تسجيل الدخولเวลายังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ราวกับกำลังกดดันให้ม่านฟ้ารีบตัดสินใจ ยิ่งวันนี้มีเรื่องค่าเทอมของน้องชายมาให้ต้องคิดเพิ่ม ไหนยังจะเรื่องที่มีคนไปตามทวงหนี้ถึงบ้านอีก เล่นเอาปวดหัวจนไม่มีกะจิตกะใจทำงานเลย
"ข่าวแบบนี้ขยันออกกันจั๊ง ไอทีตอนเขาทำดีไม่เห็นพาดหัวข่าวใหญ่โตแบบนี้บ้างเลย"
ใบหน้าสวยหันมองยังผู้จัดการสาวที่เดินอ้อมหลังโซฟากลับมานั่งลงยังฝั่งตรงข้าม มือเรียวหยิบส้มที่ถูกปอกเปลือกวางบนโต๊ะเข้าปากไม่ได้ออกความเห็นใดๆ เพราะอยากจะให้เรื่องนี้มันเงียบไปเองมากกว่า มีเรื่องให้ต้องคิดเยอะแล้วไม่อยากใช้สมองไปกับเรื่องไม่มีมูลจริงอีก
ข่าวของเธอกับพระเอกหนุ่มนามว่าฐากูรที่กำลังร่วมงานกันอยู่เป็นข่าวดังเพียงชั่วข้ามคืน เรียกได้ว่านางร้ายแบบเธอเลี้ยวหน้าแซงทางโค้งนางเอกสาวหน้าใหม่ที่กำลังถูกดันด้วยซ้ำ
"แทนที่จะเล่นข่าวกับนางเอกแต่กลับมาเลือกนางร้ายซะงั้น คนส่งข่าวนี่ก็ไวดีเนอะผ่านไปไม่กี่วันเอง"
"ช่างเขาเถอะพี่ลูกแก้ว มีเรื่องให้เครียดเยอะแล้วปล่อยๆ ไปเถอะ"
"ปล่อยได้แบบนี้แสดงว่ายังไม่เห็นอีช่องเดิมมันพาดหัวข่าวใช่ไหม นางร้าย ม เตรียมเสียบ..."
เฮ้อ.. นั่นแหละ ตามประสาวงการบันเทิง ข่าวจริงไม่จริงแต่พอเอามาเชื่อมโยงกันมากเข้าเจ้าตัวเองก็ยังแอบสงสัยเลยว่าสรุปนี่คือตัวเธอเองจริงๆ หรือเปล่า เคยทำแบบนั้นแต่จำไม่ได้แล้วหรือเปล่า และอีกหลายๆ คำถามที่สงสัยตามกันมาเป็นพรวน
ครืน~
ดวงตากลมหลุบยังหน้าจอสี่เหลี่ยมที่เปล่งแสงพร้อมกับสั่นแจ้งเตือน กวาดตามองรายชื่อของปลายสายแล้วกัดปากเบาๆ
ม่านฟ้าหยิบมือถือมากำเอาไว้ลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอนเพื่อคุยกับคนในสาย ไม่อยากให้ผู้จัดการสาวได้ยินเรื่องที่กำลังจะกลายเป็นบทสนทนาระหว่างกัน
ก็ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธอกลายเป็นคนที่มีความลับกับลูกแก้ว ความลับที่ไม่อยากแชร์และคิดว่าคงอีกนานเท่านานกว่าความลับนี้จะถูกคนใกล้ตัวรู้เข้า
"อืม ว่าไงมังกร"
'ทำไมรับช้า ยุ่งอยู่เหรอ'
"เปล่าพี่แค่... เข้าห้องน้ำน่ะ" ถอนหายใจเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงปกติกับน้องชาย
ความหนักใจมาตกกับเสาหลักของครอบครัวอย่างเธอ นี่ก็คงจะโทรมาเรื่องค่าเทอมอีก เธอไม่ได้อยากผลักภาระหน้าที่นี้ไปแต่บางครั้งมันก็เหนื่อยจนอยากพักบ้าง
นางร้ายสาวเดินมาทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม เอนหลังพิงหัวเตียงคว้าตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่มากอดไว้
'เรื่องค่าเทอม พี่จะโอนให้วันไหน อาทิตย์หน้าจะสอบแล้วถ้าไม่โอนน้องจะไม่มีสิทธิ์สอบแล้ว'
"...จะสอบแล้วเหรอ งั้นก็ต้องจ่ายภายในอาทิตย์นี้แล้วสิ" อาทิตย์นี้ซึ่งก็เหลือพรุ่งนี้แค่วันเดียว...
