Masukสองปีต่อมา
ตอนนี้ไคเลอร์ในวัยยี่สิบสองปีเรียนจบปริญญาตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนทานตะวันที่อยู่ในวัยสิบสี่ปีก็เรียนจบมัธยมศึกษาปีที่สองแล้วเหมือนกัน ในระยะเวลาสองปีที่ทานตะวันมาอาศัยอยู่ในบ้านของไคเลอร์นั้น ชีวิตความเป็นอยู่ของทานตะวันก็อยู่อย่างสุขสบาย เมื่อเธอนึกย้อนไปถึงอดีตที่เธอต้องใช้ชีวิตและต่อสู้ดิ้นรนหลังจากที่ปู่เธอเสียชีวิตไปแล้วนั้นช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว มาอยู่ที่นี่ชีวิตของเธอเหมือนดั่งเจ้าหญิงในนิยายที่เธอเคยอ่านในหนังสือ เพราะเจ้าหญิงที่อยู่ในนิยายมีพร้อมทุกอย่างตามที่ใจปราถนา และเธอก็คิดว่าชีวิตของเธอช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้มาเจอกับคุณไคเลอร์ผู้ชายที่แสนดีกับเธอ ถึงเขาจะมีสีหน้าราบเรียบ ไม่ค่อยยิ้ม หน้าออกจะดุนิดหน่อย แต่เธอก็รู้ว่าเขามีจิตใจดีมาก เขาจะคอยถามไถ่เธอตลอด "อยู่ที่โรงเรียนมีใครมารังแกเธอบ้างหรือเปล่าทานตะวัน" ไคเลอร์ที่นั่งทานข้าวอยู่บนโต๊ะอาหารหรูเอ่ยถามยังเด็กสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกล "ไม่มีใครรังแกค่ะคุณไคเลอร์" "ถ้ามีใครรังแกเธอก็มาบอกฉันได้" "ค่ะคุณไคเลอร์" "เทอมที่ผ่านมาได้เกรดเฉลี่ยเท่าไหร่" "สี่จุดศูนย์ศูนย์เหมือนเดิมค่ะ" ตั้งแต่มอหนึ่งเทอมหนึ่งจนกระทั่งมอสองเทอมสองเธอได้เกรดเฉลี่ยสี่จุดศูนย์ศูนย์ทุกเทอม "เธออยากได้อะไรเป็นรางวัลไหม" "ไม่ค่ะคุณไคเลอร์ แค่คุณไคเลอร์อุปการะตะวันมาตลอดสองปี ตะวันก็รู้สึกว่ามันคือรางวัลที่ยิ่งใหญ่สำหรับตะวันแล้วค่ะ" "ตั้งใจเรียนและประพฤติตัวดีๆให้เหมือนกับที่ผ่านมานะทานตะวัน" "ค่ะคุณไคเลอร์ ตะวันจะประพฤติตัวให้ดีให้สมกับที่คุณไคเลอร์รับตะวันมาอุปการะค่ะ ตะวันสัญญา" "ปิดเทอมใหญ่นี้ฉันจะพาเธอไปเจอกับพ่อแม่ฉันที่อิตาลีด้วย" ไคเลอร์เกิดที่เมืองไทย เขาอาศัยอยู่ในเมืองไทยจนกระทั่งจบชั้นปอหกพ่อกับแม่ก็ย้ายไปอยู่ที่อิตาลี เพราะพ่อของเขาขยายธุรกิจไปทำที่นั่น พอเรียนจบชั้นมอหกเขาก็ขอพ่อกับแม่มาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่เมืองไทย และจะมาช่วยดูแลกิจการที่เมืองไทยด้วย พ่อกับแม่ก็ไม่ว่าอะไร เพราะรู้ว่าไคเลอร์โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาสามารถดูแลตัวเองและดูแลกิจการของครอบครัวได้ตั้งแต่อยู่ปีหนึ่งจนมาถึงปัจจุบันซึ่งรวมเวลาก็สี่ปีแล้ว "ค่ะคุณไคเลอร์" รับคำพร้อมรอยยิ้มสดใสและดีใจ "เธอดีใจเหรอที่จะได้ไปเที่ยวต่างประเทศ" "ตะวันดีใจมากค่ะ" "อาทิตย์หน้าเราจะไปอิตาลีกัน" "ค่ะ" หนึ่งอาทิตย์ต่อมา บนเครื่องบิน ในขณะที่ทั้งสองนั่งเครื่องบินอยู่นั้นจู่ๆเครื่องบินก็เกิดตกหลุมอากาศ คนที่นั่งเครื่องบินเป็นครั้งแรกอย่างทานตะวันก็ถึงกับอกสั่นขวัญแขวน เหมือนหัวใจหล่นวูบลงไปอยู่ตาตุ่ม "ว๊าย!" เธออุทานออกมาด้วยความตกใจอย่างสุดขีดพร้อมกับมือเล็กคว้าเข้าที่แขนหนาของคนที่นั่งอยู่ข้างๆและกอดเอาไว้แน่นพลางหลับตาปี๋เพราะหวาดกลัว "ไม่ต้องกลัว แค่เครื่องบินตกหลุมอากาศน่ะ" เจ้าของใบหน้าหล่อเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงใจเย็น "ตะวันกลัว ตะวันรู้สึกเหมือนกับว่าเครื่องบินกำลังจะตกค่ะ มันวูบๆเหมือนเครื่องบินดิ่งลงไปข้างล่างค่ะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทารวมไปถึงร่างเล็กก็สั่นเทิ้มเช่นเดียวกัน "มันเป็นเรื่องปกติของการนั่งเครื่องบิน ถ้าได้นั่งเครื่องบินบ่อยๆเดี๋ยวเธอก็ชินเองแหละ" "ตะวันขอกอดแขนคุณไคเลอร์ไว้แบบนี้จนถึงอิตาลีได้ไหมคะ ตะวันรู้สึกปลอดภัยค่ะถ้าตะวันได้อยู่ใกล้ชิดกับคุณไคเลอร์" เธอพูดพลางกอดลำแขนหนาเอาไว้แน่นโดยมือของเธอทั้งสั่นทั้งเย็นเฉียบเพราะยังกลัวอยู่ไม่หาย "ก็กอดสิ" "อีกกี่ชั่วโมงคะกว่าจะถึงอิตาลี" "อีกสองชั่วโมง" ผ่านไปสามสิบนาทีทานตะวันก็หลับไปอย่างง่ายดาย โดยศีรษะของเธอซบไปกับไหล่หนาของเขา ดวงตาคมกดลงมองยังเด็กสาวใบหน้าใสที่หลับสนิทไปแล้ว เมื่อเห็นเช่นนั้นชายหนุ่มก็จัดการให้เธอนอนหนุนตักของเขา ก่อนจะหยิบผ้าห่มมาคลุมร่างเล็กไว้ จากนั้นไม่นานเขาก็หลับไปโดยมือของเขาวางไว้บนตัวของทานตะวัน จนกระทั่งเครื่องบินลงจอด ทานตะวันกับไคเลอร์ก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกันหมับ! สองแขนเรียวของทานตะวันยกขึ้นคล้องคอหนาของคนที่ยังนั่งอึ้งกิมกี่อยู่พร้อมกับหย่อนก้นนั่งลงบนตักหนาพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มสดใส "ถึงกับอึ้งเลยเหรอคะที่เห็นตะวันมาที่นี่" เธอพูดโดยแขนเล็กยังกอดคอของเขาอยู่ "ก็ไหนว่าจะให้พี่ไปรับตอนเย็นไง" เรียวปากหนาเอ่ยพลางยกสองแขนแกร่งสวมกอดร่างเล็กไว้ด้วยความคิดถึงอย่างกับว่าไม่ได้เจอเธอมาเป็นปีอย่างนั้นแหละ "ตะวันใจร้อนค่ะ พอขอคุณซีเคลาออกตะวันก็ออกมาจากบริษัทเลยค่ะ" "กินข้าวหรือยัง" "ยังค่ะ ตะวันกะว่าจะมากินข้าวเที่ยงพร้อมพี่ค่ะ" "งั้นไปกันเลยไหม" "พี่หิวแล้วเหรอคะ" "อืม" "งั้นไปกันเลยก็ได้ค่ะ" ว่าจบ ร่างสวยสมส่วนในชุดเดรสแบรนด์ดังก็ลุกออกจากตักหนาของไคเลอร์ ก่อนที่ร่างสูงจะหยัดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วพากันออกจากห้องทำงานไป สามเดือนผ่านไป บ้านไคเลอร์ หลังจากงานแต่งงานของไคเลอร์กับทานตะวันที่จัดขึ้นที่อิตาลีเมื่อสองเดือนก่อน ไคเลอร์กับทานตะวันก็อยู่ที่อิตาลีสองอาทิตย์แล้วพากันกลับบ้านที่เมืองไทย ก่อนแต่งงานไคเลอร์ได้ซื้อบ้านหลังใหม่ ขนาดใหญ่และหรูหรากว่าบ้านหลังเดิมเพื่อเป็นเรือนหอของเขากับทานตะวัน ส่วนบ้านหลังเดิมเขายกให้ปกรณ์กับ
