เข้าสู่ระบบ“โอ๊ยๆๆ เจ็บจะตายอยู่แล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ตอนโดนยิงตายยังไม่เจ็บเท่านี้เลย”
ใบหม่อนบ่นออกมาอย่างอดไม่ได้เธอรู้สึกปวดตรงบริเวณท้องน้อยเป็นอย่างมากโดนยิงทะลุปอดตายแต่ปวดท้องเนี่ยนะนี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกับเรากันแน่ในขณะที่กำลังคิดทบทวนอยู่นั้นเธอก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมเธอตายไปแล้วศพก็เผาแล้วตอนนี้เธอน่าจะเป็นวิญญาณไม่ใช่เหรอทำไมถึงรู้สึกเจ็บปวดเช่นนี้พลันหูกลับได้ยินเสียงหญิงชราบอกให้เธอเบ่ง เบ่งอะไรใบหม่อนยังไม่เข้าใจจับต้นชนปลายไม่ถูกจู่ๆ ท้องที่เมื่อสักครู่หายปวดแล้ว ตอนนี้กลับปวดขึ้นมาอีกและดูเหมือนว่าจะรุนแรงกว่าเมื่อสักครู่
“เบ่งเจ้าค่ะเบ่ง”
“โอ๊ยปวดท้อง จะให้เบ่งอะไรเล่า”
“ก็เบ่งคลอดเช่นไรเจ้าคะ เบ่งเจ้าค่ะ”
“เอ้าเบ่งก็เบ่ง โอ๊ยๆ ปวดๆ อื้ออออ”
“แว๊ๆ อุแง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“เป็นลูกชายเจ้าค่ะ”
“เบ่งอีกเจ้าค่ะเบ่งยังเหลืออีกสองคน”
ใบหม่อนได้แต่คิดในใจนี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรพึ่งจะรู้ว่าตายไปแล้วคลอดลูกได้ด้วยสามียังไม่มีแฟนยังหาไม่ได้แต่ตายแล้วกลับคลอดลูกได้ นี่มันบ้าเกินไปแล้ว
“เบ่งเจ้าค่ะเบ่งหัวเด็กออกมาแล้ว”
“เบ่งก็เบ่ง อื้อๆๆๆๆ”
“แง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“ลูกชายเจ้าค่ะ”
“เบ่งอีกเจ้าค่ะเบ่ง ยังเหลืออีกคน” หมอตำแยที่ตอนนี้เริ่มเหงื่อตก
“อื้อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“แง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อุแว๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“ลูกชายเจ้าค่ะ”
หลังจากที่เบ่งจนครบสามครั้งแล้วใบหม่อนที่ทะลุมิติมาคลอดลูก ก็สลบไปด้วยความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย ส่วนด้านนอกห้อง บัวตองผู้เป็นพี่สะใภ้เดินวนไปวนมาด้วยความวิตกกังวลเพราะสามีและน้องชายสามี เข้าเมืองเอาของป่าที่หามาได้ไปขายยังไม่กลับมาใบหม่อนผู้เป็นน้องสะใภ้ก็ปวดท้องคลอดกะทันหัน นางตกใจจนจับต้นชนปลายไม่ถูกไม่รู้จะทำสิ่งใดก่อนเพราะนางเองก็พึ่งท้องอ่อนๆ เท่านั้นยังดีที่มีเพื่อนบ้านอย่างป้าหวานคอยให้การช่วยเหลือและตามหมอตำแยมาให้หาไม่แล้วนางเองก็ไม่รู้จะจัดการได้ยังไง
