LOGINหลังจากหลับตาลงจู่ๆก็รู้สึกเย็นที่แขนจนต้องรีบลืมตามาอีกครั้ง เด็กน้อยในห่อผ้าที่แม้จะหลับสนิทแต่นิ้วมือเกี่ยวบางอย่างเอาไว้
“มาอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” นางมองดูแหวนหยกสำหรับผู้ใหญ่ที่เกี่ยวอยู่ในนิ้วเล็กๆของฟู่ซินเซียอย่างสงสัย ก่อนจะนึกได้ว่าเมื่อคืนตอนฮูหยินฟู่มอบของให้อาจจะตกลงไปจึงหยิบออกมา เพราะกลัวว่าสมบัติสกุลฟู่จะหล่นหาย วูบบบบ ลมหอบใหญ่พัดใส่หน้าแต่เรือไม่ได้โคลงเคลงนางยังมองเห็นว่าเด็กสองคนนั้นหลับอยู่จึงเบาใจแต่อีกด้านกลับเป็นประตูใหญ่ที่เปิดกว้างและ… “นะนี่มัน อะไรกัน!!” ประตูบานใหญ่ที่เปิดอยู่ทำนางตกใจก่อนจะก้าวเดินเข้าไปดั่งต้องมนต์ ด้านในเป็นพื้นที่โล่งคล้ายกับบ้านเปล่าๆ มีตู้เย็น1หลัง มีถังน้ำกิน มีอุปกรณ์เด็กอ่อน นมผง อาหารอ่อนๆ มีเสื้อผ้าในยุคสมัยนี้ หนังสือเรียนภาษาโบราณ แต่ไม่มีเสบียงสำหรับผู้ใหญ่ ฟู่จิ่งฮวาเดินสำรวจไปเรื่อยๆ ก่อนพบผ้าห่ม1ผืนมันเป็นผืนบางๆแต่ใหญ่มากจนนางสงสัย ทันทีที่เอื้อมมือไปจับ มือของนางโปร่งแสง คล้ายไม่มีเลือดเนื้อ มันกลืนไปกับพนังห้อง!! “ผ้าคลุมล่องหนหรือไง” เมื่อลองเอามืออีกข้างเข้าไปก็พบว่าเป็นเหมือนกัน!! ก่อนจะค่อยยกเท้าขึ้นมาและนำชายผ้าไปคลุม ก็พบว่าเป็นเหมือนเดิม!! ข้างๆกันมีชุดเครื่องนอนที่น่าจะนอนหลับสบายอีกหลายชุดเหมาะกับอากาศที่หนาวเย็นตอนนี้นัก “ดีจริงๆ มู่หลง!! ซินเซีย!! เราพอมีทางรอดแล้ว!!” ในมิติของนางไม่เหมือนที่เคยอ่านเจอว่ามักจะมีอาหารมากมาย อุปกรณ์ยังชีพ แต่นี่นางไม่มีอะไรเลย ยังดีที่มีตู้เย็นกับน้ำเปล่าให้พอได้ดื่มกิน “ก็คงจะหมายถึงว่า ให้ซื้อของมาเก็บไว้ได้สินะ ไหนหล่ะเงิน!! หึ!! ยากเย็นแสนเข็ญนัก!!” เมื่อสำรวจจนพอใจนางเดินกลับมาที่ประตูก่อนจะนอนหยิบผ้าล่องหนมาทดลอง พบว่าทันทีที่คลุมลงบนตัวเด็กน้อย ทุกอย่างโปร่งใส จนเห็นพื้นเรือ!!! “ดีจริงๆ” เมื่อสบายใจแล้วก็หลับตาลง แต่ยังไม่ลืมที่จะเก็บผ้าโยนไปในมิติก่อน ส่วนแหวนนั้นนางนำมาใส่ไว้ที่นิ้ว เพราะคิดว่าคงได้ใช้มิติบ่อยๆ นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่นางหลับไหล เสียงขยับไปมาทำนางค่อยๆลืมตาขึ้นมาพบว่านางหลับไปจนถึงช่วงที่เรือสินค้าขนาดใหญ่กำลังขนสินค้าขึ้นเรือ “เสียงดังขนาดนี้หลับไปได้จริงๆหรือ” ร่างกายถือว่าดีขึ้นมากแล้ว จึงหันมองฟู่มู่หลงที่นั่งมองหน้านางอย่างงงงวย “ท่านแม่ เราอยู่ที่ใดหรือขอรับ” นางลูบหัวเด็กชายก่อนใช้นิ้วจิ้มแก้มเด็กหญิงที่เริ่มเบะปากร้อง “อยู่ไม่ไกลจากตลาด แต่ว่า…แม่คิดว่าเราจะยังไม่เดินตลาดที่นี่ ตอนนี้ยังอยู่ในเขตเมือหลวง มันเสี่ยงเกินไป ยังมีแป้งย่างกับหมั่นโถวเนื้อ เจ้ากินรองท้องไปก่อนได้หรือไม่” ฟู่มู่หลงพยักหน้าก่อนรับอาหารมากิน “อากาศเย็นจนข้าเกรงว่าเจ้าสองคนจะไม่สบาย จึงหาผ้าห่มมาเพิ่ม” เด็กน้อยที่ทนหนาวมาทั้งคืนรับมาอย่างดีใจก่อนจะกอดเอาไว้ให้ร่างกายอบอุ่น เมื่อคืนถึงแม้อากาศหนาวแต่เด็กๆยังมีชุดคลุมตัวใหญ่ แต่เพราะมันเปื้อนเลือดจำใจต้องทิ้ง แต่นางยังนำเสื้อผ้าที่มีมาสวมให้ฟู่มู่หลงหลายชั้นแต่มันคงไม่เพียงพอ “ตอนนี้ประตูแคว้นจี้โจวปิด เราต้องเดินทางไปต่อ ให้ไกลจากที่นี่ ข้าอาจจะไปตามที่พ่อค้าแนะนำคือหมู่บ้านสกุลเหยียน แต่ว่า…เจ้าคิดว่านอกจากจี้โจวมีที่ใดที่บิดาเจ้าเอ่ยถึงหรือไม่” เด็กชายตัวน้อยนั่งนึกระหว่างที่นางเปลี่ยนผ้าอ้อมให้น้องสาว ทั้งยังเช็ดตัวและใส่ชุดที่มีในมิติให้เพื่อความอบอุ่นจากนั้นจึงห่อผ้าทับอีกที แม้จะเงอะงะไปบ้าง ห่อไม่สวยงามบ้างแต่ถือว่าพอจะใช้ชีวิตต่อไปได้…หมายถึงชีวิตที่ค่อนข้างทุลักทุเล “หากเป็นแค้วนที่ข้าเคยไปหาสมุนไพรกับท่านพ่อ ไม่ไกลจากจี้โจว ก็คงเป็น…แคว้นโหลว ที่นั่นไม่ไกลจากจี้โจว แต่…ไม่อุดมสมบูรณ์ขอรับ“ เด็กน้อยหยิบตำรายาขึ้นมาพร้อมเปิดหน้าที่เป็นเส้นทางเก็บสมุนไพรหายาก นางพบว่ามันเยอะมากทีเดียวมีหลากหลายเส้นทางจนต้องไล่ดูดีๆ และหนึ่งในนั้นคือหมู่บ้านที่ไกลแสนไกล อาจจะไกลจนคนร้ายตามหาไม่เจอก็เป็นได้ มันอยู่ที่ชายแดนเหนือสุด สมุนไพรก็เยอะตามไปด้วยอาจจะเป็นเพราะว่ามันเป็นป่าเสียส่วนใหญ่ ”มู่หลง เจ้าเคยไปที่นี่หรือไม่“ นางชี้ไปที่นึงบนแผนที่ ทางไปไม่ยากนักมีแม่น้ำสายเล็กพอให้ร่องเรือไปได้ ทั้งยังมีหลายหมู่บ้านให้ผ่าน ถือว่าไม่น่ากลัว หากจะอยู่รอจี้โจวเปิดเมือง เกรงว่าระหว่างนี้จะถูกคนพวกนั้นตามเจอ จำต้องขยับไปให้ไกลขึ่นอีก ”ไม่เคยขอรับแต่ท่านอาเคยไป“ นางเลิกคิ้วก่อนชี้เข้าตัว ”ข้าหรือ?“ ฟู่มู่หลงพยักหน้าจริงจัง ”ที่นั่นมีวัดขอรับ หลังจากพาท่านยายไปรักษาตัวและตายที่นั่น ท่านอาก็ไปทุกปี“ นางห่อปากเป็นรูปตัวโอ ในใจนึกคิดว่าอะไรดลใจให้อยากไปที่นั่นกัน!! ”วัดเถากงหรือ งั้น…เราไปกัน บางทีวัดอาจเป็นที่พึ่งของเรา!!