แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: มังกรเครา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-10 01:24:01

7

          การปรากฏตัวของทั้งสองเป็นสิ่งที่ซินเทียคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าเจ้าของร้านขายขนมหวานที่มีชื่อเสียงและเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในเมืองมาหาถึงที่ จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม คงไม่ได้มาฟรีหรอกนะ

          (ไม่คิดว่าจะมาในรูปแบบนี้ ดูจากสีหน้าก็รู้ได้ทันที คนพวกนี้คงกินขนมของเราไปแล้ว สิ่งที่พวกเขาต้องการมากกว่าขนมก็คือฝีมือในการทำขนม

ของเรา)

          เป็นความจริงอย่างที่ซินเทียคิดเอาไว้

          ชาวบ้านเดินผ่านไปมาพูดคุยกันด้วยเสียงที่เบา แต่ซินเทียได้ยิน

          “นั่นมันเจ้าของร้านขายขนมในเมืองนี่นา

แม่นางผิง สวยงามอะไรเช่นนี้”

          “ทางนี้ก็ไม่แพ้กัน หลานสาวของแม่นางลู่เสียน ซินเทียก็สวยใช่ย่อย ว้าว มันช่างเป็นอาหารตาเหลือหลาย”

          มีแต่พวกหื่นกามทั้งนั้น

          ไม่ว่าจะถูกใครพูดถึงก็ไม่ใช่เรื่องต้องสนใจ

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับซินเทียก็คือ แม่นางผิง

          แววตาแม่นางผิงจับจ้องมาที่ซินเทียคนเดียว เธอดูออกว่าคนที่ทำขนมหวานนี้เป็นใคร ซึ่งคำตอบมันก็อยู่ตรงหน้านี้

          “ดูเหมือนว่าข้าจะมารบกวนพวกเจ้าสินะ

พวกชาวบ้านพูดกันใหญ่เลย”

          “ไม่เป็นไรค่ะ”

          ซินเทียเอ่ยตอบก่อนจะหันไปสนใจขายขนมของตัวเอง ลู่เสียนที่คอยดูอยู่ข้างหลังเอาแต่เงียบไม่พูดอะไร เธอคงจะรู้มาบ้างแล้วว่าจะต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ถึงมันจะเป็นการเข้ามาทักทายกันปกติทั่วไปก็เถอะ

          แม่นางผิงหยิบพัดออกมากางแล้วพัด เพื่อให้ใบหน้ารู้สึกเย็นสักนิดก็ยังดี ไม่นานพัดในมือก็ถูกเก็บ

          “ข้าชื่อว่าผิง เจ้าคงจะเป็นซินเทียสินะ”

          “ใช่ค่ะ”

          “ข้าอยากจะพูดคุยกับเจ้าเป็นการส่วนตัว

ขอเวลาสักประเดี๋ยวจะได้ไหม?”

          “ได้ค่ะ แต่หนูขอเป็นหลังจากขายขนมเสร็จแล้วนะคะ”

          “ย่อมได้ แล้วข้าจะมาใหม่”

          แม่นางผิงหยิบพัดออกมากางพัดไปมาก่อนจะกลับเรือนโดยมีจางลี่เดินตามหลัง

          ซินเทียถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะหันไปทางลู่เสียน ยิ้มมุมปากเล็กน้อย

          “หนูรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาจะต้องมาหาพวกเรา”

          “เหมือนที่เจ้าพูดเอาไว้ไม่มีผิด”

          “แม่นางผิงคนนั้น เธอคงอยากชวนให้ไปทำงานที่ร้านของเธอ แต่หนูไม่ไปหรอก หนูอยากมีร้านขายขนมหวานเป็นของตัวเอง หนูอยากให้น้าลู่เสียนสุขสบาย”

          “เจ้าไม่ต้องคอยห่วงน้าขนาดนั้นก็ได้ น้าไม่ได้เหนื่อยเหมือนแต่ก่อนแล้ว แค่นี้น้าก็ได้อยู่สุขสบาย การทำขนมหวานกับหลานรักน้าก็มีความสุขมาก”

          “แหม น้าก็พูดเกินไป”

          ในสายตาของคนนอก ทั้งสองคนเหมือนแม่ลูกมากกว่าที่จะเป็นน้าหลานกัน

          ไม่ว่าใครจะมองยังไงก็ช่าง การที่ได้อยู่กับใครสักคนแล้วมีความสุข มันเป็นสิ่งที่ดีงาม หลังจากนั้นมันจะมีเรื่องดีเกิดขึ้นทุกวัน แต่อาจมีบ้างที่มีปัญหากัน ถึงอย่างนั้นก็ปรับความเข้าใจกันได้โดยการหันหน้าเข้าหากัน พูดคุยกัน ซึ่งมันเป็นการแก้ปัญหา

ได้ดี

          .

