LOGINฟู่จิงฮวาตายจากโลกเดิมเพราะทำงานไม่ได้หยุดพัก ความรู้สึกสุดท้ายคือเสียที่นางยังไม่เคยมีชีวิตที่ตัวเองอยากมี ในขณะที่น้อยใจในโชคชะตานางกลับตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงเรียกของเด็กชายวัยสี่หนาว “อาหญิงน้องหิวนมแล้วขอรับ“
View Moreเพราะความจนมันน่ากลัว จากเด็กสาวที่มาจากต่างเมืองเมื่อเรียนจบและได้เข้าทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่ ชีวิตนี้ทั้งชีวิตเธอพลีกายให้งานมากว่านับ10ปี ชีวิตที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดหลังเสียย่าผู้ชุปเลี้ยงไปก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล พี่ชายที่คลานตามกันมาแต่งงานได้ดีจนไม่ต้องห่วงหา
ตอนนี้เธอมีทั้งบ้านหลังใหญ่ รถไฟฟ้าราคาแพงและเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นทุกปีเท่านี้ก็สุขเกินกว่าจะอธิบายให้ใครฟัง เธอคิดเพียงเท่านั้นจริงๆจนกระทั่ง …วันที่เธอล้มหมดสติกลางห้องประชุม ร่างผอมบางถูกพาส่งโรงพยาบาล สติที่มีน้อยนิดพยายามฝืนลืมตาแต่มันชั่งยากเหลือเกิน…เงินมากมายที่ยังไม่ได้ใช้ พัสดุที่ยังไม่ได้แกะ อาหารราคาแพงที่เธอสต๊อกไว้เต็มตู้ เสื้อแบรนด์เนมที่แย่งชิงมาอย่างยากลำบาก สมบัติมากมากที่อยู่ในตู้เซฟ เธอ…ไม่ทันได้อยู่ใช้ก็ต้องตายเพราะโหมทำงานขนาดนี้ไปเพื่ออะไรกัน!! … ชีวิตจริงๆแล้วเธอมีแค่นี้หรือ เกิด เรียน ทำงาน มีเงิน และตายไปในที่สุด !! อดสูใจจริงๆ… จึก จึก “ตายแล้วนี่นา ใครมาก่อกวนอยู่ได้” คิ้วเรียวที่ลากยาวดั่งคันสรขมวดเข้าหากันจนเป็นปม “ท่านอา ท่านอาหญิงขอรับ” เสียงกระซิบกระทราบยิ่งทำเธอหงุดหงิด ”ถ้าตายแล้วต้องได้เจอเด็กหรือไงกัน หรือเทวดาไม่รู้ว่าฉันไม่ชอบเด็ก!!” เสียงหวานพึมพำ แต่มีมือน้อยๆเขย่าเบาๆ “ตื่นก่อนเถิดขอรับ” จนสุดท้ายเธอทนแรงเขย่าที่แขนเสื้อไม่ไหว ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นเหม็นอับที่ชวนปวดหัว ดวงตากลมโตหรี่ลงพร้อมปรับจุดโฟกัสในความมืดให้คุ้นชิน “เด็กอ้วนตัวกลมนี่มันอะไรกัน ทำไมถึง…” แม้จะมึนงงแค่ไหน แต่เสียงดาบกระทบกันอยู่ข้างนอกก็ยิ่งชวนให้สงสัย จนไม่รู้จะทำอะไรก่อนดีจึงได้แต่นั่งนิ่ง “อาหญิง น้องหิวนมแล้วขอรับ” ทารกที่อยู่ในห่อผ้าทำปากดูดจุบจับแต่ไม่ได้เปล่งเสียงร้อง คล้ายนอนละเมอมากกว่า