Mag-log inตอนที่ 6 สามีภรรยา
สายลมเย็นพัดอ้อยอิ่งผ่านหน้าต่าง ม่านบางพลิ้วไหวตามแรงลม ร่างสองร่างนั่งพิงซึ่งกันและกันบนเตียงไม้ หลิงอันยกมือเล็กขึ้นปาดหยาดน้ำตาบนใบหน้าอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วค่อย ๆ ละออกจากอ้อมแขนเขาอย่างช้า ๆ เมื่อนางค่อย ๆ ลุกขึ้น เท้าน้อยกลับสะดุดกับขอบผ้าห่ม ผืนผ้าห่มพลิ้วหลุดจากกายนางเผยผิวขาวผ่องราวหิมะ นางพลันเสียหลักล้มลง เหอหยางรีบยื่นมือประคองร่างนาง แต่จังหวะนั้นเองเขากลับสะดุดกับผ้าห่ม จนร่างสองร่างพัวพันล้มลงบนเตียง แผงอกกว้างเปลือยของเขาแนบชิดบดเบียดกับอกอวบอิ่มของนางที่กำลังกระเพื่อมตามจังหวะลมหายใจ ความอุ่นและความร้อนผ่าวของทั้งสองประสานกันทันที เขาก้มลงสบตาดวงตากลมโตเปล่งประกายของนาง สายตาทั้งสองสบกันอยู่นานราวกับต้องมนต์ ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอเล็กน้อยราวกำลังเชิญชวนเขาอย่างน่าเอ็นดู เขาค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงริมฝีปากหยักได้รูปของเขาประทับลงบนริมฝีปากอิ่มนุ่มของนาง ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้แขนเรียวนางขึ้นมาบนไหล่นวล ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว “… เช่นนั้น เราก็มาทำเรื่องเมื่อคืนกัน… ” ท่วงท่าของเขาช่างชวนให้ใจร้อนวูบวาบ ใบหน้าของหลินอันแดงระเรื่อราวดอกท้อเบ่งบาน นางพยักหน้าอย่างเขินอาย ฝ่ามือใหญ่ค่อย ๆ ลูบไล้ไหล่นวลของนางลงไปตามแขนเรียวจนถึงฝ่ามือเล็ก นิ้วเรียวยาวของเขาสอดประสานเข้ากับนางอย่างแนบแน่น ริมฝีปากหยักได้รูปของเขาประทับลงมาอีกครั้งบนเรียวปากนุ่มนวลลิ้นร้อนกวาดชิมความหวานในปากนางอย่างดูดดื่มและกระหาย หลิงอันหลับตาลง จูบตอบเขาอย่างเต็มใจ มือเล็กเลื่อนขึ้นลูบไล้แขนแกร่งของเขาลูบขึ้นไปจนถึงลำคอแกร่ง ริมฝีปากทั้งสองยังคงประสานกันอย่างลุ่มลึก จูบซับและดึงดูดกันอย่างหลงใหลจนเสียงครางของนางล็อดลอดแผ่วเบา “อือ… ” เหอหยางค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกจากเรียวปากนุ่มจูบชับบนริมฝีปากนางอย่างแผ่วเบา แล้วโน้มลงงับติ่งหูนางเบา ๆ ก่อนใช้ปลายจมูกสูดดมกลิ่นหอมหวานจากซอกคอขาวนวล ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้สะโพกมน ค่อย ๆ เลื่อนขึ้นตามหน้าท้องแบนราบไปจนถึงสองเต้าอวบอิ่มที่กำลังกระเพื่อมตามแรงหอบหายใจของนาง ปลายนิ้วหยาบของเขาเขี่ยเบา ๆ บนยอดถันที่ถูกผ้าชั้นในเบาบางปกปิดอยู่ หลิงอันสะท้านไปทั่วร่าง นางแอ่นอกเข้าหาปลายนิ้วหยาบนั้นอย่างต้องการ มือเล็กลูบไล้ไหล่และแขนใหญ่ของเขาแน่นขึ้น