          .

          .

          แม่นางผิงกลับมาอีกครั้งหลังจากร้านขายขนมซินเทียและลู่เสียนขายจนหมดเกลี้ยง เป็นเวลาที่ซินเทียและลู่เสียนกำลังเก็บร้านพอดี

          “ข้ามาตามนัด เจ้าว่างแล้วใช่ไหม?”

          “ค่ะ”

          ซินเทียตอบกลับพร้อมพยักหน้ารับ

          การสนทนาระหว่างแม่นางผิงกับซินเทีย นอกจากทั้งสองแล้วไม่มีใครรับรู้ ทำให้ซินเทียคิดอยู่ในหัวประมาณว่ามันต้องเป็นความลับขนาดนั้นเลยเหรอ

          อะไรทำนองนี้

          เมื่อซินเทียเดินตามหลังแม่นางผิงไปยังสถานที่เหมาะแก่การสนทนากันตามลำพังสองคน

          แม่น้ำที่ไหลตัดผ่านอีกเมืองแห่งนี้ เป็นสถานที่สำหรับชาวประมง ถึงอย่างนั้น มันก็เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจได้เช่นเดียวกัน มีสะพานเชื่อมต่อระหว่างเมืองทั้งสองที่สามารถเดินทางเข้าออกได้สะดวกสบาย สำหรับคนที่จะข้ามฝั่งไปอีกเมืองจะต้องจ่ายเงินค่าภาษีเสียก่อน

          “ตรงนี้น่าจะเหมาะแก่การพูดคุยกันนะ เจ้าว่าไหม?”

          “ได้ค่ะ แล้วแม่นางผิงอยากพูดเรื่องอะไรกับข้าเหรอคะ?”

          “ข้าอยากให้เจ้าไปเป็นช่างทำขนมหวานที่ร้านของข้า แน่นอนว่าข้าจะจ้างเจ้าเป็นพิเศษ”

          ซินเทียรู้อยู่แล้วว่าแม่นางผิงจะต้องพูดเรื่องนี้ ไม่ว่ายังไงซินเทียก็ตั้งใจที่จะปฏิเสธตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

          “ดีใจมากที่เชิญชวนกันขนาดนี้ แต่ข้าขอปฏิเสธ”

          แม่นางผิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอรู้อยู่แล้วว่าซินเทียจะต้องปฏิเสธ

          “ก็รู้อยู่ว่าเจ้าจะต้องปฏิเสธ ช่วยบอกเหตุผลให้ฟังจะได้ไหม?”

          “ข้าและน้าลู่เสียน มีความฝันอยากเปิดร้านขายขนมหวานเป็นของตัวเองค่ะ”

          “เข้าใจแล้ว เจ้าคงฝึกฝนมาอย่างหนักเลยสินะ มือของเจ้ามันบอกน่ะ”

          พอได้ฟังในสิ่งที่แม่นางผิงพูดออกมา ซินเทียเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าทำไมแม่นางผิงถึงอยากจ้างให้ซินเทียไปเป็นช่างทำขนมหวาน เธอดูออกตั้งแต่เห็นซินเทียครั้งแรกว่าเธอเป็นคนมีฝีมือในด้านการทำขนมหวาน

          “เอาเถอะ ข้าเองก็ไม่ได้จะบังคับอะไรเจ้าหรอกนะ จริงสิ ยังมีเรื่องที่ข้าต้องบอกเจ้าอยู่เรื่องหนึ่ง”

          “เรื่องอะไรเหรอคะ?”