หญิงสาวที่มึนงงเพราะเพิ่งตื่นจากความตายจู่ๆก็ได้มาอยู่ในที่คับแคบจนแทบหายใจไม่ออกเช่นนี้…ทำคนที่ตกใจกลัวกำลังจะผลักบานประตูออกไปแต่เด็กชายตัวน้อยที่ร่างกายเปอะเปื้อนไปด้วย…คราบเลือด!! ทำเธอแทบอ้วกแต่ยกมือขึ้นมาปิดปากได้ทัน!! เด็กน้อยคนนั้นเอามือเล็กๆมาขว้ามือเธอเอาไว้เสียก่อน “ท่านพ่อสั่งห้ามพวกเราออกไปจนกว่าเสียงดังด้านนอกจะเงียบขอรับ” เสียงดาบกระทบกันยิ่งทำให้เธอตัวสั่น “นะนี่มัน เรื่องอะไรกัน ฉันอยู่ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดแบบนี้ได้ยังไง!! แล้วเสียงข้างนอกคืออะไร ผู้คนโอดโอยนั่นไม่ใช่ว่าบาดเจ็บสาหัสงั้นหรือ ฉัน ฉันจะทำยังไงดี!!“ ไม่รู้ว่าอยู่ในนี้นานแค่ไหน อาจจะนานจนกระทั่งเธอเผลหลับไปพร้อมเด็กคนนั้น!! เด็กผู้ชายที่พยายามบอกว่าอย่าขยับตัวเยอะ อย่าให้ใครจับได้ พร้อมน้ำตาที่เอ่อคลอตลอด แถมยังพูดปลอบใจตัวเองว่าเป็นบุรุษไม่ควรร้องไห้!! เธอที่อดจะสงสารไม่ไหวเอื้อมมือไปลูบหัวเงียบๆจนพากันหลับไปในที่สุด รู้ตัวอีกทีเด็กน้อยในห่อผ้าเริ่มดิ้นรน “แอ๊ะ แอ๊” ความเผลอตกใจกลัวใครมาตามฆ่าตามที่เด็กชายบอกเธอรีบอุ้มขึ้นมาแนบอก “ชู่ว์ หนูน้อยเธอร้องแบบนี้คนพวกนั้นจะแห่มาฆ่าพวกเราได้นะ เงียบหน่อยๆ” เหมือนฟังรู้เรื่องจากที่เบะปากเตรียมจะร้องเด็กทารกตัวน้อยเงียบกริบคล้ายคุ้นชินกับเสียงนี้ “อาหญิง นมนี้เป็นนมแพะที่ท่านแม่ข้าเตรียมเอาไว้ น้องน่าจะกินได้ขอรับ” เธอรับขวดนมที่ยังเย็นอยู่มาดู ก่อนจะมองหน้าเด็กที่นอนมองตาเธอในห่อผ้า “ฉัน ฉันป้อนไม่เป็น” ไม่รู้ว่านี่ยุคไหน แม้ภาษาโบราณที่เด็กน้อยพูดจะพอรู้มาบ้างจากการดูหนัง หรือซีรี่ย์แต่…มันเกินจะคาดเดาเกินไปหรือไม่ก็ยังไม่กล้าคิด “ข้าเคยทำ ข้าทำให้ขอรับ” เธอพยักหน้า ในห้องเก่านี้มีแสงรอดออกมานิดหน่อย เด็กน้อยส่องตาออกไปก่อนจะเอ่ยบอก “ทางนั้นมีไฟไหม้ขอรับ” เธอรีบขยับไปดูบ้างพบว่าเหมือนตรงนั่นจะเป็นที่เก็บข้าวหรือที่เรียกว่ายุ้งฉาง “ตอนนี้น้องยังไม่ร้อง พี่ว่า…เอ่อ…อาว่า อาคงหัวกระทบกระเทือน เจ้า…เล่าเหตุการณ์ก่อนหน้าให้ฟังหน่อยสิ” คนที่จับต้นชนปลายยังไม่ถูกเรียบเรียงคำพูดผิดๆถูกๆ แต่เด็กน้อยก็ฉลาดเขาเข้าใจอะไรง่ายเหลือเกิน “เดิมทีบ้านเราเป็นหอโอสถ ท่านอาจำได้หรือไม่” ใบหน้าเล็กส่ายไปมา “ไม่มีความทรงจำอะไรทั้งนั้น” เด็กชายเงียบไปครู่นึงก่อนขยับเข้ามาใกล้เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้านับสิบ “ใบปรุงยานั้นต้องหาให้เจอ!! ค้นตามศพแล้วไม่มีที่ตัวใครเลย