'พี่มีปัญหาอะไรหรือเปล่า เรื่องเงินเหรอ หรือเรื่องงานทำไมช่วงนี้ดูขี้ลืมจังเลย'
"เปล่าหรอก สงสัยคงเริ่มแก่แล้วมั้งเลยหลงๆ ลืมๆ น่ะฮ่าๆๆๆ"
'ไม่เห็นแก่เลย พี่สาวน้องสวยขนาดนี้จะแก่ได้ไง'
รอยยิ้มประดับใบหน้าสวยแต่แววตากลับมีความคิดไม่ตก นี่หากว่ามังกรนั่งอยู่ต่อหน้าเธอตอนนี้คงยากที่จะโกหกใช้เสียงหัวเราะกลบเกลื่อนความคิดมากมายในหัวและความเครียดแบบนี้
ม่านฟ้าพูดคุยกับน้องชายอีกพักหนึ่งก่อนจะตัดสายไปให้น้องชายได้อ่านหนังสือเตรียมสอบ ส่วนเรื่องอื่นปล่อยให้เป็นพี่สาวคนนี้คอยรับหน้าให้เอง ให้น้องชายเธอได้มีสมาธิในการเรียนก็พอแล้ว
ครอบครัวเธอมีอยู่กันแค่สามคน คือพ่อ ตัวเธอเองและน้องชาย ส่วนแม่... ท่านแต่งงานใหม่มีครอบครัวใหม่ไปแล้ว ถึงจะติดต่อมาหาบ้างแต่ก็ไม่ได้สนิทใจเหมือนเป็นครอบครัวตัวเอง
ร่างอวบอิ่มทิ้งตัวลงนอนบนหมอนนุ่มใบใหญ่ คิดไม่ตกกับปัญหามากมายที่ถาโถมเข้าหาในเวลาเดียวกัน เหมือนสวรรค์จะกลั่นแกล้งให้รีบตัดสินใจก้าวออกไปข้างหน้าซึ่งมีอยู่สองทางเลือกให้เดิน คือ
การเลือกข้อเสนอของผู้ชายคนนั้น เงามืดที่คืบคลานเข้ามาในชีวิตควบคุมความกลัวของเธอ และการเลือกที่จะเมินเฉยต่อข้อเสนอแสนต่ำทรามเห็นความทุกข์คนอื่นเป็นความสุขนั้น และแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเองเพียงคนเดียวซึ่งมัน.. ยากมากๆ เลย
แต่เอาจริงๆ ทางเลือกเธอเหมือนจะมีเพียงทางเดียวเท่านั้นถึงจะบอกให้มองข้ามข้อเสนอนั้นไปเสีย แต่ใจก็เอาแต่คิดถึงมัน หากต้องเลือกอนาคตน้องชาย ครอบครัวกับร่างกายตัวเองแน่นอนว่าต้องเลือกน้องชายและครอบครัวอยู่แล้ว ตอนนี้มองเห็นเพียงเท่านี้จริงๆ
ติ้ง~
เสียงแจ้งเตือนดึงม่านฟ้าให้ออกจากความคิดไม่ตก ยกมือถือที่ยังอยู่ในอุ้งมือนุ่มขึ้นอ่านข้อความจากแจ้งเตือนไลน์ และก็ต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
พ่อ : เขาให้เวลาแค่พรุ่งนี้ ถ้าไม่มีดอกมาจ่ายให้ก่อนเขาจะยืดเอาบ้านและโฉนด
ม่านฟ้าตอบกลับข้อความพ่อให้อย่าได้กังวลเรื่องนี้เดี๋ยวเธอจะเป็นคนจัดการเอง ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยรักษาสุขภาพตัวเองสำคัญกว่า ท่านเอาแต่เครียดโทษตัวเอง ขอโทษเธอมาตลอดจนเธอกลัวว่าท่านจะเป็นอะไรไปก่อน
