LOGINเสบียงที่มีในถุงย่ามถืิอว่าช่วยได้มาก เพราะนางไม่ต้องกังวลเรื่องเสบียงเด็กๆ แต่อาจจะต้องซื้อของติดมือกลับมาบ้างหากต้องการไปต่อได้ไกลกว่านี้
“อ่าว ตื่นแล้วหรือเจ้าสนใจจะไปซื้อเสบียงหรือไม่พวกเราจะไปเดินตลาดเสียหน่อย” บุตรสาวเจ้าของเรือสินค้าที่อุ้มลูกน้อยวัยแบบเบาะแนบอกอยู่ถามนาง “พอดีข้ามีเสบียงที่ขนมาบ้างแล้วเจ้าค่ะ ข้าเพียงอยากมาสอบถามว่า…เอ่อ”นางมองกลับไปยังเรือของตนเองและมองเด็กตัวน้อยในอ้อมกอดผู้เป็นแม่ด้านหน้าอย่างชั่งใจ “เจ้าอยากรู้วิธีดูแลบุตรหรือ” ภรรยาเจ้าของเรือเห็นท่าทางอ้ำอึ้งของนางก็ถามขึ้น ใบหน้าซีดเซียวพยักหน้าลง “ก่อนหน้านี้ตอนบุตรชายคนโตข้าคลอดมีคนช่วยเลี้ยง แต่ยามนี้ไร้คนในบ้านช่วยเหลือจริงๆเจ้าค่ะ” สองแม่ลูกมองหน้ากันอย่างเข้าใจก่อนจะจะจับมือนาง “ไปเถอะ หาโจ๊กกินสักถ้วยแล้วไปคุยกัน” แม้จะเกรงกลัวว่าต้องเจอใครสักคนที่จดจำนางและฟู่มู่หลงได้ แต่อีกใจก็คิดว่าผูกมิตรไว้ย่อมดี นางกลับเข้ามาในเรือ ก่อนมองหาถ่านในมิติ นำมันมาทาแก้มของมู่หลง “พันหัวไว้เช่นนี้ หากจำหน้าใครได้ก็อย่าเผลอไปสบตาเข้าใจหรือไม่ แม่จะพาเจ้าไปหาเสบียง” เด็กชายแสนว่าง่ายพยักหน้าด้วยความเต็มใจจากนั้นนางจึงอุ้มบุตรสาวที่ผ้าห่อตัวเป็นก้อนๆจนสองแม่ลูกเจ้าของเรือใหญ่นึกเอ็นดู ทั้งคู่จับเด็กน้อยในห่อผ้าให้นอนลง ก่อนจะจัดการห่อตัวให้ใหม่ “ยามอาบน้ำอย่าใช้น้ำเย็นนะ ที่สำคัญตอนนี้คอยังไม่แข็งเวลาอุ้มต้องประคองคอให้ดี ห่อตัวไว้เช่นนี้หลับสนิทกว่า” เมื่อสาธิตให้ดูแล้วก็เริ่มทำการสอนไปอีกขั้น “จับนอนท่านี้ จากนั้นหยิบชายผ้ามาทบเข้าหากัน และเหน็บเอาไว้ ส่วนปลายเท้า มัดไว้หน้าจะดีกันลมเข้ามา ทำเลือดลมไม่สมดุล” ความใจดีทำนางซึ้งใจ ก่อนทั้งหมดจะเดินเท้าเข้าไปในตลาดของหมู่บ้านกวนโหว “ท่านแม่จะซื้อชุดคลุมหรือขอรับ“ นางพยักหน้า ก่อนบอกสองแม่ลูกที่พามาเดินตลาดว่าขอดูชุดให้บุตรขายสัดเดี๋ยวเดียวจะตามไป สายตาจดจ้องที่ร้านเสื้อผ้าสำเร็จรูปจนคนขายออกมาทักทาย “แม่นางเจ้าสนใจผ้าพวกนี้หรือ” ฟู่จิ่นฮวาพยักหน้ามองดูฟู่มู่หลงพร้อมชั่งใจ “มีชุดคลุมเด็กตัวเท่านี้หรือไม่เจ้าคะ” ใบหน้าที่เปอะเปื้อนของบุตรชายทำทุกคนเอ็นดูไม่มีท่าทีรังเกียจสักนิด “มีๆ มีหลายแบบเจ้าอยากจับเนื้อผ้าดูก่อนไหม” นางพยักหน้าก่อนจะมองชุดคลุมตัวใหญ่ขึ้นมานิดนึง “ชุดคลุมนั่นราคาเท่าไหร่กัน” “ตัวนั้นใหญ่เกินไปหากเที่ยบกับตัวบุตรชายเจ้า” นางพยักหน้ายิ้มก่อนจะมองแม่ค้า “ซื้อทีเดียวอาจจะอยากได้ตัวใหญ่หน่อย ข้าต้องประหยัดเงินเอาไว้ อยากให้เขาได้ใส่นานๆเจ้าค่ะ” เมื่อบอกจุดประสงค์นี้แม่ค้าก็เข้าใจเดินไปหยิบมาลองสวมนางคิดว่าเหมาะทีเดียวซ้ำยังใส่ได้อีกราวๆ1-2ปีด้วย เผื่ออากาศที่ฝั่งเหนือหนาวจะได้ไม่เป็นกังวล “รับตัวเดียวข้าคิด1ตำลัง หากรับชุดผู้ใหญ่เพิ่มเดิมทีชุดละ2ตำลึง ข้าคิดให้เพียง1ตำลึงกับอีก200อีแปะ” นางยกมือขึ้นประสานขอบคุณ “รับเพียงของบุตรชายข้าก่อนเจ้าค่ะ ไว้มีโอกาสข้าจะกลับมาซื้อเพิ่ม” แม่ค้าใจดีหยิบใส่ห่อกระดาษให้เรียบร้อย นางนับแผ่นเงินจากที่มารดาฟู่มู่หลงมอบให้ไว้ทั้งให้กับมือนางและอยู่ในย่าม ก่อนออกมานางแยกออกมาสำหรับซื้อของเพียง5ตำลึง ก่อนจะยื่นให้คนขาย ดีที่ก่อนออกมา เด็กชายกระซิบบอกมูลค่าของแผ่นเงิน นางจึงไม่ต้องคำนวณใหม่ ”เหตุใดท่านแม่จึงไม่เอาเสื้อคลุมหรือขอรับ“ ฟู่มู่หลงยังไม่เข้าใจอากาศหนาวเพียงนี้อาหญิงของเขามีเพียงชุด1ชุดและผ้าคลุมผืนบางคุมเท่านั้น ส่วนเขาที่สวมชุดถึงสามชุดยังบรรเทาความหนาวไม่ได้ด้วยซ้ำ!! ”แม่ไม่เป็นไร แต่เจ้ายังเล็กนักหากป่วยไปจะลำบาก ไปเถอะหาซื้อเสบียงกัน“ ทั้งสามคนเดินตามหาฮูหยินเจ้าของเรือก่อนพบที่ร้านผัก “น้ำขิงนี้มีประโยชน์ช่วยให้บำรุงร่างกายหลังคลอดทั้งยังเพิ่มความอบอุ่น นำไปฝานบางๆพร้อมต้มดื่มมีประโยชน์ไม่น้อย” นางได้ยินเช่นนั่นจึงเดินเข้าไปเลือกผัก ส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรแก้หวัด แก้หนาวที่ฟู่มู่หลงช่วยชี้ “เจ้ามีประโยชน์จังนะ” นางกระซิบบอกเด็กน้อยที่เงยหน้ามาส่งยิ้มตาหยี “แน่นอนขอรับ เรื่องนี้ข้ารู้ดีเพราะท่านพ่อ…” มือบางรีบปิดปากหนูน้อยทันที พร้อมส่งยิ้มให้ทุกคน หากคนอื่นๆมองๆดูคล้ายนางไม่อยากให้บุตรชายกล่าวถึงบิดา แต่จริงๆแล้วนางกลัวบางคำจะเพร่งพรายออกไปต่างหาก “คงคิดถึงพ่อเจ้ามากสินะ ยายขอให้เจ้าเจอพ่อเจ้าไวๆ แม่เจ้าต้องเหนื่อยมากจริงๆ นางจะเคืองใจก็คงไม่แปลกนัก” นางหันไปยิ้มแหยให้ฮูหยินเจ้าของเรือก่อนสบตาเด็กน้อยที่ดวงตาไหววูบ “เจ้าเก่งมากแล้ว ไปเถอะ อยากกินขนมอะไร ถังหูลู่หรือไม่ หรือขนมน้ำตาล” สุดท้ายนางบอกคนที่มาด้วยว่าจะขอแยกตัวไปซื้อของและกลับเรือก่อนเพราะถึงเวลากินนมของเด็กน้อยแล้ว นางเลือกซาลาเปาใส้เนื้อ สำหรับอาหารเย็น พร้อมโจ๊ก และอาการสดนิดหน่อยตั้งใจว่าจะค่อยๆสะสมไปใส่ไว้ในมิติ ทั้งยังได้ขนมให้ฟู่มู่หลงจำนวนไม่น้อย “ท่านแม่” แรงกระตุกทีี่ชายเสื้อตอนนางกำลังหยิบถุงหมูและเนื้อหลังจ่ายตัง ทำนางหันไปเลิกคิ้วถามเด็กที่ขยับมาหลบด้านหลังอย่างหวาดกลัว นางเลือกจะไม่มองไปทางนั้นแต่ถามบุตรชายแทน “ใคร?” นางรับรู้ถึงความไม่ปกติจากการกำแขนนางแน่นทันที “คนจากหอโอสถหวงอันโหลวขอรับ!!““ชีวิตนี้ข้าอุทิศตนให้แผ่นดินมาตลอดจนถูกมองข้ามและละเลยเป็นเพียงเกาะกำบังให้คนในใต้หล้า ต่อจากนี้…ขอเพียงเจ้ามอบความรักให้ข้าก็พอ เพราะมือที่จับดาบของข้า จะมีไว้เพียงปกป้องเจ้าเท่านั้น” ร่างสูงใหญ่ที่กอดนางเอาไว้แนบอก ดึงผ้าห่มขึ้นมาปกคลุมสตรีอันเป็นที่รัก ก่อนมองแสงของวันใหม่ที่โพล่ขึ้นที่ขอบฟ้าอย่างอิ่มเอมในหัวใจ“วันแรกที่ข้าเห็นท่านที่อารามสงฆ์ในใจสงสัยเหลือเกินบุรุษหน้าตาหล่อเหล่าเช่นนี้มีเจ้าของหรือยัง พึ่งรู้ว่า…เจ้าของท่านก็คือตัวข้าเอง” จากที่เขาจะปล่อยให้นางพักกลับพลิกตัวนางให้ขึ้นมาอยู่บนตัว แท่งเอ็นอุ่นร้อนที่พร้อมรบถูกดันเข้าช่องทางคับแคบจนนางมีใบหน้าเหยเก“เช่นนั้น…พิสูจน์ให้ข้าเห็นที ว่าเจ้า…หลงไหลข้าเข้าแล้ว!!” 5ปีต่อมา“เสิ่น ซือ เฉิง!!“ เสียงเรียกลั่นจวนนี้ไม่ใช่ใครแต่เป็นฟู่จิ่งฮวาที่อุ้มท้องบุตรคนที่สาม หลังให้กำเนิดบุตรชายและบุตรสาวปีเว้นปี บุตรชายคนโตอย่างเสิ่นซือเฉิงได้นิสัยบิดามาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน เมื่อบัดนี้เขาสั่งให้ทหารมายืนเป็นเป้าล่อ ให้ตนเองฝึกยิงธนูใส่ผลแอปเปิ้ลบนหัวทหาร นางแทบวิ่งออกมาจากห้องสกัดยาทันทีเมื่อสาวใช้ไปตาม”ท่านแม่!!“ คนที่ตกใจรีบวิ่งไปหล
จาก1จอกเพิ่มขึ้นเป็น2-3-4-5-6 และตอนนี้นางเริ่มมึนหัวจนลุกไม่ไหว“ดูท่าแล้วนายหญิงจะแย่แล้วนะขอรับ” หย่งเล่อที่ยืนดูเหล่าลูกน้องและเหล่าแม่บ้าน ยื่นสุราหลากหลายขนานให้ฮูหยินท่านแม่ทัพไม่หยุดชักเริ่มหวั่นใจ เพราะเห็นแม่ทัพยืนมองนิ่งๆมานานนับ1ชั่วยามเห็นจะได้“พรุ่งนี้เจ้าคุมคนไปก่อสร้าง พามู่หลงกับซินเซียไปตัดชุด กลับมาสัก…บ่ายๆ ไม่ต้องตามหาตัวข้า ต่อให้จะมีใครตายก็ปล่อยให้ตายไปเลย พรุ่งนี้ข้าไม่ว่าง!!” คนที่ยืนกอดอกมองเมียมานานจัดการสั่งคนสนิทก่อนก้าวอาดๆเข้าไปกลางวงสุรา ปล่อยให้หย่งเล่อยืนคิดทบทวนอยู่กับที่ จนกระทั่งเห็นถุงเงินถุงนึงยื่นให้ซีเหมินเขาถึงกับยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเอง ยังไม่รวมกับที่ตกลงอะไรบางอย่างกับคุณชายน้อยฟู่ ก่อนจะยื่นธนูคันเล็กให้ จากนั้นจึงอุ้มฮูหยินที่ทรงตัวไม่อยู่ขึ้นแนบอก“ท่านแม่ทัพ ท่านเป็นคนชอบติดสินบนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!!” ในจังหว่ะที่เสิ่นอู๋หลัวกำลังจะอุ้มภรรยาเดินผ่านหย่งเล่อรีบถามทันที!!“พึ่งทำ ต่อจากนี้หากเป็นเรื่องนาง ข้าติดสินบนไม่ถือว่าผิด คืนนี้ข้าจะเข้าหอ อย่าได้…เสนอหน้าไปใกล้จวนข้าเชียว!!”“ให้ตายเถอะ คนอื่นติดสินบน ส่วนข้าถูกข่มขู่งั้นหรือ!!”
