Mag-log inตอนที่ 3 เหอหยาง
สายลมเย็นในยามค่ำคืนพัดลอดช่องหน้าต่างจนผ้าม่านเบาบางพลิ้วไหวเบา ๆ เงาไหวของมันทอดลงบนผนังห้อง ภายในห้องที่เงียบสงบได้ยินเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของบุรุษผู้ที่กำลังนอนหมดสติอยู่บนเตียง ข้างกายเขาคือหมอวัยกลางคน ผู้กำลังก้มหน้าเขียนใบสั่งยา ไม่นานประตูห้องก็ผลักเปิดออกเบา ๆ หลิงอันก้าวเข้ามาอย่างนุ่มนวล นางถือถุงเงินในมือแน่น พอเดินมาถึงท่านหมอ นางก็หยุดยืนเบื้องหน้าเขา ก่อนจะประคองมือยื่นถุงเงินของตนเองไปให้เขา ท่านหมอรับถุงเงินด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน เขาหยิบใบสั่งยาแล้วยื่นให้หลิงอันพลางเอ่ยเสียงสุขุม “นำยาตามที่ข้าเขียนนี้ไปต้ม ให้เขาดื่มเป็นประจำเช้าเย็นอย่าได้ขาด” หลิงอันพยักหน้าเบา ๆ “อืม… ข้าเข้าใจแล้ว” นางรับกระดาษใบนั้นไว้ในมือเรียวแผ่วเบา เมื่อหมอเก็บของเสร็จและก้าวผ่านนางออกไป นางเงยหน้ามองตามแผ่นหลังเขาครู่หนึ่ง ความหวังเล็ก ๆ ในใจค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นทันทีที่ร่างนั้นหายลับตาไปนอกห้อง นางก็หมุนกายกลับไปยังเตียง ดวงตาคู่สวยทอดมองใบหน้าคมที่ซีดเผือดไร้สติ ก่อนจะถอนหายใจออกมาแผ่วเบา “ท่านนี่นะ… ใช้เงินที่ท่านลุงให้ข้ามาตั้งตัวเกือบหมดเลย… ” เสียงนางแผ่วเบา …. แสงอาทิตย์ยามอรุณสาดลอดผ่านบานหน้าต่างไม้เก่ากระทบลงบนเรือนกายสงบนิ่งของบุรุษบนเตียง แสงอบอุ่นนั้นปลุกให้เปลือกตาหนักอึ้งค่อย ๆ ขยับ กระพริบช้า ๆ สายตาพร่ามัวค่อย ๆ ปรับให้กระจ่าง ทว่าทันใดนั้นกลับรู้สึกถึงไออุ่นที่อยู่เคียงข้างตน เขาหันศีรษะไป พลันเห็นสตรีน้อยที่กำลังหลับพริ้มอยู่เคียงข้าง ใบหน้ายามหลับนั้นงดงามจนสะกดสายตาเขาในทันที แต่ทันทีที่แขนเล็กของนางเหยียดมาแตะแผงอกเขา ทว่าดวงตาคมวาบด้วยแววระแวง มือใหญ่พุ่งขึ้นตามสัญชาตญาณพุ่งบีบคอนางโดยไม่รีรอ เสียงทุ้มดั่งคมดาบตวาดออกมา “ผู้ดส่งเจ้ามา!” ความเจ็บปวดและเสียงตวาดของเขาปลุกให้หลิงอันสะดุ้งตื่นทันที ดวงตากลมเบิกโพลง สองมือเล็กรีบยกขึ้นแกะมือเขาออก แต่แรงของนางเบานักไม่อาจขยับมือเขาได้แม้แต่น้อย กระทั่งบุรุษเห็นว่านางนั้นดูไร้วรยุทธ์ มิใช่มือสังหารอย่างแน่นอน เพราะสายตาตื่นตระหนกและตกใจนั้นดูไม่ใช่การเสแสร้งแต่อย่างใด เมื่อลมหายใจนางเริ่มติดขัด เขาจึงค่อย ๆ คลายมือออก หลิงอันไอค่อกแค่ก หน้าแดงก่ำเพราะขาดอากาศ นางยันกายลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะตวัดสายตามองเขา ดวงหน้าเล็กฉายชัดด้วยความไม่พอใจ “นี่เจ้าคิดจะทำสิ่งใด! ข้าเป็นผู้ช่วยชีวิตเจ้านะ!” บุรุษมองนางคล้ายยังม่เข้าใจในคำพูดของนางนัก สายตาสับสน ความเจ็บพลันแล่นวาบในศีรษะเขาอย่างรุนแรง จนต้องยกมือกุมไว้ ครางเสียงออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้ “อึก! หัวข้า… เหมือนจะแตกออก!