เข้าสู่ระบบ“ไม่...ท่านรักข้าที่นี่ไม่ได้” แม้ว่าจะตั้งท่าปฏิเสธอย่างไร ดูท่าเขาจะไม่ปล่อยนางให้หลุดรอดค่ำคืนนี้ไปได้เสียแล้ว
ข้าจะทำอย่างไรดี...!
“เหตุใดไม่ได้” เสียงแหบพร่าถามแต่ริมฝีปากก็ยังไม่ละจากยอดอกอวบ เขาทั้งดูดทั้งดึงและขบจนขึ้นเป็นรอยแดงอย่างหมั่นเขี้ยว
‘เจ้ามันหวานไปทั้งตัวจริง ๆ’ เขาคิดในใจ
“นี่มันกลางบึงบัว”
“เจ้าชอบไม่ใช่หรือ” เขาเงยหน้าขึ้นถามนาง หากชอบแล้วเหตุใดไม่ได้
“ข้าบอกว่าไม่ได้...อ๊ะ...” หนิงฮวาเอ่ยอย่างกระท่อนกระแท่น เพราะเขาเอามือล้วงเข้าไปใต้กระโปรงของนาง ลูบคลึงกลีบบุปผาจนนางรู้สึกขนลุกเป็นเกลียว
“แต่ร่างกายเจ้าบอกว่าอยากนะ น้ำหวานเจ้าซึมออกมาแล้ว...ให้ข้าช่วยเช็ดมันออกเถิด” เขารูดกางเกงชั้นในของนางลง แล้วทิ้งไปในบึงบัวอย่างไม่ใยดี มือหนาเข้ากอบกุมเนินสวรรค์สร้างความอบอุ่นให้กับกลีบดอกไม้ของนาง
“ทะ...ท่าน อย่า...อื้อ...ข้า...” ไม่คิดว่ายามบุรุษต้องกายมันจะเสียวซ่านเช่นนี้ ร่างนางร้อนเร่ายิ่งกว่าเก่า เมื่อมือหนาสัมผัสส่วนที่อ่อนไหวที่สุด
อี๋ชินอ๋องได้ใจ เมื่อนางครางเสียงกระเส่าหลังจากได้รับการปรนเปรอจากเขา ใบหน้าคมก็ลากลิ้นวนตั้งแต่เต้าอวบลงมายังหน้าท้องที่เรียบและเว้าสวยได้รูป เขาดูดจนเป็นรอยแดงแล้วก็เลียรอบ ๆ จนเป็นจ้ำลามมาถึงใต้สะดือ ซึ่งเป็นจุดที่หวามไหวมากที่สุด
ใบหน้าของเขาลดต่ำตรงมายังเนินงาม ที่มีกระโปรงบานตัวสั้นปิดบังอย่างหมิ่นเหม่ แต่มือหนาก็เคลื่อนเข้าหาร่องสตรีที่เป็นจุดกระสันเสียว พร้อมทั้งบดขยี้ตรงปลายอย่างแผ่วเบา
“อื้อ...ท่านอย่า...พอแล้ว...ข้ายอมท่านแล้ว อย่าทำอันใดข้าอีกแล้ว” นางยอมเขาอย่างศิโรราบ ไม่อาจจะต้านทานความร้อนรุ่มในกายได้อีกต่อไป
“เจ้ายอมก็ดีแล้ว เพราะข้ายิ่งต้องทำต่อ” เขาไม่คิดหยุดเพียงเท่านี้แน่ อย่างไรคืนนี้นางก็ต้องเป็นของเขาให้จงได้
อี๋ชินอ๋องเฝ้าจูบบริเวณภายนอกอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเลิกกระโปรงนางให้ขึ้นไปกองที่หน้าท้องราบของนาง ความงดงามของกลีบบุปผาเผยให้เขาเห็นได้ถนัดตา แสงตะเกียงที่หัวเรือแม้จะสว่างไม่มาก แต่เขาก็มองเห็นได้ชัดเจน
มือหนาลูบคลึงอย่างสั่นเทา ก่อนจะบรรจงจูบบริเวณเนินนูนอวบนั้นอย่างช้า ๆ
แค่เขาทรุดใบหน้าตรงกลางกาย นางก็สั่นระริกไปทั้งร่าง ยิ่งเขาจูบตรงส่วนนั้นก็ยิ่งทำให้นางตื่นตระหนก รวมทั้งรู้สึกหวามไหวจนใจกลางความเป็นสาว ผลิตน้ำหวานออกมาจนชื้นแฉะ
