Share

7อาจราบรื่น

last update Petsa ng paglalathala: 2026-04-06 16:32:57

อาจราบรื่น

ดวงตาคมวาวขึ้นเล็กน้อย “แล้วเจ้าคิดจะทำอย่างไร คิดว่าทำเพียงแต่นั้นจะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้หรือ”

นางกัดริมฝีปาก สูดหายใจเข้าลึก “โปรดให้หม่อมฉันได้ลองเถิดเพคะ หากไม่ลองย่อมไม่รู้ มีความเป็นไปได้ว่าขั้นต่อไปอาจราบรื่นกว่าที่ผ่านมา”

เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย แววตาน่ากลัวที่จ้องมานั้นทำให้นางแทบตัวแข็ง “เจ้าช่างกล้าต่อรองกับข้านัก ไม่กลัวรึ”

“หม่อมฉันกลัวเพคะ” หลินอวี่ถงตอบทันควัน ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตาเล็กน้อยแต่กลับแฝงความดื้อรั้นไว้ “แต่หากต้องตาย หม่อมฉันก็ขอเลือกตายหลังจากได้พยายามแล้ว ไม่ใช่ถูกฆ่าโดยไม่ทันได้ทำอะไรเลย”

ความเงียบกดทับไปทั่วห้องอีกครู่ยาว ฉินอ๋อง จ้าวสี่เย่เอนกายลงเล็กน้อย เสียงหัวเราะทุ้มต่ำเอื้อนออกมาแผ่วๆ คล้ายเหี้ยมเกรียม

“ในเมื่อเจ้ากล้าเสนอ ข้าก็กล้าสนอง เอาสิ”

เขายกมือขึ้นเล็กน้อยเป็นสัญญาณอนุญาต

แสงตะเกียงในห้องสรงน้ำส่องวูบไหวสะท้อนผิวน้ำอุ่นที่อบอวลด้วยกลิ่นสมุนไพร หลินอวี่ถงก้าวช้าๆ เข้าไป จัดเตรียมทุกสิ่งด้วยมือของนางเอง บ่าวชายที่เคยตามมาได้รับคำสั่งให้ออกไปด้านนอก เหลือเพียงนางกับจ้าวสี่เย่ในห้องกว้าง

มือเรียวของนางสั่นเล็กน้อยยามบรรจงหยดน้ำมันหอมลงในอ่างไม้ กลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ช่วยกลบความตึงเครียด นางหันไปประสานสายตากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่อีกฟาก ใบหน้าเคร่งขรึมของเขายิ่งทำให้หัวใจสั่นระรัว

“หม่อมฉันจะเตรียมน้ำให้ท่านอ๋องสรงก่อนนะเพคะ” เสียงของนางเบาแฝงความประหม่า

มือหนาปลดอาภรณ์สีเข้มหลุดร่วงจากไหล่กว้างทีละชั้น เสียงผ้าไหมเสียดสีกับผิวกายแผ่วเบาก้องกังวานไปทั้งห้องสรง ไอระเหยจากน้ำสมุนไพรลอยขึ้นโอบคลุมร่างสูงใหญ่ไว้ราวม่านหมอกสวรรค์ ยามที่จ้าวสี่เย่ก้าวเข้ามา ทุกฝีเท้าของเขาสะท้อนความมั่นคงและอำนาจเกินกว่าจะต้าน

แผ่นอกกว้างตึงแน่นด้วยกล้ามเนื้อสลักงดงามเหมือนสลักจากหยกเนื้อแข็ง ร่องรอยบาดแผลศึกพาดผ่านเป็นเส้นสีเข้มบนผิวกายแทนเกียรติยศของแม่ทัพผู้คุมทัพ ขับให้ความแข็งกร้าวยิ่งน่าหลงใหล กล้ามท้องเรียงชัดเป็นแนวสมบูรณ์แบบ เคลื่อนไหวไปตามจังหวะลมหายใจเชื่องช้าและหนักแน่น

