เข้าสู่ระบบ"เหยื่อติดกับแล้วครับ"
รอยส์เดินเข้ามารายงานความเคลื่อนไหวของเหยื่อที่ตามติดมาตลอดหลายวัน และวันนี้มันก็ติดกับดักที่เจ้านายวางไว้แล้ว ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้รับวันนี้นับว่าเร็วกว่าที่คาดเอาไว้มาก
มาเฟียหนุ่ยเงยหน้าขึ้นจากหลอดยาทดลองเล็กๆ ตรงหน้า กระตุกมุมปากขึ้นเพียงนิดแล้วดึงสายตาลงกลับยังสินค้าล็อตทดลองตรงหน้าอีกครั้ง
ยื่นมือคว้าหลอดแก้วทดลองขึ้นเพ่งพินิจโดยที่ใบหน้ายังแสดงเพียงความราบเรียบไม่เปลี่ยน กวาดตามองผงสีขาวละเอียดด้วยแววตาว่างเปล่า
อังเดรยกมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องออกไปได้ พลางคว้าแก้วเหล้าเพียวขึ้นกระดกลงคอ ลากสายตาขึ้นยังนาฬิกาดิจิตอลบนผนังมองตัวเลขที่กำลังเดินไปนิ่งๆ
อีกสองชั่วโมงจะเปลี่ยนเป็นวันใหม่และเขากำลังรอหนูทดลองตัวแรกให้เดินเข้ามาหาอย่างใจเย็น แม้สีหน้าและแววตาหวาดหวั่นของเจ้าหล่อนจะเต็มไปด้วยความกลัว แต่เขามั่นใจเต็มร้อยว่าเธอ.. สนใจข้อเสนอเขามากอย่างไม่ต้องถามซ้ำ
และนั่นก็ทำให้เธอต้องพยายามหาตัวเขาให้เจอก่อนเที่ยงคืนนี้ เวลาเธอเหลืออีกไม่มากเหมือนคนไข้ในห้องไอซียูที่กำลังรอเวลาตายจากเท่านั้น
"ขอโทษครับนาย มีสายจากเขตแดนมาครับ"
"..." ปรายตามองมือขวาที่เดินมาหยุดยืนด้านข้าง ก่อนจะดึงสายตากลับยกกระดกเหล้าในแก้วลงคออีกครั้ง
"คุณม่านฟ้าต้องการขอพบนายครับ"
"หึ" ไม่ผิดจากที่คาดไว้เลยสักนิด
มาเฟียหนุ่มแสยะยิ้มพอใจ หนูทดลองของเขาดูฉลาดกว่าที่คิดเอาไว้ แม้จะเคยเดาไว้ว่าเจ้าหล่อนต้องไปหาเขาที่คลับของศรัณย์แน่ๆ แต่เพราะวันนี้ศรัณย์ก็ไม่ได้เข้าไปที่นั่น และแน่นอนว่าลูกน้องมันก็ไม่ได้ไป แต่การที่เธอหาตัวเขตแดนพบนี่นับว่ายังพอใช้ได้อยู่
อังเดรยกมือให้สัญญาณกับลูกน้องไป ไม่ได้ร้อนใจอยากลองของตอนนี้เพราะถึงยังไงหนูทดลองของเขาก็หนีไปไหนไม่รอดอยู่ดี เพียงแต่.. เธอจะมีความสามารถมาหาเขาหรือเปล่า นั่นคืออีกเรื่อง
ร่างสูงใหญ่ยังคงนั่งดื่มเหล้าเงียบๆ ภายในห้องทำงานด้วยความใจเย็น สายตามุ่งตรงเพียงเบื้องหน้าท่ามกลางบรรยากาศเย็นยะเยือกและมืดสลัวเท่านั้น
.
.
