แชร์

6 ช่วยผ่อนคลายก่อน

ผู้เขียน: น้องเหม่ยเหมย
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-06 14:38:02

บทที่สาม ช่วยผ่อนคลายก่อน 18

“ฉะนั้นหน้าที่แรกในคืนนี้คือการที่แม่นางหลินต้องพิสูจน์ว่าตนเองสามารถทำหน้าที่เป็นพาหนะตัวนำยาถอนพิษเข้าร่างกายของท่านอ๋องได้หรือไม่”

“มะ หมายความว่าคืนนี้ข้าต้องเอากับเขาหรือท่านเจ้าคะ ท่านอู๋เจี้ยน”

“วาจาตรงไปตรงมาเกินไปนัก ไม่กระดากปากสตรีอย่างเจ้าเลยรึ”

แหมนั่งเงียบมาตั้งนาน เปิดปากได้ก็ด่ากันเชียวนะอ๋องหน้าหนวด หลินอวี่ถงเหลือบตามองเขาแปบนึงแล้วเก็บสายตากลับมาส่ายหน้าอย่างไม่สะทกสะเทือน “เรื่องธรรมชาติไยต้องอายด้วยเพคะท่านอ๋อง”

“หึ”

ชิ หึทำไม เป็นเมะหึหรืออย่างไร ช่างเหมือนผู้ชายขี้เก๊กในยุคของนางยิ่งนัก หากไม่ติดว่ากลัวตัวเองโดนบั่นคอนะ หลินอวี่ถงพูดแรงได้มากกว่านี้อีก โทษฐานทำให้นางเครียดจนจะบ้าตายหลายรอบต่อวันตั้งแต่ทะลุมิติมาโผล่ที่นี่

“เอ่อ ความจริงแล้วคืนนี้แม่นางหลินไม่จำเป็นต้องถึงขนาด...เอ่อ...เอา อืม ขนาดเสพสังวาสกัน เพียงลองใกล้ชิดกับท่านอ๋องดูก่อน ดูว่าพระองค์รังเกียจแม่นางหรือไม่ก็พอ”

“อ้อ สรุปทั้งหมดที่ท่านพูดมาคือหน้าที่ของข้าแลกกับการไว้ชีวิตข้าคือเอากับเจ้านายท่านเพื่อช่วยถอนพิษ หากสำเร็จข้ารอดหากไม่สำเร็จข้าตายใช่หรือไม่”

“ใช่ สรุปตามแม่นางบอก”

“แล้วบอกได้หรือไม่ว่าต้องเอากี่รอบหรือ รอบเดียวพอหรือไม่”

“...”

บุรุษในห้องนี้ทั้งเจ้านายและลูกน้องพากันหน้าแดง ก้มหน้าหลบตานางมองปลายเท้ากันเกือบหมดยกเว้นจ้าวสี่เย่ที่คงจะทนฟังวาจาตรงไปตรงมาต่อไปไม่ไหวเลยชักดาบที่วางอยู่บนโต๊ะข้างกายออกมาจากฝัก ปลายด้านคมทาบลงมาบนลำคอเรียวระหงของสตรีวาจาแปลกประหลาดหน้าหนายิ่งกว่าบุรุษเสเพลตรงหน้า

“...”

ตึกตัก ตึกตัก

หลินอวี่ถงหัวใจเต้นรัวจนแทบกระโดดออกมาจากอก กะพริบตาปริบ ๆ มองคมดาบสลับกับเจ้าของดาบด้วยความหวาดกลัวสุดหัวใจ

ท่าทีของเขาจริงจังทำให้หญิงสาวรู้ซึ้งแล้วว่าต่อจากนี้นางต้องระวังปากมากขึ้นแบบทวีคูณ

เขาไม่ใช่คนที่นางควรโต้เถียงด้วย

“มะ หม่อมฉันขออภัยที่พูดตรงเกินไป เอ่อ อย่าทรงกริ้วเลยเพคะ เดี๋ยวท่านจะไม่มีคนช่วยถอนพิษนะเพคะ แฮ่ ๆ”

หลิวอวี่ถงค่อยขยับตัวเอาลำคอตัวเองออกจากปลายคมดาบอย่างเชื่องช้า

“...”

