Masukบ้านมิลเลอร์ ตอนเย็น
ร่างสูงของมิลเลอร์เดินเข้าบ้านมา สายตาคมกวาดมองไปรอบๆเมื่อไม่เห็นใครจึงเดินไปเคาะประตูห้องนอนของเอรินทร์ ก๊อก! ก๊อก! เมื่อเห็นว่าเธอไม่เปิดมิลเลอร์ก็เคาะอีกครั้ง ทว่าเธอก็ไม่เปิด ดังนั้นเขาจึงเปิดประตูเข้าไปดู เมื่อไม่เห็นเธอเขาจึงนึกสงสัยว่าทำไมป่านนี้แล้วยังไม่กลับ เพื่อให้หายสงสัยเขาจึงหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาเธอ ซึ่งที่ผ่านมาถ้าเขากลับมาถึงบ้านแล้วไม่เห็นนางบำเรอเขาก็ไม่เคยโทรตาม ตู๊ด 'ค่ะคุณมิลเลอร์' 'นั่นเธออยู่ไหน ป่านนี้แล้วทำไมถึงยังไม่กลับบ้าน ยังซื้อของไม่เสร็จอีกเหรอ' 'ตอนนี้ฉันอยู่ที่บ้านค่ะ' 'ไปทำอะไรที่นั่น' 'ฉันกลับมาเอาโน๊ตบุ๊คน่ะค่ะ' 'แล้วทำไมถึงไม่ซื้อใหม่ไปเลยล่ะ' 'เครื่องนี้ฉันเพิ่งซื้อเมื่อปีก่อนค่ะ ไม่อยากซื้อใหม่ให้เปลืองเงิน' กว่าจะได้ซื้อโน๊ตบุ๊คเธอต้องทำงานเก็บเงินเป็นเวลาหนึ่งปี 'แล้วเธอจะกลับหรือยัง' 'กำลังจะกลับค่ะ' 'งั้นแค่นี้แหละ' พูดจบ นิ้วหนาจึงกดวางสาย ด้านเอรินทร์ ในขณะที่เอรินทร์เดินออกจากบ้านจะไปขึ้นรถหน้าปากซอย วันเพ็ญที่กลับมาจากบ่อนการพนันก็เอ่ยถามขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงแข็ง สีหน้าไม่เป็นมิตร "มึงกลับมาที่นี่ทำไมอีก ก็ไหนว่าไปอยู่กับผัวแล้วไง" "เอรินทร์กลับมาเอาโน๊ตบุ๊คน่ะ งั้นเอรินทร์ไปก่อนนะ" เธอพูดออกไปด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตรเช่นกัน เมื่อก่อนวันเพ็ญไม่ได้พูดจาหยาบคายกับเธอแบบนี้ แต่พอหลังจากพ่อเสีย วันเพ็ญก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน "กูบอกขายบ้านหลังนี้ไปแล้ว" "น้าจะขายบ้านทำไม" เธอถามออกไปด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ "กูเล่นการพนันแพ้แล้วค้างเงินเขา กูก็เลยจะขายบ้านเอาเงินไปคืนเจ้าหนี้น่ะ" "งั้นก็แล้วแต่น้าเถอะ" พูดจบ ร่างเล็กของเอรินทร์ที่หิ้วถุงของพะรุงพะรังก็สาวเท้าไปขึ้นรถแท็กซี่หน้าปากซอย บ้านมิลเลอร์ เอรินทร์กลับเข้าบ้านมาในเวลาหนึ่งทุ่มกว่าก็เห็นเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอมเทากำลังยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าบ้าน มิลเลอร์ที่เห็นร่างบอบบางเดินมาจึงเอ่ยออกไป "ในครัวไม่มีอะไรกิน เธอทำอาหารให้ฉันกินหน่อยสิ" "ได้ค่ะคุณมิลเลอร์ งั้นฉันขอตัวเอาของเข้าไปเก็บก่อนนะคะ" เรียวปากสีหวานเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้ม "อืม" เขารับคำในลำคอแล้วสูบบุหรี่ต่อ จากนั้นเอรินทร์จึงเอาของเข้าไปเก็บในห้องนอนแล้วเข้าครัวไปทำอาหารให้ผู้มีพระคุณ เวลาต่อมา เมื่อเอรินทร์ทำอาหารเสร็จก็ยกออกมาวางบนโต๊ะอาหารราคาแพงด้านนอก แล้วเดินไปบอกชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในห้องโถง "คุณมิลเลอร์คะ เอริ...