คำพูดหเหล่านั้นสร้างความตรึงเครียดพอสมควร“ท่านแม่ทัพขอรับ” หย่งเล่อที่เห็นเสิ่นอู๋หลัวเงียบไปจึงเรียกเบาๆ“เปิดศาลากลางหมู่บ้าน ใครอยากร้องทุกข์อะไรให้ไปที่นั่น ตามผู้นำหมู่บ้าน นายอำเภอ และคนของทางการไปด้วย” เขาตอบคนสนิทนิ่งๆก่อนหันมาทางนาง“เจ้าอยากไปหรือไม่” จากที่คราแรกอยากรู้ว่าเขาจะทำเช่นไร แต่นางเลือกจะเปลี่ยนความคิดใหม่ หน้าที่นั้นปล่อยให้เขาจัดการได้เต็มที่“ไม่เจ้าค่ะ ข้าจะทำอาหารรอท่าน จะพาเด็กไปเดินตลาด และกลับมาเตรียมดูแลจวนเจ้าค่ะ” เพราะที่ๆสร้างขึ้นมาพร้อมกันคือป้อมปราการและจวนท่านแม่ทัพ ด้วยเขาเกรงว่านางจะอึดอัดหากพักในที่ที่มีทหารเดินขวักไขว่ ซึ่งวันนี้ก็เข้าอยู่ได้พอดี“ข้าจะรีบกลับมา” นางพยักหน้าให้เขาก่อนฝากซินเซียไว้กับสาวใช้ส่วนนางพาฟู่มู่หลงไปเดินซื้อของที่ตลาดนัดแทน“คนนี้นี่แหละฮูหยินท่านแม่ทัพ ที่เมื่อหลายวันก่อนมาเหมาเนื้อไก่ เนื้อหมู่ไปทำอาหาร”“ใช่ๆ ทั้งยังไม่ต่อราคาสักนิด ได้ข่าวว่าลงมือทำครัวเองด้วย”“น่าขื่นชมจริงๆ ฮูหยินเชิญทางนี้เจ้าค่ะ” นางเดินตามเสียงเรียกของเหล่าแม่ค้าพ่อค้าเข้าไปถึงกับแปลกใจ“ท่านป้า ท่านน้า มีอะไรหรือเจ้าคะ” นางถามอย่างสงสัยแต่เ
หลังจากความวุ่นวายในวังหลวงจบลง เสิ่นอู๋หลัวพาฟู่จิ่งฮวาและเด็กๆไปเคารพป้ายวิญญานของสกุลฟู่ก่อนจะนำป้ายวิญญาณกลับมาที่โถงพรรพชนเพื่อจะได้ทำพิธีกราบไหว้ทุกปีตามธรรมเนียม“มู่หลงเจ้าอยาก อยู่ที่สกุลฟู่หรือไม่” หากหลานชายบอกนางว่าต้องการอยู่นางยินดีอยู่ดูแลเด็กๆที่นี่ เปิดหอโอสถและส่งยาให้กองทัพแทนเหมือนที่หมอฟู่เคยทำ“ไม่ขอรับ ข้า…ไม่อยากเดินผ่านที่นี่ทุกวัน ไม่อยากมองเห็นที่ที่บิดามารดาข้าทรมานขอรับ” นางเข้าใจความรู้สึกนี้ดีที่นี่มีคนตายเยอะเกินไปและทุกคนล้วนเป็นคนในครอบครัว“เช่นนั้นข้าจะจ้างคนมาทำความสะอาด ปัดกวาดและดูแลจวน ส่วนเราไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เป่ยอวี๋เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร“ นางไม่เร่งรัดเอาความอยากให้ไปพร้อมความสมัครใจล้วนๆ”ข้าอยากไปเป่ยอวี๋ขอรับ!!