LOGINตอนที่4ขอบคุณน่ายไน่(ท่านย่า)
ณ เรือนพักด้านในของจวนแม่ทัพ ลี่อิงเดินนำมาหยุดหน้าห้องหนึ่ง ไป๋ซูเหยาก้าวตามมาช้า ๆ สายตากวาดมองเรือนไม้ที่บรรจงตกแต่งอย่างหรูหรา “โอ้โห…จวนแม่ทัพนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ” ไป๋ซูเหยาพึมพำเบา ๆ พลางก้าวเข้าไปด้านในจนพ้นขอบประตู ลี่อิงก็หมุนตัวกลับมา…เสียงกลอนประตูถูกปิดลงโดยไม่ทันให้นางตั้งตัว “ห๊ะ?” ไป๋ซูเหยาเลิกคิ้ว ยังไม่ทันเอ่ยอะไรต่อก็มีสาวใช้สี่คนโผล่ออกมาจากฉากกั้นห้องลายฉลุอย่างพร้อมเพรียง นางเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นทั้งสี่สาวก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้า ก่อนจะย่อตัวลงคำนับอย่างนอบน้อม “ฮูหยิน…” ไป๋ซูเหยากระพริบตาปริบ ๆ แต่รีบยิ้มกลบเกลื่อน ยกมือเรียวขึ้นรับคำทักทายอย่างเก้ ๆ กัง ๆ “จ้ะ…” ไม่ทันสิ้นคำ สาวใช้สองคนก็เข้ามาใกล้พลางเอื้อมมือมาจะถอดชุดให้อย่างคล่องแคล่ว ไป๋ซูเหยาตกใจจนยกมือทั้งสองข้างปิดหน้าอกแน่นพร้อมก้าวถอยหลังทันที “เดี๋ยว! นี่พวกเจ้าจะทำอะไร!” สาวใช้ทั้งสองตกใจจนหน้าซีด รีบทรุดตัวลงกับพื้น ประสานมือทั้งสองก้มศีรษะลงแนบพื้นเอ่ยเสียงสั่น “บ่าวสำนึกผิดแล้วเจ้าค่ะ ฮูหยินได้โปรดยกโทษให้บ่าวด้วย!” ไป๋ซูเหยามองพวกนางอย่างอึ้ง ๆ แล้วหันขวับไปมองลี่อิงด้วยสายตาเว้าวอน ลี่อิงรีบก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าประหลาดใจ “คุณหนูท่านเป็นอะไรเจ้าค่ะ พวกนางเพียงจะช่วยท่านอาบน้ำเจ้าค่ะ…” “หา? แค่อาบน้ำต้องมาช่วยเยอะขนาดนี้เลยเหรอ” ไป๋ซูเหยาเบิกตากว้างอุทานออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ลี่อิงทำหน้าครุ่นคิดนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “ปกติที่จวนกั๋วกงท่านก็ให้สาวใช้ช่วยท่านอาบน้ำเยอะแบบนี้อยู่แล้ว พอท่านแต่งมายังจวนแม่ทัพ ท่านก็เลยสั่งให้เพิ่มเป็นสองเท่าช่วยท่านอาบน้ำ เพื่อจะได้ใช้เรือนร่างที่งดงามของท่านมัดใจท่านแม่ทัพ…ท่านเคยกล่าวเอาไว้เจ้าค่ะ” “หือ?” ไป๋ซูเหยานิ่งไปชั่วอึดใจหนึ่ง ก่อนจะยิ้มเจื่อน ๆ แล้วหัวเราะกลบเกลื่อน “อ๋อออ~ข้าพูดไว้แบบนั้นเองหรอกหรือ…ลืมไปเลยแฮะ ฮ่า ๆ ” ว่าแล้วนางก็ยืดอก กางแขนออกอย่างยอมรับชะตา “เอาล่ะ ข้าไม่โกรธแล้ว มาเถอะ…อาบก็อาบ!” สาวใช้ทั้งสี่มองหน้ากันแล้วเผยรอยยิ้มบางอย่างโล่งใจ ก่อนจะลุกขึ้นมาอย่างคล่องแคล้วก่อนจะก้าวตรงไปช่วยกันถอดอาภรณ์ของผู้เป็นนายอย่างเบามือ ไป๋ซูเหยาทอดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องแล้วพลันคิดในใจ ไหน ๆ ก็ทะลุมิติมาแล้ว เป็นนางร้ายนี่ก็ถือว่าไม่เลวเลยนะ ร่ำรวยแถมยังสวยขนาดนี้ เอาล่ะ! จะใช้ชีวิตแบบคนรวยแล้วนะ นางหัวเราะในใจอย่างพึงพอใจเมื่อคิดได้เช่นนั้น…. เรือนอาบน้ำอบอวลด้วยกลิ่นหอมอ่อนละมุนของเหล่าดอกไม้ตากแห้ง “เชิญเจ้าค่ะ” สาวใช้นางหนึ่งโค้งตัวเอ่ยเสียงอ่อน ไป๋ซูเหยาพยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะหันซ้ายแลขวาเหมือนคนหลงทางเล็กน้อย ใบหน้าใสปนความงุนงงเล็ก ๆ “อ่อ…อืม…” ไม่รู้จะก้าวไปทางไหน สาวใช้อีกคนรีบก้าวนำอย่างรู้หน้าที่ ไป๋ซูเหยาจึงเดินตามไปช้า ๆ พอผ่านม่านแพรสีขาวบางเบา กลิ่นหอมของมวลดอกไม้ก็โชยมาแตะปลายจมูก เบื้องหน้าเป็นอ่างน้ำหยกขนาดใหญ่ที่ลอยไปด้วยกลีบดอกไม้นานชนิด สีชมพู สีขาว แดง ไป๋ซูเหยาเผลออ้าปากค้างตกตะลึงกับอ่างหยกแท้ขนาดใหญ่นั้น มือเรียวค่อย ๆ ปลดผ้าคลุมบางเบาออกอย่างประหม่า สาวใช้นางหนึ่งก็ก้าวเข้ามาประคองให้นางก้าวลงอ่างน้ำ กลีบดอกไม้ที่ลอยอยู่กระจายตัวเบา ๆ “คุณหนูเจ้าคะ น้ำแร่วันนี้ใส่น้ำนมแพะสกัดเข้าด้วยเจ้าค่ะ ช่วยผิวให้เนียนใสเหมือนดังหยกขาวเจ้าค่ะ” ไป๋ซูเหยาได้ฟังถึงกับพยักหน้าตอบแบบงุนงง พลางคิดในใจ นี่ข้าถึงกับอาบน้ำนมแพะเลยเหรอเนี่ย…” แก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะรู้สึกประหลาดใจปนตื่นเต้น ไม่นานนักสาวใช้สองนางก็เข้ามาพร้อมกับครีมข้นสีขาวละเอียดกลิ่นหอมลอยออกมาอย่างดึงดูดใจ ไป๋ซูเหยาเบิกตากว้าง มองดูเนื้อครีมขาวนั้นอย่างสนอกสนใจ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไร ปล่อยให้สาวใช้ช่วยกันชโลมขัดผิวอย่างคล่องแคล้ว ขณะนั้นสาวใช้อีกคนก็ก้าวเข้ามาพร้อมกระจกทองเหลืองใบเล็กในมือ ก่อนจะมายื่นให้นางอย่างนอบน้อม “ฮูหยิน…” ไป๋ซูเหยามองไปยังกระจกใบเล็กในมือนาง ก็พลันคิดในใจ นี่ไป๋ซูเหยาเธออาบน้ำต้องส่องกระจกด้วยเหรอ! ริมฝีปากบางยิ้มบาง ก่อนจะรับเอากระจกในมือสาวใช้มา แล้วยกขึ้นส่องใบหน้าตนเอง “ว้าวสวยจัง ผิวหน้าดีจัง…” นางพึมพำอย่างพึงพอใจ “ฮูหยิน ขยับเอนตัวนิดนะเจ้าคะ บ่าวจะได้ทำความสะอาดได้สะดวก” คำพูดยังไม่ทันจบ มือของสาวใช้ก็แตะเข้าที่ต้นขาของนางพอดี! “อ๊ะ…ด…เดี๋ยวก่อน!” ไป๋ซูเหยารีบนกมือเรียวเล็กสองข้างขึ้นมาปิดช่วงล่างตัวเองไว้แน่น ใบหน้าแดงแปร๊ดอย่างไม่รู้จะหลบไปทางไหน ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอัตโนมัติทันที สาวใช้สองนางชะงักหันสบตากันด้วยความงุนงง “จะทำจริง ๆ หรือ” เสียงกระซิบของไป๋ซูเหยาดังแผ่ว ๆ ขณะหันไปหาลี่อิงที่ยืนอยู่เคียงข้าง ลี่อิงเพียงยิ้มน้อย ๆ แล้วพยักหน้าเบา ๆ อย่างอ่อนโยน ไป๋ซูเหยาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะผ่อนออกมาช้า ๆ “เอาเถอะ…ทำก็ทำ” กล่าวจบก็เอนตัวลงช้า ๆ ดวงหน้าแดงจัดคล้ายลูกพีชสุก ….. ยามดึก.. สายลมเย็นยะเยือกในยามค่ำพัดเอื่อยลอดผ่านหน้าต่าง กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเครื่องหอมในเตาผิงอบอวลไปทั่วห้อง ไป๋ซูเหยาเอนตัวลงนอนบนเตียงนุ่มอย่างอ่อนแรง ร่างบางนอนหงาย มือสองข้างกางออก ใบหน้าซบกับหมอนนุ่มอย่างพึงพอใจในชีวิตใหม่ “อืม…” แม้ทั้งวันจะเจอแต่เรื่องแปลกประหลาด แต่ถึงอย่างนั้น…วันนี้ก็ไม่เลวเลยสักนิด! นางกลิ้งตัวไปมาเล็กน้อยบนเตียงเหมือนแมวน้อยอารมณ์ดี และที่สำคัญ ไป๋ซูเหยาลุกขึ้นนั่งสายตาทอดมองไปยังหีบใบใหญ่สามใบที่วางอยู่หลังฉากกั้น นั้นก็คือสินเดิมของนาง ที่เต็มไปด้วยเงินทอง และของมีค่ามากมากมาย ใช้ทั้งชีวิตก็ไม่หมด นางยิ้มตาหยีอย่างพึงพอใจ แสงตะเกียงตามแนวทางเดินคดเคี้ยวในจวนแม่ทัพส่องแสงริบหรี่ สายลมเย็นพัดโชยพาให้ต้นไม้ไหวโยกไปมาในเงามืด ลี่อิง ค่อย ๆ ปิดประตูห้องบรรทมของไป๋ซูเหยาอย่างเงียบงัน ก่อนจะหันหลังก้าวเดินไปตามทางที่ทอดยาวสู่เรือนพักของตนเอง ลี่อิงก้าวย่างแผ่วเบา แต่ในใจกลับว้าวุ่น นางเหลือบมองสายน้ำเบื้องหน้าที่ทอดผ่านสะพานในจวน สองคิ้วขมวดแน่น “ตั้งแต่คุณหนูฟื้นขึ้นมาจากการจมน้ำ…คุณหนูก็เปลี่ยนไปมากจริง ๆ ” ลี่อิงพึมพำกับตนเองแผ่วเบา ดวงหน้าฉายแววสับสน “หรือว่าคุณหนูจะได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะ จนทำให้นางจำเรื่องในอดีตไม่ค่อยได้…แถมท่าทางคำพูดคำจายังแปลกประหลาดไป” ลี่อิงส่ายหน้าเบา ๆ เพื่อสลัดความคิดฟุ้งซ่านออก แต่ว่านางกลับรู้สึกว่า แม้คุณหนูจะเปลี่ยนไป…แต่กลับดูมีชีวิตชีวามากขึ้น… ลี่อิงหยุดยืน หันมองไปยังห้องของไป๋ซูเหยาที่อยู่ไกลออกไป สายลมเย็นยามดึกพัดโชยมาเบา ๆ ปลายอาภรณ์แพรบางไหวแผ่ว ภายในห้องที่เงียบสงบ ไป๋ซูเหยาที่นอนบนเตียงนุ่ม พลิกตัวไปมาในใจยังงุนงงสับสน ขณะที่พลิกกายหันไปมองโต๊ะเบื้องหน้าสายตาดันไปสะดุดเข้ากับกาน้ำชาสีคราม จู่ ๆ ภาพในหัวก็แล่นวาบขึ้นมา… “น่ายไน่!!” นางผัดลุกนั่ง ใบหน้าแสดงความตกใจ ก่อนจะเพ่งมองกาน้ำชานั้นนิ่ง ๆ ริมฝีปากพึมพำออกมาเบา ๆ “หรือเรื่องทั้งหมดนี้จะเป็นเพราะท่าน?” แล้วภาพในความทรงจำก็พลันแจ่มชัดขึ้นอีกครั้ง ห้องเล็กในอาพาร์ตเม้นชั้นห้า ห้องพักขนาดกะทัดรัด มีเพียงโต๊ะ เตียง และตู้หนังสือเล็ก ๆ แสงจากหลอดไฟเพดานสีเหลืองนวลทอแสงลงบน “ป้ายวิญญาณของไป๋ซูเจิน” ซึ่งตั้งอยู่บนหิ้งบูชาอย่างเรียบง่าย ไป๋หยาในชุดพนักงานออฟฟิศเดินเข้าห้องอย่างอ่อนล้า แต่พอเห็นป้ายวิญญาณของย่าก็ยิ้มออกมา “น่ายไน่..