LOGINผู้โดยสารที่ยืนอยู่เห็นขอทานแม่ลูกเดินมาหนึ่งในนั้นก็รีบพูดขึ้น “ถ้ามีสามแม่ลูกนี้ไปด้วย ข้าไม่ขึ้นเกวียนเด็ดขาด”
“ข้าด้วย”
“ข้าด้วย”
“ข้าก็ด้วย”
ทุกคนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน คนบังคับเกวียนก็ทำสีหน้ายุ่งยากใจเพราะกว่าจะได้ครบสิบคนก็ยากแล้ว ไหนเกวียนแต่ละเที่ยวถ้าคนไม่ถึงสิบต้องรอเกือบสองชั่วโมงถึงจะออกได้
“เช่นนั้นเกวียนเที่ยวนี้ข้าเหมาคนเดียวก็ได้ ท่านลุงเพ็งคิดค่าเดินทางเท่าไรเจ้าคะ”
ทุกคนที่ได้ยินต่างตาโต อ้าปากหวอ แต่ความรู้สึกของทุกคนย่อมแตกต่างกันออกไป มีเพียงลุงเพ็งเท่านั้นที่ดีใจจนออกนอกหน้า
“ข้าคิดห้าสิบเหรียญทองแดงเท่านั้น”
“ข้าตกลง” นางว่าพร้อมกับยกของขึ้นวางบนเกวียนหน้าตาเฉย จากนั้นอุ้มลูกทั้งสองขึ้นเกวียน แล้วนางก็ตามขึ้นไป เกวียนเคลื่อนออกไปอย่างช้า ๆ ปรารถนาไม่หันกลับมามองสายตาสับสนงุนงงของคนเหล่านั้นด้วยซ้ำ
วราลีหันกลับไปอ้าปากแลบลิ้นให้แล้วยิ้มเยาะ พูดออกมาเสียงดัง “สมน้ำหน้า”
ปิ่นหันขวับ “ท่านแม่ว่าอะไรนะเจ้าคะ”
“ข้าไม่ได้พูดสักหน่อย”
“แต่ข้าได้ยินเสียงเล็ก ๆ กล่าวว่าสมน้ำหน้า”
“เจ้าหูเพี้ยนกระมัง”
“น่าจะใช่ ข้าคงหิวข้าวมากเกินไป” นางเพิ่งกินซาลาเปาลูกใหญ่ไปสามลูกจะหิวได้อย่างไร
พ้นสายตาลูกสาวปรารถนาหันไปส่งสายตาตำหนิให้แก่บริวารตน วราลีทำท่าสำนึกผิดพูดเสียงอ่อย ‘ข้าขอโทษ’
ใช้เวลาประมาณสามสิบนาทีปรารถนากับลูกก็กลับมาถึงบ้าน ลุงเพ็งช่วยปรารถนายกของลงจากเกวียนเข้าไปส่งถึงในบ้านด้วยความเต็มใจ เสร็จแล้วนางจึงจ่ายเงินค่าเดินทาง
เพ็งรับมาด้วยความยินดี “เจ้าคงได้เงินจากการขอทานมากสินะ” ปรารถนาไม่ได้ตอบทำเพียงยิ้มจาง ๆ กลับไป “ต่อไปถ้าเจ้าอยากจ้างเกวียนก็ให้ลูกเจ้าวิ่งไปบอก ข้าจะมารับ”
“ขอบคุณท่านลุงเจ้าค่ะ”
เพ็งเคลื่อนเกวียนจากไปปรารถนาจึงเดินเข้าบ้านไปทำอาหารให้ลูก ก่อนผึ้งจะจากไปเงินที่เหลือจากการซื้อของหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเหรียญทอง ห้าสิบเหรียญเงิน นางฝากไว้ในมิติผึ้งน้อย ที่ตัวนางมีเพียงสิบเหรียญเงินกับสามสิบเหรียญทองแดงเท่านั้น อ้อ ยังมีเงินที่นายท่านคนนั้นให้มาอีกห้าเหรียญทองกับสี่สิบเหรียญเงิน
‘ข้าขอไปงีบสักหน่อย ประเดี๋ยวข้าจะตื่นมาสร้างรัง’
‘ตามใจเจ้าเถอะ’
