Share

การลงทัณฑ์ของเมีย 14.2

last update Last Updated: 2026-02-09 16:23:12

ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์

สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่า

บุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน

“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” 

เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น

“อืมๆ ” 

เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่สุด น่ามันเขี้ยวที่สุด น่าจับกดที่สุด แต่ถ้าเมียไม่ยอมก็ต้องยอมเมียทุกอย่าง นี่คงเป็นบทลงทัณฑ์ของเมียที่แกล้งทรมานเขา’ แต่ก็ยอมเพราะไม่อยากให้เธอโกรธ

บุษรินทร์ยิ้มให้กับตัวเองหน้ากระจก กว่าครึ่งเดือนที่อยู่กับเมธาวี เธอมีความสุขกับการดูแลเอาใจใส่ของเขา มีความสุขในอ้อมกอดที่อบอุ่น แววตาที่มองมาที่เธออ่อนโยนแตกต่างจากเมื่อก่อน ขืนแกล้งมากเข้า เขาไม่ง้อไปมีคู่นอนเหมือนแต่ก่อน จะไปโทษเขาฝ่ายเดียวคงไม่ได้ หน้าท้องเธอเริ่มนูนเล็กๆ ลูกของเขาและเธอ มือเรียวลูบไปที่พุงป่องเบาๆ อย่างเป็นสุข

 “คุณมาร์กยังไม่ออกมาอีกเหรอ? ” 

เมธาวีชะงักมือเอาไว้ เขาต้องระบายออกด้วยตัวเองในห้องน้ำ หลายครั้งที่มันไม่สงบ ก็เพราะตัวเองยั่วเธอแล้วเป็นฝ่ายทนไม่ไหวเอง แต่วันนี้ต้องข่มอารมณ์ลงให้ได้

“ผมขอเวลาเดี๋ยวนะ”

“ตามใจ แต่ถ้าหมดแรงก่อน ฉันไม่รู้ด้วยนะ”

น้ำเสียงบุษรินทร์แฝงความยั่วยวนในนั้น เขาไม่ได้คิดไปเองเมธาวี เดินออกมาทั้งที่ไม่นุ่งผ้าเช็ดตัวปกปิด

“อะไรของคุณ เดินโทงๆ ออกมาเลยเหรอ” 

“เมียเรียก ผมก็รีบมาน่ะสิ” เขานั่งหย่อนขาบนเตียงสบสายตาหวาน เปิดผ้าห่มนวมออกจากหญิงสาว แล้วยิ้มให้เธอ

“อะไรของคุณ นี่เปลือยกายรอผมเลยเหรอ” 

ก่อนที่บุษรินทร์จะเปลี่ยนใจ เขาล้มตัวคร่อมเธอเอาไว้ ก้มจูบเร่าร้อนต่างคนต่างคิดถึงสัมผัสนี้มาเนิ่นนาน หิวโหยและโหยหาซึ่งกันและกัน ริมฝีปากอุ่นซ่านจูบพรมไปทั่วดวงหน้า โลมเลียต่ำมาที่อกคู่สวย มันเต่งตึงมากขึ้น และยอดถันเด้งสู้ลิ้นเช่นเคย 

มือหนาคลำเนื้อนิ่มอย่างรักใคร่ สัมผัสจุดซ่อนเร้นเบาๆ ค่อยๆ เขี่ยเรียกร้องให้เธอเปิดรับ บุษรินทร์ครางเสียงกระเส่า ความกระสันแผ่ซ่านไปทั่วกาย ร่างสาวไหวพลิ้วไปตามสัมผัส

“คุณมาร์ก ฉันคิดถึงคุณ” เธอครางชื่อเขาและบอกคิดถึง ตามที่หัวใจและร่างกายกำลังเรียกร้อง ลูบไล้มือไปตามมัดกล้ามของเขา อย่างเรียกร้อง แท่งร้อนระอุค่อยๆ เข้าสู่เธออย่างเกร็งๆ 

ทั้งสองครางออกมาเหมือนกับว่าเป็นนาทีที่รอคอย เขาปลุกเร้าเธอไม่นาน เพราะอดคิดถึงต่อไปไม่ไหวแล้ว จุมพิตแสนหวานหยอกเอินกับริมฝีปากกันและกัน ในระหว่างหยัดกายเข้าออก แรงปรารถนาอันเร่าร้อนปลุกให้จังหวะเร่งเร้ามากขึ้น 

เมธาวีรัวสะโพกเร็วขึ้น ขณะที่เธอหนีบขารัดรอบสะโพกของเขาเพื่อปรามให้ผ่อนความเร็วแรง ช่องรักที่แน่นอยู่แล้วยิ่งรัดดูดเขาแทบดึงไม่ออก 