พรู่ว...

ในที่สุดก็เก็บอาวุธอันตรายไปสักที

ภายในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของทุกอู๋เจี้ยนที่ชี้แจงทุกอย่างจบลงแล้วถอยไปข้างหลัง

“กระหม่อมทูลชี้แจงทุกอย่างครบถ้วนแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมถวายบังคมทูลลา”

สายตาของหลินอวี่ถงพลันสะดุ้งเฮือกเมื่อลูกน้องของเขาพากันเดินออกจากห้องนี้กันหมด นางเหลือบกลับไปบุรุษหน้าหนวดผู้นั่งนิ่งอยู่บนตั่งหลังจากวางดาบเอาไว้ที่เดิม

เขาไม่ต้องขยับกายแม้แต่น้อยก็แผ่แรงกดดันออกมาจนทั้งห้องอึดอัดล้น ขนคอของนางลุกซู่ด้วยเพียงแววตาคมเข้มที่จับจ้องมาเหมือนคมดาบที่กำลังเล็งมาที่นาง

คือตกลงวันนี้นางจะต้องพิสูจน์ว่านางมีประโยชน์ต่อการถอนพิษเขาหรือไม่

ว่าแต่เขาไม่ชอบสตรีเพราะอะไรกันนะไยไม่มีใครบอกข้อมูลอะไรเลย

ตอนนี้ไม่รู้ว่าบุรุษผู้นี้มีปมในใจทำให้ไม่ชอบสตรี หรือจริง ๆ แล้วเขาเป็นพวกรักใคร่นิยมเพศเดียวกันก็ไม่อาจรู้ได้

ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกอับจนหนทาง แต่นางรู้เพียงอย่างเดียวว่าหากฝืนทำตามที่พวกเขาเคยทำมาผลลัพธ์คงไม่ต่างจากสตรีที่จบชีวิตไปก่อนหน้า

นางสูดหายใจลึก พยายามบังคับเสียงตัวเองให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนพูด

“ท่านอ๋องเพคะ” นางเอ่ยขึ้น “หม่อมฉันรู้ว่าพระองค์เพิ่งกลับจากศึก คงมีความเหน็ดเหนื่อยและความเครียดสะสมอยู่ไม่น้อย…หากพระองค์ทรงไม่รีบร้อน หม่อมฉันขอเสนอตัวเองช่วยพระองค์ผ่อนคลายก่อนดีหรือไม่เพคะ”

สายตาคมตวัดขึ้นมอง นิ่งเงียบชั่วครู่ “ผ่อนคลายรึ?” เสียงต่ำทุ้มก้องไปทั่วห้อง “เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกันแน่”

หลินอวี่ถงกลืนน้ำลายฝืดคอ “หม่อมฉันเพียงจะช่วยพระองค์สรงน้ำ นวดพระวรกาย และช่วยโกนหนวดให้ท่านอ๋องหายอึดอัดก่อนเพคะ ท่านอ๋องจะได้ผ่อนคลายก่อนที่จะทำการพิสูจน์ว่าร่างกายพวกเราเข้ากันได้หรือไม่”

ชายหนุ่มเคราเฟิ้มขยับตัวเล็กน้อย แต่สายตาแข็งกร้าวยังไม่สร่างคลาย “ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเช่นนั้นเพียงเจ้าขึ้นเตียงก็เพียงพอ ข้าจะพิสูจน์ต่อจากนั้นเอง”

คำตอบนั้นทำให้หลินอวี่ถงหัวใจหล่นวูบ ไม่สิ ถ้าเป็นเช่นนั้น นางต้องตายแน่! ความคิดพรั่งพรูในหัว ร่างกายเขาต่อต้านสตรีมาตลอด ขืนยังทำแบบเดิม ผลย่อมไม่ต่างจากสตรีที่ถูกฆ่าตายไปแล้ว

