登入
สตรีที่ไม่เป็นที่ต้องการใครบ้างไม่เจ็บปวด หนิงฮวาเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ตระกูลส่งมายั่วยวนบุรุษไร้ดวงใจเช่นอี๋ชินอ๋อง และทั้งที่นางก็รู้แจ้งว่าเขาหาไม่ได้รักนาง เพียงมีนางไว้ตอบสนองราคะ ทว่านางกลับยังคงเผลอใจไปหลงรักศัตรูของครอบครัว นางทอดกายให้เขาเชยชมด้วยความรัก และหันหลังให้กับทุกคน หากแต่สำหรับเขานางมันก็เพียง'หมาก' หนึ่งตัวที่พร้อมจะสละทิ้ง!!!
เมืองกุ้ยโจวเขตแดนทักษิณ มีเมืองที่มีเขตแดนเชื่อมต่อกันสามเมืองที่เป็นเมืองท่าสำคัญ ไว้สำหรับเทียบเรือสินค้าที่มาแวะเพื่อจะไปค้าขายยังดินแดนใกล้เคียง
กุ้ยโจวเป็นท่าเรือหลัก ส่วนหนานหนิงและกุ้ยหลินเป็นท่าเรือเล็กจะใช้เมื่อยามท่าเรือหลักอย่างกุ้ยโจวนั้นเต็มเหยียด แต่การจัดเก็บภาษีทั้งสามท่ายังคงเป็นของกุ้ยโจว เพื่อจะนำรายได้ทั้งหมดเข้าคลังหลวง
สกุลที่รับผิดชอบเรื่องนี้คือสกุลมู่ซึ่งเป็นสกุลมารดาของอี๋ชินอ๋องหรือว่าอี๋อันฉี และสกุลเหอที่เป็นคู่แข่งของสกุลมู่มาช้านาน สกุลเหอต้องการจะเข้ายึดกุมอำนาจและยึดครองเมืองท่าทั้งสามเมืองเข้าด้วยกัน และผลประโยชน์จะได้ตกแก่สกุลเหอเพียงที่เดียว
แต่ทว่าก็ยังหาทางป้ายสีหรือให้ร้ายสกุลมู่ยังมิได้ จนกระทั่งอี๋ชินอ๋องเข้ามาควบคุมดูแลเขตแดนทักษิณและพำนักที่ตำหนักทักษิณเป็นเวลายาวนาน ทำให้การค้าขายของผิดกฎหมายและการหลบเลี่ยงภาษีของสกุลเหอทำได้ยากนัก ดังนั้นเนี่ยนเจินผู้เสียผลประโยชน์เป็นอันมาก จึงเสนอแก่บิดา ให้น้องสาวต่างมารดาอดีตฮูหยินใหญ่ไปยั่วยวนและหาทางทำลายอี๋ชินอ๋อง
แต่ทว่าความเลวของเนี่ยนเจินยังหมดแค่นั้น เขาหมายใจอยากให้นางโดนปลุกปล้ำ ใช้เรือนกายเข้าแลกและส่งข่าวมายังตระกูลเหอ
เหอเจียลี่หรือฮูหยินเหอในปัจจุบันที่เลื่อนตำแหน่งจากอนุแทนที่มารดาของหนิงฮวา เพราะนางวางแผนให้ร้ายมารดาของหนิงฮวา จนโดนนายท่านเหอโบยจนเสียชีวิตคาแท่นโบย และเอาศพไปฝั่งในป่า ทั้งป้ายวิญญาณก็ไม่มีตั้งที่ศาลบรรพชนของสกุลเหอ
หนิงฮวาเก็บความเจ็บแค้นนี้มาตลอด แต่ว่ายังมิมีโอกาสได้แก้แค้น คราวนี้เห็นเป็นโอกาส
นางยอมเดินเข้าตำหนักทักษิณแม้ว่าจะรู้จุดจบของตัวเอง เมื่อนางยอมเดินไปข้างหน้า แม้ว่ามันจะคือขุมนรกนางก็จะทำ
“คุณหนู...แต่ว่าอี๋ชินอ๋องก็ทราบนะเจ้าคะ ว่าสกุลเหอมีจุดประสงค์ใด” จื่อรั่วเตือนเหอหนิงฮวา ความเย็นชาโหดเหี้ยมเด็ดขาดของอี๋ชินอ๋องใคร ๆ ต่างก็ทราบดี ที่ดินแดนทักษิณนี้มิมีผู้ใดกล้าต่อกร นอกเสียจากมันผู้นั้นไม่รักชีวิต
“ต่อให้ข้าปฏิเสธแล้วข้าจะหนีไปไหนพ้น มิสู้ข้าออกไปเผชิญชะตา ไม่ดีกว่าอยู่ในจวนเหอที่โดนเจียลี่กดขี่เช่นนี้หรือ”
“แต่ว่า...”