วันนี้หนูได้กาน้ำชามาใหม่ด้วยนะ อาเหมาเขาให้มา เพราะที่บริษัทสั่งมาเกิน…” ไป๋หยาวางกระเป๋า ก่อนจะหยิบกาน้ำชาสีขาวมุกมาโชว์ เธอยกมันขึ้นอย่างภูมิใจ แล้วเดินไปนั่งหน้าโต๊ะบูชา “วันนี้เป็นวันที่ท่านเสียครบห้าปีแล้ว…แต่เงินเดือนหนูยังไม่ออกเลย ซื้อของดี ๆ มาให้ไม่ได้ อย่าโกรธหนูเลยนะ…” นางหัวเราะนิด ๆ แล้วเทชาใส่ถ้วยชาใบเล็ก วางไว้หน้าป้ายวิญญาณ พร้อมแอปเปิ้ลสามลูกที่ห่อมาจากซูเปอร์ราคาประหยัดวางไว้ พลันหันไปมองยันต์คุ้มภัยอันเล็กที่วางอยู่ข้าง ๆ ป้ายวิญญาณ มือเล็กหยิบขึ้นมาสวมใส่คอของตนเอง ในใจพลันนึกถึงตอนที่ย่ายังมีชีวิตอยู่ ย่ามักจะเอ่ยกับเธอว่าให้ใส่ยันต์คุ้มภัยนี้ติดตัวตลอด เพราะเมื่อถึงเวลามันจะนำโชคดีมาให้ “สวมแล้ว ๆ อย่ามองหนูแบบนั้นสิ เพิ่งถอดไว้เมื่อวานเอง” หญิงสาวยกถ้วยชาขึ้นจิบเองหนึ่งคำ ก่อนทอดสายตามองไปยังหน้าป้ายวิญญาณเธอนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ “น่ายไน่ เมื่อไหร่มันจะนำโชคดีมาล่ะ …” ทันใดนั้น กึก! เสียงหนังสือหล่นลงจากกองบนโต๊ะหนังสือ ไป๋หยาเอียงคอ หรี่ตาอย่างงุนงง ก่อนจะเดินไปหยิบมันขึ้นมา “เล่ห์ร้ายมัดใจแม่ทัพเว่ยหยาง…” ริมฝีปากของเธอยิ้มบาง ๆ “อ๋า เล่มนี้อ่านไปนานมากแล้ว สนุกอยู่นะ…นางเอกเจ้าเล่ห์มากจัดการนางร้ายได้แสบมาก…” เธอเดินกลับมาทิ้งตัวนอนบนเตียง แล้วกางหนังสือออก กะว่าจะอ่านอีกสักรอบ แต่ไม่ทันได้ครึ่งบทแรก…เปลือกตาหนักอึ้งลงด้วยความเหนื่อยล้าจากชีวิตประจำวัน หนังสือหล่นลงแนบอก แสงไฟส่องลงบนใบหน้านวลที่หลับสนิทไปบนเตียงนุ่ม…. ไป๋ซูเหยายกมือขึ้นลูบหน้าเบา ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความคลุมเครือ “น่ายไน่…หรือนี่จะเป็นโชคดีที่ท่านเคยบอก…” นางพึมพำเบา ๆ น้ำเสียงนุ่มนวล แต่แล้วกลับทำหน้าฉงนเล็กน้อยก่อนขมวดคิ้ว “แต่ทำไม…ทำไมท่านไม่ให้ข้าเป็นนางเอกล่ะ?” ริมฝีปากเม้มแน่นนิดหนึ่ง แล้วถอนหายใจเฮือกยาวพลางพลิกตัวบนฟูกนุ่ม “เป็นนางร้ายตัวประกอบแบบนี้รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไรเลย…” เสียงงึมงำดังในหมอน “แต่ก็ช่างเถอะ…อย่างน้อยข้าก็ร่ำรวย…” เมื่อคิดได้เช่นนั้นนางก็หัวเราะเบา ๆ อย่างมีความสุขพร้อมกับซุกตัวใต้ผ้าห่มอย่างสบายใจ….