ครางออกมาอย่างแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความปรารถนา “อ้า… อื้อ… ” เหอหยางจูบชับตามซอกคอขาวนวลอย่างหลงใหล ลมหายใจร้อนผ่าวพัดผ่านผิวกายนาง ฝ่ามือหยาบค่อย ๆ ลูบไล้สะโพกมน ใบหน้าคมของเขาค่อย ๆ เลื่อนลงมายังสองเต้าอวบอั๋น ปลายจมูกโด่งกดลงบนความนุ่มนิ่ม สูดดมอย่างลุ่มหลง สลับไปมาทั้งสองเต้า หลิงอันเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากเผยอ ครางเสียงแผ่วเบาอย่างเสียวซ่าน “อื้อ… อา… ” ปลายนิ้วเล็กกดลงบนแผ่นไหล่เปลือยเปล่าของเขา พร้อมแอ่นหน้าอกรับสัมผัสจากปลายจมูกโด่งและปลายลิ้นร้อนชื้นที่ตวัดลงบนยอดถัน ความเปียกชื้นซึมผ่านผืนผ้าบางเข้าสู่ผิวเนื้อของนาง ทำให้ร่างกายนางสั่นสะท้านตามแรงกระตุ้นของเขาไม่หยุด ฝ่ามือใหญ่ของเหอหยางลูบไล้หน้าท้องแบนราบของนางช้า ๆ ราวกำลังลูบไล้หยกขาวอ่อนนุ่ม ก่อนนิ้วเรียวยาวทั้งห้าจะสอดเข้าใต้ผืนผ้าชั้นในเบาบางที่คลุมกายสาวอยู่ เสียงผ้าเสียดสีดังแผ่วเพียงพริบตา ผืนผ้าบางเบานั้นก็ถูกดึงออกจากกายนางอย่างรวดเร็ว ลมหายใจของหลิงอันสะท้านวาบ ร่างบางเกร็งเล็กน้อยเมื่อฝ่ามือใหญ่กลับมาวางทาบบนทรวงอกอวบอั๋นที่ไร้สิ่งปกคลุมใด ๆ เขาขยับนิ้วคลึงเบา ๆ อย่างหลงใหล ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือเขาแผ่ซ่านไปทั่วเรือนกายนางจนขาของนางสั่นระริก เขาก้มลง อ้าปากงับยอดถันที่ชูชันอีกข้าง ก่อนจะดูดซับผิวเนื้ออ่อนนุ่มอย่างหิวกระหาย ลมหายใจเขาแนบชิดจนหน้าอกนางสั่นไหวไปตามแรงดูดที่หนักแน่นขึ้นเรื่อย ๆ “อื้อ… อา… ” หลิงอันครางแผ่วด้วยน้ำเสียงหวานพร่า ร่างบางกระตุกเล็กน้อยทุกครั้งที่เขาขยับมือและริมฝีปาก ความวาบหวามแผ่กระจายไปทั่วท้องน้อยจนหัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอเล็กน้อย ดวงตาพริ้มสั่นไหว เหอหยางค่อย ๆ ยกใบหน้าขึ้น สายตาเขาจับจ้องใบหน้างามของนางที่บัดนี้แดงระเรื่อ ความพึงพอใจปรากฏอยู่ในแววตาของเขา ก่อนเขาจะก้มลงใช้ปลายลิ้นเปียกชื้นตวัดเลียไล้ยอดถันที่กำลังชูชันด้วยความหลงใหล ขาแข็งแรงของเขาค่อย ๆ ขยับแทรกกลางสองขาของนางแล้วแยกเรียวขาของนางออกอย่างเชื่องช้า เมื่อเขาดูดดื่มจนพอใจ ใบหน้าคมก็ค่อย ๆ เลื่อนลงไปหยุดอยู่ที่หน้าท้องแบนราบริมฝีปากหยักได้รูปของเขาจูบลงบนผิวนุ่มของนางแผ่วเบา มือใหญ่ของเขาพลางรูดเอากางเกงผ้าขาวบางของนางออกจากสะโพกมนอย่างง่ายดาย เผยเนินเนื้อผุดผ่องและกลีบเนื้อแดงระเรื่อ เขาทอดสายตาลงจ้องกลีบเนื้อระหว่างหว่างขานางอย่างหลงใหล หลิงอันสะท้านไปทั้งร่างเมื่อลมหายใจร้อนริดรดจุดอ่อนไหวของนาง ร่างนางสั่นระริกสองมือเล็กขยำผ้าปูเตียงแน่น