“หรือเจ้าอยากเห็นข้าโดนขายให้กับโรงชำเราบุรุษเล่า จำได้หรือไม่คราวก่อนมีบ่าวกล้าปีนเข้าเรือนข้า หากไม่ใช่เจียลี่ผู้วางแผนแล้ว ผู้ใดมันกล้า”
เหอหนิงฮวาแม้ว่านางจะอยู่นิ่งเฉย แต่ทว่านังอนุกล้านั่นก็หาโอกาสใส่ร้ายนางทุกวิถีทาง แม้ว่าจะได้เลื่อนเป็นฮูหยินใหญ่ แต่นางก็ยังไม่ยอมจบ ดีที่นางเป็นคนระแวดระวังให้สาวใช้มานอนด้วยตลอดถึงรอดพ้นเคราะห์กรรมมาได้
จื่อรั่วรู้ดีว่าสกุลเหอหาใช่ที่ปลอดภัยสำหรับนายตน แต่ทว่าหากเข้าไปตำหนักทักษิณมิยิ่งกว่าเดินเข้าถ้ำเสือหรือปากจระเข้หรอกหรือ ไม่ว่าเลือกทางใดก็เหมือนกำลังดิ่งลงสู่หุบเหวลึกอยู่ดี
“หากเจ้ามิเต็มใจ ไม่ต้องไปกับข้าก็ย่อมได้ เจ้ากลับบ้านเกิดไป ข้าขอสู้เพียงลำพัง” แน่นอนว่านางไม่ได้อยากมีชีวิตอยู่สกุลเหอ แล้วให้คนพวกนี้ครอบงำ พวกมันต้องการให้นางล่มจม เฉกเช่นมารดาของนาง
ก่อนมารดาสิ้นชีวิตได้บอกให้นางใช้ชีวิตให้ดี เช่นนั้นนางก็จะทำ ต่อให้โดนบุรุษที่ไม่เคยเห็นแม้เพียงเงาดูแคลน นางก็ยินยอม ขอเพียงอย่างเดียว ‘หลุดพ้นจากนรกขุมนี้’
“เรือ...? ทำไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเพคะ” หนิงฮวาสงสัยว่าสามีทำเรือลำใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน “ก็ตั้งแต่ที่เจ้ากลับมา ข้าก็ให้คนต่อเรือลำใหญ่พร้อมเตียงนอนนุ่ม ๆ” หนิงฮวามองสามีที่ส่งสายตากรุ้มกริ่มเช่นนี้ ก็รับรู้ได้ทันที่ว่า คงไม่ใช่เรือปกติแน่นอน เขาต้องคิดไว้เพื่ออย่างอื่นเป็นแน่ “เช่นนั้นหม่อมฉันไม่อยากดูแล้ว” นางปฏิเสธทันที เพราะไม่อยากหลงกลให้เขาเชือดนางเล่นอีก “ได้ที่ไหนกันละจ๊ะเมียจ๋า...นะไปเถอะ...ผัวอยากนอนกอดเมียท่านกลางแสงหิ่งห้อย เหมือนกับคืนที่เราเจอกันครั้งแรกไงจ๊ะ...!” “คงไม่ได้ชมหรอกเพคะ” แค่คิดใบหน้าหญิงสาวก็เห่อร้อนแดงระเรื่อแล้ว นางอยากจะลบเลือนความทรงจำน่าอายพวกนี้เสียจริง แต่เขาก็ขยันทำให้นางจดจำมันอยู่เรื่อย คืนนั้นนางแต่งตัวยิ่งกว่าหญิงนางโลม ที่หลอกล่อบุรุษให้เข้าหอนางโลม เสียอีก “ข้าเตรียมชุดไว้ให้เจ้าด้วย” แน่นอนว่าชุดชมหิ่งห้อยย่อมไม่ธรรมดา เขาจะรำลึกความหลังทั้งที ก็ต้องให้เหมือนครั้งแรกที่เจอกันหน่อยเป็นอะไรไป ในตอนเย็นหนิงฮวาที่โดนสามีรบเร้าจนไม่อาจจะปฏิเสธ แล
