Se connecterบัวตองนั่งรอสามีและน้องชายของสามีอยู่เป็นเวลานานเท่าไหร่ไม่รู้จนกระทั่งทั้งสองคนกลับมาถึงบ้านด้วยสภาพที่ไม่ดีนัก นางตกใจเป็นอย่างมากและร้อนรนถามผู้เป็นสามีออกไป
“ท่านพี่เกิดอันใดขึ้นทำไมถึงได้มีสภาพเช่นนี้ท่านบาดเจ็บหรือ เจ้าคะ”
“ใจเย็นๆ บัวตองไม่มีอะไรหรอกแค่เกิดเรื่องนิดหน่อยเท่านั้น” อนันต์ตอบผู้เป็นภรรยา
“พี่บัวตองแล้วเมียของข้าล่ะนางไปไหน” คิมหันต์ถามพี่สะใภ้ของตนเองเพราะไม่เห็นผู้เป็นภรรยาออกมารอเหมือนทุกครั้ง
“โอ๊ย ข้าลืมไปเสียสนิทเลย ภรรยาของเจ้าคลอดแล้วบุตรของเจ้าเป็นชายทั้งหมด”
“พี่บัวตองท่านหมายความว่าอย่างไรที่ว่าเป็นชายทั้งหมด”
“ก็หมายความว่าเจ้าได้ลูกแฝดยังไงล่ะแถมไม่ใช่แฝดสองด้วยแต่เป็นแฝดสาม”
“นี่ท่านไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่หรือไม่พี่บัวตอง”
“เอ๊ะ คิมหันต์ข้าเป็นพี่สะใภ้เจ้าไม่ใช่เพื่อนเล่นเจ้านะจะได้มาล้อเล่นได้ แล้วเรื่องแบบนี้เอามาล้อเล่นได้ด้วยหรือ”
“ข้ารู้แล้วๆ ท่านอย่าโกรธไป ข้าขอโทษข้าเพียงถามให้แน่ใจเท่านั้น”
“จะมาถามอะไรก็เข้าไปดูเองสิ จริงๆ เลยคนบ้านนี้เป็นอะไรกันไปหมด”
“พอเถอะๆ คิมหันต์เจ้าเลิกถามเซ้าซี้ส่วนบัวตองอย่าโมโหเดี๋ยวลูกเกิดมาหน้าเหี่ยว” อนันต์ห้ามทัพน้องสามีกับพี่สะใภ้แต่คำที่พูดออกมา ก็เหมือนมาจุดไฟโกรธให้บัวตองผู้เป็นภรรยาเพิ่ม
“ท่านพี่ ท่านก็อีกคนที่พูดออกมานี่คิดดีหรือยังว่าแต่พวกท่านยังไม่ได้บอกเลยนะว่าทำไมถึงกลับมาเอาป่านนี้”
“เกิดเรื่องนิดหน่อยน่ะระหว่างทางที่กลับมาเลยทำให้กลับมาช้า”
“อย่าบอกนะว่าคนพวกนั้นมาดักทำร้ายและแย่งชิงข้าวของเหมือนครั้งอื่นๆ”
“เป็นเช่นนั้นแหละแต่รอบนี้พวกข้าสองคนไม่ยอมเหมือนทุกครั้ง ก็เลยเกิดการต่อสู้กันเกิดขึ้น”
“แล้วพวกท่านบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ และพวกนั้นได้อะไรไปบ้าง”
“ไม่เป็นอะไรมากแค่ฟกช้ำและพวกมันไม่สามารถเอาอะไรไปได้”
“เฮ้อเมื่อไหร่พวกนั้นจะรามือเสียที เราจะปล่อยให้เป็นแบบนี้หรือเจ้าคะท่านพี่”
“พี่ก็ไม่รู้เช่นกัน คงต้องรอท่านพ่อกลับมาจากล่องคาราวานตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้”
“ถ้าหากท่านพ่อกลับมาแล้วนางบอกว่าพวกเราเองที่ขอแยกบ้านเล่าเจ้าคะ”