          “ทุก ๆ ปี จะมีการแข่งขันทำขนมหวาน งานจะถูกจัดขึ้นที่เมืองหลวง เงื่อนไขในการเข้าแข่งขันนั้นจะต้องเป็นร้าน ขายขนมหวานที่มีชื่อร้านเป็นทางการ ซึ่งร้านของข้าได้รับสิทธิ์เข้าแข่งขัน”

          “หมายความว่า”

          “ข้าอยากให้เจ้าเข้าแข่งขันและเป็นตัวแทนร้านของข้า ข้าที่อยู่ในวงการขนมหวานมานาน บอกตามตรงว่าขนมของเจ้าทำนั้นอร่อยมาก ข้าไม่เคยกินขนมหวานที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน เรื่องนี้ข้าจำเป็นจะต้องบังคับเจ้า เจ้าไม่มีทางปฏิเสธเพราะว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของเจ้า แต่มันเป็นเรื่องของเมืองนี้ด้วย”

          จากที่ได้ฟังเรื่องราวของแม่นางผิง ทำให้ซินเทียรู้สึกว่าแม่นางผิงจะไม่ได้โกหก สิ่งที่เธอพูดด้วยความหนักแน่นทำให้ซินเทียปฏิเสธไม่ได้

          การแข่งขันทำขนมหวาน ทำให้ซินเทียนึกถึงเรื่องเก่าที่ตัวเองนั้นเริ่มทำขนมหวานเป็นครั้งแรก พอคิดว่าตัวเองจะได้แข่งทำขนมหวานอีกครั้งมันทำให้เธอตื่นเต้นขึ้นมาทันที

          “เข้าใจแล้วค่ะ ข้าจะเข้าร่วมแข่งขันทำขนมหวาน”

          “ขอบใจเจ้ามาก ข้าหวังในตัวเจ้านะ ซินเทีย”

          …

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 23 จบ

    23 ช่วงเวลาของทั้งสองถูกหยุดลง เมื่อริมฝีปากบรรจบกัน ริมฝีปากอันบอบบางของทั้งสอง เมื่อได้สัมผัสกันครั้งแรกมันทำให้รู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมา แม้จะรู้ว่าความรู้สึกมันเป็นแบบนี้แต่ก็ไม่สามารถถอยห่างออกจากกันได้ แล้วด้วยมือทั้งสองที่ดูหนาของเฟยหงจับหัวไหล่อันเล็กของซินเทีย ทำให้มันดูอบอุ่นร่างกายขึ้นอีกด้วย หลังจากนั้นมือทั้งสองของซินเทียก็เข้าไปกอดร่างอันใหญ่โตดูแข็งแรงของเฟยหงด้วยความรู้สึกของนางที่มีต่อเฟยหง ไม่ว่าตอนนี้จะเป็นอย่างไร ซินเทียรู้สึกว่าตัวเองนั้นมีความสุขที่สุดจนอยากให้เวลามันหยุดอยู่ตรงนี้ตลอดไป ไม่นาน ริมฝีปากก็แยกออกจากกัน แววตาของทั้งสองค่อย ๆ ลืมตาจ้องมองกัน จมูกยังคงสัมผัสกันไม่ห่างไปไหน “เฟยหง จมูกชนกันมันทำให้จั๊กจี้นะ” “ข้าเองก็ด้วย” พูดจบ ซินเทียก็พุ่งเข้าไปกอดเฟยหงจนตัวติดกัน ในหน้าที่แนบระหว่างกลางอก ทำให้รู้สึกอบอุ่นและสบายตัว “ซินเทีย ข้าน่ะรักเจ้ามากนะ” “ข้ารู้แล้ว เฟยหงเคยบอกข้าตอนอยู่บ้าน” “ตอนนั้นพวกท่านพ่อและท่านแม่อยู่ด้วย แต่ข้าอยากบอกเจ้าให้ได้ยินแค่คนเดียว”