ดวงตาหลินอวี่ถงพลันไหววูบเมื่อสายตานางเผลอไล่ต่ำลง สองแขนและขาแข็งแรงดุจเสาหิน รองรับร่างสูงสง่ามั่นคง ทุกสัดส่วนเต็มไปด้วยพลังอำนาจของบุรุษแท้ที่ผ่านสมรภูมิและการฝึกฝนอย่างเข้มงวด แม้ส่วนลับยังสงบนิ่ง หากแต่ขนาดและรูปทรงกลับสะท้านใจหญิงสาวผู้เผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน

เขาก้าวลงสู่สายน้ำอุ่นโดยไม่เหลียวมองนาง ราวกับมิได้ใส่ใจว่าสตรีเบื้องหน้าได้เห็นทุกเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบนั้น เสียงน้ำแตกกระเซ็นเล็กน้อยเมื่อร่างสูงจมหายครึ่งกายลงในอ่างหยก กล้ามเนื้อแกร่งสะท้อนกับหยดน้ำเกาะพราวยิ่งงดงามดุจภาพเขียนโบราณ

ไอสมุนไพรหอมกรุ่นล้อมรอบ ใบหน้าคมเข้มยังคงเครารกครึ้มปกคลุม แต่ดวงตาคมลึกเมื่อปรายมองมาทีเดียวกลับทำเอาหัวใจนางเต้นแรงไม่เป็นส่ำ

บ้าไปแล้ว นี่เขาหุ่นดีกว่าผู้ชายทุกคนที่นางเคยเห็นมาเสียอีกนะเนี่ย

หลินอวี่ถงสูดลมหายใจลึก ข่มใจไม่ให้สั่น นั่งลงข้างอ่างหยกเนื้อดี มือบางบรรจงใช้ผ้าชุบน้ำถูไปตามแขนและแผ่นหลังหนาอย่างระมัดระวัง

“หม่อมฉันจะช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าให้ท่านอ๋องเพคะ”

ไอระเหยจากน้ำสมุนไพรลอยคลุ้ง หลินอวี่ถงบังคับมือตัวเองไม่ให้สั่นเมื่อผ้าเปียกแนบลงบนผิวกายของบุรุษตรงหน้า ร่างสูงใหญ่สงบนิ่งราวรูปสลัก แต่กลับทำให้นางยิ่งรู้สึกเกร็งกว่าเดิม

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน นางไม่เคยต้องอาบน้ำให้ผู้ชายคนไหนมาก่อนเลย

หัวใจเต้นระส่ำในอก ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

ชาติเดิมทั้งชีวิตของนางวนเวียนอยู่กับงานวิศวกรโยธาที่วัน ๆ ต้องคุมไซต์ก่อสร้าง ตากแดดตากลม ลุยดินลุยฝุ่น เขียนแบบ แก้แบบ วางแปลน ทุกสิ่งทุกอย่างคือความกดดันและตัวเลขที่วิ่งวนในหัว

เวลาจะผ่อนคลายก็มิใช่การกอดใครสักคน หากแต่นางเลือกเข้าบาร์โฮสต์เสียมากกว่า จ่ายเงินซื้อเวลาของเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ให้พวกเขานวดบ่า กดขา ช่วยสร้างความสุขให้นางหรือเอ่ยคำหวานที่ซื้อได้ด้วยเงิน เท่านั้นก็ช่วยให้นางลืมความเหนื่อยล้าไปชั่วครู่แล้ว

และบัดนี้นางกลับถูกบีบบังคับให้นำสิ่งที่เคยเสพเพื่อคลายเครียดในชาติก่อน มาประยุกต์ใช้กับบุรุษผู้มีอำนาจที่สุดคนหนึ่งตรงหน้า นางสูดลมหายใจลึก ไหนๆ ก็ต้องทำแล้วก็ทำให้เหมือนตอนใช้บริการพวกโฮสต์ก็แล้วกัน

มือเรียวของนางกดบ่ากว้างด้วยแรงพอดีเพื่อนวดผ่อนคลาย นิ้วโป้งไล้วนบนกล้ามเนื้อแข็งราวหินแกร่ง รู้สึกถึงความตึงเครียดที่สะสมอยู่ นางขยับตำแหน่งลงช้า ๆ ใช้น้ำหนักกดที่เคยเรียนรู้มาจากเด็กหนุ่มเหล่านั้นมาใช้จริง ทุกรายละเอียดที่เคยเป็นเพียงความบันเทิงซื้อได้ กลับกลายเป็นทักษะเอาตัวรอดในยามนี้