ม่านฟ้าเดินมาหยุดฝีเท้าหน้าโกดังติดชนบทตามโลเคชันในหน้าจอ สายตามุ่งตรงยังด้านหน้าที่มีฉกรรจ์หลายสิบคนคอยยืนเฝ้าผลัดเวรกันตลอดเวลา
ท่ามกลางความเงียบยามค่ำคืนแม้แต่เสียงรถวิ่งผ่านยังไม่ได้ยิน เธอทำตามที่เขตแดนบอกคือจอดรถไว้ด้านนอกแล้วเดินเข้ามาในเขตบริเวณของโกดัง ซึ่งก็ถือว่าไกลมากเหมือนกัน มาถึงเล่นเอาหอบเพราะต้องทำเวลาไม่ให้เลยเที่ยงคืนด้วย
สายตาคอยแต่เหลือบมองเวลาบนหน้าจอตลอดเวลา ตอนนี้เหลือเพียงสิบนาทีก็จะเริ่มต้นเริ่มอีกวันใหม่ซึ่งเธอก็ต้องรีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อให้เข้าไปยังในเขตโกดังใกล้กับเจ้าของสถานที่ไม่น่าเดินเล่นให้เร็วที่สุด
"ใครวะ!"
"ผู้หญิงว่ะ หลงทางเหรอครับน้องสาว มีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า"
เดินมาได้ไม่เท่าไหร่ก็ถูกต้อนรับด้วยน้ำเสียงหื่นกามและสายตาวาววับโลมเลียความเป็นเพศอ่อนแอกว่าพลอยสั่นคลอนหัวใจดวงน้อยให้เต้นตึกตักเสียงดัง และความกลัวที่พยายามกดกลั้นเอาไว้ตลอดทางที่เดินมา
"หน้าคุ้นๆ ไหนเดินมาใกล้ๆ พี่หน่อยสิครับ"
ถึงไม่อยากทำตามแต่ยังไงเสียก็ต้องเข้าไปด้านในอยู่ดี ม่านฟ้าสูดหายใจเข้าลึกๆ เอาความใจกล้าข่มความกลัวไว้เงยหน้าขึ้นให้ใบหน้าตัวเองต้องแสงจากหลอดไฟด้านบน มองชายร่างใหญ่สองคนด้วยแววตาที่พยายามทำให้นิ่งที่สุด
"ฉันมาหาคุณอังเดร มีนัด"
"ฮ่าๆๆๆ คิดว่าพวกพี่โง่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ ถึงพวกพี่จะเป็นแค่คนเฝ้าโกดังแต่พวกพี่ก็ไม่ได้โง่ถึงขั้นไม่รู้ว่าเจ้านายตัวเองไม่เคยนัดใครที่หน้าตาสวยๆ แบบนี้นะครับ"
"ใช่ๆ เจ้านายไม่เคยนัดผู้หญิงที่ไหนมาก่อน จะหัดโกหกก็เอาเนียนๆ หน่อย.. แต่ว่านะ พี่ว่าหน้าน้องคุ้นๆ นะครับเนี่ย เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย มึงว่าไง"
สองคนหันไปถามความเห็นของกันและกันในขณะที่ม่านฟ้ากำลังขบคิดว่าจะเอายังไงดี มือเรียวกำมือถือในอุ้งมือนุ่มแน่นจนชื้นไปด้วยเหงื่อ ตัดกับความเย็นรอบกายที่กำลังทำขนอ่อนตามกายอวบลุกชูชัน
ริมฝีปากเอิบอิ่มถูกเจ้าตัวขบกัดแรงๆ เรียกสมาธิ สอดสายตามองเข้าไปด้านในที่ตัวโกดังอยู่ห่างออกไปค่อนข้างมาก สัญญากับตัวเองว่าหากคืนนี้ได้พบกับเจ้าของที่แล้วเธอจะไม่ขอมาเหยียบที่นี่อีก ต่อให้เขาจะมีสิทธิ์ในร่างกายเธอแต่ก็คงจะยอมรับการตัดสินใจของเธอด้วย มั้งนะ
"กูจำได้ละ! ก็ว่า.. สวยๆ แบบนี้ รูปร่างอวบอิ่มดูเต็มไม้เต็มมือแบบนี้ ไหนยังจะหน้าตาแบบนี้อีก ม่านฟ้าชัวร์"
"เออๆ กูก็ว่าอยู่ แต่ม่านฟ้าจะมาที่นี่ทำไมวะ ถ้าเป็นหมั้นหมายกับกูก็ว่าไปอย่าง"
"ฮ่าๆๆ กูเอาด้วย ต่อมึงเลยแล้วกัน"
"ไม่ร่วมเหรอวะ จะต่อทำไม"
"จ.. จะทำอะไร อย่าเข้ามานะ ถอยออกไปเดี๋ยวนี้!"
