LOGINทารกที่ 26ต้องสนใจหรือ?หลังจากจบคดี แม้เซียวกว๋อกงจะประกาศลั่นว่าจะรับผิดชอบด้วยการแต่งนางเมิ่งจื่อเข้าจวน หากแต่ตอนนี้เวลาผ่านไปเดือนกว่า เย่หลิงเอ๋อและสาวๆ ในเมืองจินหลิงหลายคน ต่างก็ส่งบ่าวไพร่มาเฝ้าดูบ้านเช่าของสกุลเมิ่งอย่างใกล้ชิด แต่ก็ไม่พบเห็นกว๋อกงจะติดต่อมาหานางเลยซักครั้ง ปกติงานแต่งไม่ใช่เรื่องเล็กอยู่แล้ว แม้แต่พ่อบ้านหรือบ่าวไพร่ในจวนซักคนก็ไม่เคยย่างเท้ามาพบคนสกุลเมิ่งซักคนเดียวหรือพวกเขาไม่ต้องส่งของหมั้นหมายกัน?สามหนังสือหกพิธีการ จะอย่างไรการเตรียมงานพวกนี้วุ่นวายมาก เป็นไปไม่ได้หากกว๋อกงจะแต่งจริงแล้วไม่ติดต่อบ้านฝ่ายหญิงไปซักครั้ง ยิ่งเวลากระชั้นชิดแบบนี้ การที่เขาไม่ปรากฏตัว ทุกคนจึงอดคิดไม่ได้ว่า ที่เขาลั่นวาจากลางศาลวันนั้น คงเพราะโกรธจัดและเสียหน้ามากแน่ๆ ผ่านมาถึงวันนี้คงสงบสติอารมณ์ได้ อย่างมากก็มอบเงินให้สกุลเมิ่งเป็นค่าปลอบขวัญซักหลายพันตำลึง...ยังคงอยู่ที่หน้าร้านอวิ๋นเสียง สาวใช้ส่วนตัวคุณหนูหกนางกักเมิ่งจื่อไว้กลางวงล้อม หนึ่งในคนสูงที่สุดเห็นสายตานายสาวจากโต๊ะข้างๆ ก็ทราบว่าเป็นสัญญาณให้ลงมือได้ ฉับพลันนางพุ่งตัวไปคิดใช้ไหล่กระแทก แต่แล้วเสียงแหวกอ
ทารกที่ 25ปิ่นหงส์วันเวลาผ่านไปเดือนกว่า นับแต่จบคดีที่ศาลเมิ่งจื่อก็แทบจะยิ้มไม่หุบ เนื่องจากนางไม่รู้มาก่อนว่าสามีจะทำแบบนี้ ถึงกับขอนางแต่งงานกลางศาล ที่จริงนางคิดมากแทบตายกลัวเขาทอดทิ้ง จะอยากไรนางเป็นเพียงหญิงชาวบ้าน เขาเป็นใครกัน นางยังต่อรองเรียกร้องอะไรกับเขาได้ ถึงกับคิดไปว่าหากถูกเขาเลี้ยงเป็นเมียน้อยอย่างลับๆ ก็นับว่าเขามีเมตตามากแล้ว…“จูเอ๋อ! ไปดูปิ่นหงส์กันหรือไม่ ข้าได้ยินมาว่าที่ร้านอวิ๋นเสียงมีปิ่นหงส์ด้วยละ”เมิ่งจื่อและจูเอ๋อวันนี้ไม่เหมือนกับวันวาน ทั้งสองราวกับผีเสื้อน้อยเริงร่า เมิ่งจื่อหลังจากคุยกับบิดาให้ซื้อตัวจูเอ๋อไว้ใช้สอย เมิ่งไท่อี้พอกล่าวออกไปซ่งเทียนต้าไหนเลยไม่กล้าขาย เขายินดีอย่างยิ่งเพราะเมิ่งไท่อี้ซื้อนางในราคาสูงถึงห้าร้อยตำลึงนี่เป็นความต้องการของจูเอ๋อเองแม้จะซื้อมาเป็นบ่าว แต่เมิ่งจื่ออยู่เมืองหลวงไม่มีเพื่อน ดังนั้นจูเอ๋อเป็นคนที่นางสนิทด้วยที่สุด ความแค้นเก่าก่อนอะไรไม่มีแล้ว ทั้งจูเอ๋อและเมิ่งจื่อล้วนโตขึ้น พวกนางผ่านอะไรมาตั้งมาก สุดท้ายขอเลือกความสุขให้กับตัวเองในแบบที่ต้องการ“จื่อจื่อ จะไปจริงหรือ แต่เจ้ายังไม่ทันแต่งเข้าจวนนะ นี่ยังส