“อันนั้นก็แล้วแต่ท่านพ่อจะตัดสินใจ พี่เองจะไม่ยอมให้ใครมา ทำร้ายพวกเราได้อีก”
“ยังดีนะเจ้าคะที่ท่านพี่และคิมหันต์ไม่ได้ออกไปล่องคาราวานรอบนี้ถึงงานคุ้มกันคาราวานจะได้ค่าแรงดีแต่เสี่ยงอันตรายมากเช่นกันถ้าหาก ท่านสองคนไม่อยู่เหลือแค่ข้ากับใบหม่อนคงรับมือกับคนพวกนั้นไม่ไหว”
“อืมนับว่าโชคดี ไม่เช่นนั้นก็คงต้องมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นแน่”
“ท่านพ่อจะเชื่อพวกเราหรือไม่เจ้าคะ”
“พี่ก็ไม่อาจรู้ได้ อย่าเพิ่งคิดมากไปก่อนเลยอะไรจะเกิดก็คงต้องเกิดไปดูหลานกันเถอะ”
คิมหันต์รีบวิ่งเข้ามาในบ้านทันทีเขามุ่งหน้า ตรงไปยังห้องนอนของตัวเองและภรรยา เมื่อเปิดประตูเข้าไปภาพที่ปรากฏต่อสายตาคือภาพที่ สี่แม่ลูกนอนเรียงกันบนเตียงช่างเป็นภาพที่ดูอบอุ่นยิ่งนัก เขารีบเข้าไปดูลูกๆ ทันทีเสียดายที่เขาไม่ได้อยู่ตอนที่นางคลอดหากคนพวกนั้นไม่มาดักแย่งชิงของจากเขาสองพี่น้องเขาคงกลับมาทันตอนภรรยาคลอด นับว่าเกินความคาดหมายมากใครจะไปคิดว่าเขาจะได้ลูกแฝดเช่นนี้ ช่างดีนักต่อไปเขาก็เป็นท่านพ่อแล้วคิมหันต์นั่งมองลูกเมียอยู่นิ่งๆ จนกระทั่งใบหม่อนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา
พอใบหม่อนลืมตาขึ้นมาเจอคิมหันต์นั่งอยู่ข้างเตียงในใจลอบอุทานว่า เรือหายล่ะไอ้หน้าหล่อนี่ใครวะอย่าบอกนะว่าเป็นสามีของเธอในโลกประหลาดๆ ใบนี้ นี่มันเวรกรรมอะไรกันเว้ยส่งมาในนิยายห่วยแตกไม่พอ โปรโมชั่นแถมลูกสามพร้อมสามีอีกหนึ่งเหรอฟะเกินจะรับไหวจริงๆ ใบหม่อนได้แต่มองหน้าคิมหันต์ตาปริบๆ
“ใบหม่อนเจ้าตื่นแล้วหรือเจ็บตรงไหนหรือไม่”
“ที่ถามนี่คิดดีหรือยังคนคลอดลูกจะเจ็บตรงไหนได้ ถามอะไรไม่เข้าเรื่อง”
คิมหันต์ได้แต่นิ่งอึ้งกับคำตอบที่ได้จากภรรยา นี่เขาทำอะไรให้นางโกรธหรือเปล่าหรือว่าจะโกรธเขาที่ไม่ได้อยู่กับนางตอนนางคลอดมันต้องใช่แน่ๆ ไม่เช่นนั้นนางคงไม่พาลโกรธเขาหรอก
“เอ่อ คือว่าพี่แค่เป็นห่วงใบหม่อนน่ะพอดีตอนขากลับจากเมือง มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ”
“อืม แล้วนี้ท่านกลับมานานแล้วหรือ” ใบหม่อนที่กำลังพยายาม ทำใจยอมรับให้ได้กับชีวิตใหม่ที่ไม่ไฉไลเอาซะเลยถามคิมหันต์ออกไป
“กลับมาได้สักพักแล้วพี่เห็นเจ้าหลับอยู่น่ะก็เลยไม่กล้าเรียกเจ้าพักผ่อนเยอะๆ เจ้าหิวหรือยังพี่จะได้ไปทำอะไรมาให้เจ้ากินก่อน”
