Masuk"กรี๊ดดดด!"
กายสาวเกร็งรับความจุกเสียดปวดร้าวไปทั้งร่างในขณะที่เจ้าของความเจ็บปวดก็ยังคงตอกอัดกระแทกความแข็งแกร่งเข้ามาในร่องคับแคบไม่หยุด
อังเดรครางฮึ่มในลำคอขบกรามหนารับความคับแน่นและความรู้สึกซาบซ่านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ยื่นหน้าเข้ามาตวัดลิ้นเลียหยาดเลือดและเหงื่อบนยอดถันสีชมพูนู้ดกลืนผสมน้ำลายลงคอ
กลิ่นคาวเลือดบริสุทธิ์คละคลุ้งไปทั่วห้องยิ่งปลุกความดิบใบกายหนุ่มให้ลุกโชน เสียงขาโซฟาครูดไปกับพื้นเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเพิ่มบรรยากาศให้เหมือนอยู่ในห้องเชือด
ฤทธิ์ยาพลุ่งพล่านอยู่ในร่างกายทำงานพร้อมกระแสเลือดที่กำลังโลดแล่นไปทั่วทั้งร่าง
"ฮ.. แฮ่ก แฮ่ก! อ.. อ๊าา อ๊าาา!"
"..."
"..จ.. เจ็บ เจ็บ!"
แม้สติไม่เต็มร้อยแต่ความเจ็บมันชัดเจนในความรู้สึกยากเกินจะรับไหว ม่านฟ้าโอบกอดลำคอแกร่งรัดแน่นเกร็งร่างกายต่อต้านฤทธิ์ยาและความเจ็บปวดที่ร่างกายกำลังได้รับ แม้รู้ว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเลยก็ตาม
พรึ่บ!
"อ๊ะ!" ร่างอวบอิ่มถูกเหวี่ยงออกจากการกอดรัดไปบนเบาะนุ่ม ตามมาด้วยร่างสูงใหญ่ที่ก้าวขึ้นมากระชากร่างนุ่มให้พลิกหันหลังเปลี่ยนเป็นท่าคลานเข่าอย่างอุกอาจ
กลีบดอกไม้สวยถูกความแข็งแกร่งของลำเนื้อร้อนรุกรานอย่างหยาบโลน ไม่รอให้กายสาวได้ทันตั้งรับก็ตอกกระแทกเข้าไปอย่างหนักทำคนตัวเล็กกว่าถึงกับขาอ่อนเกือบล้มหน้าทิ่ม แต่เพราะถูกมือแกร่งคว้าจับเอวคอดไว้จึงยังคงท่าเดิมเอาไว้ได้
ปัก ปัก ปัก!
อังเดรดุนปลายลิ้นกับกระพุ้งแก้มใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเม็ดเล็กเม็ดน้อย จ้องแผ่นหลังบางเปลือยเปล่าเนียนละเอียดด้วยแววตาว่างเปล่า ไร้ความพิศวาสหรือหลงใหล เพียงรู้สึกว่ามันเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อนอยากจะรู้จุดสิ้นสุดของมันเท่านั้น
"อ.. อะ อ๊าา อ๊าา!"
