LOGINตอนที่ 5 ตอบแทน
สายลมโหมพัดดังกระหน่ำ เสียงฟ้าคำรามสะท้อนก้องทั่วผืนฟ้าในยามค่ำคืนที่มืดสนิท เหอหยางสะดุ้งลืมตา เปลือกตาหนักอึ้งค่อย ๆ เปิดขึ้น ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนภาพของชายชราผมขาวในอาภรณ์ที่ยังเปียกชื้นบางส่วนจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น แสงตะเกียงอ่อน ๆ ที่ตั้งอยู่กลางห้องส่องให้เห็นรอยยิ้มเมตตาอ่อนโยนของหมอจาง “ฟื้นก็ดีแล้ว ๆ ” หมอจางกล่าวเสียงนุ่ม หมอจางมองเจาก่อนจะถอนหายใจแผ่วที่เต็มไปด้วยความปิติ “ภรรยาเจ้าน่ะ… นางรักเจ้ามากจริง ๆ รู้หรือไม่? นางฝ่าสายฝนไปตามข้ามา ทั้งตัวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนเนื้อตัวสั่นเทาจนข้ากลัวว่าจะล้มเสียก่อนจะถึงเรือนเจ้า อาการของเจ้าคือพิษเย็นที่ยังคงตกค้างอยู่… แต่ข้าขับออกให้เรียบร้อยแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว” สิ้นคำหมอจางก็ก้มหน้าจัดเจ็บแผงเข็มของตนเองและขวดยาลงกระเป๋าผ้าเก่า ๆ ด้วยท่าทางสงบและเชี่ยวชาญ เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นจากประตูห้อง หลิงอันก้าวเข้ามา ร่างกายของนางเปียกโชกตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เส้นผมเปียกแนบใบหน้า ดวงหน้าซีดเซียว มือเล็กยังคงถือถ้วยยาสมุนไพรอุ่น ๆ ไว้ เหอหยางหันไปมองนาง สายตาเย็นชาของเขาในยามนี้กลับสั่นไหวเล็กน้อย หมอจางเดินเข้ามาหาหลิงอัน พลางควักกระดาษแผ่นหนึ่งยื่นให้นางพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “จัดยาตามนี้ให้เขาดื่มวันละสามเวลา ไม่นานความจำเขาก็จะค่อย ๆ ฟื้นคืนมา” หลิงอันรีบวางถ้วยยาสมุนไพรลงบนโต๊ะ ก่อนจะยื่นมือไปรับแผ่นกระดาษนั้นอย่างระมัดระวัง นางพยักหน้ารับอย่างช้า ๆ “เจ้าค่ะ… ขอบคุณท่านหมอมาก ขอบคุณจริง ๆ ” หมอจางพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยขึ้น “อืม เช่นนั้นไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อน” เอ่ยจบ หมอจางก็แบกกระเป๋ายาเล็ก ๆ ของตนแล้วหมุนกายออกจากห้องไป หลิงอันมองตามแผ่นหลังของหมอจางที่ลับหายไปหลังประตูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาวางแผ่นกระดาษลงบนโต๊ะไม้เก่าอย่างระมัดระวัง นางสูดลมหายใจเบา ๆ เพื่อข่มความเหนื่อยล้าซึ่งแล่นขึ้นมาทั่วกาย แล้วจึงเงยหน้าขึ้นสบตากับสายตาคมของเหอหยางที่กำลังจับจ้องนางอยู่อย่างไม่วางตาทำเอาหัวใจของนางเต้นสะดุดไปวูบหนึ่ง