“ทำไมไม่ให้ลูกนั่งคันเดียวกัน” หนิงฮวาไม่พอใจที่โดนคนเอาแต่ใจหลอกลูกให้ไปนั่งรถม้าคันของจื่อรั่ว “ก็ลูกใจร้อน อยากได้น้องเร็ว ๆ เจ้าไม่รู้หรือ” เขานัดแนะกับลูกสาวทั้งยังสัญญาไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะว่ากลับไปตำหนักแล้วจะพาเที่ยว และก็หลอกล่อด้วยของเล่น “หม่อมฉันไม่เชื่อ ท่านอ๋องเจ้าเล่ห์” “โถว...เมียจ๋าข้าไม่ได้โกหกจริง ๆ ก็อิ๋งอิ๋งบอกว่าอยากไปนั่งกับพี่จื่อรั่ว” “หากหม่อมฉันจับได้ว่าท่านอ๋องหลอกลวงลูก ไม่ต้องมานอนด้วยกันเลย” นางนั่งหันหน้าหนีไม่มองเขา เพราะตัวเองอยากนั่งไปกับลูกมากกว่า เป็นสามีเมื่อภรรยาสุดที่รักงอน เขาก็หาทางง้อเอาจนได้ “โถเมียรัก ข้าไม่ได้เจอเจ้ามานานแล้วนะ โปรดเห็นใจผัวรักของเจ้าด้วยเถิด”เขารั้งร่างของเมียสาวขึ้นมาบนตัก แรงของรถม้าที่โยกไปโยกมานั้นทำให้ก้นของนางบดเบียดเข้ากับลำท่อนของเขาจนมันเริ่มขยายใหญ่ขึ้นและกำลังดุนดันกับก้นอันงอนงามของนาง “เมื่อวานกับเมื่อคืนยังไม่พออีกหรือเพคะ” คนที่กำลังงอนยังคนไม่รู้ตัวว่าสามีนั้นกำลังรู้สึกอยากอีกรอบเสียแล้ว “พอที่ไหน ก่อนเจ้าจากไปข้าเคยกินเจ้าครั้
“อย่าเพิ่งใจร้อนคนดีของพี่...” เขายังไม่อยากยัดเข้า แต่อยากปลุกเร้าให้นางอยากจนถึงขีดสุดเสียก่อน ค่อยจับยัดก็ไม่สาย อย่างไรก็มีเวลาทั้งคืน มือที่อุ่นร้อนของเขาก็ยังคงบีบก้นของนาง ส่วนอีกมือก็สอดนิ้วเข้าไปเปิดนำทางเพื่อให้ตัวตนของเขาได้เข้าไปไปได้ง่ายขึ้น แต่ว่าแค่นิ้วของเขา นางก็กระตุกตอดเสียแล้ว “ยะ...อย่าเพิ่งเสร็จเมียรัก....” “ขะ...ข้า...มิไหวแล้ว” นางไวต่อการเล้าโลมและสัมผัสของเขานัก จะว่าห่างหายจากเรื่องนี้มานานจนตื่นเต้นเกินไปหรือเปล่า เมื่อนางใกล้จะปลดปล่อย เขากลับหยุดยั้งนิ้วเรียวที่กระแทกเข้าออก แล้วจับลำท่อนหยกใหญ่ยาวของตัวเองขึ้นสาว พร้อมกับขยับเข้ามานั่งให้ตรงกับทางเข้า เขาจับตัวตนขึ้นปาดไปตรงช่องทางรักที่มีน้ำหวานที่พร้อมจะหล่อลื่นให้เขาเข้าไปสอดประสานได้ง่ายขึ้น ปลายลำท่อนที่แข็งแรงที่ส่วนปลายอ่อนนุ่มไม่ต่างจากกลีบดอกไม้ของนาง ลากผ่านขึ้นลงวนซ้ำไปมา จนร่างบางเริ่มกระตุกหนีบปลายหัวมนของเขา “พร้อมแล้วใช่หรือไม่...อ่าห์...” “เข้า...เข้ามาเร็ว ๆ...อื้อ...” เสียงหวานครางกระเส่าแต่เป็นเสียงที่เบาไม่เหมือนเมื
“ต้านแม่อิ๋งอิ๋งง่วงแล้ว” เด็กน้อยเมื่อกินอิ่มก็อยากนอนหลับทันที “มาป้อนปากก่อนลูกฟันจะได้ไม่ผุ” หญิงสาวเอาเกลือให้ลูกสาวอมแล้วบ้วนก่อนนอนทุกวัน เพื่อป้องกันฟันผุ นางเองก็ทำเช่นเดียวกันแต่ทว่านางเอาไม้สีฟันด้วย ฟันของนางจะได้ขาวอยู่เสมอ “พ่อก็อยากทำด้วย” อ๋องหนุ่มอยากทำทุกอย่างให้เหมือนลูกของเขาแล้วสองพ่อลูกก็พากันไปบ้วนปากที่ด้านนอก เสียงหัวเราะคิกคักจนทำให้หนิงฮวารู้สึกอมยิ้มตาม นางเก็บถ้วยเข้ามาเพื่อเตรียมจะล้าง แต่ว่าจื่อรั่วก็เข้ามาขวางไว้เสียก่อน “นายหญิงท่านไปพักเถอะวันนี้เหนื่อยมามากแล้ว เดี๋ยวข้าทำเองเจ้าค่ะ” “ขอบใจเจ้ามาก จัดที่นอนให้ท่านองครักษ์ด้วยล่ะ” หนิงฮวายังไม่วายกำชับให้สาวใช้นางจัดที่นอนให้กับคนของเขา จื่อรั่วพยักหน้าไม่ได้ว่าอันใด แต่สีแก้มที่แดงระเรื่อขึ้นของนางทำให้หนิงฮวาอดสงสัยไม่ได้ “เจ้าแก้มแดงขนาดนี้ มีอันใดงั้นหรือ” “อ๊ะ” จื่อรั่วเอามือลูบแก้มไล่สีให้เป็นปกติ นางไม่ได้ตั้งใจจะให้มันขึ้นสีเรื่อ แต่ทว่าท่านองครักษ์ขอนอนกับนางต่างหาก “ปะ...เปล่าเจ้าค่ะ” หนิงฮวาส
“ก็ได้เพคะ” “ก็ได้อันใด พูดมาให้ชัดเจน” “หม่อมฉันจะไม่ติดต่อ ไม่พบไม่เจอไม่คุยกับใครเลย รวมทั้งท่านอ๋องด้วย” นางประชดเขา นี่นางเป็นเมียนะ ไม่ใช่นักโทษห้ามโน้นห้ามนี่อยู่ได้ น่ารำคาญจริง เดี๋ยวก็พาลูกหนีอีกเสียดีไหม “เจ้า...!” เขาอยากจับนางมาจูบนัก หากไม่ติดว่าลูกสาวอยู่ด้วยละก็ แต่ไม่เป็นไรเก็บไว้ทบต้นทบดอกคืนนี้ก็ไม่สายนัก “ต้านแม่ข้าหิว” หลิวอิ๋งไม่ได้กินข้าวกลางวัน และหิ้วท้องมาจนเย็นก็เห็นผู้ใหญ่โต้กันไปมาจนรู้สึกว่าทนไม่ได้แล้ว “ตายจริงลูกรัก แม่ลืมว่าลูกยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่กลางวัน” เขามองสามีตาเขียวปั้ด เพราะเขาคนเดียวที่ทำให้ลูกนางต้องอดข้าว “อิ๋งอิ๋ง รอได้เพราะต้านพ่อทำน้องอยู่” เด็กน้อยกล่าวอย่างไรเดียงสา ไม่รู้ว่าทำน้องคืออะไร คนเป็นแม่ได้ฟังอย่างนั้นก็หน้าแดงมากกว่าเก่า แต่คนเป็นพ่อกลับยิ้มภูมิใจเสียเหลือเกิน คืนนี้นางจะให้นอนนอกห้องคอยดู “มากินข้าวกันเถอะ” “แล้วพี่จื่อรั่ว” เด็กน้อยถามผู้เป็นแม่ ปกติจะกินพร้อมกัน “พี่จื่อรั่วไปกินกับท่านลุงชุยด้านนอกอย่าห่วงเลย ทานเถอะ” จ
