Share

ตอนที่ 5 ขายทอง

last update Last Updated: 2026-01-30 17:06:19

พอถึงคิวของปรารถนาเถ้าแก่เส็งมองดูสามแม่ลูกที่ยืนมองเขาตาปริบ ๆ ด้วยความสงสัย ก่อนจะถามเสียงเรียบ “จะมาขออะไรอีกละ” ปกติสามแม่ลูกนี้ชอบมาขอข้าวขอน้ำกินอยู่ร่ำไป “วันนี้ภรรยาของข้าไม่ได้ทำอาหารให้ด้วยสิ มีแค่ซาลาเปาเพียงสามชิ้นเท่านั้น พวกเจ้าเอาไปแบ่งกันก็แล้วกัน” เถ้าแก่ว่าพลางหันไปหยิบซาลาเปาที่วางอยู่ในจานด้านหลัง

            ปรารถนารีบกล่าวใบหน้าเปื้อนยิ้ม “วันนี้ข้าไม่ได้มาขอข้าวกินเจ้าค่ะ” อย่างน้อยในตลาดนี้ก็มีเถ้าแก่เส็งที่ใจดีมีเมตตาต่อนางกับลูก

            “เช่นนั้นเจ้ามาทำสิ่งใด”

            “ข้าเอาทองมาขายเจ้าค่ะ”

            “เอาออกมาสิ เจ้ามีเท่าไร” สามสี่คนที่มาขายทองวันนี้รวมกันยังไม่ถึงสิบกรัมด้วยซ้ำ

            ปรารถนาคลี่ผ้าที่ห่อทองออกมาแล้ววางลงบนโต๊ะด้านหน้าเถ้าแก่ “นี่เจ้าค่ะ”

            เถ้าแก่ชมดูด้วยตาเบิกกว้างขึ้น “หนักเท่าไรกันเนี่ย น่าจะเกือบสองร้อยกรัมทีเดียว เจ้าไปร่อนเองรึ” การร่อนทองถือเป็นการเสี่ยงโชคอย่างหนึ่ง ใครโชคดีคนนั้นก็ได้มาก นางคงเป็นหนึ่งในนั้น

            “เจ้าค่ะ”

            “โอ ช่างประเสริฐจริง ๆ” ดวงตาเถ้าแก่วาววาม ยิ่งเขารับซื้อทองได้มากเท่าไร เขาจะได้ค่าส่วนแบ่งจากเจ้าของร้านนอกเหนือจากเงินเดือนมากขึ้นเท่านั้น

            เถ้าแก่รีบนำทองไปชั่ง เป็นไปดังคาด ทองหนักสองร้อยกรัมจริง ๆ 

            “เจ้ารวยแล้ว” เถ้าแก่เอ่ยอย่างยินดี

            “คิดเป็นสองร้อยเหรียญทองใช่หรือไม่เจ้าคะ” นางกล่าวใบหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้มเพราะทองราคากรัมละหนึ่งร้อยเหรียญทองแดงหรือเท่ากับหนึ่งเหรียญทองนั่นเอง

            เถ้าแก่เส็งหัวเราะเฮฮาเมื่อได้ยินปรารถนาคำนวณเสร็จก่อนที่เขาจะแจ้งราคาเสียอีก “เจ้าควรเลิกเป็นขอทานแล้วไปทำอาชีพค้าขายเสีย” พูดพลางนับเงินใส่ถุงผ้าสีแดงให้นาง

            และยังมีเสียงที่ส่งออกมาทางกระแสจิตด้วยว่า ‘นายหญิงเชื่อข้าหรือยังเจ้าคะ’

            ปรารถนากับลูกสาวยิ้มจนตาหยี ทำให้ลูกชายพลอยยิ้มตามไปด้วยถึงยังไม่เข้าใจก็ตาม นางตอบผึ้งกลับไปว่า ‘อืม เจ้ามันเก่ง’ ผึ้งน้อยยิ้มออกมาด้วยความภาคภูมิใจที่โดนนายหญิงชื่นชม เงินสองร้อยเหรียญทองนางสามารถเลี้ยงลูกให้กินดีอยู่ดีได้ถึงหนึ่งปีเชียวละ แต่จะผ่าตัดประสาทหูของลูกชาย นางต้องใช้เงินมากถึงหกร้อยเหรียญทอง

เดินออกจากร้านเถ้าแก่เส็งปืนจึงสะกิดแขนแม่แล้วแหงนมองอย่างสงสัย ‘ท่านแม่เราขายทองได้เงินมากหรือขอรับ’

            ปรารถนามองลูกชาย ‘ใช่ เราขายทองได้เงินมาก ข้าจะพาพวกเจ้าไปซื้อเสื้อผ้ากับรองเท้าคู่ใหม่’

            นางบอกลูกแล้วจูงแขนลูกเข้าร้านขายเสื้อผ้าต่อ เพิ่งเดินเข้ามาก็มีเสียงพูดขึ้น “ที่นี่ไม่มีของสำหรับขอทานหรอกนะ ไปหาซื้อร้านอื่นเถอะ”

            ลูกทั้งสองแหงนมองหน้าแม่แววตาเศร้าสร้อย “เราไปร้านอื่นก็ได้”

            ว่าจบนางพาลูกเดินไปร้านถัดไป ร้านนี้ไม่ค่อยมีลูกค้าเหมือนกับร้านที่นางเข้าไปเมื่อครู่ พนักงานขายผู้หญิงแต่งกายดูดีมองเห็นสามแม่ลูกขอทานเดินเข้ามาในร้านนางจึงกล่าวขึ้นทันที “พวกเจ้าสามคนจะมาขโมยสิ่งใดในร้าน จงรีบออกไปเสีย ก่อนที่ข้าจะแจ้งตำรวจ”

            “แต่ข้ามาซื้อของ” นางแย้งขึ้น

            พนักงานขายเบ้ปาก เปล่งวาจาเหยียดหยัน “หน้าอย่างเจ้าไม่มีเงินซื้อของร้านนี้หรอก”

            ปรารถนายืนถอนหายใจ แม้มีเงินก็ใช่ว่าจะซื้อได้ทุกอย่าง นางกระตุกมือลูกทั้งสองข้าง “เราไปซื้อร้านอื่นกันเถอะ”

            ปิ่นรั้งมือแม่ไว้ “ท่านแม่แต่เรามีเงินนะเจ้าคะ ทำไมเขาถึงไม่ขายของให้เรา”

            “ไม่เป็นไร ร้านนี้ไม่ขาย ร้านอื่นย่อมขาย”

            ปืนดึงชายเสื้อแม่อีกครั้งเพื่อถาม ‘เขาไม่ชอบที่พวกเราเป็นขอทานหรือขอรับ’

            ปรารถนาหยุดเดินแล้วนั่งยองลง มือวางบนศีรษะลูกแล้วลูบปลอบโยน “ช่างพวกเขาเถอะ อย่าไปสนใจเลย”

            ‘ไปร้านนั้น’ วราลีที่อยู่บนไหล่เอ่ยบอก

            ‘แต่คนเยอะมากเลยนะ’

            ‘ไปเถอะ เชื่อข้า’ ผึ้งน้อยยังยืนยัน

            ปรารถนาจูงมือลูกเข้าไปในร้าน ลูกค้าที่อยู่ในร้านต่างมองเหยียด แต่นางหาได้สนใจไม่ บางคนถึงกับยกมือขึ้นปิดจมูกตัวเองเพราะทนกลิ่นเหม็นของสามแม่ลูกไม่ได้

            เจ้าของร้านเห็นลูกค้าเดินเข้ามาในร้านจึงเดินออกไปต้อนรับ นางเป็นหญิงอายุราวสี่สิบต้น กล่าวเสียงอ่อนหวานน่าฟังออกมา “เจ้ากับลูกมีอะไรให้ข้ารับใช้หรือไม่” สมแล้วที่ร้านนี้มีลูกค้าเข้าเยอะ

            แม่ลูกมองน่ากันแล้วยิ้มด้วยความยินดี คิดว่าวันนี้ต้องเดินหาซื้อเสื้อผ้าทั้งวันเสียแล้ว