เขาเงยหน้ามองร่างบางเพียงเสี้ยวนาที ก่อนก้มลงเลียลิ้มชิมรส น้ำหวานที่ออกจากกลีบบุปผาสีชมพูสวยของนาง ก่อนจะจับเรียวขาสองข้างให้ชันเข่าขึ้น แล้วอ้าออกตามความกว้างของเรือ
ใบหน้าใหญ่โน้นลงอีกครั้ง เพื่อชิมความหวานของอิสตรีแปลกหน้าที่แม้แต่ชื่อเขาก็ไม่รู้ แต่เมื่อยามได้ใกล้ชิดกัน เขากลับรู้สึกหลงใหลจนขาดนางไม่ได้
‘นางคือปีศาจจิ้งจอกสาวเป็นแน่...!’ เขาคิดในใจ
อี๋ชินอ๋องใช้ริมฝีปากปาดเลียกลืนกินน้ำหวานอย่างไม่รู้เบื่อ เสียงครางของนางก็ยิ่งฉุดให้อารมณ์แห่งกามตัณหาอันดำมืดของเขาผุดออกมา เขาใช้เพียงปลายนิ้วก็สามารถปลดเชือกคาดเอวของตัวเอง และกางเกงตัวนอกก็หลุดร่วงลงไปกองอยู่ที่หัวเข่า ลำแท่งหยกใหญ่ที่ตอนนี้พร้อมแล้วสำหรับเปิดศึกรักกลางสายน้ำ จนเขาต้องจับมันรูดขึ้นลง
“อ๊ะ...อ่าห์...ข้าอยากเหลือเกิน” อ๋องหนุ่มกระซิบแหบพร่า บ่งบอกถึงความต้องการภายในอย่างเต็มเปี่ยม
“อื้อ...” หญิงสาวเสียวซ่านยิ่งนัก ยิ่งเขาโลมเลียมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งควบคุมสติไว้ไม่ได้อีกต่อไป หนิงฮวาครวญครางปลดปล่อยความอัดอั้นซ่านเสียวดังไปทั่วคุ้งน้ำ
เขาจูบซับหยอกเย้าพร้อมกับสาวแท่งหยกที่มันแข็งทื่อจนรู้สึกร้อนฉ่าให้พร้อมทำศึกรักกับนาง แต่ทว่าบนเรือนี่มัน...!
พลันความคิดบางอย่างก็แล่นจากหัว เขาหยิบกางเกงและเสื้อของนางคลุมตัวร่างเล็กที่ไร้สติ อุ้มขึ้นใช้แรงกระโดนเพียงเล็กน้อยเขาก็พานางมายังศาลาริมน้ำ พร้อมกับวางร่างสาวลงบนที่นั่งแล้วทาบทับลงไปทันที
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก จนหนิงฮวาไม่ทันตั้งตัว นางโดนเขาทับอยู่โดยมีแท่งหยกคลอเคลียอยู่ปากทางรัก
‘ข้าจะทำอย่างไรดี...?’ นางสอดส่ายสายตาหาทางออก
“อิ๋งอิ๋ง...เป็นของข้าเสียเถิด” เสียงแหบต่ำเปล่งออก
“มะ...ไม่...ไม่ได้...พ่อแม่ข้า...อึก...!” สติด้านดีของนางที่ช่วยฉุดดึงให้กลับมาจากห้วงอารมณ์สวาท แต่ทว่าเขาก็ดึงนางให้กลับเข้าสู่วังวนอีกครั้ง ริมฝีปากของเขาบดขยี้ริมฝีปากนางจนบวมเจ่ออย่างน่ารัก
“อื้อ...อื้อ...” เสียงร้องครางอย่างต่อต้านของนางทำให้เขาเริ่มหงุดหงิด นางช่างดื้อดึงเสียจริง
“เจ้าอยากเล่นตัวใช่หรือไม่” เขาผละจากริมฝีปากถามนางอย่างหงุดหงิด ยามนี้เขาต้องการเพียงเสียบแท่งหยกเพื่อประสานร่างรวมกับนางเป็นหนึ่ง