สองมือใหญ่ของเขาจับตรึงสะโพกมนไว้แน่น สายตาเขาจับจ้องกลีบเนื้ออ่อนนุ่มอย่างหลงใหล ก่อนจะก้มใช้ปลายจมูกโด่งสูดดมกลิ่นหอมเย้ายวนนั้นแล้วค่อย ๆ ใช้ลิ้นสากตวัดเลียขึ้นลงกลางกลีบเนื้อนุ่มนั้นเบา ๆ ราวกำลังชิมน้ำผึ้งหวานแล้วอ้าปากงับติ่งเสียวของนางและดูดเม้มอย่างลุ่มหลง “อื้อ… อื้อ… ” เสียงหลิงอันครางสั่นระริก นางแอ่นสะโพกมนเข้ารับสัมผัสนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยความต้องการ ปลายลิ้นสากนั้นยังคงเลียขึ้นลงช้า ๆ พร้อมกับตวัดดูดเม้มติ่งเนื้อเล็กแล้วเลื่อนปลายสิ้นสาก ๆ นั้นลงสู่ช่องแคบที่กำลังบีบรัด เขาค่อย ๆ สอดลิ้นสาก ๆ ของเขาเข้าออกเป็นจังหวะช้าเร็วสลับกัน ร่างบางโยกสะโพกใส่ริมฝีปากของเขาอย่างต่อเนื่อง “อือ… อื้อออ… อ้า… ” เสียงครวญครางของนางดังก้องทั่วห้อง จนสะโพกนางเกร็งกระตุกรุนแรง น้ำรักไหลฉ่ำเยิ้ม เหอหยางตวัดลิ้นเลียดูดน้ำรักด้วยความหลงใหลทั้งยังปลุกเร้าร่างกายจนสะโพกของนางสั่นระริกไม่หยุด เขาเงยหน้าขึ้นมองดวงหน้าเล็กที่บัดนี้แดงระเรื่อริมฝีปากเล็กเผยอเล็กน้อยอย่างยั่วยวน เขารีบปลดกางเกงของตนเองออก เผยแก่นกายใหญ่โต สีแดงระเรื่อ มือใหญ่จับสะโพกของนางไว้แน่น แล้วดึงเข้าหาตัว ปลายหัวหยักสีแดงระเรื่อไถลผ่านกลีบเนื้อที่สั่นระริกนั้น หลิงอันสะท้านไปทั้งร่าง เมื่อแก่นกายแข็งขืนนั้นลากไถผ่านติ่งเสียว นางหอบหายติดขัด ร่างสั่นระริก สองมือเล็กกำผ้าปูแน่นดั่งยึดไม่ให้ลอยไปตามความวาบหวาบจากเขา เหอหยางค่อย ๆ กดแก่นกายเข้าไปยังช่องแคบที่กำลังตอดรัด หลิงอันสะดุ้งเฮือก ครางเสียงสั่นระริก “อื้อ… อื้อออ… ” เขากดแก่นกายแข็งร้อนลึกลงไปจนสุดโคน “อืม… อาส์” เสียงครางทุ้มพร่าหลุดลอดไรฟันขณะโน้มกายลงประทับริมฝีปากนาง จูบอย่างหนักหน่วงจนลมหายใจของนางขาดช่วง เมื่อเห็นนางเผยอริมฝีปากตอบรับอย่างหลงใหล เขาจึงขยับสะโพกสอบเข้าออกอย่างเชื่องช้า แต่หนักแน่น ทุกครั้งที่สอดกระแทก ความร้อนวาบก็แล่นไหลผ่านทั่วกายนาง ร่างเล็กใต้ร่างสะท้านจนสองมือเรียวยกขึ้นกำแผ่นหลังเขาแน่น ปลายนิ้วขูดทิ้งรอยบาง ๆ ตามแรงปรารถนา “อ๊ะ… อือ… ” เสียงครางแผ่วสั่นในลำคอนางยิ่งปลุกให้เขาดุดันขึ้น นางเองก็ยกสะโพกมนขึ้นรับจังหวะกระแทกของเขาอย่างไม่อาจฝืนความต้องการ ริมฝีปากหยักได้รูปของเขาเลื่อนลงไปจูบซอกคอขาวเนียนอย่างหลงใหล สองมือใหญ่สอดเข้าที่แผ่นหลังนาง ก่อนจะค่อย ๆ ช้อนร่างบางให้ลุกขึ้นนั่งคุกเข่าอยู่บนตัวเขา แก่นกายที่ยังคงเสียบคาคับแน่นจนทำให้เขาเผลอปล่อยเสียงครางต่ำ “อืม… ” หลิงอันยกสองแขนคล้องลำคอเขาแน่น