            “ข้าต้องการชุดกันหนาวของเด็กสองคนนี้เจ้าค่ะ”

            “ของเจ้าด้วยหรือไม่”

            “ด้วยเจ้าค่ะ แต่ข้าขอแค่เสื้ออย่างเดียวก็พอ”

            “ตามข้ามาด้านนี้สิ”

            ปรารถนาและลูกเดินตามเจ้าของร้านไป วราลีก็พูดจาโอ้อวดขึ้นมาอีก ‘เจ้าเชื่อข้าหรือยัง’

            ‘อืม เจ้ามันผึ้งวิเศษ’

            ผึ้งน้อยทำท่ายืดอก ‘มันแน่นอนอยู่แล้ว”

            เจ้าของร้านให้นางกับลูกเลือกเสื้อผ้าได้ตามใจ ปรารถนาได้ชุดให้ลูกชายหญิงคนละห้าชุดและรองเท้าคนละหนึ่งคู่ 

            ลูกทั้งสองเดินออกจากร้านขายเสื้อผ้า ใบหน้ายังยิ้มจนหุบไม่ลง

            “ท่านแม่ทำไมซื้อเสื้อผ้าให้ข้ากับพี่ชายเยอะจังเลยเจ้าคะ”

            “เสื้อผ้าของพวกเราเก่าและขาดหมดแล้ว” นางให้เหตุผล ไม่ได้ต้องการใช้จ่ายเงินเกินความจำเป็นแต่อย่างใด

            “เจ้าค่ะ”

            จากนั้นปรารถนาจึงเดินไปซื้ออุปกรณ์การถักโครเชต์ ในส่วนของเข็มถักนางมีหลายขนาดแล้ว นางจึงเลือกซื้อเชือกสีต่าง ๆ ที่ไม่มีในมิติเท่านั้น ได้ของที่ต้องการแล้วจึงพาลูกไปซื้ออาหารกลับไปตุนไว้ที่บ้าน

            เวลาเที่ยงวันพอดี พวกเขาจึงเลือกซื้อของเสร็จ สามคนแม่ลูกหิวข้าว นางซื้อซาลาเปาไส้หมูสับกินรองท้องกับลูก ๆ ไปก่อน ส่วนผึ้งน้อยบินหายไปนานแล้วเพิ่งบินกลับมา

            ‘เจ้าหายไปไหนมา’

            ‘กินข้าวเที่ยง’

            ‘ที่ไหน’

            ‘ร้านขายขนมหวานทางโน้น’ มันกล่าวเสียงยืดยาว

            ‘เฮอะ อิ่มแปล้เลยสิ’

            ‘มากมาย’ กล่าวจบก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี

            เป็นผึ้งนี่มันดีจริง ๆ ไม่ต้องเสียเงินซื้อก็หากินได้แล้ว

            ของที่ซื้อมีมากมาย ปรารถนาไม่อยากพึ่งพาผึ้งน้อยมากนัก เก็บของไว้ในมิติเพียงบางส่วนแล้วเดินไปที่เกวียนที่จอดรอคนที่จะกลับไปทางหมู่บ้านฟ้าโปร่ง

            ข้างเกวียนเทียมวัวมีผู้โดยสารยืนรออยู่สามสี่คน เมื่อครบสิบคนแล้วเกวียนถึงจะออกจากท่า 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายท้ายหมู่บ้านผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 7 ไม่มีใครอยากรับของจากขอทาน