… ” หลิงอันชะงัก ใบหน้าเล็กเปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที นางรีบขยับเข้ามาใกล้เขาทันที “เป็นอะไร! เจ้าเป็นอะไร! ข้า ข้า ข้ายังมิได้ทำอะไรเจ้าเลยนะ” น้ำเสียงนางสั่นพร่า ทั้งตื่นกลัว ทั้งร้อนรน นางขยับกายเข้าใกล้ร่างใหญ่ของเขาที่ยังหอบหายใจไม่เป็นส่ำ นางยื่นมือเล็กแตะลงบนไหล่เขาอย่างแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยมองเขาอย่างลังเล ก่อนเอ่ยถามเสียงแผ่ว “ท่าน… ชื่ออะไร” บุรุษหนุ่มเบือนสายตามองนาง คิ้วเข้มขมวดแน่นเมื่อพยายามนึกถึงเรื่องราวของตนเอง ทว่าไม่ว่าเขาจะพยายามเท่าใดก็ว่างเปล่า เขาส่ายศีรษะช้า ๆ แววตาเคว้งคว้าง หลิงอันเฝ้ามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะผ่อนลมหายใจ นางพยักหน้าเบา ๆ แล้วค่อย ๆ ประคองแผ่นหลังเขาให้เอนลงนอนอีกครั้ง มือเล็กลูบผ้าห่มจัดให้กระชับ พลางเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ไม่เป็นไร… ไม่ต้องฝืนคิด เดี๋ยวจะปวดหัว นอนพักก่อน” เมื่อช่วยร่างใหญ่นอนลงแล้ว นางก็ขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงช้า ๆ ดวงหน้างามนั้นเผยรอยยิ้มบางก่อนจะเอ่ยขึ้น “ท่านคงจะหิวแล้ว ข้าจะไปต้มโจ๊กมาให้” บุรุษหนุ่มยังคงนอนนิ่งไม่ได้เอ่ยสิ่งใดตอบ นางมองเขาอีกครั้งก่อนจะหมุนกายก้าวออกจากห้องไปอย่างเงียบงัน …. ภายในห้องครัวเก่าแก่ ไอร้อนจากหม้อโจ๊กเดือดพลุ่งพลั่งลอยอบอวลไปทั่วห้อง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของข้าวสุกค่อย ๆ กระจายปะปนกับกลิ่นสมุนไพรจาง ๆ หลิงอันยืนอยู่หน้าตั่งไม้ มือเล็กจับมีดหั่นผักอย่างตั้งใจ นางก้มมองเขียงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นทอดสายตามองออกไปยังหน้าต่างแคบ ๆ ที่สายลมเย็นยามเช้าพัดต้องผ้าม่านที่ขาดรุ่งริ่งให้ไหวเบา ๆ แววตานางฉายแววครุ่นคิด เหตุใด… เขาถึงได้เย็นชาเช่นนั้นเล่า มุมปากนางเม้มแน่น แล้วข้าจะทำอย่างไร… จึงทำให้เขาหลงรักข้าได้ ลมหายใจแผ่ว ๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากนาง นางถอนหายใจหนึ่งยาว ไม่เป็นไรอย่างไรเสียใบหน้านี้ก็ถือว่างามอยู่เขาคงมิอาจปฏิเสธสาวงามเช่นข้าได้ เมื่อคิดได้เช่นนั้นรอยยิ้มพึงพอใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้างาม แล้วมือเล็กก็หั่นผักอย่างตั้งใจอีกครา ไม่นานนัก หลิงอันก็ยกถาดอาหารและถ้วยยาสมุนไพรอุ่นเข้ามาในห้องอย่างแผ่วเบา ฝีเท้านางย่างก้าวอย่างนุ่มนวล นางวางถาดอาหารลงบนโต๊ะไม้เก่ากลางห้อง แล้วก้าวตรงไปหาบุรุษที่นอนอยู่บนเตียงก่อนจะค่อย ๆ โน้มกายเข้าประคองร่างของเขาให้ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียงอย่างระมัดระวัง หลิงอันตรงไปหยิบถ้วยโจ๊กอุ่นมาถือไว้ ก่อนจะนั่งลงเคียงข้างเขา สองมือเล็กยื่นถ้วยโจ๊กอุ่น ๆ ให้เขาด้วยรอยยิ้ม ทว่าชายหนุ่มกลับเงยหน้ามองหน้านางด้วยแววตาระแวงเยียบเย็น หลิงอันเมื่อเห็นสีหน้าเขานางเพียงยิ้มบาง ก่อนจะตักโจ๊กอุ่นขึ้นส่งเข้าปากตนเองคำหนึ่งแล้วเอ่ยเสียงอ่อน “ท่านวางใจเถิด ข้ามิได้วางยาพิษใด” คำพูดและใบหน้าไร้เดียงสาของนางทำให้แววตาชายหนุ่มอ่อนลงเล็กน้อยในที่สุด เขาก็ยื่นมือมารับถ้วยโจ๊กจากนาง แล้วดื่มช้า ๆ อย่างสงบ หลิงอันมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา “ในเมื่อท่านจำชื่อตนเองไม่ได้ เช่นนั้น… ให้ข้าตั้งให้ดีหรือไม่” ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อย หันมองนางด้วยสายตาลังเล ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างช้า ๆ หลิงอันยิ้มบาง แววตาครุ่นคิด อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนริมฝีปากเล็กจะขยับเอื้อนเอ่ยขึ้น “เช่นนั้น… เหอหยาง ดีหรือไม่” มือใหญ่ที่กำลังประคองถ้วยโจ๊กชะงักเล็กน้อย ก่อนเขาจะพยักหน้ารับช้า ๆ หลิงอันยิ้มบางอย่างพึงพอใจ ก่อนจะลุกขึ้นตรงไปยังถาดอาหารแล้ว หยิบจานผัดผักที่นางลงแรงทำด้วยใจ ก่อนจะก้าวมานั่งลงเคียงข้าเขาแล้วคีบให้เขาอย่างใส่ใจ เหอหยางยกสายตามองนาง หลิงอันยิ้มแย้มด้วยแววตาสดใสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไร้กังวล “ชิมดูสิ… ” แล้วนางก็คีบผักเข้าปากตนเองด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส “ข้าชื่อ หลิงอัน” เหอหยางยังคงไม่เอ่ยคำใดเพียงกินโจ๊กต่ออย่างสงบ ……ตอนที่ 33 จบราชโองการจากวังหลวงมาถึงจวนเจ้าเมืองโดยขันทีคนสนิทของ ฮ่องเต้ ข่าวอภิเษกถูกประกาศทั่วเมืองในสามวันถัดมา จวน อวิ๋นหวังอ๋องจวนใหญ่โออ่าถูกตกแต่งประดับด้วยโคมแดงนับร้อยแขวนเรียงรายตลอดแนวเรือน สายลมพัดให้ริบบิ้นแพรสีชาดปลิวไหว เสียงฆ้องกลองดังเป็นจังหวะมงคลก้องไปทั่วอวิ๋นหวังอ๋องยืนอยู่กลางลานพิธีในฉลองพระองค์สีแดงเข้ม ปักลายมังกรเมฆทอง ใบหน้าคมสงบนิ่ง ทว่าดวงตาลึกนั้นมีแววอ่อนโยนที่ไม่เคยปรากฏต่อผู้ใดเมื่อเสียงขันทีร้องประกาศดังขึ้น“เจ้าสาวมาแล้ว”ทุกสายตาหันไปยังปลายลานหลิงอันก้าวเข้ามาช้า ๆ ในชุดหงเฟิ่งสีแดงสดปักลายหงส์คู่ด้วยไหมทอง ผ้าคลุมหน้าโปร่งไหวตามย่างก้าว นางก้มหน้าอย่างสงบ มือเล็กประคองพานผ้าแดงแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินอวิ๋นหวังอ๋องมองนางไม่วางตา ทั้งสองยืนเคียงข้างกันหน้าแท่นบูชา แล้วเริ่มพิธีแต่งงานกันอย่างสมบูรณ์เมื่อพิธีสิ้นสุด เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีดังก้อง อวิ๋นหวังอ๋องประคองนางเข้าสู่เรือนหอ…..ยามราตรีแผ่ม่านคลุมเรือนหอแสงเทียนคู่สาดส่องเป็นประกายอ่อนนวล กลิ่นดอกเหมยจาง ๆ ลอยอบอวลประสานกับกลิ่นไม้หอม ผ้าม่านสีชาดพลิ้วไหวเบา ๆ ตามแรงลมหลิงอ
