแล้ว ถึงกับกล้าสงสัยไต้ซือเทียนสุ่ยทั้งยังสาปแช่งเขาอีกด้วย!

“ไต้ซือเทียนสุ่ย ลูกสาวข้าหายตัวไปหลายปี ได้โปรดช่วยทำนายให้ข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะว่าชีวิตนี้ข้ายังมีโอกาสหาลูกสาวพบหรือไม่?”

ฮูหยินหน้าตางดงามนางหนึ่งที่อยู่ข้างๆ มองไต้ซือเทียนสุ่ยด้วยความร้อนใจ นางทุ่มเทไปมากกว่าจะได้พบไต้ซือเทียนสุ่ย เดิมนั้นตอนนี้ควรช่วยนางคลี่คลายปัญหาได้แล้ว คิดไม่ถึงว่าจะถูกขัดจังหวะเพราะการปรากฏตัวขึ้นของซ่งรั่วเจิน

นางไม่อาจปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไปโดยไม่ทำอะไรเลย จะต้องหาลูกสาวนางให้พบให้ได้

ซ่งรั่วเจินได้ยินแล้วก็หันไปมองผู้หญิงตรงหน้าคนนั้น นางแต่งกายเรียบร้อย สวมเครื่องประดับหรูหรา ทั้งยังดูคุ้นตาอย่างมาก เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน

“ลูกสาวหายสาบสูญไปเมื่อหลายปีก่อน คงไม่ใช่ฮูหยินของราชครูสวีหรอกนะ?”

ในสมองปรากฏภาพคนผู้หนึ่งอย่างรวดเร็ว ตอนนั้นเรื่องนี้โด่งดังไปทั่วเมืองหลวง ได้ยินว่าสวีฮูหยินพาลูกสาวไปเดินเล่นที่งานวัด แต่ลูกสาวกลับหายตัวไป ยังหาคนไม่พบจนถึงบัดนี้

ไต้ซือเทียนสุ่ยเหลือบมองสวีฮูหยินแวบหนึ่ง แล้วหันไปมองซ่งรั่วเจิน ฉับพลันก็คิดแผนการขึ้นได้

“ในเมื่อเจ้าพูดเองว่าตัวเองมีความสามารถในการทำนายทายทัก มิสู้พวกเรามาประลองกันว่าใครทำนายได้แม่นยำกว่ากัน? ดูว่าใครจะสามารถตามหาลูกสาวให้ฮูหยินท่านนี้ได้ก่อน!”

เมื่อวาจานั้นดังขึ้น ทุกคนล้วนกวาดสายตามามองซ่งรั่วเจิน รู้สึกเพียงว่านางหาเรื่องใส่ตัว นางที่เป็นคุณหนูที่อยู่แต่ในเรือน จะไปรู้เรื่องพวกนั้นได้อย่างไร?

ทว่ามุมปากของซ่งรั่วเจินกลับหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มนึกสนุก “ตกลง!”

“ถ้าข้าชนะ ท่านจะต้องโขกศีรษะขอขมาข้า และสารภาพว่าใครเป็นคนบงการให้ท่านนำของสกปรกมาฝังไว้ในสระบัวบ้านข้า!”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2072

