เข้าสู่ระบบ“ท่าน...ตรงนี้คิดว่าไม่เหมาะกระมัง” นางเอ่ยเสียงอ่อยหาทางรอด เพราะตัวเองแท้ ๆ ที่อยากออกมาชมหิ่งห้อยใกล้ ๆ จึงพายเรือออกมา แล้วนั่นมันก็ทำให้ตัวเองหาทางหนีรอดไม่ได้ เพราะว่ากลางท้องน้ำแห่งนี้ นางคงไม่อาจจะบินไปบนฝั่งได้
‘ช่างโง่เขลาจริง ๆ’
“เจ้าต้องการที่นอนนุ่ม ๆ หรือว่าบนฝั่งตรงศาลาแทนท้องเรือนี้หรือ ข้าว่าเจ้าเหมาะกับบนเรือดีนะ”
“ท่านบ้ากันไปใหญ่แล้ว ทำอะไรควรเลือกสถานที่หน่อย กลางน้ำเช่นนี้ข้าตกน้ำไปทำอย่างไร ข้ายังไม่ได้แต่งงานมีสามีนะ ข้าไม่ยอมตายง่าย ๆ หรอก” นางตั้งใจจะบอกเขากลาย ๆ ว่าตัวเองนั้นไม่มีพันธะผูกพันใดอยู่ เพื่อให้เขาต้องการนางมากขึ้น
“อ่อ...งั้นเหรอ เจ้าต้องการสามีแบบใดกัน ทหาร พ่อค้า ขุนนาง หรือว่า...ขอทานดี”
“ท่าน...!”
แม้ในใจอี๋ชินอ๋องจะชอบใจอยู่ไม่น้อย แต่ทว่าก็อยากทำต่อปากต่อคำกับนางสักหน่อย
“ข้าทำไม”
“คนอย่างท่าน ข้าขอให้ชีวิตรักไม่สงบสุข” นางสาปแช่งเขาแทน คนอะไรปากปีจอชัด ๆ หมาข้างจวนยังจะเห่าหอนเสนาะหูกว่าฟังคำพูดเหม็นเน่า ที่พ่นออกจากปากของเขา
‘ตำแหน่งชินอ๋องนี่จับสลากมาหรืออย่างไร...’
“แล้วเจ้าคิดว่า ชีวิตเจ้าจะสงบสุขงั้นเหรอ ที่เจอกับข้า” หึ...นางกล้าดี บังอาจมาแช่งชักหักกระดูก คืนนี้หากไม่ได้สั่งสอนนาง อย่าเรียกข้าว่าอี๋ชินอ๋อง
“ท่านก็ปล่อยข้าสิ”
“ข้าจะปล่อยเมื่อข้าอยากปล่อย เจ้าก็สั่งข้าไม่ได้”
“ท่านจะมากักข้าไว้ทำไม สตรีงดงามทั่วเมืองไม่ไปหาเล่า มาหาข้าทำไม ปล่อยข้านะ” นางดิ้นรนแต่ยิ่งดิ้นก็เหมือนเรือยิ่งโคลงเคลง
“เจ้าทบทวนอีกทีดีหรือไม่ ใครมาหาใครกันแน่”
“ท่าน!”