ม่านฟ้าก้าวถอยห่างชายร่างใหญ่สองคนที่กำลังใช้คำพูดหื่นกามโลมเลียเธออย่างเปิดเผย ความกลัวที่พยายามข่มกลั้นเอาไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งเริ่มฉายออกมาผ่านสีหน้าและเม็ดเหงื่อที่ซึมผุด
ร่างอวบอิ่มก้าวถอยหนีในขณะที่ร่างใหญ่สองร่างกำลังก้าวเข้าหาต้อนราวกับเธอเป็นเหยื่อที่กำลังถูกหมาป่าใจโหดไล่ต้อน มือหยาบกร้านคล้ำแดดยื่นมาหวังคว้าร่างนุ่มนิ่มแต่ต้องชะงักค้างกลางอากาศ
"ถ้าพวกมึงไม่อยากตายก็ถอยห่างออกมา" พร้อมกับเสียงนิ่งกดดันคุ้นเคยจากคนด้านหลัง
รอยส์หยุดยืนเพียงหน้าทางเข้ามองยังร่างใหญ่ของลูกน้องที่กำลังถูกความกลัดมันเข้าครอบงำ ละเลยหน้าที่ไม่พอยังคิดอยากแตะต้องของของเจ้านายอีก
เหมือนลมหายใจกลับมาเต็มปอดอีกครั้ง ม่านฟ้าที่เผลอยกมือขึ้นกอดตัวเองแววตาสั่นไหวเต็มไปด้วยความกลัวผ่อนลมหายใจออกยาวๆ มองหน้าคนที่จำได้ว่าเป็นคนยื่นข้อเสนอบ้าบอที่ทำเธอเกือบตายนี้แทนเจ้านายเขา
อยากจะโกรธเคืองคนคนนั้นแต่ตอนนี้เธอยังต้องการให้เขาช่วย และเพราะตัดสินใจแน่วแน่มาแล้วทุกอย่างกำลังเดินไปตามทางที่เลือกเอาไว้ หากว่าไม่ต้องมาที่นี่ก็คงดี
จากที่ดูว่าเขาเป็นคนอันตรายน่ากลัวอยู่แล้ว พอมายังสถานที่นี้ทำให้รู้ว่า ไม่เพียงแค่เขาที่ดูน่ากลัวอันตรายแต่คนรอบตัวเขาก็น่ากลัวมากพอๆ กัน
ม่านฟ้าเดินตามรอยส์เดินเข้ามาด้านในโกดังด้วยความเงียบ พยายามไม่เงยหน้ามองรอบบริเวณ กอดตัวเองเอาไว้ใช้เสื้อคลุมตัวนอกปิดร่างกายตัวเองเอาไว้ จนคนด้านหน้าเดินมาหยุดยังห้องห้องหนึ่งสองเท้าเล็กจึงหยุดตามไปด้วย
"นายรออยู่ด้านใน เหลือเวลาอีกสองนาที"
"..."