เสียงครางเริ่มหนักขึ้นเช่นเดียวกับร่องแคบที่กำลังตอดรัดความแข็งแกร่งอย่างหนักราวกับจะกลืนมันลงไปทั้งแท่งแบบนั้น โพรงอุ่นเปลี่ยนเป็นร้อนรุ่มสะโพกมนก็เริ่มโยกหมุนตอบรับตามอารมณ์กระสันหลังความเจ็บปวดเริ่มเบาบางเปลี่ยนเป็นความซาบซ่านแทน
ม่านฟ้ากัดปากเบาๆ หอบหายใจหนักขยุ้มเบาะนุ่มระบายความเสียว ในขณะที่เธอปล่อยให้อารมณ์กระสันตอบรับความต้องการคนด้านหลังก็เพิ่มจังหวะการตอกอัดถี่ขึ้นเช่นกัน
ความรู้สึกแปลกใหม่หมุนวนภายในช่องท้องค่อยๆ ขยายเป็นวงกว้างลามไปทั่วร่างกายก่อนจะมากระจุกเพิ่มตรงส่วนที่กำลังถูกรุกรานอย่างหนัก
"อ.. อ๊าาา!" ร่างกายกระตุกเกร็งปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหมดออกมา ร่องอุ่นขมิบตอดรัดลำเนื้อที่กระตุกสั่นภายในถี่ๆ พร้อมกับน้ำร้อนที่ถูกพ่นออกมาเต็มโพรงนุ่มไหลย้อนออกมาเปรอะเปื้อนกลีบสวยเล็กน้อย
ตาคมหลุบมองจุดเชื่อมที่กำลังขมิบรัดลำเนื้อแข็งด้วยแววตาว่างเปล่า หยุดนิ่งปล่อยให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความเป็นปกติ
สะโพกแกร่งขยับสองสามครั้งรีดน้ำเชื้อแล้วถอยห่างออกมา หยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูงสีหน้ายังคงแสดงเพียงความราบเรียบไม่เปลี่ยน
อังเดรหยิบบุหรี่ออกมาจุดสูบท่ามกลางเสียงหอบหายใจของดาราสาวที่ยังคงหมดแรงอยู่ท่าเดิม พ่นควันสีเทาหม่นสู่อากาศผ่านจมูกและปาก สูบอัดเข้าปอดเพียงสองครั้งก็หมดมวนแล้วโยนก้นที่เหลือทิ้งอย่างไม่ไยดี
"อ๊ะ! พ.. พอแล้ว~"
แม้ปากจะบอกว่าพอแต่ร่างกายกลับตอบรับสัมผัสหยาบโลนเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนนั้นอย่างเต็มใจ ไม่มีแม้แต่เสียงหลุดออกมาจากปากของคนด้านบน มีเพียงเสียงหายใจหอบกระชั้นที่รินรดผิวนุ่มตามส่วนต่างๆ พร้อมกับความเจ็บจากแรงขบกัดของคมเขี้ยวเท่านั้น
แต่เหมือนร่างกายที่ยังคงมีฤทธิ์ยาโลดแล่นไปทั่วจะชอบสัมผัสนั้นถึงได้ตอบรับมันอย่างเต็มใจแบบนี้ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้องผสานกับเสียงกระแทกกันของเนื้อ และเสียงครวญครางอย่างไร้สติของม่านฟ้า
กว่าจะผ่านพ้นช่วงเวลาซาบซ่านเจ็บปวดและโหดร้ายไปได้ทุกอย่างมันก็มืดดับตามสติของเธอที่ดับวูบไปแล้ว
.
.
แสงแดดสว่างจ้าจากหน้าต่างกระจกที่สาดลอดเข้ามาปลุกม่านฟ้าที่ยังคงนอนเปลือยกายอยู่บนโซฟาตัวเดิมให้ตื่นรับวันใหม่ เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ กะพริบปรือขึ้นรับแสงจ้า แพขนตางอนเคลื่อนไหวเบาๆ พยายามปรับโฟกัสสายตาให้เข้ากับแสง
ภายในห้องยังคงมีกลิ่นเหล้า บุหรี่และคราบคาวคละคลุ้งไปทั่ว แต่กลับไร้เสียงสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากตัวเองที่นอนขดตัวงอมีคราบเลือดและคราบน้ำเชื้อสีขุ่นเปรอะเปื้อนตามร่างกายไปทั่ว โดยเฉพาะบริเวณจุดอ่อนไหวที่มันแดงก่ำบวมช้ำ
ม่านฟ้ากัดตัวเองแรงๆ ข่มความเจ็บปวดทั้งหมดเอาไว้ภายใต้ใบหน้านิ่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มสั่นระริกหัวใจกำลังร้องไห้ก่อนจะปล่อยให้หยาดน้ำอุ่นๆ ไหลผ่านดวงตาออกมา
ไม่โทษใครทั้งนั้นเพราะเธอเป็นคนขายร่างกายนี้ให้กับเขาเอง แต่มันต้องทำรุนแรงกันขนาดนี้เลยเหรอ ผิวนุ่มๆ แต่ตอนนี้กำลังช้ำไปหมด มีรอยฟันตามส่วนต่างๆ ราวกับถูกคมเขี้ยวของสัตว์ร้ายทำร้ายในค่ำคืนที่ผ่านมา แต่เธอก็รู้ว่ามันไม่ใช่..