“หยุดดิ้น หากไม่อยากไปร่วมรักกับข้าในน้ำ”
“ไม่ ไม่ว่าตรงไหนก็ไม่เอาทั้งนั้น”
“ไม่เอางั้นรึ...ข้ามีแค่สองทางเลือก บนเรือหรือในน้ำ”
“ท่านมันพิสดารมากไปแล้ว บนเรือมันทำได้ที่ไหนกันเล่า...ปล่อยข้า” แค่จินตนาการว่าโดนเขาปลุกปล้ำบนเรือก็อนาถใจแล้ว จะเสียสาวทั้งทีหาที่มันดีกว่านี้หน่อยไม่ได้หรืออย่างไร
อี๋ชินอ๋องไม่ฟังนางที่เอาแต่พ่นคำก่นด่า แต่เป้าหมายของเขาคือเรือนร่างเจ้าหิ่งห้อยตัวน้อยของเขาต่างหาก
ใบหน้าคมโน้มลงประกบจูบริมฝีปากที่คิดถึงมาแรมเดือน เขาบดขยี้ดูดเม้นอย่างย่ามใจ เรียวลิ้นเลียไปตามริมฝีปากที่นางพยายามจะเม้มไม่เปิดอ้ารับเรียวลิ้นของเขา แต่ทว่าเขาย่อมมีวิธีเปิดมันออกอยู่ดี
มือหนาเคลื่อนขึ้นมาเคล้นคลึงเรือนกาย โดยเฉพาะเต้าอวบอ่อนนุ่มทั้งขยำอย่างมันมือ คืนนั้นเขาจำได้ว่านางขโมยจูบโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว และพาเขาเคลิ้มไปจากเป็นผู้รับกลายเป็นรุกในทันที
คืนนี้นางแต่งกายด้วยชุดเดิมอีกครั้ง ทั้งกระโปรงตัวสั้นนี้ทำให้เขาอยากเปิดมันออกดูเสียจริง ว่าภายในนั้นงดงามเหมือน ใบหน้านางหรือไม่
นับแต่วันนั้นเขาเฝ้าคะนึงถึงนาง วันนี้สบโอกาสดีก็อยากจะจัดการรวบหัวรวบหางกินนางทั้งตัวเสีย เพื่อสนองความอยากของนางสักหน่อย
“อ๊ะ...!” หนิงฮวาร้องออกมาอย่างตกใจ ทั้งที่จะดิ้นหนีแต่ทว่าร่างใหญ่ก็รุกล้ำหนักขึ้น
‘คืนนี้ข้าจะรอดไหม’
ร่างกายนางตอบสนองเขาอย่างดี ทั้งร่วมมือกับเขาไปหมด จนเมื่อเขาเปิดปากนางได้ เรียวลิ้นก็แทรกเข้าหาโพรงปากนางทันที
อี๋ชินอ๋องปรนเปรอจูบจนนางตาปรือพริ้มหลงในอารมณ์กามของเขา รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏที่มุมปากอ๋องหนุ่ม
“แค่นี้ก็ระทวยแล้ว แม่หิ่งห้อยน้อย” เขาเค้นคำดูแคลนในลำคอ แต่ก็ยังไม่ปล่อยให้ริมฝีปากนางเป็นอิสระ ยิ่งอยู่ในเรือนางยิ่งหาทางหนีไปไหนไม่รอด นั่นจึงทำให้เขาทำได้มากขึ้นไปอีก
เสียงลิ้นสอดประสานจนเกิดเสียงดังอย่างลามกพร้อมกับเสียงครวญครางของทั้งเขาและนางอย่างพอใจ หลังจากดื่มกินความหวานในโพรงปากอย่างพึงพอใจ เขาก็ใช้ริมฝีปากลากไล้ไปตามเรือนกายขาวนวลเนียนราวกับแสงจันทร์เดือนแปด ตั้งแต่ซอกคองามระหงจนมาหยุดนิ่งกับเนินอิ่มที่ยากเลยผ่านไปได้
