Partager

ตอนที่ 4 ร่อนทอง

last update Date de publication: 2026-01-28 09:39:54

ลูกทั้งสองพยักหน้าดีใจ ทำไมวันนี้พวกเขาถึงได้กินอาหารหรูหราเช่นนี้ ปกติตอนเช้าพวกเขาได้กินแค่ข้าวต้มใส่เกลือที่มีข้าวไม่ถึงหยิบมือด้วยซ้ำ ซดน้ำข้าวต้มมาก ๆ ก็อิ่มเอง

            “ท่านแม่มีเงินมากแล้วหรือเจ้าคะ”

            “ไม่มาก แต่ก็อยู่ได้หลายวัน” แต่อีกไม่นานอาจจะมีมากกว่านี้หลายเท่า นางหวังไว้เช่นนั้น

            “งั้นพวกเราต้องไปเป็นขอทานอีกหรือไม่เจ้าคะ” ปิ่นมีสีหน้าเศร้าหมองลง เมื่อคิดถึงตอนที่พวกเขาต้องไปนั่งข้างถนนเพื่อขอเงินจากคนที่เดินผ่านไปมา นางไม่ชอบสายตาที่ทุกคนมองมาอย่างเหยียดหยามเลยสักนิด

            “ไม่หรอก ต่อไปนี้พวกเราจะไม่เป็นขอทานอีก” ลูกทั้งสองมองแม่แล้วยิ้มอย่างพอใจ

            ปรารถนาเตรียมเครื่องปรุงอย่างอื่นเสร็จ จึงนำผักที่ลูกไปล้างให้สะอาดอีกครั้ง 

            ผัดไทยใส่ไข่กุ้งสดร้อน ๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นจนลูกอดน้ำลายไหลไม่ได้ เสร็จแล้วปรารถนาตักใส่จานให้ลูกคนละใบจนพูนจาน

            ปืนทำภาษามือว่า ‘วันนี้ทำไมได้กินอาหารเยอะจังเลยขอรับ’

            ปรารถนายิ้มอ่อนให้ลูกทั้งสอง “ต่อไปนี้พวกเจ้าจะได้กินอิ่มทุกมื้อ”

            “ท่านแม่พูดจริงหรือเจ้าคะ”

            “ข้าย่อมไม่โกหกพวกเจ้า วันนี้ข้าจะพาพวกเจ้าไปร่อนทอง”

            “เจ้าค่ะ” ทั้งสองไม่ได้ดีใจเท่าไรนัก การร่อนทองต้องยืนตากแดดนาน ๆ อีกทั้งยังหาได้ยาก แต่อย่างไรก็ต้องไปกับแม่

            ทั้งสามรับประทานอาหารเช้าด้วยความอิ่มหนำสำราญ ลูกทั้งสองก็อารมณ์ดีขึ้น

            รับประทานอาหารเสร็จปรารถนาก็เดินตามหาผึ้งตัวนั้น เอ่ยปากเรียกนางเสียงเบา “วราลี”

            “อีอะไอ” เสียงที่ตอบมานั้นไม่ชัดนัก ปรารถนายังมองไม่เห็นตัวนาง “อ้าอู่อี้” วราลีพูดขึ้นอีก

            ปรารถนาแหงนมองขึ้นไปชายคาที่มีเศษหญ้าโผล่ออกมา นางยกมือเท้าเอวแล้วส่ายหน้าน้อย ๆ ให้กับความดูดน้ำหวานจากดอกไม้ของผึ้งน้อยวราลี กระนั้นก็ยังถามออกไป “เจ้าทำอะไร”

            วราลีหยิบดอกไม้ออกจากปาก “กินข้าวเช้า ช่วงนี้ข้าต้องเร่งสร้างรังใหม่”

            “อ้อ” ผึ้งยังต้องทำงานหนักเหมือนคน “กินใกล้เสร็จยัง ข้าจะออกเดินทางแล้วนะ ตอนบ่ายมีงานต้องทำอีกมาก”