คิดแล้วทางเลือกที่เธอควรจะเลือกตอนนี้มันริบหรี่เสียจนมองไม่มีเห็นอนาคตเลย ไม่อาจโทษใครได้เพราะเรื่องมันก็เกิดขึ้นมาแล้วนอกจากต้องยอมรับมันเท่านั้น
ไม่รู้นอนคิดไม่ตกมานานแค่ไหนแล้ว หลังจากลูกแก้วกลับไปม่านฟ้าก็เอาแต่นอนมองออกไปด้านนอกกระจกซึ่งจะเป็นวิวตึกกลางเมืองกรุง นอนคิดท่ามกลางความมืดไร้แสงดาวและแสงจันทร์ เหมือนชีวิตเธอตอนนี้ที่มืดรอบด้านไปหมด
"แค่ร่างกายเธอคนเดียวม่านฟ้า แลกกับหนี้ก้อนนั้นและอนาคตของมังกรทำไมจะแลกไม่ได้ แต่..." จะไปหาเขาได้ที่ไหนล่ะ แม้แต่ชื่อยังไม่เคยถามเลย
จะไปถามที่คลับแล้วต้องถามยังไง คนตั้งเยอะแยะผ่านมาก็สองวันแล้วใครจะไปจำได้ ไม่รู้ว่าเขารู้จักกับเจ้าหนี้เธอหรือเปล่า แล้วหากไปแล้วไม่เจอเจ้าหนี้เธอล่ะ ทำไมมีแต่เรื่องให้คิดไม่ตกนะ
วันนั้นเพราะมัวแต่โกรธที่โดนหยามเกียรติแบบนั้นจึงไม่ได้ถามชื่อหรือขอเบอร์ติดต่อไว้ ตอนนี้ก็ต้องมานั่งเครียดเพราะเรื่องนี้เพิ่มมาอีก
และสรุปคือคืนนี้ม่านฟ้าก็ต้องลุกขึ้นมานั่งเสิร์ชหาข้อมูลการติดต่อของเขาเพราะนอนไม่หลับ แต่กลับเหมือนเขาคนนั้นอยู่ในเงามืดที่ไม่มีใครเคยรู้จัก มีเพียงข้อมูลบางส่วนของศรัณย์เท่านั้นที่เธอพอหามาได้บ้าง
กว่าจะเงยหน้าจากหน้าจอคอมได้ด้านนอกก็สว่างแล้ว และตอนนี้มือถือเธอก็สั่นยึกๆ เพราะถึงเวลาต้องกลับไปทำหน้าที่ตัวเอง
"เป็นคนไม่มีตัวตนหรือเพราะเราหาไม่ถูกจุดกันแน่" พึมพำถามตัวเองแล้วก็ต้องตัดใจลุกไปเตรียมตัวเพื่อจะออกไปทำงาน
วันนี้เธอมีถ่ายแบบกับนิตยสารชื่อดัง ต่อด้วยถ่ายเอ็มวีเพลงให้กับนักร้องหน้าใหม่มาแรงในขณะนี้ซึ่งอาจต้องใช้เวลาไปทั้งวันเหมือนเช่นเคยแต่คิดไว้แล้วว่าจะพยายามทำเวลาให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้ใช้เวลาที่เหลือตามหาเขาคนนั้น คนในเงามืด
"พี่โอนค่าเทอมไปให้แล้วนะ ขาดเหลืออะไรก็ค่อยโทรมาใหม่"
ส่งข้อความบอกน้องชายแล้วก็รีบออกจากห้องเพื่อเดินทางไปยังสตูดิโอ ใช้เวลาระหว่างทางนอนพักสายตาซึ่งก็มีไทม์คอยเป็นคนคอยดูแลเรื่องที่เหลือต่อให้
.
.