ทารกที่ 24เจ้ายินดีแต่งใหม่หรือไม่ตะวันคล้อยบ่าย อารมณ์ชาวจินหลิงถูกคดีกว๋อกงฉาวโฉ่ชักนำขึ้นสู่ยอดไม้ บทสรุปที่คิดว่าจบแล้วกับไม่จบ จู่ๆ ขุนนางสำนักฮั่นหลินเสิ่นจงถูกฟ้องต่อ ด้วยข้อกล่าวหาที่หนักหนาสาหัส คือว่าจ้างให้ใส่ร้ายขุนนางใหญ่ ทั้งพยานและผู้ฟ้องยังเป็นขุนนางซุยกวนขั้นห้า ใต้เท้าหนิงซึ่งเป็นคนของที่ว่าการเมือง“เสิ่นจง ที่ใต้เท้าหนิงกล่าวมาเจ้ายอมรับหรือไม่!”ผู้คนต่างร่ำร้อง อะไรวะเนี่ย! นี่มันบ้าอะไรกัน!เสนาบดีหวังนั่งไม่ติดแล้ว ไม่รอให้บุตรเขยปฏิเสธ เขาก็ลุกขึ้นประท้วง! บอกว่าหนิงซุยกวนกล่าวเหลวไหล ต่อให้เสิ่นจงโง่กว่านี้ เขาก็ไม่มีทางจ้างอดีตคู่หมั้นตนให้ใส่ร้ายป้ายสีเสนาบดีเย่!ใช่แล้ว! ใส่ร้ายเสนาบดีเย่!คนในศาลและนอกศาลพอรับฟัง ไม่รู้จะตกใจกับอะไรก่อนดี ตอนแรกเปิดศาลมาด้วยคดีเจ้าพระยาขั้นหนึ่งทอดทิ้งลูกเมีย หากแต่ไต่สวนไปๆ มาๆ มิทราบไฉนกลายเป็นขุนนางฮั่นหลินจ้างคนใส่ร้ายเสนาบดีขั้นสองไปได้ พอเรื่องราวเปลี่ยนแปลงไปแบบนี้ มือเขียนบทละครงิ้วหลายสิบคนที่มายืนคอยรับฟังตอนจบ ต่างก็พากันร่ำร้องเฮลั่น เรื่องราวหักมุมผู้คนกำลังชอบ ชั่วพริบตาเสียงตะโกนชาวบ้านก็ดังสนั่นหวั่นไหว
ทารกที่ 23เขยแต่งเข้า!ยังคงเป็นภายในศาลว่าการ เจ้าหน้าที่จัดโต๊ะพร้อมน้ำชาของว่าง นี่เป็นอภิสิทธิ์สำหรับเซียวกว๋อกงเท่านั้น จะอย่างไรเขามีบรรดาศักดิ์ขั้นหนึ่ง ทั้งยังไม่ใช่ถูกพิสูจน์ว่ามีความผิด แต่ต่อให้ผิดจริงก็มิใช่คดีอาญาใหญ่โตอะไร ไหนเลยมีผู้ใดกล้าให้เขาคุกเข่าในศาลเสียงเปิดการไต่สวนไม่นานก็ดังขึ้น ต่อจากนั้นเป็นมือปราบสาวทั้งสี่นำตัวเมิ่งจื่อเข้ามา หญิงสาวถูกสั่งให้คุกเข่าลงกับพื้น อ้อมกอดยังคงอุ้มทารกน้อยของตนอยู่เหมือนเดิมภายใต้การจับจ้องของผู้มีอำนาจและชาวบ้านในเมืองจินหลิง เจ้ากรมอาญาตบหัวพยัคฆ์ดังปัง! กล่าวว่า “นางเมิ่งจื่อ มาถึงตอนนี้เจ้ายังยืนยันคำเดิมหรือไม่!”