            “ข้ารู้ ท่านใจเย็น ๆ อย่างไรวันนี้ท่านก็ได้ทองไปขายอย่างแน่นอน”

            “งั้นก็รีบ…”

            “ท่านแม่” นางยังพูดไม่จบลูกสาวก็เรียกเสียก่อน

            ปรารถนาทำหน้าเลิ่กลั่ก วราลีจึงเอ่ยบอก “ท่านสื่อสารกับข้าทางจิตก็ได้”

            ‘อือ’

            นางหันไปมองลูกสาวลูกชายที่จูงมือเดินตามกันมา “เจ้าสองคนมีอะไร”

            “ท่านแม่จะพาพวกข้าไปร่อนทองตอนไหนเจ้าคะ”

            “อืม” นางคิดก่อนถามวราลีทางจิต ‘เจ้ากินข้าวเสร็จหรือยัง’

            ‘เสร็จแล้ว พวกท่านเดินตามข้ามาเลย’ 

            ปรารถนาเตรียมอุปกรณ์ในการร่อนทองเสร็จจึงเดินตามผึ้งไป

            มีคนเริ่มมาร่อนทองมากแล้ว ทุกสายตาต่างมองมาที่นางกับลูกและมีเสียงซุบซิบกันเกิดขึ้น

“วันนี้ขอทานมาร่อนทองด้วย”

            “ไม่มีทางได้หรอก ตอนนี้ทองหายากจะตาย”

            “กลับไปเป็นขอทานตามเดิมน่ะดีแล้ว”

            ทุกคำปรารถนากับลูกย่อมได้ยิน แต่นางหาได้สนใจไม่

            เดินมาไกลจากผู้คนมากวราลีจึงกล่าวออก ‘ตรงนี้แหละ’

            ปรารถนาไม่ถามสิ่งใดอีก นางรีบทำการร่อนทองทันที ส่วนลูกนั่งรออยู่บนริมฝั่ง ผ่านไปเกือบสิบนาทีนางจึงเห็นทอง

            “ได้แล้ว” ปรารถนาตาโต มีทองก้อนเท่านิ้วก้อยอยู่สองก้อนและก้อนเล็ก ๆ อีกหลายก้อน

            “ข้าอยากดูเจ้าค่ะ” ปิ่นกับปืนชะเง้อหน้ามองอย่างตื่นเต้น ปรารถนาให้ลูกชมดูแล้วเก็บทองไว้ในห่อผ้า

            ‘อีกสักครั้งก็กลับได้แล้ว วันหลังค่อยมาหาอีก มันมีอีกไม่มากนัก’ วราลีที่เกาะอยู่บนไหล่ปรารถนาเอ่ยบอก ทองที่ขนาดเท่านิ้วก้อยมีอีกไม่กี่ที่ นอกนั้นก็มีประปรายและค่อนข้างหายาก ถ้าไม่มีอาชีพอื่นรองรับย่อมไม่ได้

            ‘ได้’ ปรารถนาตอบกลับในใจ

            ได้ทองตามที่ต้องการแล้วปรารถนาจึงพาลูกเอาอุปกรณ์ไปเก็บที่บ้าน

            นางเตรียมจะออกไปตลาดก็มีเสียงดังมาจากรั้วข้างบ้าน “แม่นางปักเจ้าไปไหนมารึ”

            ปรารถนาหันมองตามเสียง แววตาของคนถามดูหวาดกลัวเล็กน้อย คงเพราะเกรงว่าจะโดนปรารถนาตวาดกลับ แต่รอบนี้ปรารถนากลับยิ้มออกมาแล้วตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ข้าไปร่อนทองมา กำลังจะเข้าตลาดเจ้าค่ะ ท่านน้ามีสิ่งใดหรือไม่”