นางยิ้มบาง ก่อนจะหยิบถ้วยยาสมุนไพรที่ยังอุ่นอยู่ขึ้นมา ก้าวเข้าไปหยุดยืนเบื้องหน้าเขาอย่างเงียบงัน แล้วยื่นให้เขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เหอหยางยกสายตามองถ้วยยาสมุนไพรที่กำลังส่งกลิ่นขมลอยอบอวล ก่อนจะค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งพิงหมอนด้านหลังอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าของเขายังคงความสงบนิ่งเยือกเย็นเช่นเดิม แต่ดวงตาคมคู่นั้นกลับสั่นไหวเล็กน้อย เขายื่นมือใหญ่ไปรับถ้วยยาจากนาง ดื่มรวดเดียวจนหมด จากนั้นจึงคืนถ้วยให้นางแล้วเอ่ยเสียงทุ้ม “เจ้า… รีบไปเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่ แล้วอุ่นร่างกายเสีย” แม้ถ้อยคำนั้นจะดูเรียบง่าย แต่กลับแฝงความห่วงใยที่ทำให้หลิงอันชะงักไปชั่วขณะ ใบหน้าที่ซีดเซียวเพราะฝนกลับปรากฏรอยยิ้มละมุนขึ้นทันที นางพยักหน้าตอบรอบเบา ๆ “อืม” กล่าวจบ นางหมุนกายก้าวออกจากห้องไป ….. สายลมเย็นยะเยือกพัดลอดประตูไม้เก่าเข้ามาแผ่ว ๆ ความหนาวชื้นหลังพายุฝนยังไม่จางหาย เหอหยางนั่งพิงหมอนอยู่บนเตียง ดวงตาเรียวยาวทอดมองไปยังบานประตูที่แง้มอยู่เล็กน้อย เขารอแล้วรอเล่า ทว่ายังไม่เห็นเงาของหลิงอัน ความเงียบงันยิ่งเร้าให้คิ้วเข้มของเขาขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดเขาก็ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะยันกายลุกขึ้นอย่างเชื่องช้าแล้วก้าวตรงไปยังประตู เมื่อเขาก้าวออกสู่ด้านนอกประตู กลิ่นดินหลังฝนลอยคลุ้ง สายฝนแม้จะหยุดลงแล้ว แต่ยังคงเหลือหยาดน้ำและไอความหนาวเย็นที่ลอยวนรอบเรือนเล็ก ๆ นั้น เสียงฟ้าคำรามเบา ๆ ดังขึ้นเป็นระยะ เหอหยางกวาดสายตามองทั่วลานเรือน แต่ไม่พบเงาของสตรีที่เขาเพิ่งสั่งให้ไปเปลี่ยนเมื่อครู่ จนกระทั่งสายตาเขาสะดุดเข้ากับแสงตะเกียงริบหรี่จากห้องครัวเก่า ๆ ชายหนุ่มขยับตัวก้าวตรงไปตามแสงนั้น ก่อนจะผลักประตูเรือนครัวแล้วก้าวเข้าไปด้านใน กลิ่นควันไฟจาง ๆ และความอุ่นจากเตาเก่าก็ลอยมาแตะปลายจมูกเขาทันที เบื้องหน้าคือหลิงอันที่นั่งฟุบอยู่บนโต๊ะไม้เก่ากลางห้อง ผมยาวของนางยังหมาดจากฝนแผ่ลงบนบ่า ร่างเล็กสั่นไหวเพียงน้อยด้วยลมหนาวที่พัดเข้ามาทางหน้าต่าง เหอหยางหยุดยืนมองนาง ใบหน้างดงามแม้จะซีดเซียวแต่กลับทำให้หัวใจเขาสั่นไหวอย่างไม่คุ้นเคย เขาก้าวเข้าไปช้า ๆ ยืนเคียงข้างนางก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว “นี่… เจ้าหลับแล้วหรือ… ” เสียงทุ้มของเขาขาดหายไปขณะจ้องมองนางที่ยังคงนิ่งสงบ ใบหน้างดงามนั้นยามหลับใหลช่างน่าเอ็นดูจนเขาเผลอเผยรอยยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว เขาเม้มริมฝีปากแน่น ถอนหายใจแผ่ว กวาดสายตามองดูห้องครัวเก่า ๆ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้นางอีกก้าวหนึ่ง แล้วโน้มกายอุ้มร่างบางขึ้นมาแนบอกอย่างนุ่มนวล ใบหน้างามนั้นยังคงหลับใหลด้วยความเหนื่อยล้า สายตาเขาเฝ้ามองนางไม่ละสายตา “… ถือว่าตอบแทนที่เจ้าช่วยข้าหลายครั้งแล้วกัน” น้ำเสียงเขาราบเรียบแต่เผลอเผยรอยยิ้มอ่อนโยน แขนของเขาโอบนางแน่นขึ้นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะหมุนกาย แล้วก้าวช้า ๆ ออกไปจากเรือนครัวตรงไปยังห้องนอน เหอหยางอุ้มร่างบางแนบอก พลางก้าวผ่านความมืดเงียบสงบในยามค่ำคืน เสียงลมหายใจแผ่วเบาของหลิงอันอิงแนบอกเขา ความอบอุ่นนั้นซึมเข้าลึกถึงอกเขา เมื่อถึงเตียง เขาก้มกายลงอย่างระมัดระวัง วางนางลงบนเตียงนุ่มอย่างนุ่มนวล หลิงอันขยับกายมุดเข้าไปด้านในอย่างน่าเอ็นดู ผ้าห่มผืนบางพลิ้วตามแรงขยับนั้น เหอหยางนั่งลงข้างเตียง เอื้อมมือใหญ่หมายจะดึงผ้าห่มให้เข้าที่ แต่ยังไม่ทันได้แตะปลายผ้า มือเล็กของนางกลับยกขึ้นมาคว้าตัวเขาไว้แน่น แรงดึงเพียงนิดของนางกลับทำให้ร่างกายกำยำของเหอหยางเสียหลัก เอนลงนอนเคียงข้างนางอย่างเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของหญิงสาวลอยแผ่วมาปะทะปลายจมูก ร่างเล็กรีบขยับเข้าหาความอบอุ่นจากเขาราวกับลูกแมวที่เจอไออุ่นจากกองไฟ เหอหยางชะงักนิ่ง หัวใจที่ไม่เคยหวั่นไหวกลับสั่นวูบเบา ๆ เขาหลุบตาลงมองนาง ใบหน้าซีดจากการตากน้ำฝนนั้นยังคงเรียบนิ่งอยู่ในห้วงนิทรา เขานอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ยกมือขึ้แกะมือเล็กที่กอดแขนเขาไว้อย่างแน่นหนา แต่ยิ่งเขาขยับ ถอนมือออกเพียงน้อย นางกลับยังรัดแน่นกว่าเดิม เหอหยางนิ่งงัน ชะลอการเคลื่อนไหวในที่สุด ลมหายใจของนางอุ่นรินอยู่ที่อกเขา เขาหลุบตาลงมองมือเล็กที่กำลังโอบกอดเขาไว้แน่น ก่อนจะปล่อยให้เป็นไปตามใจนาง …… ภายในห้องที่เงียบสงบ ม่านบางเบาปลิวไหวตามสายลม แสงอาทิตย์อ่อน ๆ ลอดผ่านเข้ามาแตะผิวหน้าคมสันของเหอหยางที่กำลังหลับไหลอยู่บนที่นอนนุ่ม เขาขยับกายเล็กน้อย