    นางตักอาหารใส่หม้อขนาดเล็กวางลงในตะกร้าแล้วบอกลูก ‘เราเอาอาหารไปให้ท่านน้ากัน’“เจ้าค่ะ” ลูกทั้งสองเบี่ยงกายลงจากเก้าอี้อย่างกระตือรือร้น แล้วเดินส่ายก้นน้อย ๆ ตามแม่เดินออกมาจากบ้านดวงตะวันก็เกือบจะบอกลาท้องฟ้าไปแล้ว เห็นสามแม่ลูกกำลังวางมัดฟืนลงจากบ่าพอดีรุ้งและลูกทั้งสองหันมามองตามเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามา พวกเขาแปลกใจเล็กน้อย เมื่อเห็นปรารถนากับลูกเดินเข้ามาในบ้าน ยิ่งแปลกใจมากขึ้นเมื่อทั้งสามคนอาบน้ำส่งกลิ่นหอมกำจายออกมารอบกาย ผิวพรรณดูเกลี้ยงเกลา ซ้ำผู้เป็นแม่นั้นยังแต่งแต้มใบหน้าและเรียวปากให้มีสีสันงามตา ชมดูไม่เหมือนแม่ม่ายลูกสองเลยสักนิด แท้จริงวันนี้รุ้งกับลูกเพิ่งได้ยลโฉมของนางที่ซ่อนไว้ตั้งหลายปี“พวกเจ้ามาทำไมหรือ”“ข้าเอาอาหารมาฝากเจ้าค่ะ วันนี้ข้าทำไข่พะโล้หมูสามชั้น จึงแบ่งมาให้ท่านน้ากับลูกด้วยเจ้าค่ะ” คนที่ดีกับนางและลูกมีไม่มากเช่นนั้นนางควรผูกมิตรกับคนที่มีน้ำใจกับนางด้วยไม่ใช่หรือ“เจ้ามีเงินซื้อไข่กับเนื้อหมูด้วยรึ” รุ้งมองอาหารที่อยู่ในตะกร้าด้วยความตื่นใจแกมสงสัย นางคงทำหม้อใหญ่จริง ๆ ตักมาให้มากขนาดนี้ และเป็นครั้งแรกที่นางได้รับอาหารจากปรารถนา “เจ้าค่ะ เมื

  • ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายท้ายหมู่บ้านผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 6 เหมาเกวียน

    ผู้โดยสารที่ยืนอยู่เห็นขอทานแม่ลูกเดินมาหนึ่งในนั้นก็รีบพูดขึ้น “ถ้ามีสามแม่ลูกนี้ไปด้วย ข้าไม่ขึ้นเกวียนเด็ดขาด” “ข้าด้วย” “ข้าด้วย” “ข้าก็ด้วย” ทุกคนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน คนบังคับเกวียนก็ทำสีหน้ายุ่งยากใจเพราะกว่าจะได้ครบสิบคนก็ยากแล้ว ไหนเกวียนแต่ละเที่ยวถ้าคนไม่ถึงสิบต้องรอเกือบสองชั่วโมงถึงจะออกได้ “เช่นนั้นเกวียนเที่ยวนี้ข้าเหมาคนเดียวก็ได้ ท่านลุงเพ็งคิดค่าเดินทางเท่าไรเจ้าคะ” ทุกคนที่ได้ยินต่างตาโต อ้าปากหวอ แต่ความรู้สึกของทุกคนย่อมแตกต่างกันออกไป มีเพียงลุงเพ็งเท่านั้นที่ดีใจจนออกนอกหน้า “ข้าคิดห้าสิบเหรียญทองแดงเท่านั้น” “ข้าตกลง” นางว่าพร้อมกับยกของขึ้นวางบนเกวียนหน้าตาเฉย จากนั้นอุ้มลูกทั้งสองขึ้นเกวียน แล้วนางก็ตามขึ้นไป เกวียนเคลื่อนออกไปอย่างช้า ๆ ปรารถนาไม่หันกลับมามองสายตาสับสนงุนงงของคนเหล่านั้นด้วยซ้ำ วราลีหันกลับไปอ้าปากแลบลิ้นให้แล้วยิ้มเยาะ พูดออกมาเสียงดัง “สมน้ำหน้า”ปิ่นหันขวับ “ท่านแม่ว่าอะไรนะเจ้าคะ”“ข้าไม่ได้พูดสักหน่อย”“แต่ข้าได้ยินเสียงเล็ก ๆ กล่าวว่าส

  • ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายท้ายหมู่บ้านผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 5 ขายทอง