            “เปล่าหรอก ข้าแค่สงสัยว่าวันนี้เจ้ากับลูกไม่ไปขอทานหรือ” รุ้งถามออกไปอย่างเป็นมิตร

            “ไม่ไปเจ้าค่ะ ข้ากับลูกเลิกเป็นขอทานแล้ว” ที่ผ่านมารุ้งเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของนางคนหนึ่ง เพียงแต่ปรารถนาคนก่อนพูดจาไม่ดีด้วยเท่านั้น รุ้งอายุสามสิบสี่ปีแล้วเป็นแม่ม่ายลูกสองเหมือนกับนาง สามีถูกฟ้าผ่าตายจากไปตั้งแต่ห้าปีที่แล้ว รุ้งมีลูกชายหนึ่งหญิงหนึ่งชื่อแก่นกับแก้วอายุสิบสองปีและสิบปีตามลำดับ สามแม่ลูกมีอาชีพรับจ้างทั่วไป บางครั้งก็ตัดฟืนและเผาถ่านไปขายให้กับเถ้าแก่เจ้าของนาเกลือ บางครั้งก็ไปร่อนทองขายเหมือนกับชาวบ้านคนอื่น ๆ เพราะที่ทำกินส่วนตัวไม่มี

            “อ้อ เป็นเช่นนั้น” รุ้งรู้สึกดีไม่น้อยที่วันนี้ปรารถนาตอบกลับมาดี ๆ 

            “ข้าไปตลาดก่อนนะเจ้าคะ”

            “ไปเถอะ วันนี้ข้ากับลูกก็จะไปตัดฟืนเช่นกัน” ยังดีที่แก่นกับแก้วสามารถช่วยงานแม่ได้มากแล้ว จึงทำให้ครอบครัวนี้ไม่ลำบากมากนัก อย่างน้อยก็ดีกว่าครอบครัวของนางกับลูก 

            สามแม่ลูกเดินเท้าเข้ามาในตลาดระหว่างทางมีเกวียนเทียมวัวแล่นผ่าน นางกับลูกขอขึ้นไปนั่งด้วย แต่ชาวบ้านไม่ยอมให้นางกับลูกขึ้นไปนั่งแม้แต่คนเดียว ปรารถนากับลูกจึงใช้เวลาเดินเกือบหนึ่งชั่วโมงจึงมาถึงตลาด

วราลีกระซิบบอกปรารถนาอยู่ข้างหูให้นำทองไปขายในร้านที่ให้ราคาดีที่สุด ‘ไปขายร้านเถ้าแก่เส็ง’

            ปรารถนาพยักหน้ารับทราบจากนั้นรีบสาวเท้าจูงลูกทั้งสองตามไป เสื้อผ้าของพวกเขาสามแม่ลูกดูไม่ดีนัก อีกทั้งยังส่งกลิ่นเหม็นอับจนเจ้าตัวรู้สึกได้ หลังจากขายทองเสร็จแล้วนางจะรีบกลับไปจัดการสักที

            นางเลี้ยวเข้าร้านเถ้าแก่เส็ง หน้าร้านมีแผ่นไม้ขนาดใหญ่สลักคำว่า ‘เดือนเพ็ญ 5’ ชื่อร้านอาจจะมาจากชื่อภรรยาของเถ้าแก่ ปรารถนาคาดไว้เช่นนั้น ภายในมีลูกค้าต่อคิวกันอยู่ประมาณสองคน

            

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายท้ายหมู่บ้านผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 36 ทำโทษ (จบ)