เอ่อฉันทำอาหารเสร็จแล้วค่ะ" "อืม" เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์แล้วหันมารับคำกับร่างบางที่ยืนอยู่ ก่อนที่เอรินทร์จะกลับเข้าห้องของตัวเองไป สามสิบนาทีต่อมา เอรินทร์ที่จะออกมาเก็บจานบนโต๊ะอาหารเปิดประตูออกมาก็เห็นว่าเขายังนั่งอยู่ในห้องโถง ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังร่างสูงครู่หนึ่ง ก่อนจะละสายตาแล้วเดินไปเก็บจานบนโต๊ะเอาเข้าไปไว้ในครัว หญิงสาวเดินออกมาจากห้องครัวก็เห็นนางบำเรอทั้งสองนั่งขนาบข้างเขาอยู่ พร้อมกับแสดงท่าทีเอาอกเอาใจเขา เอรินทร์ที่เห็นอย่างนั้นจึงคิดในใจว่าหน้าที่ของนางบำเรอก็เป็นแบบนี้สินะ ในขณะที่เอรินทร์ยืนมองคนทั้งสามอยู่นั้น เสียงของเทียร่าก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงออดอ้อนออเซาะตามประสานางบำเรอ "คืนนี้คุณมิลเลอร์ต้องการไหมคะ" "คืนนี้ฉันไม่มีอารมณ์ พวกเธอขึ้นไปนอนกันเถอะ" ใบหน้าหล่อเหลาหันพูดกับนางบำเรอทั้งสองของเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ "งั้นพวกเราขึ้นห้องก่อนนะคะ" มินนี่พูดจบ จากนั้นสองสาวก็พากันขึ้นชั้นบนไป ก่อนที่มิลเลอร์จะหันมามองร่างบางที่ยืนอยู่ด้วยความบังเอิญ เมื่อเห็นอย่างนั้นเสียงทุ้มมีเสน่ห์จึงเอ่ยออกไป "มานี่หน่อยสิ" ว่าแล้ว เท้าเล็กก็ก้าวไปหายังร่างสูงที่นั่งอยู่พร้อมกับเอ่ยถามออกไปด้วยท่าทีสุภาพ "มีอะไรเหรอคะคุณมิลเลอร์" "เธออยากทำหน้าที่เหมือนสองคนนั้นไหม" ใบหน้าหล่อเหลาเอ่ยถามออกไปด้วยรอยยิ้มร้ายปนหยอกเย้า "ทำ...อะไรเหรอคะ" เธอเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงประหม่าเมื่อเขาถามแบบนั้น เพราะเธอรู้ว่าสองคนนั้นทำหน้าที่อะไร "มาเป็นนางบำเรอของฉันอีกคนไง" เรียวปากหยักสวยเอ่ยพลางนัยน์ตาคมไล่สายตามองร่างสวยสมส่วนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างพินิจพิจารณา "อะ เอ่อ...คือว่า" คำตอบนั้นทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะหนึ่งพร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเพราะไม่รู้จะพูดอะไร "ก็ไหนเมื่อคืนเธอพูดว่าไม่ว่าฉันใช้ให้ทำอะไรเธอก็จะยอมทำทุกอย่างไง" เขาเอ่ยพร้อมกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ "..." เอรินทร์ที่ไม่รู้จะปฏิเสธยังไงจึงก้มหน้าเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความกังวล "เมื่อคืนเธอบอกว่าจะยอมเป็นทาสรับใช้ฉันตลอดไปไม่ใช่เหรอ" "ใช่ค่ะ" เธอพยักหน้ารับคำ "แล้วทำไมถึงไม่ตอบตกลงล่ะ" "ถ้าอย่างนั้น...