ดวงหน้างามแดงซ่านเมื่อถูกความแข็งขืนนั้นเติมเต็มสอดลึกจนเสียวซ่านทั้งกาย นางส่ายสะโพกช้า ๆ อย่างโหยหา “อ๊ะ… สามี… ข้า… อื้อ… ” เสียงหวานของนางสั่นระริกจนเขาต้องเงยหน้าขึ้นมอง เหอหยางมองนางด้วยสายตาพึงพอใจ สายตาคมจับจ้องร่างบางบนตัวเขาที่กำลังส่ายเอวบดเบียดลงบนแก่นกายเขาไม่หยุด มือใหญ่ข้างหนึ่งจับสะโพกนางไว้แน่นควบคุมจังหวะ อีกข้างยันพื้นเตียงไว้อย่างมั่นคง ขณะที่สะโพกสอบของเขากระแทกสวนขึ้นจากด้านล่างอย่างลึกและแรงจนเตียงไม้สั่น แสงอาทิตย์สาดเข้ามากระทบสองเต้าขาวผ่องของนางที่กำลังสั่นไหวตามจังหวะลมหายใจรัวเร็ว ดึงดูดสายตาคมของเขาราวต้องมนต์ ดวงตาคมเข้มของเขาไล่มองตั้งแต่ฐานอกอิ่มขึ้นไปจนถึงยอดถันที่ชูชันรอสัมผัส ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มแผ่วอย่างผู้พึงใจ ก่อนที่เขาจะโน้มตัวเข้าไปชิด ใช้ปลายลิ้นเปียกชื้นแตะยอดถันของนางเบา ๆ “อา… ” ลิ้นสากลากไล้วนรอบยอดถันนุ่มนั้นในจังหวะเนิบช้า แต่ชวนให้เสียสติ ความอุ่นชื้นบนทรวงอกทำให้หลิงอันสะท้านทั้งตัว “อ๊ะ… อืม… สามี… ” นางครางเสียงแผ่ว ร่างบางเกร็งแอ่นอกเข้าหาลิ้นเขาโดยไม่รู้ตัว ยอดถันกระเพื่อมตามลมหายใจของเขาที่เป่ารด เขาเลื่อนปลายลิ้นกวาดเลียเบา ๆ อีกครั้ง ครานี้หนักแน่นกว่าเดิมเล็กน้อย แล้วขบปลายถันด้วยฟันคมอย่างหยอกล้อ “อืม… หวานนัก… ” เขาพึมพำเสียงพร่าทุ้ม แม้เสียงเบาแต่สั่นสะเทือนใจนางจนสะโพกบนตักเขากระตุก หลิงอันเผลอยกมือจิกไหล่เขาแน่น นิ้วเรียวสั่นระริก “อึ่ย… อ๊ะ… แบบนั้น… นั้นแหละ… อืม… ” เสียงนางไหลหลุดอย่างห้ามไม่อยู่ เหอหยางยิ่งได้ยินก็ยิ่งคลั่ง เขาเลื่อนมือใหญ่จับเอวนางไว้มั่น กระดกสะโพกสวนขึ้นอย่างหนักหน่วง ขณะยังดูดเม้มยอดถันอีกข้างด้วยแรงปรารถนาที่ปะทุจนควบคุมไม่อยู่ “อืม… อาส์… อา” เหอหยางครางต่ำกระขั้นไปพร้อมกับกระแทกสะโพกสวนขึ้นลึกในตัวนาง ร่างเขาเกร็งตามจังหวะตอบสนองของนาง รู้สึกถึงความร้อนและความเปียกชุ่มของนางที่กำลังรัดแน่นทุกแรงกระแทก มือเรียวเล็กของหลิงอันสอดเข้าในเรือนผมเขา ลูบไล้จนหัวใจนางแทบละลาย ริมฝีปากเขาดูดดื่มหัวนมนางอย่างหิวกระหาย ทำให้หน้าอกนางสั่นสะท้าน สะโพกมนของนางขยับขึ้นลงบดเบียดแก่นกายที่แข็งใหญ่นั้นอย่างแรงขึ้นเรื่อย ๆ น้ำอุ่นไหลหยาดเยิ้มระหว่างต้นขา ความเสียวซ่านพุ่งขึ้นจากสะโพกไปทั่วกายจนทำให้นางเกร็งสะโพกสุดแรงและกรีดร้องสุดเสียง “อ๊ะ… อ๊ะ… อา! อ๊ะอ๊ะ!!” เหอหยางกดสะโพกมนของนางแนบกับแก่นกายใหญ่ของเขา กระแทกสวนขึ้นลึกสุดในจังหวะสุดท้ายพร้อมกับเกร็งตัวสุดแรงกระตุกเบา ๆ น้ำอุ่นล้นทะลักออกมา เสียงครางของเขาต่ำพร่า “อาส์… ” หลิงอันซบลงบนไหล่เขาอย่างไร้เรี่ยวแรง