กล่าวจบทั้งสองก็จากกันตรงนั้น ปรารถนามองตามผึ้งน้อยก็เห็นรังผึ้งที่อยู่หน้าบ้านขึ้นมาเล็กน้อย นางยิ้มอ่อนก่อนสาวเท้าเข้าบ้านตามลูกไป
“ท่านแม่ข้าใส่ชุดนี้แล้วสวยหรือไม่เจ้าคะ”
“สวยมาก” นางยิ้มชื่นชมแล้วหันไปมองลูกชาย ‘เจ้าก็หล่อเช่นกัน’ ลูกทั้งสองยิ้มพอใจ ‘ข้าไปทำอาหารให้พวกเจ้าก่อน พวกเจ้าเอาเสื้อผ้าพวกนี้ไปแช่น้ำในถังไว้ก่อน’
ลูกชายลูกสาวรับคำและทำตามอย่างว่าง่าย
ปรารถนาปลีกตัวไปทำอาหารกลางวัน วันนี้นางจะทำผัดผักใส่เนื้อหมูกับต้มยำกระดูกอ่อนหมูใส่เห็ดฟาง
บ่ายสามของวันนั้นปรารถนาเพิ่งซักผ้าเสร็จ ลูกสองคนตัวเปียกปอนเพราะช่วยแม่ซักผ้า แต่พวกเขาก็สนุกไม่น้อยที่ได้เล่นน้ำ ปิ่นกับปืนช่วยแม่ตากผ้าอย่างทุลักทุเลเพราะตัวเตี้ย ยกผ้าก็ไม่ไหว ซ้ำยังเอื้อมมือไม่ถึงราวตากผ้า
นางจึงบอกลูก ‘พวกเจ้าไปนุ่งผ้าขนหนูแล้วแยกเสื้อผ้าชุดนี้ใส่ในตะกร้า ข้าจะอาบน้ำให้”
“เจ้าค่ะ” ปิ่นกล่าวเสียงใส ปืนพยักหน้ายิ้ม ๆ แล้ววิ่งปรื๋อจากไปโดยเร็ว วันนี้ทั้งวันแม่พวกเขาใจดีที่สุด ไม่ดุด่าสักครั้งเดียว
ปรารถนาตากผ้าจนเต็มราวไม้ไผ่ทั้งสามราวยาว ๆ แดดช่วงบ่ายเข้มข้นจนผิวหนังเกือบไหม้แม้เป็นช่วงหน้าหนาว มีลมพัดโกรกมาเป็นระยะ อีกไม่ถึงสองชั่วโมงผ้าที่ตากไว้คงแห้งสนิท
นางผสมน้ำร้อนที่ต้มไว้จนกลายเป็นน้ำอุ่นแล้วอาบน้ำให้ลูกอย่างใจเย็น นางจับลูกนั่งในกะละมังไม้ใบใหญ่พอที่ลูกทั้งสองจะอาบน้ำได้พร้อมกัน ขี้ไคลที่เคลือบผิวหนังทั้งสองไว้เปื่อยยุ่ยออกมาเป็นริ้ว ๆ จนน้ำในกะละมังดำปี๋ เผยผิวขาวใสออกมาให้เห็นรำไร ปรารถนาฟอกสบู่ใช้ขุยมะพร้าวอ่อนนุ่มขัดตัวให้ลูกอย่างเบามือ จากนั้นเปลี่ยนน้ำอุ่นสะอาดอีกครั้งแล้วให้ลูกล้างตัว เป็นการอาบน้ำให้ลูกอย่างพิถีพิถันที่สุดเท่าที่เคยอาบมา ปืนส่งเสียงหัวเราะคิกคักออกมาเป็นครั้งแรก เมื่อน้องสาววักน้ำใส่หน้า เห็นลูกทั้งสองผ่อนคลายนางก็สบายใจ
“พอได้แล้วเดี๋ยวพวกเจ้าจะเป็นหวัดเอา” อาบน้ำให้ลูกทั้งสองใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง นางถึงได้เห็นใบหน้าอันผุดผ่องที่แท้จริงของลูก จากนั้นนำเสื้อผ้าตัวใหม่มาสวมให้ลูก ก่อนจากไปนางยังประแป้งฝุ่นให้จนเนื้อตัวลูกส่งกลิ่นหอมฟุ้งออกมา ต่อจากนี้ไปใครก็คงว่าลูกนางตัวเหม็นไม่ได้อีก
ลูกทั้งสองงีบหลับ ปรารถนาผละไปอาบน้ำสระผมให้ตัวเองบ้าง สงสัยอาจจะนานกว่าอาบให้ลูก
ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงเต็มปรารถนาจึงอาบน้ำเสร็จเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวใหม่ค่อยรู้สึกว่าเนื้อตัวสะอาดขึ้นมาก นางเดินไปเก็บผ้าก่อนเดินไปดูลูกในห้องนอน ทั้งสองตื่นขึ้นมานั่งเล่นลูกเก็บบนพื้นแล้ว
ปิ่นกับปืนมองแม่ด้วยแววตาตื่นตะลึง ดวงตาสองคู่เบิกกว้าง มือไม้ของลูกชายพันกันอยู่ครู่หนึ่ง
“ท่านแม่สวยจัง” ตั้งแต่พ่อจากไปปิ่นไม่เคยเห็นแม่ประแป้งแก้มแดงปลั่ง ปากชมพูระเรื่อเช่นนี้ ชมดูแล้วคล้ายเถ้าแก่เนี้ยเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าที่แม่พาไปซื้อเมื่อเช้า ช่างงดงามตายิ่งนัก
ลูกทั้งสองมองแม่ตาไม่กะพริบ
“ก็ท่านแม่ของพวกเจ้าสวยอยู่แล้วไม่ใช่หรือ” นางกล่าวยิ้ม ๆ ก่อนหน้านางแค่ไม่ชอบอาบน้ำเท่านั้น
‘ข้าอยากเห็นท่านแม่แต่งตัวเช่นนี้ทุกวัน’ ปืนบอกแม่ดวงตาทอประกายพราวระยับ
‘ข้าจะทำตามที่พวกเจ้าต้องการ ไปเถอะไปทำอาหารเย็นช่วยข้า’
นางช้อนตัวลูกสาวขึ้นอุ้ม มืออีกข้างจับจูงลูกชายเดินออกมาจากห้องนอน
เย็นนี้ปรารถนาจะทำไข่พะโล้หมูสามชั้นหม้อใหญ่
ปรารถนาต้มไข่ไก่จนสุกแช่น้ำเย็นทั้งหมดสิบฟองแล้วนำไปให้ลูกปอกเปลือก จากนั้นปลีกตัวมาผัดเครื่องพะโล้ต่อ ทั้งหมูสามชั้น เลือดหมู และเต้าหู้พวง นางล้วนเตรียมไว้มากพอที่จะกินได้อิ่มทั้งหกคน
ปิ่นกับปืนคอยเดินไปเมียงมองแม่ทำอาหารอยู่เรื่อย ๆ พะโล้หม้อใหญ่ถูกยกลงจากเตาถ่านเมื่อนางทำเสร็จสิ้น ตอนนี้ก็เกือบหกโมงเย็นพอดี ป่านนี้รุ้งกับลูก ๆ คงกลับมาแล้ว
สินค้าร้านปรารถนาวราลีได้รับความนิยมไปทั้งจังหวัด ยังมีลูกค้าจากต่างจังหวัดมาอุดหนุนและสั่งสินค้าผ่านทางร้านดารันด้วย ปรารถนาจึงจำเป็นต้องรับพนักงานขายเพิ่ม ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลเป็นกระเต็นลูกศิษย์นางนั่นเอง กระเต็นทำหน้าที่เป็นพนักงานขายที่ร้านปรารถนาวราลีและยังถักเชือกมาขายให้กับนายหญิงร้านนี้อีกด้วย กลายเป็นว่ากระเต็นมีรายได้สองทาง ปรารถนาก็ได้งานและสินค้าเพิ่มขึ้นด้วย กระเต็นดีใจที่ได้ทำงานแบบนี้ หากพี่ชายไม่จุดประกายให้นางในวันนั้น ถ้ามัวแต่เฝ้าอิจฉาคนอื่นจนไม่รู้จักพัฒนาตัวเองนางก็คงไม่มีโอกาสได้ทำงานแบบนี้ เมื่อรับพนักงานเข้ามาทำงานประจำที่ร้าน