ไม่อยากเชื่อเลยว่าชีวิตนางจะถึงขั้นต้องนวดให้ผู้ชายแบบนี้เพื่อรักษาชีวิตตัวเอง นางกัดริมฝีปาก ข่มความอายไว้เบื้องหลังสายตาที่นิ่งสงบ แต่ลึกๆ แล้วใจยังสั่นสะท้านไม่หยุด

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   103บทส่งท้าย (2)

    "คุณหนูเจ้าคะ..." ชุนฮวาวางจดหมายลงบนโต๊ะข้างเตียงด้วยความระมัดระวัง "มีผู้ส่งจดหมายมาให้เจ้าค่ะ เขาบอกว่าเป็นจดหมายแสดงความยินดี"ซูซิวเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนหยิบจดหมายขึ้นมาเปิดอ่าน ตัวอักษรที่เขียนด้วยหมึกดำเรียบง่ายกลับสะกดความสนใจของนางไว้ทันทีถึง คุณหนูซูซิวเหยาข้ายินดีอย่างยิ่งที่เจ้าพบคู่ครองที่คู่ควร แม้หัวใจข้าจะเคยมีเจ้าครอบครอง แต่วันนี้ข้าขอมอบเพียงคำยินดีแทนทุกสิ่งข้าหวังว่าเจ้าจะมีชีวิตที่สุขสมปรารถนาเสมอเหวินอวิ้นเฉิงซูซิวเหยามองตัวอักษรบนกระดาษเบื้องหน้า ใจของนางสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความรู้สึกในอดีตกับเหวินอวิ้นเฉิงที่เคยชอบนาง แต่เพราะนางสัมผัสได้ถึงความจริงใจในคำอวยพรของเขาในขณะที่ซูซิวเหยายังคงนั่งนิ่งกับจดหมายในมือ เสียงเปิดประตูดังขึ้นเบา ๆ เผยให้เห็นร่างสูงสง่างามของฉินอ๋องหลินหยางในอาภรณ์สีแดงหรูหรา ดวงตาคมกริบของเขามองไปยังสตรีผู้เป็นเจ้าสาวอย่างแฝงความอ่อนโยน"ข้ากลับมาแล้ว" เขากล่าวเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เตียง แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นบางอย่างที่น่าสงสัยดวงตาคมของอ๋องหนุ่มเหลือบเห็นกระดาษในมือของนาง "นั่นอะไร?" เสียงต่ำของเขาทำให้ซูซิวเหยาส

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   102บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายสิบวันล่วงเลยผ่านไป ณ จวนฉินอ๋องรุ่งอรุณยามเช้าของฤดูใบไม้ผลิ แสงอาทิตย์แรกสาดส่องผ่านม่านหมอกบางเบา ภายในจวนโออ่ายามนี้ประกอบไปด้วยสีทองของดวงตะวันแต้มแต่งทุกมุมให้เปล่งประกายราวกับโลกทั้งใบยินดีในวันสำคัญ เสียงฆ้องและกลองบรรเลงกึกก้อง ดอกไม้หลากสีถูกประดับประดาเต็มท้องพระลาน แผ่นพรมแดงยาวทอดผ่านลานกว้างตรงเข้าสู่ตำหนักใหญ่ ที่วันนี้เปรียบดั่งเวทีสำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่ของฉินอ๋องผู้ยิ่งใหญ่และคุณหนูซูซิวเหยาซูซิวเหยานั่งนิ่งอยู่ในห้องเจ้าสาว ผมยาวดำขลับของนางถูกเกล้าอย่างงดงาม ตกแต่งด้วยปิ่นทองคำและมุกน้ำงามที่แวววาว ราวกับประกายแห่งดวงจันทร์ ดวงหน้าของนางถูกแต่งแต้มให้สวยดุจภาพวาดในตำนาน ผ้าคลุมหน้าโปร่งบางสีแดงสดปักลวดลายมังกรและหงส์ด้วยไหมทองละเอียดประณีต อาภรณ์แต่งงานของนางยาวพลิ้วไหว ประดับด้วยลายดอกเหมยที่สื่อถึงความงามและความอดทนยามเผชิญกับลมหนาวนางเงยหน้ามองกระจกสำริด พลางสัมผัสผ้าคลุมหน้าเบา ๆ ใจที่เคยเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวกลับสั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน"คุณหนูเจ้าคะ..." ชุนฮวาสาวใช้คนสนิทเอ่ยเรียกเบา ๆ ยิ้มบาง "ถึงเวลาแล้วเจ้าค่ะ"ซูซิวเหยาสูดลมหายใจลึก รวบร