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 22

    22 ผู้เข้าชมที่ยังอยู่ภายในสนามการแข่งขันเริ่มทยอยกันออกมาตามลำดับอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่นาน ผู้เข้าชมก็ออกจากสนามแข่งขันกันหมดทุกคน จะเหลือก็มีแต่ผู้ควบคุมคนอื่น เฟยหงและซินเทีย “ข้าไม่ใช่ผู้ชนะหรอก ผลการตัดสินมันควรจะเป็นอีกฝ่ายที่ชนะ พอข้าได้ลองชิมขนมของแม่นางไป๋ข้าถึงได้รู้ว่าข้าเป็นฝ่ายแพ้ ข้าไม่ได้ดีใจหรือเสียใจหรอกนะที่ได้ชัยชนะแบบนี้ ในเมื่อแม่นางไป๋ยอมรับในตัวของข้า ข้าจะสานต่อเจตนารมณ์ที่นางได้ให้ข้าไว้อย่างแน่นอน” “ดีแล้วแหละซินเทีย การทำขนมหวานไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนมันก็จะต้องทำตลอดไปตราบใดที่ยังมีช่างทำขนมหวานอยู่ มันเป็นการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อไม่ให้มันหายไป สิ่งที่เจ้าต้องทำต่อจากนี้คือการทำขนมและส่งต่อรุ่นหลานในอนาคต” “เฟยหงพูดอาจจะจริง แต่ข้าไม่รู้จะทำได้หรือเปล่า” “ทำได้สิ เพราะเจ้ามีประสบการณ์นะ” ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ส่วนผู้ควบคุมการแข่งขันคนอื่นกำลังชิมขนมที่ซินเทียและแม่นางไป๋เป็นคนทำอย่างสนุกสนาน ไม่ใช่แค่นั้นนะ ตาแก่ขี้โมโหพูดอะไรก็ไม่รู้เรื่องเหมือนเคยหลังจากได้กินขนม

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 21

    21 ซินเทียได้สิทธิ์ชิมฮันนี่โทสต์ของแม่นางไป๋เป็นคนแรก ภายในใจของนางยังกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ ไม่ใช่เพราะเกรงกลัวแม่นางไป๋หรอกนะ หากว่านางชิมฮันนี่โทสต์มันอร่อยกว่าขนมเค้กน้ำผึ้งของนางแล้วล่ะก็ ต้องเป็นผ่านพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ส่วนทางเดินแม่นางไป๋ก็เช่นเดียวกัน ถึงจะไม่ค่อยชอบซินเทียสักเท่าไหร่แต่พอได้ดูขนมเค้กน้ำผึ้งของซินเทียแล้วก็เกิดความลังเลใจเหมือนกัน ซินเทียชิมขนมฮันนี่โทสต์ของแม่นางไป๋หนึ่งคำ (ไม่อยากจะยอมรับหรอก มันอร่อยมาก อร่อยกว่าขนมเค้กน้ำผึ้งของเราอีก) หลังจากชิมขนมฮันนี่โทสต์ ซินเทียยืนนิ่งเหมือนอย่างเคย นางไม่พูดอะไรออกมาสักนิดเดียว ตามด้วยแม่นางไป๋ชิมขนมเค้กน้ำผึ้งหนึ่งคำ ความรู้สึกของนางนั้นเหมือนกลายเป็นผึ้งที่กำลังเก็บเกสรดอกไม้ ไม่ว่าจะโบยบินไปทิศทางไหนก็ได้กลิ่นหอมของดอกไม้และน้ำผึ้งภายในรังผึ้ง มันให้ความรู้สึกสดชื่นและสบายตัว นี่เป็นความรู้สึกของแม่นางไป๋ตอนนี้ “เอาล่ะ พวกเจ้าทั้งสองคน เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าทำไมข้าถึงให้พวกเจ้าเสมอกัน” เฟยหงพูดในมุมเหตุผลของเขา

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 20

    20 ขนมหวานของทางด้านแม่นางไป๋ ดูเหมือนว่าจะเสร็จเป็นที่เรียบร้อยพร้อมเสิร์ฟให้ผู้ตัดสินได้ชิม ส่วนทางด้านซินเทียยังอบขนมของตัวเองยังไม่เสร็จ ไม่ใช่แค่นั้น หลังจากอบขนมเสร็จจะต้องเอามาตกแต่งให้ดูน่ากินอีก จะเสียเวลาก็ตรงตกแต่งนั่นแหละ แม่นางไป๋นำขนมหวานของตัวเองยกขึ้นไปที่โต๊ะบนกลางเวทีโดยมีเฟยหงเป็นผู้ตัดสินรสชาติ “แม่นางไป๋ สิ่งนี้เรียกว่าอะไร?” “ฮันนี่โทสต์ค่ะ ท่านเฟยหง” พอได้ยินชื่อเรียกขนมหวานที่แม่นางไป๋ทำ ซินเทียก็นึกขึ้นมาได้ทันที (ว่าแล้วเชียว ฮันนี่โทสต์จริงด้วย ไม่อยากเชื่อว่าแม่นางไป๋จะทำฮันนี่โทสต์ออกมาได้ แล้วแม่นางไป๋ก็รู้จักชื่อด้วย ประสบการณ์ท่องโลกกว้าง เพื่อฝึกฝนการทำขนมหวานของแม่นางไป๋ไม่ธรรมดาเลย) เฟยหงตักไอศกรีมและขนมปังในปริมาณเท่ากันก่อนจะชิมฮันนี่โทสต์ว่ารสชาติเป็นอย่างไร สีหน้าของเฟยหงเมื่อได้ชิมขนมของแม่นางไป๋นั้นนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่รสชาติฮันนี่โทสต์ของแม่นางไป๋เป็นรสชาติใหม่ที่เฟยหงไม่ได้ลิ้มลองมาก่อน “อร่อยมาก เป็นรสชาติที่ล้ำลึกที่ข้