    พอถึงคิวของปรารถนาเถ้าแก่เส็งมองดูสามแม่ลูกที่ยืนมองเขาตาปริบ ๆ ด้วยความสงสัย ก่อนจะถามเสียงเรียบ “จะมาขออะไรอีกละ” ปกติสามแม่ลูกนี้ชอบมาขอข้าวขอน้ำกินอยู่ร่ำไป “วันนี้ภรรยาของข้าไม่ได้ทำอาหารให้ด้วยสิ มีแค่ซาลาเปาเพียงสามชิ้นเท่านั้น พวกเจ้าเอาไปแบ่งกันก็แล้วกัน” เถ้าแก่ว่าพลางหันไปหยิบซาลาเปาที่วางอยู่ในจานด้านหลัง ปรารถนารีบกล่าวใบหน้าเปื้อนยิ้ม “วันนี้ข้าไม่ได้มาขอข้าวกินเจ้าค่ะ” อย่างน้อยในตลาดนี้ก็มีเถ้าแก่เส็งที่ใจดีมีเมตตาต่อนางกับลูก “เช่นนั้นเจ้ามาทำสิ่งใด” “ข้าเอาทองมาขายเจ้าค่ะ” “เอาออกมาสิ เจ้ามีเท่าไร” สามสี่คนที่มาขายทองวันนี้รวมกันยังไม่ถึงสิบกรัมด้วยซ้ำ ปรารถนาคลี่ผ้าที่ห่อทองออกมาแล้ววางลงบนโต๊ะด้านหน้าเถ้าแก่ “นี่เจ้าค่ะ” เถ้าแก่ชมดูด้วยตาเบิกกว้างขึ้น “หนักเท่าไรกันเนี่ย น่าจะเกือบสองร้อยกรัมทีเดียว เจ้าไปร่อนเองรึ” การร่อนทองถือเป็นการเสี่ยงโชคอย่างหนึ่ง ใครโชคดีคนนั้นก็ได้มาก นางคงเป็นหนึ่งในนั้น “เจ้าค่ะ” “โอ ช่างประเสริฐจริง ๆ” ดวงตาเถ้าแก่วาววาม ยิ่งเขารับซื้อทองได้

  • ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายท้ายหมู่บ้านผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 4 ร่อนทอง

    ลูกทั้งสองพยักหน้าดีใจ ทำไมวันนี้พวกเขาถึงได้กินอาหารหรูหราเช่นนี้ ปกติตอนเช้าพวกเขาได้กินแค่ข้าวต้มใส่เกลือที่มีข้าวไม่ถึงหยิบมือด้วยซ้ำ ซดน้ำข้าวต้มมาก ๆ ก็อิ่มเอง “ท่านแม่มีเงินมากแล้วหรือเจ้าคะ” “ไม่มาก แต่ก็อยู่ได้หลายวัน” แต่อีกไม่นานอาจจะมีมากกว่านี้หลายเท่า นางหวังไว้เช่นนั้น “งั้นพวกเราต้องไปเป็นขอทานอีกหรือไม่เจ้าคะ” ปิ่นมีสีหน้าเศร้าหมองลง เมื่อคิดถึงตอนที่พวกเขาต้องไปนั่งข้างถนนเพื่อขอเงินจากคนที่เดินผ่านไปมา นางไม่ชอบสายตาที่ทุกคนมองมาอย่างเหยียดหยามเลยสักนิด “ไม่หรอก ต่อไปนี้พวกเราจะไม่เป็นขอทานอีก” ลูกทั้งสองมองแม่แล้วยิ้มอย่างพอใจ ปรารถนาเตรียมเครื่องปรุงอย่างอื่นเสร็จ จึงนำผักที่ลูกไปล้างให้สะอาดอีกครั้ง ผัดไทยใส่ไข่กุ้งสดร้อน ๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นจนลูกอดน้ำลายไหลไม่ได้ เสร็จแล้วปรารถนาตักใส่จานให้ลูกคนละใบจนพูนจาน ปืนทำภาษามือว่า ‘วันนี้ทำไมได้กินอาหารเยอะจังเลยขอรับ’ ปรารถนายิ้มอ่อนให้ลูกทั้งสอง “ต่อไปนี้พวกเจ้าจะได้กินอิ่มทุกมื้อ” “ท่านแม่พูดจริงหรือเจ้าคะ”

  • ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายท้ายหมู่บ้านผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 3 ผึ้งวิเศษ