““ชีวิตนี้ข้าอุทิศตนให้แผ่นดินมาตลอดจนถูกมองข้ามและละเลยเป็นเพียงเกาะกำบังให้คนในใต้หล้า ต่อจากนี้…ขอเพียงเจ้ามอบความรักให้ข้าก็พอ เพราะมือที่จับดาบของข้า จะมีไว้เพียงปกป้องเจ้าเท่านั้น” ร่างสูงใหญ่ที่กอดนางเอาไว้แนบอก ดึงผ้าห่มขึ้นมาปกคลุมสตรีอันเป็นที่รัก ก่อนมองแสงของวันใหม่ที่โพล่ขึ้นที่ขอบฟ้าอย่างอิ่มเอมในหัวใจ“วันแรกที่ข้าเห็นท่านที่อารามสงฆ์ในใจสงสัยเหลือเกินบุรุษหน้าตาหล่อเหล่าเช่นนี้มีเจ้าของหรือยัง พึ่งรู้ว่า…เจ้าของท่านก็คือตัวข้าเอง” จากที่เขาจะปล่อยให้นางพักกลับพลิกตัวนางให้ขึ้นมาอยู่บนตัว แท่งเอ็นอุ่นร้อนที่พร้อมรบถูกดันเข้าช่องทางคับแคบจนนางมีใบหน้าเหยเก“เช่นนั้น…พิสูจน์ให้ข้าเห็นที ว่าเจ้า…หลงไหลข้าเข้าแล้ว!!” 5ปีต่อมา“เสิ่น ซือ เฉิง!!“ เสียงเรียกลั่นจวนนี้ไม่ใช่ใครแต่เป็นฟู่จิ่งฮวาที่อุ้มท้องบุตรคนที่สาม หลังให้กำเนิดบุตรชายและบุตรสาวปีเว้นปี บุตรชายคนโตอย่างเสิ่นซือเฉิงได้นิสัยบิดามาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน เมื่อบัดนี้เขาสั่งให้ทหารมายืนเป็นเป้าล่อ ให้ตนเองฝึกยิงธนูใส่ผลแอปเปิ้ลบนหัวทหาร นางแทบวิ่งออกมาจากห้องสกัดยาทันทีเมื่อสาวใช้ไปตาม”ท่านแม่!!“ คนที่ตกใจรีบวิ่งไปหล
จาก1จอกเพิ่มขึ้นเป็น2-3-4-5-6 และตอนนี้นางเริ่มมึนหัวจนลุกไม่ไหว“ดูท่าแล้วนายหญิงจะแย่แล้วนะขอรับ” หย่งเล่อที่ยืนดูเหล่าลูกน้องและเหล่าแม่บ้าน ยื่นสุราหลากหลายขนานให้ฮูหยินท่านแม่ทัพไม่หยุดชักเริ่มหวั่นใจ เพราะเห็นแม่ทัพยืนมองนิ่งๆมานานนับ1ชั่วยามเห็นจะได้“พรุ่งนี้เจ้าคุมคนไปก่อสร้าง พามู่หลงกับซินเซียไปตัดชุด กลับมาสัก…บ่ายๆ ไม่ต้องตามหาตัวข้า ต่อให้จะมีใครตายก็ปล่อยให้ตายไปเลย พรุ่งนี้ข้าไม่ว่าง!!” คนที่ยืนกอดอกมองเมียมานานจัดการสั่งคนสนิทก่อนก้าวอาดๆเข้าไปกลางวงสุรา ปล่อยให้หย่งเล่อยืนคิดทบทวนอยู่กับที่ จนกระทั่งเห็นถุงเงินถุงนึงยื่นให้ซีเหมินเขาถึงกับยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเอง ยังไม่รวมกับที่ตกลงอะไรบางอย่างกับคุณชายน้อยฟู่ ก่อนจะยื่นธนูคันเล็กให้ จากนั้นจึงอุ้มฮูหยินที่ทรงตัวไม่อยู่ขึ้นแนบอก“ท่านแม่ทัพ ท่านเป็นคนชอบติดสินบนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!!” ในจังหว่ะที่เสิ่นอู๋หลัวกำลังจะอุ้มภรรยาเดินผ่านหย่งเล่อรีบถามทันที!!“พึ่งทำ ต่อจากนี้หากเป็นเรื่องนาง ข้าติดสินบนไม่ถือว่าผิด คืนนี้ข้าจะเข้าหอ อย่าได้…เสนอหน้าไปใกล้จวนข้าเชียว!!”“ให้ตายเถอะ คนอื่นติดสินบน ส่วนข้าถูกข่มขู่งั้นหรือ!!”
