LOGINพอถึงคิวของปรารถนาเถ้าแก่เส็งมองดูสามแม่ลูกที่ยืนมองเขาตาปริบ ๆ ด้วยความสงสัย ก่อนจะถามเสียงเรียบ “จะมาขออะไรอีกละ” ปกติสามแม่ลูกนี้ชอบมาขอข้าวขอน้ำกินอยู่ร่ำไป “วันนี้ภรรยาของข้าไม่ได้ทำอาหารให้ด้วยสิ มีแค่ซาลาเปาเพียงสามชิ้นเท่านั้น พวกเจ้าเอาไปแบ่งกันก็แล้วกัน” เถ้าแก่ว่าพลางหันไปหยิบซาลาเปาที่วางอยู่ในจานด้านหลัง
ปรารถนารีบกล่าวใบหน้าเปื้อนยิ้ม “วันนี้ข้าไม่ได้มาขอข้าวกินเจ้าค่ะ” อย่างน้อยในตลาดนี้ก็มีเถ้าแก่เส็งที่ใจดีมีเมตตาต่อนางกับลูก
“เช่นนั้นเจ้ามาทำสิ่งใด”
“ข้าเอาทองมาขายเจ้าค่ะ”
“เอาออกมาสิ เจ้ามีเท่าไร” สามสี่คนที่มาขายทองวันนี้รวมกันยังไม่ถึงสิบกรัมด้วยซ้ำ
ปรารถนาคลี่ผ้าที่ห่อทองออกมาแล้ววางลงบนโต๊ะด้านหน้าเถ้าแก่ “นี่เจ้าค่ะ”
เถ้าแก่ชมดูด้วยตาเบิกกว้างขึ้น “หนักเท่าไรกันเนี่ย น่าจะเกือบสองร้อยกรัมทีเดียว เจ้าไปร่อนเองรึ” การร่อนทองถือเป็นการเสี่ยงโชคอย่างหนึ่ง ใครโชคดีคนนั้นก็ได้มาก นางคงเป็นหนึ่งในนั้น
“เจ้าค่ะ”
“โอ ช่างประเสริฐจริง ๆ” ดวงตาเถ้าแก่วาววาม ยิ่งเขารับซื้อทองได้มากเท่าไร เขาจะได้ค่าส่วนแบ่งจากเจ้าของร้านนอกเหนือจากเงินเดือนมากขึ้นเท่านั้น
เถ้าแก่รีบนำทองไปชั่ง เป็นไปดังคาด ทองหนักสองร้อยกรัมจริง ๆ
“เจ้ารวยแล้ว” เถ้าแก่เอ่ยอย่างยินดี
“คิดเป็นสองร้อยเหรียญทองใช่หรือไม่เจ้าคะ” นางกล่าวใบหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้มเพราะทองราคากรัมละหนึ่งร้อยเหรียญทองแดงหรือเท่ากับหนึ่งเหรียญทองนั่นเอง
เถ้าแก่เส็งหัวเราะเฮฮาเมื่อได้ยินปรารถนาคำนวณเสร็จก่อนที่เขาจะแจ้งราคาเสียอีก “เจ้าควรเลิกเป็นขอทานแล้วไปทำอาชีพค้าขายเสีย” พูดพลางนับเงินใส่ถุงผ้าสีแดงให้นาง
และยังมีเสียงที่ส่งออกมาทางกระแสจิตด้วยว่า ‘นายหญิงเชื่อข้าหรือยังเจ้าคะ’
ปรารถนากับลูกสาวยิ้มจนตาหยี ทำให้ลูกชายพลอยยิ้มตามไปด้วยถึงยังไม่เข้าใจก็ตาม นางตอบผึ้งกลับไปว่า ‘อืม เจ้ามันเก่ง’ ผึ้งน้อยยิ้มออกมาด้วยความภาคภูมิใจที่โดนนายหญิงชื่นชม เงินสองร้อยเหรียญทองนางสามารถเลี้ยงลูกให้กินดีอยู่ดีได้ถึงหนึ่งปีเชียวละ แต่จะผ่าตัดประสาทหูของลูกชาย นางต้องใช้เงินมากถึงหกร้อยเหรียญทอง
เดินออกจากร้านเถ้าแก่เส็งปืนจึงสะกิดแขนแม่แล้วแหงนมองอย่างสงสัย ‘ท่านแม่เราขายทองได้เงินมากหรือขอรับ’