ความลับเรื่องที่ปรารถนาเลี้ยงผึ้งน้อยพูดได้ก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไป เหตุเพราะปิ่นกับปืนเป็นคนเผยความลับครั้งนี้เอง ตามประสาเด็กย่อมปิดความลับไว้ไม่อยู่ แต่ปรารถนาก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจ เพราะอย่างไรวราลีก็ไม่มีวันตายอยู่แล้ว ไม่มีใครทำร้ายมันได้ มันจะอยู่กับนางจนกว่านางจะไม่สามารถรักษาชีวิตไว้ในดาวดวงนี้ได้อีกแล้ว คืนหนึ่งผึ้งน้อยกำลังนำเชือกถักออกมาจากมิติให้นายหญิง ทั้งสองกำลังคุยกันไปหัวเราะไป
แต่งงานได้สองสัปดาห์ปรารถนาก็ได้เข้าไปสอนการถักเชือกในที่ว่าการอำเภอ ซึ่งคนที่มาเรียนจ่ายเพียงค่าอุปกรณ์เท่านั้น คนที่ยินดีที่สุดเห็นจะเป็นกระเต็น นางเฝ้ารอมาตั้งหลายเดือนในที่สุดก็ได้เรียนถักเชือกสมใจ ซ้ำยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเรียน ปรารถนาก็ยินดีที่นางมีรายได้หลายทาง หากสอนรุ่นแรกแล้วมีคนสนใจเรียนอีก นางก็ต้องมาสอนอีก ในส่วนร้านค้าของนางก็ปิดครึ่งวันในวันที่นางมีสอน หากมียอดขายมากขึ้นนางอาจจะจ้างพนักขายเพิ่มอีกสักคน ตอนนี้ชีวิตนางค่อนข้างราบเรียบ ไม่มีญาติฝ่ายไหนมาคอยกวนใจ ทั้งผึ้งและสามีล้วนเป็นเกราะป้องกันให้นางได้เป็นอย่างดี ตอนเช้าตื่นขึ้นมาทำอาหารให้ลูกกับสามี รับประทานอาหารเช้าเสร็จก็ออกไปทำงานพร้อมกัน นางขนอุปกรณ์ไปถักเชือกที่ร้านด้วย ร้านของนางมีชื่อว่า ‘ปรารถนาวราลี’ อย่างไรนางก็ต้องให้เกียรติผึ้งน้อยที่เป็นคนเก็บสมบัติให้นาง ตอนนี้ปรารถนาเริ่มนำเงินไปฝากธนาคารมากขึ้นแล้ว อยากกินอะไรก็ได้กิน มีเงินใช้ไม่เคยขาดมือ นั่นคือความหมายของคำว่ามั่งคั่งของนางแล้ว ส่วนเงินเดือนที่สามีให้มานางก็เก็บออมไว้ทั้งสิ้น เย็นวันนี้ปรารถนาเข้าครัวเพียงคนเดียว ส่วน
มือเขากำลังรุ่มร่ามอยู่กับหน้าอกของนาง นางรวบรวมกำลังที่ยังหลงเหลืออยู่ทั้งหมดถอนปากออกจากการดูดดึงของเขาพร้อมทั้งจับมือเขาไว้มั่น “นายท่าน” นางหายใจหอบเหนื่อย อกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง เขาปรือตามองนางด้วยไฟปรารถนาอันลุกโชน หากนางไม่ห้ามเขา อย่างไรวันนี้เขาก็หยุดตัวเองไม่ได้ “อีกสองอาทิตย์เราจะแต่งงานกัน” เขากล่าวออกเสียงแหบพร่า เขารู้ตัวว่าทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว ถ้าไม่ติดเรื่องการเปิดร้านของนาง เขาคงรวบรัดเวลาเข้ามาใกล้กว่านี้ “นายท่าน” “ลองเรียกข้าท่านพี่สักคำ” เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาฉ่ำวาวคู่นั้น “นายท่าน” นางร้องเสียงสูงขึ้นอีกดวงตาเบิกโต “ท่านพี่” เขากล่าวย้ำ “ถ้าไม่เรียกรู้หรือไม่ว่าข้าจะลงโทษเจ้าอย่างไร” พูดจบเขาก้มหน้าลงมาอย่างรวดเร็ว นางรีบเอ่ยทันควัน “ท่านพี่” มือสองข้างดันตัวเขาไว้เอนกายออกห่าง เขายิ้มพอใจ ดึงสายตาลงมองท่านั่งของนางอย่างแนบชิด “เจ้านั่งทับ…ข้าอยู่” ใบหน้าขาวเนียนแดงซ่าน นางก็รู้สึกถึงของแข็งบางอย่างที่ดุนดันขึ้นมาเช่นกัน ซ้ำมันยังกระดุกกระดิกได้ “ข้าต้องทำเช่นไร
ฉายสุดาทราบเรื่องว่าสามีตัวเองมาก่อความวุ่นวายที่บ้านอดีตภรรยาอีกนางก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะทำอย่างไรกับเขาดี นางขอหย่ากับเขาอย่างจริงจังในวันที่เขาถูกหัวหน้าหมู่บ้านกักขังบริเวณเป็นเวลาครึ่งเดือน ถึงเขาร้องไห้อ้อนวอนอย่างไรนางก็ไม่ยอมใจอ่อน ถึงอยู่ด้วยกันไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น หลังจากนั้นมืดจึงกลับมาอยู่กับแม่และน้องสาวที่บ้านฟ้าโปร่งอีกครั้ง และต้องไปรับจ้างทำนาเกลือเช่นเคย ถึงอยากกลับมาหาอดีตภรรยากับลูกแทบตายแต่เขาก็ไม่สามารถทำได้แล้ว เพราะนายอำเภอคนนั้นมาหานางที่บ้านทุกวัน ซ้ำที่บ้านนางยังมีผู้ชายร่างใหญ่กำยำมาเฝ้าอยู่ทุกคืนเวลาผ่านไปหนึ่งเดือนดลธีจึงส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอหมั้นหมายนางไว้ก่อน เพื่อไม่ให้ผู้ชายคนไหนกล้ามายุ่งกับนางอีก แม่กับพี่สาวของปรารถนามาร่วมงานแต่ไม่กล้าเรียกร้องสิ่งใดเพราะยังหวาดผวากับผึ้งที่อยู่หน้าบ้านลูกสาว ซ้ำตอนนี้มันยังทำรังใหญ่กว่าเดิม ส่วนอุไรแม้ใบหน้าไม่ได้ยิ้มแย้มแต่ก็ไม่ได้ขัดขวาง ซึ่งทุกคนก็รู้ว่านางยอมรับว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้แล้วเสร็จสิ้นงานหมั้นหมายปรารถนาจึงทำบ้านหลังใหม่ เป็นบ้านปูนแกมไม้ชั้นเดียว แต่หลังใหญ่กว่าเดิม เดือนต่อมานางจึงพาลูกชายไปผ่าต