“หิว มากด้วยท่านมาก็ดีข้าต้องการอาบน้ำท่านช่วยต้มน้ำให้ข้าหน่อย”
“ได้ๆ พี่จะจัดการให้” คิมหันต์รู้สึกว่าภรรยาของเขาแปลกๆ ทำไมเหมือนนางน่ากลัวขึ้นหรือว่าจะเป็นผลกระทบจากการที่นางคลอดลูกให้เขา แน่ล่ะคลอดตั้งสามคนเลยนะ ต่อไปนี้เขาต้องดูแลนางให้ดีตามใจนางให้มากๆ
คิมหันต์ที่เดินออกไปนอกห้องเพื่อไปที่ห้องครัวเตรียมต้มน้ำมาให้เมียอาบ อนันต์ผู้เป็นพี่ชายเดินสวนเข้ามาทันทีด้านหลังมีบัวตองเดินตามมาติดๆ เห็นน้องชายออกจากห้องไปจึงได้ถามออกมา
“นั่นเจ้าจะไปไหนรึ”
“เมียข้าอยากอาบน้ำน่ะข้าจะไปต้มน้ำให้นางอาบและหาอะไรมาให้นางกินด้วย”
“อ่อเช่นนั้นก็ไปเถอะ ข้าจะเข้าไปดูหลานเสียหน่อย”
“อืมฝากดูแลเมียข้าด้วยนะพี่บัวตอง”
“ไปเถอะๆ ข้ารู้แล้ว” บัวตองโบกมือไล่คิมหันต์
ทั้งสองคนเดินเข้าห้องมาเพื่อดูหลานๆ อนันต์มองเด็กๆ ทั้งสามคนด้วยสายตาโง่งม นี่น้องชายของเขาทำได้ยังไง
“เป็นอย่างไรบ้างใบหม่อน ดีขึ้นบ้างหรือยัง” อนันต์ถามน้องสะใภ้
“ดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะพี่อนันต์”
“หลานๆ ไม่งอแงเลย นี่ตั้งชื่อแล้วหรือยัง”
“ยังเจ้าค่ะรอพี่คิมหันต์มาก่อนค่อยให้เขาตั้งชื่อให้ลูก”
“อืมเจ้าพักผ่อนเถอะพี่สองคนไปก่อน”
หลังจากพี่ชายและพี่สะใภ้หันหลังเดินออกจากห้อง ใบหม่อนได้แต่นั่งตีอกชกลมกับตัวเอง จะทำยังไงล่ะเนี่ยโว้ยยใครมันส่งเธอมาในนิยาย ห่วยแตกพรรค์นี้ได้เอาก็เอาวะผัวก็มีแล้วลูกก็มีแล้วครบ ครอบครัวอบอุ่นจริงๆ อุ่นจนร้อนเลยขอตายอีกรอบได้ป่ะแต่จะว่าไปสามีก็หล่อดีเหมือนกันมาขนาดนี้แล้วคงต้องยอมรับใช่ป่ะตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหมที่เขียนให้เป็นอย่างนั้น ใบหม่อนนั่งบ่นในใจบ่นไร้สาระจนคิมหันต์ยกน้ำมาให้อาบ เมื่ออาบน้ำเสร็จก็กินข้าวอิ่มแล้วก็ให้นมลูก เป็นอยู่แบบนี้ชีวิตวนลูปอยู่แค่นี้ จนเวลาผ่านไปหนึ่งเดือนใช่แล้วทุกคนเราถูกส่งมาในนิยายเฮงซวยที่เราซื้อมาและปาลงถังขยะนั่นเอง
หลังจากหนึ่งเดือนมานี้ใบหม่อนพักฟื้นร่างกายโดยมีสามีในนามตอนนี้ดูแลเป็นอย่างดี ลูกๆ เป็นเด็กดีเลี้ยงง่ายไม่ร้องงอแง นอกจากเวลาหิวและขับถ่าย ใบหม่อนได้มีโอกาสออกมานอกบ้านสำรวจที่ทาง ป่าเขาอุดมสมบูรณ์ ตามเนื้อเรื่องของนิยายที่ใบหม่อนได้อ่านมานิดหน่อยนั้นคนที่นี่จะว่าโบราณก็ไม่ใช่จะสมัยใหม่ก็ไม่เชิงมันแบบผสมปนเปไปหมด ในป่ามีของกินมากมายแต่คนที่นี่ไม่รู้จักและไม่รู้ว่าสามารถกินได้