“อ๊ะ...ท่านอย่าบีบ...มะ...มันเสียว” หญิงสาวที่สิ้นแล้วเรี่ยวแรงทั้งหมด นางโดนเขาสูบไปแล้วจนสิ้น เสียงห้ามปรามเปล่งออกมาเป็นเสียงครางกระเส่า ทั้งเรือนกายเล็กที่บิดเร่า จากการเล้าโลมปลุกระดมตัณหาในตัวนางให้ตื่นขึ้น
“อื้ม...เจ้างดงามเช่นนี้ เห็นทีคืนนี้ข้าคงหยุดไม่ได้” นอกจากไม่หยุดแล้วมือหนายังดึงรั้งเสื้อตัวสั้นของนางให้ต่ำ ลง จนสองเต้าอวบโผล่ขึ้นมาปรากฏแก่สายตา อารมณ์ความใคร่อย่างบุรุษก็คุกรุ่นขึ้นทันที
“อื้อ...ข้าอยากกลืนกินเจ้า” เสียงแหบพร่าของเขาทำให้ร่างกายสาวขนลุกชัน
“มะ...ไม่นะ อย่าแตะมัน” ศีรษะเล็กเงยขึ้นเมื่อเขากำลังจะแลบลิ้นแตะลงบนยอดปทุมถันของนาง ยิ่งทำให้นางดิ้นเร่า จนเรือโคลงเคลงอีกครั้ง น้ำใต้ท้องเรือกระเพื่อมเป็นวงคล้ายคลื่นลูกเล็ก ๆ
“อย่าดิ้นถ้าไม่อยากตกน้ำ” คืนนี้อากาศหนาวนัก หากแต่ร่างกายบุรุษหนุ่มเช่นเขานั้น ร้อนฉ่าด้วยไฟสวาท โดยเฉพาะกลางกาย ที่ขยายเหยียดยาวขึ้นจนอยากเอาออกมาด้านนอก
“ไม่...ท่านหยุด...ข้าไม่ไหวแล้ว...อื้อ” นางเหมือนกำลังจะตาย เพราะว่าริมฝีปากเขา
นี่เขาจะทำให้นางตายคาลิ้นเขาหรืออย่างไร ยิ่งเรียวลิ้นตวัดรัวตรงปลายยอดถัน ร่างเล็กยิ่งกดศีรษะของเขาให้จมลงบนร่างของนาง
โอ๊ย...ทรมาน
“ใจเย็นทูนหัว...ข้าจะรักเจ้าแน่นอน”
“เรือ...? ทำไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเพคะ” หนิงฮวาสงสัยว่าสามีทำเรือลำใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน “ก็ตั้งแต่ที่เจ้ากลับมา ข้าก็ให้คนต่อเรือลำใหญ่พร้อมเตียงนอนนุ่ม ๆ” หนิงฮวามองสามีที่ส่งสายตากรุ้มกริ่มเช่นนี้ ก็รับรู้ได้ทันที่ว่า คงไม่ใช่เรือปกติแน่นอน เขาต้องคิดไว้เพื่ออย่างอื่นเป็นแน่ “เช่นนั้นหม่อมฉันไม่อยากดูแล้ว” นางปฏิเสธทันที เพราะไม่อยากหลงกลให้เขาเชือดนางเล่นอีก “ได้ที่ไหนกันละจ๊ะเมียจ๋า...นะไปเถอะ...ผัวอยากนอนกอดเมียท่านกลางแสงหิ่งห้อย เหมือนกับคืนที่เราเจอกันครั้งแรกไงจ๊ะ...!” “คงไม่ได้ชมหรอกเพคะ” แค่คิดใบหน้าหญิงสาวก็เห่อร้อนแดงระเรื่อแล้ว นางอยากจะลบเลือนความทรงจำน่าอายพวกนี้เสียจริง แต่เขาก็ขยันทำให้นางจดจำมันอยู่เรื่อย คืนนั้นนางแต่งตัวยิ่งกว่าหญิงนางโลม ที่หลอกล่อบุรุษให้เข้าหอนางโลม เสียอีก “ข้าเตรียมชุดไว้ให้เจ้าด้วย” แน่นอนว่าชุดชมหิ่งห้อยย่อมไม่ธรรมดา เขาจะรำลึกความหลังทั้งที ก็ต้องให้เหมือนครั้งแรกที่เจอกันหน่อยเป็นอะไรไป ในตอนเย็นหนิงฮวาที่โดนสามีรบเร้าจนไม่อาจจะปฏิเสธ แล