หมอตำแยจัดการทำความสะอาดเด็กทั้งสามคนและใบหม่อนเสร็จเรียบร้อยถึงได้นำเด็กออกมา ทั้งสามถูกห่อด้วยผ้าสีขาวโดยที่ข้อมือมีด้ายผูกอยู่ตามลำดับการเกิดคนแรกผูกหนึ่งเส้น คนที่สองสองเส้นและคนที่สามสามเส้น ไม่เคยมีใครคลอดลูกแฝดสามมาก่อน นับเป็นเรื่องที่แปลกและอันตรายกับแม่ผู้อุ้มท้องเป็นอย่างมาก หากดูแลตัวเองไม่ดีพอคงต้องตายทั้งแม่ทั้งลูก เมื่อหลานๆ ถูกส่งออกมาจากห้องด้านในบัวตองถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“แม่นางบัวตองข้ากลับก่อนส่วนน้องสะใภ้เจ้านางแค่หลับไปเท่านั้น ไม่พ้นคืนนี้นางคงฟื้นคืนสติแล้วล่ะ”
“ขอบคุณแม่หมอมากเจ้าค่ะ นี่เจ้าค่ะค่าทำคลอด” บัวตองยื่นเงินให้หมอตำแย หนึ่งเหรียญเงินเป็นค่าทำคลอด
“ขอบใจเจ้ามากข้าไปล่ะดูแลนางดีๆ ล่ะ”
หมอตำแยกลับไปแล้วบัวตองนำหลานๆ ทั้งสามไปนอนเรียงกันข้างๆ น้องสะใภ้นางนั่งมองสี่แม่ลูกที่นอนเรียงกันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ครอบครัวนางถือว่ายากจนมาก นางและสามีพร้อมกับน้องชายและน้องสะใภ้ถูกบังคับให้แยกเรือนออกมาจากเรือนใหญ่โดยแม่เลี้ยงของสามีพวกนางได้มาเพียงที่ดินห้าไร่ติดกับป่ารกร้างท้ายหมู่บ้าน ทันทีที่พ่อสามีของนางออกไป คุ้มกันคาราวานสินค้าแม่เลี้ยงก็ได้ขับไล่พวกนางออกมาถึงจะบอกว่าแยกบ้านก็แค่พูดให้ดูดีเท่านั้น หลังจากแยกบ้านแล้วถือว่าไม่มีอะไรที่เกี่ยวของกันอีก
บัวตองนั่งนิ่งหลานๆ เกิดมาอีกสามคนอีกไม่นานลูกของนางก็จะเกิดมาอีกคน ตอนนี้ทั้งนางละน้องสะใภ้ไม่สามารถช่วยงานสามีได้มากมายนัก ยิ่งตอนนี้น้องสะใภ้คลอดแล้วแถมยังเป็นแฝดสามอีก เช่นนี้จะทำยังไงถึงจะผ่านความโหดร้ายนี้ไปได้อีกไม่นานจะเข้าฤดูหนาวแล้ว คงไม่ต้องอดตายกันใช่หรือไม่ สามีและน้องชายต้องอดมื้อกินมื้อให้ภรรยาได้กินอิ่ม
ใบหม่อนที่ตอนนี้ที่เริ่มรู้สึกตัวก็กำลังคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เธอลืมตาขึ้นมามองรอบๆ สำรวจจนทั่วห้อง เนี่ยเธออยู่ที่ไหน อย่าบอกนะว่าทะลุมิติมาเหมือนกับนิยายที่อ่านตายล่ะหว่าทะลุมิติมาทั้งทีก็ให้มันดีๆ หน่อยไม่ได้หรือไงทะลุมาคลอดลูกนี่นะ หรือว่าเธอจะฝันไปแต่ความฝันมันจะเจ็บปวด ได้ปานนั้นเชียวหรือ เธอหันไปมองข้างๆ พบเด็กน้อยในห่อผ้านอนหลับอยู่สามคนใบหม่อนเริ่มคิดแล้วว่าเรื่องนี้มันคุ้นๆ
“เวรแล้วไงอย่าบอกนะว่าทะลุมิติมาในนิยายที่เราโยนทิ้ง โผล่มาก็ตอนคลอดลูกพอดีนี่มันเกิดอะไรขึ้นในนิยายนางเอกทะลุมาตอนคลอดลูกพอดีไม่มีอะไรแถมมาทั้งนั้นไม่มีพลังวิเศษ ไม่มีมิติแถมยังเป็นโลกล้าหลังโว้ยแบบนี้อย่าถามหาเลยมิติตอนนี้หาสติตัวเองแทบไม่เจอนี่มันเกิดขึ้นได้ยังไง”