“ท่านอ๋อง โปรดฟังหม่อมฉันก่อนเถิดเจ้าค่ะ” น้ำเสียงสั่นแต่เต็มไปด้วยความกล้า “หากพระองค์ทำเช่นเดียวกับที่ผ่านมา ผลย่อมไม่เปลี่ยนไม่ว่าจะเป็นผู้ใด พระองค์ไม่ทรงอยากรักษาพิษของตนเองหรือเพคะ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   103บทส่งท้าย (2)

    "คุณหนูเจ้าคะ..." ชุนฮวาวางจดหมายลงบนโต๊ะข้างเตียงด้วยความระมัดระวัง "มีผู้ส่งจดหมายมาให้เจ้าค่ะ เขาบอกว่าเป็นจดหมายแสดงความยินดี"ซูซิวเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนหยิบจดหมายขึ้นมาเปิดอ่าน ตัวอักษรที่เขียนด้วยหมึกดำเรียบง่ายกลับสะกดความสนใจของนางไว้ทันทีถึง คุณหนูซูซิวเหยาข้ายินดีอย่างยิ่งที่เจ้าพบคู่ครองที่คู่ควร แม้หัวใจข้าจะเคยมีเจ้าครอบครอง แต่วันนี้ข้าขอมอบเพียงคำยินดีแทนทุกสิ่งข้าหวังว่าเจ้าจะมีชีวิตที่สุขสมปรารถนาเสมอเหวินอวิ้นเฉิงซูซิวเหยามองตัวอักษรบนกระดาษเบื้องหน้า ใจของนางสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความรู้สึกในอดีตกับเหวินอวิ้นเฉิงที่เคยชอบนาง แต่เพราะนางสัมผัสได้ถึงความจริงใจในคำอวยพรของเขาในขณะที่ซูซิวเหยายังคงนั่งนิ่งกับจดหมายในมือ เสียงเปิดประตูดังขึ้นเบา ๆ เผยให้เห็นร่างสูงสง่างามของฉินอ๋องหลินหยางในอาภรณ์สีแดงหรูหรา ดวงตาคมกริบของเขามองไปยังสตรีผู้เป็นเจ้าสาวอย่างแฝงความอ่อนโยน"ข้ากลับมาแล้ว" เขากล่าวเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เตียง แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นบางอย่างที่น่าสงสัยดวงตาคมของอ๋องหนุ่มเหลือบเห็นกระดาษในมือของนาง "นั่นอะไร?" เสียงต่ำของเขาทำให้ซูซิวเหยาส

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   102บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายสิบวันล่วงเลยผ่านไป ณ จวนฉินอ๋องรุ่งอรุณยามเช้าของฤดูใบไม้ผลิ แสงอาทิตย์แรกสาดส่องผ่านม่านหมอกบางเบา ภายในจวนโออ่ายามนี้ประกอบไปด้วยสีทองของดวงตะวันแต้มแต่งทุกมุมให้เปล่งประกายราวกับโลกทั้งใบยินดีในวันสำคัญ เสียงฆ้องและกลองบรรเลงกึกก้อง ดอกไม้หลากสีถูกประดับประดาเต็มท้องพระลาน แผ่นพรมแดงยาวทอดผ่านลานกว้างตรงเข้าสู่ตำหนักใหญ่ ที่วันนี้เปรียบดั่งเวทีสำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่ของฉินอ๋องผู้ยิ่งใหญ่และคุณหนูซูซิวเหยาซูซิวเหยานั่งนิ่งอยู่ในห้องเจ้าสาว ผมยาวดำขลับของนางถูกเกล้าอย่างงดงาม ตกแต่งด้วยปิ่นทองคำและมุกน้ำงามที่แวววาว ราวกับประกายแห่งดวงจันทร์ ดวงหน้าของนางถูกแต่งแต้มให้สวยดุจภาพวาดในตำนาน ผ้าคลุมหน้าโปร่งบางสีแดงสดปักลวดลายมังกรและหงส์ด้วยไหมทองละเอียดประณีต อาภรณ์แต่งงานของนางยาวพลิ้วไหว ประดับด้วยลายดอกเหมยที่สื่อถึงความงามและความอดทนยามเผชิญกับลมหนาวนางเงยหน้ามองกระจกสำริด พลางสัมผัสผ้าคลุมหน้าเบา ๆ ใจที่เคยเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวกลับสั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน"คุณหนูเจ้าคะ..." ชุนฮวาสาวใช้คนสนิทเอ่ยเรียกเบา ๆ ยิ้มบาง "ถึงเวลาแล้วเจ้าค่ะ"ซูซิวเหยาสูดลมหายใจลึก รวบร