เมิ่งจื่อในชุดกระโปรงเนื้อหยาบท่าทีหวาดกลัวยิ่ง บอกว่า “ข้าจำผิดจริงๆ เจ้าคะ”ทุกคนในศาลต่างก็หันมองไปทางกว๋อกง เห็นเขายังจิบชานิ่งเฉย พลันได้ยินเสียงเจ้ากรมอาญากล่าวว่า “เบิกตัวราษฎรชาวหลิวชิ่งออกมาซักถามให้การ!”เสียงฮือฮาอื้ออึง เมื่อผู้เข้าชมเห็นเจ้าหน้าที่หลายคน ทยอยนำชาวบ้านแต่งกายด้วยผ้าเนื้อหยาบปะชุนเข้ามาในศาล คนเหล่านี้ดูไปยากจนข้นแค้น ทั้งหน้าตามองดูก็รู้ว่ามาจากบ้านนอกคอกนาครอบครัวซ่งและหงตัวสั่นงั
ทารกที่ 22ชาวหลิวชิ่งมาแล้ว“ท่านแม่ดูไก่ขอทานนี่สิ หน้าตาก็เหมือนๆ กับที่ขายในอำเภอเรา ไฉนรสชาติต่างกันราวฟ้ากับเหว”ใต้ต้นไม้ใหญ่ ซ่งจูเอ๋อแกะใบบัวที่ห่อไก่ขอทานออก นางเอาอกเอาใจมารดายิ่งนัก ส่วนของตนก็แบ่งให้กว่าครึ่ง สมัยก่อนนางก็มิได้เป็นถึงขนาดนี้ แต่เพราะนางถูกสามีหย่าส่งกลับบ้านเก่า บวกกับเจ็บช้ำน้ำใจมามาก เลยกลายเป็นเติบโตขึ้นกว่าเดิมใช่แล้ว! จูเอ๋อหย่าแล้ว!นางถูกหลี่ต้าหย่าด้วยข้อหาดุร้ายไม่เชื่อฟังสามีทั้งหมดอยู่ระหว่างเดินทาง ครอบครัวซ่งและหงรวมกันสิบกว่าชีวิต เพราะบ้านอยู่ติดกับสกุลเมิ่ง สามวันก่อนจู่ๆ มีเจ้าหน้าที่มาจากเมืองหลวง กึ่งข่มขู่กึ่งบังคับพวกเขา สอบถามความเป็นมาเมิ่งจื่อ แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านก็ถูกนำตัวมาด้วย เพื่อไปยังเมืองหลวงให้การต่อหน้าศาลจูเอ๋อหวาดกลัวมาก นางกลับมาบ้านก็ถูกท่านพ่อตีหลายครั้ง ทั้งยังบอกว่าจะหาคนมาแต่งนางออก ต่อให้เป็นชายแก่อายุครึ่งร้อย นางก็ต้องแต่งออกไปโชคดีมีเหตุการณ์แทรกซ้อน มิทราบเมิ่งจื่อไปก่อเรื่องอะไร ขนาดที่ทางการต้องให้คนจากหลิวชิ่งไปให้ปากคำ หากเป็นเมื่อก่อนจูเอ๋อคงสะใจในคราเคราะห์เมิ่งจื่อ แต่ตอนนี้นางไม่คิดแบบนั้น เพียงคิดว่า
ทารกที่ 21บุรุษล้วนไม่มีตัวดีนอกวัดถ่านเจ๋อ เสิ่นจงกลับขึ้นรถม้าอย่างอารมณ์เสีย เขาคิดไม่ถึงนางจะปากแข็งขนาดนี้ สมัยก่อนนางไม่เป็นแบบนี้ซักนิด เพียงแค่คำพูดหว่านล้อมไม่กี่คำ ก็สามารถจูบปากนางได้แล้วเมื่อครู่ ขนาดเขาบอกจะรับนางเป็นภรรยา นางก็ยังปฏิเสธว่าไม่มีผู้คนว่าจ้าง เป็นนางเข้าใจผิดเอง เซียวกว๋อกงหน้าเหมือนสามีนาง เขาโมโหแทบคลั่ง จนถึงตอนนี้นางยังไม่ยอมรับ คิดว่าคนอื่นโง่เง่าเหมือนกับนางหรือ ที่จะดูสถานการณ์ไม่ออกหากไม่ติดว่านางเอาแต่ร้องไห้ เขากลัวคนที่อยู่ด้านนอกได้ยิน คงต้องลงมือตบนางซักครั้ง หญิงอะไรสมควรฆ่านัก หรือนางไม่รู้ว่าการฟ้องร้องหน้าด้านๆ ครั้งนี้จะมีผลกระทบเป็นวงกว้างแค่ไหน อย่างน้อยก็มีเขาแล้วหนึ่งคน ถ้าหาข้อสรุปเรื่องนี้ไม่ได้ก่อนคนของกรมอาญากลับมา คงจะเป็นเขาและท่านพ่อตาที่กลายเป็นแพะรับบาป ถูกยัดข้อหาบงการหญิงชาวบ้าน ให้มาใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงเซียวกว๋อกงหลังจากคุยกับพ่อตา เสิ่นจงถึงรู้ว่า นี่เป็นแผนยิงเกาทัณฑ์ดอกเดียวได้นกสองตัว การที่เมิ่งจื่อถูกจ้างให้มาฟ้องร้องเซียวกว๋อกง ความจริงผู้บงการคงรู้แต่แรก ว่าเขากับนางมีความสัมพันธ์หมั้นหมายมาก่อน ดังนั้นคนที่อย
ทารกที่ 7เจ้าหน้าที่ทางการยังคงอยู่ที่ริมแม่น้ำ เมิ่งจื่อซักผ้าเสร็จแล้ว นางก้มลงหยิบถังไม้หันกลับขึ้นฝั่ง ดวงตาหญิงสาวไม่มีน้ำตาประดับอยู่ซักนิด ราวกับเมื่อครู่นางมิได้ร่ำไห้อันใด“นี่! เป็นไร! แค่นี้ก็ตอบไม่ได้หรือว่าของใครดีกว่ากัน?” จูเอ๋อไม่คิดปล่อยอริไปโดยง่าย นางพอเห็นเมิ่งจื่อจะเดินหนีก็ต
ทารกที่ 3ข้าจะแต่งภายในห้อง การเจรจาของนางเมิ่งซือจบลง เซียวเฟิงที่มึนงงพ่ายแพ้ย่อยยับ เพียงแต่พอคิดว่าต้องรับน้องสาวผู้นั้นเป็นภรรยา เขาก็ไม่รู้สึกว่าตนเสียเปรียบเท่าใด ยังไงตัวเองก็ไม่มีที่ไป ถือว่าตอบแทนบุญคุณที่อีกฝ่ายช่วยชีวิตก็แล้วกันเซียวเฟิงฟังคำถามมากมายจนหัวหมุน ทั้งยังพยายามนึกถึงความ
ทารกที่ 2ศพลอยน้ำเวลาไม่เช้าแล้ว นับตั้งแต่เมิ่งจื่อฟื้นคืนเดินลงเขา ก็ผ่านมากว่าครึ่งชั่วยาม แสงตะวันทำให้นางเห็นได้ชัด ชายผู้นั้นกำลังนอนหงายท้อง ไหลมาตามกระแสน้ำ หากปล่อยให้เลยไปก็จะไม่พบเจอบ้านคนแล้วเมิ่งจื่ออย่างไรเข้าป่าล่าสัตว์แต่เล็ก นางพบเห็นซากเน่าเปื่อยบ่อยครั้ง บางทีเก้งกวางติดกับดัก
ทารกที่ 1ข้าอยากตายหมูบ้านหลิวชิ่ง ไม่ไกลจากอำเภอไท่หัง แม้จะอยู่ใกล้ตัวเมือง แต่ความเป็นอยู่ชาวบ้านแถบนี้ยังคงกันดารมาก แต่ละวันเมิ่งจื่อต้องนำเสื้อผ้าของของตนและของน้องชายไปซัก หอบหิ้วไปที่แม่น้ำไท่ซุย ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันของนางเองหากแต่ตอนนี้นางไม่มีหน้าโผล่ไปที่นั่นแล้ว…บนเนินเขาลาดชัน เ







