Share

บทที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2026-07-10 01:19:54

3

          ของที่กินไม่ได้ ยังไงมันก็กินไม่ได้อยู่ดี

          หลังจากซินเทียได้ลิ้มลองรสชาติขนมเทียม มันทำให้เธอคิดในหัวเอาไว้ ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตาม เธอจะไม่กินขนมรสชาติแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สอง

          หญิงวัยกลางคนที่ออกไปข้างนอกบ้านล้างถ้วยล้างจานเสร็จเรียบร้อย เธอก็กลับเข้ามาในบ้านแล้วไปนั่งเก้าอี้ที่โต๊ะกินข้าวทันที แล้วเธอก็เอาอะไรบางอย่างออกมาวางบนโต๊ะ มันเป็นหนังสือเก่าภาษาจีนโบราณ ซินเทียที่รู้ภาษาจีนอยู่แล้วก็รู้ได้ทันทีว่ามันเป็นหนังสือเกี่ยวกับการทำขนม

          แต่แล้วหนังสือก็ถูกปิดทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่หญิงวัยกลางคนหันหน้ามองมาที่ซินเทีย

          “ว่าแต่เจ้าน่ะมาจากที่ไหน ทำไมถึงได้มาอยู่บ้านของข้าได้”

          ก่อนหน้านี้คุณเธอก็ไม่ไถ่ถามอะไรเลย สงสัยคงจะเพิ่งคิดได้

          “หนูเองก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้สึกตัวอีกที หนูก็มาอยู่ที่นี่แล้ว”

          “งั้นเหรอ เจ้าถึงได้พังห้องเก็บของเพื่อที่เจ้าจะได้ออกมา”

          “ใช่แล้วค่ะ”

          “เป็นเรื่องที่แปลกดีนะ ตัวเจ้าก็แปลกด้วย

ดูสิ เป็นสาวเป็นแส้แต่การต่างกายของเจ้ามันแปลกพิลึกคน”

          มันอาจจะจริงอย่างที่หญิงวัยกลางคนพูด

          การแต่งกายของซินเทีย เป็นการแต่งกายสำหรับเปิดร้านขายขนมโดยเฉพาะ เป็นชุดของช่างทำขนมหวานที่มีฝีมือขั้นสูง ดูเหมือนเธอจะไม่รู้จัก

          “ข้าชื่อ ลู่เสียน เจ้าน่ะชื่ออะไร”

          “ซินเทียค่ะ”

          “ซินเทียสินะ ดูเหมือนว่าข้าจะแก่กว่าเจ้า เจ้าเรียกข้าว่า น้าลู่เสียน หรือเจ้าจะเรียกข้าว่าน้าก็ได้ แล้วแต่เจ้า”

          จานขนมเทียนที่วางอยู่บนโต๊ะมันได้หายไป

1 ชิ้น ทำให้ลู่เสียนรู้ว่าซินเทียคงจะกินมันเข้าไป

          “ซินเทีย ตอนที่น้าออกไปล้างจานข้างนอกบ้าน ซินเทียกินขนมเทียนของน้าแล้วใช่ไหม รสชาติเป็นยังไงบ้าง”

          “รสชาติเหรอคะ”

          ซินเทียรู้อยู่แล้วว่ารสชาติเป็นยังไง แต่เธอไม่รู้จะตอบน้าลู่เสียนยังไงดี เพราะมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ซินเทียกลัวว่าหากตอบไปตรง ๆ เธอกลัวว่าน้าลู่เสียนคงจะเสียใจ

          “น้าไม่คิดมากหรอก ซินเทียตอบตามความจริงเถอะ”

          เมื่อได้ฟังน้าลู่เสียนพูดอย่างนั้น ทำให้ซินเทียถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะตอบให้น้าลู่เสียนได้ฟัง

          “รสชาติมันไม่อร่อยเลยค่ะ”

          “ว่าแล้วเชียว น้าน่ะ ทำขนมเทียนไม่มีไส้มาหลายครั้ง แต่ไม่ว่ายังไงมันก็ไม่อร่อย ถึงจะไม่มีไส้แต่ก็อยากทำให้มันอร่อยนะ มันเป็นความฝันของน้า”

          “ความฝันของน้าก็คือการทำขนมเหรอคะ”