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   101มีเรื่องอยากถาม

    "ท่านอ๋อง..." นางเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "หม่อมฉันมีเรื่องอยากถามเพคะ""ว่ามาสิ" เขาตอบโดยไม่ได้หันมอง ดวงตายังคงจับจ้องเส้นทางเบื้องหน้า"ท่านชอบหม่อมฉันจริงหรือเพคะ" ซูซิวเหยาถามเสียงเบาแต่หนักแน่นคำถามนั้นทำให้อ๋องหลินหยางยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เจ้าคิดว่าข้าจะมาอุ้มเจ้าออกจากจวนเช่นนี้หากข้าไม่ชอบเจ้าอย่างนั้นหรือ”ซูซิวเหยาหน้าร้อนผ่าว นางกัดริมฝีปากอย่างลังเลก่อนถามต่อ "แต่เวลานี้ฐานะทางบ้านของหม่อมฉันยามนี้ไม่ดีเลย ชื่อเสียงย่ำแย่ ท่านไม่สนใจเรื่องเหล่านี้หรือเพคะ""เจ้าคิดว่าฉินอ๋องเช่นข้าต้องการอำนาจหรือชื่อเสียงจากใครมาหนุนนำหรือ" เสียงของเขาเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความมั่นใจ "ข้ามีอำนาจในมือมากพออยู่แล้ว และชื่อเสียงของข้าก็ไม่ได้ลดลงเพียงเพราะสตรีที่ข้าชอบเป็นใครสักหน่อย"ซูซิวเหยาแอบยิ้มในใจ ทว่าเพื่อความแน่ใจนางยังคงถามต่อ "ตระกูลของหม่อมฉัน...""หุบปากเถอะ" เขาตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ข้าตัดสินใจแล้วว่าเจ้าคือคนที่ข้าต้องการ ไม่มีคำถามของเจ้าหรือคำพูดของใครที่จะเปลี่ยนใจข้าได้"หญิงสาวถอนหายใจยาว ปล่อยให้ความอบอุ่นจากคำพูดของเขาแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ "เช่นนั้นหม่อมฉันจะเชื่อ

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   100วันเดินทาง

    สามสิบสองวันเดินทางวันเดินทางมาถึงเร็วเกินกว่าที่ซูซิวเหยาจะเตรียมใจ นางและซูซินอวี้กำลังจะออกเดินทางไปยังสำนักชีทางเหนือ รถม้าหลายคันจอดเรียงรายอยู่หน้าจวนตระกูลซู บ่าวรับใช้ช่วยกันขนสัมภาระขึ้นรถอย่างขะมักเขม้น ซูเหวินอี้ประมุขตระกูลซูมายืนส่งลูกสาวทั้งสองด้วยสีหน้าอาลัยอาวรณ์“เหยาเอ๋อร์ ระวังตัวนะลูก... หากมีสิ่งใดขัดสนเขียนจดหมายมาหาพ่อได้เสมอ” ซูเหวินอี้เอ่ยลาน้ำเสียงสั่นเครือ“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ” ซูซิวเหยาตอบก่อนก้าวเท้าขึ้นรถม้าขณะที่รถม้ากำลังจะเริ่มออกเดินทาง ก็มีเสียงม้าหลายตัววิ่งกุบกับมาจากถนนใหญ่ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของ ทหารในชุดเกราะสลักลายของฉินอ๋องควบม้าประกบล้อมขบวนรถม้าของตระกูลซู ซูซิวเหยาและคนอื่น ๆ ในจวนต่างตกใจคิดว่าเป็นโจรกลุ่มใหญ่“เกิดอะไรขึ้น!” ซูเหวินอี้ร้องถามเสียงดัง ขณะที่พ่อบ้านรีบวิ่งออกไปสอบถามเหตุการณ์ทันใดนั้น มือหนาของบุรุษในชุดดำสนิทก็เปิดม่านประตูรถม้าของซูซิวเหยาออกโดยไม่ให้ตั้งตัว ร่างของหญิงสาวถูกดึงออกจากรถม้าอย่างรวดเร็ว“เจ้าคิดว่าจะหนีข้าได้ง่าย ๆ เช่นนั้นหรือ ซิวเหยา!”น้ำเสียงเข้มและดุดันทำให้ซูซิวเหยาชะงัก นางเงยหน้าขึ้นและเห็นว่า