ฝ่ามือใหญ่กอดกระชับร่างอรชรในอ้อมอกอย่างไม่รู้ตัว เนื้ออุ่นภายในอ้อมกอดเขาราวกับซึมผ่านผิวเข้มมาจนทำให้เขาขมวดคิ้ว เมื่อรับรู้ถึงสิ่งผิดแปลกบางอย่าง เมื่อค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ใบหน้าคมก้มลงทอดมองสตรีในอ้อมแขน ที่บัดนี้เนื้อตัวเปลือยเปล่า ผิวนวลต้องแสงอ่อนจนดูราวไข่มุกชั้นดี เขาเหลือบลงมองตนเองก็พบว่าร่างท่อนบนไร้อาภรณ์เช่นกัน ยังไม่ทันที่ความคิดจะประติดประต่อ สตรีในอ้อมแขนเขาก็ขยับกายเบา ๆ เปลือกตางามค่อย ๆ ขยับเปิดขึ้น มือเล็กรีบกอดเขาแน่น ก่อนจะปล่อยออกแล้วแตะร่างหนาตรงหน้าอีกครั้ง เพื่อให้แน่นใจว่าผู้ที่อยู่เบื้องหน้าคือคนจริง ๆ ไม่ใช่ความฝัน ครั้นดวงตาของนางยกขึ้นสบเข้ากับสายตาคมของเขา นางถึงกับเบิกตากว้างอย่างตกใจ ก่อนจะรีบหลบสายตาคมนั้นอย่างลนลาน ผละกายออกจากกายหนาของเขาทันที ก่อนจะลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เมื่อก้มมองเห็นว่าตนสวมเพียงชั้นในบางเฉียบ นางก็รีบกระชากผ้าห่มขึ้นโอบกายทันที เหอหยางเบิกตาอย่างงุนงง พลางยันกายลุกขึ้นนั่งช้า ๆ ดวงตาคมทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยความสับสนยิ่ง ทว่าเสียงสะอื้นแผ่วเบาพร้อมทั้งมือเล็กที่คอยปาดน้ำตาไม่ขาดสายกลับทำให้หัวใจเขาบีบแน่น เจ็บร้าวอย่างบอกไม่ถูก มือใหญ่ของเขายื่นไปแตะไหล่บางของนางอย่างลังเล ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำติดขัดราวคนไม่รู้จะวางตัวเช่นไร “ข้า ข้า… จะรับผิดชอบเจ้า… ” หลิงอันที่กำลังสะอื้นเบา ๆ ช้อนตามองเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ ดุจบุปผาที่กำลังสั่นระริกใต้ลมหนาว เหอหยางเห็นดังนั้นก็ขยับเข้าไปใกล้นางอีกนิด ในทันใด นางก็หันกลับมาแล้วโน้มกายซบลงบนอ้อมกอดเขา แก้มเนียนแตะแผงอกอุ่นความอุ่นแผ่ซ่านทั่วกายนาง ใบหน้างามเผยรอยยิ้มที่พึงพอใจ ดวงตาคู่สวยสะท้อนประกายวาววับพลันนึกย้อนเหตุการณ์เมื่อคืน ยามค่ำคืนเงียบสงัด ภายในห้องที่สลัวด้วยแสงตะเกียงริบหรี่ สายลมเย็นพัดเข้ามาเบา ๆ ทำให้นางที่กำลังหลับใหลค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเหอหยางที่กำลังหลับสนิท มือเล็กยกขึ้นลูบใบหน้าคมที่กำลังหลับสนิท แววตาครุ่นคิด ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง มือเรียวของนางค่อย ๆ ลูบสัมผัสเนื้อผ้า ปลดอาภรณ์ชั้นนอกของตนเองออกอย่างแผ่วเบา