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 19

    19 น้ำชาถูกรินโดยคนรับใช้ รินให้กับเจ้าของบ้านและแขกรับเชิญอย่างซินเทีย ตั้งแต่เริ่มวงสนทนา ซินเทียเอาแต่จิบน้ำชาไปหลายแก้วเพื่อให้ตัวเองได้มีสมาธิและเพื่อให้ตัวเองหลุดจากการที่ตัวเองทำตัวไม่ถูกเมื่ออยู่กับผู้หลับผู้ใหญ่ซึ่งแตกต่างจากเฟยหงที่เป็นลูกของพวกท่านทั้งสอง “ขนมหวานของเจ้ามันช่างอร่อยหาที่เปรียบไม่ได้เลย ใช่ไหมแม่” “ใช่แล้วจ้าพ่อ” “ขอบคุณมากค่ะ” “ซินเทีย เจ้าน่ะเรียกข้าว่าท่านพ่อก็ได้ ข้าไม่ถือหรอก” “เจ้าก็เรียกข้าว่าท่านแม่ด้วยสิ” “เออ คือว่าข้า” “เดี๋ยวก่อนสิท่านพ่อ ท่านแม่ ซินเทียลำบากใจนะ” ลูกชายอย่างเฟยหงถึงกับต้องพูดขนาดนี้เลย ซินเทียไม่ได้ลำบากใจอะไรหรอกนะ นางแค่รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกแค่นั้นเอง หากจะให้เรียกจริงก็เรียกได้ (ท่านพ่อ ท่านแม่ อะไรกันเนี่ย จะบ้าเหรอ เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อยนะ อีตาบ้าเฟยหง) ดูเหมือนว่าซินเทียจะเข้าโหมดเพ้อฝันไปเสียแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร เพราะพวกทั้งยังคงสนทนากันอยู่ ก็เลยไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 18

    18 เมื่อเข้ามาห้องครัวในบ้านของเฟยหง สิ่งแรกที่ต้องทำก็เหมือนอย่างเคย การเตรียมวัตถุดิบจำเป็นต้องทำความสะอาดเป็นอันดับแรก ซึ่งหน้าที่ตรงนี้มีคนรับใช้ทำให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ซินเทียต้องทำคือการทำขนมหวานให้อร่อยถูกปากพวกท่านก็พอ (เฟยหงไม่ได้บอกด้วยว่าจะต้องทำกี่อย่าง เอาเป็นว่าทำตามความเหมาะสมก็แล้วกัน) ซินเทียเริ่มทำขนมหวานตามความคิดของตัวเอง ความสามารถในการทำขนมหวานของนางนั้นสูงขึ้นกว่าที่ผ่านมา คงเป็นเพราะการได้เข้าแข่งขันจึงทำให้นางมีประสบการณ์มากยิ่งขึ้น คนรับใช้หลายคนได้เห็นฝีมือของนาง พวกเขาถึงกับตกใจเมื่อได้เห็นความรวดเร็วในการทำขนมหวานพร้อมกันทีเดียวหลายอย่าง ไม่ใช่แค่นั้น ส่วนผสมที่ได้เตรียมเอาไว้นั้นก็ได้ใส่ส่วนผสมที่ได้คำนวณเอาไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่ต้องห่วงว่ารสชาติมันจะอร่อยหรือไม่ อร่อยอยู่แล้ว ขนมหวานเสร็จแล้ว 1 อย่าง อย่างที่ 2 อย่างที่ 3 อย่างที่ 4 อย่างที่ 5 เสร็จเรียบร้อยทั้งหมด เหลือเพียงนำไปเสิร์ฟให้พวกท่านได้ลองกินขนมหวานของซินเทีย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status