ตอนพิเศษ2สองปีต่อมา ณ ห้องหนังสือ จวนจิ้นอ๋องแสงแดดยามสายส่องลอดผ่านหน้าต่าง กระดาษโปร่งลงบนโต๊ะไม้ กลิ่นหมึกลอยคลุ้งในอากาศบนตั่งไม้ใกล้หน้าต่าง ไป๋ซูเหยานั่งถือตำราอยู่ข้างบุตรชายวัยสองขวบกว่า เด็กน้อยในอาภรณ์แพรสีเขียวอ่อนนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะนุ่ม ตากลมใสกวาดมองตัวอักษรบนตำรา เส้นผมอ่อนยุ่งเล็กน้อยตามประสาเด็ก มืออ้วนกลมยกขึ้นลูบคิ้วตัวเอง“ท่านแม่ ข้าอยากออกไปเที่ยวข้างนอก ท่านพาข้าไปได้หรือไม่… ”เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นพร้อมดวงตากลมใสที่มองนางอย่างอ้อนวอน มืออ้วนกลมยื่นมาดึงแขนเสื้อนางเบา ๆ ไป๋ซูเหยามองดวงหน้ากลมเล็กที่แดงระเรื่อราวลูกพีชนก่อนจะหัวเราะแผ่ว ยิ้มบาง ดวงตาฉายแววซุกซน“แต่พ่อเจ้าสั่งให้เจ้าท่องตำราอยู่นี่นะ… ”เด็กน้อยเบะปากเล็กน้อย ตากลมใสยังมองไม่กระพริบ“แต่ไม่เป็นไร… ”ไป๋ซูเหยาก้มลงมากระซิบพร้อมยิ้มขำ“แม่จะพาเจ้าหนีเอง เด็กน้อยเพียงสองขวบกว่าจะต้องท่องตำรามากมายเช่นนี้ น่าเบื่อออก… ”เด็กน้อยพยักหน้างึก ๆ พร้อมรอยยิ้ม“ไปกัน!”“อื้ม!”มือเล็กยื่นออกมาอย่างเร่งรีบ ไป๋ซูเหยาจับมือกลมเล็กนั้นไว้ ก่อนจะย่องลงจากตั่งไม้เบา ๆ ชายกระโปรงผ้าโปร่งสีอ่อนสะบัดไหวไปตามจั
ตอนพิเศษจวนแม่ทัพเว่ยหยางกลิ่นสุราอบอวลในห้องนอนที่หน้าต่างถูกเปิดแง้มรับลมยามเช้า แสงแดดอ่อนลอดผ่านระแนงไม้ ส่องลงบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยไหสุราที่ถูกทิ้งระเกะระกะร่างสูงในชุดชั้นในสีดำหม่นนอนฟุบอยู่บนโต๊ะ ผมยาวสีดำกระจายคลอแก้มซีด เส้นผมเปียกชื้นเพราะเหงื่อและสุราที่กระเด็นเลอะเสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมเสียงเรียกขององค์รักษ์คนสนิท“ท่านแม่ทัพ! ท่านแม่ทัพ!”เปลือกตาหนักอึ้งของเว่ยหยางกระตุก ดวงตาแดงก่ำจากฤทธิ์สุราเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า คิ้วเข้มขมวดแน่น เขาใช้มือยันโต๊ะ ลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะก้าวอย่างไร้เรี่ยวแรงไปเปิดประตูออกช้า ๆ ดวงตาคมหรี่ลง มององค์รักษ์คนสนิทของตนที่ยืนรออยู่หน้าห้อง ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มแหบด้วยฤทธิ์สุรา“อะไร…”องค์รักษ์ก้มศีรษะต่ำ เอ่ยขึ้น“ฝูกงกงจากวังหลวงมาส่งเทียบเชิญให้ท่าน… ตอนนี้รออยู่ที่ห้องโถงใหญ่ขอรับ”“อืม… ”เสียงตอบรับเบาราวสายลม เว่ยหยางหมุนตัวกลับเข้าไป หยิบเสื้อคลุมสีดำสนิทที่พาดบนเตียงมาสวมทับ ก่อนจะก้าวออกจากห้องตรงไปยังห้องโถงใหญ่ณ ห้องโถงใหญ่ประดับด้วยม่านสีเข้มและแจกันที่มีดอกโบตั๋นประดับอยู่ ฝูกงกงยืนรออยู่ด้านหน้า พอเห็นร่างสูงของแม