ร่างนวลในชุดชั้นในสีขาวบางเบาเคลื่อนเข้าแนบอกแกร่งของเขาอย่างตั้งใจ มือเล็กค่อย ๆ ปลดเสื้อผ้าชิ้นบนของเขาออกอย่างระมัดระวัง ปล่อยให้ร่างกายทั้งสองสัมผัสความอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากผิวเนื้อของกันและกัน มือเล็กลูบไล้อกเขาแผ่วริมฝีปากเล็กขยับเอื้อนเอ่ยอย่างแผ่วเบา “สามีจ๋าวันนี้ท่านต้องเสร็จข้าแล้วล่ะ” ริมฝีปากนางเผยรอยยิ้มบางก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงอย่างช้า ๆ …ตอนที่ 33 จบราชโองการจากวังหลวงมาถึงจวนเจ้าเมืองโดยขันทีคนสนิทของ ฮ่องเต้ ข่าวอภิเษกถูกประกาศทั่วเมืองในสามวันถัดมา จวน อวิ๋นหวังอ๋องจวนใหญ่โออ่าถูกตกแต่งประดับด้วยโคมแดงนับร้อยแขวนเรียงรายตลอดแนวเรือน สายลมพัดให้ริบบิ้นแพรสีชาดปลิวไหว เสียงฆ้องกลองดังเป็นจังหวะมงคลก้องไปทั่วอวิ๋นหวังอ๋องยืนอยู่กลางลานพิธีในฉลองพระองค์สีแดงเข้ม ปักลายมังกรเมฆทอง ใบหน้าคมสงบนิ่ง ทว่าดวงตาลึกนั้นมีแววอ่อนโยนที่ไม่เคยปรากฏต่อผู้ใดเมื่อเสียงขันทีร้องประกาศดังขึ้น“เจ้าสาวมาแล้ว”ทุกสายตาหันไปยังปลายลานหลิงอันก้าวเข้ามาช้า ๆ ในชุดหงเฟิ่งสีแดงสดปักลายหงส์คู่ด้วยไหมทอง ผ้าคลุมหน้าโปร่งไหวตามย่างก้าว นางก้มหน้าอย่างสงบ มือเล็กประคองพานผ้าแดงแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินอวิ๋นหวังอ๋องมองนางไม่วางตา ทั้งสองยืนเคียงข้างกันหน้าแท่นบูชา แล้วเริ่มพิธีแต่งงานกันอย่างสมบูรณ์เมื่อพิธีสิ้นสุด เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีดังก้อง อวิ๋นหวังอ๋องประคองนางเข้าสู่เรือนหอ…..ยามราตรีแผ่ม่านคลุมเรือนหอแสงเทียนคู่สาดส่องเป็นประกายอ่อนนวล กลิ่นดอกเหมยจาง ๆ ลอยอบอวลประสานกับกลิ่นไม้หอม ผ้าม่านสีชาดพลิ้วไหวเบา ๆ ตามแรงลมหลิงอ
ตอนที่ 32 ราชโองการสามวันถัดมา ข่าวจากวังหลวงแพร่ออกมาอย่างหนาหู… เมื่อหยางกุ้ยเฟยถูกปลดออกจากตำแหน่ง และถูกกักขังในตำหนักเย็น โทษฐาน ลอบทำร้ายเชื้อพระวงศ์…..วังหลวงตำหนัก อวิ๋นหวังอ๋องแสงโคมส่องสลัวภายในตำหนักที่แทบไร้ผู้คน อวิ๋นหวังอ๋อง ยืนอยู่เบื้องหน้าภาพวาดหญิงงามในฉลองพระองค์เรียบสง่า ใบหน้านั้นอ่อนโยนแววตาเมตตา ดุจยังเฝ้ามองเขาอยู่จากอีกฝากหนึ่งของกาลเวลาเขายืนนิ่งอยู่นาน ก่อนจะยกมือขึ้นแตะกรอบภาพเบา ๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“เสด็จแม่… ลูกคิดว่าตลอดชีวิตนี้คงไม่พบคนที่ทำให้หัวใจลูกอุ่นขึ้นมาอีกแล้ว”เขาหัวเราะเบา ๆ อย่างขมขื่น