ปรารถนามองลูกชาย ‘ใช่ เราขายทองได้เงินมาก ข้าจะพาพวกเจ้าไปซื้อเสื้อผ้ากับรองเท้าคู่ใหม่’
นางบอกลูกแล้วจูงแขนลูกเข้าร้านขายเสื้อผ้าต่อ เพิ่งเดินเข้ามาก็มีเสียงพูดขึ้น “ที่นี่ไม่มีของสำหรับขอทานหรอกนะ ไปหาซื้อร้านอื่นเถอะ”
ลูกทั้งสองแหงนมองหน้าแม่แววตาเศร้าสร้อย “เราไปร้านอื่นก็ได้”
ว่าจบนางพาลูกเดินไปร้านถัดไป ร้านนี้ไม่ค่อยมีลูกค้าเหมือนกับร้านที่นางเข้าไปเมื่อครู่ พนักงานขายผู้หญิงแต่งกายดูดีมองเห็นสามแม่ลูกขอทานเดินเข้ามาในร้านนางจึงกล่าวขึ้นทันที “พวกเจ้าสามคนจะมาขโมยสิ่งใดในร้าน จงรีบออกไปเสีย ก่อนที่ข้าจะแจ้งตำรวจ”
“แต่ข้ามาซื้อของ” นางแย้งขึ้น
พนักงานขายเบ้ปาก เปล่งวาจาเหยียดหยัน “หน้าอย่างเจ้าไม่มีเงินซื้อของร้านนี้หรอก”
ปรารถนายืนถอนหายใจ แม้มีเงินก็ใช่ว่าจะซื้อได้ทุกอย่าง นางกระตุกมือลูกทั้งสองข้าง “เราไปซื้อร้านอื่นกันเถอะ”
ปิ่นรั้งมือแม่ไว้ “ท่านแม่แต่เรามีเงินนะเจ้าคะ ทำไมเขาถึงไม่ขายของให้เรา”
“ไม่เป็นไร ร้านนี้ไม่ขาย ร้านอื่นย่อมขาย”
ปืนดึงชายเสื้อแม่อีกครั้งเพื่อถาม ‘เขาไม่ชอบที่พวกเราเป็นขอทานหรือขอรับ’
ปรารถนาหยุดเดินแล้วนั่งยองลง มือวางบนศีรษะลูกแล้วลูบปลอบโยน “ช่างพวกเขาเถอะ อย่าไปสนใจเลย”
‘ไปร้านนั้น’ วราลีที่อยู่บนไหล่เอ่ยบอก
‘แต่คนเยอะมากเลยนะ’
‘ไปเถอะ เชื่อข้า’ ผึ้งน้อยยังยืนยัน
ปรารถนาจูงมือลูกเข้าไปในร้าน ลูกค้าที่อยู่ในร้านต่างมองเหยียด แต่นางหาได้สนใจไม่ บางคนถึงกับยกมือขึ้นปิดจมูกตัวเองเพราะทนกลิ่นเหม็นของสามแม่ลูกไม่ได้
เจ้าของร้านเห็นลูกค้าเดินเข้ามาในร้านจึงเดินออกไปต้อนรับ นางเป็นหญิงอายุราวสี่สิบต้น กล่าวเสียงอ่อนหวานน่าฟังออกมา “เจ้ากับลูกมีอะไรให้ข้ารับใช้หรือไม่” สมแล้วที่ร้านนี้มีลูกค้าเข้าเยอะ
แม่ลูกมองน่ากันแล้วยิ้มด้วยความยินดี คิดว่าวันนี้ต้องเดินหาซื้อเสื้อผ้าทั้งวันเสียแล้ว
“ข้าต้องการชุดกันหนาวของเด็กสองคนนี้เจ้าค่ะ”
“ของเจ้าด้วยหรือไม่”
“ด้วยเจ้าค่ะ แต่ข้าขอแค่เสื้ออย่างเดียวก็พอ”
“ตามข้ามาด้านนี้สิ”
ปรารถนาและลูกเดินตามเจ้าของร้านไป วราลีก็พูดจาโอ้อวดขึ้นมาอีก ‘เจ้าเชื่อข้าหรือยัง’
‘อืม เจ้ามันผึ้งวิเศษ’
ผึ้งน้อยทำท่ายืดอก ‘มันแน่นอนอยู่แล้ว”