ตอนที่30จบสายลมยามรุ่งสางพัดแผ่วลอดหน้าต่างรถม้ากระทบใบหน้าคมเข้มของจิ้นอ๋อง เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น กวาดสายตามองรอบกายอย่างงุนงงบัดนี้ เขามิได้อยู่ในห้องลับอับชื้นอีกต่อไป แต่กลับพบว่าตนอยู่ภายในรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวไปบนถนนเมื่อสายตาหันไปด้านข้าง เขาเห็นร่างบอบบางที่ซิบพิงอยู่ใกล้กัน ดวงหน้าที่คุ้นเคย แม้ซีดเผือด แต่ยังคงความงดงามราวภาพวาดมือใหญ่สั่นเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมไปคว้าร่างบางของไป๋ซูเหยาเข้ามากอดแน่น ดวงตาคมเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาที่รั้งไว้ไม่อยู่ไป๋ซูเหยารู้สึกถึงแรงกอดอันแน่นหนา ความเจ็บเล็ก ๆ ทำให้นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้นสบตากับเขาอย่างอ่อนแรง“ท่านอ๋อง… เพคะ”เสียงแผ่วเบาของนาง ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง จิ้นอ๋องก้มลงมองนางในอ้อมแขน สายตาเต็มไปด้วยความดีใจและห่วงใย“เจ้า… เจ็บตรงไหนหรือไม่”นางส่ายศีรษะเบา ๆ ริมฝีปากเผยรอยยิ้มบาง จิ้นอ๋องกระซับอ้อมแขนแน่นขึ้น ซบใบหน้าลงบนเรือนผมของนาง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของนางทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นเสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นช้า ๆ แผ่วเบาราวสายลม“ข้าคิดว่าต้องเสียเจ้าไปเสียแล้ว… ดี… ดีจริง ๆ ”น้ำเสียงนั้นทั้งสั่นทั้งอ่อนโยน ค
ตอนที่29เลือกณ แคว้นฉงฉิ่งห้องลับสายลมเย็นจากหน้าต่างเล็ก ๆ พัดต้องร่างบางที่นอนอยู่บนพื้นห้องเย็นเฉียบ ความหนาวปลุกให้ไป๋ซูเหยาค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นนางกวาดสายตามองรอบตัว เห็นแท่งเหล็กสีดำเรียงราย เมื่อลองขยับตัวก็พบว่าถูกมัดมือมัดเท้าไว้แน่น อยู่ในกรงเหล็กที่มีกุญแจล็อกไว้อย่างแน่นหนา“กรงเหล็ก… ?”