Share

บทที่ 2

last update publish date: 2026-07-10 01:18:57

2

          โต๊ะอาหารบ้านของใครก็ไม่รู้ มันมีลักษณะที่ดูเก่าแก่ไม่เข้ากับยุคที่มีมือถือหน้าจอสัมผัส มันควรจะเป็นของเก่าที่น่าจะไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของเก่ามากกว่า ไม่ใช่แค่นั้น แก้วน้ำ ถ้วย จาน ช้อนส้อม ของพวกนี้ก็เช่นกัน ดูยังไงมันก็ตกยุคไปนานหลายร้อยปีเห็นจะได้ แต่ก็ยังเอามาใช้ใส่กับข้าวและขนมหวาน

          “โบราณดีนะ”

          ที่แย่ไปกว่านั้น ที่นี่ไม่มีหลอดไฟให้เปิดเพื่อความสว่าง จะมีก็ตะเกียงเก่าตั้งอยู่ตามมุมห้อง อย่างกับว่าซินเทียหลงเข้ามาอยู่ในยุคโบราณ ถึงจะไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แต่สิ่งที่ทำให้ซินเทียประทับใจก็คือ เครื่องครัวที่ใช้สำหรับทำขนมหวานโดยเฉพาะ ถึงมันจะดูเก่าตามกาลเวลา แต่คนที่ใช้เครื่องครัวนี้เขาคงจะดูแลมันเป็นอย่างดี เพราะมันดูสะอาดตา ไม่สกปรก การเก็บก็จัดเรียงอย่างสวยงาม ซินเทียคิดว่าเขาคงจะเป็นแม่ค้าหรือไม่ก็พ่อค้า

          อาหารคาวและขนมบนโต๊ะยังมีความรู้สึกอุ่นเล็กน้อย เจ้าของบ้านหลังนี้คงจะทำไว้ได้ไม่นาน

          “เจ้าของบ้านไม่อยู่เหรอ”

          บนโต๊ะอาหารไม่มีร่องรอยการตักอาหารให้เห็น ขนมก็ด้วย

          !?

          ซินเทียที่ยืนดูโต๊ะอาหารอยู่นั้น เธอได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง ฟังดูแล้วต้นเสียงที่ได้ยินคงมาจากข้างนอกบ้านหลังนี้

          สภาพอิดโรยของซินเทียในตอนนี้ดูยังไงก็แทบจะเดินไม่ไหว ถึงจะเป็นอย่างนั้นเธอก็ไม่สนใจ

เธออยากรู้เพียงแค่ว่าเสียงนั้นมันเสียงอะไร เธอคิดว่าบางทีอาจเป็นเสียงของเจ้าของบ้านกำลังทำอะไรสักอย่างอยู่ก็ได้

          เธอก้าวเดินผ่านห้องภายในบ้านมาหลายห้อง เธอไม่สนใจว่ามันจะเป็นห้องอะไร

          เสียงที่ได้ยินเริ่มดังขึ้นมาเป็นจังหวะ

ซินเทียก้าวเดินไปข้างหน้าจนมาถึงทางที่น่าจะเป็นทางออก เธอเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังตัดไม้ ดูจากรูปลักษณ์ของหญิงสาวแล้วเธอดูมีอายุมากกว่า

ซินเทีย น่าจะมีอายุเลขสี่ตอนต้น ใบหน้าของเธอนั้นดูสวย มีตีนกาเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลของเธอดูมุ่งมั่นไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ผมของเธอสีดำตรงสวย เธอสวมชุดออกแนวจีนโบราณที่คนในยุคปัจจุบันไม่มีใครสวมใส่ เป็นชุดสีน้ำตาลที่ไม่มีลวดลาย เธอสวมรองเท้าที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับร้องเท้าผ้าปักกิ่งจีนโบราณ แต่ดูแล้วคิดว่าน่าจะใช่แหละ

          ดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่รู้ตัวเลยว่ามีบุคคลที่ไม่ใช่ญาติจ้องมองอยู่ ซินเทียจึงเรียกเธอด้วยเสียงที่แผ่วเบา ซินเทียพยายามที่จะออกเสียงให้เธอคนนั้นได้ยิน แต่ด้วยความเหนื่อยล้าทางกายทำให้เธอไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

          ไม่นาน ซินเทียก็ล้มลงกับพื้นหมดสติเพราะความเหนื่อยล้าทั้งอย่างนั้น

          .