"เชิญครับ"
เวลานี้นอกจากทำใจกล้าเดินเข้าไปด้านในห้องสลัวแล้วไม่มีทางให้หันหลังเดินกลับอีก ม่านฟ้าเข้ามาในห้องที่มีไฟสีแดงสลัวๆ พอให้มองเห็นว่ามีสิ่งกีดขวางวางตรงหน้าหรือเปล่าเท่านั้น
กวาดสายตามองรอบห้องกลั้นหายใจราวกับมีพิษร้ายอยู่ในอากาศภายในห้องอาจทำให้เธอมีอันตรายได้ ก่อนสายตาจะหยุดอยู่บนร่างแกร่งของคนในห้อง
เขานั่งอยู่บนโซฟาหันหน้าเข้าหาเธอ แต่ไม่ได้พูดหรือส่งเสียงใดๆ หากไม่มองดีๆ ก็ยังคิดว่าเขาเป็นรูปปั้นที่กำลังขยับดิ้นเพียงน้อยนิดด้วยซ้ำ
ม่านฟ้าไม่รอให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ก็เดินมานั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ตรงข้ามกับเจ้าของห้อง ข่มความหวาดกลัวของตัวเองเอาไว้เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
"ฉันยอมรับข้อเสนอของคุณ แต่ก็อยากให้คุณรับข้อตกลงของฉันด้วย" อย่างน้อยจะได้อุ่นใจว่าเขาไม่ได้ซื้อร่างกายเธอมาฆ่าทิ้ง ใครเลยจะอยากตาย ใครๆ ก็กลัวความตายกันทั้งนั้น
"เธอไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง"
เห็นแค่แววตาคมกริบราวกับแววตาของซาตานที่กำลังใช้ความมืดบดบังตัวเอาไว้ก็ว่าน่ากลัวแล้ว พอมาได้ยินน้ำเสียงเย็นยะเยือกยิ่งกว่าห้องดับจิตในโรงพยาบาลที่เคยเข้าไปตอนแสดงละครแบบนี้ยิ่งสั่นคลอนความกลัวในใจเพิ่มเป็นเท่าตัว
แต่ถึงอย่างนั้นม่านฟ้าก็พยายามไม่แสดงมันออกมา แม้ตอนนี้ร่างกายมันจะสั่นไปหมดแล้วก็ตาม
"ค.. คุณ คุณไม่ได้จะเอาฉันมาฆ่าทิ้งใช่ไหม"
"หึ"
"ข.. ขอข้อเดียวก็ได้ ฉันยังไม่อยากตาย"
อังเดรกระดกเหล้าในมือจนหมด วางแก้วบนโต๊ะด้านหน้าคว้าขวดเหล้าข้างกันมารินใส่แก้วเปล่าอีกครั้งด้วยความใจเย็นไม่ได้ตอบรับคำขอของคนตรงข้าม
เสียงของเหลวกระทบก้นแก้วก่อนจะค่อยๆ เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ พลอยทำหัวใจดวงน้อยกระตุกเป็นจังหวะ ดวงตากลมจ้องมองปริมาณของเหลวที่เพิ่มขึ้นทีละนิดจนหยุดเพียงครึ่งแก้วด้วยลำคอแห้งผาก จิกเล็บกับหลังมือถือข่มมือที่กำลังสั่นให้สงบ
"เหลือเวลาห้าสิบวิ" เสียงเย็นเอ่ยพลางเลื่อนแก้วเหล้าไปตรงหน้าดาราสาวด้วยความใจเย็น
ม่านฟ้าเหลือบมองนาฬิกาดิจิตอลบนผนัง มองตัวเลขที่กำลังนับถอยหลังค่อยๆ เข้าสู่วันใหม่ พอจะเดาได้ว่าหากเธอดื่มเหล้าแก้วนี้ไปแล้วจะถือว่าข้อตกลงระหว่างเราสองคนเป็นอันตามนี้ แต่เขาจะยอมรับคำขอเธอเพียงข้อเดียวที่สมองสามารถคัดออกมาได้แล้วใช่ไหม
ถึงก่อนหน้านี้จะคิดเอาไว้ว่าจะขอไว้สักสองสามข้อ แต่พอได้ยินน้ำเสียงเย็นสั่นคลอนความกลัวเธอนั้นแล้ว สมองมันก็เค้นออกมาได้เพียงข้อเดียวเท่านั้น
"ยี่สิบวิ.."
"..."