ดวงตาคมฉายแววอ่อนลงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน“แต่บัดนี้… ลูกพบคนผู้หนึ่ง”แสงคมสั่นไหว เงาภาพวาดไหวตามราวกับกำลังรับฟังถ้อยคำของเขา“นางไม่อ่อนแออย่างที่ภายนอกเห็น นางเจ้าเล่ห์ กล้าหาญ และไม่ยอมผู้ใดกำหนดชะตานาง”ริมฝีปากเขายกยิ้มบางอย่างไม่รู้ตัว“อยู่ใกล้นางแล้ว ลูกกลับรู้สึกว่าโลกใบนี้ไม่หนาวเหน็บนัก”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าเดิม“อีกไม่นานลูกจะไปรับนางมาอยู่ที่นี่เป็นพระชายาของลูก เมื่อท่านเห็นนาง แน่นอนท่านต้อง
ตอนที่ 31 วังหลวงวังหลวงระเบียงยาวในวังหลวง เสาหงส์เรียงราย เงาเมฆเคลื่อนช้าเหนือกระเบื้องเคลือบสีคราม บรรยากาศสงบนิ่ง ทว่ากลับซ่อนแรงอึดอัดเอาไว้ใต้ความโอ่อ่าอวิ๋นหวังอ๋องก้าวเดินมาอย่างมั่นคง อาภรณ์สีดำเข้มสะบัดตามจังหวะฝีเท้า ใบหน้าคมสงบนิ่งดวงตาลึกล้ำไร้คลื่นอารมณ์ ไม่ไกลนัก ขบวนหนึ่งค่อย ๆ เคลื่อนมา ม่านแพรสีแดงเข้มไหวเบา ๆ ตามแรงลมและแรงเคลื่อนตัว กลิ่นกำยานหอมหวานลอยมาตามสายลมแผ่วเบาหยางกุ้ยเฟยประทับนั่งในเกี้ยว นางสวมอาภรณ์งดงามดุจดอกโบตั๋นแรกแย้ม พระพักตร์ประดับรอยยิ้มอ่อนหวาน ทว่าดวงตากลับเย็นเฉียบเมื่อทั้งสองสวนกัน เกี้ยวหยุดลงทันทีพร้อมกับ อวิ๋นหวังอ๋องที่หยุดฝีเท้าลงเช่นกันหยางกุ้ยเฟยเปิดม่านออกเล็กน้อย ทอดพระเนตรลงมา ก่อนจะเอ่ยด้วยสุรเสียงนุ่มนวล“อวิ๋นหวังอ๋อง… ได้ข่าวว่าถูกลอบทำร้ายได้รับบาดเจ็บหรือไม่”น้ำเสียงแฝงความห่วงใย แต่ปลายถ้อยคำกลับคมกริบอวิ๋นหวังอ๋องหยุดยืน ประสานมือคำนับตามธรรมเนียมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ“บาดเจ็บเล็กน้อยขอบพระทัยที่ทรงเป็นห่วง”หยางกุ้ยเฟยยิ้มบาง รอยยิ้มนั้นงดงามไร้ที่ติแต่น้ำเสียงกลับเรียบเย็น“โชคชะตาช่างปราณีท่านนัก หวังว่าครั
ตอนที่ 30 มือสังหารจวนเจ้าเมืองภายในจวนใหญ่ของเจ้าเมือง ไป๋สืออู่ ยามนี้ปั่นป่วนดุจรังมดถูกราดน้ำ เสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังสลับกันเสียงเรียกหากันไม่ขาดสาย บ่าวรับใช้และทหารติดตามเดินสวนกันวุ่นวาย ใบหน้าทุกคนล้วนเคร่งเครียด ด้วยข่าวการหายตัวไปของ อวิ๋นหวังอ๋องและ หลิงอันเจ้าเมืองไป๋สืออู่เดินวนอยู่ที่ลานกว้าง สีหน้าเคร่งขรึม ข้างกายเขาคือ ท่านหญิงใหญ่ผู้เป็นพี่สาว นางดวงตาแดงก่ำด้วยความกังวล มือกำผ้าเช็ดหน้าแน่นริมฝีปากพึมพำภาวนาไม่ขาดทันใดนั้นเอง เสียงล้อมาดังกุกกักจากนอกประตูจวน