แต่นางนี่สิ ดีดดิ้นเสียเหลือเกิน ราวกับไม่ได้มาให้ท่าเขาอย่างนั้น
“ปะ...เปล่าท่าน...ปล่อยข้า...ข้า...ไม่ได้” นางไม่รู้จะกล่าวอย่างไรออกมาดี
“ทำไม ไหนบอกว่าเจ้ายังไม่มีชายอื่นอย่างไรเล่า เจ้าคิดจะปั่นหัวข้าเล่นอย่างงั้นรึ”
นางได้ฟังเสียงคำรามของเขาเช่นนี้ ก็คิดแล้วว่าหากนางตอบไปตามตรง คงจะต้องโทษหมิ่นเบื้องสูง เขาเป็นถึงชินอ๋อง หาใช่บุรุษทั่วไปที่นางก้าวล่วงได้ง่าย ๆ
“ฟะ...ฟัง...ข้าก่อน” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงคิดขัดเต็มที เพราะจุดอ่อนไหวกลางกายมีบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ ทั้งยังพยายามจะรุกล้ำเข้ามาในร่างกายของนางผ่านทางช่องอันคับแคบ
นางจะเสียสาวโดยที่เขาไม่รู้ฐานะนางได้อย่างไร
เสียแผนที่จะล่อลวงเขาเพื่อช่วยให้นางหลุดจากสกุลเหอ
“ข้ามีเวลาไม่มาก รีบพูดมา” ได้เขาจะให้โอกาสนางได้พูด แต่ทว่าคนที่กำลังรับฟังไม่ได้หยุดอยู่เฉยสักนิด เขาปล่อยให้ปากนางอิสระ แต่ริมฝีปากของเขาเปลี่ยนเป้าหมายไปที่เนินอกอิ่มฟูราวกับดอกบัวตูมกำลังชูช่อนี้ ระหว่างที่ฟังนางพูดเขาก็ดูดกลืนสองยอดปทุมถันของนางเพื่อฆ่าเวลาไปด้วย
“เรือ...? ทำไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเพคะ” หนิงฮวาสงสัยว่าสามีทำเรือลำใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน “ก็ตั้งแต่ที่เจ้ากลับมา ข้าก็ให้คนต่อเรือลำใหญ่พร้อมเตียงนอนนุ่ม ๆ” หนิงฮวามองสามีที่ส่งสายตากรุ้มกริ่มเช่นนี้ ก็รับรู้ได้ทันที่ว่า คงไม่ใช่เรือปกติแน่นอน เขาต้องคิดไว้เพื่ออย่างอื่นเป็นแน่ “เช่นนั้นหม่อมฉันไม่อยากดูแล้ว” นางปฏิเสธทันที เพราะไม่อยากหลงกลให้เขาเชือดนางเล่นอีก “ได้ที่ไหนกันละจ๊ะเมียจ๋า...นะไปเถอะ...ผัวอยากนอนกอดเมียท่านกลางแสงหิ่งห้อย เหมือนกับคืนที่เราเจอกันครั้งแรกไงจ๊ะ...!” “คงไม่ได้ชมหรอกเพคะ” แค่คิดใบหน้าหญิงสาวก็เห่อร้อนแดงระเรื่อแล้ว นางอยากจะลบเลือนความทรงจำน่าอายพวกนี้เสียจริง แต่เขาก็ขยันทำให้นางจดจำมันอยู่เรื่อย คืนนั้นนางแต่งตัวยิ่งกว่าหญิงนางโลม ที่หลอกล่อบุรุษให้เข้าหอนางโลม เสียอีก “ข้าเตรียมชุดไว้ให้เจ้าด้วย” แน่นอนว่าชุดชมหิ่งห้อยย่อมไม่ธรรมดา เขาจะรำลึกความหลังทั้งที ก็ต้องให้เหมือนครั้งแรกที่เจอกันหน่อยเป็นอะไรไป ในตอนเย็นหนิงฮวาที่โดนสามีรบเร้าจนไม่อาจจะปฏิเสธ แล