ใบหม่อนตีอกชกลมอยู่กับตัวเองอยู่นานสองนานจากนั้นก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย เด็กๆ ทั้งสามก็หลับข้างๆ ท่านแม่ของเขาโดยไม่ส่งเสียงร้องใดๆ ออกมา บัวตองออกไปยืนรอสามีอยู่หน้าบ้านด้วยความร้อนใจจะเกิดอะไรขึ้นกับสามีและน้องชายหรือไม่ทำไมป่านนี้แล้วยังไม่กลับมาอีก นางเดินกลับไปกลับมาจนป้าหวานมาพบเข้าและบอกให้นางเข้าบ้านไปพักผ่อนบ้างเดี๋ยวจะเป็นอันตรายต่อเด็กในท้องนาง ตั้งแต่เมื่อวานนางยังไม่ได้นอนจนถึงตอนนี้
“บัวตองเจ้าจะเดินกลับไปกลับมาทำไม กลับไปนอนพักบ้างเจ้าไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อวานไม่ใช่หรือระวังมันจะมีผลต่อเด็กในท้องของเจ้า”
“ข้าห่วงท่านพี่กับน้องชายน่ะป้าหวาน”
“อนันต์กับคิมหันต์สองพี่น้องล้วนนับว่ามีฝีมือทั้งคู่เจ้าอย่ากังวลไปกลับไปนอนพักและดูแลน้องสะใภ้เจ้าก่อน”
“เจ้าค่ะป้าหวานขอบคุณท่านมากที่เตือนสติข้า”
“เอาเถอะๆ แค่เรื่องเล็กน้อยข้าไปล่ะ”
หลังจากที่ป้าหวานจากไปแล้วบัวตองเดินกลับเข้าไปในบ้านหลังเล็กเพื่อดูว่าแม่ลูกตื่นหรือยัง นางเปิดประตูเข้าไปเห็นแม่ลูกนอนหลับสนิทไม่มี ทีท่าจะตื่นเลย ช่างเป็นเด็กที่รู้ความจริงๆ ปกติก็ต้องร้องหิวแล้วไม่ใช่หรือ ไม่ใช่ว่าเป็นอะไรไปแล้วทั้งแม่ทั้งลูกนะเมื่อเดินเข้าไปดูทุกคนยังมีลมหายใจอยู่นางค่อยวางใจเดินกลับห้องตัวเองไป แต่นางไม่สามารถข่มตาหลับลงได้ จึงได้เดินออกไปนั่งรอสามีที่แคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน
เวลาผ่านไปจนนานเท่าไหร่ไม่รู้นางได้ยินเสียงเด็กๆ ร้องดังออกมาจากในบ้าน บัวตองสาวเท้ากลับเข้าบ้านเพื่อช่วยน้องสะใภ้ดูแลเด็กๆ
“น้องสะใภ้เจ้าตื่นแล้วดื่มน้ำเสียหน่อยเจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง”
“เอ่อคือว่า” ใบหม่อนไม่รู้จะพูดอะไรนี่สวรรค์กลั่นแกล้งเธอหรือไงถึงได้ส่งนางมาในนิยายที่เธอโยนทิ้งกันเล่าแทนที่จะส่งนางเอกไม่ได้เรื่อง คนนั้นมา แต่ทำไมส่งเธอมาแทนล่ะ บัวตองเห็นน้องสะใภ้อึ้งอยู่นานจึงได้เรียกนางเสียดัง
“น้องสะใภ้ เจ้าดูลูกๆ เจ้าก่อนดีหรือไม่ สงสัยจะหิวกันแล้วเอานมให้ลูกเจ้ากินก่อนเถอะ”
ใบหม่อนเอาลูกเข้าเต้าด้วยความมึนงง แฟนไม่เคยมีสามียังไม่เกิด พอตายแล้วดันมาเกิดใหม่ตอนคลอดพอดีแบบนี้จะทำอะไรได้เล่าหลังจากให้นมลูกแบบเงอะๆ งะๆ แล้วใบหม่อนก็กินข้าวต้มที่บัวตองนำมาให้ด้วยความหิวโหยจากนั้นก็ล้มตัวลงนอนข้างๆ เด็กทั้งสามคนทันที