นางพึมพำเสียงแผ่ว ก่อนจะพยายามขยับเชือกแต่ไม่สำเร็จ ได้แต่ถอนหายใจ ในขณะที่นางกำลังพยายามตั้งสติ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้น ในความเงียบของห้องไป๋ซูเหยากันไปตามเสียง ประตูไม้ถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ ชายสูงวัยผู้หนึ่งก้าวเข้ามา ในอาภรณ์สีเข้มปักลายมังกรเงิน ผมยาวสีดำแซมขาว ใบหน้าแม้มีรอยวัย แต่ยังคงแฝงด้วยอำนาจด้านหลังมีขันทีร่างอ้วนเดินตามมา และองค์รักษ์ในชุดดำอีกสองคนก้าวตามอย่างเงียบงันไป๋ซูเหยาเงยหน้ามองชายสูงวัยผู้นั้น พลันครุ่นคิดในใจ เขาดูทรงคล้ายฮ่องเต้ แต่องค์ทรงเครื่องต่างออกไปนิดหน่อย หรือว่าข้าจะถูกจับมาที่แคว้นฉงฉิ่งเสียแล้วนางสูดลมหายใจลึก เอ่ยถามด้วยเสียงหนักแน่น“พวกเจ้าจับข้ามาที่นี่ทำไม?”ชายสูงวัยไม่ได้ตอบทันที เขาเหลือบสายตามองนางอย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยถามขันทีข้างก
ตอนที่28 เงาจวนแม่ทัพเว่ยหยางแสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดลอดใบไม้ พาดเงาลายลงบนพื้นศาลาแม่ทัพเว่ยหยางนั่งดื่มสุราลำพัง เงียบสงบจนได้ยินเสียงลมพัดใบไม้ปลิวสายตาคมทอดมองไปยังสวนดอกไม้ ที่ไป๋ซูเหยาชอบมาเดินเล่นอยู่บ่อย ๆ รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าที่เคร่งขรึม เมื่อเขาเห็นเงาของนางสะท้อนกับแสงแดด ร่างนั้นหันมายิ้มหวานให้เขาแต่รอยยิ้มนั้นกลับอยู่เพียงแค่ครู่เดียว ก่อนภาพนั้นจะเลือนหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่า“ท่านแม่ทัพ… ”เสียงสะอื้นดังขึ้น หลันอวี้คุกเข่าอยู่เบื้องล่างศาลา น้ำตานางไหลอาบแก้ม แววตาสั่นไหวเต็มไปด้วยความอ้อนวอนแม่ทัพเว้ยหยางเหลือบมองนาง แววตานิ่งสงบก่อนจะถอนหายใจยาว เขาลุกขึ้นจะก้าวเดินจากไป โดยไม่คิดจะหยุดแต่ทันทีที่เขาก้าวผ่านร่างเล็กนั้น สองมือของหลันอวี้ก็ยื่นมาคว้าชายแขนเสื้อของเขาไว้แน่น“ท่านแม่ทัพ…ข้าผิดไปแล้ว..ได้โปรด…”นางเงยหน้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาหยดลงบนแขนที่กำเสื้อเขาไว้แม่ทัพเว่ยหยางชะงัก หันกลับมามองนาง ในดวงตาคมเข้มปรากฏแววตาโกรธวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าเขาสะบัดแขนเสื้อออกจากมือเล็กนั้นอย่างไม่ใยดี ก้าวจากไปอย่างไม่ใยดี ชายแข
ตอนที่27หลับตาจิ้นอ๋องก้าวออกจากหอชิงเหออ้อมแขนกว้างของเขายังคงอุ้มไป๋ซูเหยาไว้แนบอก เสื้อคลุมสีดำของเขาปลิวเบา ๆ ตามสายลม แสงโคมไฟแขวนเรียงราย ส่องแสงอุ่นสว่างตามทางเดินไป๋ซูเหยาขยับตัวเล็กน้อย มือขาวสะกิดแขนเสื้อเขาอย่างเก้อเขิน เอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“… ปล่อยได้แล้วเพคะ”จิ้นอ๋องก้มมองนาง