เจ้าของร้านให้นางกับลูกเลือกเสื้อผ้าได้ตามใจ ปรารถนาได้ชุดให้ลูกชายหญิงคนละห้าชุดและรองเท้าคนละหนึ่งคู่
ลูกทั้งสองเดินออกจากร้านขายเสื้อผ้า ใบหน้ายังยิ้มจนหุบไม่ลง
“ท่านแม่ทำไมซื้อเสื้อผ้าให้ข้ากับพี่ชายเยอะจังเลยเจ้าคะ”
“เสื้อผ้าของพวกเราเก่าและขาดหมดแล้ว” นางให้เหตุผล ไม่ได้ต้องการใช้จ่ายเงินเกินความจำเป็นแต่อย่างใด
“เจ้าค่ะ”
จากนั้นปรารถนาจึงเดินไปซื้ออุปกรณ์การถักโครเชต์ ในส่วนของเข็มถักนางมีหลายขนาดแล้ว นางจึงเลือกซื้อเชือกสีต่าง ๆ ที่ไม่มีในมิติเท่านั้น ได้ของที่ต้องการแล้วจึงพาลูกไปซื้ออาหารกลับไปตุนไว้ที่บ้าน
เวลาเที่ยงวันพอดี พวกเขาจึงเลือกซื้อของเสร็จ สามคนแม่ลูกหิวข้าว นางซื้อซาลาเปาไส้หมูสับกินรองท้องกับลูก ๆ ไปก่อน ส่วนผึ้งน้อยบินหายไปนานแล้วเพิ่งบินกลับมา
‘เจ้าหายไปไหนมา’
‘กินข้าวเที่ยง’
‘ที่ไหน’
‘ร้านขายขนมหวานทางโน้น’ มันกล่าวเสียงยืดยาว
‘เฮอะ อิ่มแปล้เลยสิ’
‘มากมาย’ กล่าวจบก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี
เป็นผึ้งนี่มันดีจริง ๆ ไม่ต้องเสียเงินซื้อก็หากินได้แล้ว
ของที่ซื้อมีมากมาย ปรารถนาไม่อยากพึ่งพาผึ้งน้อยมากนัก เก็บของไว้ในมิติเพียงบางส่วนแล้วเดินไปที่เกวียนที่จอดรอคนที่จะกลับไปทางหมู่บ้านฟ้าโปร่ง
ข้างเกวียนเทียมวัวมีผู้โดยสารยืนรออยู่สามสี่คน เมื่อครบสิบคนแล้วเกวียนถึงจะออกจากท่า
สินค้าร้านปรารถนาวราลีได้รับความนิยมไปทั้งจังหวัด ยังมีลูกค้าจากต่างจังหวัดมาอุดหนุนและสั่งสินค้าผ่านทางร้านดารันด้วย ปรารถนาจึงจำเป็นต้องรับพนักงานขายเพิ่ม ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลเป็นกระเต็นลูกศิษย์นางนั่นเอง กระเต็นทำหน้าที่เป็นพนักงานขายที่ร้านปรารถนาวราลีและยังถักเชือกมาขายให้กับนายหญิงร้านนี้อีกด้วย กลายเป็นว่ากระเต็นมีรายได้สองทาง ปรารถนาก็ได้งานและสินค้าเพิ่มขึ้นด้วย กระเต็นดีใจที่ได้ทำงานแบบนี้ หากพี่ชายไม่จุดประกายให้นางในวันนั้น ถ้ามัวแต่เฝ้าอิจฉาคนอื่นจนไม่รู้จักพัฒนาตัวเองนางก็คงไม่มีโอกาสได้ทำงานแบบนี้ เมื่อรับพนักงานเข้ามาทำงานประจำที่ร้าน ความลับเรื่องที่ปรารถนาเลี้ยงผึ้งน้อยพูดได้ก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไป เหตุเพราะปิ่นกับปืนเป็นคนเผยความลับครั้งนี้เอง