ไปเร็ว!! หากหาเจอแล้วเราจะได้จุดไฟเผาที่นี่สะ!!” ไม่ใช่แค่เด็กน้อยที่ตัวสั่นเธอเองก็เช่นกัน ก่อนจะมองคนในห่อผ้า พบว่าหลับไปเรียบร้อยแล้วก็โล่งใจ “ใบปรุงยานี้เป็นยาวิเศษที่ได้มาจากนักพรตผู้เฒ่าที่เทือกเขามู่หลงขอรับ บิดาข้าได้รับมอบมา และนำมาช่วยชาวบ้านที่ทุกข์ยากฟรีๆ ยาวิเศษนี้ถูกเล่ากันปากต่อปาก จนกระทั่ง…คนพวกนั้นอยากได้ไปครอบครองเอง เพื่อทำการค้า แต่บิดาข้าไม่ยอมเพราะนักพรตให้มารักษาคนฟรีๆ แรกกับสมุนไพรหายากในตำรา พร้อมกับบอกทางที่มีสมุนไพรขอรับ” เธอพยักหน้าเข้าใจ “แล้ว…รู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนทำ” เด็กน้อยพยักหน้า “คนจากหวงอันโหลว หอโอสถหน้าเลือดขอรับ!!”“ชีวิตนี้ข้าอุทิศตนให้แผ่นดินมาตลอดจนถูกมองข้ามและละเลยเป็นเพียงเกาะกำบังให้คนในใต้หล้า ต่อจากนี้…ขอเพียงเจ้ามอบความรักให้ข้าก็พอ เพราะมือที่จับดาบของข้า จะมีไว้เพียงปกป้องเจ้าเท่านั้น” ร่างสูงใหญ่ที่กอดนางเอาไว้แนบอก ดึงผ้าห่มขึ้นมาปกคลุมสตรีอันเป็นที่รัก ก่อนมองแสงของวันใหม่ที่โพล่ขึ้นที่ขอบฟ้าอย่างอิ่มเอมในหัวใจ“วันแรกที่ข้าเห็นท่านที่อารามสงฆ์ในใจสงสัยเหลือเกินบุรุษหน้าตาหล่อเหล่าเช่นนี้มีเจ้าของหรือยัง พึ่งรู้ว่า…เจ้าของท่านก็คือตัวข้าเอง” จากที่เขาจะปล่อยให้นางพักกลับพลิกตัวนางให้ขึ้นมาอยู่บนตัว แท่งเอ็นอุ่นร้อนที่พร้อมรบถูกดันเข้าช่องทางคับแคบจนนางมีใบหน้าเหยเก“เช่นนั้น…พิสูจน์ให้ข้าเห็นที ว่าเจ้า…หลงไหลข้าเข้าแล้ว!!” 5ปีต่อมา“เสิ่น ซือ เฉิง!!“ เสียงเรียกลั่นจวนนี้ไม่ใช่ใครแต่เป็นฟู่จิ่งฮวาที่อุ้มท้องบุตรคนที่สาม หลังให้กำเนิดบุตรชายและบุตรสาวปีเว้นปี บุตรชายคนโตอย่างเสิ่นซือเฉิงได้นิสัยบิดามาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน เมื่อบัดนี้เขาสั่งให้ทหารมายืนเป็นเป้าล่อ ให้ตนเองฝึกยิงธนูใส่ผลแอปเปิ้ลบนหัวทหาร นางแทบวิ่งออกมาจากห้องสกัดยาทันทีเมื่อสาวใช้ไปตาม”ท่านแม่!!“ คนที่ตกใจรีบวิ่งไปหล
จาก1จอกเพิ่มขึ้นเป็น2-3-4-5-6 และตอนนี้นางเริ่มมึนหัวจนลุกไม่ไหว“ดูท่าแล้วนายหญิงจะแย่แล้วนะขอรับ” หย่งเล่อที่ยืนดูเหล่าลูกน้องและเหล่าแม่บ้าน ยื่นสุราหลากหลายขนานให้ฮูหยินท่านแม่ทัพไม่หยุดชักเริ่มหวั่นใจ เพราะเห็นแม่ทัพยืนมองนิ่งๆมานานนับ1ชั่วยามเห็นจะได้“พรุ่งนี้เจ้าคุมคนไปก่อสร้าง พามู่หลงกับซินเซียไปตัดชุด กลับมาสัก…บ่ายๆ ไม่ต้องตามหาตัวข้า