ฉันจะเป็นนางบำเรอของคุณก็ได้ค่ะ" เธอจำต้องรับปากออกไปก็ในเมื่อเขาเป็นผู้ช่วยเหลือไม่ต้องให้เธอต้องตกนรกทั้งเป็นในซ่อง ถ้าอยู่ในซ่องต้องมีเรื่องนั้นกับผู้ชายหลายคน ดังนั้นเธอจึงคิดว่ามีอะไรกับเขาแค่คนเดียวยังดีกว่าไปมีอะไรกับผู้ชายหลายคนที่เธอไม่รู้จัก "งั้นก็มานั่งนี่สิ" สิ้นเสียงทุ้มบอก เอรินทร์ก็ก้าวเข้ามาหย่อนสะโพกนั่งลงข้างเขาด้วยท่าทีประหม่า ก้มหน้าไม่กล้าสบตากับร่างสูงที่นั่งอยู่ด้านข้างบ้านมิลเลอร์ 23.35 น.ร่างสูงเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนที่ยังเปิดไฟสว่างจ้า สายตาคมจ้องมองไปยังเตียงนอนที่ร่างเล็กซึ่งอยู่ในชุดนอนกระโปรงนอนตะแคงอยู่เอรินทร์ที่ยังไม่หลับเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามาจึงหันไปมองปลายเตียง เมื่อเห็นร่างสูงยืนอยู่ใบหน้าใสจึงระบายยิ้มดีใจเมื่อเห็นเขากลับมา เธอมัวแต่รอเขาจึงนอนไม่หลับ"ดึกป่านนี้แล้วยังไม่นอนอีกเหรอ" เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลางคลี่ยิ้มอ่อนๆพร้อมกับก้าวมาหย่อนตัวนั่งลงข้างเธอ"เอรินทร์ยังไม่ง่วงค่ะ""ที่ไม่ง่วงเพราะพี่ไม่ได้กอดใช่ไหม""..." เธอชะงักไปกับสรรพนามที่เขาใช้แทนตัวเองว่าพี่ แล้วเธอก็รู้สึกชอบมากเลย"ที่ยังไม่นอนเพราะนอนคิดถึงพี่อยู่ใช่ไหม" เสียงทุ้มเอ่ยพลางฝ่ามือหนาลูบไปบนศีรษะของเธออย่างนุ่มนวล"..." เธอเม้มปากเข้าหากันพลางดวงตากลมโตจ้องมองไปยังใบหน้าหล่อเหลานิ่งอยู่อย่างนั้นพอนึกไปถึงตอนที่เขาออกไปกับแฟนเก่าจึงทำให้เธอรู้สึกยังข้องใจไม่หาย อยากถามแต่ก็ไม่กล้าถาม"ช่วงบ่ายพี่ออกไปกินข้าวกับลูกค้าคนสำคัญแล้วก็คุยธุระกันไปจนถึงหกโมงเย็น พอแยกย้ายกับลูกค้าเพื่อนพี่ก็โทรมาชวนไปดื่มน่ะ"แล้วเอรินทร์ก็เอ่ยขึ้น"วันนี้ช่วงบ่ายเอ
บ้านมิลเลอร์วันต่อมาหลังจากที่เมื่อวานมิลเลอร์กับเอรินทร์ได้พูดคุยกันจนเข้าใจทุกอย่างแล้ว วันนี้เขาก็พาเธอกลับมาอยู่ที่บ้านทันทีห้องนอนมิลเลอร์เมื่อมิลเลอร์ช่วยเอาเสื้อผ้าของเอรินทร์เข้าตู้เรียบร้อยแล้ว จากนั้นทั้งสองก็พากันลงชั้นล่างไป มิลเลอร์พาเอรินทร์ไปนั่งในห้องนั่งเล่นแล้วหันบอกกับเธอที่นั่งอยู่ข้างกัน"วันนี้ตอนเย็นฉันจะพาเธอไปเปิดตัวกับพ่อและแม่ว่าเธอเป็นเมียของฉัน" เขาเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาที่จ้องมองเธอนั้นสะท้อนความจริงใจออกมาอย่างชัดเจน"ตอนที่คุณพาเอรินทร์ไปครั้งก่อน คุณยังบอกคุณป้าอยู่เลยว่ายังไม่รีบมีแฟนไงคะ" เจ้าของใบหน้าสวยเอ่ยด้วยรอยยิ้มแซว ก่อนเจ้าของเสียงทุ้มมีเสน่ห์จะพูดแซวกลับไป"ไม่ได้อยากมีแฟน แต่อยากมีเมียมากกว่า...""