ระหว่างนั้นใบหม่อนได้ทบทวนความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่มีชื่อเดียวกับเธอ ตายเพราะคลอดลูกหากเธอไม่ทะลุมิติมาลูกๆ เองก็คงตาย ไปด้วย
“หรือจะเป็นวันนั้นที่เราฝันจำได้รางๆ ว่าฝากลูกๆ ข้าด้วย นี่อย่าบอกนะว่าไอ้นิยายเฮงซวยนั้นที่เราโยนทิ้งมันดูดเราเข้ามาในนิยายรึเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้นดีเลยใบหม่อนคนนี้จะเปลี่ยนเนื้อหาให้ยับ ในเมื่อให้เธอมาเป็นนางเอกเช่นนั้นชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง”
หลังจากที่พูดคนเดียวพูดเองเออเองไปสักพักใบหม่อนก็หลับตามลูกๆ ของเธอไป ก่อนจะหลับเธอได้บอกกับใบหม่อนคนก่อนว่าขอให้ไปสู่ ภพภูมิที่ดีไม่ต้องห่วงลูกๆ เธอจะดูแลให้เองและได้ยินเสียงขอบคุณดังแว่วมาเธอหลับยาวจนกระทั่งถึงเวลาพลบค่ำพี่สะใภ้อย่างบัวตองนำข้าวต้มมาให้ ใบหม่อนกินประทังความหิว
“ทนๆ กินไปก่อนนะท่านพี่กับน้องชายไปขายของในเมืองยังไม่กลับมาข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะข้ากินได้ ตอนนี้กี่โมงแล้ว”
“ตอนนี้บ่ายสี่โมงแล้วล่ะ”
“พี่สะใภ้เองก็ไปกินข้าวเถอะท่านเองก็กำลังท้องอยู่”
“อืมข้าไปล่ะเจ้าต้องการอะไรก็เรียกข้าได้ตลอดเวลา”
หลังจากบัวตองเดินออกไปแล้วใบหม่อนมองดูสภาพบ้านที่อยู่ตอนนี้นี่มันกระท่อมชัดๆ ย้อนมาในโลกที่มีวัฒนธรรมผสมปนเปกันไปไม่พอคนในยุคนี้ยังไม่รู้ว่าอะไรกินได้หรือไม่ได้ พวกเขาจะกินในสิ่งที่พ่อแม่พากินเท่านั้นไม่เป็นไรในเมื่อให้ข้ามาแล้วข้าก็ต้องอยู่ให้รอดแต่เสียดายไม่น้อยอดเจอ คุณพ่อคุณแม่เลยใบหม่อนได้แต่ถอนหายใจ
บนท้องฟ้าเหนือกระท่อมสองสามีภรรยาจับมือกันยืนกลางอากาศทอดสายตาลงมองในกระท่อมด้วยสายตาอ่อนโยน
“คุณพี่เจ้าคะถ้าลูกรู้เข้าว่าเราส่งให้ลูกมาที่นี่ลูกจะโกรธไหมเจ้าคะ”
“ไม่หรอกน่าลูกจะได้ไม่เหงาไงที่สำคัญลูกมีพร้อมไม่ว่าจะสามีหรือลูกจะได้มีครอบครัวที่อบอุ่นไง”
“แต่เราส่งลูกมาในนิยายที่ลูกโยนทิ้งเพราะไม่พอใจเนื้อเรื่องนะ”
“ก็ดีแล้วยังไงลูกจะได้มาเปลี่ยนเนื้อหาให้เป็นไปในแบบที่ลูกต้องการยังไงล่ะเราไปกันเถอะหมดเวลาของเราแล้ว”
“พ่อกับแม่ขอให้ลูกโชคดีนะใบหม่อน”