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   99ลังเลบอกความจริง

    สามสิบเอ็ดลังเลบอกความจริงรถม้าของซูซิวเหยาแล่นไปอย่างเชื่องช้าบนเส้นทางที่ทอดยาวกลับจวน ความสงบกลับถูกขัดจังหวะเมื่อรถม้าหรูหราคันหนึ่งมาจอดขวางถนน ทหารที่มากับรถม้าหรูดังกล่าวลงมาอย่างรวดเร็ว"เชิญคุณหนูใหญ่ตระกูลซูเปลี่ยนไปยังรถม้าคันนี้ขอรับ"ซูซิวเหยาขมวดคิ้วแน่น ใจของนางเต้นแรงอย่างประหลาดเมื่อนางจดจำตราประทับบนรถม้าหรูได้ทันที “ฉินอ๋องเฟิงหยาง…” นางพึมพำกับตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อเมื่อซูซิวเหยาขึ้นไปนั่งในรถม้าหรู เงาร่างองอาจของอ๋องเฟิงหยางก็นั่งอยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มมองนางด้วยสายตาเย็นเยียบผสมความร้อนแรงที่คุกรุ่นอยู่ภายใน"เจ้าไปที่กระท่อมนั้นทำไม""ไปกล่าวลาคนผู้หนึ่งเจ้าค่ะ" นางตอบกลับด้วยเสียงเรียบ"กล่าวลาหรือ?" อ๋องหนุ่มตวาดถาม สายตาของเขาทิ่มแทงราวกับจะมองทะลุหัวใจของนางซูซิวเหยารู้สึกว่าบรรยากาศในรถม้าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก นางพยายามอธิบาย "เจ้าของกระท่อมนั้นเป็นบุรุษผู้หนึ่งที่ช่วยชีวิตหม่อมฉันไว้ในยามยากลำบาก…""บุรุษหรือ เขาแต่งงานหรือยัง”“อืม ก็ ยังเพคะ”“นี่! เจ้านอกใจข้า ซิวเหยา เจ้า… บังอาจมาก!" เสียงของอ๋องหนุ่มดังลั่นจนรถม้าสั่นไหวซูซิวเหยาเบิกตากว้างด้วย

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   98ลูกแน่ใจ

    “ท่านพ่อเจ้าคะ ลูกมีเรื่องจะขอ...”ซูเหวินอี้วางช้อนลง หันมามองบุตรสาวด้วยแววตาเป็นห่วง “ว่ามาเถอะ ซิวเหยา เจ้าต้องการสิ่งใด”“ลูกอยากไปศึกษาธรรมะที่สำนักชีทางเมืองเหนือเจ้าค่ะ” ซูซิวเหยาพูดเสียงเรียบ “ที่นั่นสงบและเหมาะแก่การพิจารณาตัวเอง นอกจากนี้ลูกอยากพาน้องซินอวี้ไปด้วย...อาจช่วยบำบัดจิตใจของน้องได้บ้าง”ซูเหวินอี้ขมวดคิ้วทันที “เจ้าอยากไปอยู่ที่นั่นทำไมกัน สำนักชีนั้นห่างไกลและลำบากนัก”ซูซิวเหยาคลี่ยิ้มที่เต็มไปด้วยเหตุผล “ชื่อเสียงของสตรีตระกูลซูตอนนี้ไม่ดีนักเจ้าค่ะ หากลูกอยู่ในเมืองหลวงต่อไม่มีผลดีอันใด ลูกคิดว่าหากอยู่ที่อื่นสักสองสามปี รอจนเรื่องซาลงแล้วจึงกลับมาก็น่าจะเหมาะสมกว่านะเจ้าคะ”ซูเหวินอี้ถอนหายใจหนัก “เจ้าแน่ใจหรือว่าจะอยู่ที่นั่นได้”หญิงสาวพยักหน้า “เจ้าค่ะ...ลูกแน่ใจ”ซูเหวินอี้ลังเลอยู่นาน แต่ในที่สุดเขาก็พยักหน้า “ถ้าเจ้าแน่ใจ ข้าก็จะไม่ขัด...”ซูซิวเหยากล่าวขอบคุณ แต่ในใจของนางเต็มไปด้วยความสับสน ทั้งความโล่งใจที่แผนการของนางกำลังจะสำเร็จ และความเศร้าที่ต้องจากไปจากที่นี่ นางรู้ดีว่าเหตุผลแท้จริงไม่ใช่การศึกษาธรรมะ แต่มันคือการหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ห่า