"เข้ามาทำไม ฉันยังไม่ได้เรียก" ทันทีที่ซีเคเห็นร่างเล็กของใบเฟิร์นที่เขานอนกอดนอนจับอยู่ทุกคืนเปิดประตูเข้ามาก็เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วนๆตามประสาเวลาที่คุยกับเธอ "เฟิร์นเอาเงินมาคืนคุณค่ะ" "เงินอะไร" ขมวดคิ้วนึกฉงนใจ "ก็เงินที่คุณให้เฟิร์นยืมไปจ่ายค่าผ่าตัดแม่ยังไงล่ะคะ" "เธอไปได้เงินมาจากไหน" "เฟิร์นขอยืมเงินทานตะวันค่ะ" "หึ อยากออกไปจากชีวิตฉันมากเลยสินะ" ใบหน้าหล่อเหลาแสยะยิ้มเอ่ยด้วยสีหน้าไม่พอใจ "ค่ะ เฟิร์นอยากเป็นอิสระโดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆจากคุณ" "เธอคิดเหรอว่าจะออกไปจากชีวิตฉันง่ายๆ" "คิดว่าง่ายค่ะถ้าเฟิร์นนำเงินมาคืนคุณ" "มันไม่ง่ายหรอกนะใบเฟิร์น" "ทำไมล่ะคะ" "เธอเป็นเมียฉันใบเฟิร์น" "เฟิร์นไม่ได้เป็นเมียคุณค่ะ" "เธอนอนอ้าขาให้ฉันyedทุกคืน เธอยังจะปฏิเสธอีกเหรอว่าเธอไม่ใช่เมียฉัน" "ใช่ค่ะ เฟิร์นไม่ใช่เมียคุณ" "ถึงเธอจะปฏิเสธว่าเธอไม่ใช่เมียฉัน แต่ฉันคือผัวคนแรกของเธอ จำใส่สมองของเธอเอาไว้ด้วย" "จะอะไรก็ช่างแต่เฟิร์นจะคืนเงินให้คุณค่ะ และเฟิร์นก็จะลาออกจากการเป็นเลขาของคุณตั้งแต่วันนี้เลย" "หึ พอมีเงินก็เก่งขึ้นเยอะเลยนะ" "คุณบอกเลขบัญชีของคุณมาสิคะ เฟิร์นจะ
สองอาทิตย์ต่อมา ไคเลอร์กับทานตะวันพากันไปอิตาลีเพื่อบอกเรื่องราวทุกอย่างให้พ่อกับแม่ได้เข้าใจ และถือโอกาสพาทานตะวันไปเที่ยวด้วย เมื่อพ่อแม่เข้าใจเรื่องราวทุกอย่างก็รู้สึกดีใจและยินดีที่ไคเลอร์กับทานตะวันจะได้แต่งงานกัน เพราะพวกเขารักทานตะวันเหมือนลูกอยู่แล้ว เขาบอกพ่อกับแม่ว่าจะพาทานตะวันมาแต่งงานที่อิตาลี พ่อแม่ก็ไม่ได้ขัดอะไร เพราะพวกท่านเคารพการตัดสินใจของลูกชาย ไคเลอร์กับทานตะวันอยู่ที่อิตาลีเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ก็พากันกลับมาเมืองไทย บริษัทซีเคกรุ๊ปจำกัดมหาชน รถหรูของไคเลอร์ขับเคลื่อนเข้ามาจอดยังหน้าบริษัทขนาดใหญ่ ก่อนที่เจ้าของใบหน้าเรียวสวยจะหันบอกกับร่างสูงที่นั่งอยู่ด้านข้างซึ่งมีสีหน้าไม่ค่อยดีตามประสาเวลาที่มาส่งและมารับเธอที่นี่ "ตะวันคิดดีแล้วค่ะว่าตะวันจะลาออกจากที่นี่แล้วเข้าไปทำงานที่บริษัทของพี่" "จริงเหรอ เธอจะลาออกจากที่นี่จริงๆเหรอ" เจ้าของใบหน้าหล่อหันถามยังร่างบางด้วยท่าทีตื่นเต้นดีใจ "จริงค่ะ วันนี้ตะวันจะพูดกับคุณซีเคค่ะ" "พี่ดีใจที่สุดเลยที่เธอไม่มาทำงานที่นี่" "ตะวันรู้ว่าพี่ไม่สบายใจที่ตะวันมาทำงานที่นี่ ตะวันจึงลาออกค่ะ และตะวันก็รู้ค่ะว่าที่พี่ไม่อย