“ทำไมไม่ให้ลูกนั่งคันเดียวกัน” หนิงฮวาไม่พอใจที่โดนคนเอาแต่ใจหลอกลูกให้ไปนั่งรถม้าคันของจื่อรั่ว “ก็ลูกใจร้อน อยากได้น้องเร็ว ๆ เจ้าไม่รู้หรือ” เขานัดแนะกับลูกสาวทั้งยังสัญญาไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะว่ากลับไปตำหนักแล้วจะพาเที่ยว และก็หลอกล่อด้วยของเล่น “หม่อมฉันไม่เชื่อ ท่านอ๋องเจ้าเล่ห์” “โถว...เมียจ๋าข้าไม่ได้โกหกจริง ๆ ก็อิ๋งอิ๋งบอกว่าอยากไปนั่งกับพี่จื่อรั่ว” “หากหม่อมฉันจับได้ว่าท่านอ๋องหลอกลวงลูก ไม่ต้องมานอนด้วยกันเลย” นางนั่งหันหน้าหนีไม่มองเขา เพราะตัวเองอยากนั่งไปกับลูกมากกว่า เป็นสามีเมื่อภรรยาสุดที่รักงอน เขาก็หาทางง้อเอาจนได้ “โถเมียรัก ข้าไม่ได้เจอเจ้ามานานแล้วนะ โปรดเห็นใจผัวรักของเจ้าด้วยเถิด”เขารั้งร่างของเมียสาวขึ้นมาบนตัก แรงของรถม้าที่โยกไปโยกมานั้นทำให้ก้นของนางบดเบียดเข้ากับลำท่อนของเขาจนมันเริ่มขยายใหญ่ขึ้นและกำลังดุนดันกับก้นอันงอนงามของนาง “เมื่อวานกับเมื่อคืนยังไม่พออีกหรือเพคะ” คนที่กำลังงอนยังคนไม่รู้ตัวว่าสามีนั้นกำลังรู้สึกอยากอีกรอบเสียแล้ว “พอที่ไหน ก่อนเจ้าจากไปข้าเคยกินเจ้าครั้
“อย่าเพิ่งใจร้อนคนดีของพี่...” เขายังไม่อยากยัดเข้า แต่อยากปลุกเร้าให้นางอยากจนถึงขีดสุดเสียก่อน ค่อยจับยัดก็ไม่สาย อย่างไรก็มีเวลาทั้งคืน มือที่อุ่นร้อนของเขาก็ยังคงบีบก้นของนาง ส่วนอีกมือก็สอดนิ้วเข้าไปเปิดนำทางเพื่อให้ตัวตนของเขาได้เข้าไปไปได้ง่ายขึ้น แต่ว่าแค่นิ้วของเขา นางก็กระตุกตอดเสียแล้ว “ยะ...อย่าเพิ่งเสร็จเมียรัก....” “ขะ...ข้า...มิไหวแล้ว” นางไวต่อการเล้าโลมและสัมผัสของเขานัก จะว่าห่างหายจากเรื่องนี้มานานจนตื่นเต้นเกินไปหรือเปล่า เมื่อนางใกล้จะปลดปล่อย เขากลับหยุดยั้งนิ้วเรียวที่กระแทกเข้าออก แล้วจับลำท่อนหยกใหญ่ยาวของตัวเองขึ้นสาว พร้อมกับขยับเข้ามานั่งให้ตรงกับทางเข้า เขาจับตัวตนขึ้นปาดไปตรงช่องทางรักที่มีน้ำหวานที่พร้อมจะหล่อลื่นให้เขาเข้าไปสอดประสานได้ง่ายขึ้น ปลายลำท่อนที่แข็งแรงที่ส่วนปลายอ่อนนุ่มไม่ต่างจากกลีบดอกไม้ของนาง ลากผ่านขึ้นลงวนซ้ำไปมา จนร่างบางเริ่มกระตุกหนีบปลายหัวมนของเขา “พร้อมแล้วใช่หรือไม่...อ่าห์...” “เข้า...เข้ามาเร็ว ๆ...อื้อ...” เสียงหวานครางกระเส่าแต่เป็นเสียงที่เบาไม่เหมือนเมื