ม่านฟ้าสะดุ้งได้สติหันกลับมายังคนตรงหน้า ท่าทางสบายๆ อย่างไม่สนใจว่าเธอจะตอบรับหรือปฏิเสธนั้นทำเอาเกิดความกลัว กลัวว่าเขาจะไม่ได้ต้องการเธอมากพอที่จะง้อรอให้เธอเล่นตัวอีก
มือเรียวปล่อยออกจากมือถือเอื้อมคว้าแก้วเหล้าเย็นขึ้นมากระดกลงคอ กลั้นใจกลืนน้ำขมบาดคอแสบสันไปทั้งหลอดอาหารขึ้นจมูกลามไปทั้งหัว
พอดื่มเสร็จก็รู้สึกได้เลยว่าโลกของเธอมันหมุนแค่ไหน มันก็แน่อยู่แล้ว ปกติคนไม่ค่อยดื่มแต่พอมาดื่มเหล้าเพียวไม่มีผสมแบบนี้มีหรือจะสามารถประคองสติให้คงเดิมได้
"หึ"
"อื้ม~ เวียนหัวชะมัดเลย~"
.
.
ตึกตึก ตึกตึกเสียงคลื่นหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นดังมาจากเครื่องฟังเสียงหัวใจทารกที่คุณหมอกำลังวาดวนบนท้องนูนเล็กน้อย สัมผัสเย็นของเจลบนหน้าท้องแต่กลับทำให้รู้สึกอบอุ่นแผ่มาจากภายในม่านฟ้านอนฟังเสียงหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นเป็นจังหวะด้วยหยาดน้ำที่คลอภายในเบ้าตาจนเต็มปริ่ม มือเรียวถูกกุมไว้ด้วยอุ้งมือใหญ่ของคนรัก แม้ใบหน้าหล่อเหลานั้นจะยังคงราบเรียบไร้ความรู้สึก แต่แววตายามเขาจ้องมองมายังเธอมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีให้"ช่วงนี้จะเริ่มรู้สึกได้ถึงเจ้าตัวน้อยที่เริ่มดิ้นมากขึ้นแล้วครับ คุณแม่เคยรู้สึกถึงการขยับดิ้นของตัวน้องบ้างไหมครับ""ดิ้นเหรอคะ?"ดวงตากลมมนหันสบตากับคุณหมอในขณะที่ก็ดันตัวลุกขึ้นลงจากเตียงโดยมีอังเดรคอยช่วยประคองตลอดเวลาฝ่ามือนุ่มวางทาบไปบนท้องน้อยที่ตอนนี้มันนูนขึ้นมาเล็กน้อย แม้จะมองเห็นไม่ชัดมากนักถึงจะมีอายุครรภ์ย่างเข้าเดือนที่สี่ไปแล้วก็ตาม เพราะแบบนี้งานที่เธอเคยรับไว้จึงต้องรีบเคลียร์ให้เสร็จ อย่างเมื่อวานนี้ก็เพิ่งปิดกล้องละครเรื่องล่าสุดของเธอไปเอง"ครับ ปกติแล้วเด็กในท้องจะแอคทีฟในช่วงเวลา 3 ทุ่มถึงตี 1 เพราะว่าในช่วงเวลานั้นมีการเปลี่ยนแปลงของระดับน
"พ่อคะ"เสียงสดใสคุ้นเคยของม่านฟ้าเอ่ยเรียกคนในรั้วบ้านที่กำลังยืนรดน้ำต้นไม้ที่ท่านปลูกอยู่ มงคลละสายตาออกจากยอดใบไม้สีเขียวที่กำลังไหวเอนไปตามกระแสน้ำกลับมายังด้านหลังและก็ต้องเผยรอยยิ้มกว้างออกมาที่ได้เห็นใบหน้าของคนเป็นลูกสาวที่กำลังเดินเข้ามาในเขตรั้วบ้านหญิงสาวรูปร่างอวบอิ่มในชุดเดรสกระโปรงยาวกรอมเท้าเดินเข้ามาพร้อมกับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ คนที่เคยป่าวประกาศว่ากำลังคบหาดูใจกับลูกสาวเขาอยู่น่าแปลกที่วันนี้ทั้งสองคนมาที่นี่ด้วยกันเหมือนกับหลายวันก่อน