ต่อไปทำอะไรดีล่ะลูกสามผัวหนึ่งบ้านจนจะเอาอะไรกินเข้าไปถ้าเป็นแบบนั้นก็ตายรอบสองเลยจ้า ต้องเข้าไปดูว่าในป่ามีอะไรที่พอนำมาเป็นอาหารได้บ้าง ใบหม่อนล่ะเครียดใบหม่อนล่ะไม่ปลื้ม ส่งฉันมาทำอะไรคะ ไหนล่ะคะมิติ อะไรก็ไม่มียังดีที่สติยังอยู่ครบ อย่าให้รู้เชียวว่าใครส่งฉันมา ใบหม่อนเริ่มบ่นเริ่มเกรี้ยวกราดจะส่งมาแก้ไขเนื้อเรื่องหรือไงไหนล่ะตัวช่วย
คนที่ส่งมานั้นได้แต่สะดุ้งทุกครั้งที่ใบหม่อนเกรี้ยวกราด ไม่ใช่ว่าไม่ได้ให้อะไรเลยแต่มันยังไม่ถึงเวลาที่จะเอามาใช้ได้อีกอย่างเธอต้องรู้ด้วยตัวของเธอเอง ทั้งสองคนได้แต่มองให้กำลังใจใบหม่อนเท่านั้น
“หม่อนเข้าบ้านเถอะเดี๋ยวถูกลมเย็น” คิมหันต์เดินมาตามภรรยา ที่ออกมานอกบ้านนานแล้ว
“ข้ารู้แล้ว ลูกตื่นรึยัง”
“ยังเลย สรุปชื่อลูกจะเอายังไงให้พี่ตั้งหรือ”
“นี่พี่ลูกเกิดมาได้เดือนแล้วยังไม่มีชื่อ พี่คิดว่าพี่เป็นพ่อของลูกป่ะ”
“เอ้าก็เป็นสิใบหม่อนเป็นเมียพี่ ทั้งสามคนก็ลูกของพี่ ทำไมใบหม่อนพูดจาแปลกๆ”
“ก็ในเมื่อเป็นลูกพี่ พี่ก็สมควรตั้งชื่อให้ลูกไม่ถูกหรือเจ้าคะ” (ถามนี่ไม่รู้รึ แกล้งโง่หนิ บ่นในใจ)
“จ้ะๆ ถูกจ้ะ เอาเป็นว่า อาทิตย์ ตะวัน เพลิงกัลป์ ตามนี้นะจ๊ะ”
“เข้าบ้านกันเถอะเดี๋ยวลูกตื่นขึ้นมาไม่เจอใครจะร้องเอา”
ทั้งสองคนหันหลังกลับเข้าบ้าน คิมหันต์มองใบหม่อนด้วยความแปลกใจ นี่เมียเขาแค่คลอดลูกทำไมถึงเปลี่ยนไปเยอะหรือว่านางเป็นแม่คนแล้วเลยต้องเปลี่ยนตัวเอง ก็ดีนางจะได้ไม่ต้องโดนคนพวกนั้นรังแกตอนเขา ไม่อยู่
“ใบหม่อน พี่กลับมาแล้ว”“ไปไหนมาหรือเจ้าคะท่านพี่”“ไปบ้านกล้ามาน่ะ พรุ่งนี้พวกพี่จะเข้าป่าไม่ได้ไปล่าสัตว์นานแล้ว”“ระวังตัวหน่อยนะเจ้าคะท่านพี่ ท่านไม่ใช่อายุ 30 40 ปี เหมือนเช่นเดิมนะเจ้าคะ”“พี่รู้แล้ว ไม่เป็นไรหรอกพวกเราแค่ไปล่าไก่ป่ามาทำอาหารเท่านั้น”“อย่าเข้าไปในป่าลึกนะเจ้าคะ ให้ลูกสามไปด้วยดีหรือไม่ ตอนนี้ก็ว่างอยู่ไม่ได้ทำอะไร”“ดีเหมือนกัน เจ้าสามเองก็กลายเป็นคนตกงานเหมือนพี่ไปเสียแล้ว”“ท่านพี่ไปคุยกับลูกเถอะเจ้าค่ะ นัดแนะเวลากันให้ดี พี่ใหญ่ไปด้วยหรือไม่ แล้วกำจรล่ะไปด้วยหรือเปล่า”“พี่ใหญ่ก็ไปด้วย กำจรก็ไปด้วยเหมือนเดิมนั่นแหละ พวกเราล้วน ไม่มีงานทำแล้ว เจ้าพวกนั้นก็เหลือเกินข้ายังไม่แก่เสียหน่อยทำไมจะต้องไม่ให้ข้าทำงานด้วย ข้าไม่เข้าใจ”“ลูกๆ หลานๆ คงเห็นว่าท่านพี่เหนื่อยมามากแล้วก็เป็นได้นะเจ้าคะ เด็กพวกนั้นจึงอยากให้ท่านพี่พักผ่อนให้สบาย”“พี่เข้าใจ เดี๋ยวพี่ไปหาเจ้าสามที่เรือนก่อนก็แล้วกัน แล้วนี่ อ้ายฉิง ไปไหนวันนี้ไม่เห็นเลย ไปโรงหมอกับกัลยาหรือ”“ใช่เจ้าค่ะท่านพี่ อ้ายฉิงกำลังเรียนรู้วิชาแพทย์กับแม่ของนาง”“อ่อๆ หลานสาวของข้านอกจากจะสวยแล้วยังเก่งมากด้วย รู้จักเ
“ใครเป็นคนต้นคิด บอกมา”“ข้าเปล่านะพี่สาม” เซียวอี้เทียนรีบบอกปฏิเสธทันที“ข้าเองเจ้าค่ะ พี่สาม ทำไมเจ้าคะ ท่านช่วยเลี้ยงดูอบรมลูกชายให้ พี่ใหญ่ได้แล้วลูกชายของน้องสาวเช่นพวกข้าท่านจะไม่ช่วยเลี้ยงดูอบรม สั่งสอนหรือเจ้าคะ” บัววารี“แล้วพวกเจ้าเป็นพ่อเป็นแม่ภาษาอะไร อบรมเลี้ยงดูสั่งสอนลูกของตัวเองไม่ได้รึ ทำไมต้องส่งไปเรือนข้า”“ก็หลานอยากไปอยู่กับพี่สามนี่เจ้าคะ ข้าเองก็สงสารลูกจะไปกล้าขัดใจได้ยังไง”“เจ้าไม่กล้าขัดใจเพราะเจ้าเตรียมการเอาไว้แล้วน่ะสิ”“พี่สาม ไหนๆ ท่านก็ไม่มีลูกไม่มีภรรยาก็เลี้ยงๆ เจ้าพวกนั้นไปเถอะนะเจ้าคะ ถึงจะซนไปหน่อยแต่ทุกคนเป็นเด็กดีนะเจ้าคะ ที่สำคัญหน้าตายังเหมือนท่านด้วย”“เจ้าอย่าเอาเรื่องหน้าตามาอ้าง บัวชมพู พี่ใหญ่ พี่รอง ท่านพ่อ ล้วนแล้วแต่หน้าตาเหมือนกันทำไมไม่ส่งเจ้าพวกนี้ไปอยู่กับพวกเขาล่ะ ทำไมต้องเป็นข้า”“ก็พี่สามเก่งที่สุดน่ะสิเจ้าคะ ท่านพ่อก็แก่แล้ว พี่ใหญ่ก็งานเยอะ พี่รองก็ต้องดูแลพี่สะใภ้ที่กำลังตั้งท้อง อีกอย่างพี่สี่ก็ไม่อยู่บ้านด้วย พี่สามเหมาะสมแล้วที่จะอบรมสั่งสอนหลานนะเจ้าคะ”“เหอะ แล้วสามีของพวกเจ้าไม่สามารถสั่งสอนลูกของพวกเจ้าได้รึยัง
แต่ขอเป็นโสดอย่างเดียวนะ โสดลูก 5 แบบพี่สามก็ไม่ไหว วายุอดขนลุกไม่ได้ บรรดาหลานๆ ของเขาแสบๆ ทั้งนั้น ที่สำคัญเขายังอดขำตอนที่เห็นหน้าของพี่สามตอนที่ได้รู้ว่ามีคนหน้าเหมือนมาเพิ่มอีก 3 คน วายุต้องรีบวิ่งออกไปหัวเราะหลังบ้านเลยทีเดียวเพลิงกัลป์ที่ตอนนี้กำลังเป็นพ่อลูก 5 นั้น ใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างยากลำบากมาก ทำไมทุกคนจะต้องเอาลูกโยนมาให้เขาเลี้ยงด้วย ลูกก็ไม่ใช่ลูกของเขา ไม่เข้าใจพี่ชายน้องสาวของตัวเองเลยจริงๆยังขาดแค่ลูกชายของตะวันเท่านั้น