สะโพกเล็กยังคงกระตุกเบา ๆ โดยแก่นกายใหญ่ของเขายังคงเสียบคาอยู่ในกายนาง ทำให้ทุกลมหายใจของนางสั่นสะท้าน เขารู้สึกถึงจังหวะที่นางตอบสนอง แม้จะเพิ่งเสร็จไปไม่กี่วินาที แต่ความร้อนและความเปียกชุ่มยังแน่นอยู่ทุกส่วน เหอหยางก้มลง ปลายจมูกโด่งสูดดมกลิ่นหอมหวานจากแก้มนวลและซอกคอขาวของหลิงอัน มือใหญ่จับสะโพกเล็กแน่น ก่อนจะนวดคลึงเบา ๆ จังหวะที่เขากระแทกเข้ามาเล็กน้อยทำเอานางครางกระชั้น “อา… อ๊ะ… อื้ออ… ” เสียงครางรัวออกมาพร้อมสะโพกที่กระตุกตอบสนองทุกแรงกดกระแทก “อืม… มาต่อกันเถอะ… ” เขากระซิบข้างหูนางเสียงแหบพร่า พลางโยกสะโพกเบา ๆ ให้แก่นกายแข็งขืนของเขาสอดลึกในตัวนางอีกครั้ง หลิงอันเงยหน้าขึ้นมองเหอหยาง ริมฝีปากสั่นครางสะท้านทุกแรงโยก สะโพกนางขยับตอบสนองตามจังหวะของเขา “อ๊ะ… อ๊ะ… อ๊า” เสียงครางรัวและพร่าเต็มไปด้วยความหลงใหล ร่างนางแทบละลายทุกครั้งที่แก่นกายแข็งขืนของเขากระแทกเข้ามาเบา ๆ แต่ลึกถึงใจ เหอหยางยิ้มมุมปาก มือใหญ่ลูบคลึงสะโพกนางเบา ๆ และค่อย ๆ เพิ่มจังหวะโยกเบา ๆ ให้แรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งสองครางสอดประสานกัน บนเตียงไม้ที่โยกตามแรงของทั้งสองเบา ๆ ….ตอนที่ 33 จบราชโองการจากวังหลวงมาถึงจวนเจ้าเมืองโดยขันทีคนสนิทของ ฮ่องเต้ ข่าวอภิเษกถูกประกาศทั่วเมืองในสามวันถัดมา จวน อวิ๋นหวังอ๋องจวนใหญ่โออ่าถูกตกแต่งประดับด้วยโคมแดงนับร้อยแขวนเรียงรายตลอดแนวเรือน สายลมพัดให้ริบบิ้นแพรสีชาดปลิวไหว เสียงฆ้องกลองดังเป็นจังหวะมงคลก้องไปทั่วอวิ๋นหวังอ๋องยืนอยู่กลางลานพิธีในฉลองพระองค์สีแดงเข้ม ปักลายมังกรเมฆทอง ใบหน้าคมสงบนิ่ง ทว่าดวงตาลึกนั้นมีแววอ่อนโยนที่ไม่เคยปรากฏต่อผู้ใดเมื่อเสียงขันทีร้องประกาศดังขึ้น“เจ้าสาวมาแล้ว”ทุกสายตาหันไปยังปลายลานหลิงอันก้าวเข้ามาช้า ๆ ในชุดหงเฟิ่งสีแดงสดปักลายหงส์คู่ด้วยไหมทอง ผ้าคลุมหน้าโปร่งไหวตามย่างก้าว นางก้มหน้าอย่างสงบ มือเล็กประคองพานผ้าแดงแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยินอวิ๋นหวังอ๋องมองนางไม่วางตา ทั้งสองยืนเคียงข้างกันหน้าแท่นบูชา แล้วเริ่มพิธีแต่งงานกันอย่างสมบูรณ์เมื่อพิธีสิ้นสุด เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีดังก้อง อวิ๋นหวังอ๋องประคองนางเข้าสู่เรือนหอ…..ยามราตรีแผ่ม่านคลุมเรือนหอแสงเทียนคู่สาดส่องเป็นประกายอ่อนนวล กลิ่นดอกเหมยจาง ๆ ลอยอบอวลประสานกับกลิ่นไม้หอม ผ้าม่านสีชาดพลิ้วไหวเบา ๆ ตามแรงลมหลิงอ