"ป่าเถื่อนที่สุดเลย"
ร่างกายปวดรวดร้าวค่อยๆ ดันตัวลุกนั่งกวาดตามองหาเสื้อผ้าของตัวเองที่จำได้ว่าเป็นคนถอดเอง รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแม้ความทรงจำจะหมุนไปหมุนมาเพราะเหล้าแก้วนั้น แต่สติก็ยังรับรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง เพียงแค่บังคับมันไม่ได้
ม่านฟ้าใช้เวลาจัดการกับตัวเองเกือบสามสิบนาที ดีที่เธอสวมเสื้อคลุมมาด้วยจึงปกปิดร่องรอยแดงช้ำที่อังเดรทำเอาไว้ได้ แต่มันก็ไม่สามารถปิดสภาพน่าสังเวชของตัวเองไว้ได้อยู่ดี
สองเท้าชะงักหยุดนิ่งหน้าประตูห้องเงยหน้าขึ้นมองชายร่างสูงตรงหน้าพลางกัดสันในปากเบาๆ ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรอีก ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าคือใครแต่ก็พยายามทำใจกล้ายืนสู้หน้าอยู่แบบนั้น
"อย่าให้ปัญหาตามมาทีหลัง นายไม่ใช่คนใจดีและไม่ใช่คนที่คุณอยากจะท้าทายแน่เชื่อเถอะ"
"..."
ดวงตากลมหลุบมองกล่องสีชมพูสลับแซมขาวในมือที่ถูกยื่นมาตรงหน้า ข่มความระบมยกมือขึ้นคว้ากล่องเล็กมาถือเอาไว้เองและก็เข้าใจได้ถึงความหมายของคำพูดนั้น
คิดว่าเธออยากจะมีลูกกับคนป่าเถื่อนพันธ์นั้นหรือไง ต่อให้คนทั้งโลกเหลือแค่เขาเธอก็ไม่คิดจะเอาคนแบบนั้นมาเป็นพ่อของลูกเธอแน่
ร่างอวบอิ่มเปิดกล่องแกะยาคุมฉุกเฉินแบบเม็ดเดียวออกมาใส่ปากตามด้วยน้ำเปล่าที่ถูกยื่นมาตรงหน้ายกกระดกดื่ม หลังจัดการกับยาคุมฉุกเฉินเสร็จก็เดินผ่านหน้าบอดี้การ์ดร่างใหญ่ไป ไม่อยากจะคิดสนทนากับคนโหดร้ายอย่างคนพวกนี้แม้แต่น้อย
"อ๊ะ!" ทันทีที่เข้ามาอยู่ในรถของตัวเองที่ตอนนี้ถูกย้ายมาอยู่หน้าโกดังก็อดจะอุทานเสียงสั่นไม่ได้
เธอพยายามพาร่างกายบอบช้ำเดินมาจนถึงตรงนี้ ข่มความเจ็บปวดและน้ำตาเอาไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งไม่สนใจรอบกายที่เงียบเชียบไม่เหมือนเมื่อคืนเลยสักนิด
กลืนน้ำลายลงคอแห้งผากทั้งที่เพิ่งดื่มน้ำเข้าไปเกือบขวด แต่ตอนนี้กลับรู้สึกกระหายของเหลวอีกครั้งจนต้องเอื้อมคว้าแก้วน้ำส่วนตัวขึ้นมาดูดน้ำที่ยังเย็นภายในแก้วเก็บอุณหภูมิ
"หวังว่าจะไม่เรียกหาเร็วๆ นี้ก็แล้วกัน" รู้ว่ามันต้องไม่จบแค่ครั้งเดียวแน่ เงินก้อนนั้นไม่ใช่แค่ห้าหกหลักแต่มันแปดหลักเลยทีเดียว แค่ครั้งเดียวมันคงจะไม่พอสำหรับผู้ชายคนนั้นหรอก
ม่านฟ้านั่งพักครู่หนึ่งก่อนจะขับรถออกจากโกดังเก็บของที่มีเวรยามเฝ้ารอบด้านตลอดเวลา ไม่ได้คิดสนใจคนอันตรายมากเกินกว่าสิ่งที่เขาอยากให้รู้จัก ดีเสียอีกเธอก็ไม่ได้อยากรู้จักเขาเลยสักนิด
.