คำพูดหเหล่านั้นสร้างความตรึงเครียดพอสมควร“ท่านแม่ทัพขอรับ” หย่งเล่อที่เห็นเสิ่นอู๋หลัวเงียบไปจึงเรียกเบาๆ“เปิดศาลากลางหมู่บ้าน ใครอยากร้องทุกข์อะไรให้ไปที่นั่น ตามผู้นำหมู่บ้าน นายอำเภอ และคนของทางการไปด้วย” เขาตอบคนสนิทนิ่งๆก่อนหันมาทางนาง“เจ้าอยากไปหรือไม่” จากที่คราแรกอยากรู้ว่าเขาจะทำเช่นไร แต่นางเลือกจะเปลี่ยนความคิดใหม่ หน้าที่นั้นปล่อยให้เขาจัดการได้เต็มที่“ไม่เจ้าค่ะ ข้าจะทำอาหารรอท่าน จะพาเด็กไปเดินตลาด และกลับมาเตรียมดูแลจวนเจ้าค่ะ” เพราะที่ๆสร้างขึ้นมาพร้อมกันคือป้อมปราการและจวนท่านแม่ทัพ ด้วยเขาเกรงว่านางจะอึดอัดหากพักในที่ที่มีทหารเดินขวักไขว่ ซึ่งวันนี้ก็เข้าอยู่ได้พอดี“ข้าจะรีบกลับมา” นางพยักหน้าให้เขาก่อนฝากซินเซียไว้กับสาวใช้ส่วนนางพาฟู่มู่หลงไปเดินซื้อของที่ตลาดนัดแทน“คนนี้นี่แหละฮูหยินท่านแม่ทัพ ที่เมื่อหลายวันก่อนมาเหมาเนื้อไก่ เนื้อหมู่ไปทำอาหาร”“ใช่ๆ ทั้งยังไม่ต่อราคาสักนิด ได้ข่าวว่าลงมือทำครัวเองด้วย”“น่าขื่นชมจริงๆ ฮูหยินเชิญทางนี้เจ้าค่ะ” นางเดินตามเสียงเรียกของเหล่าแม่ค้าพ่อค้าเข้าไปถึงกับแปลกใจ“ท่านป้า ท่านน้า มีอะไรหรือเจ้าคะ” นางถามอย่างสงสัยแต่เ
หลังจากความวุ่นวายในวังหลวงจบลง เสิ่นอู๋หลัวพาฟู่จิ่งฮวาและเด็กๆไปเคารพป้ายวิญญานของสกุลฟู่ก่อนจะนำป้ายวิญญาณกลับมาที่โถงพรรพชนเพื่อจะได้ทำพิธีกราบไหว้ทุกปีตามธรรมเนียม“มู่หลงเจ้าอยาก อยู่ที่สกุลฟู่หรือไม่” หากหลานชายบอกนางว่าต้องการอยู่นางยินดีอยู่ดูแลเด็กๆที่นี่ เปิดหอโอสถและส่งยาให้กองทัพแทนเหมือนที่หมอฟู่เคยทำ“ไม่ขอรับ ข้า…ไม่อยากเดินผ่านที่นี่ทุกวัน ไม่อยากมองเห็นที่ที่บิดามารดาข้าทรมานขอรับ” นางเข้าใจความรู้สึกนี้ดีที่นี่มีคนตายเยอะเกินไปและทุกคนล้วนเป็นคนในครอบครัว“เช่นนั้นข้าจะจ้างคนมาทำความสะอาด ปัดกวาดและดูแลจวน ส่วนเราไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เป่ยอวี๋เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร“ นางไม่เร่งรัดเอาความอยากให้ไปพร้อมความสมัครใจล้วนๆ”ข้าอยากไปเป่ยอวี๋ขอรับ!!