แต่ที่ต่างกันคือสีหน้าและรอยยิ้มมีความสุขของคนเป็นลูกสาวที่มันต่างจากใบหน้าอมทุกข์วันนั้น"ม่าน วันนี้ไม่มีงานหรือไงถึงได้มีเวลาแวะกลับบ้านได้""หนูรับงานน้อยลงแล้วค่ะ ตอนนี้ก็เหลือเคลียร์คิวงานที่รับไว้แล้วหลังจากนั้นก็จะมีเวลาว่างมากขึ้นแล้ว"ม่านฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนแต่ก่อนที่ยังไม่มีเรื่องราววุ่นวายปัญหาหนักหนาที่คนเป็นพ่อได้ก่อเอาไว้รอยยิ้มสดใสและแววตาที่เต็มไปด้วยความสุขทำให้อดนึกหวนไปถึงช่วงเวลาที่เขายังเป็นแค่พ่อของเด็กหญิงตัวเล็กที่ชื่อม่านฟ้า ไม่ใช่ดาราสาวมากฝีมือม่านฟ้าอย่างทุกวันนี้มือเรียวสวยสอดเข้ามากอดแขนของค
"อื้ม~"เสียงหวานล้ำครางแผ่วผ่านลำคอ ในขณะที่อารมณ์ยังคงหลงอยู่ในห้วงรัญจวนเร่าร้อน สองแขนโอบกอดลำคอแกร่งมอบจูบดูดดื่มส่งปลายลิ้นนุ่มให้กับคนของใจอังเดรวางร่างอวบอิ่มลงบนเตียงนุ่มพร้อมกับทาบทับลงมาด้วยกายแกร่งและความอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยคิดจะมอบมันให้กับใครมาก่อนผละถอนจูบออกจากกลีบปากนุ่ม สบประสานตาคมกับนัยน์ตาหวานฉ่ำของหญิงสาว ลมหายใจหอบกระชั้นรินรดกันเป็นสัญญาณว่าต่างคนต่างก็โหยหาและต้องการกันและกันมากแค่ไหน"แผลนี่.." ปลายนิ้วนุ่มแตะลงกับรอยแผลเป็นบนใบหน้าคมเข้ม เคลื่อนนัยน์ตาหวานมองตามมือพลางเม้มริมฝีปากน้อยๆ"...""ไม่ว่าอดีตคุณจะเป็นยังไง จะเจ็บปวดหรือผ่านเรื่องราวเลวร้ายมามากแค่ไหน แต่อนาคต.. คุณจะมีฉันที่จะเดินฝ่ามันไปด้วยกัน ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณได้อีก""..."รอยยิ้มและแววตาที่ไม่เคยคิดว่าจะได้มอบให้กับใคร แต่ตอนนี้ทุกอย่างที่ไม่เคยแสดงมันออกมากลับถูกมอบให้กับผู้หญิงแปลกหน้าที่เป็นเจ้าของหัวใจแกร่งดวงนี้อังเดรโน้มลงมาประกบทาบริมฝีปากเอิบอิ่มด้วยเรียวปากหนา บดขยี้ความนุ่มนิ่มด้วยความเนิบนาบแต่หนักแน่นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่มีเพียงคนรับจูบนี้เท่านั้นที่จะรับรู้ได้เคล
ขบวนรถหรูวิ่งออกจากโรงพยาบาลมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ภายในรถยังคงมีเพียงความเงียบที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเท่านั้นม่านฟ้าขบฟันลงบนริมฝีปากจนมันแทบจะแตกอยู่รอมร่อคนด้านข้างก็ยังคงนิ่งอยู่ นิ่งเสียจนเธอหวั่นใจคิดไม่ตกเลยจริงๆ"อังเดร...""