“ต้านแม่อิ๋งอิ๋งง่วงแล้ว” เด็กน้อยเมื่อกินอิ่มก็อยากนอนหลับทันที “มาป้อนปากก่อนลูกฟันจะได้ไม่ผุ” หญิงสาวเอาเกลือให้ลูกสาวอมแล้วบ้วนก่อนนอนทุกวัน เพื่อป้องกันฟันผุ นางเองก็ทำเช่นเดียวกันแต่ทว่านางเอาไม้สีฟันด้วย ฟันของนางจะได้ขาวอยู่เสมอ “พ่อก็อยากทำด้วย” อ๋องหนุ่มอยากทำทุกอย่างให้เหมือนลูกของเขาแล้วสองพ่อลูกก็พากันไปบ้วนปากที่ด้านนอก เสียงหัวเราะคิกคักจนทำให้หนิงฮวารู้สึกอมยิ้มตาม นางเก็บถ้วยเข้ามาเพื่อเตรียมจะล้าง แต่ว่าจื่อรั่วก็เข้ามาขวางไว้เสียก่อน “นายหญิงท่านไปพักเถอะวันนี้เหนื่อยมามากแล้ว เดี๋ยวข้าทำเองเจ้าค่ะ” “ขอบใจเจ้ามาก จัดที่นอนให้ท่านองครักษ์ด้วยล่ะ” หนิงฮวายังไม่วายกำชับให้สาวใช้นางจัดที่นอนให้กับคนของเขา จื่อรั่วพยักหน้าไม่ได้ว่าอันใด แต่สีแก้มที่แดงระเรื่อขึ้นของนางทำให้หนิงฮวาอดสงสัยไม่ได้ “เจ้าแก้มแดงขนาดนี้ มีอันใดงั้นหรือ” “อ๊ะ” จื่อรั่วเอามือลูบแก้มไล่สีให้เป็นปกติ นางไม่ได้ตั้งใจจะให้มันขึ้นสีเรื่อ แต่ทว่าท่านองครักษ์ขอนอนกับนางต่างหาก “ปะ...เปล่าเจ้าค่ะ” หนิงฮวาส
“ก็ได้เพคะ” “ก็ได้อันใด พูดมาให้ชัดเจน” “หม่อมฉันจะไม่ติดต่อ ไม่พบไม่เจอไม่คุยกับใครเลย รวมทั้งท่านอ๋องด้วย” นางประชดเขา นี่นางเป็นเมียนะ ไม่ใช่นักโทษห้ามโน้นห้ามนี่อยู่ได้ น่ารำคาญจริง เดี๋ยวก็พาลูกหนีอีกเสียดีไหม “เจ้า...!” เขาอยากจับนางมาจูบนัก หากไม่ติดว่าลูกสาวอยู่ด้วยละก็ แต่ไม่เป็นไรเก็บไว้ทบต้นทบดอกคืนนี้ก็ไม่สายนัก “ต้านแม่ข้าหิว” หลิวอิ๋งไม่ได้กินข้าวกลางวัน และหิ้วท้องมาจนเย็นก็เห็นผู้ใหญ่โต้กันไปมาจนรู้สึกว่าทนไม่ได้แล้ว “ตายจริงลูกรัก แม่ลืมว่าลูกยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่กลางวัน” เขามองสามีตาเขียวปั้ด เพราะเขาคนเดียวที่ทำให้ลูกนางต้องอดข้าว “อิ๋งอิ๋ง รอได้เพราะต้านพ่อทำน้องอยู่” เด็กน้อยกล่าวอย่างไรเดียงสา ไม่รู้ว่าทำน้องคืออะไร คนเป็นแม่ได้ฟังอย่างนั้นก็หน้าแดงมากกว่าเก่า แต่คนเป็นพ่อกลับยิ้มภูมิใจเสียเหลือเกิน คืนนี้นางจะให้นอนนอกห้องคอยดู “มากินข้าวกันเถอะ” “แล้วพี่จื่อรั่ว” เด็กน้อยถามผู้เป็นแม่ ปกติจะกินพร้อมกัน “พี่จื่อรั่วไปกินกับท่านลุงชุยด้านนอกอย่าห่วงเลย ทานเถอะ” จ