ความสุขเพลิดที่เปี่ยมด้วยอารมณ์รัก ในที่สุดไฟราคะที่ลุกโชน ทำให้เขาและเธอปลดปล่อยความต้องการออกมาอย่างไม่มีอดกลั้น เขาโหมกระหน่ำเข้าใส่ และเธอก็ขยับสอดรับทุกกระบวนท่า กระทั่งร่างกายเดือดพล่าน ราวน้ำต้มทะลักล้นปากหม้อ 

“อ๊า!” เขาฝังลำกายไว้ภายใน กระตุกเกร็งอย่างสุขสม จูบคลอเคลียกับปลายคางเรียวอย่างลุ่มหลง บุษรินทร์หายใจสะท้าน 

“รอบเดียวพอนะคะ” บอกเขาทั้งยังหายใจหอบ เพราะช่วงล่างยังคงแข็งขึงและเริ่มพองตัวในกายเธอ

“เมียเป็นที่สุดอยู่แล้ว เมียบอกครั้งเดียวก็ครั้งเดียว” เขาขยับออกจากเธอ เพราะไม่อยากกดทับหน้าท้องนานเกินไป

“ดูลูกก่อน ถ้าลูกไม่เป็นอะไรก็ค่อยว่ากันอีกที” 

ทั้งสองตะแคงหน้าเข้าหากัน ยื่นมือจับแก้มมองกันด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความรักจนหลับไปด้วยกัน

งานแต่งของนายหัวมาร์กกับบุษรินทร์มีขึ้นหลังเธอคลอดบุตรสาวคนที่สองได้ไม่นาน เขาจัดงานแต่งยกย่องเธอขึ้นมาเป็นเมียนายหัว แต่ความจริงได้จดทะเบียนสมรสตั้งแต่คืนดีกันแล้ว  ตอนนี้คนงานหน้าเก่าๆ ยังพอมีเหลือ เว้นแต่ป๋องแป้งที่ลาออกไปหลังเธอหนีเข้ากรุงเทพฯ ทำให้บุษรินทร์รู้สึกผิด และโทษตัวเองที่ขังป๋องแป้งไว้ในห้อง จนทำให้พี่สาวที่แสนดีไม่อยากทำงานต่อไป 

น้องมารีนและโมบาย ลูกสาวตัวน้อยทั้งสองเกิดห่างกันปีเดียว คนโตขวบกว่าๆ กำลังเดิน ส่วนน้องโมบายกำลังคลาน ตอนนี้เข้าใจคำว่าจับปูใส่กระด้งได้ดี บุษรินทร์ไม่จ้างพี่เลี้ยงเด็ก เธอกับแม่บ้านช่วยกันดูแลอย่างใกล้ชิด เมธาวีอยากได้ลูกชายอีกคน แต่บุษรินทร์ขอให้หยุดเอาไว้แค่นี้ก่อน เพราะสองสาวใช่ว่าจะไม่ซน 

ส่วนสร้อยไข่มุกของเมธีถูกเก็บไว้ในกล่องอย่างดี บุษรินทร์ไม่สวมมันอีกหลังจากแต่งงาน เพราะทุกครั้งที่เมธาวีเห็นจะทำให้เขานึกถึงพ่อและรู้สึกเศร้าใจ 

วันพักผ่อนบุษรินทร์ฝากเด็กๆ ไว้กับแม่บ้าน ลงเรือมาที่เรือนกลางน้ำ ที่ที่เขาและเธอมีความทรงจำครั้งแรก สร้างบรรยากาศเหมือนกำลังอยู่ในช่วงฮันนีมูน พลอดรักฉ่ำหวานกันสองคน เธอโชคดีที่ได้สามีสุดเพอร์เฟ็กต์ และมีชีวิตครอบครัวที่แสนสุขอย่างทุกวันนี้ คือสิ่งที่บุษรินทร์คาดหวัง แต่ไม่คิดว่าจะมี ตั้งแต่วันที่เธอถูกเมธาวีจับตัวมาภูเก็ต ลงทัณฑ์ที่เธอสวมรอยเป็นเมียพ่อของเขา และตอนนี้เธอปล่อยให้เขาลงทัณฑ์ซ้ำๆ และได้โปรดลงทัณฑ์ไปจนแก่ เท่าที่เขายังมีเรี่ยวแรงจะทำ

จบบริบูรณ์

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   การลงทัณฑ์ของเมีย 14.2

    ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   การลงทัณฑ์ของเมีย 14.1

    อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.4

    คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.3

    “แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.2

    “โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.1

    บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status