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   19เจ้ากับข้าไม่มีสิทธิถอย

    บทที่สิบสอง เจ้ากับข้าไม่มีสิทธิถอยเช้าวันรักษาเริ่มถอนพิษวันที่หนึ่งหลังจากโดนเลื่อนมาสามวันเพราะหลินอวี่ถงมีบาดแผลไม่สามารถโดนน้ำได้ แสงแดดแรกส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้เข้ามาในเรือนแขก หลินอวี่ถงค่อย ๆ ลุกจากฟูก พลันรู้สึกว่าแผลบนแผ่นหลังไม่ปวดแสบเหมือนวันก่อนอีกแล้วแม้ยังมีร่องรอยหวายทิ้งอยู่ แต่ผิ

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   16เจ้ามองสิ่งใดอยู่

    เจ้ามองสิ่งใดอยู่หลินอวี่ถงรีบคำนับเล็กน้อย เสียงสั่นแต่กล้าเอ่ย “หม่อมฉันบังเอิญเห็นแบบแปลนเจ้าค่ะ ฝ่าบาทกำลังตรวจสอบการสร้างสะพานเลื่อนส่งน้ำหรือเพคะหรือเพคะ”ฮ่องเต้ก้าวเข้ามาข้างโต๊ะ พระพักตร์ยังคงเข้มเคร่ง “ใช่…แบบนี้ขุนนางฝ่ายโยธาเพิ่งส่งมา แต่เรามิอาจหาจุดบกพร่องได้ ทั้งที่รู้สึกว่ามีสิ่งผิ

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   10ปากและมือเป็นอะไร

    บทที่ห้า ปากและมือเป็นอะไรหลินอวี่ถงนั่งทับบนหน้าท้องแกร่ง พลางหันแผ่นหลังให้บุรุษผู้ถูกปิดตามัดมืออยู่บนหมอน ความร้อนจากร่างกายเขาแผ่ขึ้นมาสัมผัสต้นขานางจนสั่นไหวหัวใจนางเต้นแรง ริมฝีปากแห้งผากต้องทำให้เขาพอใจและปลดปล่อยไวที่สุดหลินอวี่ถงสูดลมหายใจลึก ปลายนิ้วลูบไล้ตามความแข็งแกร่งที่เต้นตุบสอ

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   9ลองวิธีเจ้า

    ลองวิธีเจ้าดวงตาคมเข้มจับจ้องนิ่งงัน ก่อนในที่สุดชายหนุ่มเอ่ย เสียงทุ้มต่ำราวสายฟ้า “ได้...ข้าจะให้เจ้าลองวิธีเจ้าดู”“เช่นนั้นหม่อมฉันขอเริ่มจากมัดมือของท่านอ๋องก่อน ยื่นมือมาหน่อยเพคะ”จ้าวสี่เย่เลิกคิ้วสูงคล้ายขบขันกับความกล้าของนาง แต่ก็ไขว้แขนไปให้มัดโดยไม่เอ่ยห้าม เส้นเอ็นแข็งแรงใต้ผิวกายถูก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status