“ ดวงตาเป็นประกายเพราะรู้ดีว่าหากไปอยู่ที่นั่นนอกจากอาหญิงของเขาจะเป็นฮูหยินท่านแม่ทัพใหญ่แล้ว ยังควบตำแหน่งหมอยาด้วย เขาจะได้ศึกษาตำรายาจากสมุดเล่มนั้นจนจบ ไม่ต้องอยู่ในวังวนเดิมกับความเสียใจ“แอ๊” หลังพี่ชายพูดจบหนูน้อยในอ้อมกอดที่ตัวโตขึ้นทุกวันก็ส่งเสียงเช่นกัน“ฮ่าๆ ฮ่าๆน้องเจ้าก็ออกความคิดเห็นด้วย” “น้องต้องคิดเห็นเช่นเดียว
“ปลด!! ปลดกระหม่อมเช่นนั้นหรือ” องค์รัชทายาทรับไม่ได้กับสิ่งที่ฝ่าบาทพูด ถึงกับทรุดลงพื้น ส่วนฮองเฮานั้นรีบปิดปากกลั้นสะอื้น“ราชองการออกไปแล้ว ทั่วแผ่นดินใต้หล้ารับทราบทั้งหมด คงเพราะองค์ชายใหญ่ถูกกักบริเวณห้ามคนสนิทเข้าไปในตำหนังฉิงชือ จึงไม่รู้ว่า…ตอนนี้ตำแหน่งรัชทายาทจะว่างเปล่าจนกว่า…จะเสร็จสิ้นคดีฉ้อโกง!” คำพูดฝ่าบาทศักดิ์สิทธิ์ที่สุด “กระหม่อมน้อมรับพระบัญชาฝ่าบาท” เหล่าเสนาและใต้เท้าที่มารวมกันกล่าวโดยพร้อมเพียง“เช่นนั้นข้าขอโต้แย้งต่อหน้ากรมอาญา เดิมทีแม้ข้าเป็นรัชทายาท แต่ข้าก็ไม่ได้ตัดสินใจทุกอย่างคนเดียว ข้ามีคนสนิทคือแม่ทัพน้อยเซี่ยเป็นคนให้คำปรึกษา มีใต้เท้าเซี่ยผู้เป็นลุงคอยชี้แนะ แล้ววันนี้ในขณะที่ข้าถูกสายตาเคลือบแคลงจากชาวบ้าน เหตุใด…พวกเขายังลอยนวล!!“ เสิ่นอู๋หลัวก้มหน้าลงเพียงนิด นี่คงจะเป็น…ทางลงที่พระองค์คิดเอาไว้แล้ว ”ไม่ใช่ว่าเรื่องนี้ไม่มีมูล ไม่ใช่พระองค์ที่โดนปรักปรำ ในยามที่กระหม่อมออกรบแย่งชิงเป่ยอวี๋คืน แม่ทัพน้อยเซี่ยต้องคลังแสงตาย จนไม่อาจลากตัวมารับผิด ความผิดของเขาแน่นอนว่ามี เรื่องนี้กรมอาญาจะเป็นตัดสิน ข้าเองไม่มีอะไรจะพูด หากองค์ชายคิดว่านี่ไม่ใ
“ใบปรุงยานี้เป็นยาวิเศษที่ได้มาจากนักพรตผู้เฒ่าที่เทือกเขามู่หลงขอรับ บิดาข้าได้รับมอบมา และนำมาช่วยชาวบ้านที่ทุกข์ยากฟรีๆ ยาวิเศษนี้ถูกเล่ากันปากต่อปาก จนกระทั่ง…คนพวกนั้นอยากได้ไปครอบครองเอง เพื่อทำการค้า แต่บิดาข้าไม่ยอมเพราะนักพรตให้มารักษาคนฟรีๆ แรกกับสมุนไพรหายากในตำรา พร้อมกับบอกทางที่มีสมุนไพรขอรับ” ใต้เท้าผู้พิพากษานำมันไปตรวจสอบ”ศิษย์ของบิดาข้าที่ทำงานใกล้ชิดคนสกุลฟู่ เป็นคนมาสารภาพกับบิดาข้าเอง เขาพูดเพียงว่าขอชดใช้ให้เพราะรู้สึกผิด ก่อนจะหายตัวไป เขามอบสิ่งนี้ให้ข้าขอรับ!