ตอนที่ 32 ราชโองการสามวันถัดมา ข่าวจากวังหลวงแพร่ออกมาอย่างหนาหู… เมื่อหยางกุ้ยเฟยถูกปลดออกจากตำแหน่ง และถูกกักขังในตำหนักเย็น โทษฐาน ลอบทำร้ายเชื้อพระวงศ์…..วังหลวงตำหนัก อวิ๋นหวังอ๋องแสงโคมส่องสลัวภายในตำหนักที่แทบไร้ผู้คน อวิ๋นหวังอ๋อง ยืนอยู่เบื้องหน้าภาพวาดหญิงงามในฉลองพระองค์เรียบสง่า ใบหน้านั้นอ่อนโยนแววตาเมตตา ดุจยังเฝ้ามองเขาอยู่จากอีกฝากหนึ่งของกาลเวลาเขายืนนิ่งอยู่นาน ก่อนจะยกมือขึ้นแตะกรอบภาพเบา ๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“เสด็จแม่… ลูกคิดว่าตลอดชีวิตนี้คงไม่พบคนที่ทำให้หัวใจลูกอุ่นขึ้นมาอีกแล้ว”เขาหัวเราะเบา ๆ อย่างขมขื่น ดวงตาคมฉายแววอ่อนลงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน“แต่บัดนี้… ลูกพบคนผู้หนึ่ง”แสงคมสั่นไหว เงาภาพวาดไหวตามราวกับกำลังรับฟังถ้อยคำของเขา“นางไม่อ่อนแออย่างที่ภายนอกเห็น นางเจ้าเล่ห์ กล้าหาญ และไม่ยอมผู้ใดกำหนดชะตานาง”ริมฝีปากเขายกยิ้มบางอย่างไม่รู้ตัว“อยู่ใกล้นางแล้ว ลูกกลับรู้สึกว่าโลกใบนี้ไม่หนาวเหน็บนัก”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าเดิม“อีกไม่นานลูกจะไปรับนางมาอยู่ที่นี่เป็นพระชายาของลูก เมื่อท่านเห็นนาง แน่นอนท่านต้อง
ตอนที่ 31 วังหลวงวังหลวงระเบียงยาวในวังหลวง เสาหงส์เรียงราย เงาเมฆเคลื่อนช้าเหนือกระเบื้องเคลือบสีคราม บรรยากาศสงบนิ่ง ทว่ากลับซ่อนแรงอึดอัดเอาไว้ใต้ความโอ่อ่าอวิ๋นหวังอ๋องก้าวเดินมาอย่างมั่นคง อาภรณ์สีดำเข้มสะบัดตามจังหวะฝีเท้า ใบหน้าคมสงบนิ่งดวงตาลึกล้ำไร้คลื่นอารมณ์ ไม่ไกลนัก ขบวนหนึ่งค่อย ๆ เคลื่อนมา ม่านแพรสีแดงเข้มไหวเบา ๆ ตามแรงลมและแรงเคลื่อนตัว กลิ่นกำยานหอมหวานลอยมาตามสายลมแผ่วเบาหยางกุ้ยเฟยประทับนั่งในเกี้ยว นางสวมอาภรณ์งดงามดุจดอกโบตั๋นแรกแย้ม พระพักตร์ประดับรอยยิ้มอ่อนหวาน ทว่าดวงตากลับเย็นเฉียบเมื่อทั้งสองสวนกัน เกี้ยวหยุดลงทันทีพร้อมกับ อวิ๋นหวังอ๋องที่หยุดฝีเท้าลงเช่นกันหยางกุ้ยเฟยเปิดม่านออกเล็กน้อย ทอดพระเนตรลงมา ก่อนจะเอ่ยด้วยสุรเสียงนุ่มนวล“อวิ๋นหวังอ๋อง… ได้ข่าวว่าถูกลอบทำร้ายได้รับบาดเจ็บหรือไม่”น้ำเสียงแฝงความห่วงใย แต่ปลายถ้อยคำกลับคมกริบอวิ๋นหวังอ๋องหยุดยืน ประสานมือคำนับตามธรรมเนียมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ“บาดเจ็บเล็กน้อยขอบพระทัยที่ทรงเป็นห่วง”หยางกุ้ยเฟยยิ้มบาง รอยยิ้มนั้นงดงามไร้ที่ติแต่น้ำเสียงกลับเรียบเย็น“โชคชะตาช่างปราณีท่านนัก หวังว่าครั