ตอนนั้นเธอยังเรียนไม่จบก็เลยต้องพูดแบบนั้น แต่พอเรียนจบก็จับทำเมียทันที ฉันอยากได้เธอมาเป็นเมียนานแล้ว แต่เธอก็ไม่ยอมเป็นเมียฉันสักทีนี่" มุมปากหยักยกยิ้มหยอกล้อจนทำเอาเอรินทร์เขินจนหน้าแดง ทุกครั้งที่เขาพูดคำว่าผัวเมีย เธอจะรู้สึกเขินทุกครั้งเพราะเธอยังไม่รู้สึกชินกับคำนั้นสักที ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามแก้เก้อเพื่อกลบเกลื่อนความอาย"ว
"ที่นอนเธอเล็กแค่นี้แล้วจะนอนพอเหรอ" คนที่เคยนอนแต่เฉพาะที่นอนขนาดคิงไซส์เอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นที่นอนขนาดสามฟุตของเธอ"เอรินทร์นอนคนเดียวมันก็พออยู่แล้วค่ะ""แต่ฉันจะนอนกับเธอด้วย ที่นอนเล็กแบบนั้นคงนอนไม่พอหรอก""ถ้าคุณอยากนอนที่นอนกว้างๆ งั้นคุณก็กลับบ้านไปนอนบ้านของคุณดีกว่านะคะ""ฉันบอกจะนอนที่นี่ก็จะนอนที่นี่ งั้นเดี๋ยวฉันจะโทรสั่งทางร้านให้เอาเตียงกับที่นอนมาส่งก็แล้วกัน แล้วก็สั่งแอร์มาติดด้วย""ไม่ต้องติดแอร์หรอกค่ะคุณมิลเลอร์""เธอไม่ร้อนหรือไงเปิดแต่พัดลมน่ะ""ไม่ร้อนค่ะ เพราะเอรินทร์นอนตากพัดลมมาจนชินแล้ว""แต่ฉันไม่ชิน" พูดจบเขาก็จัดการโทรไปหาร้านเฟอร์นิเจอร์แล้วบอกให้เอาเตียงและที่นอนขนาดหกฟุตมาส่งที่นี่ จากนั้นก็โทรไปหาร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าบอกให้พนักงานเอาแอร์เข้ามาติดตั้งวันนี้เลยหลายชั่วโมงผ่านไปตอนเย็นหลังจากที่พนักงานร้านเฟอร์นิเจอร์และพนักงานติดตั้งแอร์กลับไปแล้ว มิลเลอร์ก็เข้ามาในห้องนอนแล้วบอกคนตัวเล็กที่กำลังจะเข้าห้องน้ำ"เดี๋ยวเราออกไปกินข้าวข้างนอกกันนะ""ค่ะ" ว่าแล้วเอรินทร์ก็เข้าห้องน้ำไป จากนั้นร่างสูงก็ออกไปข้างนอกจึงเห็นหญิงวัยกลางคนยืนอยู่หน้าบ้าน มิลเลอร
"เธออยากกินอะไรไหม เดี๋ยวฉันสั่งของกินจากทางโรงแรมมาให้ อาหารที่นี่รสชาติอร่อยมากเลยนะ" เจ้าของใบหน้าหล่อไร้ที่ติหันถามยังร่างบอบบางที่นั่งอยู่ด้านข้างของตัวเองด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน"คุณเคยมากินใช่ไหมคะถึงได้รู้ว่าอร่อย" เรียวปากสวยเอ่ยถามพร้อมคลี่ยิ้มอ่อนๆ"ฉันมากินบ่อย เพราะโรงแรมนี้เป็นของเพื่อนฉัน""อ๋อค่ะ""ตกลงจะกินไหม เดี๋ยวฉันสั่งให้""กินค่ะ""ดีแล้วแหละที่กิน เพราะคืนนี้เธอยังต้องโดนอีกหลายน้ำ" เขายกยิ้มส่งสายตาเจ้าชู้ จนทำเอาเอรินทร์แก้มร้อนผ่าวและรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัวเมื่อเห็นแววตาคมที่สะท้อนออกมาแบบนั้นมิลเลอร์ลุกไปหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงแล้วจัดการโทรสั่งอาหารมาสองที่ ก่อนจะเดินกลับมาหย่อนกายนั่งลงข้างร่างเล็ก ทันใดนั้นโทรศัพท์ของเขาก็มีสายโทรเข้ามาจากออมRrrr!'