          .

          .

          ซินเทียลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่เธอหมดสติเพราะความเหนื่อยล้า เธอฟื้นขึ้นมาด้วยสีหน้างงงวย เธอไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน

          สภาพที่ซินเทียเห็นคงจะเป็นห้องนอนของใครบางคน คิดว่าคงจะเป็นห้องนอนของเจ้าของบ้าน หลังจากที่เธอหมดสติ เจ้าของบ้านคงพาเธอมาที่เตียงไม้เสื่อผืนเดียว นอกจากนี้เตียงไม้เก่าก็ไม่มีอะไรที่เป็นจุดน่าสนใจ จะมีก็แต่ตะเกียงติดไฟส่องแสงสว่าง 1 อัน แขวนอยู่ภายในห้อง

          “นี่เราหมดสติอีกแล้วเหรอ”

          ซินเทียพูดกับตัวเองก่อนจะลุกจากเตียงแล้วนั่งลง เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ที่หมดสติซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ทำให้เธอมึนหัวเวียนหัวไปหมด แต่ด้วยความเป็นเธอที่ไม่ชอบให้ตัวเองนั้นอ่อนแอ เธอจึงลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้อง

          พอเปิดประตูก็พบกับหญิงวัยกลางคนที่เธอเห็นก่อนหน้านี้กำลังนั่งกินข้าวอยู่ ผู้หญิงคนนั้นได้ยินเสียงเปิดประตูจึงหันหน้ามาทันทีก่อนวางถ้วยและช้อนที่อยู่มือของเธอ

          “ฟื้นแล้วเหรอ นอนต่ออีกก็ได้นะ”

          “ไม่เป็นไรค่ะ หนูหายดีแล้ว”

          ถึงจะพูดออกไปอย่างนั้น แต่ร่างกายของซินเทียก็ยังมาไม่เต็มร้อย เธอไม่อยากรบกวนไปมากกว่านี้

          “มานั่งตรงนี้ก่อนสิ เดี๋ยวข้าตักข้าวให้เจ้า

กินข้าวแล้วจะได้มีแรง”

          ซินเทียทำตามที่เธอบอก

          สำเนียงของเธอ เท่าที่ซินเทียได้ฟังนั้นมันดูออกจะโบราณไปสักหน่อย แต่ซินเทียก็ไม่ได้พูดอะไร

          ถ้วยข้าวพร้อมช้อนถูกนำมาวางตรงหน้าซินเทีย กับข้าวที่ซินเทียได้เห็นก่อนหน้านี้ก็น่าจะเป็นกับข้าวที่ตั้งไว้ตอนนั้น จะเรียกว่ากับข้าวมันออกจะแปลกไปสักหน่อย ที่ซินเทียเห็นนั้นน่าจะเป็นซุปมากกว่า แต่เป็นซุปที่มีผักและเห็ดรวมเข้าด้วยกัน น่าจะเป็นวัตถุดิบที่เก็บมาจากในป่าหรือไม่ก็ไปซื้อมาจากตลาด แล้วบนโต๊ะก็มีขนมอยู่ในจานด้วย ขนมที่ว่านี้ก็คือขนมเทียน

          ขนมเทียน เป็นขนมที่ห่อใบตองแล้วเอาไปนึ่ง รูปทรงมันเหมือนกับพีระมิด

          “อันนี้ขนมเทียนใช่ไหมคะ”

          “ใช่ ทั้งหมดนี้ข้าทำเอง”

          ความสงสัยของซินเทียก็ได้หมดลง หลังจากนั้นไม่นานเธอก็หันมาสนใจกับข้าวตรงหน้าของเธอ

          ซุปผักรวมที่ดูจืดชืดนี้ยังไงก็ดูไม่อร่อย แต่พอตักเข้าปากคำเดียวถึงกับรู้เลยว่ามันอร่อยมาก เป็นซุปที่อร่อยไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน อาจจะด้วยความหิวโซของซินเทียก็ได้

          ไม่นาน กับข้าวบนโต๊ะก็หมด พอเห็นว่าถ้วยซุปและถ้วยข้าวของซินเทียหมด หญิงวัยกลางคนจึงเก็บถ้วยไปล้าง เหลือเพียงแก้วน้ำกับขนมเทียนวางอยู่บนโต๊ะ