ตอนที่ 30 มือสังหารจวนเจ้าเมืองภายในจวนใหญ่ของเจ้าเมือง ไป๋สืออู่ ยามนี้ปั่นป่วนดุจรังมดถูกราดน้ำ เสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังสลับกันเสียงเรียกหากันไม่ขาดสาย บ่าวรับใช้และทหารติดตามเดินสวนกันวุ่นวาย ใบหน้าทุกคนล้วนเคร่งเครียด ด้วยข่าวการหายตัวไปของ อวิ๋นหวังอ๋องและ หลิงอันเจ้าเมืองไป๋สืออู่เดินวนอยู่ที่ลานกว้าง สีหน้าเคร่งขรึม ข้างกายเขาคือ ท่านหญิงใหญ่ผู้เป็นพี่สาว นางดวงตาแดงก่ำด้วยความกังวล มือกำผ้าเช็ดหน้าแน่นริมฝีปากพึมพำภาวนาไม่ขาดทันใดนั้นเอง เสียงล้อมาดังกุกกักจากนอกประตูจวน ทุกคนชะงักพร้อมกัน ก่อนเสียงฝีเท้าหนักแน่นของเหล่าทหารติดตามและรถม้าคันหนึ่งเคลื่อนเข้ามาจอดอยู่หน้าจวน พร้อมขบวนทหารติดตามที่ยืนเรียงอย่างเป็นระเบียบองครักษ์ฉู่อันก้าวเข้ามาเปิดม่านรถม้าออกอย่างระมัดระวัง ร่างสูงของ อวิ๋นหวังอ๋องก้าวลงมา ในอ้อมแขนเขาคือร่างบางของหลิงอันที่ซบแนบอกเขา ใบหน้างามซีดเซียว ไร้เรี่ยวแรง เขาอุ้มนางไว้แน่นโดยไม่สนใจสายตาของผู้ใดแม้แต่น้อย ก้าวเท้ายาวตรงเข้าสู่จวนอย่างไม่ลังเลเจ้าเมืองไป๋สืออู่และท่านหญิงใหญ่รีบวิ่งออกมาจากเรือนหลัก ใอเหภาพตรงหน้า ทั้งสองก็ชะงักยืนอยู่กลางลาน ดวงตา
ตอนที่ 29 ใต้แสงจันทร์ใต้แสงจันทร์ที่สองสว่างในยามค่ำคืน สายลมหนาวพัดโชยอย่างแผ่วเบา ใต้ร่มไม้ใหญ่ริมลำธาร สายน้ำเอื่อยไหล ขับกล่อมราตรีให้สงัดงันอวิ๋นหวังอ๋อง นั่งพิงลำต้น โอบประคองร่างบางของหลิงอัน ไว้แนบอกด้วยความระมัดระวังยิ่ง แสงจันทร์ทอดต้องไหล่ด้านหลังของนาง เห็นลูกธนูปักฝัง เลือดซึมเปื้อนอาภรณ์สีอ่อนของนาง เขาสูดลมหายใจหนึ่งครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ จับก้านธนูนั้นด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย เขาที่ไม่เคยหวาดกลัวสิ่งใดกลับกลัวว่าจะทำให้นางนั้นเจ็บ มือใหญ่ดึงออกอย่างมั่นคง“โอ้ย-”เสียงนางสั่นพร่า ใบหน้างามซีดเผือด ซบลงบนอกเขา หอบหายใจแผ่วมือใหญ่รีบหยิบผ้าเช็ดหน้ากดปิดบาดแผลอย่างเบามือ ใบหน้าคมก้มมองดวงหน้าที่ไร้สีเลือด ความปวดร้าวพลันแล่นขึ้นในใจเขาราวถูกคมมีดกรีดเขาใช้มืออีกข้างค่อย ๆ ปลดสาบเสื้อนางอย่างสำรวม ยกกระบอกไม้ไผ่รินน้ำสะอาดล้างคราบเลือด ก่อนจะหยิบยาสมานแผลขวดสีขาวออกจากอกเสื้อ แล้วเทลงบนบาดแผลด้วยความระมัดระวังหลิงอันครางแผ่ว มือเล็กกำอาภรณ์เขาแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน อดกลั้นความเจ็บปวดไว้สุดกำลังเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาก็พลันถอนหายใจแผ่วเบา สายตาอ่อนลงขณะมอง