“ ดวงตาเป็นประกายเพราะรู้ดีว่าหากไปอยู่ที่นั่นนอกจากอาหญิงของเขาจะเป็นฮูหยินท่านแม่ทัพใหญ่แล้ว ยังควบตำแหน่งหมอยาด้วย เขาจะได้ศึกษาตำรายาจากสมุดเล่มนั้นจนจบ ไม่ต้องอยู่ในวังวนเดิมกับความเสียใจ“แอ๊” หลังพี่ชายพูดจบหนูน้อยในอ้อมกอดที่ตัวโตขึ้นทุกวันก็ส่งเสียงเช่นกัน“ฮ่าๆ ฮ่าๆน้องเจ้าก็ออกความคิดเห็นด้วย” “น้องต้องคิดเห็นเช่นเดียว
“ปลด!! ปลดกระหม่อมเช่นนั้นหรือ” องค์รัชทายาทรับไม่ได้กับสิ่งที่ฝ่าบาทพูด ถึงกับทรุดลงพื้น ส่วนฮองเฮานั้นรีบปิดปากกลั้นสะอื้น“ราชองการออกไปแล้ว ทั่วแผ่นดินใต้หล้ารับทราบทั้งหมด คงเพราะองค์ชายใหญ่ถูกกักบริเวณห้ามคนสนิทเข้าไปในตำหนังฉิงชือ จึงไม่รู้ว่า…ตอนนี้ตำแหน่งรัชทายาทจะว่างเปล่าจนกว่า…จะเสร็จสิ้นคดีฉ้อโกง!” คำพูดฝ่าบาทศักดิ์สิทธิ์ที่สุด “กระหม่อมน้อมรับพระบัญชาฝ่าบาท” เหล่าเสนาและใต้เท้าที่มารวมกันกล่าวโดยพร้อมเพียง“เช่นนั้นข้าขอโต้แย้งต่อหน้ากรมอาญา เดิมทีแม้ข้าเป็นรัชทายาท แต่ข้าก็ไม่ได้ตัดสินใจทุกอย่างคนเดียว ข้ามีคนสนิทคือแม่ทัพน้อยเซี่ยเป็นคนให้คำปรึกษา มีใต้เท้าเซี่ยผู้เป็นลุงคอยชี้แนะ แล้ววันนี้ในขณะที่ข้าถูกสายตาเคลือบแคลงจากชาวบ้าน เหตุใด…พวกเขายังลอยนวล!!“ เสิ่นอู๋หลัวก้มหน้าลงเพียงนิด นี่คงจะเป็น…ทางลงที่พระองค์คิดเอาไว้แล้ว ”ไม่ใช่ว่าเรื่องนี้ไม่มีมูล ไม่ใช่พระองค์ที่โดนปรักปรำ ในยามที่กระหม่อมออกรบแย่งชิงเป่ยอวี๋คืน แม่ทัพน้อยเซี่ยต้องคลังแสงตาย จนไม่อาจลากตัวมารับผิด ความผิดของเขาแน่นอนว่ามี เรื่องนี้กรมอาญาจะเป็นตัดสิน ข้าเองไม่มีอะไรจะพูด หากองค์ชายคิดว่านี่ไม่ใ
“ใบปรุงยานี้เป็นยาวิเศษที่ได้มาจากนักพรตผู้เฒ่าที่เทือกเขามู่หลงขอรับ บิดาข้าได้รับมอบมา และนำมาช่วยชาวบ้านที่ทุกข์ยากฟรีๆ ยาวิเศษนี้ถูกเล่ากันปากต่อปาก จนกระทั่ง…คนพวกนั้นอยากได้ไปครอบครองเอง เพื่อทำการค้า แต่บิดาข้าไม่ยอมเพราะนักพรตให้มารักษาคนฟรีๆ แรกกับสมุนไพรหายากในตำรา พร้อมกับบอกทางที่มีสมุนไพรขอรับ” ใต้เท้าผู้พิพากษานำมันไปตรวจสอบ”ศิษย์ของบิดาข้าที่ทำงานใกล้ชิดคนสกุลฟู่ เป็นคนมาสารภาพกับบิดาข้าเอง เขาพูดเพียงว่าขอชดใช้ให้เพราะรู้สึกผิด ก่อนจะหายตัวไป เขามอบสิ่งนี้ให้ข้าขอรับ!