    ......กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีเด็ก ๆ ก็อายุสามขวบแล้วฉู่จวินถิงขึ้นครองราชย์อย่างราบรื่น ซ่งรั่วเจินก็ได้เป็นฮองเฮาฮ่องเต้องค์ก่อนที่เดิมควรจะสิ้นพระชนม์ไปนานแล้ว เพราะไม่มีเหลียงอ๋องคอยทำร้าย อีกทั้งยังได้รับการบำรุงร่างกายจากซ่งรั่วเจินอย่างดี พระวรกายจึงดีขึ้นเรื่อย ๆ เพียงแต่เห็นว่าฉู่จวินถิงจัดการราชการได้อย่างคล่องแคล่ว จึงไม่อยากเหน็ดเหนื่อยกับราชกิจอีกเขาพาฮองเฮา ซึ่งบัดนี้เป็นไทเฮา ปลอมพระองค์ออกไปเที่ยวชมทั่วราชอาณาจักร กล่าวว่าทรงตั้งใจปกครองบ้านเมืองห่วงใยราษฎรมาตลอด บัดนี้ก็ควรไปดูชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรด้วยตนเองจริง ๆ เสียทีซ่งรั่วเจินได้เป็นฮองเฮา แม้จะพำนักอยู่ในวัง แต่ก็มักออกไปเที่ยวนอกวังอยู่เสมอ ฉู่จวินถิงก็ปล่อยให้นางไปตามใจ ทุกครั้งที่จัดการงานเสร็จและมีเวลา ก็จะไปเป็นเพื่อนนางพาลูกทั้งสามไปด้วย ครึกครื้นยิ่งนักทว่า หลังจากฉู่จวินถิงขึ้นครองราชย์ ก็มีขุนนางจำนวนไม่น้อยเสนอให้คัดเลือกสนมเพราะอย่างไรเสีย ฮ่องเต้ควรมีโอรสและธิดาให้มาก มีฮองเฮาเพียงคนเดียวย่อมไม่พอ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงว่าฮ่องเต้ทรงรักและเป็นห่วงฮองเฮามาก ถึงขั้นตัดสินพระท

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2071

    ฮองเฮาแอบรู้สึกประหลาดใจ “ไม่คิดว่าเจินเอ๋อร์จะรู้มากขนาดนี้ ข้าเองก็เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก”“ตอนนี้ลูกยังเล็กอยู่ พอโตขึ้นก็จะเห็นได้ชัดกว่านี้พ่ะย่ะค่ะ”ซ่งรั่วเจินมองลูกทั้งสาม ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน บัดนี้นางก็ได้สัมผัสถึงความรักของแม่ที่ท่วมท้นแล้วทุกวันที่ได้อุ้มลูก นางรู้สึกว่าสภาพจิตใจก็สงบและอ่อนโยนขึ้น เวลาส่องกระจกก็เหมือนว่าคิ้วตาจะเปลี่ยนไป“เสด็จย่าของเจ้าก็ตรัสถึงทั้งวัน หวังเพียงว่าเจ้าจะฟื้นฟูร่างกายให้ดี แล้วพาลูกไปเยี่ยมนางสักหน่อย”ฮองเฮานึกถึงหลายวันก่อนหน้านี้ ไทเฮาเคยถามเรื่องนี้โดยเฉพาะ ถึงขั้นอยากไปจวนรัชทายาทเพื่อดูเจินเอ๋อร์ แต่ถูกฮ่องเต้ห้ามไว้เพราะอย่างไรเสีย พระพลานามัยของไทเฮาแต่เดิมก็ไม่ดี หลังจากได้รับการดูแลรักษาจึงจะดีขึ้นหากออกจากวังโดยพลการ แล้วเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น เช่นนั้นก็วุ่นวายแล้วซ่งรั่วเจินคิดถึงเสด็จย่าที่ดีต่อนางเสมอมา จึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “อีกเดี๋ยวพวกเราจะไปเยี่ยมเสด็จย่าเพคะ”ฮองเฮาพยักหน้าด้วยความพอใจ แล้วตบมือซ่งรั่วเจินเบา ๆ “เจ้าคลอดลูกให้จวินถิงถึงสามคนในคราวเดียว ทำคุณงามความดีครั้งใหญ่ ลำบากเจ้าแล้วจริง ๆ”