ที่ยังไม่ได้ส่งมาให้เพลิงกัลป์เลี้ยงดู เพราะตอนนี้ภรรยาป้ายแดงของเขาเพิ่งจะตั้งท้องอ่อนๆ เท่านั้นใบหม่อนสงสารลูกชายหัวแก้วหัวแหวนมาก ที่ใครๆ ก็โยนลูกมาให้พี่ชายน้องชายเลี้ยง พวกนี้กลั่นแกล้งคนเกินไปแล้ว เพราะเรื่องนี้ทำให้ ใบหม่อนพาลโกรธคิมหันต์ไปเสียหลายวันขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไปลูกชายของนางจะได้แต่งงานหรือไม่ ใครเขาจะมาตบแต่งกับพ่อลูก 5 เช่นเขากัน ทำอะไรไม่คิดถึงหัวอกพี่ชายน้องชายเลย“เสี่ยวเป่าลูกไหวหรือไม่ ให้แม่มาอยู่ช่วยเลี้ยงหลานให้ดีหรือไม่ ลูกจะได้ไม่ต้องเหนื่อยขนาดนี้”“ยังไหวขอรับท่านแม่”“พวกเจ้าก็เหมือนกัน ทำไมต้องพากันยกโขยงมา
“จับมาได้ขอรับพี่รอง แต่นางยังคงปากแข็ง”“ดี ปากแข็งให้ตลอดก็แล้วกัน ข้าอยากจะดูว่านางจะปากแข็งไปได้สักเท่าไหร่”“พี่รอง พี่สาม ท่านแม่ฝากของมาให้ขอรับ”“ขอบใจมาก เจ้าสี่ เจ้าเองก็ไปพักผ่อนเสียก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่าจะทำยังไงต่อ”“ขอรับพี่รอง พี่สามแล้วลูกๆ ท่านไปไหนขอรับ”“เจ้าสี่ อยากตายใช่หรือไม่เดี๋ยวนี้กล้าล้อข้าหรือ สงสัยไม่อยากมีชีวิตอยู่เสียแล้วกระมัง”“พอๆ พวกเจ้าทั้งคู่หยุดได้แล้ว ไปๆ แยกย้าย”“ข้าไปทำอาหารก่อนนะ พี่รองท่านจะอยู่กินข้าวด้วยหรือไม่”“กินสิ ทำเผื่อด้วยก็แล้วกันเดี๋ยวข้าจะไปตรวจงานแทนเจ้าเอง เจ้าเองก็อยู่เลี้ยงลูกของเจ้าไปเถอะ ส่วนงานไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะดูแทนให้”“นี่พี่รอง ท่านก็ด้วยอีกคนหรือ เกินไปแล้วนะ มันจะเกินไปแล้ว ลูกพี่ใหญ่หาใช่ลูกข้าไม่”“ฮ่าๆๆ ลูกเจ้านั่นแหละ ข้าไปล่ะนู่นลูกเจ้าตื่นแล้ว ฮ่าๆๆ เลี้ยงลูกไปนะน้องสาม”เพลิงกัลป์ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเขาจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ แล้วทำไมเจ้าเด็กสองคนนี้ถึงได้มาตามติดเขาแจขนาดนี้ แต่ก็ช่างมันเถอะ ในเมื่อทำอะไรไม่ได้แล้วก็คงต้องปล่อยไป“ท่างพ่อ พวกเยาหิวแย้ว”“นี่เจ้าหมู สายฟ้า ลืมตาตื่นขึ้นมาเจ้าก็หิวแล