ต่อให้จะมีใครตายก็ปล่อยให้ตายไปเลย พรุ่งนี้ข้าไม่ว่าง!!” คนที่ยืนกอดอกมองเมียมานานจัดการสั่งคนสนิทก่อนก้าวอาดๆเข้าไปกลางวงสุรา ปล่อยให้หย่งเล่อยืนคิดทบทวนอยู่กับที่ จนกระทั่งเห็นถุงเงินถุงนึงยื่นให้ซีเหมินเขาถึงกับยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเอง ยังไม่รวมกับที่ตกลงอะไรบางอย่างกับคุณชายน้อยฟู่ ก่อนจะยื่นธนูคันเล็กให้ จากนั้นจึงอุ้มฮูหยินที่ทรงตัวไม่อยู่ขึ้นแนบอก“ท่านแม่ทัพ ท่านเป็นคนชอบติดสินบนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!!” ในจังหว่ะที่เสิ่นอู๋หลัวกำลังจะอุ้มภรรยาเดินผ่านหย่งเล่อรีบถามทันที!!“พึ่งทำ ต่อจากนี้หากเป็นเรื่องนาง ข้าติดสินบนไม่ถือว่าผิด คืนนี้ข้าจะเข้าหอ อย่าได้…เสนอหน้าไปใกล้จวนข้าเชียว!!”“ให้ตายเถอะ คนอื่นติดสินบน ส่วนข้าถูกข่มขู่งั้นหรือ!!”
คำพูดหเหล่านั้นสร้างความตรึงเครียดพอสมควร“ท่านแม่ทัพขอรับ” หย่งเล่อที่เห็นเสิ่นอู๋หลัวเงียบไปจึงเรียกเบาๆ“เปิดศาลากลางหมู่บ้าน ใครอยากร้องทุกข์อะไรให้ไปที่นั่น ตามผู้นำหมู่บ้าน นายอำเภอ และคนของทางการไปด้วย” เขาตอบคนสนิทนิ่งๆก่อนหันมาทางนาง“เจ้าอยากไปหรือไม่” จากที่คราแรกอยากรู้ว่าเขาจะทำเช่นไร แต่นางเลือกจะเปลี่ยนความคิดใหม่ หน้าที่นั้นปล่อยให้เขาจัดการได้เต็มที่“ไม่เจ้าค่ะ ข้าจะทำอาหารรอท่าน จะพาเด็กไปเดินตลาด และกลับมาเตรียมดูแลจวนเจ้าค่ะ” เพราะที่ๆสร้างขึ้นมาพร้อมกันคือป้อมปราการและจวนท่านแม่ทัพ ด้วยเขาเกรงว่านางจะอึดอัดหากพักในที่ที่มีทหารเดินขวักไขว่ ซึ่งวันนี้ก็เข้าอยู่ได้พอดี“ข้าจะรีบกลับมา” นางพยักหน้าให้เขาก่อนฝากซินเซียไว้กับสาวใช้ส่วนนางพาฟู่มู่หลงไปเดินซื้อของที่ตลาดนัดแทน“คนนี้นี่แหละฮูหยินท่านแม่ทัพ ที่เมื่อหลายวันก่อนมาเหมาเนื้อไก่ เนื้อหมู่ไปทำอาหาร”“ใช่ๆ ทั้งยังไม่ต่อราคาสักนิด ได้ข่าวว่าลงมือทำครัวเองด้วย”“น่าขื่นชมจริงๆ ฮูหยินเชิญทางนี้เจ้าค่ะ” นางเดินตามเสียงเรียกของเหล่าแม่ค้าพ่อค้าเข้าไปถึงกับแปลกใจ“ท่านป้า ท่านน้า มีอะไรหรือเจ้าคะ” นางถามอย่างสงสัยแต่เ
หลังจากความวุ่นวายในวังหลวงจบลง เสิ่นอู๋หลัวพาฟู่จิ่งฮวาและเด็กๆไปเคารพป้ายวิญญานของสกุลฟู่ก่อนจะนำป้ายวิญญาณกลับมาที่โถงพรรพชนเพื่อจะได้ทำพิธีกราบไหว้ทุกปีตามธรรมเนียม“มู่หลงเจ้าอยาก อยู่ที่สกุลฟู่หรือไม่” หากหลานชายบอกนางว่าต้องการอยู่นางยินดีอยู่ดูแลเด็กๆที่นี่ เปิดหอโอสถและส่งยาให้กองทัพแทนเหมือนที่หมอฟู่เคยทำ“ไม่ขอรับ ข้า…ไม่อยากเดินผ่านที่นี่ทุกวัน ไม่อยากมองเห็นที่ที่บิดามารดาข้าทรมานขอรับ” นางเข้าใจความรู้สึกนี้ดีที่นี่มีคนตายเยอะเกินไปและทุกคนล้วนเป็นคนในครอบครัว“เช่นนั้นข้าจะจ้างคนมาทำความสะอาด ปัดกวาดและดูแลจวน ส่วนเราไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เป่ยอวี๋เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร“ นางไม่เร่งรัดเอาความอยากให้ไปพร้อมความสมัครใจล้วนๆ”ข้าอยากไปเป่ยอวี๋ขอรับ!!“ ดวงตาเป็นประกายเพราะรู้ดีว่าหากไปอยู่ที่นั่นนอกจากอาหญิงของเขาจะเป็นฮูหยินท่านแม่ทัพใหญ่แล้ว ยังควบตำแหน่งหมอยาด้วย เขาจะได้ศึกษาตำรายาจากสมุดเล่มนั้นจนจบ ไม่ต้องอยู่ในวังวนเดิมกับความเสียใจ“แอ๊” หลังพี่ชายพูดจบหนูน้อยในอ้อมกอดที่ตัวโตขึ้นทุกวันก็ส่งเสียงเช่นกัน“ฮ่าๆ ฮ่าๆน้องเจ้าก็ออกความคิดเห็นด้วย” “น้องต้องคิดเห็นเช่นเดียว
หลังจากแน่ใจแล้วว่าทุกคนแยกย้าย นางจึงปลดผ้าคลุมออก ก่อนจะเดินมาตามหาเจ้าของเรือที่นางคิดว่าเขาคงมีเรื่องอยากจะถาม พร้อมฟู่มู่หลงและฟู่ซินเซีย“แม่นางคนพวกนี้เป็นคนของหวงอันโหลว เจ้ากำลังจะบอกว่าหนีตายมาจากสกุลหวงงั้นหรือ” คิดไว้แล้วไม่มีผิด ชายชราผู้นี้ค้าขายไปทั่วมีหรือจะไม่รู้จักคนของหวงอันโหลว
จบคำพูดนั้นนางถึงจับยืดตัวตรง ดึงฟู่มูหลงมายืนแนบข้าง ก่อนจะกลั้นหายใจ มองทางหนีเอาไว้และภาวนาว่าให้คนพวกนั้นผ่านไปโดยเร็ว ชื่อหอโอสถหวงอันโหลวคล้ายเป็นคำต้องห้าม ตั้งแต่ที่รู้ว่าใครฆ่าสกุลฟู่!!“เด็กน้อย เจ้าเดินไปที่ร้านเครื่องประดับก่อนแม่จะบังให้เจ้าเอง” นางพยักหน้าเมื่อมองไปยังเหล่าสตรีที่กำลั
เสบียงที่มีในถุงย่ามถืิอว่าช่วยได้มาก เพราะนางไม่ต้องกังวลเรื่องเสบียงเด็กๆ แต่อาจจะต้องซื้อของติดมือกลับมาบ้างหากต้องการไปต่อได้ไกลกว่านี้“อ่าว ตื่นแล้วหรือเจ้าสนใจจะไปซื้อเสบียงหรือไม่พวกเราจะไปเดินตลาดเสียหน่อย” บุตรสาวเจ้าของเรือสินค้าที่อุ้มลูกน้อยวัยแบบเบาะแนบอกอยู่ถามนาง“พอดีข้ามีเสบียงที่
หลังจากหลับตาลงจู่ๆก็รู้สึกเย็นที่แขนจนต้องรีบลืมตามาอีกครั้ง เด็กน้อยในห่อผ้าที่แม้จะหลับสนิทแต่นิ้วมือเกี่ยวบางอย่างเอาไว้“มาอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” นางมองดูแหวนหยกสำหรับผู้ใหญ่ที่เกี่ยวอยู่ในนิ้วเล็กๆของฟู่ซินเซียอย่างสงสัย ก่อนจะนึกได้ว่าเมื่อคืนตอนฮูหยินฟู่มอบของให้อาจจะตกลงไปจึงหยิบออกมา เพ