    ปรารถนานั่งคิดอยู่นาน จู่ ๆ ก็มีผึ้งตัวหนึ่งที่ดูเหมือนจะตัวโตกว่าผึ้งที่นางเคยเห็นอยู่เล็กน้อยบินมาอยู่ตรงหน้าและไม่ยอมจากไปไหน ปรารถนาที่ชื่นชอบผึ้งเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้วจึงยื่นมือออกไปให้มันเกาะ แล้วมันก็ส่งเสียงเล็กแหลมออกมา “นายหญิง” ปรารถนาตาโตเมื่อรู้ว่าผึ้งน้อยตัวนั้นพูดได้ “เจ้าพูดได้” “ข้าย่อมพูดได้” “แล้วทำไมเจ้าถึงเรียกข้าว่านายหญิง” “ก็ท่านเคยช่วยชีวิตข้า ข้าเป็นหนี้บุญคุณท่าน” “ข้าช่วยเจ้าตอนไหน” นางเอียงคอถามย่นคิ้วเข้าหากัน “ตั้งแต่ชาติที่แล้วโน่น” “ชาติที่แล้ว?” นางพึมพำ คิดถึงผึ้งที่อยู่โลกเดิมที่นางเคยช่วยชีวิตไว้ “แล้วเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” “หลังจากอาผู้หญิงของท่านมาพบศพท่านเข้า นางก็จัดการทำพิธีเผาศพให้แก่ท่าน ซ้ำยังเผาทำลายรังของข้าด้วย” “โธ่เอ๋ยเวรกรรม” รังผึ้งนั้นออกใหญ่โต อาผู้หญิงทำลงไปได้อย่างไร “แต่ท่านไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะ เพราะข้าไม่รู้สึกเสียใจเลยสักนิด” นางว่าด้วยท่าทางปลอดโปร่ง “ทำไม” นางกอดอกทำท่าพออกพอใจ

  • ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายท้ายหมู่บ้านผู้มั่งคั่ง   ตอนที่ 2 ขอทาน

    มาถึงร้านขายเปาะเปี๊ยะทอดปืนก็กระตุกมือแม่เบา ๆ มองเปาะเปี๊ยะทอดตาละห้อย ปรารถนาก้มลงมองลูกแล้วใช้ภาษามือสื่อสาร ‘เจ้าอยากกินหรือ’ เขาพยักหน้าตอบ นางหันไปถามลูกสาวอีก “เจ้าอยากกินหรือไม่” “อยากเจ้าค่ะ” พูดพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง สายตาไม่ละจากเปาะเปี๊ยะทอดที่อยู่ในตู้กระจก ปรารถนายืดตัวขึ้น ยังไม่ทันได้สั่งก็มีเสียงเจ้าของร้านดังขึ้น “ถ้าไม่ซื้อก็หลบไป ตัวเหม็น เดี๋ยวของที่ร้านของข้าก็มีกลิ่นพอดี”นางไม่ได้โต้ตอบ หยิบถุงเหรียญที่นายท่านคนนั้นให้มาขึ้นมาแล้วนับดู ในถุงนั้นมีทั้งเหรียญเงินและเหรียญทอง นางคิดว่าคงมากพอที่จะใช้เลี้ยงลูกให้กินอิ่มได้อีกหลายวัน ที่ผ่านมาลูกทั้งสองไม่เคยได้กินเปาะเปี๊ยะทอดเลย นางจึงตัดสินใจซื้อให้ลูกทั้งสอง “เอาสองกล่องเจ้าค่ะ” “ข้าขอดูเงินเจ้าก่อน” เสียงนั้นค่อนข้างห้วน สายตาที่เจ้าของร้านมองมาดูแคลนแม่ลูกไม่น้อย นางนับเงินให้กับเจ้าของร้านห้าเหรียญเงิน เจ้าของร้านมองดูแล้วจึงยอมทำเปาะเปี๊ยะทอดให้สองกล่อง ปรารถนาต่างคิด ไม่ว่าคนบนดาวดวงไหนก็ไม่ต่างกัน ส่วนมากมักมองคนแต่เพียงภายนอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status