“ไปลดความอ้วนมาก่อน ผอมแล้วจะอุ้ม”“จริงนะ พูดจริงๆ นะ”“จริงน่ะสิ ข้าเคยโกหกพวกเจ้าหรือยังไง”“มะเคยเยย”“เอาล่ะเล่นน้ำได้แล้วแต่ห้ามลงไปลึก ข้าจะอยู่ตรงนี้เข้าใจหรือไม่”“เข้าใจขอยับพวกเยาไม่ลงน้ำยึกเยย ท่างพ่อเชื่อใจได้”ในระหว่างที่ทั้งสามคนอาหลานคุยกันอยู่นั้น หลังโขดหินมีหญิงสาวที่ย้ายมากจากหมู่บ้านอื่นแอบอยู่ด้านหลังก้อนหิน และกำลังมองมาที่พวกเขาสามคนด้วยสายตามที่ลุ่มลึก มีแต่ผีเท่านั้นที่รู้ว่านางคิดจะทำอะไรไม่ใช่ว่าเพลิงกัลป์จะไม่รู้ตัวไปเสียทีเดียว เขารู้สึกได้ถึงสายตาที่ไม่ประสงค์ดีที่แสดงออกมารุนแรงมาก เพียงแต่เขาไม่แน่ใจเท่านั้นว่าคนที่แอบอยู่หลังโขดหินนั้นเป็นใครและต้องการอะไรกันแน่ หากเขามาคนเดียวก็ไม่เท่าไหร่ แต่นี้กลับมีเด็กมาด้วยถึงสองคน เพลิงกัลป์จึงทำได้เพียงแค่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เท่านั้น“ท่างพ่อ ข้ายักกิงกุ้งเผา ขอยับ” พายุ“ท่างพ่อข้ายักกิงปาเผาล่วย ขอยับ” สายฟ้า“ได้ๆ เดี๋ยวจะทำให้กินทั้งกุ้งทั้งปลานั้นแหละ ตอนนี้เลิกเล่นได้แล้ว รีบกลับบ้านไปอาบน้ำ จะได้กินข้าว”“ขอยับ เย้ๆ กิงข้าวล่ะ กิงข้าว”หลังจากหลานชายทั้งสองวิ่งกลับบ้านไปแล้ว เพลิงกัลป์ที่หิ้วถังตามหลังห
เรื่องของอนาคตก็ช่างมันเถอะ ในเมื่อมันยังมาไม่ถึง ตอนนี้ก็ทำตอนนี้ให้ดีที่สุดก็พอ หลังจากคิดได้แบบนี้แล้ว เพลิงกัลป์ก็กระเตงหลานเดินเข้าหมู่บ้านไปบ้านริมทะเลที่ท่านพ่อท่านแม่ซื้อเอาไว้ตอนนี้พวกเขาได้ปรับปรุง ต่อเติมให้ใหญ่ขึ้นและสะดวกสบายขึ้น ลูกๆ ทุกคนจะแวะเวียนมาพักผ่อนที่นี่เสมอ และที่แห่งนี้ทำให้พี่ชายอย่างตะวันได้พบกับคู่แห่งโชคชะตาของเขาส่วนเขายังไม่รู้เลยว่าจะเจอคู่แห่งโชคชะตาหรือเปล่า หรืออาจจะ ไม่มีเลยก็เป็นได้ หรือว่าชีวิตนี้เขาคงจะไม่ได้แต่งงานแน่ๆ แล้ว พอมองดูรอบๆ ตัวก็เจอเจ้าลูกหมูสองตัวนี้ ที่ตอนนี้ไม่ยอมเรียกเขาว่าอาสามแล้ว แต่กลับเรียกเขาว่าท่านพ่อแทนเพลิงกัลป์พาเด็กหมูทั้งสองเข้าไปในหมู่บ้านและไม่ลืมที่จะแวะไปทักทายหัวหน้าหมู่บ้านด้วย ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในหมู่บ้านน้ำเค็มแห่งนี้เปลี่ยนไปไม่น้อย ตอนนี้ชาวบ้านทำงานให้ครอบครัวของเพลิงกัลป์ เป็นหลัก ส่วนงานรองคือออกทะเลหาปลา“ท่างพ่อเมื่อไหร่จะได้เย่นน้ำขอยับ”“รอให้แดดร่มกว่านี้ก่อน ตอนนี้ยังร้อนอยู่เดี๋ยวไม่สบาย”“ขอยับ”เพลิงกัลป์เดินเข้าไปที่โรงงานแปรรูปอาหารทะเลก่อน เมื่อเห็นว่า ทุกอย่างเรียบร้อยดี เขาจึ