.
ตึกตึก ตึกตึกเสียงคลื่นหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นดังมาจากเครื่องฟังเสียงหัวใจทารกที่คุณหมอกำลังวาดวนบนท้องนูนเล็กน้อย สัมผัสเย็นของเจลบนหน้าท้องแต่กลับทำให้รู้สึกอบอุ่นแผ่มาจากภายในม่านฟ้านอนฟังเสียงหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นเป็นจังหวะด้วยหยาดน้ำที่คลอภายในเบ้าตาจนเต็มปริ่ม มือเรียวถูกกุมไว้ด้วยอุ้งมือใหญ่ของคนรัก แม้ใบหน้าหล่อเหลานั้นจะยังคงราบเรียบไร้ความรู้สึก แต่แววตายามเขาจ้องมองมายังเธอมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีให้"ช่วงนี้จะเริ่มรู้สึกได้ถึงเจ้าตัวน้อยที่เริ่มดิ้นมากขึ้นแล้วครับ คุณแม่เคยรู้สึกถึงการขยับดิ้นของตัวน้องบ้างไหมครับ""ดิ้นเหรอคะ?"ดวงตากลมมนหันสบตากับคุณหมอในขณะที่ก็ดันตัวลุกขึ้นลงจากเตียงโดยมีอังเดรคอยช่วยประคองตลอดเวลาฝ่ามือนุ่มวางทาบไปบนท้องน้อยที่ตอนนี้มันนูนขึ้นมาเล็กน้อย แม้จะมองเห็นไม่ชัดมากนักถึงจะมีอายุครรภ์ย่างเข้าเดือนที่สี่ไปแล้วก็ตาม เพราะแบบนี้งานที่เธอเคยรับไว้จึงต้องรีบเคลียร์ให้เสร็จ อย่างเมื่อวานนี้ก็เพิ่งปิดกล้องละครเรื่องล่าสุดของเธอไปเอง"ครับ ปกติแล้วเด็กในท้องจะแอคทีฟในช่วงเวลา 3 ทุ่มถึงตี 1 เพราะว่าในช่วงเวลานั้นมีการเปลี่ยนแปลงของระดับน
"พ่อคะ"เสียงสดใสคุ้นเคยของม่านฟ้าเอ่ยเรียกคนในรั้วบ้านที่กำลังยืนรดน้ำต้นไม้ที่ท่านปลูกอยู่ มงคลละสายตาออกจากยอดใบไม้สีเขียวที่กำลังไหวเอนไปตามกระแสน้ำกลับมายังด้านหลังและก็ต้องเผยรอยยิ้มกว้างออกมาที่ได้เห็นใบหน้าของคนเป็นลูกสาวที่กำลังเดินเข้ามาในเขตรั้วบ้านหญิงสาวรูปร่างอวบอิ่มในชุดเดรสกระโปรงยาวกรอมเท้าเดินเข้ามาพร้อมกับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ คนที่เคยป่าวประกาศว่ากำลังคบหาดูใจกับลูกสาวเขาอยู่น่าแปลกที่วันนี้ทั้งสองคนมาที่นี่ด้วยกันเหมือนกับหลายวันก่อน แต่ที่ต่างกันคือสีหน้าและรอยยิ้มมีความสุขของคนเป็นลูกสาวที่มันต่างจากใบหน้าอมทุกข์วันนั้น"ม่าน วันนี้ไม่มีงานหรือไงถึงได้มีเวลาแวะกลับบ้านได้""หนูรับงานน้อยลงแล้วค่ะ ตอนนี้ก็เหลือเคลียร์คิวงานที่รับไว้แล้วหลังจากนั้นก็จะมีเวลาว่างมากขึ้นแล้ว"ม่านฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนแต่ก่อนที่ยังไม่มีเรื่องราววุ่นวายปัญหาหนักหนาที่คนเป็นพ่อได้ก่อเอาไว้รอยยิ้มสดใสและแววตาที่เต็มไปด้วยความสุขทำให้อดนึกหวนไปถึงช่วงเวลาที่เขายังเป็นแค่พ่อของเด็กหญิงตัวเล็กที่ชื่อม่านฟ้า ไม่ใช่ดาราสาวมากฝีมือม่านฟ้าอย่างทุกวันนี้มือเรียวสวยสอดเข้ามากอดแขนของค