หม่ำ รุ้งและลูกทั้งสองของนางช่วยกันหิ้วน้ำมาดับไฟกันวุ่นวายไปหมดดลธีรีบวิ่งไปดึงตัวเขาออกมา มืดล้มลงบนพื้น “ท่านแย่งภรรยาของข้า…”ดวงตาดลธีคล้ายมีเปลวไฟอยู่ในนั้น มือชกเข้าที่ปลายคางเขาสามสี่ครั้งหนัก ๆ จนเขาสลบไป เมื่อไฟที่ลุกไหม้สงบลงรุ้งรีบพาลูกไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมาทันที ดลธีเพิ่งเข้าใจถ่องแท้วันนี้ว่าเหตุใดลูกทั้งสองถึงได้กลัวพ่อแท้ ๆ ของตนปรารถนาเดินเข้าไปที่รังผึ้งที่ร่วงลงมากองอยู่ที่พื้นพร้อมกับร่างของผึ้งน้อยอีกนับพันนับหมื่นตัว ตอนนี้หลังคาบ้านที่คลุมด้วยหญ้าถูกเผาไหม้ไปบางส่วน ยังดีที่บ้านหลังนี้เป็นดินทั้งหมด ไฟจึงไม่สามารถเผาไหม้ได้ มือสั่น ๆ ลูบคลำตัวผึ้งที่นอนตายอยู่บนพื้น นางกล่าวออกเสียงเครือ “วราลี เจ้าอยู่ที่ใด” น้ำตาไหลรินลงมาเป็นสาย “เจ้าจะตายไม่ได้นะ”ทุกคนยังยืนงง ลูกทั้งสองและดลธีนั่งคุกเข่าลงข้าง ๆ “เจ้าหมายถึงใคร”“ผึ้ง ผึ้งที่คอยช่วยเหลือข้ามาตลอด” นางร่ำไห้ไม่หยุด “วราลีเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้นะ” นางยังตะโกนเหมือนคนบ้าคลั่งดลธีมองเห็นแล้วสงสารจับใจ วางมือบนไหล่นางทั้งสองข้างแล้วประคองนางลุกขึ้นรั้งกายเข้ามากอดปลอบ “พวกมันตายหมดแล้ว” ปิ่นกับปืนยืนมองตาแป๋ว ห
ปัง! ฝ่ามือหนาทุบลงบนโต๊ะทำงานจนกาแฟที่วางอยู่กระฉอกออกมาจากแก้ว เมื่อดลธีรู้ว่าบันเทิงจ้างวานโจรสองคนนี้ให้มาทำอย่างไรกับปรารถนาบ้าง“ชาติชั่ว เลวบัดซบ” เขากัดกรามแน่น ใบหน้าเดี๋ยวดำเดี๋ยวแดงเพราะกำลังโกรธจัด อดคิดไม่ได้ว่าถ้าผึ้งไม่ต่อยไอ้โจรสองคนนั้นก่อน นางกับลูกจะเป็นอย่างไรบ้างหม่ำยืนก้มหน้าตัวสั่น เขาไม่เคยเห็นนายท่านโกรธมากขนาดนี้มาก่อน กระนั้นก็ยังรวบรวมขวัญกล้ากล่าวถามออกไป “นายท่านจะทำอย่างไรต่อไปขอรับ”“เรื่องนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ”“แล้วแม่นางปักกับลูกล่ะขอรับ”“ข้าจะไปบ้านนางทุกวัน ดูสิจะมีใครกล้ามาทำร้ายนางอีกหรือไม่”“แล้วตอนกลางคืน…”“ข้าจะจ้างคนไปคุ้มกันให้นาง”“ขอรับ” ได้ยินเช่นนี้หม่ำก็เบาใจ คำว่านายหญิงก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วเพราะมีเรื่องโจรปล้นบ้านของนาง ดลธีจึงเลื่อนการสอนของปรารถนาออกไปโดยไม่มีกำหนด รอจนกว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะคลี่คลาย ให้เขามั่นใจว่านางกับลูกปลอดภัยดีแล้ว เขาจะนำมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง วันนี้อาผู้ชายกับอาผู้หญิงแจ้งว่าจะมาหาเขาถึงที่ทำงาน ดลธีจึงรั้งรออยู่ที่ห้องทำงาน ป้องเกียรติก้าวขาเข้ามาในห้องก็พูดขึ้นทัน