อืม"ทุ้มเสียงที่อ่อนโยนกว่าทุกครั้งขานรับพร้อมกับใบหน้าคมเข้มที่หันขวับกลับมา มือหนาก็พลางยื่นเข้ามาคว้ามือนุ่มไปกุมไว้ราวกับว่าเขาเองก็กำลังรอที่จะให้เธอเปิดประเด็นก่อนนานแล้วเหมือนกันดวงตากลมช้อนขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของคนที่กำลังกอบกุมมือเรียวของเธอเอาไว้อยู่ มุมปากหนาเหมือนจะอมยิ้มน้อยๆ แววตาที่ทอประกายจ้องมองมาไม่เหมือนทุกครั้ง"ฉ.. ฉันอยากแวะซื้อของหน่อย""อยากได้อะไรเดี๋ยวให้คนจัดการให้""ฉันอยากไปเลือกเอง ฉันอยากซื้อของสดไปเก็บไว้""...เดี๋ยวให้คนจัดการให้""..."สองแก้มอมลมไว้หลุบตาลงอย่างเด็กน้อยที่กำลังถูกขัดใจ นั่นทำให้มาเฟียหนุ่มอดไม่ได้ที่จะโน้มลงมาหอมแก้มใสฟอดใหญ่ด้วยความมันเขี้ยวม่านฟ้าเบิกตาโตแทบตั้งตัวไม่ทันกับการจู่โจม ก่อนหน้าเขายังนิ่งทำเงียบอยู่เลยแต่ทำไม..."อ๊ะ!"ไม่รั้งรอให้หญิงสาวได้คิดอะไรมากอ้อมแขนแก่งแข็งแรงก็สอดเข้ามา
"สวัสดีครับคุณม่านฟ้า คุณอังเดร""สวัสดีค่ะคุณหมอ"ม่านฟ้ารับคำทักทายของคุณหมอวัยกลางคนด้วยรอยยิ้มและสองมือที่พนมขึ้นกลางอก พร้อมกับกระตุกแขนเสื้อคนตัวโตที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกันให้สวัสดีท่านไปด้วย ซึ่งเขาก็ยอมยกมือพนมขึ้นไหว้แต่ไม่ได้เอ่ยเสียงออกมาร่างอวบอิ่มหย่อนตัวลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะของคุณหมอที่ได้นัดแบบเร่งด่วนกะทันหันเมื่อคืนนี้หลังจากสอบถามข้อมูลขอความช่วยเหลือจากคุณแม่ลูกอ่อนที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลไปเมื่อเดือนที่แล้ว"ต้องขอโทษคุณหมออีกครั้งด้วยนะคะที่นัดกะทันหันแบบนี้""ไม่เป็นไรเลยครับ ที่จริงผมก็มีหน้าที่ดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษอยู่แล้วครับ"คุณหมอวัยกลางคนฉีกยิ้มกว้างเอ่ยด้วยความสุภาพอ่อนโยน ก่อนจะหลุบตาลงยังหนังสือเล่มเล็กที่วางตรงหน้าตัวเองอังเดรนั่งนิ่งรอไปเงียบๆ โดยที่มีดาราสาวเป็นคนเดินเรื่องทุกอย่างทั้งหมดเอง หลุบตายังสมุดสีชมพูบนโต๊ะตรงหน้าแล้วก็เคลื่อนสายตากลับขึ้นมามองหน้าคุณหมอวัยกลางคนกับคนด้านข้างเป็นระยะกวาดตามองภาพที่ติดให้เห็นตามผนังห้องเกี่ยวกับครอบครัว เด็ก และอายุครรภ์ของคุณแม่ แล้วได้แต่มองราวกับคนที่กำลังปล่อยใจให้ลอยไปกับเรื่องราวเหล่านั้นใบหน้าคมเข
ม่านฟ้าตื่นขึ้นมาพร้อมกับข้างกายที่มันว่างเปล่า ผมเผ้าชี้ฟูยุ่งเหยิงกับใบหน้าขมวดมุ่นเต็มไปด้วยความสงสัยยามมองเตียงยับยู่ยี่ด้านข้างตัวเอง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกมาร่างอวบอิ่มในชุดนอนกระโปรงบางเบาเดินนวยนาดเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจะได้อาบน้ำทำธุระส่วนตัว