ตอนที่ 32 ราชโองการสามวันถัดมา ข่าวจากวังหลวงแพร่ออกมาอย่างหนาหู… เมื่อหยางกุ้ยเฟยถูกปลดออกจากตำแหน่ง และถูกกักขังในตำหนักเย็น โทษฐาน ลอบทำร้ายเชื้อพระวงศ์…..วังหลวงตำหนัก อวิ๋นหวังอ๋องแสงโคมส่องสลัวภายในตำหนักที่แทบไร้ผู้คน อวิ๋นหวังอ๋อง ยืนอยู่เบื้องหน้าภาพวาดหญิงงามในฉลองพระองค์เรียบสง่า ใบหน้านั้นอ่อนโยนแววตาเมตตา ดุจยังเฝ้ามองเขาอยู่จากอีกฝากหนึ่งของกาลเวลาเขายืนนิ่งอยู่นาน ก่อนจะยกมือขึ้นแตะกรอบภาพเบา ๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“เสด็จแม่… ลูกคิดว่าตลอดชีวิตนี้คงไม่พบคนที่ทำให้หัวใจลูกอุ่นขึ้นมาอีกแล้ว”เขาหัวเราะเบา ๆ อย่างขมขื่น ดวงตาคมฉายแววอ่อนลงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน“แต่บัดนี้… ลูกพบคนผู้หนึ่ง”แสงคมสั่นไหว เงาภาพวาดไหวตามราวกับกำลังรับฟังถ้อยคำของเขา“นางไม่อ่อนแออย่างที่ภายนอกเห็น นางเจ้าเล่ห์ กล้าหาญ และไม่ยอมผู้ใดกำหนดชะตานาง”ริมฝีปากเขายกยิ้มบางอย่างไม่รู้ตัว“อยู่ใกล้นางแล้ว ลูกกลับรู้สึกว่าโลกใบนี้ไม่หนาวเหน็บนัก”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าเดิม“อีกไม่นานลูกจะไปรับนางมาอยู่ที่นี่เป็นพระชายาของลูก เมื่อท่านเห็นนาง แน่นอนท่านต้อง
ตอนที่ 31 วังหลวงวังหลวงระเบียงยาวในวังหลวง เสาหงส์เรียงราย เงาเมฆเคลื่อนช้าเหนือกระเบื้องเคลือบสีคราม บรรยากาศสงบนิ่ง ทว่ากลับซ่อนแรงอึดอัดเอาไว้ใต้ความโอ่อ่าอวิ๋นหวังอ๋องก้าวเดินมาอย่างมั่นคง อาภรณ์สีดำเข้มสะบัดตามจังหวะฝีเท้า ใบหน้าคมสงบนิ่งดวงตาลึกล้ำไร้คลื่นอารมณ์ ไม่ไกลนัก ขบวนหนึ่งค่อย ๆ เคลื่อนมา ม่านแพรสีแดงเข้มไหวเบา ๆ ตามแรงลมและแรงเคลื่อนตัว กลิ่นกำยานหอมหวานลอยมาตามสายลมแผ่วเบาหยางกุ้ยเฟยประทับนั่งในเกี้ยว นางสวมอาภรณ์งดงามดุจดอกโบตั๋นแรกแย้ม พระพักตร์ประดับรอยยิ้มอ่อนหวาน ทว่าดวงตากลับเย็นเฉียบเมื่อทั้งสองสวนกัน เกี้ยวหยุดลงทันทีพร้อมกับ อวิ๋นหวังอ๋องที่หยุดฝีเท้าลงเช่นกันหยางกุ้ยเฟยเปิดม่านออกเล็กน้อย ทอดพระเนตรลงมา ก่อนจะเอ่ยด้วยสุรเสียงนุ่มนวล“อวิ๋นหวังอ๋อง… ได้ข่าวว่าถูกลอบทำร้ายได้รับบาดเจ็บหรือไม่”น้ำเสียงแฝงความห่วงใย แต่ปลายถ้อยคำกลับคมกริบอวิ๋นหวังอ๋องหยุดยืน ประสานมือคำนับตามธรรมเนียมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ“บาดเจ็บเล็กน้อยขอบพระทัยที่ทรงเป็นห่วง”หยางกุ้ยเฟยยิ้มบาง รอยยิ้มนั้นงดงามไร้ที่ติแต่น้ำเสียงกลับเรียบเย็น“โชคชะตาช่างปราณีท่านนัก หวังว่าครั