“ใบหม่อน พี่กลับมาแล้ว”“ไปไหนมาหรือเจ้าคะท่านพี่”“ไปบ้านกล้ามาน่ะ พรุ่งนี้พวกพี่จะเข้าป่าไม่ได้ไปล่าสัตว์นานแล้ว”“ระวังตัวหน่อยนะเจ้าคะท่านพี่ ท่านไม่ใช่อายุ 30 40 ปี เหมือนเช่นเดิมนะเจ้าคะ”“พี่รู้แล้ว ไม่เป็นไรหรอกพวกเราแค่ไปล่าไก่ป่ามาทำอาหารเท่านั้น”“อย่าเข้าไปในป่าลึกนะเจ้าคะ ให้ลูกสามไปด้วยดีหรือไม่ ตอนนี้ก็ว่างอยู่ไม่ได้ทำอะไร”“ดีเหมือนกัน เจ้าสามเองก็กลายเป็นคนตกงานเหมือนพี่ไปเสียแล้ว”“ท่านพี่ไปคุยกับลูกเถอะเจ้าค่ะ นัดแนะเวลากันให้ดี พี่ใหญ่ไปด้วยหรือไม่ แล้วกำจรล่ะไปด้วยหรือเปล่า”“พี่ใหญ่ก็ไปด้วย กำจรก็ไปด้วยเหมือนเดิมนั่นแหละ พวกเราล้วน ไม่มีงานทำแล้ว เจ้าพวกนั้นก็เหลือเกินข้ายังไม่แก่เสียหน่อยทำไมจะต้องไม่ให้ข้าทำงานด้วย ข้าไม่เข้าใจ”“ลูกๆ หลานๆ คงเห็นว่าท่านพี่เหนื่อยมามากแล้วก็เป็นได้นะเจ้าคะ เด็กพวกนั้นจึงอยากให้ท่านพี่พักผ่อนให้สบาย”“พี่เข้าใจ เดี๋ยวพี่ไปหาเจ้าสามที่เรือนก่อนก็แล้วกัน แล้วนี่ อ้ายฉิง ไปไหนวันนี้ไม่เห็นเลย ไปโรงหมอกับกัลยาหรือ”“ใช่เจ้าค่ะท่านพี่ อ้ายฉิงกำลังเรียนรู้วิชาแพทย์กับแม่ของนาง”“อ่อๆ หลานสาวของข้านอกจากจะสวยแล้วยังเก่งมากด้วย รู้จักเ
“ใครเป็นคนต้นคิด บอกมา”“ข้าเปล่านะพี่สาม” เซียวอี้เทียนรีบบอกปฏิเสธทันที“ข้าเองเจ้าค่ะ พี่สาม ทำไมเจ้าคะ ท่านช่วยเลี้ยงดูอบรมลูกชายให้ พี่ใหญ่ได้แล้วลูกชายของน้องสาวเช่นพวกข้าท่านจะไม่ช่วยเลี้ยงดูอบรม สั่งสอนหรือเจ้าคะ” บัววารี“แล้วพวกเจ้าเป็นพ่อเป็นแม่ภาษาอะไร อบรมเลี้ยงดูสั่งสอนลูกของตัวเองไม่ได้รึ ทำไมต้องส่งไปเรือนข้า”“ก็หลานอยากไปอยู่กับพี่สามนี่เจ้าคะ ข้าเองก็สงสารลูกจะไปกล้าขัดใจได้ยังไง”“เจ้าไม่กล้าขัดใจเพราะเจ้าเตรียมการเอาไว้แล้วน่ะสิ”“พี่สาม ไหนๆ ท่านก็ไม่มีลูกไม่มีภรรยาก็เลี้ยงๆ เจ้าพวกนั้นไปเถอะนะเจ้าคะ ถึงจะซนไปหน่อยแต่ทุกคนเป็นเด็กดีนะเจ้าคะ ที่สำคัญหน้าตายังเหมือนท่านด้วย”“เจ้าอย่าเอาเรื่องหน้าตามาอ้าง บัวชมพู พี่ใหญ่ พี่รอง ท่านพ่อ ล้วนแล้วแต่หน้าตาเหมือนกันทำไมไม่ส่งเจ้าพวกนี้ไปอยู่กับพวกเขาล่ะ ทำไมต้องเป็นข้า”“ก็พี่สามเก่งที่สุดน่ะสิเจ้าคะ ท่านพ่อก็แก่แล้ว พี่ใหญ่ก็งานเยอะ พี่รองก็ต้องดูแลพี่สะใภ้ที่กำลังตั้งท้อง อีกอย่างพี่สี่ก็ไม่อยู่บ้านด้วย พี่สามเหมาะสมแล้วที่จะอบรมสั่งสอนหลานนะเจ้าคะ”“เหอะ แล้วสามีของพวกเจ้าไม่สามารถสั่งสอนลูกของพวกเจ้าได้รึยัง