ว่าไงออม'เอรินทร์ที่ได้ยินว่าผู้หญิงที่เขากำลังจะแต่งงานด้วยโทรเข้ามาก็ถึงกับหัวใจวูบไหว'มิลเลอร์อยู่ไหน มืดแล้วทำไมถึงยังไม่กลับบ้านล่ะ''คืนนี้ฉันไม่ได้กลับนะออม''แล้วตอนนี้มิลเลอร์อยู่ไหน''ฉันอยู่โรงแรมน่ะ''มิลเลอร์พาสาวเข้าโรงแรมเหรอ''อืม''ใครเหรอ' ออมถามพลางรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเมื่อคิดว่ามิ
เมื่อมิลเลอร์ลิ้มเลียดอกบัวตูมคู่สวยจนรู้สึกพึงพอใจแล้ว จากนั้นจึงผละออกมาแล้วไล้เลียไปตามหน้าท้องแบนราบและรอบสะดือ ก่อนจะเลื่อนลงไปยังเนินสวาทขาวเนียน ฝ่ามือหนาดันขาเรียวแยกออกกว้างพร้อมก้มลงไปตวัดลิ้นเลียในร่องกลีบสีหวานอย่างนุ่มนวลแผล่บ แผล่บ"ซี้ด อ๊า" เธอส่งเสียงครางหวานออกมาพลางแอ่นเนินรักตามจังหวะที่เขาสะบัดลิ้นละเลียดเลียในร่องรักของเธอริมฝีปากหยักงับติ่งสวาทพร้อมดูดเลียเน้นๆอยู่หลายครั้งจนทำเอาร่างบางยกสะโพกขึ้นสูงเพราะความเสียวซ่านแทบขาดใจ"อ๊า อื้อ" ลิ้นร้อนลากเลียลงมาจนถึงด้านล่างแล้วสะบัดขึ้นบนไปสัมผัสกับติ่งเสียวหลายต่อหลายครั้ง จึงส่งผลให้น้ำหล่อลื่นของเธอหลั่งไหลออกมาในจำนวนมากมาย นั่นมันจึงทำให้ความเฉอะแฉะกระทบกับลิ้นสากจนมีเสียงดังออกมาอย่างชัดเจนแจ๊ะ แจ๊ะ"อื้อ เสียวมากเลย" เสียงหวานครางออกมาอย่างลืมอายพลางกายเล็กบิดเร่าเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะไปถึงฝั่งฝันมิลเลอร์ที่รู้ว่าคนตัวเล็กกำลังจะถึงจุดสุดยอดก็หยัดตัวขึ้นมองหน้าเธอที่แสดงออกถึงความสงสัยว่าทำไมเขาถึงหยุด มิลเลอร์ที่รู้ว่าเธอจะพูดอะไรจึงเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มบางๆ"เธอเสร็จด้วยลิ้นของฉันมาหลายครั้งแล้ว วันนี
บ้านเอรินทร์เมื่อมาถึงบ้านเอรินทร์ก็จัดการกวาดบ้านและถูบ้านจนสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย จากนั้นเธอก็ออกไปนั่งบนเก้าอี้หินอ่อนหน้าบ้านพลางคิดในใจว่าป่านนี้เขากับคนรักคงจะมีความสุขกันไม่น้อยเมื่อคิดไปถึงเขาที่เป็นผู้มีพระคุณของเธอ ทันใดนั้นหยาดน้ำสีใสก็ไหลลงมาอาบพวงแก้มขาวอมชมพู เอรินทร์ปล่อยหยาดน้ำตาแห่งความเสียใจให้ไหลลงมาอยู่อย่างนั้น กระทั่งผ่านไปหลายนาทีมือเรียวก็ยกขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้มขาวเนียนแล้วเข้าบ้านไปอาบน้ำ19.45 น.