ทุกคนชะงักพร้อมกัน ก่อนเสียงฝีเท้าหนักแน่นของเหล่าทหารติดตามและรถม้าคันหนึ่งเคลื่อนเข้ามาจอดอยู่หน้าจวน พร้อมขบวนทหารติดตามที่ยืนเรียงอย่างเป็นระเบียบองครักษ์ฉู่อันก้าวเข้ามาเปิดม่านรถม้าออกอย่างระมัดระวัง ร่างสูงของ อวิ๋นหวังอ๋องก้าวลงมา ในอ้อมแขนเขาคือร่างบางของหลิงอันที่ซบแนบอกเขา ใบหน้างามซีดเซียว ไร้เรี่ยวแรง เขาอุ้มนางไว้แน่นโดยไม่สนใจสายตาของผู้ใดแม้แต่น้อย ก้าวเท้ายาวตรงเข้าสู่จวนอย่างไม่ลังเลเจ้าเมืองไป๋สืออู่และท่านหญิงใหญ่รีบวิ่งออกมาจากเรือนหลัก ใอเหภาพตรงหน้า ทั้งสองก็ชะงักยืนอยู่กลางลาน ดวงตา
ตอนที่ 29 ใต้แสงจันทร์ใต้แสงจันทร์ที่สองสว่างในยามค่ำคืน สายลมหนาวพัดโชยอย่างแผ่วเบา ใต้ร่มไม้ใหญ่ริมลำธาร สายน้ำเอื่อยไหล ขับกล่อมราตรีให้สงัดงันอวิ๋นหวังอ๋อง นั่งพิงลำต้น โอบประคองร่างบางของหลิงอัน ไว้แนบอกด้วยความระมัดระวังยิ่ง แสงจันทร์ทอดต้องไหล่ด้านหลังของนาง เห็นลูกธนูปักฝัง เลือดซึมเปื้อนอาภรณ์สีอ่อนของนาง เขาสูดลมหายใจหนึ่งครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ จับก้านธนูนั้นด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย เขาที่ไม่เคยหวาดกลัวสิ่งใดกลับกลัวว่าจะทำให้นางนั้นเจ็บ มือใหญ่ดึงออกอย่างมั่นคง“โอ้ย-”เสียงนางสั่นพร่า ใบหน้างามซีดเผือด ซบลงบนอกเขา หอบหายใจแผ่วมือใหญ่รีบหยิบผ้าเช็ดหน้ากดปิดบาดแผลอย่างเบามือ ใบหน้าคมก้มมองดวงหน้าที่ไร้สีเลือด ความปวดร้าวพลันแล่นขึ้นในใจเขาราวถูกคมมีดกรีดเขาใช้มืออีกข้างค่อย ๆ ปลดสาบเสื้อนางอย่างสำรวม ยกกระบอกไม้ไผ่รินน้ำสะอาดล้างคราบเลือด ก่อนจะหยิบยาสมานแผลขวดสีขาวออกจากอกเสื้อ แล้วเทลงบนบาดแผลด้วยความระมัดระวังหลิงอันครางแผ่ว มือเล็กกำอาภรณ์เขาแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน อดกลั้นความเจ็บปวดไว้สุดกำลังเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาก็พลันถอนหายใจแผ่วเบา สายตาอ่อนลงขณะมอง
ตอนที่ 28 เดินทางจวนเจ้าเมือง อวิ๋นไห่นานแสงตะวันสาดต้องกระเบื้อง เสียงเกือกม้าและล้อรถดังประสาน ขบวนรถม้าของ อวิ๋นหวังอ๋อง เรียงรายยาวเหยียดอยู่หน้าประตูจวนเจ้าเมือง องครักษ์และเหล่าทหารยืนประจำตำแหน่งอย่างเคร่งครัด บรรยากาศที่สงบแต่แฝงไปด้วยอำนาจครู่หนึ่ง หลิงอัน ก้าวออกมาจากจวน พร้อม เสี่ยวฮวาและ ซู่ซู่ สองสาวใช้ผู้ติดตาม นางสวมอาภรณ์สีเขียวอ่อน