ก่อนจะเดินทางไปทำธุระสำคัญที่เธอเพิ่งตัดสินใจแน่วแน่เมื่อคืนนี้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของอาหารเช้าแบบสไตล์ยุโรปทำเอาสองคิ้วที่เพิ่งถูกขีดเขียนบางเบาเพื่อเพิ่มความสวยต้องขมวดเข้าหากันอีกครั้งสองเท้าเดินออกมาหยุดหน้าห้องนอนเอียงคอมองเงาของคนที่กำลังสาละวนอยู่ในครัวแล้วได้แต่ถามตัวเองในใจว่าตอนนี้เธอตื่นจากฝันแล้วจริงๆ ใช่ไหมแต่ยิ่งก้าวเท้าเข้ามาใกล้มากเท่าไหร่ความชัดเจนที่บ่งชี้ว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้นอนฝันหวานอยู่ยิ่งชัดเจนมากขึ้นใบหน้ายุ่งเหยิงคล้ายคนหัวเสียก็ไม่เชิง หงุดหงิดก็ไม่ใช่ของอังเดรที่กำลังสาละวนอยู่กับการทอดไข่ดาวบนเตา มือหนาดูเก้กังแข็งเสียจนม่านฟ้าอดจะเผลอขำออกมาเบาๆ ไม่ได้"คุณทำอะไร""...อาหารเช้า"ด้วยเพราะสัมผัสที่ไวกว่ามนุษย์ทั่วไปทำให้มาเฟียหนุ่มรับรู้ได้ว่ากำลังมีคนแอบมองตัวเองอยู่ ทั้งที่พยายามเร่งรีบจะทำให้เสร็จก่อนเจ้าห
"กรี๊ดดดด!"กายสาวเกร็งรับความจุกเสียดปวดร้าวไปทั้งร่างในขณะที่เจ้าของความเจ็บปวดก็ยังคงตอกอัดกระแทกความแข็งแกร่งเข้ามาในร่องคับแคบไม่หยุดอังเดรครางฮึ่มในลำคอขบกรามหนารับความคับแน่นและความรู้สึกซาบซ่านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ยื่นหน้าเข้ามาตวัดลิ้นเลียหยาดเลือดและเหงื่อบนยอดถันสีชมพูนู้ดกลืนผสมน้ำลาย
"อ๊า~ ร.. รู้สึกแปลกๆ" ริมฝีปากเอิบอิ่มถูกเจ้าของขบเม้มเข้าหากันอย่างหนัก มือเรียวปล่อยมือถือทิ้งลงพื้นเลื่อนลงมาลูบสัมผัสท้องน้อยอย่างอดไม่ได้ลำคอแห้งผากต้องกลืนน้ำลายรัวๆ แววตาพร่ามัวรู้สึกว่าร่างกายเริ่มผิดปกติ มันร้อนรุ่มราวกับนั่งท่ามกลางกองไฟที่ล้อมรอบตัวเองเอาไว้ อังเดรคว้าแก้วเปล่าที่ถูก
เวลายังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ราวกับกำลังกดดันให้ม่านฟ้ารีบตัดสินใจ ยิ่งวันนี้มีเรื่องค่าเทอมของน้องชายมาให้ต้องคิดเพิ่ม ไหนยังจะเรื่องที่มีคนไปตามทวงหนี้ถึงบ้านอีก เล่นเอาปวดหัวจนไม่มีกะจิตกะใจทำงานเลย"ข่าวแบบนี้ขยันออกกันจั๊ง ไอทีตอนเขาทำดีไม่เห็นพาดหัวข่าวใหญ่โตแบบนี้บ้างเลย"ใบหน้าสวยหันมองยังผู
เพียะ!"อ๊ะ!" เสียงฝ่ามือกระทบกับผิวหน้าเต็มแรงดึงสติของคนใจลอยโดยไม่รู้ตัวให้กลับมาอีกครั้งม่านฟ้าเลื่อนมือขึ้นกุมซีกแก้มที่ถูกฟาดตบค่อยๆ หันหน้ากลับมายังเจ้าของแรงเหวี่ยงประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าให้เร็วที่สุดแล้วปรับอารมณ์ตามอย่างรวดเร็ว"นังร่าน! ผู้หญิงอย่างแกฉันไม่มีวันยอมรับเป็นลูกสะใภ้เด็ดขา


![ไฟรักเพลิงสวาท [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




