LOGIN“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว”
ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีก
เธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน
“นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”
“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา”
“ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ
“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ”
เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้
‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้องไม่ติดตาม และโง่เง่าที่ไม่รู้ว่าเธอเอาชีวิตมาเสี่ยงแบบนี้’
ทำได้เพียงอ้อนวอนและสารภาพบาปต่อพระเจ้า ยอมรับว่าในใจของเขาแสนทรมาน การจากไปของบิดาเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ และไม่อยากสูญเสียบุษรินทร์ไปอีกคน
เส้นทางหลบหนีของวิโรจน์ออกไปทางจังหวัดนครนายก เพียงไม่กี่นาทีรถแล่นไปได้ไกลมาก แต่เส้นทางนี้เต็มไปด้วยจุดกลับรถ จังหวะที่รถบรรทุกพ่วงกำลังยูเทิร์นด้วยความเร็วเพราะสภาพถนนโล่ง รถเก๋งของวิโรจน์พุ่งราวกับจรวดเข้าใส่ เสียงหวีดร้องของคนในรถทั้งสามดังก้องรถ นายบอลเหยียบเบรกจนรถหมุนคว้าง และเมื่อจำเป็นต้องปะทะ จึงตัดสินใจเพียงเสี้ยวนาทีเวี่ยงด้านนายวิโรจน์เข้าชนกับรถพ่วง กระจกแตกพุ่งเข้าใส่เจ้าสัวไปทั้งตัวและรถพลิกคว่ำหงายล้อขึ้นด้านบน
กว่าเมธาวีจะตามมาถึงจุดเกิดเหตุ ทุกคนในรถก็ถูกเจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจช่วยนำตัวออกมา นายบอลที่พยายามเอาตัวรอด แต่กระเด็นออกมาด้านนอกและจบชีวิตเพราะถูกรถทับกลางถนน เนื้อตัวของบุษรินทร์อาบไปด้วยเลือดของเจ้าสัววิโรจน์ที่เสียชีวิตคาที่ เธอได้รับแรงกระทบกระเทือนมากด้านขวา ส่วนฝั่งซ้ายมีตัวนายวิโรจน์บังอยู่
เมธาวีนั่งร้อนรนรอนอกห้องฉุกเฉินจนตีหนึ่ง เขายังไม่ได้รับรู้อาการของบุษรินทร์ แม้จะพยายามสอบถามกับพยาบาลที่เดินออกมาจากห้อง จนพยาบาลร่างอวบคนหนึ่งเปิดประตูออกมา
“ญาติของคุณบุษรินทร์คนไหนคะ”
“ผมเองครับ” ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินเข้าหาเธอทันที
“คุณหมออยากขอคุยกับแฟนของคนไข้ค่ะ”
“ผมเองครับ” เขารับและรีบเดินตามเข้าไปในห้องตรวจ แต่บุษรินทร์ไม่ได้อยู่ที่นี่
“นั่งก่อนค่ะ” คุณหมอสาวผายมือเชิญชายหนุ่ม
“คุณเป็นสามีคนไข้ใช่ไหมคะ? ”
“ครับ เธอปลอดภัยแล้วใช่ไหมหมอ? ”