“ทำไมไม่ให้ลูกนั่งคันเดียวกัน” หนิงฮวาไม่พอใจที่โดนคนเอาแต่ใจหลอกลูกให้ไปนั่งรถม้าคันของจื่อรั่ว “ก็ลูกใจร้อน อยากได้น้องเร็ว ๆ เจ้าไม่รู้หรือ” เขานัดแนะกับลูกสาวทั้งยังสัญญาไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะว่ากลับไปตำหนักแล้วจะพาเที่ยว และก็หลอกล่อด้วยของเล่น “หม่อมฉันไม่เชื่อ ท่านอ๋องเจ้าเล่ห์” “โถว...เมียจ๋าข้าไม่ได้โกหกจริง ๆ ก็อิ๋งอิ๋งบอกว่าอยากไปนั่งกับพี่จื่อรั่ว” “หากหม่อมฉันจับได้ว่าท่านอ๋องหลอกลวงลูก ไม่ต้องมานอนด้วยกันเลย” นางนั่งหันหน้าหนีไม่มองเขา เพราะตัวเองอยากนั่งไปกับลูกมากกว่า เป็นสามีเมื่อภรรยาสุดที่รักงอน เขาก็หาทางง้อเอาจนได้ “โถเมียรัก ข้าไม่ได้เจอเจ้ามานานแล้วนะ โปรดเห็นใจผัวรักของเจ้าด้วยเถิด”เขารั้งร่างของเมียสาวขึ้นมาบนตัก แรงของรถม้าที่โยกไปโยกมานั้นทำให้ก้นของนางบดเบียดเข้ากับลำท่อนของเขาจนมันเริ่มขยายใหญ่ขึ้นและกำลังดุนดันกับก้นอันงอนงามของนาง “เมื่อวานกับเมื่อคืนยังไม่พออีกหรือเพคะ” คนที่กำลังงอนยังคนไม่รู้ตัวว่าสามีนั้นกำลังรู้สึกอยากอีกรอบเสียแล้ว “พอที่ไหน ก่อนเจ้าจากไปข้าเคยกินเจ้าครั้
“อย่าเพิ่งใจร้อนคนดีของพี่...” เขายังไม่อยากยัดเข้า แต่อยากปลุกเร้าให้นางอยากจนถึงขีดสุดเสียก่อน ค่อยจับยัดก็ไม่สาย อย่างไรก็มีเวลาทั้งคืน มือที่อุ่นร้อนของเขาก็ยังคงบีบก้นของนาง ส่วนอีกมือก็สอดนิ้วเข้าไปเปิดนำทางเพื่อให้ตัวตนของเขาได้เข้าไปไปได้ง่ายขึ้น แต่ว่าแค่นิ้วของเขา นางก็กระตุกตอดเสียแล้ว “ยะ...อย่าเพิ่งเสร็จเมียรัก....” “ขะ...ข้า...มิไหวแล้ว” นางไวต่อการเล้าโลมและสัมผัสของเขานัก จะว่าห่างหายจากเรื่องนี้มานานจนตื่นเต้นเกินไปหรือเปล่า เมื่อนางใกล้จะปลดปล่อย เขากลับหยุดยั้งนิ้วเรียวที่กระแทกเข้าออก แล้วจับลำท่อนหยกใหญ่ยาวของตัวเองขึ้นสาว พร้อมกับขยับเข้ามานั่งให้ตรงกับทางเข้า เขาจับตัวตนขึ้นปาดไปตรงช่องทางรักที่มีน้ำหวานที่พร้อมจะหล่อลื่นให้เขาเข้าไปสอดประสานได้ง่ายขึ้น ปลายลำท่อนที่แข็งแรงที่ส่วนปลายอ่อนนุ่มไม่ต่างจากกลีบดอกไม้ของนาง ลากผ่านขึ้นลงวนซ้ำไปมา จนร่างบางเริ่มกระตุกหนีบปลายหัวมนของเขา “พร้อมแล้วใช่หรือไม่...อ่าห์...” “เข้า...เข้ามาเร็ว ๆ...อื้อ...” เสียงหวานครางกระเส่าแต่เป็นเสียงที่เบาไม่เหมือนเมื
“ต้านแม่อิ๋งอิ๋งง่วงแล้ว” เด็กน้อยเมื่อกินอิ่มก็อยากนอนหลับทันที “มาป้อนปากก่อนลูกฟันจะได้ไม่ผุ” หญิงสาวเอาเกลือให้ลูกสาวอมแล้วบ้วนก่อนนอนทุกวัน เพื่อป้องกันฟันผุ นางเองก็ทำเช่นเดียวกันแต่ทว่านางเอาไม้สีฟันด้วย ฟันของนางจะได้ขาวอยู่เสมอ “พ่อก็อยากทำด้วย” อ๋องหนุ่มอยากทำทุกอย่างให้เหมือนลูกของเขาแล้วสองพ่อลูกก็พากันไปบ้วนปากที่ด้านนอก เสียงหัวเราะคิกคักจนทำให้หนิงฮวารู้สึกอมยิ้มตาม นางเก็บถ้วยเข้ามาเพื่อเตรียมจะล้าง แต่ว่าจื่อรั่วก็เข้ามาขวางไว้เสียก่อน “นายหญิงท่านไปพักเถอะวันนี้เหนื่อยมามากแล้ว เดี๋ยวข้าทำเองเจ้าค่ะ” “ขอบใจเจ้ามาก จัดที่นอนให้ท่านองครักษ์ด้วยล่ะ” หนิงฮวายังไม่วายกำชับให้สาวใช้นางจัดที่นอนให้กับคนของเขา จื่อรั่วพยักหน้าไม่ได้ว่าอันใด แต่สีแก้มที่แดงระเรื่อขึ้นของนางทำให้หนิงฮวาอดสงสัยไม่ได้ “เจ้าแก้มแดงขนาดนี้ มีอันใดงั้นหรือ” “อ๊ะ” จื่อรั่วเอามือลูบแก้มไล่สีให้เป็นปกติ นางไม่ได้ตั้งใจจะให้มันขึ้นสีเรื่อ แต่ทว่าท่านองครักษ์ขอนอนกับนางต่างหาก “ปะ...เปล่าเจ้าค่ะ” หนิงฮวาส
“ก็ได้เพคะ” “ก็ได้อันใด พูดมาให้ชัดเจน” “หม่อมฉันจะไม่ติดต่อ ไม่พบไม่เจอไม่คุยกับใครเลย รวมทั้งท่านอ๋องด้วย” นางประชดเขา นี่นางเป็นเมียนะ ไม่ใช่นักโทษห้ามโน้นห้ามนี่อยู่ได้ น่ารำคาญจริง เดี๋ยวก็พาลูกหนีอีกเสียดีไหม “เจ้า...!” เขาอยากจับนางมาจูบนัก หากไม่ติดว่าลูกสาวอยู่ด้วยละก็ แต่ไม่เป็นไรเก็บไว้ทบต้นทบดอกคืนนี้ก็ไม่สายนัก “ต้านแม่ข้าหิว” หลิวอิ๋งไม่ได้กินข้าวกลางวัน และหิ้วท้องมาจนเย็นก็เห็นผู้ใหญ่โต้กันไปมาจนรู้สึกว่าทนไม่ได้แล้ว “ตายจริงลูกรัก แม่ลืมว่าลูกยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่กลางวัน” เขามองสามีตาเขียวปั้ด เพราะเขาคนเดียวที่ทำให้ลูกนางต้องอดข้าว “อิ๋งอิ๋ง รอได้เพราะต้านพ่อทำน้องอยู่” เด็กน้อยกล่าวอย่างไรเดียงสา ไม่รู้ว่าทำน้องคืออะไร คนเป็นแม่ได้ฟังอย่างนั้นก็หน้าแดงมากกว่าเก่า แต่คนเป็นพ่อกลับยิ้มภูมิใจเสียเหลือเกิน คืนนี้นางจะให้นอนนอกห้องคอยดู “มากินข้าวกันเถอะ” “แล้วพี่จื่อรั่ว” เด็กน้อยถามผู้เป็นแม่ ปกติจะกินพร้อมกัน “พี่จื่อรั่วไปกินกับท่านลุงชุยด้านนอกอย่าห่วงเลย ทานเถอะ” จ