“ หยกแผ่นป้ายประจำตัวสกุลหวงพร้อมตั๋วเงินที่ลงตราประทับว่าเป็นของหวงอันโหลวถูกเด็กชายหยิบมันออกมาทั้งหมด”ตอนที่ข้าถูกมารดาดันเข้ามาในห้องเก็บของที่มีชั้นใต้ดิน ระหว่างรออาหญิงข้าตื่นจากพิษไข้ ข้ามองดูพวกเขา!!“ นิ้วเล็กชี้ไปที่บุรุษสกุลหวงนิ่งๆ”ลงมือฆ่าปาดคอคนในจวนข้าทีละคน สมุนไพรทั้งหมดถูกขนออกไป!! บางส่วนถูกเผาทำลาย ตำรามีกี่เล่มเขาเปิดหามันจนทั่ว แต่เล่มที่สำคัญมันอยู่กับข้า และสุดท้าย ระหว่างที่ข้าหลบหนี…พวกเขา…กลับมาทำร้ายแม่ข้าอีกรอบ คนพวกนี้ควรมีชีวิตที่ดีขึ้นหรือขอรับ!!“ ชาวบ้านที่มาดูการตัดสินค
หลังจากแน่ใจแล้วว่าทุกคนแยกย้าย นางจึงปลดผ้าคลุมออก ก่อนจะเดินมาตามหาเจ้าของเรือที่นางคิดว่าเขาคงมีเรื่องอยากจะถาม พร้อมฟู่มู่หลงและฟู่ซินเซีย“แม่นางคนพวกนี้เป็นคนของหวงอันโหลว เจ้ากำลังจะบอกว่าหนีตายมาจากสกุลหวงงั้นหรือ” คิดไว้แล้วไม่มีผิด ชายชราผู้นี้ค้าขายไปทั่วมีหรือจะไม่รู้จักคนของหวงอันโหลว
ไม่รู้ว่าพายเรืออกมานานแค่ไหนแล้ว เพราะตอนนี้แม้จะเมื่อยจนสายตัวแทบขาดก็ยังคงต้องพายต่อไป ใบหน้าที่มอมแมมของฟู่จิ่งฮวาหันมามองเด็กสองคนด้วยแววตาอ่อนแสง พี่ใหญ่ทำหน้าที่นอนกอดน้องน้อยพร้อมห่มผ้าให้หนาแน่น“จะเลี้ยงยังไงให้เติบโตและไม่อาฆาตแค้นดี” แม้จะรู้ว่าการกระทำแสนป่าเถื่อนที่สกุลฟู่ได้รับมันเก
เสียงกระซิบที่ระวังตัวเองเป็นอย่างดีทำเธอรีบกอดปลอบ“ข้างนอก…อาจจะไม่มีคนรอด รู้หรือไม่ อาเองก็จำอะไรไม่ได้มาก อาจจะ…พาเราสามคนหนีไม่พ้น ถ้าเป็นแบบนั้น…เรามอบหนังสือให้พวกมันดีไหม” เธอเห็นว่าเด็กชายลูบอกตัวเองบ่อยๆหนังสือตำรายาวิเศษคงอยู่ในนั่น“ไม่ว่าจะได้หรือไม่ได้ คนสกุลฟู่ของเราก็ต้องตายอยู่ดี
เพราะความจนมันน่ากลัว จากเด็กสาวที่มาจากต่างเมืองเมื่อเรียนจบและได้เข้าทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่ ชีวิตนี้ทั้งชีวิตเธอพลีกายให้งานมากว่านับ10ปี ชีวิตที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดหลังเสียย่าผู้ชุปเลี้ยงไปก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล พี่ชายที่คลานตามกันมาแต่งงานได้ดีจนไม่ต้องห่วงหาตอนนี้เธอมีทั้งบ้านหลังใหญ่ รถไฟ