“ หยกแผ่นป้ายประจำตัวสกุลหวงพร้อมตั๋วเงินที่ลงตราประทับว่าเป็นของหวงอันโหลวถูกเด็กชายหยิบมันออกมาทั้งหมด”ตอนที่ข้าถูกมารดาดันเข้ามาในห้องเก็บของที่มีชั้นใต้ดิน ระหว่างรออาหญิงข้าตื่นจากพิษไข้ ข้ามองดูพวกเขา!!“ นิ้วเล็กชี้ไปที่บุรุษสกุลหวงนิ่งๆ”ลงมือฆ่าปาดคอคนในจวนข้าทีละคน สมุนไพรทั้งหมดถูกขนออกไป!! บางส่วนถูกเผาทำลาย ตำรามีกี่เล่มเขาเปิดหามันจนทั่ว แต่เล่มที่สำคัญมันอยู่กับข้า และสุดท้าย ระหว่างที่ข้าหลบหนี…พวกเขา…กลับมาทำร้ายแม่ข้าอีกรอบ คนพวกนี้ควรมีชีวิตที่ดีขึ้นหรือขอรับ!!“ ชาวบ้านที่มาดูการตัดสินค
หลังจากแน่ใจแล้วว่าทุกคนแยกย้าย นางจึงปลดผ้าคลุมออก ก่อนจะเดินมาตามหาเจ้าของเรือที่นางคิดว่าเขาคงมีเรื่องอยากจะถาม พร้อมฟู่มู่หลงและฟู่ซินเซีย“แม่นางคนพวกนี้เป็นคนของหวงอันโหลว เจ้ากำลังจะบอกว่าหนีตายมาจากสกุลหวงงั้นหรือ” คิดไว้แล้วไม่มีผิด ชายชราผู้นี้ค้าขายไปทั่วมีหรือจะไม่รู้จักคนของหวงอันโหลว
จบคำพูดนั้นนางถึงจับยืดตัวตรง ดึงฟู่มูหลงมายืนแนบข้าง ก่อนจะกลั้นหายใจ มองทางหนีเอาไว้และภาวนาว่าให้คนพวกนั้นผ่านไปโดยเร็ว ชื่อหอโอสถหวงอันโหลวคล้ายเป็นคำต้องห้าม ตั้งแต่ที่รู้ว่าใครฆ่าสกุลฟู่!!“เด็กน้อย เจ้าเดินไปที่ร้านเครื่องประดับก่อนแม่จะบังให้เจ้าเอง” นางพยักหน้าเมื่อมองไปยังเหล่าสตรีที่กำลั
หลังจากหลับตาลงจู่ๆก็รู้สึกเย็นที่แขนจนต้องรีบลืมตามาอีกครั้ง เด็กน้อยในห่อผ้าที่แม้จะหลับสนิทแต่นิ้วมือเกี่ยวบางอย่างเอาไว้“มาอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” นางมองดูแหวนหยกสำหรับผู้ใหญ่ที่เกี่ยวอยู่ในนิ้วเล็กๆของฟู่ซินเซียอย่างสงสัย ก่อนจะนึกได้ว่าเมื่อคืนตอนฮูหยินฟู่มอบของให้อาจจะตกลงไปจึงหยิบออกมา เพ
เจ้านอนเสียหน่อยตอนนี้ยังไม่เช้าเท่าไหร่ไว้ถึงหมู่บ้านไกลริบนั่นแม่จะปลุก“ ต้องเริ่มพูดคุยให้ชินปากตอนนี้ ส่วนฟู่มู่หลงที่แอบร้องไห้จนเพลียยอมนอนหลับแต่โดยดีฟู่จิ่งฮวาหาที่จอดเรือไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก เป็นท่าน้ำติดที่จอดเรือสินค้าขนาดใหญ่ และตรงนี้รายล้อมไปด้วยการขนส่งของชาวบ้าน ไม่ลืมที่จะถือมีดอี