          “ใช่แล้วซินเทีย ถ้าน้าทำขนมเทียนให้อร่อยและทำขนมหวานชนิดอื่นให้อร่อยได้นะ น้าก็จะทำขนมขาย จะได้มีรายได้ น้าจะได้ไม่ต้องตัดไม้ขายฟืน แล้วตอนนี้ ร่างกายของน้าก็เริ่มที่จะตัดไม้ขายฟืนไม่ไหวแล้ว น้าอยากทำขนมหวานขายน่ะ เป็นสิ่งสุดท้ายที่น้าพอจะทำได้”

          หลังจากได้ฟังน้าลู่เสียนพูดออกมา มันก็ทำให้ซินเทียอยากช่วยสนับสนุนน้าลู่เสียนขึ้นมาทันที เพราะซินเทียก็เป็นช่างทำขนม จะปล่อยให้น้าลู่เสียนลำบากไม่ได้

          “น้าลู่เสียน เดี๋ยวหนูช่วยด้วยนะคะ”

          .

          .

          .

          นี่ไม่ใช่สัมผัสที่ทำให้รู้สึกดี มันเป็นสัมผัสที่ทำให้รู้สึกอยากล้างหน้าเดี๋ยวนี้เลย ถึงอยากล้างหน้าสักแค่ไหนก็ไม่สามารถที่จะล้างหน้าตอนนี้ได้

          ความร้อนของหม้อนึ่งทำให้ใบหน้าสวยของซินเทียร้อนเหมือนจะเป็นไข้หวัด ควันที่ลอยออกจากช่องว่างของหม้อนึ่งนั้นลอยขึ้นไปสัมผัสใบหน้าของเธอพร้อมกับกลิ่นหอมของขนมที่กำลังนึ่งอยู่ตอนนี้

          หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ซินเทียก็ได้อาศัยอยู่กับลู่เสียน 1 สัปดาห์ เธอปรับตัวอยู่กับลู่เสียนได้สบาย ไม่มีปัญหาอะไร จะมีก็แต่เรื่องค่าใช้จ่ายภายในบ้าน

          การที่จะได้เงินมาจะต้องตัดไม้เพื่อให้ได้ฟืน จากนั้นก็นำฟืนไปขายตลาดพอที่จะได้เงินมาบ้าง เงินที่ได้ก็เอาไปซื้อกับข้าวมาทำกิน ซึ่งมันก็ไม่ค่อยพอสักเท่าไหร่

          ซินเทียที่ไปตลาดกับลู่เสียนเป็นครั้งแรก ทำให้เธอเข้าใจแล้วว่าโลกที่เธออยู่ตอนนี้ไม่ใช่โลกที่เธอเคยอาศัยอยู่ โลกแห่งนี้มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นโลกต่างมิติ ถึงจะปรับตัวอยู่กับลู่เสียนได้ แต่ด้วยความคิดถึงร้านขายขนมที่เธอสร้างขึ้นมากับมือมันก็อยากกลับไปอยู่โลกที่เธอจากมา แล้วทีนี้จะกลับไปยังไง คำตอบนั้นไม่มีใครรู้

          (ถึงเราอยากจะกลับไป แต่มันก็คงกลับไปไม่ได้อยู่ดี ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะกลับไปยังไง กลับไปด้วยวิธีไหน เอาเถอะ อยู่ที่นี่ก็ไม่มีอะไรต้องห่วงที่นั่น

เดิมที่แล้วเราเป็นเด็กกำพร้า ไม่รู้จักหน้าตาพ่อแม่ ญาติพี่น้องก็ไม่มี มีเพื่อนก็เหมือนไม่มี เพื่อนไม่คบ อยู่ที่นี่มันคงจะดีกว่า)

          พอคิดได้อย่างนั้น ซินเทียก็หันไปตั้งใจดูหม้อนึ่งขนม

          ดูเหมือนว่าขนมในหม้อนึ่งจะได้ที่แล้ว ซินเทียจึงเปิดฝาหม้อนึ่งออกเพื่อตรวจดูว่าขนมนึ่งสุกแล้วหรือยัง

          “สุกกำลังดี”

          เห็นเป็นเช่นนั้น ซินเทียจึงยกหม้อนึ่งออกจากเตาไฟโบราณ นำหม้อนึ่งมาวางที่พื้นที่มีผ้ารอง

แล้วเปิดฝาหม้อนึ่งก่อนจะนำขนมที่นึ่งออกมาแล้ววางขนมลงบนจานอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยดูสวยงาม

          ขนมที่นึ่งยังคงเป็นขนมเทียน แต่เป็นขนมเทียนที่ซินเทียทำตั้งแต่ต้นจนจบ ลู่เสียนที่เห็นการกระทำของซินเทียก็ตกใจอยู่ไม่น้อย ไม่คิดว่าซินเทียจะทำขนมเป็นเหมือนกัน

          จานขนมเทียนถูกเสิร์ฟ ลู่เสียนที่นั่งดูและนั่งรอชิมก็ได้สูดกลิ่นของขนมเทียน กลิ่นหอมมากกว่าที่ลู่เสียนเป็นคนทำเอง ลู่เสียนพยายามใช้ความคิดและสงสัย กลิ่นของขนมเทียนทำไมมันหอมอย่างนี้ ทั้งที่วัตถุดิบที่ซื้อมาจากตลาดก็เหมือนกับที่ตัวเธอนั้นทำอยู่บ่อยครั้ง

          ซินเทียแกะเอาใบตองออกเรียบร้อย ที่เหลือก็ให้ลู่เสียนเป็นคนชิม

          “ไม่ใช่แค่กลิ่นหอม แต่สีดูน่ากินอีกด้วย

น้าลองชิมดูก่อนนะ”

          “ได้ค่ะ”

          …

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 23 จบ

    23 ช่วงเวลาของทั้งสองถูกหยุดลง เมื่อริมฝีปากบรรจบกัน ริมฝีปากอันบอบบางของทั้งสอง เมื่อได้สัมผัสกันครั้งแรกมันทำให้รู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมา แม้จะรู้ว่าความรู้สึกมันเป็นแบบนี้แต่ก็ไม่สามารถถอยห่างออกจากกันได้ แล้วด้วยมือทั้งสองที่ดูหนาของเฟยหงจับหัวไหล่อันเล็กของซินเทีย ทำให้มันดูอบอุ่นร่างกายขึ้นอีกด้วย หลังจากนั้นมือทั้งสองของซินเทียก็เข้าไปกอดร่างอันใหญ่โตดูแข็งแรงของเฟยหงด้วยความรู้สึกของนางที่มีต่อเฟยหง ไม่ว่าตอนนี้จะเป็นอย่างไร ซินเทียรู้สึกว่าตัวเองนั้นมีความสุขที่สุดจนอยากให้เวลามันหยุดอยู่ตรงนี้ตลอดไป ไม่นาน ริมฝีปากก็แยกออกจากกัน แววตาของทั้งสองค่อย ๆ ลืมตาจ้องมองกัน จมูกยังคงสัมผัสกันไม่ห่างไปไหน “เฟยหง จมูกชนกันมันทำให้จั๊กจี้นะ” “ข้าเองก็ด้วย” พูดจบ ซินเทียก็พุ่งเข้าไปกอดเฟยหงจนตัวติดกัน ในหน้าที่แนบระหว่างกลางอก ทำให้รู้สึกอบอุ่นและสบายตัว “ซินเทีย ข้าน่ะรักเจ้ามากนะ” “ข้ารู้แล้ว เฟยหงเคยบอกข้าตอนอยู่บ้าน” “ตอนนั้นพวกท่านพ่อและท่านแม่อยู่ด้วย แต่ข้าอยากบอกเจ้าให้ได้ยินแค่คนเดียว”