ตามประสาเด็กย่อมปิดความลับไว้ไม่อยู่ แต่ปรารถนาก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจ เพราะอย่างไรวราลีก็ไม่มีวันตายอยู่แล้ว ไม่มีใครทำร้ายมันได้ มันจะอยู่กับนางจนกว่านางจะไม่สามารถรักษาชีวิตไว้ในดาวดวงนี้ได้อีกแล้ว คืนหนึ่งผึ้งน้อยกำลังนำเชือกถักออกมาจากมิติให้นายหญิง ทั้งสองกำลังคุยกันไปหัวเราะไป
แต่งงานได้สองสัปดาห์ปรารถนาก็ได้เข้าไปสอนการถักเชือกในที่ว่าการอำเภอ ซึ่งคนที่มาเรียนจ่ายเพียงค่าอุปกรณ์เท่านั้น คนที่ยินดีที่สุดเห็นจะเป็นกระเต็น นางเฝ้ารอมาตั้งหลายเดือนในที่สุดก็ได้เรียนถักเชือกสมใจ ซ้ำยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเรียน ปรารถนาก็ยินดีที่นางมีรายได้หลายทาง หากสอนรุ่นแรกแล้วมีคนสนใจเรียนอีก นางก็ต้องมาสอนอีก ในส่วนร้านค้าของนางก็ปิดครึ่งวันในวันที่นางมีสอน หากมียอดขายมากขึ้นนางอาจจะจ้างพนักขายเพิ่มอีกสักคน ตอนนี้ชีวิตนางค่อนข้างราบเรียบ ไม่มีญาติฝ่ายไหนมาคอยกวนใจ ทั้งผึ้งและสามีล้วนเป็นเกราะป้องกันให้นางได้เป็นอย่างดี ตอนเช้าตื่นขึ้นมาทำอาหารให้ลูกกับสามี รับประทานอาหารเช้าเสร็จก็ออกไปทำงานพร้อมกัน นางขนอุปกรณ์ไปถักเชือกที่ร้านด้วย ร้านของนางมีชื่อว่า ‘ปรารถนาวราลี’ อย่างไรนางก็ต้องให้เกียรติผึ้งน้อยที่เป็นคนเก็บสมบัติให้นาง ตอนนี้ปรารถนาเริ่มนำเงินไปฝากธนาคารมากขึ้นแล้ว อยากกินอะไรก็ได้กิน มีเงินใช้ไม่เคยขาดมือ นั่นคือความหมายของคำว่ามั่งคั่งของนางแล้ว ส่วนเงินเดือนที่สามีให้มานางก็เก็บออมไว้ทั้งสิ้น เย็นวันนี้ปรารถนาเข้าครัวเพียงคนเดียว ส่วน
มือเขากำลังรุ่มร่ามอยู่กับหน้าอกของนาง นางรวบรวมกำลังที่ยังหลงเหลืออยู่ทั้งหมดถอนปากออกจากการดูดดึงของเขาพร้อมทั้งจับมือเขาไว้มั่น “นายท่าน” นางหายใจหอบเหนื่อย อกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง เขาปรือตามองนางด้วยไฟปรารถนาอันลุกโชน หากนางไม่ห้ามเขา อย่างไรวันนี้เขาก็หยุดตัวเองไม่ได้ “อีกสองอาทิตย์เราจะแต่งงานกัน” เขากล่าวออกเสียงแหบพร่า เขารู้ตัวว่าทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว ถ้าไม่ติดเรื่องการเปิดร้านของนาง เขาคงรวบรัดเวลาเข้ามาใกล้กว่านี้ “นายท่าน” “ลองเรียกข้าท่านพี่สักคำ” เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาฉ่ำวาวคู่นั้น “นายท่าน” นางร้องเสียงสูงขึ้นอีกดวงตาเบิกโต “ท่านพี่” เขากล่าวย้ำ “ถ้าไม่เรียกรู้หรือไม่ว่าข้าจะลงโทษเจ้าอย่างไร” พูดจบเขาก้มหน้าลงมาอย่างรวดเร็ว นางรีบเอ่ยทันควัน “ท่านพี่” มือสองข้างดันตัวเขาไว้เอนกายออกห่าง เขายิ้มพอใจ ดึงสายตาลงมองท่านั่งของนางอย่างแนบชิด “เจ้านั่งทับ…ข้าอยู่” ใบหน้าขาวเนียนแดงซ่าน นางก็รู้สึกถึงของแข็งบางอย่างที่ดุนดันขึ้นมาเช่นกัน ซ้ำมันยังกระดุกกระดิกได้ “ข้าต้องทำเช่นไร
ฉายสุดาทราบเรื่องว่าสามีตัวเองมาก่อความวุ่นวายที่บ้านอดีตภรรยาอีกนางก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะทำอย่างไรกับเขาดี นางขอหย่ากับเขาอย่างจริงจังในวันที่เขาถูกหัวหน้าหมู่บ้านกักขังบริเวณเป็นเวลาครึ่งเดือน ถึงเขาร้องไห้อ้อนวอนอย่างไรนางก็ไม่ยอมใจอ่อน ถึงอยู่ด้วยกันไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น หลังจากนั้นมืดจึงกลับมาอยู่กับแม่และน้องสาวที่บ้านฟ้าโปร่งอีกครั้ง และต้องไปรับจ้างทำนาเกลือเช่นเคย ถึงอยากกลับมาหาอดีตภรรยากับลูกแทบตายแต่เขาก็ไม่สามารถทำได้แล้ว เพราะนายอำเภอคนนั้นมาหานางที่บ้านทุกวัน ซ้ำที่บ้านนางยังมีผู้ชายร่างใหญ่กำยำมาเฝ้าอยู่ทุกคืนเวลาผ่านไปหนึ่งเดือนดลธีจึงส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอหมั้นหมายนางไว้ก่อน เพื่อไม่ให้ผู้ชายคนไหนกล้ามายุ่งกับนางอีก แม่กับพี่สาวของปรารถนามาร่วมงานแต่ไม่กล้าเรียกร้องสิ่งใดเพราะยังหวาดผวากับผึ้งที่อยู่หน้าบ้านลูกสาว ซ้ำตอนนี้มันยังทำรังใหญ่กว่าเดิม ส่วนอุไรแม้ใบหน้าไม่ได้ยิ้มแย้มแต่ก็ไม่ได้ขัดขวาง ซึ่งทุกคนก็รู้ว่านางยอมรับว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้แล้วเสร็จสิ้นงานหมั้นหมายปรารถนาจึงทำบ้านหลังใหม่ เป็นบ้านปูนแกมไม้ชั้นเดียว แต่หลังใหญ่กว่าเดิม เดือนต่อมานางจึงพาลูกชายไปผ่าต
หม่ำ รุ้งและลูกทั้งสองของนางช่วยกันหิ้วน้ำมาดับไฟกันวุ่นวายไปหมดดลธีรีบวิ่งไปดึงตัวเขาออกมา มืดล้มลงบนพื้น “ท่านแย่งภรรยาของข้า…”ดวงตาดลธีคล้ายมีเปลวไฟอยู่ในนั้น มือชกเข้าที่ปลายคางเขาสามสี่ครั้งหนัก ๆ จนเขาสลบไป เมื่อไฟที่ลุกไหม้สงบลงรุ้งรีบพาลูกไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมาทันที ดลธีเพิ่งเข้าใจถ่องแท้วันนี้ว่าเหตุใดลูกทั้งสองถึงได้กลัวพ่อแท้ ๆ ของตนปรารถนาเดินเข้าไปที่รังผึ้งที่ร่วงลงมากองอยู่ที่พื้นพร้อมกับร่างของผึ้งน้อยอีกนับพันนับหมื่นตัว ตอนนี้หลังคาบ้านที่คลุมด้วยหญ้าถูกเผาไหม้ไปบางส่วน ยังดีที่บ้านหลังนี้เป็นดินทั้งหมด ไฟจึงไม่สามารถเผาไหม้ได้ มือสั่น ๆ ลูบคลำตัวผึ้งที่นอนตายอยู่บนพื้น นางกล่าวออกเสียงเครือ “วราลี เจ้าอยู่ที่ใด” น้ำตาไหลรินลงมาเป็นสาย “เจ้าจะตายไม่ได้นะ”ทุกคนยังยืนงง ลูกทั้งสองและดลธีนั่งคุกเข่าลงข้าง ๆ “เจ้าหมายถึงใคร”“ผึ้ง ผึ้งที่คอยช่วยเหลือข้ามาตลอด” นางร่ำไห้ไม่หยุด “วราลีเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้นะ” นางยังตะโกนเหมือนคนบ้าคลั่งดลธีมองเห็นแล้วสงสารจับใจ วางมือบนไหล่นางทั้งสองข้างแล้วประคองนางลุกขึ้นรั้งกายเข้ามากอดปลอบ “พวกมันตายหมดแล้ว” ปิ่นกับปืนยืนมองตาแป๋ว ห
ปัง! ฝ่ามือหนาทุบลงบนโต๊ะทำงานจนกาแฟที่วางอยู่กระฉอกออกมาจากแก้ว เมื่อดลธีรู้ว่าบันเทิงจ้างวานโจรสองคนนี้ให้มาทำอย่างไรกับปรารถนาบ้าง“ชาติชั่ว เลวบัดซบ” เขากัดกรามแน่น ใบหน้าเดี๋ยวดำเดี๋ยวแดงเพราะกำลังโกรธจัด อดคิดไม่ได้ว่าถ้าผึ้งไม่ต่อยไอ้โจรสองคนนั้นก่อน นางกับลูกจะเป็นอย่างไรบ้างหม่ำยืนก้มหน้าตัวสั่น เขาไม่เคยเห็นนายท่านโกรธมากขนาดนี้มาก่อน กระนั้นก็ยังรวบรวมขวัญกล้ากล่าวถามออกไป “นายท่านจะทำอย่างไรต่อไปขอรับ”“เรื่องนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ”“แล้วแม่นางปักกับลูกล่ะขอรับ”“ข้าจะไปบ้านนางทุกวัน ดูสิจะมีใครกล้ามาทำร้ายนางอีกหรือไม่”“แล้วตอนกลางคืน…”“ข้าจะจ้างคนไปคุ้มกันให้นาง”“ขอรับ” ได้ยินเช่นนี้หม่ำก็เบาใจ คำว่านายหญิงก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วเพราะมีเรื่องโจรปล้นบ้านของนาง ดลธีจึงเลื่อนการสอนของปรารถนาออกไปโดยไม่มีกำหนด รอจนกว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะคลี่คลาย ให้เขามั่นใจว่านางกับลูกปลอดภัยดีแล้ว เขาจะนำมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง วันนี้อาผู้ชายกับอาผู้หญิงแจ้งว่าจะมาหาเขาถึงที่ทำงาน ดลธีจึงรั้งรออยู่ที่ห้องทำงาน ป้องเกียรติก้าวขาเข้ามาในห้องก็พูดขึ้นทัน