มื้อเย็นวันนี้นางลงครัวทำกับข้าวเอง มิใช่อันใดเพราะว่าหนีจากคนหื่นกามนั่นเอง แต่ยามมื้อเย็นอาโหลวชอบมาฝากท้อง แล้วเขามักจะหิ้วไม่กับข้าวก็ปลา หรือไม่ก็เนื้อหมูมาเป็นประจำ เพื่อหาเรื่องมาพบนาง แล้ววันนี้เขาก็มาอีก “ฮวาเอ๋อร์ ฮวาเอ๋อร์” เสียงบุรุษหนุ่มที่กำลังเรียกเมียรักของเขาอยู่หน้าบ้านปลุกให้คนที่นอนเอกเขนก ใรห้องนอนกับลูกสาวต้องฉงน “ต้านพ่อ ต้านลุงโหลวมา ได้เวลากินข้าวแล้ว” เสียงเล็กของลูกสาวเอ่ยบอก ทำให้คนขี้หึงกำลังกรุ่นในอกทีเดียว เจ้าหมอนนี่คนขับรถม้าพาลูกสาวของเขาเข้าเมืองนี่นา มาทำอันใดกัน “ต้านลุง วันนี้เอาอะไรมาฝากอิ๋งอิ๋ง” เด็กสาวชอบใจทุกครั้งที่ท่านลุงโหลวมาบ้าน ไม่มีของเล่นมาฝากก็ขนมที่นางชอบมาฝาก “ลุงเอากระดูกหมูมาฝากแม่เจ้า วันนี้ท่านตาได้ซี่โครงหมูมาต้มซุป ข้าจึงแบ่งมาให้แม่เจ้าทำให้เจ้ากินดีหรือไม่” “ดี...อิ๋งอิ๋งชอบ” คนที่เดินออกมายืนหน้าถมึงทึงอยู่หน้าบ้าน ที่มีคนมาหาเมียทั้งยังสนิทสนมกับลูกสาวอีก ก็รู้สึกไม่พอใจนัก “แล้วเอ่อ...สองคนนี้คือ” “ต้านลุง อิ๋งอิ๋งจะอวด นี่ต้านพ่อของ
“ไม่...ท่านรักข้าที่นี่ไม่ได้” แม้ว่าจะตั้งท่าปฏิเสธอย่างไร ดูท่าเขาจะไม่ปล่อยนางให้หลุดรอดค่ำคืนนี้ไปได้เสียแล้ว ข้าจะทำอย่างไรดี...! “เหตุใดไม่ได้” เสียงแหบพร่าถามแต่ริมฝีปากก็ยังไม่ละจากยอดอกอวบ เขาทั้งดูดทั้งดึงและขบจนขึ้นเป็นรอยแดงอย่างหมั่นเขี้ยว ‘เจ้ามันห
คืนเดือนมืดเวียนมาอีกครั้ง คืนนี้อี๋อันฉีแทบรอให้ถึงยามค่ำไม่ไหวเลยทีเดียว เมื่อความมืดโรยตัวปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาบริเวณก็ถึงเวลาที่เขาจะไปรอคอยสตรีที่เป็นดั่งหิ่งห้อยแล้ว เหอหนิงฮวาที่ลอบเข้ามาทางป่าด้านหลังตำหนักทักษิณ แถบนี้ไม่ค่อยมีทหารเฝ้ายามมากนัก นางจึงลอบเข้ามาได้ง่าย ทั้งยังมีบ่าว
“ลูกแม่เจ้าไม่ได้กลับบ้านเท่าไหร่นักช่วงนี้ ไปทำการสิ่งใดอยู่ แม่เป็นห่วงเจ้า” ฮูหยินเหอเข้าไปหาลูกชายที่เรือน ด้วยอยากรู้ว่าเหตุใดลูกชายไม่ค่อยกลับบ้านนัก หากถามต่อหน้านายท่าน นางจะโดนสามีเอ็ดเอาได้ ด้วยเรื่องงานบ้านงานเมือง สตรีไม่ควรยุ่มย่ามวุ่นวาย หากแต่ควรจะดูแลจวนอย่าได้มีปัญหาก็เพียงพอ
ขณะที่อี๋อันฉีกำลังเพลิดเพลินใจในการคิดถึงสตรีปริศนาในค่ำคืนเดือนแรมนั้น เสียงองครักษ์ส่วนตัวก็มาปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์ “ท่านอ๋อง คิดอันใดอยู่หรือพ่ะย่ะค่ะ” ฉ่างชุยที่เดินตามหาท่านอ๋องจนทั่ว จนมาพบที่บึงบัวเหลียนฮวาด้านหลังตำหนักทักษิณ ช่วงนี้ท่านอ๋องโปรดมายืนชมจันทร์ชมดาวที่นี่อยู่หลายค