ในขณะที่เอรินทร์จะล้มตัวนอนบนเตียงขนาดสามฟุตครึ่ง ทันใดนั้นโทรศัพท์ของเธอก็มีเสียงโทรเข้ามา หญิงสาวหยิบขึ้นมาดูเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของเขา คิ้วเรียวก็ขมวดเข้าหากัน เธอรู้สึกสับสนและลังเลว่าจะรับดีหรือเปล่าจนสายตัดไปRrrr!เขาโทรเข้ามาใหม่ เอรินทร์มองหน้าจอโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่งแล้ววางลง เธอปล่อยให้เสียงของโทรศัพท์ดังอยู่อย่างนั้นจนสายตัดไปก่อนจะมีข้อความแจ้งเตือนเข้ามาทางไลน์มิลเลอร์ : เธออยู่ไหน ทำไมถึงยังไม่กลับบ้าน : ช่วยโทรกลับด้วยเธอดูข้อความที่เขาส่งมาแต่เธอไม่ได้กดเข้าไปอ่านเมื่อเห็นว่าเขาไม่ส่งข้อความใหม่เข้ามา เอรินทร์ก็ล้มตัวนอนพลางคิดใน
เมื่อเอรินทร์จัดการล้างแก้วกาแฟเสร็จก็ออกมานั่งยังโต๊ะทำงานที่ติดกับผึ้ง เธอไม่อยากเข้าไปในห้องทำงานของเขาเพราะอยากตีตัวออกห่างจากเขา นอกเสียจากว่าเขาจะขู่เหมือนเมื่อครู่"พี่ผึ้งมีอะไรให้เอรินทร์ช่วยก็บอกนะคะ""งั้นก็พอดีเลย เผอิญว่ามีเอกสารที่จะให้ท่านรองเซนน่ะ ถ้าอย่างนั้นน้องเอรินทร์ช่วยเอาเข้า
บริษัทมิลเลอร์ร่างสูงสาวเท้าเข้ามาหน้าห้องทำงานของเขาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไม่สบอารมณ์ก็เห็นว่าคนเล็กนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานข้างๆโต๊ะเลขาของเขา เมื่อเห็นอย่างนั้นเขาจึงหยุดยืนหน้าโต๊ะที่เธอนั่งพร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเข้ม ดวงตาสีเทาที่จ้องมองเธอนั้นเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง"เข้าไปพบฉันในห้องเดี๋ยวนี
เมื่อเอรินทร์เข้ามาอยู่ในห้องได้ไม่นาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นก๊อก! ก๊อก!เอรินทร์ที่ได้ยินก็ชะงักพลางคิดในใจว่าเขาจะเข้ามาในห้องของเธอทำไมอีกก๊อก! ก๊อก!เมื่อสิ้นเสียงเคาะประตูครั้งที่สองร่างเล็กก็จำต้องลุกไปเปิดประตูพร้อมกับเอ่ยถามออกไป"คุณจะเข้ามา..." เธอจะเอ่ยปากถามเขาว่าจะเข้ามาทำไมอีกก็ต้อ
บ้านมิลเลอร์เมื่อมิลเลอร์กับเอรินทร์เข้ามาในบ้านต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปเข้าห้องนอนของตัวเอง เมื่อเข้ามาในห้องนอนเอรินทร์ก็จัดการอาบน้ำสวมใส่ชุดนอนแล้วมานั่งทำการบ้านที่โต๊ะตัวเดิม กระทั่งผ่านไปสองชั่วโมงเธอก็ทำเสร็จ ในขณะที่เธอกำลังปิดโคมไฟเตรียมจะขึ้นเตียงนอน ประตูห้องก็มีเสียงเคาะดังขึ้นก๊อก!







![เจ้าสาวใคร่ราคะ [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)