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2070

    กู้ฮวนเอ๋อร์หัวเราะฮี่ ๆ “ข้าแค่รู้สึกว่า ลูกชายของข้าเมื่อเทียบกับลูกของท่านแล้วยังด้อยกว่านิดหน่อย แต่ถ้าเทียบกับเด็กบ้านอื่น ๆ ข้าว่าหน้าตาดีทีเดียว”“ลูกชายของเจ้าพอโตขึ้นต้องหล่อเหลาแน่นอน ถึงตอนแต่งงานมีภรรยา เกรงว่าจะมีสตรีมากมายแย่งกันแน่”ซ่งรั่วเจินอุ้มลูกของตนเอง ตอนแรกยังรู้สึกแปลกหน้าอยู่บ้าง แต่ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าน่ารัก ความผูกพันทางสายเลือดก็พลันเกิดขึ้นทันทียามนี้เมื่อมองลูกของตนเอง นางก็อดไม่ได้ที่จะอยากจูบพวกเขาในบรรดาลูกทั้งสามคนของนาง คนโตค่อนข้างเงียบ คนที่สองซุกซนเสียงดัง ส่วนลูกสาวคนเล็ก ผิวพรรณขาวผ่องกว่าหน่อย เวลาร้องไห้ก็ชวนให้คนเอ็นดูเป็นพิเศษเมื่อพระชายารัชทายาทฟื้นขึ้นมา ข่าวนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวง“ก่อนหน้านี้ข่าวบอกว่าพระชายารัชทายาทไม่ได้สติ หมอหลวงก็จนปัญญา เกรงว่าจะไม่รอดแล้ว ไม่คิดเลยว่าคนดีสวรรค์คุ้มครอง ในที่สุดก็ฟื้นขึ้นมาได้”“ช่างดีจริง ๆ ข้ารู้อยู่แล้วว่าพระชายารัชทายาทเป็นคนมีวาสนา ตั้งครรภ์แฝดสาม ต่อไปชีวิตต้องดีแน่นอน”“ก่อนหน้านี้เพราะพระชายารัชทายาทเกิดเรื่อง ได้ยินว่าขุนนางทั้งหลายต่างไม่กล้าไปแสดงความยินดี ตอนนี้ถึงจะ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2069

    หลังจากกู้หรูเยียนมาถึง คนในตระกูลซ่งก็พากันรีบรุดมาถึงเช่นกันเมื่อเห็นว่าซ่งรั่วเจินไม่เพียงฟื้นขึ้นมาแล้ว ยังกระปรี้กระเปร่าดีด้วย ก้อนหินที่ค้างคาอยู่ในใจของทุกคนได้ตกลงพื้นในที่สุด“ขอบคุณฟ้าดิน บุตรสาวของข้าไม่เป็นอะไรแล้ว”ซ่งหลินถอนหายใจโล่งอก หลายวันที่ผ่านมา สำหรับเขาแล้วยาวนานราวกับเป็นปี เพียงแต่เมื่อเห็นว่าฮูหยินของตนแทบจะรับไม่ไหว เขาจำต้องฝืนยืนหยัดไว้ มิฉะนั้นสถานการณ์คงเลวร้ายยิ่งกว่าเดิมเพียงแต่ว่า บุตรสาวคนนี้คือแก้วตาดวงใจของเขา พอคิดว่าอาจเกิดเรื่องขึ้นจนไม่ได้พบกันอีก ไม่ต้องพูดเลยว่าในใจเขาเจ็บปวดเพียงใด“น้องหญิงห้า เจ้าฟื้นขึ้นมาได้ช่างดีเหลือเกิน เจ้าหมดสติครั้งนี้ทำพวกเราตกใจแทบแย่”ซ่งจิ่งเซินเผยรอยยิ้มออกมา ก่อนจะถามอีกว่า “หมอหลวงคงมาตรวจดูแล้วใช่ไหม? ตอนนี้เจ้าไม่เป็นอะไรแล้วใช่หรือไม่?”ซ่งรั่วเจินพยักหน้าเบา ๆ “ข้าเพียงอ่อนแรงเกินไปหลังจากคลอดลูก จึงหมดสติไป ตอนนี้ฟื้นแล้ว ร่างกายก็จะค่อย ๆ ฟื้นฟู พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้าแล้ว”สายตาของนางกวาดมองผู้คนไปทั่ว เห็นได้ชัดมากว่าทุกคนล้วนไม่ได้พักผ่อนดี ๆสีหน้าของแต่ละคนล้วนเผยความอ่อนล้าหลายส่วน เ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2068