ตึกตึก ตึกตึกเสียงคลื่นหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นดังมาจากเครื่องฟังเสียงหัวใจทารกที่คุณหมอกำลังวาดวนบนท้องนูนเล็กน้อย สัมผัสเย็นของเจลบนหน้าท้องแต่กลับทำให้รู้สึกอบอุ่นแผ่มาจากภายในม่านฟ้านอนฟังเสียงหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นเป็นจังหวะด้วยหยาดน้ำที่คลอภายในเบ้าตาจนเต็มปริ่ม มือเรียวถูกกุมไว้ด้วยอุ้งมือใหญ่ของคนรัก แม้ใบหน้าหล่อเหลานั้นจะยังคงราบเรียบไร้ความรู้สึก แต่แววตายามเขาจ้องมองมายังเธอมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีให้"ช่วงนี้จะเริ่มรู้สึกได้ถึงเจ้าตัวน้อยที่เริ่มดิ้นมากขึ้นแล้วครับ คุณแม่เคยรู้สึกถึงการขยับดิ้นของตัวน้องบ้างไหมครับ""ดิ้นเหรอคะ?"ดวงตากลมมนหันสบตากับคุณหมอในขณะที่ก็ดันตัวลุกขึ้นลงจากเตียงโดยมีอังเดรคอยช่วยประคองตลอดเวลาฝ่ามือนุ่มวางทาบไปบนท้องน้อยที่ตอนนี้มันนูนขึ้นมาเล็กน้อย แม้จะมองเห็นไม่ชัดมากนักถึงจะมีอายุครรภ์ย่างเข้าเดือนที่สี่ไปแล้วก็ตาม เพราะแบบนี้งานที่เธอเคยรับไว้จึงต้องรีบเคลียร์ให้เสร็จ อย่างเมื่อวานนี้ก็เพิ่งปิดกล้องละครเรื่องล่าสุดของเธอไปเอง"ครับ ปกติแล้วเด็กในท้องจะแอคทีฟในช่วงเวลา 3 ทุ่มถึงตี 1 เพราะว่าในช่วงเวลานั้นมีการเปลี่ยนแปลงของระดับน
"พ่อคะ"เสียงสดใสคุ้นเคยของม่านฟ้าเอ่ยเรียกคนในรั้วบ้านที่กำลังยืนรดน้ำต้นไม้ที่ท่านปลูกอยู่ มงคลละสายตาออกจากยอดใบไม้สีเขียวที่กำลังไหวเอนไปตามกระแสน้ำกลับมายังด้านหลังและก็ต้องเผยรอยยิ้มกว้างออกมาที่ได้เห็นใบหน้าของคนเป็นลูกสาวที่กำลังเดินเข้ามาในเขตรั้วบ้านหญิงสาวรูปร่างอวบอิ่มในชุดเดรสกระโปรงยาวกรอมเท้าเดินเข้ามาพร้อมกับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ คนที่เคยป่าวประกาศว่ากำลังคบหาดูใจกับลูกสาวเขาอยู่น่าแปลกที่วันนี้ทั้งสองคนมาที่นี่ด้วยกันเหมือนกับหลายวันก่อน แต่ที่ต่างกันคือสีหน้าและรอยยิ้มมีความสุขของคนเป็นลูกสาวที่มันต่างจากใบหน้าอมทุกข์วันนั้น"ม่าน วันนี้ไม่มีงานหรือไงถึงได้มีเวลาแวะกลับบ้านได้""หนูรับงานน้อยลงแล้วค่ะ ตอนนี้ก็เหลือเคลียร์คิวงานที่รับไว้แล้วหลังจากนั้นก็จะมีเวลาว่างมากขึ้นแล้ว"ม่านฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนแต่ก่อนที่ยังไม่มีเรื่องราววุ่นวายปัญหาหนักหนาที่คนเป็นพ่อได้ก่อเอาไว้รอยยิ้มสดใสและแววตาที่เต็มไปด้วยความสุขทำให้อดนึกหวนไปถึงช่วงเวลาที่เขายังเป็นแค่พ่อของเด็กหญิงตัวเล็กที่ชื่อม่านฟ้า ไม่ใช่ดาราสาวมากฝีมือม่านฟ้าอย่างทุกวันนี้มือเรียวสวยสอดเข้ามากอดแขนของค