          กินข้าวแล้วก็ต้องกินขนมตบท้ายด้วย พอคิดอย่างนั้น ซินเทียก็ได้จับส้อมจิ้มขนมเทียม แต่ก่อนจะกินเธอก็เอาขนมเทียนมาดมใกล้ๆ แทบจะแตะจมูก มันมีกลิ่นแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก อาจเป็นเพราะมันเย็นชืดกลิ่นมันก็เลยเปลี่ยนไป ซินเทียคิดดีเอาไว้ก่อน

          ซินเทียนำขนมเทียนเข้าปากตัวเอง เคี้ยวอยู่นานพอสมควรเพื่อให้ได้รสชาติ แต่ทว่า รสชาติของมันทำให้ซินเทียแทบอยากจะคายออกมา แต่ด้วยความที่ตัวเองเป็นลูกบ้านจำเป็นจึงทำอย่างนั้นไม่ได้ เธอจึงยอมกลืนมันลงคอด้วยสีหน้าฝืนทั้งอย่างนั้น

          (นี่มันขนมอะไรกัน รสชาติห่วยสิ้นดี แหวะจะอ้วก)

          …

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 23 จบ

    23 ช่วงเวลาของทั้งสองถูกหยุดลง เมื่อริมฝีปากบรรจบกัน ริมฝีปากอันบอบบางของทั้งสอง เมื่อได้สัมผัสกันครั้งแรกมันทำให้รู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมา แม้จะรู้ว่าความรู้สึกมันเป็นแบบนี้แต่ก็ไม่สามารถถอยห่างออกจากกันได้ แล้วด้วยมือทั้งสองที่ดูหนาของเฟยหงจับหัวไหล่อันเล็กของซินเทีย ทำให้มันดูอบอุ่นร่างกายขึ้นอีกด้วย หลังจากนั้นมือทั้งสองของซินเทียก็เข้าไปกอดร่างอันใหญ่โตดูแข็งแรงของเฟยหงด้วยความรู้สึกของนางที่มีต่อเฟยหง ไม่ว่าตอนนี้จะเป็นอย่างไร ซินเทียรู้สึกว่าตัวเองนั้นมีความสุขที่สุดจนอยากให้เวลามันหยุดอยู่ตรงนี้ตลอดไป ไม่นาน ริมฝีปากก็แยกออกจากกัน แววตาของทั้งสองค่อย ๆ ลืมตาจ้องมองกัน จมูกยังคงสัมผัสกันไม่ห่างไปไหน “เฟยหง จมูกชนกันมันทำให้จั๊กจี้นะ” “ข้าเองก็ด้วย” พูดจบ ซินเทียก็พุ่งเข้าไปกอดเฟยหงจนตัวติดกัน ในหน้าที่แนบระหว่างกลางอก ทำให้รู้สึกอบอุ่นและสบายตัว “ซินเทีย ข้าน่ะรักเจ้ามากนะ” “ข้ารู้แล้ว เฟยหงเคยบอกข้าตอนอยู่บ้าน” “ตอนนั้นพวกท่านพ่อและท่านแม่อยู่ด้วย แต่ข้าอยากบอกเจ้าให้ได้ยินแค่คนเดียว”

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 22

    22 ผู้เข้าชมที่ยังอยู่ภายในสนามการแข่งขันเริ่มทยอยกันออกมาตามลำดับอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่นาน ผู้เข้าชมก็ออกจากสนามแข่งขันกันหมดทุกคน จะเหลือก็มีแต่ผู้ควบคุมคนอื่น เฟยหงและซินเทีย “ข้าไม่ใช่ผู้ชนะหรอก ผลการตัดสินมันควรจะเป็นอีกฝ่ายที่ชนะ พอข้าได้ลองชิมขนมของแม่นางไป๋ข้าถึงได้รู้ว่าข้าเป็นฝ่ายแพ้ ข้าไม่ได้ดีใจหรือเสียใจหรอกนะที่ได้ชัยชนะแบบนี้ ในเมื่อแม่นางไป๋ยอมรับในตัวของข้า ข้าจะสานต่อเจตนารมณ์ที่นางได้ให้ข้าไว้อย่างแน่นอน” “ดีแล้วแหละซินเทีย การทำขนมหวานไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนมันก็จะต้องทำตลอดไปตราบใดที่ยังมีช่างทำขนมหวานอยู่ มันเป็นการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อไม่ให้มันหายไป สิ่งที่เจ้าต้องทำต่อจากนี้คือการทำขนมและส่งต่อรุ่นหลานในอนาคต” “เฟยหงพูดอาจจะจริง แต่ข้าไม่รู้จะทำได้หรือเปล่า” “ทำได้สิ เพราะเจ้ามีประสบการณ์นะ” ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ส่วนผู้ควบคุมการแข่งขันคนอื่นกำลังชิมขนมที่ซินเทียและแม่นางไป๋เป็นคนทำอย่างสนุกสนาน ไม่ใช่แค่นั้นนะ ตาแก่ขี้โมโหพูดอะไรก็ไม่รู้เรื่องเหมือนเคยหลังจากได้กินขนม