    ตามหลักแล้ว เมื่อวิญญาณออกจากร่างย่อมสามารถมองเห็นผู้คนและสิ่งรอบข้างได้ เพียงแต่ว่าในตอนนั้นนางถูกดึงไปยังที่อื่นโดยตรง จึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นรอบตัวบ้างแต่เรื่องทั้งหมดนี้ก็เดาไม่ยากในชาตินี้ นางไม่เพียงมีสามีที่แสนดีเลิศเท่านั้น ยังมีครอบครัวและมิตรสหายที่รักใคร่นางอย่างแท้จริงเฉินเซียงพยักหน้าติดต่อกัน อดทอดถอนใจไม่ได้ “ฮูหยินเป็นลมหมดสติไปตั้งแต่ตอนนั้น หลายวันมานี้ก็มาทุกวัน ดูซูบเซียวไม่น้อยทีเดียว”“จะว่าไปแล้ว เวลานี้ฮูหยินก็น่าจะใกล้มาถึงแล้วเจ้าค่ะ”“บรรดาพี่ชายของท่านก็มาหาตลอด ถามไถ่อาการจากหมอหลวง คุณชายสี่ก็ไปเสาะหาสมุนไพรล้ำค่ามามากมาย เพียงแต่เห็นท่านยังไม่ฟื้นเสียที ทุกคนต่างก็เศร้าใจยิ่งนัก”“พวกอวิ๋นเนี่ยนชูกับเมิ่งชิ่นก็มาเช่นกัน วันนี้ยังพากันไปวัดเพื่ออธิษฐานขอพรอีกด้วย”ช่วงหลายวันก่อนเฉินเซียงก็แทบไม่แตะต้องอาหาร แต่เมื่อตอนนี้ได้เห็นนายของตนฟื้นขึ้นมา ก็ราวกับได้เสาหลักกลับคืนมาในที่สุด คนก็สดใสร่าเริงขึ้นทันทีในใจซ่งรั่วเจินเข้าใจดี ทั้งรู้สึกละอายใจและสุขใจในเวลาเดียวกัน“เพราะข้าคลอดลูกสามคนติดกัน ร่างกายอ่อนแรงเกินไป จึงได้หมดสติไป ตอนนี้ไม่เ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 2067

    ซ่งรั่วเจินมองฉู่จวินถิงที่อยู่ตรงหน้า นึกถึงอดีตที่นางได้เห็นด้วยตาตนเอง ใจก็อดปวดร้าวขึ้นมาไม่ได้นางกอดฉู่จวินถิงไว้ แล้วกล่าวว่า “เหตุใดท่านถึงได้โง่งมเช่นนี้?”ฉู่จวินถิงได้ยินคำพูดของฮูหยินตน ก็ไม่เข้าใจความหมายของนางนัก เพียงแต่ในเวลานี้ เมื่อคิดว่าในที่สุดนางก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว ใจเขาก็เหลือเพียงความยินดีและความตื่นเต้นเท่านั้นในช่วงวันที่เจินเอ๋อร์หมดสติ เขารู้สึกราวกับตัวเองเป็นศพเดินได้ ไม่ได้ไปเข้าเฝ้าเลย ไม่ว่าใครจะพูดอะไร เขาก็ไม่สนใจทั้งสิ้นไม่มีเจินเอ๋อร์ โลกของเขาก็มีเพียงความมืดมิด ไร้ซึ่งแสงสว่างใด ๆ“ไม่มีเจ้า โลกของข้าก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป”ฉู่จวินถิงมองซ่งรั่วเจิน ราวกับกำลังมองสมบัติล้ำค่าที่ได้กลับคืนมาอีกครั้ง“อย่าจากข้าไปอีกเลย”ซ่งรั่วเจินยิ้มแล้วพยักหน้า “หม่อมฉันจะทำใจไปจากท่านและลูก ๆ ได้อย่างไร?”ไม่ง่ายเลยกว่าพวกเขาจะได้ชีวิตที่สมบูรณ์เช่นนี้ นางจะต้องทะนุถนอมมันไว้ให้ดี“พระชายารัชทายาท ท่านหลับนานเพียงนี้ คงจะหิวแย่แล้วกระมัง?”เฉินเซียงและไป๋จื่อยกอาหารเข้ามา รัชทายาทสั่งให้ห้องครัวเตรียมอาหารไว้ตลอด ก็เพื่อให้พระชายารัชทายาทมีอะไรกินทันที

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status