"อื้ม~"เสียงหวานล้ำครางแผ่วผ่านลำคอ ในขณะที่อารมณ์ยังคงหลงอยู่ในห้วงรัญจวนเร่าร้อน สองแขนโอบกอดลำคอแกร่งมอบจูบดูดดื่มส่งปลายลิ้นนุ่มให้กับคนของใจอังเดรวางร่างอวบอิ่มลงบนเตียงนุ่มพร้อมกับทาบทับลงมาด้วยกายแกร่งและความอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยคิดจะมอบมันให้กับใครมาก่อนผละถอนจูบออกจากกลีบปากนุ่ม สบประสานตาคมกับนัยน์ตาหวานฉ่ำของหญิงสาว ลมหายใจหอบกระชั้นรินรดกันเป็นสัญญาณว่าต่างคนต่างก็โหยหาและต้องการกันและกันมากแค่ไหน"แผลนี่.." ปลายนิ้วนุ่มแตะลงกับรอยแผลเป็นบนใบหน้าคมเข้ม เคลื่อนนัยน์ตาหวานมองตามมือพลางเม้มริมฝีปากน้อยๆ"...""ไม่ว่าอดีตคุณจะเป็นยังไง จะเจ็บปวดหรือผ่านเรื่องราวเลวร้ายมามากแค่ไหน แต่อนาคต.. คุณจะมีฉันที่จะเดินฝ่ามันไปด้วยกัน ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณได้อีก""..."รอยยิ้มและแววตาที่ไม่เคยคิดว่าจะได้มอบให้กับใคร แต่ตอนนี้ทุกอย่างที่ไม่เคยแสดงมันออกมากลับถูกมอบให้กับผู้หญิงแปลกหน้าที่เป็นเจ้าของหัวใจแกร่งดวงนี้อังเดรโน้มลงมาประกบทาบริมฝีปากเอิบอิ่มด้วยเรียวปากหนา บดขยี้ความนุ่มนิ่มด้วยความเนิบนาบแต่หนักแน่นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่มีเพียงคนรับจูบนี้เท่านั้นที่จะรับรู้ได้เคล
ขบวนรถหรูวิ่งออกจากโรงพยาบาลมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ภายในรถยังคงมีเพียงความเงียบที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเท่านั้นม่านฟ้าขบฟันลงบนริมฝีปากจนมันแทบจะแตกอยู่รอมร่อคนด้านข้างก็ยังคงนิ่งอยู่ นิ่งเสียจนเธอหวั่นใจคิดไม่ตกเลยจริงๆ"อังเดร...""อืม"ทุ้มเสียงที่อ่อนโยนกว่าทุกครั้งขานรับพร้อมกับใบหน้าคมเข้มที่หันขวับกลับมา มือหนาก็พลางยื่นเข้ามาคว้ามือนุ่มไปกุมไว้ราวกับว่าเขาเองก็กำลังรอที่จะให้เธอเปิดประเด็นก่อนนานแล้วเหมือนกันดวงตากลมช้อนขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของคนที่กำลังกอบกุมมือเรียวของเธอเอาไว้อยู่ มุมปากหนาเหมือนจะอมยิ้มน้อยๆ แววตาที่ทอประกายจ้องมองมาไม่เหมือนทุกครั้ง"ฉ.. ฉันอยากแวะซื้อของหน่อย""อยากได้อะไรเดี๋ยวให้คนจัดการให้""ฉันอยากไปเลือกเอง ฉันอยากซื้อของสดไปเก็บไว้""...เดี๋ยวให้คนจัดการให้""..."สองแก้มอมลมไว้หลุบตาลงอย่างเด็กน้อยที่กำลังถูกขัดใจ นั่นทำให้มาเฟียหนุ่มอดไม่ได้ที่จะโน้มลงมาหอมแก้มใสฟอดใหญ่ด้วยความมันเขี้ยวม่านฟ้าเบิกตาโตแทบตั้งตัวไม่ทันกับการจู่โจม ก่อนหน้าเขายังนิ่งทำเงียบอยู่เลยแต่ทำไม..."อ๊ะ!"ไม่รั้งรอให้หญิงสาวได้คิดอะไรมากอ้อมแขนแก่งแข็งแรงก็สอดเข้ามา