มื้อเย็นวันนี้นางลงครัวทำกับข้าวเอง มิใช่อันใดเพราะว่าหนีจากคนหื่นกามนั่นเอง แต่ยามมื้อเย็นอาโหลวชอบมาฝากท้อง แล้วเขามักจะหิ้วไม่กับข้าวก็ปลา หรือไม่ก็เนื้อหมูมาเป็นประจำ เพื่อหาเรื่องมาพบนาง แล้ววันนี้เขาก็มาอีก “ฮวาเอ๋อร์ ฮวาเอ๋อร์” เสียงบุรุษหนุ่มที่กำลังเรียกเมียรักของเขาอยู่หน้าบ้านปลุกให้คนที่นอนเอกเขนก ใรห้องนอนกับลูกสาวต้องฉงน “ต้านพ่อ ต้านลุงโหลวมา ได้เวลากินข้าวแล้ว” เสียงเล็กของลูกสาวเอ่ยบอก ทำให้คนขี้หึงกำลังกรุ่นในอกทีเดียว เจ้าหมอนนี่คนขับรถม้าพาลูกสาวของเขาเข้าเมืองนี่นา มาทำอันใดกัน “ต้านลุง วันนี้เอาอะไรมาฝากอิ๋งอิ๋ง” เด็กสาวชอบใจทุกครั้งที่ท่านลุงโหลวมาบ้าน ไม่มีของเล่นมาฝากก็ขนมที่นางชอบมาฝาก “ลุงเอากระดูกหมูมาฝากแม่เจ้า วันนี้ท่านตาได้ซี่โครงหมูมาต้มซุป ข้าจึงแบ่งมาให้แม่เจ้าทำให้เจ้ากินดีหรือไม่” “ดี...อิ๋งอิ๋งชอบ” คนที่เดินออกมายืนหน้าถมึงทึงอยู่หน้าบ้าน ที่มีคนมาหาเมียทั้งยังสนิทสนมกับลูกสาวอีก ก็รู้สึกไม่พอใจนัก “แล้วเอ่อ...สองคนนี้คือ” “ต้านลุง อิ๋งอิ๋งจะอวด นี่ต้านพ่อของ
“หม่อมฉันเป็นตัวอัปมงคลหรือเพคะ” นางถามเขาแม้ในใจอยากให้เขาตอบอย่างที่ใจคิดก็เถอะ แต่ก็รู้ว่าย่อมไม่มีทางเป็นไปได้ “ใช่เจ้ามันตัวโชคร้าย มาตำหนักข้าวันเดียวก็ป่วย รีบหายป่วยซะ ข้าอยู่ที่นี่มาตั้งนานไม่เคยป่วย” เขาโทษว่านางผิด “พระองค์หรือเปล่าที่ทำหม่อมฉันป่วย” คนป่วยก็หาว่าเป็น
“หิ่งห้อยเช่นหม่อมฉันจะมีประโยชน์อันใดกับท่าน ท่านอ๋องเป็นแสงอาทิตย์ใยต้องพึ่งแสงหิ่งห้อยอย่างหม่อมฉันเล่า” นางไม่ได้ขืนตัวปฏิเสธแต่กลับใช้ศีรษะอิงไปที่หน้าอกแกร่งของเขา “แล้วเมื่อไหร่หิ่งห้อยแบบเจ้าจะยอมให้ข้าชิม” เสียงที่เริ่มแหบพร่าลงของเขา พร้อมกับมือไม้เริ่มลูบไล้ไปทั่วตัวของนางจนรู้
แต่ทว่าตอนที่นางยังไม่ตื่นกลับมีบ่าวมาตามให้ไปที่ห้องรับแขก “คุณหนู...คุณหนูเจ้าคะ” เสียงจื่อรั่วปลุกนายสาวให้ตื่นขึ้น คาดว่าเรื่องเมื่อคืนน่าจะเห็นผลแล้ว ปกติเจียลี่ไม่เคยสนใจใยดีเรือนตะวันตก วันมีให้บ่าวรีบมาตามต้องมีเรื่องอันใดเป็นแน่ “มีอะไรหรือจื่อรั่ว” นางพูดเสียงอ้อมแอ้ม
“ไม่ต้องตาม” เสียงอ๋องหนุ่มที่นั่งคุดคู้กางเกงหลุดร่วงลงมาที่หัวเข่าเป็นภาพที่ไม่น่ามองนัก จนฉ่างชุยสั่งให้ทหารที่เหลือกลับไป “ท่านอ๋องเป็นอันตรายหรือไม่” ฉ่างชุยถามนายรักทั้งยังช่วยแต่งตัวให้เรียบร้อย ท่าทางน่าจะโดนดีเข้าให้แล้ว จนเสื้อผ้าหลุดลุ่ยขนาดนี้ “ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ไปสก