"อื้ม~"เสียงหวานล้ำครางแผ่วผ่านลำคอ ในขณะที่อารมณ์ยังคงหลงอยู่ในห้วงรัญจวนเร่าร้อน สองแขนโอบกอดลำคอแกร่งมอบจูบดูดดื่มส่งปลายลิ้นนุ่มให้กับคนของใจอังเดรวางร่างอวบอิ่มลงบนเตียงนุ่มพร้อมกับทาบทับลงมาด้วยกายแกร่งและความอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยคิดจะมอบมันให้กับใครมาก่อนผละถอนจูบออกจากกลีบปากนุ่ม สบประสานตาคมกับนัยน์ตาหวานฉ่ำของหญิงสาว ลมหายใจหอบกระชั้นรินรดกันเป็นสัญญาณว่าต่างคนต่างก็โหยหาและต้องการกันและกันมากแค่ไหน"แผลนี่.." ปลายนิ้วนุ่มแตะลงกับรอยแผลเป็นบนใบหน้าคมเข้ม เคลื่อนนัยน์ตาหวานมองตามมือพลางเม้มริมฝีปากน้อยๆ"...""ไม่ว่าอดีตคุณจะเป็นยังไง จะเจ็บปวดหรือผ่านเรื่องราวเลวร้ายมามากแค่ไหน แต่อนาคต.. คุณจะมีฉันที่จะเดินฝ่ามันไปด้วยกัน ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณได้อีก""..."รอยยิ้มและแววตาที่ไม่เคยคิดว่าจะได้มอบให้กับใคร แต่ตอนนี้ทุกอย่างที่ไม่เคยแสดงมันออกมากลับถูกมอบให้กับผู้หญิงแปลกหน้าที่เป็นเจ้าของหัวใจแกร่งดวงนี้อังเดรโน้มลงมาประกบทาบริมฝีปากเอิบอิ่มด้วยเรียวปากหนา บดขยี้ความนุ่มนิ่มด้วยความเนิบนาบแต่หนักแน่นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่มีเพียงคนรับจูบนี้เท่านั้นที่จะรับรู้ได้เคล
ขบวนรถหรูวิ่งออกจากโรงพยาบาลมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ภายในรถยังคงมีเพียงความเงียบที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเท่านั้นม่านฟ้าขบฟันลงบนริมฝีปากจนมันแทบจะแตกอยู่รอมร่อคนด้านข้างก็ยังคงนิ่งอยู่ นิ่งเสียจนเธอหวั่นใจคิดไม่ตกเลยจริงๆ"อังเดร...""อืม"ทุ้มเสียงที่อ่อนโยนกว่าทุกครั้งขานรับพร้อมกับใบหน้าคมเข้มที่หันขวับกลับมา มือหนาก็พลางยื่นเข้ามาคว้ามือนุ่มไปกุมไว้ราวกับว่าเขาเองก็กำลังรอที่จะให้เธอเปิดประเด็นก่อนนานแล้วเหมือนกันดวงตากลมช้อนขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของคนที่กำลังกอบกุมมือเรียวของเธอเอาไว้อยู่ มุมปากหนาเหมือนจะอมยิ้มน้อยๆ แววตาที่ทอประกายจ้องมองมาไม่เหมือนทุกครั้ง"ฉ.. ฉันอยากแวะซื้อของหน่อย""อยากได้อะไรเดี๋ยวให้คนจัดการให้""ฉันอยากไปเลือกเอง ฉันอยากซื้อของสดไปเก็บไว้""...เดี๋ยวให้คนจัดการให้""..."สองแก้มอมลมไว้หลุบตาลงอย่างเด็กน้อยที่กำลังถูกขัดใจ นั่นทำให้มาเฟียหนุ่มอดไม่ได้ที่จะโน้มลงมาหอมแก้มใสฟอดใหญ่ด้วยความมันเขี้ยวม่านฟ้าเบิกตาโตแทบตั้งตัวไม่ทันกับการจู่โจม ก่อนหน้าเขายังนิ่งทำเงียบอยู่เลยแต่ทำไม..."อ๊ะ!"ไม่รั้งรอให้หญิงสาวได้คิดอะไรมากอ้อมแขนแก่งแข็งแรงก็สอดเข้ามา
"สวัสดีครับคุณม่านฟ้า คุณอังเดร""สวัสดีค่ะคุณหมอ"ม่านฟ้ารับคำทักทายของคุณหมอวัยกลางคนด้วยรอยยิ้มและสองมือที่พนมขึ้นกลางอก พร้อมกับกระตุกแขนเสื้อคนตัวโตที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกันให้สวัสดีท่านไปด้วย ซึ่งเขาก็ยอมยกมือพนมขึ้นไหว้แต่ไม่ได้เอ่ยเสียงออกมาร่างอวบอิ่มหย่อนตัวลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะของคุณหมอที่ได้นัดแบบเร่งด่วนกะทันหันเมื่อคืนนี้หลังจากสอบถามข้อมูลขอความช่วยเหลือจากคุณแม่ลูกอ่อนที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลไปเมื่อเดือนที่แล้ว"ต้องขอโทษคุณหมออีกครั้งด้วยนะคะที่นัดกะทันหันแบบนี้""ไม่เป็นไรเลยครับ ที่จริงผมก็มีหน้าที่ดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษอยู่แล้วครับ"คุณหมอวัยกลางคนฉีกยิ้มกว้างเอ่ยด้วยความสุภาพอ่อนโยน ก่อนจะหลุบตาลงยังหนังสือเล่มเล็กที่วางตรงหน้าตัวเองอังเดรนั่งนิ่งรอไปเงียบๆ โดยที่มีดาราสาวเป็นคนเดินเรื่องทุกอย่างทั้งหมดเอง หลุบตายังสมุดสีชมพูบนโต๊ะตรงหน้าแล้วก็เคลื่อนสายตากลับขึ้นมามองหน้าคุณหมอวัยกลางคนกับคนด้านข้างเป็นระยะกวาดตามองภาพที่ติดให้เห็นตามผนังห้องเกี่ยวกับครอบครัว เด็ก และอายุครรภ์ของคุณแม่ แล้วได้แต่มองราวกับคนที่กำลังปล่อยใจให้ลอยไปกับเรื่องราวเหล่านั้นใบหน้าคมเข
ม่านฟ้าตื่นขึ้นมาพร้อมกับข้างกายที่มันว่างเปล่า ผมเผ้าชี้ฟูยุ่งเหยิงกับใบหน้าขมวดมุ่นเต็มไปด้วยความสงสัยยามมองเตียงยับยู่ยี่ด้านข้างตัวเอง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกมาร่างอวบอิ่มในชุดนอนกระโปรงบางเบาเดินนวยนาดเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจะได้อาบน้ำทำธุระส่วนตัว