สายตาคมนั้นอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากเขายกยิ้มบาง“เจ้าเสียใจแล้วหรือ… ที่หย่ากับเขา”ไป๋ซูเหยาชะงัก คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย นางกัดริมฝีปากเบา ๆ ก่อนตอบเสียงเบา “หม่อมฉันไม่ได้หมายความเช่นนั้นเพคะ”ได้ยินเช่นนั้นจิ้นอ๋องก็หัวเราะเบา ๆ ในลำคอดวงตาทอดมองนางด้วยความเอ็นดู“ถ้าเช่นนั้น… ก็อยู่นิ่ง ๆ ”เพียงคำพูดนั้น แก้มของไป๋ซูเหยาก็แดงระเรื่อขึ้นทันตา นางพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะก้มหน้าซบอกเขาอย่างเขินอายจิ้นอ๋องกระชับอ้อมแขนก้าวเดินโดยไม่สนใจสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างมากมายไป๋ซูเหยากำชายเสื้อเขาแน่น หลบสายตาผู้คน แต่กลับแอบยิ้มบางด้วยความสุข ที่ไม่อาจซ่อนไว้ได้อีก พลันคิดในใจ นี่นางจะตกหลุมรักตัวร้ายในนิยายแล้วหรือ แต่ถึงแม้เขาจะโหดไปหน่อยแต่ก็จริงใจกับนาง เวลาอยู่ใกล้เขากลับรู้สึก
ตอนที่8หนีจวนแม่ทัพเว่ยสายลมค่ำพัดเอื่อย แสงจันทร์นวลสาดส่องลงมากระทบร่างบางที่กำลังก้าวเดินเข้ามาในจวนไป๋ซูเหยาก้าวฉับเข้ามาภายในเรือนของตนเองอย่างเร่งรีบ ลี่อิงที่นั่งรออยู่ในห้องรีบลุกขึ้นเมื่อเห็นเจ้านายสาวของตนกลับมา นางรีบก้าวไปหาพร้อมเอ่ยเสียงแผ่วเบา“คุณหนู…ท่านไปที่ใดมาหรือเจ้าคะ”ไป๋ซู
ตอนที่7ผู้รู้ความลับต้องตาย“ฆ่านางเสีย…”วาจานั้นเปล่งออกโดยไร้แววลังเล แต่ทันใดนั้น…สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นทันที“อ๊าก!”เสียงร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดพลันดังสนั่นทั่วผืนป่า ร่างสูงโปร่งทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นดิน มือทั้งสองกุมขมับแน่นด้วยความเจ็บปวด“ท่านอ๋อง!!!”องค์รักษ์ร้องออกมาเสียงหลง สา
ตอนที่6ขอหย่าณ ท้องพระโรงกลิ่นหอมของสุราชั้นดีลอยละคลุ้งทั่วท้องพระโรง ท่ามกลางบรรยากาศรื่นเริงแห่งงานเลี้ยงเฉลิมฉลองชัยชนะ เหล่าบรรดาขุนนางน้อยใหญ่แต่งกายเต็มยศ ต่างมากล่าวแสดงความยินดีกับแม่ทัพหนุ่มเว่ยหยางที่ได้รับชัยชนะกลับมาฮ่องเต้ประทับอยู่บนบัลลังก์ด้วยสีพระพักตร์ยิ้มแย้ม ยกจอกสุราขึ้นจิบ
ตอนที่5ท่านแม่ทัพกลับมาแล้วณ สวนดอกไม้ในจวนแม่ทัพกลีบดอกเหมยปลิวตามสายลมราวหิมะโปรยในฤดูหนาว ไป๋ซูเหยาสวมชุดผ้าไหมสีอ่อนนั่งอยู่ใต้ศาลากลางสวน มือเรียวถือถ้วยชาอุ่น พลางชมดอกไม้ด้วยแววตาเปี่ยมสุข ลมอ่อนพัดกลิ่นหอมเย็นของดอกไม้เคล้าสมุนไพรในน้ำชา“คุณหนู! คุณหนู!”เสียงเร่งเร้าดังขึ้นจากทางเดินหิน