ตอนที่ 30 มือสังหารจวนเจ้าเมืองภายในจวนใหญ่ของเจ้าเมือง ไป๋สืออู่ ยามนี้ปั่นป่วนดุจรังมดถูกราดน้ำ เสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังสลับกันเสียงเรียกหากันไม่ขาดสาย บ่าวรับใช้และทหารติดตามเดินสวนกันวุ่นวาย ใบหน้าทุกคนล้วนเคร่งเครียด ด้วยข่าวการหายตัวไปของ อวิ๋นหวังอ๋องและ หลิงอันเจ้าเมืองไป๋สืออู่เดินวนอยู่ที่ลานกว้าง สีหน้าเคร่งขรึม ข้างกายเขาคือ ท่านหญิงใหญ่ผู้เป็นพี่สาว นางดวงตาแดงก่ำด้วยความกังวล มือกำผ้าเช็ดหน้าแน่นริมฝีปากพึมพำภาวนาไม่ขาดทันใดนั้นเอง เสียงล้อมาดังกุกกักจากนอกประตูจวน ทุกคนชะงักพร้อมกัน ก่อนเสียงฝีเท้าหนักแน่นของเหล่าทหารติดตามและรถม้าคันหนึ่งเคลื่อนเข้ามาจอดอยู่หน้าจวน พร้อมขบวนทหารติดตามที่ยืนเรียงอย่างเป็นระเบียบองครักษ์ฉู่อันก้าวเข้ามาเปิดม่านรถม้าออกอย่างระมัดระวัง ร่างสูงของ อวิ๋นหวังอ๋องก้าวลงมา ในอ้อมแขนเขาคือร่างบางของหลิงอันที่ซบแนบอกเขา ใบหน้างามซีดเซียว ไร้เรี่ยวแรง เขาอุ้มนางไว้แน่นโดยไม่สนใจสายตาของผู้ใดแม้แต่น้อย ก้าวเท้ายาวตรงเข้าสู่จวนอย่างไม่ลังเลเจ้าเมืองไป๋สืออู่และท่านหญิงใหญ่รีบวิ่งออกมาจากเรือนหลัก ใอเหภาพตรงหน้า ทั้งสองก็ชะงักยืนอยู่กลางลาน ดวงตา
ตอนที่ 29 ใต้แสงจันทร์ใต้แสงจันทร์ที่สองสว่างในยามค่ำคืน สายลมหนาวพัดโชยอย่างแผ่วเบา ใต้ร่มไม้ใหญ่ริมลำธาร สายน้ำเอื่อยไหล ขับกล่อมราตรีให้สงัดงันอวิ๋นหวังอ๋อง นั่งพิงลำต้น โอบประคองร่างบางของหลิงอัน ไว้แนบอกด้วยความระมัดระวังยิ่ง แสงจันทร์ทอดต้องไหล่ด้านหลังของนาง เห็นลูกธนูปักฝัง เลือดซึมเปื้อนอาภรณ์สีอ่อนของนาง เขาสูดลมหายใจหนึ่งครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ จับก้านธนูนั้นด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย เขาที่ไม่เคยหวาดกลัวสิ่งใดกลับกลัวว่าจะทำให้นางนั้นเจ็บ มือใหญ่ดึงออกอย่างมั่นคง“โอ้ย-”เสียงนางสั่นพร่า ใบหน้างามซีดเผือด ซบลงบนอกเขา หอบหายใจแผ่วมือใหญ่รีบหยิบผ้าเช็ดหน้ากดปิดบาดแผลอย่างเบามือ ใบหน้าคมก้มมองดวงหน้าที่ไร้สีเลือด ความปวดร้าวพลันแล่นขึ้นในใจเขาราวถูกคมมีดกรีดเขาใช้มืออีกข้างค่อย ๆ ปลดสาบเสื้อนางอย่างสำรวม ยกกระบอกไม้ไผ่รินน้ำสะอาดล้างคราบเลือด ก่อนจะหยิบยาสมานแผลขวดสีขาวออกจากอกเสื้อ แล้วเทลงบนบาดแผลด้วยความระมัดระวังหลิงอันครางแผ่ว มือเล็กกำอาภรณ์เขาแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน อดกลั้นความเจ็บปวดไว้สุดกำลังเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาก็พลันถอนหายใจแผ่วเบา สายตาอ่อนลงขณะมอง