ก่อนจะเดินทางไปทำธุระสำคัญที่เธอเพิ่งตัดสินใจแน่วแน่เมื่อคืนนี้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของอาหารเช้าแบบสไตล์ยุโรปทำเอาสองคิ้วที่เพิ่งถูกขีดเขียนบางเบาเพื่อเพิ่มความสวยต้องขมวดเข้าหากันอีกครั้งสองเท้าเดินออกมาหยุดหน้าห้องนอนเอียงคอมองเงาของคนที่กำลังสาละวนอยู่ในครัวแล้วได้แต่ถามตัวเองในใจว่าตอนนี้เธอตื่นจากฝันแล้วจริงๆ ใช่ไหมแต่ยิ่งก้าวเท้าเข้ามาใกล้มากเท่าไหร่ความชัดเจนที่บ่งชี้ว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้นอนฝันหวานอยู่ยิ่งชัดเจนมากขึ้นใบหน้ายุ่งเหยิงคล้ายคนหัวเสียก็ไม่เชิง หงุดหงิดก็ไม่ใช่ของอังเดรที่กำลังสาละวนอยู่กับการทอดไข่ดาวบนเตา มือหนาดูเก้กังแข็งเสียจนม่านฟ้าอดจะเผลอขำออกมาเบาๆ ไม่ได้"คุณทำอะไร""...อาหารเช้า"ด้วยเพราะสัมผัสที่ไวกว่ามนุษย์ทั่วไปทำให้มาเฟียหนุ่มรับรู้ได้ว่ากำลังมีคนแอบมองตัวเองอยู่ ทั้งที่พยายามเร่งรีบจะทำให้เสร็จก่อนเจ้าห
เวลายังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ราวกับกำลังกดดันให้ม่านฟ้ารีบตัดสินใจ ยิ่งวันนี้มีเรื่องค่าเทอมของน้องชายมาให้ต้องคิดเพิ่ม ไหนยังจะเรื่องที่มีคนไปตามทวงหนี้ถึงบ้านอีก เล่นเอาปวดหัวจนไม่มีกะจิตกะใจทำงานเลย"ข่าวแบบนี้ขยันออกกันจั๊ง ไอทีตอนเขาทำดีไม่เห็นพาดหัวข่าวใหญ่โตแบบนี้บ้างเลย"ใบหน้าสวยหันมองยังผู
"อ๊า~ ร.. รู้สึกแปลกๆ" ริมฝีปากเอิบอิ่มถูกเจ้าของขบเม้มเข้าหากันอย่างหนัก มือเรียวปล่อยมือถือทิ้งลงพื้นเลื่อนลงมาลูบสัมผัสท้องน้อยอย่างอดไม่ได้ลำคอแห้งผากต้องกลืนน้ำลายรัวๆ แววตาพร่ามัวรู้สึกว่าร่างกายเริ่มผิดปกติ มันร้อนรุ่มราวกับนั่งท่ามกลางกองไฟที่ล้อมรอบตัวเองเอาไว้ อังเดรคว้าแก้วเปล่าที่ถูก
"เหยื่อติดกับแล้วครับ"รอยส์เดินเข้ามารายงานความเคลื่อนไหวของเหยื่อที่ตามติดมาตลอดหลายวัน และวันนี้มันก็ติดกับดักที่เจ้านายวางไว้แล้ว ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้รับวันนี้นับว่าเร็วกว่าที่คาดเอาไว้มากมาเฟียหนุ่ยเงยหน้าขึ้นจากหลอดยาทดลองเล็กๆ ตรงหน้า กระตุกมุมปากขึ้นเพียงนิดแล้วดึงสายตาลงกลับยังสินค้าล็อตทดลอ
"อื้อ~"เสียงหวานครางแผ่วในลำคอจูบตอบชายหนุ่มที่กำลังมอบจูบแสนดูดดื่มให้อย่างถึงใจ สองร่างก่ายกอดกันแน่นก่อนร่างสูงกว่าจะออกแรงยกร่างเล็กกว่าขึ้นกระเตงสาวเท้ายาวเร็วๆ มายังเตียงกว้างแสงสลัวพอให้มองเห็นใบหน้ากันและกันบางเบา หญิงสาวใต้ร่างกำลังจ้องมองชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาด้วยแววตาหวานหยาดเยิ