    สินค้าร้านปรารถนาวราลีได้รับความนิยมไปทั้งจังหวัด ยังมีลูกค้าจากต่างจังหวัดมาอุดหนุนและสั่งสินค้าผ่านทางร้านดารันด้วย ปรารถนาจึงจำเป็นต้องรับพนักงานขายเพิ่ม ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลเป็นกระเต็นลูกศิษย์นางนั่นเอง กระเต็นทำหน้าที่เป็นพนักงานขายที่ร้านปรารถนาวราลีและยังถักเชือกมาขายให้กับนายหญิงร้านนี้อีกด้วย กลายเป็นว่ากระเต็นมีรายได้สองทาง ปรารถนาก็ได้งานและสินค้าเพิ่มขึ้นด้วย กระเต็นดีใจที่ได้ทำงานแบบนี้ หากพี่ชายไม่จุดประกายให้นางในวันนั้น ถ้ามัวแต่เฝ้าอิจฉาคนอื่นจนไม่รู้จักพัฒนาตัวเองนางก็คงไม่มีโอกาสได้ทำงานแบบนี้ เมื่อรับพนักงานเข้ามาทำงานประจำที่ร้าน ความลับเรื่องที่ปรารถนาเลี้ยงผึ้งน้อยพูดได้ก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไป เหตุเพราะปิ่นกับปืนเป็นคนเผยความลับครั้งนี้เอง ตามประสาเด็กย่อมปิดความลับไว้ไม่อยู่ แต่ปรารถนาก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจ เพราะอย่างไรวราลีก็ไม่มีวันตายอยู่แล้ว ไม่มีใครทำร้ายมันได้ มันจะอยู่กับนางจนกว่านางจะไม่สามารถรักษาชีวิตไว้ในดาวดวงนี้ได้อีกแล้ว คืนหนึ่งผึ้งน้อยกำลังนำเชือกถักออกมาจากมิติให้นายหญิง ทั้งสองกำลังคุยกันไปหัวเราะไป

  • ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายท้ายหมู่บ้านผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 35 ข้ากลัวเจ้าเหนื่อย

    แต่งงานได้สองสัปดาห์ปรารถนาก็ได้เข้าไปสอนการถักเชือกในที่ว่าการอำเภอ ซึ่งคนที่มาเรียนจ่ายเพียงค่าอุปกรณ์เท่านั้น คนที่ยินดีที่สุดเห็นจะเป็นกระเต็น นางเฝ้ารอมาตั้งหลายเดือนในที่สุดก็ได้เรียนถักเชือกสมใจ ซ้ำยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเรียน ปรารถนาก็ยินดีที่นางมีรายได้หลายทาง หากสอนรุ่นแรกแล้วมีคนสนใจเรียนอีก นางก็ต้องมาสอนอีก ในส่วนร้านค้าของนางก็ปิดครึ่งวันในวันที่นางมีสอน หากมียอดขายมากขึ้นนางอาจจะจ้างพนักขายเพิ่มอีกสักคน ตอนนี้ชีวิตนางค่อนข้างราบเรียบ ไม่มีญาติฝ่ายไหนมาคอยกวนใจ ทั้งผึ้งและสามีล้วนเป็นเกราะป้องกันให้นางได้เป็นอย่างดี ตอนเช้าตื่นขึ้นมาทำอาหารให้ลูกกับสามี รับประทานอาหารเช้าเสร็จก็ออกไปทำงานพร้อมกัน นางขนอุปกรณ์ไปถักเชือกที่ร้านด้วย ร้านของนางมีชื่อว่า ‘ปรารถนาวราลี’ อย่างไรนางก็ต้องให้เกียรติผึ้งน้อยที่เป็นคนเก็บสมบัติให้นาง ตอนนี้ปรารถนาเริ่มนำเงินไปฝากธนาคารมากขึ้นแล้ว อยากกินอะไรก็ได้กิน มีเงินใช้ไม่เคยขาดมือ นั่นคือความหมายของคำว่ามั่งคั่งของนางแล้ว ส่วนเงินเดือนที่สามีให้มานางก็เก็บออมไว้ทั้งสิ้น เย็นวันนี้ปรารถนาเข้าครัวเพียงคนเดียว ส่วน

  • ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายท้ายหมู่บ้านผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 34 อีกสองอาทิตย์เราจะแต่งงานกัน