แต่ขอเป็นโสดอย่างเดียวนะ โสดลูก 5 แบบพี่สามก็ไม่ไหว วายุอดขนลุกไม่ได้ บรรดาหลานๆ ของเขาแสบๆ ทั้งนั้น ที่สำคัญเขายังอดขำตอนที่เห็นหน้าของพี่สามตอนที่ได้รู้ว่ามีคนหน้าเหมือนมาเพิ่มอีก 3 คน วายุต้องรีบวิ่งออกไปหัวเราะหลังบ้านเลยทีเดียวเพลิงกัลป์ที่ตอนนี้กำลังเป็นพ่อลูก 5 นั้น ใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างยากลำบากมาก ทำไมทุกคนจะต้องเอาลูกโยนมาให้เขาเลี้ยงด้วย ลูกก็ไม่ใช่ลูกของเขา ไม่เข้าใจพี่ชายน้องสาวของตัวเองเลยจริงๆยังขาดแค่ลูกชายของตะวันเท่านั้น ที่ยังไม่ได้ส่งมาให้เพลิงกัลป์เลี้ยงดู เพราะตอนนี้ภรรยาป้ายแดงของเขาเพิ่งจะตั้งท้องอ่อนๆ เท่านั้นใบหม่อนสงสารลูกชายหัวแก้วหัวแหวนมาก ที่ใครๆ ก็โยนลูกมาให้พี่ชายน้องชายเลี้ยง พวกนี้กลั่นแกล้งคนเกินไปแล้ว เพราะเรื่องนี้ทำให้ ใบหม่อนพาลโกรธคิมหันต์ไปเสียหลายวันขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไปลูกชายของนางจะได้แต่งงานหรือไม่ ใครเขาจะมาตบแต่งกับพ่อลูก 5 เช่นเขากัน ทำอะไรไม่คิดถึงหัวอกพี่ชายน้องชายเลย“เสี่ยวเป่าลูกไหวหรือไม่ ให้แม่มาอยู่ช่วยเลี้ยงหลานให้ดีหรือไม่ ลูกจะได้ไม่ต้องเหนื่อยขนาดนี้”“ยังไหวขอรับท่านแม่”“พวกเจ้าก็เหมือนกัน ทำไมต้องพากันยกโขยงมา
“จับมาได้ขอรับพี่รอง แต่นางยังคงปากแข็ง”“ดี ปากแข็งให้ตลอดก็แล้วกัน ข้าอยากจะดูว่านางจะปากแข็งไปได้สักเท่าไหร่”“พี่รอง พี่สาม ท่านแม่ฝากของมาให้ขอรับ”“ขอบใจมาก เจ้าสี่ เจ้าเองก็ไปพักผ่อนเสียก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่าจะทำยังไงต่อ”“ขอรับพี่รอง พี่สามแล้วลูกๆ ท่านไปไหนขอรับ”“เจ้าสี่ อยากตายใช่หรือไม่เดี๋ยวนี้กล้าล้อข้าหรือ สงสัยไม่อยากมีชีวิตอยู่เสียแล้วกระมัง”“พอๆ พวกเจ้าทั้งคู่หยุดได้แล้ว ไปๆ แยกย้าย”“ข้าไปทำอาหารก่อนนะ พี่รองท่านจะอยู่กินข้าวด้วยหรือไม่”“กินสิ ทำเผื่อด้วยก็แล้วกันเดี๋ยวข้าจะไปตรวจงานแทนเจ้าเอง เจ้าเองก็อยู่เลี้ยงลูกของเจ้าไปเถอะ ส่วนงานไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะดูแทนให้”“นี่พี่รอง ท่านก็ด้วยอีกคนหรือ เกินไปแล้วนะ มันจะเกินไปแล้ว ลูกพี่ใหญ่หาใช่ลูกข้าไม่”“ฮ่าๆๆ ลูกเจ้านั่นแหละ ข้าไปล่ะนู่นลูกเจ้าตื่นแล้ว ฮ่าๆๆ เลี้ยงลูกไปนะน้องสาม”เพลิงกัลป์ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเขาจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ แล้วทำไมเจ้าเด็กสองคนนี้ถึงได้มาตามติดเขาแจขนาดนี้ แต่ก็ช่างมันเถอะ ในเมื่อทำอะไรไม่ได้แล้วก็คงต้องปล่อยไป“ท่างพ่อ พวกเยาหิวแย้ว”“นี่เจ้าหมู สายฟ้า ลืมตาตื่นขึ้นมาเจ้าก็หิวแล