ตอนที่ 28 เดินทางจวนเจ้าเมือง อวิ๋นไห่นานแสงตะวันสาดต้องกระเบื้อง เสียงเกือกม้าและล้อรถดังประสาน ขบวนรถม้าของ อวิ๋นหวังอ๋อง เรียงรายยาวเหยียดอยู่หน้าประตูจวนเจ้าเมือง องครักษ์และเหล่าทหารยืนประจำตำแหน่งอย่างเคร่งครัด บรรยากาศที่สงบแต่แฝงไปด้วยอำนาจครู่หนึ่ง หลิงอัน ก้าวออกมาจากจวน พร้อม เสี่ยวฮวาและ ซู่ซู่ สองสาวใช้ผู้ติดตาม นางสวมอาภรณ์สีเขียวอ่อน เรือนผมดำขลับถูกจัดแต่งอย่างเรียบงาม ใบหน้าขาวผ่องต้องแสงตะวันงามละมุนจนผู้พบเห็นต้องเหลียวมองอวิ๋นหวังอ๋องซึ่งยืนอยู่หน้าขบวนรถม้า หันมาทอดสายตาไปทางนั้น ครั้นเห็นร่างบางของหลิงอันก็ชะงักเพียงชั่วลมหายใจ แววตาคมสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบขรึม“ฉู่อัน ให้นางมานั่งกับข้า”องครักษ์ฉู่อันรีบก้มศีรษะรับบัญชา“พ่ะย่ะค่ะ”แล้วหมุนกายก้าตรงไปยัง หลิงอันที่หยุดยืนอยู่หน้าประตูจวนกับสาวใช้ทั้งสอง ก่อนจะหยุดตรงเบื้องหน้านางแล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสุภาพนอบน้อม“แม่นางหลิง เชิญทางนี้ ขอรับ”หลิงอันพยักหน้าแผ่วเบาก่อนจะหันไปทางที่ องครักษ์ฉู่อันบอกสายตาก็พลันสบเข้ากับ ดวงตาคมที่กำลังทอดมองนางอย่างสงบนิ่ง ก่อนที่ อวิ๋นหวังอ๋องจะหมุนกา
ตอนที่ 27 หายแล้วจวนเจ้าเมือง อวิ๋นไห่นานภายใน ห้องโถงใหญ่ที่บรรยากาศเงียบสงบแต่แฝงไปด้วยความตึงเครียดอันมองไม่เห็นอวิ๋นหวังอ๋องนั่งประทับอยู่เบื้องบน ชายเสื้อคลุมยาวสีดำสนิททิ้งตัวลงอย่างสง่างาม แผ่นหลังตั้งตรง สีหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาคมลึกนั้นทอดไปยังประตูอยู่เป็นระยะ มือใหญ่ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบอย่
ตอนที่ 9 ชีวิตใหม่วังหลวงตำหนักองค์ชายสามในห้องหนังสือ กลิ่นหมึกอ่อนลอยอบอวล หลี่หานเซียนประทับนั่งเบื้องหน้ากองฎีกา มือหนึ่งพลิกกระดาษทีล่ะแผ่นด้วยท่วงท่าสงบเยือกเย็น อีกมือยกถ้วยชาใบเล็กที่มีน้ำชาอุ่น ๆ อยู่ขึ้นจิบอย่างไม่ช้า ๆ แสงแดดลอดผ่านช่องหน้าต่างต้องสันกรามคมของเขาให้ดูดุดันเคร่งขรึมไม
ตอนที่ 8 เสียใจภายในห้องที่เงียบสงัด สายลมเย็นพัดลอดบานหน้าต่างเข้ามากระทบใบหน้างามที่กำลังหลับไหลอยู่บนเตียงไม้ ผ้าม่านปลิวไหวตามแรงลมอย่างแผ่วเบาภายใต้แสงจันทร์หลิงอันค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความเย็นจากสายลม แต่สายตานางกลับไม่พบร่างของเหอหยางผู้เป็นสามี หัวใจนางพลันเต้นแรงขึ้นมาทันที ร่างบางล
ตอนที่ 7 รอแสงแดดสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้เก่า ๆ ของเรือนครัวเล็ก ๆ เกล็ดแสงตกกระทบใบหน้างดงามของหลิงอัน ขณะนางยืนหั่นผักอยู่เบื้องหน้าเขียง ภายในเรือนครัวเงียบสงบมีเพียงเสียงน้ำเดือดแผ่วเบา ไอร้อนจากหม้อเดือดลอยละอองเล็ก ๆ เคล้ากลิ่นสมุนไพรเบา ๆ ด้านนอกลานบ้าน เหอหยางผ่าฟืนอยู่ พลันเงยหน้าขึ้น ส