มื้อเย็นวันนี้นางลงครัวทำกับข้าวเอง มิใช่อันใดเพราะว่าหนีจากคนหื่นกามนั่นเอง แต่ยามมื้อเย็นอาโหลวชอบมาฝากท้อง แล้วเขามักจะหิ้วไม่กับข้าวก็ปลา หรือไม่ก็เนื้อหมูมาเป็นประจำ เพื่อหาเรื่องมาพบนาง แล้ววันนี้เขาก็มาอีก “ฮวาเอ๋อร์ ฮวาเอ๋อร์” เสียงบุรุษหนุ่มที่กำลังเรียกเมียรักของเขาอยู่หน้าบ้านปลุกให้คนที่นอนเอกเขนก ใรห้องนอนกับลูกสาวต้องฉงน “ต้านพ่อ ต้านลุงโหลวมา ได้เวลากินข้าวแล้ว” เสียงเล็กของลูกสาวเอ่ยบอก ทำให้คนขี้หึงกำลังกรุ่นในอกทีเดียว เจ้าหมอนนี่คนขับรถม้าพาลูกสาวของเขาเข้าเมืองนี่นา มาทำอันใดกัน “ต้านลุง วันนี้เอาอะไรมาฝากอิ๋งอิ๋ง” เด็กสาวชอบใจทุกครั้งที่ท่านลุงโหลวมาบ้าน ไม่มีของเล่นมาฝากก็ขนมที่นางชอบมาฝาก “ลุงเอากระดูกหมูมาฝากแม่เจ้า วันนี้ท่านตาได้ซี่โครงหมูมาต้มซุป ข้าจึงแบ่งมาให้แม่เจ้าทำให้เจ้ากินดีหรือไม่” “ดี...อิ๋งอิ๋งชอบ” คนที่เดินออกมายืนหน้าถมึงทึงอยู่หน้าบ้าน ที่มีคนมาหาเมียทั้งยังสนิทสนมกับลูกสาวอีก ก็รู้สึกไม่พอใจนัก “แล้วเอ่อ...สองคนนี้คือ” “ต้านลุง อิ๋งอิ๋งจะอวด นี่ต้านพ่อของ
“ท่าน...ตรงนี้คิดว่าไม่เหมาะกระมัง” นางเอ่ยเสียงอ่อยหาทางรอด เพราะตัวเองแท้ ๆ ที่อยากออกมาชมหิ่งห้อยใกล้ ๆ จึงพายเรือออกมา แล้วนั่นมันก็ทำให้ตัวเองหาทางหนีรอดไม่ได้ เพราะว่ากลางท้องน้ำแห่งนี้ นางคงไม่อาจจะบินไปบนฝั่งได้ ‘ช่างโง่เขลาจริง ๆ’ “เจ้าต้องการที่นอนนุ่ม ๆ หรือว่าบนฝั่
คืนเดือนมืดเวียนมาอีกครั้ง คืนนี้อี๋อันฉีแทบรอให้ถึงยามค่ำไม่ไหวเลยทีเดียว เมื่อความมืดโรยตัวปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาบริเวณก็ถึงเวลาที่เขาจะไปรอคอยสตรีที่เป็นดั่งหิ่งห้อยแล้ว เหอหนิงฮวาที่ลอบเข้ามาทางป่าด้านหลังตำหนักทักษิณ แถบนี้ไม่ค่อยมีทหารเฝ้ายามมากนัก นางจึงลอบเข้ามาได้ง่าย ทั้งยังมีบ่าว
“ลูกแม่เจ้าไม่ได้กลับบ้านเท่าไหร่นักช่วงนี้ ไปทำการสิ่งใดอยู่ แม่เป็นห่วงเจ้า” ฮูหยินเหอเข้าไปหาลูกชายที่เรือน ด้วยอยากรู้ว่าเหตุใดลูกชายไม่ค่อยกลับบ้านนัก หากถามต่อหน้านายท่าน นางจะโดนสามีเอ็ดเอาได้ ด้วยเรื่องงานบ้านงานเมือง สตรีไม่ควรยุ่มย่ามวุ่นวาย หากแต่ควรจะดูแลจวนอย่าได้มีปัญหาก็เพียงพอ
ขณะที่อี๋อันฉีกำลังเพลิดเพลินใจในการคิดถึงสตรีปริศนาในค่ำคืนเดือนแรมนั้น เสียงองครักษ์ส่วนตัวก็มาปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์ “ท่านอ๋อง คิดอันใดอยู่หรือพ่ะย่ะค่ะ” ฉ่างชุยที่เดินตามหาท่านอ๋องจนทั่ว จนมาพบที่บึงบัวเหลียนฮวาด้านหลังตำหนักทักษิณ ช่วงนี้ท่านอ๋องโปรดมายืนชมจันทร์ชมดาวที่นี่อยู่หลายค