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 21

    21 ซินเทียได้สิทธิ์ชิมฮันนี่โทสต์ของแม่นางไป๋เป็นคนแรก ภายในใจของนางยังกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ ไม่ใช่เพราะเกรงกลัวแม่นางไป๋หรอกนะ หากว่านางชิมฮันนี่โทสต์มันอร่อยกว่าขนมเค้กน้ำผึ้งของนางแล้วล่ะก็ ต้องเป็นผ่านพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ส่วนทางเดินแม่นางไป๋ก็เช่นเดียวกัน ถึงจะไม่ค่อยชอบซินเทียสักเท่าไหร่แต่พอได้ดูขนมเค้กน้ำผึ้งของซินเทียแล้วก็เกิดความลังเลใจเหมือนกัน ซินเทียชิมขนมฮันนี่โทสต์ของแม่นางไป๋หนึ่งคำ (ไม่อยากจะยอมรับหรอก มันอร่อยมาก อร่อยกว่าขนมเค้กน้ำผึ้งของเราอีก) หลังจากชิมขนมฮันนี่โทสต์ ซินเทียยืนนิ่งเหมือนอย่างเคย นางไม่พูดอะไรออกมาสักนิดเดียว ตามด้วยแม่นางไป๋ชิมขนมเค้กน้ำผึ้งหนึ่งคำ ความรู้สึกของนางนั้นเหมือนกลายเป็นผึ้งที่กำลังเก็บเกสรดอกไม้ ไม่ว่าจะโบยบินไปทิศทางไหนก็ได้กลิ่นหอมของดอกไม้และน้ำผึ้งภายในรังผึ้ง มันให้ความรู้สึกสดชื่นและสบายตัว นี่เป็นความรู้สึกของแม่นางไป๋ตอนนี้ “เอาล่ะ พวกเจ้าทั้งสองคน เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าทำไมข้าถึงให้พวกเจ้าเสมอกัน” เฟยหงพูดในมุมเหตุผลของเขา

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 20

    20 ขนมหวานของทางด้านแม่นางไป๋ ดูเหมือนว่าจะเสร็จเป็นที่เรียบร้อยพร้อมเสิร์ฟให้ผู้ตัดสินได้ชิม ส่วนทางด้านซินเทียยังอบขนมของตัวเองยังไม่เสร็จ ไม่ใช่แค่นั้น หลังจากอบขนมเสร็จจะต้องเอามาตกแต่งให้ดูน่ากินอีก จะเสียเวลาก็ตรงตกแต่งนั่นแหละ แม่นางไป๋นำขนมหวานของตัวเองยกขึ้นไปที่โต๊ะบนกลางเวทีโดยมีเฟยหงเป็นผู้ตัดสินรสชาติ “แม่นางไป๋ สิ่งนี้เรียกว่าอะไร?” “ฮันนี่โทสต์ค่ะ ท่านเฟยหง” พอได้ยินชื่อเรียกขนมหวานที่แม่นางไป๋ทำ ซินเทียก็นึกขึ้นมาได้ทันที (ว่าแล้วเชียว ฮันนี่โทสต์จริงด้วย ไม่อยากเชื่อว่าแม่นางไป๋จะทำฮันนี่โทสต์ออกมาได้ แล้วแม่นางไป๋ก็รู้จักชื่อด้วย ประสบการณ์ท่องโลกกว้าง เพื่อฝึกฝนการทำขนมหวานของแม่นางไป๋ไม่ธรรมดาเลย) เฟยหงตักไอศกรีมและขนมปังในปริมาณเท่ากันก่อนจะชิมฮันนี่โทสต์ว่ารสชาติเป็นอย่างไร สีหน้าของเฟยหงเมื่อได้ชิมขนมของแม่นางไป๋นั้นนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่รสชาติฮันนี่โทสต์ของแม่นางไป๋เป็นรสชาติใหม่ที่เฟยหงไม่ได้ลิ้มลองมาก่อน “อร่อยมาก เป็นรสชาติที่ล้ำลึกที่ข้