"สวัสดีครับคุณม่านฟ้า คุณอังเดร""สวัสดีค่ะคุณหมอ"ม่านฟ้ารับคำทักทายของคุณหมอวัยกลางคนด้วยรอยยิ้มและสองมือที่พนมขึ้นกลางอก พร้อมกับกระตุกแขนเสื้อคนตัวโตที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกันให้สวัสดีท่านไปด้วย ซึ่งเขาก็ยอมยกมือพนมขึ้นไหว้แต่ไม่ได้เอ่ยเสียงออกมาร่างอวบอิ่มหย่อนตัวลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะของคุณหมอที่ได้นัดแบบเร่งด่วนกะทันหันเมื่อคืนนี้หลังจากสอบถามข้อมูลขอความช่วยเหลือจากคุณแม่ลูกอ่อนที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลไปเมื่อเดือนที่แล้ว"ต้องขอโทษคุณหมออีกครั้งด้วยนะคะที่นัดกะทันหันแบบนี้""ไม่เป็นไรเลยครับ ที่จริงผมก็มีหน้าที่ดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษอยู่แล้วครับ"คุณหมอวัยกลางคนฉีกยิ้มกว้างเอ่ยด้วยความสุภาพอ่อนโยน ก่อนจะหลุบตาลงยังหนังสือเล่มเล็กที่วางตรงหน้าตัวเองอังเดรนั่งนิ่งรอไปเงียบๆ โดยที่มีดาราสาวเป็นคนเดินเรื่องทุกอย่างทั้งหมดเอง หลุบตายังสมุดสีชมพูบนโต๊ะตรงหน้าแล้วก็เคลื่อนสายตากลับขึ้นมามองหน้าคุณหมอวัยกลางคนกับคนด้านข้างเป็นระยะกวาดตามองภาพที่ติดให้เห็นตามผนังห้องเกี่ยวกับครอบครัว เด็ก และอายุครรภ์ของคุณแม่ แล้วได้แต่มองราวกับคนที่กำลังปล่อยใจให้ลอยไปกับเรื่องราวเหล่านั้นใบหน้าคมเข
ม่านฟ้าตื่นขึ้นมาพร้อมกับข้างกายที่มันว่างเปล่า ผมเผ้าชี้ฟูยุ่งเหยิงกับใบหน้าขมวดมุ่นเต็มไปด้วยความสงสัยยามมองเตียงยับยู่ยี่ด้านข้างตัวเอง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกมาร่างอวบอิ่มในชุดนอนกระโปรงบางเบาเดินนวยนาดเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจะได้อาบน้ำทำธุระส่วนตัว ก่อนจะเดินทางไปทำธุระสำคัญที่เธอเพิ่งตัดสินใจแน่วแน่เมื่อคืนนี้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของอาหารเช้าแบบสไตล์ยุโรปทำเอาสองคิ้วที่เพิ่งถูกขีดเขียนบางเบาเพื่อเพิ่มความสวยต้องขมวดเข้าหากันอีกครั้งสองเท้าเดินออกมาหยุดหน้าห้องนอนเอียงคอมองเงาของคนที่กำลังสาละวนอยู่ในครัวแล้วได้แต่ถามตัวเองในใจว่าตอนนี้เธอตื่นจากฝันแล้วจริงๆ ใช่ไหมแต่ยิ่งก้าวเท้าเข้ามาใกล้มากเท่าไหร่ความชัดเจนที่บ่งชี้ว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้นอนฝันหวานอยู่ยิ่งชัดเจนมากขึ้นใบหน้ายุ่งเหยิงคล้ายคนหัวเสียก็ไม่เชิง หงุดหงิดก็ไม่ใช่ของอังเดรที่กำลังสาละวนอยู่กับการทอดไข่ดาวบนเตา มือหนาดูเก้กังแข็งเสียจนม่านฟ้าอดจะเผลอขำออกมาเบาๆ ไม่ได้"คุณทำอะไร""...อาหารเช้า"ด้วยเพราะสัมผัสที่ไวกว่ามนุษย์ทั่วไปทำให้มาเฟียหนุ่มรับรู้ได้ว่ากำลังมีคนแอบมองตัวเองอยู่ ทั้งที่พยายามเร่งรีบจะทำให้เสร็จก่อนเจ้าห