หลังจากที่ไลลาขึ้นห้องไปแล้วทานตะวันก็กดรับโทรศัพท์ทันที 'ค่ะพี่ไคเลอร์' 'เป็นไงบ้าง ยังตัวร้อนอยู่ไหม' ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง 'ตัวไม่ค่อยร้อนแล้วค่ะ' 'ยังปวดหัวอยู่ไหม' 'ไม่ปวดแล้วค่ะ' 'วันนี้พี่จะออกจากบริษัทสักบ่ายสามนะ' 'ไม่ต้องรีบก็ได้ค่ะ พี่ทำงานไปเถอะ ตะวันไม่ได้เป็นอะไรมากค่ะ' 'แต่พี่ก็เป็นห่วงเธออยู่ดี เธอรู้ไหมว่าวันนี้พี่ไม่มีสมาธิในการทำงานเลย' 'ถ้าอย่างนั้นพี่ก็รีบกลับมาเร็วๆนะคะ ตะวันคิดถึงพี่ค่ะ' 'พี่ก็คิดถึงเธอมากๆเหมือนกัน' 'งั้นพี่ก็ทำงานเถอะค่ะ ตะวันวางสายแล้วนะคะ พอดีตะวันมีเพื่อนมาหาที่บ้านค่ะ' 'ใครเหรอ' 'ไม่บอกค่ะ เดี๋ยวพี่กลับมาก็จะเห็นเอง' อมยิ้มกลั้นขำ 'พี่เคยเห็นเพื่อนเธอคนนี้ไหม' 'เคยเห็นค่ะ และพี่ไคเลอร์ก็รู้จักเพื่อนของตะวันคนนี้ดีเลยล่ะค่ะ' 'ใครอะ' 'ไม่บอกค่ะ ให้มาเห็นเองดีกว่า' 'ก็ได้ งั้นเดี๋ยวพี่จะรีบกลับไป' 'แค่นี้นะคะพี่ไคเลอร์ ตะวันวางสายแล้วนะคะ' จากนั้น นิ้วเรียวก็กดวางสาย ก่อนที่ไลลาจะหิ้วประเป๋าลงชั้นล่างมาแล้วนั่งคุยกับทานตะวันด้วยความสนิทสนมเป็นกันเอง จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ร่างสูงของประธานบริษัทสาวเท้าเข้าบ้านมาอ
ทั้งสองพากันเข้ามาในครัวเพื่อที่จะทำอาหาร ทานตะวันเปิดตู้เย็นหยิบของสดออกมาวางบนเคาน์เตอร์ ก่อนที่ไคเลอร์จะเข้าไปจับมือเรียวของทานตะวันแล้วพูดออกไป "วันนี้พี่จะทำเอง" "พี่ไคเลอร์จะทำอะไรเหรอคะ" "พี่จะทำอาหารอิตาเลียนให้เธอกิน เพราะพี่ถนัดทำอาหารอิตาเลียนมากกว่าอาหารไทย" "ระหว่างอาหารไทยกับอาหารอิตาเลียนพี่ไคเลอร์ชอบอะไรมากกว่ากันคะ" "พี่ชอบอาหารไทยมากกว่า แต่อาหารไทยพี่ถนัดกินอย่างเดียวแต่พี่ไม่ถนัดทำ พี่จะถนัดทำอาหารอิตาเลียนมากกว่า" "งั้นก็ทำเลยค่ะ ตะวันอยากกิน" เรียวปากชมพูบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "ขอกำลังใจให้พ่อครัวหน่อยสิ" พูดพร้อมกับโน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปใกล้เธอ ก่อนที่เธอจะหอมแก้มเขาทั้งซ้ายและขวา ฟอดด ฟอดด และเขาก็หอมแก้มเธอกลับไปทั้งซ้ายและขวา ฟอดด ฟอดด จากนั้นจึงหยัดตัวยืนตรงแล้วพูดกับเธอ "เธอไปนั่งก่อนก็ได้ ถ้ายืนเดี๋ยวเธอจะเมื่อยเปล่าๆ" "ตะวันยังไม่แก่เลยนะคะ ไม่เมื่อยง่ายๆหรอกค่ะ" จากนั้น ไคเลอร์ก็จัดการทำอาหารอิตาเลียนที่เขาเคยทำบ่อยๆตอนที่อยู่อิตาลีให้คนตัวเล็กรับประทาน โดยมีเธอคอยยืนดูอยู่ข้างๆ จนกระทั่งเขาทำเสร็จก็ยกออกไปวางบนโต๊ะอาหารที่อยู่ด้านนอกแล้วลงมือร