“ไปลดความอ้วนมาก่อน ผอมแล้วจะอุ้ม”“จริงนะ พูดจริงๆ นะ”“จริงน่ะสิ ข้าเคยโกหกพวกเจ้าหรือยังไง”“มะเคยเยย”“เอาล่ะเล่นน้ำได้แล้วแต่ห้ามลงไปลึก ข้าจะอยู่ตรงนี้เข้าใจหรือไม่”“เข้าใจขอยับพวกเยาไม่ลงน้ำยึกเยย ท่างพ่อเชื่อใจได้”ในระหว่างที่ทั้งสามคนอาหลานคุยกันอยู่นั้น หลังโขดหินมีหญิงสาวที่ย้ายมากจากหมู่บ้านอื่นแอบอยู่ด้านหลังก้อนหิน และกำลังมองมาที่พวกเขาสามคนด้วยสายตามที่ลุ่มลึก มีแต่ผีเท่านั้นที่รู้ว่านางคิดจะทำอะไรไม่ใช่ว่าเพลิงกัลป์จะไม่รู้ตัวไปเสียทีเดียว เขารู้สึกได้ถึงสายตาที่ไม่ประสงค์ดีที่แสดงออกมารุนแรงมาก เพียงแต่เขาไม่แน่ใจเท่านั้นว่าคนที่แอบอยู่หลังโขดหินนั้นเป็นใครและต้องการอะไรกันแน่ หากเขามาคนเดียวก็ไม่เท่าไหร่ แต่นี้กลับมีเด็กมาด้วยถึงสองคน เพลิงกัลป์จึงทำได้เพียงแค่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เท่านั้น“ท่างพ่อ ข้ายักกิงกุ้งเผา ขอยับ” พายุ“ท่างพ่อข้ายักกิงปาเผาล่วย ขอยับ” สายฟ้า“ได้ๆ เดี๋ยวจะทำให้กินทั้งกุ้งทั้งปลานั้นแหละ ตอนนี้เลิกเล่นได้แล้ว รีบกลับบ้านไปอาบน้ำ จะได้กินข้าว”“ขอยับ เย้ๆ กิงข้าวล่ะ กิงข้าว”หลังจากหลานชายทั้งสองวิ่งกลับบ้านไปแล้ว เพลิงกัลป์ที่หิ้วถังตามหลังห
เรื่องของอนาคตก็ช่างมันเถอะ ในเมื่อมันยังมาไม่ถึง ตอนนี้ก็ทำตอนนี้ให้ดีที่สุดก็พอ หลังจากคิดได้แบบนี้แล้ว เพลิงกัลป์ก็กระเตงหลานเดินเข้าหมู่บ้านไปบ้านริมทะเลที่ท่านพ่อท่านแม่ซื้อเอาไว้ตอนนี้พวกเขาได้ปรับปรุง ต่อเติมให้ใหญ่ขึ้นและสะดวกสบายขึ้น ลูกๆ ทุกคนจะแวะเวียนมาพักผ่อนที่นี่เสมอ และที่แห่งนี้ทำให้พี่ชายอย่างตะวันได้พบกับคู่แห่งโชคชะตาของเขาส่วนเขายังไม่รู้เลยว่าจะเจอคู่แห่งโชคชะตาหรือเปล่า หรืออาจจะ ไม่มีเลยก็เป็นได้ หรือว่าชีวิตนี้เขาคงจะไม่ได้แต่งงานแน่ๆ แล้ว พอมองดูรอบๆ ตัวก็เจอเจ้าลูกหมูสองตัวนี้ ที่ตอนนี้ไม่ยอมเรียกเขาว่าอาสามแล้ว แต่กลับเรียกเขาว่าท่านพ่อแทนเพลิงกัลป์พาเด็กหมูทั้งสองเข้าไปในหมู่บ้านและไม่ลืมที่จะแวะไปทักทายหัวหน้าหมู่บ้านด้วย ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในหมู่บ้านน้ำเค็มแห่งนี้เปลี่ยนไปไม่น้อย ตอนนี้ชาวบ้านทำงานให้ครอบครัวของเพลิงกัลป์ เป็นหลัก ส่วนงานรองคือออกทะเลหาปลา“ท่างพ่อเมื่อไหร่จะได้เย่นน้ำขอยับ”“รอให้แดดร่มกว่านี้ก่อน ตอนนี้ยังร้อนอยู่เดี๋ยวไม่สบาย”“ขอยับ”เพลิงกัลป์เดินเข้าไปที่โรงงานแปรรูปอาหารทะเลก่อน เมื่อเห็นว่า ทุกอย่างเรียบร้อยดี เขาจึ