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 19

    19 น้ำชาถูกรินโดยคนรับใช้ รินให้กับเจ้าของบ้านและแขกรับเชิญอย่างซินเทีย ตั้งแต่เริ่มวงสนทนา ซินเทียเอาแต่จิบน้ำชาไปหลายแก้วเพื่อให้ตัวเองได้มีสมาธิและเพื่อให้ตัวเองหลุดจากการที่ตัวเองทำตัวไม่ถูกเมื่ออยู่กับผู้หลับผู้ใหญ่ซึ่งแตกต่างจากเฟยหงที่เป็นลูกของพวกท่านทั้งสอง “ขนมหวานของเจ้ามันช่างอร่อยหาที่เปรียบไม่ได้เลย ใช่ไหมแม่” “ใช่แล้วจ้าพ่อ” “ขอบคุณมากค่ะ” “ซินเทีย เจ้าน่ะเรียกข้าว่าท่านพ่อก็ได้ ข้าไม่ถือหรอก” “เจ้าก็เรียกข้าว่าท่านแม่ด้วยสิ” “เออ คือว่าข้า” “เดี๋ยวก่อนสิท่านพ่อ ท่านแม่ ซินเทียลำบากใจนะ” ลูกชายอย่างเฟยหงถึงกับต้องพูดขนาดนี้เลย ซินเทียไม่ได้ลำบากใจอะไรหรอกนะ นางแค่รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกแค่นั้นเอง หากจะให้เรียกจริงก็เรียกได้ (ท่านพ่อ ท่านแม่ อะไรกันเนี่ย จะบ้าเหรอ เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อยนะ อีตาบ้าเฟยหง) ดูเหมือนว่าซินเทียจะเข้าโหมดเพ้อฝันไปเสียแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร เพราะพวกทั้งยังคงสนทนากันอยู่ ก็เลยไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 18

    18 เมื่อเข้ามาห้องครัวในบ้านของเฟยหง สิ่งแรกที่ต้องทำก็เหมือนอย่างเคย การเตรียมวัตถุดิบจำเป็นต้องทำความสะอาดเป็นอันดับแรก ซึ่งหน้าที่ตรงนี้มีคนรับใช้ทำให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ซินเทียต้องทำคือการทำขนมหวานให้อร่อยถูกปากพวกท่านก็พอ (เฟยหงไม่ได้บอกด้วยว่าจะต้องทำกี่อย่าง เอาเป็นว่าทำตามความเหมาะสมก็แล้วกัน) ซินเทียเริ่มทำขนมหวานตามความคิดของตัวเอง ความสามารถในการทำขนมหวานของนางนั้นสูงขึ้นกว่าที่ผ่านมา คงเป็นเพราะการได้เข้าแข่งขันจึงทำให้นางมีประสบการณ์มากยิ่งขึ้น คนรับใช้หลายคนได้เห็นฝีมือของนาง พวกเขาถึงกับตกใจเมื่อได้เห็นความรวดเร็วในการทำขนมหวานพร้อมกันทีเดียวหลายอย่าง ไม่ใช่แค่นั้น ส่วนผสมที่ได้เตรียมเอาไว้นั้นก็ได้ใส่ส่วนผสมที่ได้คำนวณเอาไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่ต้องห่วงว่ารสชาติมันจะอร่อยหรือไม่ อร่อยอยู่แล้ว ขนมหวานเสร็จแล้ว 1 อย่าง อย่างที่ 2 อย่างที่ 3 อย่างที่ 4 อย่างที่ 5 เสร็จเรียบร้อยทั้งหมด เหลือเพียงนำไปเสิร์ฟให้พวกท่านได้ลองกินขนมหวานของซินเทีย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status