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   101มีเรื่องอยากถาม

    "ท่านอ๋อง..." นางเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "หม่อมฉันมีเรื่องอยากถามเพคะ""ว่ามาสิ" เขาตอบโดยไม่ได้หันมอง ดวงตายังคงจับจ้องเส้นทางเบื้องหน้า"ท่านชอบหม่อมฉันจริงหรือเพคะ" ซูซิวเหยาถามเสียงเบาแต่หนักแน่นคำถามนั้นทำให้อ๋องหลินหยางยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เจ้าคิดว่าข้าจะมาอุ้มเจ้าออกจากจวนเช่นนี้หากข้าไม่ชอบเจ้าอย่างนั้นหรือ”ซูซิวเหยาหน้าร้อนผ่าว นางกัดริมฝีปากอย่างลังเลก่อนถามต่อ "แต่เวลานี้ฐานะทางบ้านของหม่อมฉันยามนี้ไม่ดีเลย ชื่อเสียงย่ำแย่ ท่านไม่สนใจเรื่องเหล่านี้หรือเพคะ""เจ้าคิดว่าฉินอ๋องเช่นข้าต้องการอำนาจหรือชื่อเสียงจากใครมาหนุนนำหรือ" เสียงของเขาเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความมั่นใจ "ข้ามีอำนาจในมือมากพออยู่แล้ว และชื่อเสียงของข้าก็ไม่ได้ลดลงเพียงเพราะสตรีที่ข้าชอบเป็นใครสักหน่อย"ซูซิวเหยาแอบยิ้มในใจ ทว่าเพื่อความแน่ใจนางยังคงถามต่อ "ตระกูลของหม่อมฉัน...""หุบปากเถอะ" เขาตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ข้าตัดสินใจแล้วว่าเจ้าคือคนที่ข้าต้องการ ไม่มีคำถามของเจ้าหรือคำพูดของใครที่จะเปลี่ยนใจข้าได้"หญิงสาวถอนหายใจยาว ปล่อยให้ความอบอุ่นจากคำพูดของเขาแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ "เช่นนั้นหม่อมฉันจะเชื่อ

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   100วันเดินทาง

    สามสิบสองวันเดินทางวันเดินทางมาถึงเร็วเกินกว่าที่ซูซิวเหยาจะเตรียมใจ นางและซูซินอวี้กำลังจะออกเดินทางไปยังสำนักชีทางเหนือ รถม้าหลายคันจอดเรียงรายอยู่หน้าจวนตระกูลซู บ่าวรับใช้ช่วยกันขนสัมภาระขึ้นรถอย่างขะมักเขม้น ซูเหวินอี้ประมุขตระกูลซูมายืนส่งลูกสาวทั้งสองด้วยสีหน้าอาลัยอาวรณ์“เหยาเอ๋อร์ ระวังตัวนะลูก... หากมีสิ่งใดขัดสนเขียนจดหมายมาหาพ่อได้เสมอ” ซูเหวินอี้เอ่ยลาน้ำเสียงสั่นเครือ“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ” ซูซิวเหยาตอบก่อนก้าวเท้าขึ้นรถม้าขณะที่รถม้ากำลังจะเริ่มออกเดินทาง ก็มีเสียงม้าหลายตัววิ่งกุบกับมาจากถนนใหญ่ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของ ทหารในชุดเกราะสลักลายของฉินอ๋องควบม้าประกบล้อมขบวนรถม้าของตระกูลซู ซูซิวเหยาและคนอื่น ๆ ในจวนต่างตกใจคิดว่าเป็นโจรกลุ่มใหญ่“เกิดอะไรขึ้น!” ซูเหวินอี้ร้องถามเสียงดัง ขณะที่พ่อบ้านรีบวิ่งออกไปสอบถามเหตุการณ์ทันใดนั้น มือหนาของบุรุษในชุดดำสนิทก็เปิดม่านประตูรถม้าของซูซิวเหยาออกโดยไม่ให้ตั้งตัว ร่างของหญิงสาวถูกดึงออกจากรถม้าอย่างรวดเร็ว“เจ้าคิดว่าจะหนีข้าได้ง่าย ๆ เช่นนั้นหรือ ซิวเหยา!”น้ำเสียงเข้มและดุดันทำให้ซูซิวเหยาชะงัก นางเงยหน้าขึ้นและเห็นว่า