ตอนเที่ยง ร่างสูงเปิดประตูออกจากห้องทำงานมาแล้วพูดกับทานตะวันที่นั่งอยู่หน้าห้อง "คุณทานตะวันครับ เราออกไปทานข้าวกันเถอะครับ" ซีเคพูดกับทานตะวันโดยไม่ได้ชายตาไปมองใบเฟิร์นที่นั่งมองเขาอยู่ด้วยแววตาตัดพ้อ "ค่ะคุณซีเค" รับคำเสร็จ ทานตะวันก็หันไปพูดกับใบเฟิร์นที่มีสีหน้าหม่นหมองอยู่ "คุณใบเฟิร์นคะ คุณซีเคชวนพวกเราออกไปกินข้าวค่ะ" ก่อนที่คนตัวสูงจะเอ่ยกับทานตะวัน โดยไม่ได้ใส่ใจหญิงสาวอีกคนที่นั่งมองเขาอยู่ด้วยสีหน้าเซื่องซึม "ผมจะพาคุณทานตะวันไปทานข้าวแค่คนเดียวครับ ส่วนคนอื่นผมไม่ได้อยากพาไปด้วย ผมอยากไปทานข้าวกับคุณทานตะวันแค่สองต่อสอง ถ้าพาคนอื่นไปด้วยผมว่ามันจะเกะกะเปล่าๆ" "คุณซีเค..." ทานตะวันพึมพำออกมา เพราะไม่คิดว่าเขาจะพูดทำร้ายความรู้สึกของใบเฟิร์นได้ถึงขนาดนี้ "เราออกไปกินข้าวกันเถอะคุณทานตะวัน" พูดจบ ซีเคก็เดินมาจับมือเรียวของทานตะวันให้ลุกขึ้น แล้วจูงเธอเดินออกไป โดยมีสายตาของใครอีกคนที่นั่งมองคนทั้งสองอยู่ด้วยแววตาน้อยใจ ก่อนที่ซีเคกับทานตะวันจะเข้าลิฟต์ลงชั้นล่างไปขึ้นรถหรูของซีเค และมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารหรูที่อยู่ไม่ไกล ตอนเย็น "เรากลับบ้านกันเถอะคุณทานตะวัน เดี๋ย
แกร่ก! ทานตะวันเปิดประตูออกมาพร้อมกับเอ่ยถามยังร่างสูงที่ยืนอยู่ "พี่ไคเลอร์มีธุระอะไรจะพูดกับตะวันเหรอคะ" "อาทิตย์หน้ามหาลัยก็จะเปิดแล้วใช่ไหม" "ค่ะ" "ขอพี่เข้าไปหน่อยสิ" "พี่ไคเลอร์จะพูดอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ ไม่ต้องเข้ามาหรอก" "กลัวพี่จะทำแบบเมื่อเช้าอีกเหรอ" เขาถามพลางยกยิ้มอ่อนๆ "ค่ะ" ยอมร
หลังจากที่คนตัวสูงขึ้นห้องไปแล้ว ทานตะวันก็จัดการอาบน้ำแต่งตัวและออกจากห้องมา เพื่อจะทำงานบ้านอย่างอื่นต่อ หลังจากทานตะวันจัดการเก็บกวาดเช็ดถูชั้นล่างจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไคเลอร์กับไลลาก็พากันลงมาด้านล่าง เจ้าของดวงตาคมเหลือบมองคนตัวเล็กที่กำลังจะก้าวขึ้นบันไดนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม "เธอจะเข้าไปทำ
ก๊อก! ก๊อก! แกร่ก! หลังจากเคาะประตูไปสองครั้ง ไคเลอร์ที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวสีขาวพันเอวสอบก็เปิดประตูออกมา พร้อมกับเอ่ยถาม "ของกินเสร็จแล้วเหรอ" "เสร็จแล้วค่ะ" เรียวปากเล็กตอบ พลางสายตาของเธอก็บังเอิญหันไปเห็นแฟนสาวของเขานอนเปลือยกายอยู่บนเตียง นั่นจึงทำให้เธอคิดในใจว่าเขาสองคนคงกำลังทำเรื่องนั้นก
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา บนเครื่องบิน"ว๊าย!" เสียงของไลลาอุทานขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเครื่องบินกำลังตกหลุมอากาศ พลางมือเรียวคว้าเข้าที่ลำแขนหนาของคนที่นั่งอยู่ด้านข้างและกอดเอาไว้แน่น ไคเลอร์ยกมือขึ้นสวมกอดร่างบางของแฟนสาวไว้ พลางนึกไปถึงเมื่อหลายปีก่อนที่เขาพาทานตะวันนั่งเครื่องบินครั้งแรก เหตุการณ์ตอนนี้




![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