ตอนที่ 28 เดินทางจวนเจ้าเมือง อวิ๋นไห่นานแสงตะวันสาดต้องกระเบื้อง เสียงเกือกม้าและล้อรถดังประสาน ขบวนรถม้าของ อวิ๋นหวังอ๋อง เรียงรายยาวเหยียดอยู่หน้าประตูจวนเจ้าเมือง องครักษ์และเหล่าทหารยืนประจำตำแหน่งอย่างเคร่งครัด บรรยากาศที่สงบแต่แฝงไปด้วยอำนาจครู่หนึ่ง หลิงอัน ก้าวออกมาจากจวน พร้อม เสี่ยวฮวาและ ซู่ซู่ สองสาวใช้ผู้ติดตาม นางสวมอาภรณ์สีเขียวอ่อน เรือนผมดำขลับถูกจัดแต่งอย่างเรียบงาม ใบหน้าขาวผ่องต้องแสงตะวันงามละมุนจนผู้พบเห็นต้องเหลียวมองอวิ๋นหวังอ๋องซึ่งยืนอยู่หน้าขบวนรถม้า หันมาทอดสายตาไปทางนั้น ครั้นเห็นร่างบางของหลิงอันก็ชะงักเพียงชั่วลมหายใจ แววตาคมสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบขรึม“ฉู่อัน ให้นางมานั่งกับข้า”องครักษ์ฉู่อันรีบก้มศีรษะรับบัญชา“พ่ะย่ะค่ะ”แล้วหมุนกายก้าตรงไปยัง หลิงอันที่หยุดยืนอยู่หน้าประตูจวนกับสาวใช้ทั้งสอง ก่อนจะหยุดตรงเบื้องหน้านางแล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสุภาพนอบน้อม“แม่นางหลิง เชิญทางนี้ ขอรับ”หลิงอันพยักหน้าแผ่วเบาก่อนจะหันไปทางที่ องครักษ์ฉู่อันบอกสายตาก็พลันสบเข้ากับ ดวงตาคมที่กำลังทอดมองนางอย่างสงบนิ่ง ก่อนที่ อวิ๋นหวังอ๋องจะหมุนกา
ตอนที่ 27 หายแล้วจวนเจ้าเมือง อวิ๋นไห่นานภายใน ห้องโถงใหญ่ที่บรรยากาศเงียบสงบแต่แฝงไปด้วยความตึงเครียดอันมองไม่เห็นอวิ๋นหวังอ๋องนั่งประทับอยู่เบื้องบน ชายเสื้อคลุมยาวสีดำสนิททิ้งตัวลงอย่างสง่างาม แผ่นหลังตั้งตรง สีหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาคมลึกนั้นทอดไปยังประตูอยู่เป็นระยะ มือใหญ่ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบอย่
ตอนที่ 9 ชีวิตใหม่วังหลวงตำหนักองค์ชายสามในห้องหนังสือ กลิ่นหมึกอ่อนลอยอบอวล หลี่หานเซียนประทับนั่งเบื้องหน้ากองฎีกา มือหนึ่งพลิกกระดาษทีล่ะแผ่นด้วยท่วงท่าสงบเยือกเย็น อีกมือยกถ้วยชาใบเล็กที่มีน้ำชาอุ่น ๆ อยู่ขึ้นจิบอย่างไม่ช้า ๆ แสงแดดลอดผ่านช่องหน้าต่างต้องสันกรามคมของเขาให้ดูดุดันเคร่งขรึมไม
ตอนที่ 8 เสียใจภายในห้องที่เงียบสงัด สายลมเย็นพัดลอดบานหน้าต่างเข้ามากระทบใบหน้างามที่กำลังหลับไหลอยู่บนเตียงไม้ ผ้าม่านปลิวไหวตามแรงลมอย่างแผ่วเบาภายใต้แสงจันทร์หลิงอันค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความเย็นจากสายลม แต่สายตานางกลับไม่พบร่างของเหอหยางผู้เป็นสามี หัวใจนางพลันเต้นแรงขึ้นมาทันที ร่างบางล
ตอนที่ 7 รอแสงแดดสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้เก่า ๆ ของเรือนครัวเล็ก ๆ เกล็ดแสงตกกระทบใบหน้างดงามของหลิงอัน ขณะนางยืนหั่นผักอยู่เบื้องหน้าเขียง ภายในเรือนครัวเงียบสงบมีเพียงเสียงน้ำเดือดแผ่วเบา ไอร้อนจากหม้อเดือดลอยละอองเล็ก ๆ เคล้ากลิ่นสมุนไพรเบา ๆ ด้านนอกลานบ้าน เหอหยางผ่าฟืนอยู่ พลันเงยหน้าขึ้น ส