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 22

    22 ผู้เข้าชมที่ยังอยู่ภายในสนามการแข่งขันเริ่มทยอยกันออกมาตามลำดับอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่นาน ผู้เข้าชมก็ออกจากสนามแข่งขันกันหมดทุกคน จะเหลือก็มีแต่ผู้ควบคุมคนอื่น เฟยหงและซินเทีย “ข้าไม่ใช่ผู้ชนะหรอก ผลการตัดสินมันควรจะเป็นอีกฝ่ายที่ชนะ พอข้าได้ลองชิมขนมของแม่นางไป๋ข้าถึงได้รู้ว่าข้าเป็นฝ่ายแพ้ ข้าไม่ได้ดีใจหรือเสียใจหรอกนะที่ได้ชัยชนะแบบนี้ ในเมื่อแม่นางไป๋ยอมรับในตัวของข้า ข้าจะสานต่อเจตนารมณ์ที่นางได้ให้ข้าไว้อย่างแน่นอน” “ดีแล้วแหละซินเทีย การทำขนมหวานไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนมันก็จะต้องทำตลอดไปตราบใดที่ยังมีช่างทำขนมหวานอยู่ มันเป็นการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อไม่ให้มันหายไป สิ่งที่เจ้าต้องทำต่อจากนี้คือการทำขนมและส่งต่อรุ่นหลานในอนาคต” “เฟยหงพูดอาจจะจริง แต่ข้าไม่รู้จะทำได้หรือเปล่า” “ทำได้สิ เพราะเจ้ามีประสบการณ์นะ” ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ส่วนผู้ควบคุมการแข่งขันคนอื่นกำลังชิมขนมที่ซินเทียและแม่นางไป๋เป็นคนทำอย่างสนุกสนาน ไม่ใช่แค่นั้นนะ ตาแก่ขี้โมโหพูดอะไรก็ไม่รู้เรื่องเหมือนเคยหลังจากได้กินขนม

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 21

    21 ซินเทียได้สิทธิ์ชิมฮันนี่โทสต์ของแม่นางไป๋เป็นคนแรก ภายในใจของนางยังกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ ไม่ใช่เพราะเกรงกลัวแม่นางไป๋หรอกนะ หากว่านางชิมฮันนี่โทสต์มันอร่อยกว่าขนมเค้กน้ำผึ้งของนางแล้วล่ะก็ ต้องเป็นผ่านพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ส่วนทางเดินแม่นางไป๋ก็เช่นเดียวกัน ถึงจะไม่ค่อยชอบซินเทียสักเท่าไหร่แต่พอได้ดูขนมเค้กน้ำผึ้งของซินเทียแล้วก็เกิดความลังเลใจเหมือนกัน ซินเทียชิมขนมฮันนี่โทสต์ของแม่นางไป๋หนึ่งคำ (ไม่อยากจะยอมรับหรอก มันอร่อยมาก อร่อยกว่าขนมเค้กน้ำผึ้งของเราอีก) หลังจากชิมขนมฮันนี่โทสต์ ซินเทียยืนนิ่งเหมือนอย่างเคย นางไม่พูดอะไรออกมาสักนิดเดียว ตามด้วยแม่นางไป๋ชิมขนมเค้กน้ำผึ้งหนึ่งคำ ความรู้สึกของนางนั้นเหมือนกลายเป็นผึ้งที่กำลังเก็บเกสรดอกไม้ ไม่ว่าจะโบยบินไปทิศทางไหนก็ได้กลิ่นหอมของดอกไม้และน้ำผึ้งภายในรังผึ้ง มันให้ความรู้สึกสดชื่นและสบายตัว นี่เป็นความรู้สึกของแม่นางไป๋ตอนนี้ “เอาล่ะ พวกเจ้าทั้งสองคน เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าทำไมข้าถึงให้พวกเจ้าเสมอกัน” เฟยหงพูดในมุมเหตุผลของเขา

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 20

    20 ขนมหวานของทางด้านแม่นางไป๋ ดูเหมือนว่าจะเสร็จเป็นที่เรียบร้อยพร้อมเสิร์ฟให้ผู้ตัดสินได้ชิม ส่วนทางด้านซินเทียยังอบขนมของตัวเองยังไม่เสร็จ ไม่ใช่แค่นั้น หลังจากอบขนมเสร็จจะต้องเอามาตกแต่งให้ดูน่ากินอีก จะเสียเวลาก็ตรงตกแต่งนั่นแหละ แม่นางไป๋นำขนมหวานของตัวเองยกขึ้นไปที่โต๊ะบนกลางเวทีโดยมีเฟยหงเป็นผู้ตัดสินรสชาติ “แม่นางไป๋ สิ่งนี้เรียกว่าอะไร?” “ฮันนี่โทสต์ค่ะ ท่านเฟยหง” พอได้ยินชื่อเรียกขนมหวานที่แม่นางไป๋ทำ ซินเทียก็นึกขึ้นมาได้ทันที (ว่าแล้วเชียว ฮันนี่โทสต์จริงด้วย ไม่อยากเชื่อว่าแม่นางไป๋จะทำฮันนี่โทสต์ออกมาได้ แล้วแม่นางไป๋ก็รู้จักชื่อด้วย ประสบการณ์ท่องโลกกว้าง เพื่อฝึกฝนการทำขนมหวานของแม่นางไป๋ไม่ธรรมดาเลย) เฟยหงตักไอศกรีมและขนมปังในปริมาณเท่ากันก่อนจะชิมฮันนี่โทสต์ว่ารสชาติเป็นอย่างไร สีหน้าของเฟยหงเมื่อได้ชิมขนมของแม่นางไป๋นั้นนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่รสชาติฮันนี่โทสต์ของแม่นางไป๋เป็นรสชาติใหม่ที่เฟยหงไม่ได้ลิ้มลองมาก่อน “อร่อยมาก เป็นรสชาติที่ล้ำลึกที่ข้

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 19

    19 น้ำชาถูกรินโดยคนรับใช้ รินให้กับเจ้าของบ้านและแขกรับเชิญอย่างซินเทีย ตั้งแต่เริ่มวงสนทนา ซินเทียเอาแต่จิบน้ำชาไปหลายแก้วเพื่อให้ตัวเองได้มีสมาธิและเพื่อให้ตัวเองหลุดจากการที่ตัวเองทำตัวไม่ถูกเมื่ออยู่กับผู้หลับผู้ใหญ่ซึ่งแตกต่างจากเฟยหงที่เป็นลูกของพวกท่านทั้งสอง “ขนมหวานของเจ้ามันช่างอร่อยหาที่เปรียบไม่ได้เลย ใช่ไหมแม่” “ใช่แล้วจ้าพ่อ” “ขอบคุณมากค่ะ” “ซินเทีย เจ้าน่ะเรียกข้าว่าท่านพ่อก็ได้ ข้าไม่ถือหรอก” “เจ้าก็เรียกข้าว่าท่านแม่ด้วยสิ” “เออ คือว่าข้า” “เดี๋ยวก่อนสิท่านพ่อ ท่านแม่ ซินเทียลำบากใจนะ” ลูกชายอย่างเฟยหงถึงกับต้องพูดขนาดนี้เลย ซินเทียไม่ได้ลำบากใจอะไรหรอกนะ นางแค่รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกแค่นั้นเอง หากจะให้เรียกจริงก็เรียกได้ (ท่านพ่อ ท่านแม่ อะไรกันเนี่ย จะบ้าเหรอ เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อยนะ อีตาบ้าเฟยหง) ดูเหมือนว่าซินเทียจะเข้าโหมดเพ้อฝันไปเสียแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร เพราะพวกทั้งยังคงสนทนากันอยู่ ก็เลยไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 18

    18 เมื่อเข้ามาห้องครัวในบ้านของเฟยหง สิ่งแรกที่ต้องทำก็เหมือนอย่างเคย การเตรียมวัตถุดิบจำเป็นต้องทำความสะอาดเป็นอันดับแรก ซึ่งหน้าที่ตรงนี้มีคนรับใช้ทำให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ซินเทียต้องทำคือการทำขนมหวานให้อร่อยถูกปากพวกท่านก็พอ (เฟยหงไม่ได้บอกด้วยว่าจะต้องทำกี่อย่าง เอาเป็นว่าทำตามความเหมาะสมก็แล้วกัน) ซินเทียเริ่มทำขนมหวานตามความคิดของตัวเอง ความสามารถในการทำขนมหวานของนางนั้นสูงขึ้นกว่าที่ผ่านมา คงเป็นเพราะการได้เข้าแข่งขันจึงทำให้นางมีประสบการณ์มากยิ่งขึ้น คนรับใช้หลายคนได้เห็นฝีมือของนาง พวกเขาถึงกับตกใจเมื่อได้เห็นความรวดเร็วในการทำขนมหวานพร้อมกันทีเดียวหลายอย่าง ไม่ใช่แค่นั้น ส่วนผสมที่ได้เตรียมเอาไว้นั้นก็ได้ใส่ส่วนผสมที่ได้คำนวณเอาไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่ต้องห่วงว่ารสชาติมันจะอร่อยหรือไม่ อร่อยอยู่แล้ว ขนมหวานเสร็จแล้ว 1 อย่าง อย่างที่ 2 อย่างที่ 3 อย่างที่ 4 อย่างที่ 5 เสร็จเรียบร้อยทั้งหมด เหลือเพียงนำไปเสิร์ฟให้พวกท่านได้ลองกินขนมหวานของซินเทีย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status