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   99ลังเลบอกความจริง

    สามสิบเอ็ดลังเลบอกความจริงรถม้าของซูซิวเหยาแล่นไปอย่างเชื่องช้าบนเส้นทางที่ทอดยาวกลับจวน ความสงบกลับถูกขัดจังหวะเมื่อรถม้าหรูหราคันหนึ่งมาจอดขวางถนน ทหารที่มากับรถม้าหรูดังกล่าวลงมาอย่างรวดเร็ว"เชิญคุณหนูใหญ่ตระกูลซูเปลี่ยนไปยังรถม้าคันนี้ขอรับ"ซูซิวเหยาขมวดคิ้วแน่น ใจของนางเต้นแรงอย่างประหลาดเมื่อนางจดจำตราประทับบนรถม้าหรูได้ทันที “ฉินอ๋องเฟิงหยาง…” นางพึมพำกับตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อเมื่อซูซิวเหยาขึ้นไปนั่งในรถม้าหรู เงาร่างองอาจของอ๋องเฟิงหยางก็นั่งอยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มมองนางด้วยสายตาเย็นเยียบผสมความร้อนแรงที่คุกรุ่นอยู่ภายใน"เจ้าไปที่กระท่อมนั้นทำไม""ไปกล่าวลาคนผู้หนึ่งเจ้าค่ะ" นางตอบกลับด้วยเสียงเรียบ"กล่าวลาหรือ?" อ๋องหนุ่มตวาดถาม สายตาของเขาทิ่มแทงราวกับจะมองทะลุหัวใจของนางซูซิวเหยารู้สึกว่าบรรยากาศในรถม้าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก นางพยายามอธิบาย "เจ้าของกระท่อมนั้นเป็นบุรุษผู้หนึ่งที่ช่วยชีวิตหม่อมฉันไว้ในยามยากลำบาก…""บุรุษหรือ เขาแต่งงานหรือยัง”“อืม ก็ ยังเพคะ”“นี่! เจ้านอกใจข้า ซิวเหยา เจ้า… บังอาจมาก!" เสียงของอ๋องหนุ่มดังลั่นจนรถม้าสั่นไหวซูซิวเหยาเบิกตากว้างด้วย