เรือนผมดำขลับถูกจัดแต่งอย่างเรียบงาม ใบหน้าขาวผ่องต้องแสงตะวันงามละมุนจนผู้พบเห็นต้องเหลียวมองอวิ๋นหวังอ๋องซึ่งยืนอยู่หน้าขบวนรถม้า หันมาทอดสายตาไปทางนั้น ครั้นเห็นร่างบางของหลิงอันก็ชะงักเพียงชั่วลมหายใจ แววตาคมสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบขรึม“ฉู่อัน ให้นางมานั่งกับข้า”องครักษ์ฉู่อันรีบก้มศีรษะรับบัญชา“พ่ะย่ะค่ะ”แล้วหมุนกายก้าตรงไปยัง หลิงอันที่หยุดยืนอยู่หน้าประตูจวนกับสาวใช้ทั้งสอง ก่อนจะหยุดตรงเบื้องหน้านางแล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสุภาพนอบน้อม“แม่นางหลิง เชิญทางนี้ ขอรับ”หลิงอันพยักหน้าแผ่วเบาก่อนจะหันไปทางที่ องครักษ์ฉู่อันบอกสายตาก็พลันสบเข้ากับ ดวงตาคมที่กำลังทอดมองนางอย่างสงบนิ่ง ก่อนที่ อวิ๋นหวังอ๋องจะหมุนกา
ตอนที่ 27 หายแล้วจวนเจ้าเมือง อวิ๋นไห่นานภายใน ห้องโถงใหญ่ที่บรรยากาศเงียบสงบแต่แฝงไปด้วยความตึงเครียดอันมองไม่เห็นอวิ๋นหวังอ๋องนั่งประทับอยู่เบื้องบน ชายเสื้อคลุมยาวสีดำสนิททิ้งตัวลงอย่างสง่างาม แผ่นหลังตั้งตรง สีหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาคมลึกนั้นทอดไปยังประตูอยู่เป็นระยะ มือใหญ่ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบอย่
ตอนที่ 9 ชีวิตใหม่วังหลวงตำหนักองค์ชายสามในห้องหนังสือ กลิ่นหมึกอ่อนลอยอบอวล หลี่หานเซียนประทับนั่งเบื้องหน้ากองฎีกา มือหนึ่งพลิกกระดาษทีล่ะแผ่นด้วยท่วงท่าสงบเยือกเย็น อีกมือยกถ้วยชาใบเล็กที่มีน้ำชาอุ่น ๆ อยู่ขึ้นจิบอย่างไม่ช้า ๆ แสงแดดลอดผ่านช่องหน้าต่างต้องสันกรามคมของเขาให้ดูดุดันเคร่งขรึมไม
ตอนที่ 8 เสียใจภายในห้องที่เงียบสงัด สายลมเย็นพัดลอดบานหน้าต่างเข้ามากระทบใบหน้างามที่กำลังหลับไหลอยู่บนเตียงไม้ ผ้าม่านปลิวไหวตามแรงลมอย่างแผ่วเบาภายใต้แสงจันทร์หลิงอันค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความเย็นจากสายลม แต่สายตานางกลับไม่พบร่างของเหอหยางผู้เป็นสามี หัวใจนางพลันเต้นแรงขึ้นมาทันที ร่างบางล
ตอนที่ 7 รอแสงแดดสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้เก่า ๆ ของเรือนครัวเล็ก ๆ เกล็ดแสงตกกระทบใบหน้างดงามของหลิงอัน ขณะนางยืนหั่นผักอยู่เบื้องหน้าเขียง ภายในเรือนครัวเงียบสงบมีเพียงเสียงน้ำเดือดแผ่วเบา ไอร้อนจากหม้อเดือดลอยละอองเล็ก ๆ เคล้ากลิ่นสมุนไพรเบา ๆ ด้านนอกลานบ้าน เหอหยางผ่าฟืนอยู่ พลันเงยหน้าขึ้น ส