    มือเขากำลังรุ่มร่ามอยู่กับหน้าอกของนาง นางรวบรวมกำลังที่ยังหลงเหลืออยู่ทั้งหมดถอนปากออกจากการดูดดึงของเขาพร้อมทั้งจับมือเขาไว้มั่น “นายท่าน” นางหายใจหอบเหนื่อย อกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง เขาปรือตามองนางด้วยไฟปรารถนาอันลุกโชน หากนางไม่ห้ามเขา อย่างไรวันนี้เขาก็หยุดตัวเองไม่ได้ “อีกสองอาทิตย์เราจะแต่งงานกัน” เขากล่าวออกเสียงแหบพร่า เขารู้ตัวว่าทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว ถ้าไม่ติดเรื่องการเปิดร้านของนาง เขาคงรวบรัดเวลาเข้ามาใกล้กว่านี้ “นายท่าน” “ลองเรียกข้าท่านพี่สักคำ” เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาฉ่ำวาวคู่นั้น “นายท่าน” นางร้องเสียงสูงขึ้นอีกดวงตาเบิกโต “ท่านพี่” เขากล่าวย้ำ “ถ้าไม่เรียกรู้หรือไม่ว่าข้าจะลงโทษเจ้าอย่างไร” พูดจบเขาก้มหน้าลงมาอย่างรวดเร็ว นางรีบเอ่ยทันควัน “ท่านพี่” มือสองข้างดันตัวเขาไว้เอนกายออกห่าง เขายิ้มพอใจ ดึงสายตาลงมองท่านั่งของนางอย่างแนบชิด “เจ้านั่งทับ…ข้าอยู่” ใบหน้าขาวเนียนแดงซ่าน นางก็รู้สึกถึงของแข็งบางอย่างที่ดุนดันขึ้นมาเช่นกัน ซ้ำมันยังกระดุกกระดิกได้ “ข้าต้องทำเช่นไร

  • ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายท้ายหมู่บ้านผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 33 ให้รางวัลข้าก่อน

    ฉายสุดาทราบเรื่องว่าสามีตัวเองมาก่อความวุ่นวายที่บ้านอดีตภรรยาอีกนางก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะทำอย่างไรกับเขาดี นางขอหย่ากับเขาอย่างจริงจังในวันที่เขาถูกหัวหน้าหมู่บ้านกักขังบริเวณเป็นเวลาครึ่งเดือน ถึงเขาร้องไห้อ้อนวอนอย่างไรนางก็ไม่ยอมใจอ่อน ถึงอยู่ด้วยกันไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น หลังจากนั้นมืดจึงกลับมาอยู่กับแม่และน้องสาวที่บ้านฟ้าโปร่งอีกครั้ง และต้องไปรับจ้างทำนาเกลือเช่นเคย ถึงอยากกลับมาหาอดีตภรรยากับลูกแทบตายแต่เขาก็ไม่สามารถทำได้แล้ว เพราะนายอำเภอคนนั้นมาหานางที่บ้านทุกวัน ซ้ำที่บ้านนางยังมีผู้ชายร่างใหญ่กำยำมาเฝ้าอยู่ทุกคืนเวลาผ่านไปหนึ่งเดือนดลธีจึงส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอหมั้นหมายนางไว้ก่อน เพื่อไม่ให้ผู้ชายคนไหนกล้ามายุ่งกับนางอีก แม่กับพี่สาวของปรารถนามาร่วมงานแต่ไม่กล้าเรียกร้องสิ่งใดเพราะยังหวาดผวากับผึ้งที่อยู่หน้าบ้านลูกสาว ซ้ำตอนนี้มันยังทำรังใหญ่กว่าเดิม ส่วนอุไรแม้ใบหน้าไม่ได้ยิ้มแย้มแต่ก็ไม่ได้ขัดขวาง ซึ่งทุกคนก็รู้ว่านางยอมรับว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้แล้วเสร็จสิ้นงานหมั้นหมายปรารถนาจึงทำบ้านหลังใหม่ เป็นบ้านปูนแกมไม้ชั้นเดียว แต่หลังใหญ่กว่าเดิม เดือนต่อมานางจึงพาลูกชายไปผ่าต

  • ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายท้ายหมู่บ้านผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 32 ใครทำร้ายใครกันแน่

    หม่ำ รุ้งและลูกทั้งสองของนางช่วยกันหิ้วน้ำมาดับไฟกันวุ่นวายไปหมดดลธีรีบวิ่งไปดึงตัวเขาออกมา มืดล้มลงบนพื้น “ท่านแย่งภรรยาของข้า…”ดวงตาดลธีคล้ายมีเปลวไฟอยู่ในนั้น มือชกเข้าที่ปลายคางเขาสามสี่ครั้งหนัก ๆ จนเขาสลบไป เมื่อไฟที่ลุกไหม้สงบลงรุ้งรีบพาลูกไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมาทันที ดลธีเพิ่งเข้าใจถ่องแท้วันนี้ว่าเหตุใดลูกทั้งสองถึงได้กลัวพ่อแท้ ๆ ของตนปรารถนาเดินเข้าไปที่รังผึ้งที่ร่วงลงมากองอยู่ที่พื้นพร้อมกับร่างของผึ้งน้อยอีกนับพันนับหมื่นตัว ตอนนี้หลังคาบ้านที่คลุมด้วยหญ้าถูกเผาไหม้ไปบางส่วน ยังดีที่บ้านหลังนี้เป็นดินทั้งหมด ไฟจึงไม่สามารถเผาไหม้ได้ มือสั่น ๆ ลูบคลำตัวผึ้งที่นอนตายอยู่บนพื้น นางกล่าวออกเสียงเครือ “วราลี เจ้าอยู่ที่ใด” น้ำตาไหลรินลงมาเป็นสาย “เจ้าจะตายไม่ได้นะ”ทุกคนยังยืนงง ลูกทั้งสองและดลธีนั่งคุกเข่าลงข้าง ๆ “เจ้าหมายถึงใคร”“ผึ้ง ผึ้งที่คอยช่วยเหลือข้ามาตลอด” นางร่ำไห้ไม่หยุด “วราลีเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้นะ” นางยังตะโกนเหมือนคนบ้าคลั่งดลธีมองเห็นแล้วสงสารจับใจ วางมือบนไหล่นางทั้งสองข้างแล้วประคองนางลุกขึ้นรั้งกายเข้ามากอดปลอบ “พวกมันตายหมดแล้ว” ปิ่นกับปืนยืนมองตาแป๋ว ห

  • ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายท้ายหมู่บ้านผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 31 ผึ้งโดนเผา

    ปัง! ฝ่ามือหนาทุบลงบนโต๊ะทำงานจนกาแฟที่วางอยู่กระฉอกออกมาจากแก้ว เมื่อดลธีรู้ว่าบันเทิงจ้างวานโจรสองคนนี้ให้มาทำอย่างไรกับปรารถนาบ้าง“ชาติชั่ว เลวบัดซบ” เขากัดกรามแน่น ใบหน้าเดี๋ยวดำเดี๋ยวแดงเพราะกำลังโกรธจัด อดคิดไม่ได้ว่าถ้าผึ้งไม่ต่อยไอ้โจรสองคนนั้นก่อน นางกับลูกจะเป็นอย่างไรบ้างหม่ำยืนก้มหน้าตัวสั่น เขาไม่เคยเห็นนายท่านโกรธมากขนาดนี้มาก่อน กระนั้นก็ยังรวบรวมขวัญกล้ากล่าวถามออกไป “นายท่านจะทำอย่างไรต่อไปขอรับ”“เรื่องนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ”“แล้วแม่นางปักกับลูกล่ะขอรับ”“ข้าจะไปบ้านนางทุกวัน ดูสิจะมีใครกล้ามาทำร้ายนางอีกหรือไม่”“แล้วตอนกลางคืน…”“ข้าจะจ้างคนไปคุ้มกันให้นาง”“ขอรับ” ได้ยินเช่นนี้หม่ำก็เบาใจ คำว่านายหญิงก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วเพราะมีเรื่องโจรปล้นบ้านของนาง ดลธีจึงเลื่อนการสอนของปรารถนาออกไปโดยไม่มีกำหนด รอจนกว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะคลี่คลาย ให้เขามั่นใจว่านางกับลูกปลอดภัยดีแล้ว เขาจะนำมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง วันนี้อาผู้ชายกับอาผู้หญิงแจ้งว่าจะมาหาเขาถึงที่ทำงาน ดลธีจึงรั้งรออยู่ที่ห้องทำงาน ป้องเกียรติก้าวขาเข้ามาในห้องก็พูดขึ้นทัน

  • ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายท้ายหมู่บ้านผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 25 ท่านพ่อมา

    มาถึงบ้านวราลีที่ไม่ได้ไปด้วยก็บินมารับนายหญิงที่หน้าบ้าน ‘นายน้อยทั้งสองหลับหรือเจ้าคะ’ วันนี้ผึ้งน้อยรับหน้าที่เฝ้าบ้าน มันจึงไม่ได้ไปด้วย ‘อืม’ ปรารถนาอุ้มลูกสาวเข้าไปในห้องนอน ส่วนเขาอุ้มลูกชายของนางยืนรออยู่ด้านนอก นางกลับออกมาอีกครั้งช้อนร่างลูก

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-26
  • ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายท้ายหมู่บ้านผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 22 ขอกินข้าวที่บ้าน

    ปิ่นกับปืนเข้าไปจับกุมมือแม่ไว้คนละข้างเพื่อปลอบโยน ‘พวกนางจะตายหรือไม่’ ‘นายหญิงห่วงแม่กับพี่สาวมากรึ’ ‘เปล่า ข้ากลัวรังเจ้าจะถูกเผาต่างหากล่ะ’ ผึ้งน้อยไม่ตอบแต่กลับหัวเราะชอบใจ พอมีเวลาว่างดารันจึงปลีกตัวไปหาแม่ที่บ้านเพื่อเล่าเรื่องของ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-24
  • ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายท้ายหมู่บ้านผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 14 นางสวยหรือไม่

    เขาหลุบตามองควันขาวที่โชยออกมาจากแก้วกาแฟร้อนด้วยแววตาครุ่นคิด แต่ไม่ได้หยิบขึ้นมาดื่ม จากนั้นจึงคุยเรื่องงานต่อ “ข้าอยากให้เจ้าถักผ้าคลุมไหล่ให้ข้าสักยี่สิบผืน” “ยี่สิบผืนหรือเจ้าคะ” นางตกใจจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ “อืม สีที่ข้าอยากได้ก็ตามนี้” เขายื่นกระดาษที่ดารันเขียนให้ส่ง

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-20
  • ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายท้ายหมู่บ้านผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 9 นายท่าน

    เถ้าแก่มองตาม “ผ้าคลุมไหล่ขอรับ”“ท่านย่ารับซื้อผ้าด้วยรึ”“เป็นข้าที่รับไว้เองขอรับ เห็นแล้วก็อดสงสารนางไม่ได้” ความจริงเรื่องนี้เถ้าแก่เส็งก็แจ้งนายท่านไปแล้ว และนางก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใด ให้เถ้าแก่ตัดสินใจตามความเหมาะสมได้เลย นางยังเอ่ยปากชมว่าในเขตชนบทเช่นนี้ยังมีของดีแอบซุกซ่อนอยู่“อ้อ ผู้ทำเป็น

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-18
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status