เขาถามด้วยท่าทางกังวลใจ กลัวเธอจะป็นอะไรรุนแรง หมอจึงเรียกเขาเข้ามา หมอสาวอมยิ้ม ยอมรับว่าแฟนหนุ่มของคนไข้เธอหล่อบาดใจ ขนาดอยู่ในสภาพอิดโรยและสีหน้าตึงเครียด
“คุณบุษรินทร์ปลอดภัยดีค่ะ มีบาดแผลใหญ่ที่แขนขวา ตรงช่วงล่างข้อพับลงมาแต่หมอได้ส่งให้แพทย์เย็บแล้ว กระดูกไม่มีส่วนไหนแตกหักนะคะ ถือว่าเธอโชคดีมาก เพราะอุบัติเหตุรุนแรงจริงๆ แต่ที่หมอห่วงคือทารกในครรภ์มากกว่า กลัวว่าถ้าเธอเจ็บมากจะส่งผลต่อเด็ก ให้ยาแก้ปวดชนิดรุนแรงไม่ได้ด้วย ก็เลยให้เธอนอนพักยาวๆ ”
ตั้งแต่คำว่าทารกในครรภ์ เมธาวีก็นิ่งเหมือนกับตะลึงจนหมอพูดจบ เขายังจ้องหน้าเธออยู่อย่างนั้น
“คุณเป็นอะไรไปหรือคะ”
“ตะกี้คุณหมอว่าเธอกำลังท้องหรือครับ ผมได้ยินไม่ผิดใช่ไหม? ”
“ค่ะ หมอตรวจเลือดโดยละเอียด เธอมีภาวะตั้งครรภ์ ไม่มีเลือดออกทางช่องคลอดนะคะ แต่อุบัติเหตุค่อนข้างรุนแรงก็เลยต้องเซฟให้ปลอดภัยไว้ก่อน”
“ขอบคุณครับ ผมฝากคุณหมอด้วยนะครับ”
เมธาวีเดินยิ้มออกมาจากห้อง บุษรินทร์กำลังท้องลูกของเขา เธอและลูกปลอดภัยดี เอวากับแจ๊คกี้เดินเขามาหาชายหนุ่ม เธอเป็นห่วงเขามาก แม้ระหว่างนั่งรถมาโรงพยาบาลจะรู้สึกแย่ที่เขาดูห่วงใยผู้หญิงคนนั้นเหลือเกิน ที่ผ่านมาไม่ใช่ไม่รู้ว่าเมธาวีหวั่นไหวไปกับผู้หญิงเก่าของพ่อ แต่ไม่คิดว่าเขาจะจริงจัง ถ้าเป็นเช่นนี้แล้ว เธอคงต้องเป็นฝ่ายยอมจบ แม้ว่าต้องการความช่วยเหลือบางอย่างจากเขา
“พี่มาร์กคะ” ใบหน้าหม่นของเอวาทำให้รอยยิ้มเขาหุบลง
“คุณบุษเป็นยังไงบ้างคะ? ”
“เธอปลอดภัยแล้ว เออเอวา ไปคุยกับพี่ข้างนอกหน่อยสิ”
เธอพยักหน้าเดินตามชายหนุ่มออกมา ตรงสวนหย่อมของโรงพยาบาล ท่าทางของเขาเคร่งขรึมเย็นชา และการหลบสายตาของเขา เป็นคำบอกลาที่เลือดเย็นที่สุด
“เอวาขอถามก่อนได้ไหมคะ? ”
“ถามสิ” เขาพยักหน้าแล้วมองสบตาเธอ
“ที่ผ่านมาพี่รู้สึกยังไงกับฉัน”
เอวากดดันด้วยสายตากลับไปบ้าง เธอไม่ได้ทำตัวอ่อนแอเหมือนกับชีวิตขาดเขาไม่ได้ เพราะพอจะเดาทางคำตอบได้ดี
“พี่ชอบเอวาจริงๆ และคิดว่าเธอคือคนที่เหมาะจะใช้ชีวิตร่วมกับพี่ ความใกล้ชิดของเราทำให้บางครั้งพี่มองเอวาไม่ต่างจากเบลล่า แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่พี่ต้องการ”
“แล้วตอนนี้ พี่ยังต้องการไหมคะ? ”
เมธาวีถอนหายใจออกมาแรงๆ มองตาเธออย่างรู้สึกผิด
“รู้แล้วค่ะ เอวาไม่มีปัญหาหรอก แต่ถ้าเบลล่าไม่ยอมพี่จะทำยังไง พี่กับเธอจะไปรอดหรือคะ”
“พี่เชื่อว่าเบลล่าจะเข้าใจ และรักลูกของพี่กับบุษรินทร์อย่างแน่นอน”
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ