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   98ลูกแน่ใจ

    “ท่านพ่อเจ้าคะ ลูกมีเรื่องจะขอ...”ซูเหวินอี้วางช้อนลง หันมามองบุตรสาวด้วยแววตาเป็นห่วง “ว่ามาเถอะ ซิวเหยา เจ้าต้องการสิ่งใด”“ลูกอยากไปศึกษาธรรมะที่สำนักชีทางเมืองเหนือเจ้าค่ะ” ซูซิวเหยาพูดเสียงเรียบ “ที่นั่นสงบและเหมาะแก่การพิจารณาตัวเอง นอกจากนี้ลูกอยากพาน้องซินอวี้ไปด้วย...อาจช่วยบำบัดจิตใจของน้องได้บ้าง”ซูเหวินอี้ขมวดคิ้วทันที “เจ้าอยากไปอยู่ที่นั่นทำไมกัน สำนักชีนั้นห่างไกลและลำบากนัก”ซูซิวเหยาคลี่ยิ้มที่เต็มไปด้วยเหตุผล “ชื่อเสียงของสตรีตระกูลซูตอนนี้ไม่ดีนักเจ้าค่ะ หากลูกอยู่ในเมืองหลวงต่อไม่มีผลดีอันใด ลูกคิดว่าหากอยู่ที่อื่นสักสองสามปี รอจนเรื่องซาลงแล้วจึงกลับมาก็น่าจะเหมาะสมกว่านะเจ้าคะ”ซูเหวินอี้ถอนหายใจหนัก “เจ้าแน่ใจหรือว่าจะอยู่ที่นั่นได้”หญิงสาวพยักหน้า “เจ้าค่ะ...ลูกแน่ใจ”ซูเหวินอี้ลังเลอยู่นาน แต่ในที่สุดเขาก็พยักหน้า “ถ้าเจ้าแน่ใจ ข้าก็จะไม่ขัด...”ซูซิวเหยากล่าวขอบคุณ แต่ในใจของนางเต็มไปด้วยความสับสน ทั้งความโล่งใจที่แผนการของนางกำลังจะสำเร็จ และความเศร้าที่ต้องจากไปจากที่นี่ นางรู้ดีว่าเหตุผลแท้จริงไม่ใช่การศึกษาธรรมะ แต่มันคือการหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ห่า

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   เรือนพักผ่อนชั่วคราว

    เรือนพักผ่อนชั่วคราวในที่สุดนางก็เดินมายังเรือนพักผ่อนชั่วคราวของตัวเอง ภายในห้องกว้างสว่างด้วยตะเกียงน้ำมันเรียงราย กลิ่นกำยานหอมกรุ่นคลุ้งอยู่ในอากาศ หลินอวี่ถงนั่งตัวแข็งอยู่บนตั่งไม้ ข้างกายมีผ้าห่มแพรบางวางพาดไว้ ผมที่เพิ่งถูกหวีเรียบยาวสลวยปักด้วยปิ่นเรียบง่าย สวมชุดแพรสีขาวนวลบางเบาหัวใจขอ

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   น้าที่ตัดสินเป็นตาย

    บทที่สอง หน้าที่ตัดสินเป็นตายกุบกับ กุบกับเสียงล้อรถม้าหนักบดไปบนพื้นหินกรวดเป็นระยะ กระทั่งหยุดลงหน้าประตูไม้สูงใหญ่ หลินอวี่ถงถูกทหารพาลงมา นางก้าวขาแข็งๆ ลงจากรถม้าด้วยความงุนงง สายตากวาดมองไปรอบกายภาพที่เห็นคือเรือนตากอากาศโอ่อ่าเงียบสงบ มีแสงตะเกียงแขวนเรียงรายสว่างไสว ขับให้เงาไม้เต้นระยิบ

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   หายไป

    หายไปซุบซิบ ซุบซิบเสียงโต้เถียงดังลั่นเป็นสิ่งแรกที่หลินอวี่ถงได้ยินเมื่อสติเริ่มหวนกลับมา เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อย ๆ เปิดขึ้นปรากฎภาพตรงหน้าทำให้นางอ้าปากค้างรถม้าและกรงหายไปแล้ว ตอนนี้นางถูกพามาอยู่กลางลานกว้างอันเต็มไปด้วยศพเกลื่อนกราดพื้น เลือดนองจนกลิ่นคาวคลุ้งในลมหายใจ ทุกสิ่งไม่ต่างจากภาพฝ

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช    เป็นนักโทษกับบุรุษหน้าหนวด

    บทที่หนึ่ง เป็นนักโทษกับบุรุษหน้าหนวดกึกกัก กึกกักรถม้าสะเทือนเป็นจังหวะ กรงเหล็กที่โอบล้อมส่งเสียงครืดคราดไปตามทางที่ขรุขระนางกำลังสำรวจสถานที่แห่งใหม่เพื่อประเมินงานแล้วตอนนั้นก็เกิดสุริยุปราคาโดยไม่คาดคิด และใช่...นางก็มาโผล่อยู่ที่นี่อย่าบอกนะ...ว่านางทะลุมิติมาที่ยุคโบราณจริง ๆ หรือเนี่ย!

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status